facebook-icon Twitter-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชายาหนึ่งเล่มเกวียน ตอนที่13

ชื่อตอน : ชายาหนึ่งเล่มเกวียน ตอนที่13

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 356

ความคิดเห็น : 1

ปรับปรุงล่าสุด : 16 ส.ค. 2563 09:17 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ชายาหนึ่งเล่มเกวียน ตอนที่13
แบบอักษร

 และในเย็นวันนั้นโม่หวังจิ้งและสวี่หยู่เหยียนก็ได้เดินทางกลับด้วยเหตุผลที่ว่าเธอขอกลับไปทบทวนความทรงจำทั้งหมดให้ชัดเจนอีกครั้ง หยางจี๋หย่าเองก็เห็นดีเห็นงามด้วยเพราะตอนนี้นางก็สูญเสียบุตรสาวอันเป็นที่รักไปแล้วหนึ่งคน นางไม่อยากเห็นหลานสาวต้องเจ็บปวดหรือทรมานแต่แน่นอนคนผิดจะต้องได้รับการลงโทษ 

 

“ไหวหรือไม่?” โม่หวังจิ้งเอ่ยถามเมื่อเห็นหญิงสาวนั่งเงียบมาตั้งแต่ออกจากจวนหยางไคกั๋วกง 

 

“หม่อมฉันสบายมากเพคะ วันนี้ต้องขอบพระทัยท่านอ๋องมากเพคะ” สวี่หยู่เหยียนพูดเบาหวิว 

 

“เปิ่นหวางไม่สมควรได้รับคำขอบคุณ” 

 

สวี่หยู่เหยียนย่นคิ้วอย่างสงสัยแต่ก็ไม่คิดที่ถามอะไรกลับไปเธอได้ตัดสินใจเปลี่ยนเรื่องอื่น “พรุ่งนี้เราเริ่มการถอนพิษเลยดีหรือไม่เพคะ” 

 

“เจ้าคิดหาวิธีได้แล้วอย่างนั้นหรือ?” 

 

ใบหน้างามพยักเล็กน้อยอย่างน่ารัก “เพคะ แต่ท่านอ๋องอาจจะทรงเจ็บตัวเล็กน้อยนะเพคะ” 

 

“อืม วันนี้ที่จวนสวี่ได้มีการจัดพิธีเคารพป้ายวิญญาณของเจ้า เจ้าจะเข้าไปดูสักหน่อยหรือไม่?” โม่หวังจิ้งเอ่ยถามเมื่อรถม้ากำลังจะเคลื่อนผ่านจุดที่จวนตระกูลสวี่ตั้งอยู่ 

 

เรียวปากอิ่มคลี่ยิ้มบางเบา “ท่านอ๋องทรงตั้งใจพาหม่อมฉันอ้อมมาใช้หรือไม่เพคะ เพราะหม่อมฉันจำได้ว่าขามาพระองค์มิได้ทางเส้นนี้” 

 

“การมีพระชายาที่เฉลียวฉลาดมันเป็นเช่นนี้นี่เอง” 

 

สวี่หยู่เหยียนมองค้อน “ไม่ล่ะเพคะ หม่อมฉันถือว่าตัวเองได้ตายไปจากตระกูลสวี่แล้วจริง ๆ เพียงแต่ป้ายวิญญาณของท่านแม่สมควรที่จะกลับไปอยู่ยังตระกูลหยาง” 

 

“รอไว้จัดการเรื่องทั้งหมดเรียบร้อย ความต้องการของเจ้าใช่ว่าจะเป็นไปไม่ได้” โม่หวังจิ้งเอ่ยตอบ 

 

“ขอบพระทัยเพคะ” 

 

ตงไห่ที่ขี่ม้าขนาบข้างรถม้าลอบถอนหายใจหลายต่อหลายครั้ง สมองพลางหวนคิดถึงท่านอ๋องคนเดิมที่ไร้ซึ่งชีวิตชีวา นับตั้งแต่ที่พระชายาผู้นี้ก้าวเท้าเข้ามาภายในวังของชินอ๋อง ท่านอ๋องกลายเป็นคนที่พูดเยอะขึ้นเพียงสี่วันที่หญิงสาวปรากฏตัวท่านอ๋องทรงตรัสเยอะกว่าที่คุยกับเขาตลอดทั้งปีเสียอีก 

ในที่สุดวังชินอ๋องก็ไม่มืดมนอีกต่อไป 

 

ไม่เพียงแค่ตงไห่เท่านั้นที่คิดเช่นนี้บรรดาข้ารับใช้ของโม่หวังจิ้งเองก็มีความเห็นแบบเดียวกัน ท่านอ๋องทรงเคยเหลียวแลสตรีที่ไหน หญิงงามมากมายที่พร้อมโปรยผ้าเช็ดหน้าให้แต่ท่านอ๋องกลับเมินเฉยและเหยียบย่ำผ้าแพรเหล่านั้นโดยไม่คิดจะชายตามอง 

 

ทว่านับตั้งแต่ที่พบเจอพระชายาใบหน้าของท่านอ๋องก็ประดับรอยยิ้มเสียหลายครั้ง อีกทั้งยามใดที่ท่านอ๋องทรงมีสีหน้าบูดบึ้ง เพียงแค่เอ่ยถึงเรื่องพระชายาเท่านั้นท่าทางของพระองค์ก็เปลี่ยนไปราวกับเป็นคนละคน 

 

การที่ท่านอ๋องเป็นเช่นนี้สรุปได้แค่เพียงเหตุผลเดียว คือท่านอ๋องทรงมีความรักเข้าแล้วและยังเป็นรักแรกพบอีกต่างหาก พระชายางดงามถึงเพียงนี้หากบุรุษใดไม่หลงใหลนี่สิแปลก 

 

ช่วงเย็นของวันต่อมา… 

 

โม่หวังจิ้งได้สวมชุดคลุมตัวบางสำหรับอาบน้ำร่างสูงนั่งรอหญิงสาวที่ภายในตำหนักของตัวเอง ชุดสีขาวสะอาดตัวบางถูกสวมไว้อย่างหลวม ๆ เผยให้เห็นอกแกร่งและกล้ามหน้าท้องเป็นมัดอย่างน่าหลงใหล 

 

“ท่านอ๋องพ่ะย่ะค่ะ พระชายาเดินทางมาถึงแล้วพ่ะย่ะค่ะ” ตงไห่รายงาน 

 

อ๋องหนุ่มที่หลับตาอยู่ค่อย ๆ ลืมตาขึ้นอย่างเชื่องช้า “พานางไปรอยังห้องอาบน้ำ และบอกให้เงาทั้งสิบคุ้มกันให้ดี” 

 

“พ่ะย่ะค่ะ” 

 

สวี่หยู่เหยียนที่มาถึงห้องอาบน้ำก่อน เธอได้จัดเตรียมอุปกรณ์ที่ต้องใช้ด้านข้างสระเพื่อที่จะไม่ยุ่งยากเวลาต้องการและหยิบจับ 

 

แอด… 

 

เฮือก.. 

 

สวี่หยู่เหยียนลอบกลั้นหายใจเมื่อเห็นอ๋องหนุ่มเดินเข้ามา เธอเคยเห็นผู้ชายถอดเสื้อและโชว์กล้ามหน้าท้องมากมาย แต่เธอไม่เคยพบใครที่ดูดีมีเสน่ห์แฝงความน่าเย้ายวนเช่นนี้มาก่อน นี่หากเธอเป็นตัวการ์ตูนป่านนี้ผู้วาดคงวาดให้เธอมีเลือดกำเดาพุ่งออกมาเป็นสายแล้ว 

 

“พระชายามองเปิ่นหวางเช่นนี้ หรือว่าแอบคิดอะไรอยู่” โม่หวังจิ้งหยอกล้อ 

 

สวี่หยู่เหยียนสะดุ้งเล็กน้อยก่อนรีบตอบกลับไป “แน่นอนเพคะว่าหม่อมฉันจะต้องคิดถึงวิธีการรักษาพระองค์เพื่อไม่ให้เกิดข้อผิดพลาดเพคะ” 

 

มุมปากของโม่หวังคลี่ยิ้มที่เปี่ยมไปด้วยเสน่ห์ออกมาก่อนเอ่ยต่อ “ดูเหมือนคำพูดกับใบหน้าของพระชายาจะค่อนข้างสวนทางกันเล็กน้อย..” 

 

สวี่หยู่เหลียนเลิ่กลั่น “เราเริ่มกันดีกว่าเพคะ” 

 

โม่หวังจิ้งเลิกหยอกล้อหญิงสาว สวี่หยู่เหยียนเองก็ถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอกก่อนเดินไปหยดน้ำทิพย์ในขวดกระเบื้องเคลือบที่ได้เตรียมมาลงในสระก่อนหันมาบอกอ๋องหนุ่ม “ท่านอ๋องลงไปแช่น้ำได้เลยเพคะ” 

 

โม่หวังจิ้งพยักหน้าและทำตามจากนั้นสวี่หยู่เหยียนก็หันไปสนใจกับถ้วยกระเบื้องเคลือบที่วางอยู่ไม่ห่างจากตัวเธอมากนัก เพราะตอนนี้เธอกำลังลังเลว่าจะเจือจางน้ำทิพย์ก่อนให้เขาดื่มหรือจะให้แบบเข้มข้นไปเลยจะดีกว่ากัน 

 

แต่ทว่าคิดไปคิดมาในฐานะของคนที่เป็นหมอแม้จะแผนจีนก็ตามจะต้องคำนึงถึงร่ายกายของผู้ป่วยเป็นอันดับแรก 

 

และจากการประเมินอย่างคร่าว ๆ เธอคิดว่าอ๋องหนุ่มผู้นี้มีสภาพร่างกายที่แข็งแรงและจิตใจที่หนักแน่นเป็นอย่างมากไม่เช่นนั้นคงไม่สามารถกัดฟันสู้มาได้หลายต่อหลายปี จากอุปนิสัยชายหนุ่มคงหวังที่จะหายจากอาการโดนไม่สนว่าใช้วิธีใด 

 

สวี่หยู่เหยียนตบหน้าของตัวเองเบา ๆ เพื่อให้เลิกลังเลพร้อมกับตัดสินใจเทน้ำทิพย์ที่เหลืออยู่ลงในถ้วยกระเบื้องเคลือบ 

 

ส่วนทางด้านของโม่หวังจิ้งที่ได้ลงแช่ตัวในน้ำที่ผสมกับน้ำทิพย์แม้ว่าครั้งนี้จะไม่ใช่ครั้งแรกที่ตัวเขาได้ลงทำเช่นนี้ แต่ทว่าความรู้สึกที่ได้รับช่างต่างกันราวฟ้ากับเหว ความรู้สึกที่ราวกับร่างกายและจิตใจได้รับการชำระล้างความรู้สึกเจ็บปวดจากร่างกายที่โดนกัดกินมาเป็นระยะเวลานานค่อยได้รับกายเยียวยา เขารู้สึกว่าหากสามารถกวัดแกว่งดาบได้ในตอนนี้ความเฉียบคมและความคล่องตัวในตอนนี้มากกว่าในช่วงที่ผ่านมาเป็นเท่าตัว 

 

ในขณะที่โม่หวังจิ้งกำลังจมอยู่ในความคิดถ้วยชามสีขาวที่มีน้ำใส ๆ อยู่ข้างในก็ถูกยื่นมาตรงหน้าพร้อมกับน้ำเสียงใสกระจ่างที่ดังอยู่ข้างใบหู 

 

“ดื่มน้ำในถ้วยนี้ให้หมดนะเพคะ เสร็จแล้วรบกวนท่านอ๋องช่วยกรีดที่ฝ่ามือเปิดทางให้พิษเหล่านั้นถูกขับออกมา ส่วนหม่อมฉันจะช่วยฝังเข็มกระตุ้นให้อีกแรง” 

“อืม” โม่หวังจิ้งรับคำพร้อมกับดื่มน้ำในถ้วยโดยไม่หกแม้แต่หยดเดียว สวี่หยู่เหยียนเองก็ได้ลงไปในสระและนั่งอยู่ตรงข้ามอ๋องหนุ่มก่อนหยิบห่อเข็มสีทองอร่ามออกมาจากช่องมิติมาเตรียมไว้ในมือ 

 

กระบวนทั้งหลายถูกจัดเตรียมพร้อมไว้เรียบร้อยรอเพียงอาการของอ๋องหนุ่มที่จะกำเริบเท่านั้น “หากท่านอ๋องรู้สึกถึงการเคลื่อนไหวแปลก ๆ ภายในร่างกายต้องบอกหม่อมฉันทันทีนะเพคะ” 

ความคิดเห็น