สถานะ : กลับมาเขียนต่อหลังจากอู้เพราะโควิดไปนานนม ตอนต่อไป : ตอนที่38-?? รีไรท์ยังไม่มีในเร็ววันนี้ขอให้อดทนไปก่อน เพราะใจไรท์อยู่กับตอนใหม่มากกว่าตอนเก่า

ชื่อตอน : บทคั่น 1

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย แฟนตาซี

คนเข้าชมทั้งหมด : 168

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 17 ส.ค. 2563 00:02 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทคั่น 1
แบบอักษร

“ที่นี่ที่ไหนเนี่ย?” 

สาวร่างสูง หุ่นดีมีใบหน้าที่สวยและดูน่าหลงไหลแม้แต่ผู้หญิงด้วยกัน กำลังเดินออกจากประตูมิติที่เด็กสาวร่างเล็กที่ยืนต้อนรับเธอได้สร้างขึ้น 

“เป็นไงบ้าง ยูยะ” 

“ที่นั่นมีมานาที่น้อยมากเมื่อเทียบกับไลลา แต่กลับมาพลังงานที่ฉันไม่รู้จักอยู่” 

“สิ่งนั้นเรียกว่าพลาน่า เป็นพลังงานที่คล้ายกันแต่มีอนุภาคที่ใหญ่กว่า และมีการเคลื่อนไหวคล้ายกับสนามแม่เหล็กไฟฟ้าน่ะ” 

“พลาน่า? ที่ไลลาไม่เห็นจะมีเลยนะ” 

“เพราะแบบนั้นพวกเราถึงได้อ่อนแอไง ที่นี่ก็มีนี่? พลาน่าน่ะ” 

หญิงสาว … ยูยะ ลองสัมผัสดู ก็รับรู้ได้ถึงทั้งมานาและพลาน่า 

“นี่มัน...” 

“เพราะแบบนี้ไง เจ้าจึงต้องฝึกที่นี่” 

ยูยะมองไปที่เด็กสาว 

“แล้วที่อามาเมะและฮานิบาลมาที่นี่เมื่อสามวันก่อนล่ะ? พวกเธอไปไหนซะแล้วล่ะ?” 

“สำหรับเจ้าแล้ว เจ้าอยู่ที่โลกใบนั้นนานเท่าไร?” 

“ห้าวันน่ะ” 

“ก่อนที่สองคนนั้นจะกลับมา ที่นี่ก็ผ่านไปกว่าหนึ่งเดือนแล้ว และหลังจากนั้นก็ผ่านไปอีกสามเดือน เวลาของสองโลกไม่เคยคงที่เลย เพราะสถานที่แห่งนี้กำลังเคลื่อนที่อยู่นั่นแหละ” 

เด็กสาวมองไปที่ดวงดาวบนฟากฟ้า 

“ดาวดวงนี้สว่างอยู่ตลอดก็จริง แต่ไม่ใช่เพราะมีดวงอาทิตย์หรือดาวฤกษ์ดวงอื่นแต่อย่างใด แต่เป็นเพราะดาวดวงนี้คือก็คือดาวฤกษ์ชนิดหนึ่งนั่นแหละ” 

“ยูริ...” 

เด็กสาว … ยูริมองไปยังยูยะ 

“อามาเมะถูกแยกไปฝึกอีกที่ตั้งแต่สามเดือนก่อน ส่วนข้ากับคนอื่นๆก็ถูกแยกจากกัน แต่ก็ยังได้เจอกันบ้างอยู่ล่ะนะ” 

“เห็นว่าเปลี่ยนแผนให้พาสองคนนั้นกลับมาก่อน หมายความว่ายังไง?” 

“ยูยะเจ้าน่ะแข็งแกร่ง หากไม่ใช่พวกอเดลแล้วเจ้าไม่มีทางแพ้ใคร แต่อามาเมะ เธอทรมานกับพลังที่เอ่อล้นของตนเอง ส่วนฮานิบาลก็เริ่มควบคุมพลังของตัวเองไม่ได้ ข้าจึงต้องเรียกตัวสองตนนั้นกลับมาก่อน แต่ ณ เวลานี้เราจะเริ่มแผนต่อไปกันเลย” 

เมื่อยูริพูดจบ คานะและแอสโมดิอุสก็เดินมาหาพวกเธอพอดี ราวกับทั้งสามนัดกันเอาไว้แล้วอย่างไรอย่างนั้น 

“ข้ากับคานะสำเร็จการฝึกแล้ว พลังใหม่และพลังเดิมก็ใช้งานได้ดีและพัฒนาขึ้นมากพอที่จะไปต่อได้แล้ว ส่วนแอสโมดิอุสเอง แม้จะยังไม่สมบูรณ์ แต่ก็เรียกได้ว่าใช้งานได้แล้ว” 

“จะไปกันแค่สามคนเหรอ?” 

แต่ปรากฏว่ามีอีกเสียงตามมา ทั้งสี่หันไปตามต้นเสียงก็เห็นหญิงสาวร่างสูงกำลังยืนเช็ดผมสีแดงของเธอในสภาพเสื้อกล้ามตัวเดียวอยู่ 

“อามาเมะ?” 

“ไม่ได้เจอกันนานเลยนะ” 

ร่างของอามาเมะนั้นเต็มไปด้วยกล้ามเนื้อที่ค่อนข้างงดงามและดูแข็งแกร่ง จะบอกว่ามันมีมากกว่าเดิมเสียอีกในความคิดของทั้งสี่คน 

ราวกับเป็นคนละคน นั่นคือสิ่งที่ยูยะคิด 

“สามเดือนเปลี่ยนคนได้ขนาดนั้นเลยเหรอเนี่ย?” 

ยูยะพึมพำออกมา แต่อามาเมะก็หัวเราะ 

“สำหรับพวกเธอเพิ่งผ่านไปแค่สามเดือนเองเหรอ? ฉันไปฝึกมาตั้งสามปีเลยนะ” 

สิบสองเท่าจากเดิม ไม่ใช่สามเดือนแต่เป็นสามปี ระยะเวลาในการฝึกฝนนั้นมีมากกว่าหลายเท่า  

และพลังที่ได้รับเองก็เช่นกัน 

“ฉันจะไปแทนแอสโมดิอุสเอง” 

“อย่ามาล้อกันเล่นดีกว่า เจ้าควรไปพัก---” 

*ฟุ่บ* 

อามาเมะวางมือไว้ตรงไหล่ของแอสโมดิอุส แล้วจ้องมองเธอ 

“ไม่ค่อยแกร่งขึ้นเท่าไรเลยนะ เธอควรไปพักแล้วเตรียมพร้อมในการฝึกครั้งต่อไปดีกว่า จะได้ไม่เป็นตัวถ่วงแข้งถ่วงขาของพวกฉัน” 

รอยยิ้มของอามาเมะนั้นให้อารมณ์ที่หลากหลาย แต่ที่แอสโมดิอุสรู้สึกได้นั้นคือการกดดัน 

(ยัยนี่ แข็งแกร่งขึ้นจนไม่อยากจะเชื่อสายตาตัวเองเลย) 

แอสโมดิอุสเหงื่อไหลออกมา แต่เธอยังคงยิ้มสู้อยู่ แม้ว่ามือของเธอจะสั่นอยู่ก็ตาม 

“...ก็ได้ จะปล่อยไปก่อนก็ได้” 

สุดท้ายเธอก็ยอมแพ้แล้วเดินจากไปในทันทีเลย 

(ให้ไปอยู่ตรงนั้นต่อคงไม่ไหวเอาล่ะนะ … มีแต่ข้าเท่านั้นที่ยังอ่อนแอ) 

แม้แต่ฮานิบาล มิยุ หรือแม้แต่มุซาชิเองก็แข็งแกร่งขึ้นมากเมื่อเทียบกับของเดิม 

มีแต่เธอเท่านั้นที่ไม่พัฒนาไปมากเท่าไรนัก 

“เอาล่ะ เราจะไปกันเลยไหม?” 

อามาเมะใช้เวทรังสรรค์สร้างชุดขึ้นมา กางเกงขายาวที่สวมทับกางเกงขาสั้นก่อนหน้านี้และเสื้อเชิ้ตสีดำ และเสื้อนอกสวมทับไปทั้งๆอย่างนั้น 

“เอาล่ะ ต้องไปที่ไหนกันล่ะ?” 

“...เจ้าดูเปลี่ยนไปเยอะนะ ว่าแต่สามปีของเจ้าจะไม่ทำให้ผมยาวขึ้นเลยงั้นหรือ? ทั้งๆที่ร่างกายก็เปลี่ยนไปเยอะแท้ๆ” 

“แน่นอนว่าต้องตัดมาก่อนแล้วล่ะนะ แต่ว่าจะตอบคำถามของฉันได้รึยัง?” 

ยูริมองไปที่อามาเมะ 

(...พลังนี่มันอะไรกัน? แม้แต่ข้าเองก็ไม่อาจทราบได้เลยว่าจะเทียบชั้นได้หรือไม่) 

“ฉันไปสำรวจมาแล้วล่ะนะ แม้จะไม่เจอตัวคุโระเลย แต่เท่าที่ทราบ อย่างแรกคือโลกใบนั้นมีอยู่สองทวีป แบ่งอย่างชัดเจนว่าเป็นด้านสว่างและด้านมืดล่ะนะ ด้านสว่างนั้นมีประชากรอาศัยคือมนุษย์และอมนุษย์ทั้งหลาย แน่นอนว่ามนุษย์มีกว่าครึ่งจึงไม่ง่ายเลยที่จะหาตัวคุโระ” 

ยูยะอธิบายทั้งเรื่องสี่อาณาจักรและสกุลเงินที่ใช้ในโลกใบนั้น อีกทั้งยังมีเรื่องของทัวร์นาเม้นต์ที่จะเกิดขึ้นอีกด้วย 

“การแข่งนั้นจะจัดขึ้นที่เมืองหลวงของโรซาเรีย โอกาสพบเจอกับคุโระนั้นก็ไม่น้อยนักหรอก แต่ว่าน่าเสียดาย แม้คนนอกจะเข้าร่วมได้แต่กว่าฉันจะรู้ว่ามีการแข่งนั้นอยู่ก็ช้าเกิดกว่าจะลงชื่อแล้ว” 

แม้โอกาสจะไม่พบก็มีมากก็ตาม ยูยะพูดแบบนั้นแล้วอธิบายต่อ 

“ที่สำคัญสุด ดูเหมือนจะมีกลุ่มคนน่าสงสัยที่กำลังวางแผนร้ายอยู่ ดูเหมือนว่าหัวหน้ากลุ่มจะสวมผ้าคลุมสีขาว และแข็งแกร่งจนไร้คู่ต่อสู้เลยล่ะ กลุ่มที่ว่าต้องเป็นพวกฮินะไม่ผิดแน่” 

“งั้นก็ไปตามหากันเลย” 

อามาเมะพูดแบบนั้น แต่ยูริห้ามปรามเอาไว้ 

“สามปีของเจ้าอาจทำให้เจ้าแข็งแกร่งขึ้น แต่เราไม่รู้ว่าพวกนั้นแข็งแกร่งขึ้นมาเท่าไร ทางที่ดีตามหาตัวท่านราชาก่อนดีกว่า” 

ยูริและอามาเมะจ้องมองกันและกัน แต่อามาเมะก็ไม่ได้พูดอะไรออกมา 

“โลกใบนั้นเองก็มีพระเจ้าคอยดูแล ถ้าไปขอความช่วยเหลือก็น่าจะได้ และพระเจ้าที่ว่าข้าก็พอจะรู้จักอยู่เช่นกัน เพราะงั้นถ้าจะเตรียมตัวก็ไปเตรียมตัวซะ เดี๋ยวข้ากลับมา” 

ว่าแล้วยูริก็หายตัวไปเสียดื้อๆ 

“นึกว่าเตรียมตัวไว้พร้อมแล้วซะอีกนะคานะ” 

“แน่นอนว่าพร้อมอยู่แล้วล่ะค่ะ แต่คนที่ไม่พร้อม ดูท่าจะเป็นคุณยูริซะเองล่ะนะคะ” 

“นั่นสินะ” 

ยูยะมองทั้งคู่แล้วถอนหายใจ 

“ฉันไปหาแอสโมดิอุสดีกว่า ก่อนอื่นเลยต้องไปหาคนที่ฝึกให้พวกเธอซะก่อน แต่ถ้ายูริไม่ไปด้วยจะดีรึเปล่านะ?” 

“ไม่ต้องห่วงหรอกค่ะ หนึ่งในคนที่ฝึกพวกเรา ฉันคิดว่าคุณก็คงจะรู้จักเช่นกันค่ะ” 

ยูยะเอียงคอสงสัย แต่ก็เดินไปตามทางที่แอสโมดิอุสเดินไปในตอนแรก 

เหลือเพียงแค่คานะและอามาเมะ 

บรรยากาศเงียบเชียบไร้ซึ่งวี่แววการสนทนา ทั้งอามาเมะและคานะนั้นต่างไม่พูดคุยกัน และก็ไม่ได้อึดอัดกับบรรยากาศนี้เลย 

“นี่” 

แต่ว่าคนที่เริ่มบทสนทนาคืออามาเมะเสียแทน 

“ถ้าเกิดว่าเธอต้องเผชิญหน้ากับฮินะ เธอคิดว่าเธอจะสู้ยัยนั่นได้รึเปล่า?” 

“พลังของพี่กับฉันจะแตกต่างกันแค่ไหนกันเชียว?” 

“นั่นเป็นสิ่งที่ฉันเองก็อยากรู้เหมือนกัน” 

อามาเมะเหลือบสายตาไปมองคานะ เช่นเดียวกับเธอที่เหลือบมามองอามาเมะ 

“...พี่มีพลังของไกอา ลำพังแค่ฉันคงเทียบไม่ติด แต่พลังนี้ที่ได้รับมา ฉันคิดว่าพอจะเทียบกับพี่ได้บ้าง” 

“แล้วถ้าเธอต้องฆ่าฮินะเพื่อช่วยคุโระ เธอจะทำได้รึเปล่า?” 

พอได้ยินคำถามแบบนั้นเธอก็จ้องเขม็งไปทางอามาเมะ 

“หมายความว่ายังไง?” 

“หมายความตามคำพูด” 

คานะกำมือเกร็ง แต่ก็เข้าใจในสิ่งที่อามาเมะต้องการจะสื่อ 

ทว่า … เธอกลับไม่สามารถตอบคำถามของอามาเมะได้เลย 

“... ไม่เป็นไร ถ้าเธอทำไม่ได้” 

อามาเมะวางมือไว้ที่ไหล่ของคานะ 

“ฉันจะเป็นคนฆ่ายัยนั่นเอง” 

ได้ยินแบบนั้นคานะก็กำชับดาบในมือทันที 

“อย่าคิดจะมาขัดขวางฉันจะดีกว่า พลังที่เธอได้รับมา เทียบชั้นกับฉันไม่ได้หรอก” 

อามาเมะปล่อยมือจากคานะ จากนั้นเธอก็จ้องตาไปยังคานะ 

“ถ้าเข้ามาขวางต่อให้ต้องฆ่าเธอก็จะทำ แม้ว่าจะแลกมากับการโดนคุโระเกลียดก็ตาม” 

อามาเมะยินดีถูกเกลียดและเคียดแค้นจากคุโระ ถ้ามันสามารถทำให้เธอช่วยเหลือคุโระไม่ให้ถูกฆ่าได้เธอก็ทำ 

เธอคนนี้ไม่ใช่คนเดิมที่ทุกคนรู้จัก ปีศาจอามาเมะได้ถือกำเนิดขึ้นโดยไม่มีใครได้รู้ตัว 

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว