facebook-icon Twitter-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชายาหนึ่งเล่มเกวียน ตอนที่11

ชื่อตอน : ชายาหนึ่งเล่มเกวียน ตอนที่11

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 318

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 14 ส.ค. 2563 09:34 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ชายาหนึ่งเล่มเกวียน ตอนที่11
แบบอักษร

 “เฮ้อ...” โม่ซวนหลงพิกเก้าอี้นั่งพลางถอนหายใจภายหลังจากได้ยินเรื่องราวโดยย่อจากปากของอนุชา “เอาล่ะข้าให้ตามที่เจ้าขอ แล้วไหนเล่าน้องสะใภ้ของเรา” 

 

“พ่อบ้านฝู” โม่หวังจิ้งตะโกนขึ้น 

 

ฝูกันเฉียวเปิดประตูเข้ามา “พ่ะย่ะค่ะท่านอ๋อง” 

 

“ไปตามพระชายามาที่นี่บอกแค่เพียงเปิ่นหวางเรียกพบ” 

 

“พ่ะย่ะค่ะ” 

 

ในระหว่างรอโม่ซวนหลงฮ่องเต้และโม่หวังจิ้งได้เดินหมากฆ่าเวลา แต่ในระหว่างวางเม็ดหมากนั้นโม่ซวนหลงก็พยายามคิดถึงข่าวลือเกี่ยวกับว่าที่น้องสะใภ้ที่ตนเคยได้ยินมาผ่านหู และที่ผู้คนต่างเล่าลือกันและมักนำไปเป็นคำเปรียบเปรยว่าอัปลักษณ์เกินหยู่เหยียน 

 

เป็นคำที่หญิงสาวใช้เป็นถ้อยคำเสียดสี 

 

หรือว่าอนุชาของเขาจะชื่นชอบหญิงสาวอัปลักษณ์ ไม่ว่าอย่างไรโม่ซวนหลงก็ไม่สามารถคาดเดารสนิยมของชายหนุ่มตรงหน้านี้ได้เลย 

 

เวลาผ่านไปครึ่งเค่อฝูกันเฉี่ยวก็ได้กลับเข้ามาภายในห้องรับรอง ด้านหลังมีโฉมสะคราญเดินตามมาด้วยกิริยาอ่อนช้อยงดงาม “คารวะท่านอ๋องเพคะ” 

 

โม่ซวนหลงใช้เวลาครู่หนึ่งกว่าจะหาเสียงของตัวเองเจอ ในวังหลังเขามีนางสนมนับร้อยหญิงสาวเขาเองก็พบเจอมานับไม่ถ้วน แต่ไม่มีใครที่สามารถเทียบเคียงหญิงสาวตรงหน้านี้ได้เลย 

 

“เหยียนเอ๋อร์ทำความเคารพฮ่องเต้เสียสิ” 

 

สวี่หยู่เหยียนขมวดคิ้วเมื่อได้ยินอีกฝ่ายเรียกเธออย่างสนิทสนมก่อนปรับสีหน้าให้ประดับรอยยิ้มเช่นเดิมแล้วจึงทำความเคารพบุรุษอีกท่านหนึ่ง “ถวายพระพรฝ่าบาทเพคะ” 

 

“หวังจิ้งหญิงสาวนางนี้คือ?” 

 

“สวี่หยู่เหยียน น้องสะใภ้ของฝ่าบาทพ่ะย่ะค่ะ” ไม่ต้องให้ฮ่องเต้ต้องรอคำตอบนานโม่หวังจิ้งตอบกลับทันที 

 

“อ่า... ข่าวลือเชื่อถือไม่ได้สักนิด” 

 

โม่หวังจิ้งยกยิ้มมุมปาก “เช่นนั้นจะเรียกว่าข่าวลือหรือพ่ะย่ะค่ะ” 

 

“เม่ากงกง” 

 

ชายใส่ชุดขันทีเดินเข้ามาภายในห้องอย่างนอบน้อม “พ่ะย่ะค่ะฝ่าบาท” 

 

“นำพระราชโองการเปล่าเข้ามา” 

 

ทันทีที่เม่ากงกงได้ยินรับสั่งการเตรียมการก็เป็นไปอย่างรวดเร็ว พระราชโองการเปล่า แท่นฝนน้ำหมึก พู่กันและตราประทับมังกรถูกนำออกมาจากหีบ ในทุกหนึ่งปีเวลาที่ฝ่าบาทเสด็จมายังวังของชินอ๋องพระองค์จะมีรับสั่งให้จัดเตรียมของชุดนี้ทุกครั้ง 

 

ไม่นานพระราชโองการก็เสร็จสมบูรณ์ สวี่หยู่เหยียนมองม้วนสีเหลืองทองในมืออย่างงุนงงดวงตากลมโตกะพริบปริบ ๆ นี่เราเป็นพระชายาอย่างเป็นทางการแล้วเหรอ? 

 

และเมื่อเป็นครอบครัวเดียวกันโม่ซวนหลงฮ่องเต้ก็ไม่วางท่าเป็นฮ่องเต้ที่สูงส่งอีกต่อไป ซึ่งกิริยาเช่นนี้จะพบเห็นได้ก็ต่อเมื่ออยู่ภายในวังของชินอ๋องเท่านั้น 

 

“วันพรุ่งนี้ข้าจะส่งของขวัญต้อนรับน้องสะใภ้มาให้ วันนี้ค่อนข้างฉุกละหุก” 

 

“ไม่เป็นไรเพคะ” สวี่หยู่เหยียนตอบในขณะกำลังรินชาให้แก่บุรุษทั้งสอง 

 

โม่ซวนหลงอยู่พูดคุยต่ออีกไม่นานก็ได้เดินทางกลับวังหลวงอย่างร่าเริง ใบหน้าของพระชายาชินอ๋องถูกเผยให้กับขบวนเดินทางของโม่ซวนหลงได้เห็นในขณะที่เดินออกมาส่งพระองค์ และทันทีที่นามของหญิงสาวถูกเอ่ยออกมาทุกคนที่เคยได้ยินข่าวลือเกี่ยวกับพระชายาก็รู้สึกราวกับถูกตบหน้า 

 

หญิงสาวเช่นนี้ถูกเรียกว่าตัวอัปลักษณ์? 

 

และในเย็นวันนั้นข่าวลืออีกข่าวก็ถูกปล่อยออกมา ว่าใต้เท้าสวี่รักบุตรลำเอียงผลักไสบุตรสาวของตัวเองอย่างไม่ไยดี รวมถึงตอนอยู่ภายในจวนถูกปรนนิบัติราวกับทาสคนหนึ่ง สาวใช้ภายในจวนยังมีชีวิตที่ดีกว่าคนที่เป็นคุณหนูเสียอีก จนกระทั่งบุตรสาวคนเล็กทนไม่ไหวประกาศตัดขาดตระกูลสวี่ไม่ขออยู่เป็นคนในตระกูลอีก 

 

สวี่จินถูที่ได้ยินข่าวลือแทบกระอักไม่รู้ว่าจะเอาหน้าไปไว้ที่ไหน ดังนั้นช่วงเย็นของวันนี้ยามที่คนของตระกูลสวี่ออกมาเดินตลาด มักจะได้รับสายตาวิพากษ์วิจารณ์กลับไป 

 

 

และเช่นเดียวกันคนจากจวนหยางไคกั๋วกงเองก็ได้ยินเรื่องนี้ แต่ยังไม่ทันที่ฮูหยินผู้เฒ่ามารดาของหยางเหมยซือจะสั่งให้คนตามหาตัวหลานสาวเพื่อรับตัวมาอยู่ยังที่แห่งนี้ นางก็ได้รับจดหมายจากวังชินอ๋องเสียก่อน 

 

และเมื่อได้อ่านเนื้อความในจดหมาย ใบหน้าของฮูหยินผู้เฒ่าก็พลันอ่อนลงหลายส่วน 

 

“ไต้เหลียง” 

 

“ขอรับท่านแม่” 

 

“พรุ่งนี้เตรียมต้อนรับตี้ฝู้จิ้นและชินอ๋องด้วย” หยางจี๋หย่าพูดกับบุตรชาย 

 

“ชินอ๋องทรงมีพระชายาตั้งแต่เมื่อไหร่กันขอรับ” หยางไต้เหลียงถามมารดาด้วยความสงสัย 

 

ฮูหยินผู้เฒ่าโบกมือปัดอย่างรำคาญ “อย่าถามมากประเดี๋ยววันพรุ่งนี้เจ้าก็รู้เอง” 

 

“เอ่อ... ท่านแม่ขอรับข้าได้ข่าวมาว่าในวันพรุ่งนี้จวนของใต้เท้าสวี่จะจัดพิธีเคารพศพขอรับ” 

“พิธีศพอย่างนั้นรึ? ศพของใคร” ฮูหยินผู้เฒ่าหรี่ตาถาม 

 

“ข้าได้ยินแว่ว ๆ มาว่าเป็นพิธีของเหยียนเอ๋อร์ลูกสาวของหลิวเอ๋อร์ขอรับ” 

 

ดวงตาของฮูหยินผู้เฒ่าสว่างวาบ ก่อนที่ฝ่ามือจะตบลงบนพนักข้างเสียงดัง “ปัง!!” หญิงชราแค่นเสียงในคอก่อนพูดด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยโทสะ “เจ้าสวี่จินถู ข้าล่ะไม่ควรจะยกน้องสาวเจ้าให้มันเลย ตอนที่หลิวเอ๋อร์ตายก็ไม่แม้แต่จะให้เราเห็นศพ ปากบอกว่านางป่วยตายแต่กลับไม่ให้จวนหยางไคกั๋วกงส่งหมอตรวจสอบ เหอะ!!” 

 

“ในตอนนั้นที่ลูกเห็นหน้าของเหยียนเอ๋อร์ ลูกแถบหลั่งน้ำตาด้วยความสงสารหลานใบหน้าเกือบครึ่งของหลานเอ๋อร์บวมแดงแต่เราไม่อาจทำอะไรได้เลย” หยางไต้เหลียงเจ็บใจ 

 

“โชคร้ายจริง ๆ ที่เยียนเอ๋อร์มีบิดาเช่นนั้น” ฮูหยินผู้เฒ่าเอ่ยเสียงเศร้าเมื่อนึกถึงใบหน้าของเด็กหญิงที่จิ้มลิ้มน่ารัก ร่างเล็ก ๆ ป้อมวิ่งเตาะแตะมาหานางพร้อมกับตะโกนเรียกท่านยาย ๆ 

 

เช้าวันต่อมา ยามเฉิน (เท่ากับ เวลา 07.00 น. จนถึง 08.59 น) 

 

 

คนในจวนหยางไคกั๋วกงเริ่มพากันมารอยืนต้อนรับชินอ๋องและพระชายาที่จะเดินทางมาถึงในยามซื่อ โดยที่ไม่มีใครรู้ว่าเพราะเหตุใดชินอ๋องจึงต้องเสด็จมายังสถานที่แห่งนี้ และแม้ว่าจะงุนงงแต่ทุกคนก็มาเพราะได้รับคำสั่งจากฮูหยินผู้เฒ่าและกั๋วกง 

 

ขบวนรถม้าโอ่อ่าค่อย ๆ เคลื่อนเข้ามาใกล้หน้าจวนหยางไคกั๋วกงมากขึ้นเรื่อย ๆ หยางไต้เหลียงเดินไปพยุงมารดามายังหน้าประตู 

 

ไม่นานนักร่างสูงในชุดสีขาวขลิบแดงก็ก้าวลงจากรถม้า ใบหน้าหล่อเหลาแต่แฝงไปด้วยความเมินเฉยและเย็นชากวาดมองบรรดาคนที่มายืนรอต้องรับครู่หนึ่งก่อนหันไปยื่นมือเพื่อให้หญิงสาวในรถม้าพยุงตัวลงมา 

 

สวี่หยู่เหยียนที่แต่งกายด้วยชุดสีเดียวกันกับชินอ๋องยืนได้อย่างมั่นคงดวงตากลมโตที่วันนี้ถูกแต่งให้ดูคมขึ้นมองสถานที่มาถึงด้วยสายตางุนงง ทันใดนั้นเสียงทำความเคารพก็ดังกระหึ่ม 

 

“ถวายพระพรชินอ๋องและพระชายาพ่ะย่ะค่ะ/เพคะ” 

 

“ลุกขึ้นเถิด” โม่หวังจิ้งเอ่ยเสียงเรียบ 

 

สวี่หยู่เหยียนที่เห็นใบหน้าของหญิงชราแม้จะนึกไม่ออกว่าเป็นใคร แต่จิตสำนึกภายในใจกลับร่ำไห้และรู้สึกเศร้าโศก จนแม้กระทั่งน้ำตาที่ไหลเป็นสายเธอก็ยังไม่รู้ตัว 

 

ฮูหยินผู้เฒ่าเดินตรงมาหาหลานสาวมือที่เหี่ยวย่นตามกาลเวลาสั่นเทาในขณะที่เอื้อมไปเช็ดน้ำตาของหลานสาวเบา ๆ “เหยียนเอ๋อร” 

 

“ทะ... ท่านยาย” สวี่หยู่เหยียนโพล่งออกไปโดยไม่รู้ตัว 

ความคิดเห็น