facebook-icon Twitter-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชายาหนึ่งเล่มเกวียน ตอนที่12

ชื่อตอน : ชายาหนึ่งเล่มเกวียน ตอนที่12

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 336

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 15 ส.ค. 2563 10:08 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ชายาหนึ่งเล่มเกวียน ตอนที่12
แบบอักษร

 แม้ว่าใครหลาย ๆ คนจะสงสัยและอยากรู้แต่ก็ไม่มีใครได้รับสิทธิ์นั้น สวี่หยู่เหยียนถูกอ๋องหนุ่มประคองมาจนถึงห้องรับรองฮูหยินผู้เฒ่าคนนี้มีใบหน้าละม้ายคล้ายกับเจ้าของคนเก่าของสถานเลี้ยงเด็กกำพร้าที่เธอเคยอาศัยอยู่ราวกับพิมพ์เดียวกัน ทว่าไม่นานข่าวการเสียชีวิตของนางถูกนำมาแจ้งและสถานเลี้ยงเด็กกำพร้าก็เปลี่ยนระบบการดูแลใหม่ทั้งหมด 

 

และอาจเป็นเพราะจิตวิญญาณเก่าของร่างนี้หลงเหลืออยู่เธอก็เลยรู้สึกคิดถึงและโหยหาอีกฝ่ายถึงเพียงนี้ 

 

“พระชายาเจ้าร้องไห้ไม่หยุดเช่นนี้คนเขาจะหาว่าคนของหยางไคกั๋วกงรังแกเจ้าเอานะ” โม่หวังจิ้งพูดขึ้น 

 

“นั่นสิเพคะพระชายา การที่เราพบเจอกันนั้นเป็นเรื่องดีไม่ควรหลั่งน้ำตานะเพคะ” ฮูหยินผู้เฒ่าพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน 

 

“ไม่รู้เพราะเหตุใดเมื่อได้เห็นจวนแห่งนี้ข้ารู้สึกเหมือนได้กลับมาบ้านที่เฝ้าคิดถึง” สวี่หยู่เหยียนกล่าวพลางสะอื้น 

 

คนของหยางไคกั๋วกงที่อยู่ภายในห้องรับรองต่างรู้สึกเจ็บแปลบที่อกด้านซ้ายราวกับมีใครนำมีดมากรีด ไม่เว้นกระทั่งฮูหยินผู้เฒ่าก็รู้สึกสะเทือนใจไม่น้อยไม่กว่าหญิงสาวตรงหน้า 

 

“บ้านหลังนี้ต้อนรับพระชายาเสมอเพคะ” หยางจี๋หย่ากล่าวด้วยสายตาอบอุ่น 

 

โม่หวังจิ้งมองหญิงสาวข้างกายอย่างไม่วางตา นับตั้งแต่ที่ตัวเขาได้พบกับนางแม้จะเป็นเวลาเพียงไม่กี่วันแต่นั่นชีวิตของนางอยู่ในช่วงคาบเกี่ยวกับความเป็นและความตาย แต่นางไม่มีแม้แต่น้ำตาจะรินไหลออกมาจากดวงตาคู่งาม 

 

“ที่เปิ่นหวางพาพระชายามายังที่จวนหยางไคกั๋วกงวันนี้ก็เพราะอยากพาพระชายากลับมาเยี่ยมบ้านหลังแต่งงาน” 

 

สวี่หยู่เหยียนมองโม่หวังจิ้งด้วยความขอบคุณ แต่ทว่าประโยคเดียวที่ชินอ๋องได้ตรัสออกมาทุกคนที่อยู่ภายในห้องนี้ต่างเข้าใจกันอย่างแจ่มแจ้ง 

 

ว่านับจากนี้พระชายาจะกลายเป็นคนของหยางไคกั๋วกงไม่ใช่คนของตระกูลสวี่อีกต่อไป และอีกประการที่แฝงมากับคำพูดก็คือตราบใดที่พวกเขาต้อนรับพระชายาด้วยใจจริงวังของชินอ๋องก็ยินดีที่จะเป็นพันธมิตร แต่กลับกันถ้าจวนหยางไคกั๋วกงคิดหาผลประโยชน์จากพระชายาวังชินอ๋องก็พร้อมที่จะโต้กลับเช่นกัน 

 

 

ฮูหยินผู้เฒ่าและหยางไต้เหลียงที่ได้ฟังก็ไม่รู้สึกโกรธเคืองแต่อย่างใด พวกเขากลับรู้สึกดีที่พระชายาได้รับความรักจากชินอ๋องเพียงนี้ อีกอย่างเหยียนเอ๋อร์ของพวกเขารันทดเพียงใดอีกฝ่ายก็คงจะทราบมาบ้างแล้วซึ่งหากชินอ๋องจะทรงระแวงก็ไม่ใช่เรื่องแปลกแต่อย่างใด 

 

“เป็นเกียรติของตระกูลหยางมากเพคะชินอ๋อง” ฮูหยินผู้เฒ่ายิ้มแย้ม 

 

“ตงไห่ยกของเยี่ยมเข้ามา” 

 

สิ่งของมีค่าจำนวนไม่น้อยถูกนำเข้ามาวางด้านหน้าฮูหยินผู้เฒ่าทว่าสิ่งต่อมาทำให้หญิงชราหัวเราะอย่างไม่สงวนกิริยา โสมร้อยปีและเห็ดหลินจือสองร้อยปีที่ถูกเก็บในกล่องอย่างดีได้เผยโฉมให้กับคนในห้องได้เห็น 

 

“ยายแก่คนนี้ขอบพระทัยท่านอ๋องและพระชายาเป็นอย่างมากเพคะ ของเหล่านี้มีค่าจนไม่อาจประเมินได้เลย” 

 

สวี่หยู่เหยียนเองก็เพิ่งรู้ว่าอ๋องหนุ่มเป็นผู้จัดเตรียมทั้งหมดรวมไปถึงแผนการเดินทางมายังสถานที่แห่งนี้ก็ล้วนเป็นตัวเขาที่คิดแทนเธอทั้งสิ้น 

 

ตอนนี้คนภายในห้องรับรองจำนวนมากถูกไล่ให้ออกไปด้านนอก ดังนั้นภายในห้องรับรองนี้เหลือเพียงสี่คนเท่านั้น “การที่ชินอ๋องเสด็จมาด้วยตัวเองเช่นนี้มิได้เพียงเหตุผลที่กล่าวมาใช่หรือไม่เพคะ?” 

 

“ฮูหยินผู้เฒ่าหยางหลักแหลมยิ่งนัก เป็นอย่างที่เข้าใจที่เปิ่นหวางเดินทางมาด้วยตัวเองในวันนี้ก็เพื่อจะสะสางความอัปยศของแม่ยาย” 

 

“หยางเหมยซือหรือเพคะ” หยางจี๋หย่าถามขึ้น 

 

หยางไต้เหลียงรู้สึกได้ถึงลางสังหรณ์ไม่ดี “น้องสาวของกระหม่อมมิได้ป่วยตายหรอกหรือพ่ะย่ะค่ะ” 

 

โม่หวังจิ้งส่ายหน้าก่อนเอ่ย “แม่ยายโดนคนประสงค์ร้ายสร้างสถานการณ์ และถูกบีบจนต้องจบชีวิตด้วยการแขวนคอตัวเองภายในห้อง” 

 

เมื่อพูดถึงตรงนี้ภายในหัวของสวี่หยู่เหยียนเธอได้เห็นภาพเหตุการณ์บางอย่างฉายมาเป็นฉาก ๆ เธอเคยฝึกงานที่โรงพยาบาลและเห็นคนตายมากมายแต่สิ่งที่เธอกำลังเห็นอยู่ในตอนนี้มันน่าสะเทือนใจเป็นอย่างมาก คนเหล่านั้นกล้าทำเรื่องแบบนี้ได้ยังไง ทำไมใจคอถึงได้โหดเหี้ยมขนาดนี้ 

 

 

โม่หวังจิ้งที่เห็นหญิงสาวนั่งเกร็งดวงตาเบิกค้างก็เอื้อมมือไปจับหลังมืออย่างเป็นห่วง ทว่าเจ้าตัวกลับไม่รู้สึกตัวแม้แต่น้อยดวงตาที่ใสแจ๋วแดงก่ำก่อนที่น้ำตาเป็นสายไหลลงอาบแก้ม หน้าอกของหญิงสาวกระเพื่อมถี่ 

 

มือหนาของอ๋องหนุ่มจับที่ไหล่มนทั้งสองข้างก่อนเขย่าเพื่อให้รู้สึกตัว 

 

สวี่หยู่เหยียนกะพริบตาปริบ ๆ ก่อนรู้สัมผัสได้ถึงความเปียกชื้นบนใบหน้า 

 

“เจ้าเป็นอะไรหรือไม่?” โม่หวังจิ้งเอ่ยถาม 

 

สวี่หยู่เหยียนส่ายหน้า “หม่อมฉันสบายดีเพคะ เพียงแต่ความจำที่หายไปช่วงวัยเด็กมันย้อนกลับมาเท่านั้นเพคะ” 

 

“ความทรงจำอะไรหรือพ่ะย่ะค่ะ” หยางจี๋หย่าเอ่ยถาม 

 

ใบหน้าของสวี่หยู่เหยียนแข็งกร้าว “สาเหตุการเสียชีวิตของท่านแม่” 

 

“ตอนนี้เจ้าสามารถจำได้ทุกอย่างเลยหรือไม่” โม่หวังจิ้งถามออกไปอย่างรวดเร็ว 

“เพคะ... หม่อมฉันอยู่ในเหตุการณ์ทั้งหมด รวมไปถึงในตอนที่ท่านแม่แขวนคอตัวเองต่อหน้าหม่อมฉัน” 

 

โม่หวังจิ้งสะเทือนใจที่ตัวเองได้ตัดสินใจถามออกไป หญิงสาวข้างเขาดูเปราะบางมากราวกับจะแตกสลายได้ตลอดเวลา “ไม่เป็นไร... รอให้เจ้าดีขึ้นกว่านี้แล้วเราค่อยมาคุยรายละเอียดกัน เปิ่นหวางจะให้ความยุติธรรมกับแม่ยายจนถึงที่สุด” 

 

“ขอบพระทัยเพคะ... แต่หม่อมฉันไม่เป็นไร หม่อมฉันต้องการนำตัวคนที่ทำร้ายท่านแม่และหม่อมฉันมารับโทษให้เร็วที่สุด” 

 

ฮูหยินผู้เฒ่าแม้จะอยากรู้เรื่องราวเบื้องลึกเบื้องหลัง แต่นางก็ห่วงเรื่องสภาพจิตใจของหลานสาวเช่นกัน “หม่อมฉันเห็นด้วยกับท่านอ๋องนะเพคะ พระวรกายของพระชายาก็สำคัญอย่าฝืนองค์เองจนล้มป่วยมิเช่นนั้นท่านแม่ของพระองค์คงรู้สึกเสียใจมากกว่าดีใจนะเพคะ” 

 

สวี่หยู่เหยียนพยักหน้าเชื่อฟังอย่างว่าง่าย “ข้าทราบแล้ว” 

 

“ถ้าอย่างนั้นก็ไปนั่งเล่นที่ศาลาก่อนดีหรือไม่เพคะ เดี๋ยวหม่อมฉันจะให้คนเตรียมของว่างไปถวายให้” 

 

 

ชินอ๋องพยักหน้าก่อนพยุงหญิงสาวลุกขึ้นยืน โม่หวังจิ้งคว้ามือขาวดุจหยกเนื้อดีในอุ้งมือก็พลันรู้สึกผิด เพราะการที่เขาทำเช่นนี้ก็เพราะมีเจตนาแอบแฝง เดิมทีจวนหยางไคกั๋วกงคอยให้การสนับสนุนตระกูลสวี่ห่าง ๆมาโดยตลอด เพียงแต่พักหลังนี้ไม่ได้มีการติดต่อกันมากนัก 

 

แต่ใต้เท้าสวี่ให้การสนับสนุนองค์ชายสี่พระโอรสของหลู่กุ้ยเฟยและจากรายงานที่เขาได้รับคือสวี่จินถูกำลังจะกลับมาสานสัมพันธ์กันจวนหยางไคกั๋วกงอีกครั้งเพื่อสร้างฐานอำนาจให้องค์ชายสี่มีสิทธิ์แย่งชิงตำแหน่งองค์รัชทายาท 

 

รัชทายาทองค์ปัจจุบันซึ่งประสูติโดยฮองเฮาแต่ขุนนางส่วนใหญ่ล้วนถูกซื้อตัวไปทางหลู่กุ้ยเฟย จึงอาจทำให้อำนาจขององค์รัชทายาทสั่นคลอน เขาจึงต้องจัดการตัดความสัมพันธ์ของจวนหยางไคกั๋วกับขุนนางสองฝ่าย และดึงมาอยู่เป็นอำนาจทางที่ 3 เช่นเดียวกับตัวเขา 

 

แม้ว่าทุกคนจะมองเห็นตรงกันว่าวังชินอ๋องนั้นลอยตัวอยู่เหนืออำนาจและราชสมบัติ ทว่าอำนาจทางที่สามนั้นหามีใครรู้ไม่ว่าได้ขึ้นตรงกับองค์ฮ่องเต้คนปัจจุบันและตำแหน่งขององค์รัชทายาทที่พระองค์ต้องการมอบให้นั้นเป็นองค์ชายที่ทุกคนต่างมองข้าม แต่เฉลียวฉลาดเกินใคร องค์ชายห้าพระโอสรของจ้าวกุ้ยเฟยและแน่นอนว่าผลลัพธ์ตอนจบนั้นได้ถูกกำหนดไว้เรียบร้อยแล้ว 

 

เขาก็แค่ต้องปูทางให้คนที่ฝ่าบาททรงเลือกแล้วเท่านั้น 

ความคิดเห็น