email-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : ) ใครอยากส่งกำลังใจให้ไรท์ก็สามารถส่งผ่านทางคอมเมนต์และการกดถูกใจนิยายเรื่องนี้ได้นะ

ตอนที่ 25 : ข้าจะสอนให้

ชื่อตอน : ตอนที่ 25 : ข้าจะสอนให้

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 397

ความคิดเห็น : 1

ปรับปรุงล่าสุด : 12 ส.ค. 2563 22:39 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 25 : ข้าจะสอนให้
แบบอักษร

"ทำอย่างไรเจ้าจึงจะหายโกรธข้า"เฉินหลีเหว่ยเอ่ยถาม

 

"หม่อมฉันไม่ทราบเพคะ"ลี่มี่ตอบคำถามหน้านิ่ง

 

"เพราะเรื่องของเจ้าและองค์ชายสามจึงทำให้เจ้าต้องมาอยู่ที่นี่"เขายังไม่จบกับเรื่องบ้าบอนี่อีกใช่มั้ย?

 

"มี่เอ๋อร์หายโกรธท่านอ๋องแล้วเพคะ"ลี่มี่เอ่ยเสียงหวาน เธอเปลี่ยนอารมณ์อย่างรวดเร็วเพราะอยากให้เขาปล่อยผ่านกับเรื่องนี้ไปเสียที

 

"ก็ดี"เฉินหลีเหว่ยเอ่ยต่อ"เจ้าไม่ชอบขี่ม้าแล้ววันนั้นไปที่โรงฝึกม้ากับองค์ชายสามทำไม?"

 

เฮ้อ ทำไมเขาไม่ยอมจบง่ายๆนะ

 

ลี่มี่ยิ้มแล้วเอ่ย"หม่อมฉันไปฝึกม้าเพราะต้องใช้สอบที่สำนักจิ่นซิ่น แล้วอีกอย่างหม่อมฉันไม่ได้ไปกับองค์ชายสามเพคะเราแค่บังเอิญเจอกันเฉยๆ"

 

จบนะเพคะท่านอ๋อง!

 

ได้ยินดังนั้นเฉินหลีเหว่ยจึงเอ่ย"ถ้าเจ้าอยากฝึกขี่ม้าข้าก็จะสอนให้"

 

"ไม่ดีกว่าเพคะ ถ้าท่านอ๋องไม่อยู่แล้วใครจะสอนหม่อมฉันกัน"เขาอาจจะเป็นครูฝึกขาโหดก็ได้?

 

เฉินหลีเหว่ยไม่พูดให้มากความ เขาลุกขึ้นเดินมาหาลี่มี่แล้วจับแขนเธอพาเดินไปที่ไหนสักที่

 

"ท่านอ๋องจะพาหม่อมฉันไปไหนเพคะ"เขาควรจะบอกเธอบ้างนะ ไม่ใช่อยากทำอะไรก็ทำจนเธอต้องตกใจทุกครั้งแบบนี้

 

"ฝึกขี่ม้า"เขาตอบสั้นๆแล้วมุ่งหน้ามายังโรงฝึกม้าของจวนทันที

 

วันนี้ลี่มี่ไม่อยากขี่ม้าเพราะเธอไม่ได้เตรียมใจมาน่ะสิ...เธอได้แต่ถอนหายใจ

 

"วันนี้หม่อมฉันไม่อยากเรียนขี่ม้า ท่านอ๋องสอนหม่อมฉันวันหลังจะได้ไหมเพคะ"ลี่มี่พูดเสียงหวานเหมือนเป็นการออดอ้อนเขา

 

"ข้าจะสอนเจ้าวันนี้เพราะอีกไม่นานข้าก็ต้องกลับไปที่ชายแดนแล้ว"เฉินหลีเหว่ยหันหน้ามาคุยกับเธอ

 

"นั่นไงเพคะ เช่นนี้หม่อมฉันขอฝึกกับคนอื่นจะดีกว่า"

 

"เจ้าไม่อยากฝึกเพราะกลัวม้าหรือกลัวข้ากันแน่"เฉินหลีเหว่ยเอ่ยพลางขยับเข้ามาใกล้ลี่มี่

 

ถ้าจะให้บอกความจริงเธอก็กลัวทั้งสองอย่างนั่นแหละ!

 

เฉินหลีเหว่ยกำลังรอฟังคำตอบจากเธอ"หม่อมฉันก็...กลัวม้าสิเพคะ"เธอคงไม่พูดความจริงหรอก

 

เฉินหลีเหว่ยพาเธอมาเลือกม้าที่จะใช้ในการฝึกครั้งนี้"การขี่ม้านั้นเราต้องเชื่อมั่นในตัวเองก่อน แล้วม้าก็จะเชื่อในตัวของเราเอง"

 

"ก็หม่อมฉันไม่เคยเรียนมาก่อนหนิเพคะ"ใครจะเก่งจนม้ากลัวเหมือนเขาล่ะ!

 

"อาฝูจะกลัวเพราะข้ารู้สึกกลัว จริงๆ ข้าก็ไม่ได้เก่งมาก่อนหรอก"อยู่ๆเขาก็เอ่ยขึ้นมา เขาเคยรู้สึกกลัวด้วยเหรอ

 

"อาฝู?"ลี่มี่เอ่ย

 

"ม้าตัวนี้แหละ"เขาชี้นิ้วไปยังม้าที่อยู่ตรงหน้าเธอ

 

ม้าสีดำตัวโตสง่างามสมกับเป็นม้าของท่านแม่ทัพไร้พ่ายเสียจริง ม้าตัวนี้ดูท่าจะดุร้ายเหมือนเจ้าของไม่น้อย

 

แต่ดูสิ! เมื่อเจ้าม้าตัวนั้นมองเห็นเฉินหลีเหว่ย ทำไมมันกลับกลายเป็นม้าแสนเชื่องไปได้เล่า? ไม่เหมือนกับรูปลักษณ์ของมันเอาเสียเลย

 

แต่แล้วลี่มี่ก็ต้องสะดุดตากับม้าสีขาวแสนงามน่ารักตัวหนึ่งที่อยู่ใกล้กับอาฝู ม้าตัวนี้แหละคือม้าของเธอ

 

"หม่อมฉันอยากขี่ม้าตัวนี้เพคะ"ลี่มี่ชี้ไปยังม้าสีขาวตัวนั้น

 

"อาฝูก็ชอบอาไป๋เหมือนกับเจ้า"เรื่องของอาฝูสิ! เขาจะเอาม้ามาเปรียบกับเธอไม่ได้

 

จากนั้นเขาก็ช่วยเธอให้ขึ้นไปบนหลังของอาไป๋ได้สำเร็จ เขาพาม้าเดินไปมาหลายรอบเพื่อฝึกให้เธอคุ้นชิน

 

"เจ้าลองทำความรู้จักกับอาไป๋ดูสิ"เฉินหลีเหว่ยเอ่ย

 

"อะ อาไป๋เจ้าไม่ต้องกลัวนะ ข้า...ไม่เป็นไร"ลี่มี่กำลังตั้งสมาธิ เธอน่าจะเอาอยู่

 

เฉินหลีเหว่ยมองมาจนเธอต้องหันไปยิ้มให้เขา

 

"ข้าคิดว่าอาจจะมีวิธีอื่นที่ช่วยเจ้าได้เร็วกว่านี้"เขาเหมือนนึกอะไรขึ้นได้

 

"วิธีอื่นเหรอเพคะ?"ตอนนี้เขาจะใช้วิธีไหนก็ได้เธอไม่ติดทั้งนั้น

 

เฉินหลีเหว่ยขึ้นขี่หลังอาไป๋อย่างรวดเร็ว

 

"ท่านอ๋องอยากจะขี่ม้าก็ไปขี่อาฝูของท่านสิ!"เผลอไม่ได้เลย ทำไมเขาทำเรื่องแบบนี้ได้อย่างหน้าตาเฉยกันนะ...

 

ลี่มี่คิดแล้วก็หงุดหงิด

 

"อาไป๋ก็เป็นม้าของข้าเหมือนกัน"เฉินหลีเหว่ยไม่พูดเปล่า เขาใช้มือจับบังเหียนเพื่อควบคุมม้า การกระทำเช่นนี้ดูเหมือนเขาจะกอดเธอชัดๆ

 

ดูท่าจะไม่ดีเสียแล้ว เพราะการฝึกในครั้งนี้อาจทำให้ผู้อื่นเข้าใจผิดได้ว่าเราสองคนมาสวีทกันในโรงฝีกม้าน่ะสิ ไม่ได้ๆ ลี่มี่คิดเป็นกังวล

 

ลี่มี่อยากจะหยิกเขานัก เธอหันหน้าไปส่งสายตาพิฆาตให้เขา เขาช่างหน้า...

 

"หม่อมฉันไม่คิดเลยว่าท่านอ๋องจะหน้าหนาถึงเพียงนี้!"เมื่อเธอพูดจบเขายังคงทำหน้านิ่งไม่รู้ไม่ชี้อีกหรือ

 

เช่นนี้ลี่มี่คงต้องยอมถอยให้ เธอไม่ขอสนใจเขาอีก ลี่มี่กลับมาตั้งใจที่จะฝึกขี่ม้าต่อ"วิธีนี้จะช่วยได้หรือเพคะ"

 

"ข้าอยากให้เจ้าทิ้งความกลัวไปซะเพราะตอนนี้ข้าก็อยู่กับเจ้าด้วย จงเชื่อในตัวเองแล้วอาไป๋ก็จะเชื่อเจ้า"เฉินหลีเหว่ยเอ่ยเสียงเข้มนิดหน่อย เขาสอนเธอเหมือนกับการฝึกทหารแต่ลดระดับลงมาบ้างแล้ว

 

"มี่เอ๋อร์เจ้าต้องมีสมาธิ"เฉินหลีเหว่ยเอ่ยกระซิบข้างหูลี่มี่เพื่อเรียกสติเธอ

 

การฝึกผ่านไปด้วยดี เธอไม่กลัวม้าเพราะมีเขาอยู่ด้วยจริงๆ แต่ที่เธอมีความก้าวหน้าขึ้นมาได้เพราะมีครูฝึกขาโหดคอยคิดแต่จะเอาเปรียบเธอตลอดต่างหาก

 

ถ้าหากเธอไม่เลิกกลัวม้าเสียทีเขาก็จะดุเธอบ้าง แต่มันคงไม่สำคัญเท่ากับวิธีการฝึกของเขา เฉินหลีเหว่ยชอบเอาเปรียบเธอเป็นที่สุด 

 

ลี่มี่รู้แล้วว่าเขาคือพ่อเสือที่แสนเจ้าเล่ห์เป็นที่สุด เขาแอบซ่อนกรงเล็บร้ายจนเธอยากจะเอาชนะได้ ชีวิตเธอที่ต้องมีเขาคงจะเหนื่อยไม่น้อย

 

ณ ห้องโถงจวนตระกูลฉาง

 

ฉางไป๋เฉิงนั่งหน้าเครียดร้อนใจเป็นห่วงลี่มี่"เวลานี้ทำไมท่านอ๋องยังไม่พามี่เอ๋อร์กลับมายังจวนอีก"

 

"เป็นความผิดของบ่าวเองเจ้าค่ะ ถ้าคุณหนูเป็นอะไรไปบ่าวจะไม่ให้อภัยตัวเองเลย"จิ่วฟางก้มหน้าพูดทั้งน้ำตา

 

ฉางหวังเยี่ยนกำลังใช้ความคิดแล้วเอ่ยขึ้น"ถึงอย่างไรลี่มี่ก็เป็นถึงคู่หมั้นของท่านอ๋อง เจ้าอย่าคิดมากไปเลยจิ่วฟาง"

 

"ฮึ ถึงตอนนี้แล้วลูกรักของท่านพี่ยังไม่กลับมาอีกรึเจ้าคะ"ฉางหลี่จิ้งเอ่ย นางเดินยิ้มอย่างสบายใจเข้ามาในห้องโถงพร้อมกับฉางหวังจิ้ง

 

"น้องสามยังไม่กลับมาอีกรึเจ้าคะ"ฉางหวังจิ้งแกล้งถาม

 

"ท่านอ๋องยังไม่พามี่เอ๋อร์กลับมา"ฉางไป๋เฉิงตอบคำถามหน้านิ่ง

 

"บางทีนางอาจจะไม่อยากกลับมาก็ได้นะเจ้าคะท่านพี่"ฉางหลี่จิ้งแสดงความคิด

 

"เช่นนี้น้องสามอาจจะเป็นขี้ปากของพวกชาวบ้านแน่ๆเจ้าคะท่านแม่"ฉางหวังจิ้งเอ่ย

 

"ถ้าบ่าวคนไหนยังพูดถึงมี่เอ๋อร์อีก ข้าก็จะไม่ไว้หน้าใครทั้งนั้นเช่นกัน!"ฉางไป๋เฉิงพูดเสร็จก็เดินออกไปทันที

 

ณ จวนเฉินหลีเหว่ย

 

"เจ้าจะไปไหน?"เฉินหลีเหว่ยเอ่ยถามลี่มี่

 

"หม่อมฉันจะไปอาบน้ำเพคะ หรือท่านอ๋องอยากจะตามมาด้วย?"เธอจะพูดแบบนี้ไม่ได้สิ! ลี่มี่คิดได้ดังนั้นจึงรีบเดินหนีไป

 

เฉินหลีเหว่ยแอบยิ้มออกมาแต่ถ้าสังเกตดีๆก็คงมองรอยยิ้มนี้ไม่เห็นหรอก

 

เฉินหลีเหว่ยกลับมาคราวนี้เพราะคิดอยากจะลงโทษลี่มี่ที่ทำอะไรไม่นึกถึงตำแหน่งว่าที่พระชายาของตัวเองเสียบ้าง แต่ในใจลึกๆเขาคงปฏิเสธไม่ได้ว่ากลับมาเพราะอยากจะเห็นหน้าลี่มี่

 

เมื่อลี่มี่อาบน้ำเสร็จก็ได้ตอบรับคำเชิญจากเฉินหลีเหว่ยที่ให้เธอไปร่วมรับประทานอาหารเย็นด้วยกับเขา

 

ลี่มี่กินอาหารเย็นไปอย่างเงียบๆโดยไม่เอ่ยอะไร เธอรู้สึกโมโหเล็กน้อยกับเรื่องเมื่อกลางวันที่เธอไม่สามารถเอาชนะความเจ้าเล่ห์ของเฉินหลีเหว่ยได้เลย

 

"เจ้าไม่อยากพูดกับข้ารึ"เขาจะรู้ทันเธอทุกเรื่องไม่ได้นะ

 

"หม่อมฉันแค่หิวมากเพคะ จึงไม่คิดอยากจะพูด!"ลี่มี่เอ่ยแล้วก้มหน้ารับประทานอาหารต่อ

 

"พรุ่งนี้ข้าจะต้องกลับชายแดนแล้ว"เฉินหลีเหว่ยเอ่ย

 

"ใครจะสนกัน"ลี่มี่พึมพำเสียงเบา

 

"เจ้าว่าอย่างไรนะ"

 

"ท่านอ๋องจะกลับแล้วหรือเพคะ"ลี่มี่แกล้งถามเขาแทน

 

"ใช่"เขาเอ่ยต่อว่า"ส่วนเรื่องการฝึกขี่ม้าของเจ้าข้าจะให้จื่อลู่จัดการหาคนมาสอนให้ ต่อจากนี้เจ้าห้ามไปที่โรงฝึกม้านั่นอีก เจ้าต้องมาฝึกที่จวนของข้าเท่านั้น"

 

"แต่หม่อมฉันไม่สะดวกจะมาฝึกขี่ม้าที่นี่นะเพคะ"เขามันเอาแต่ใจที่สุด

 

"ข้าจะให้คนไปรับเจ้าเอง เจ้าต้องมาฝึกตามตารางอย่างเคร่งครัดแล้วจึงจะขี่ม้าเป็นได้"เขาเป็นห่วงเธอจึงเตรียมความพร้อมไว้หมดแล้ว 

 

"ดี ดียิ่งเพคะ"ลี่มี่เอ่ยประชด

 

"ข้าดีใจที่เจ้าชอบ"เฉินหลีเหว่ยเอ่ย

 

"..."ลี่มี่หมดคำจะพูดเหมือนเช่นทุกครั้ง 

 

"และเจ้าก็ห้ามให้องค์ชายสามหรือผู้อื่นที่ไม่ใช่คนของข้าสอนขี่ม้าให้เจ้าอีก เข้าใจหรือไม่มี่เอ๋อร์"

 

ไม่! ไอท่านอ๋องหน้าน้ำแข็งชักเอาใหญ่ขึ้นทุกวันแล้ว

 

"มี่เอ๋อร์จะกล้าขัดท่านอ๋องได้อย่างไรเพคะ"ลี่มี่เอ่ยหน้ายิ้มแต่เธอจะทำตามหรือไม่ก็อีกเรื่อง ฮึ!

 

เช้าวันต่อมา

 

เฉินหลีเหว่ยมาส่งลี่มี่ก่อนจะกลับชายแดนแคว้นจิน"ข้าจะกลับมาหาเจ้าในเร็ววันนะมี่เอ๋อร์"เฉินหลีเหว่ยใช้เสียงนุ่มนวลเอ่ยลาลี่มี่ 

 

"เพคะ ขอบคุณท่านอ๋องมากที่ดูแลหม่อมฉันเป็นอย่างดี"พูดเสร็จลี่มี่จึงหันหลังกลับเข้าจวนตระกูลฉางไป

 

แต่แล้วเธอกลับนึกถึงคำพูดของฟางฮองเฮาขึ้นมา"ท่านอ๋องเดินทางปลอดภัยนะเพคะ แล้วก็อย่าลืมดูแลตัวเองดีๆด้วย"ลี่มี่พูดเอาใจเขาเพื่อตัวเองเท่านั้น เธอไม่มีเหตุผลอื่นหรอก

 

"ข้าเข้าใจแล้วมี่เอ๋อร์"เขาพูดเสียงอ่อนโยนพลางสบตาเธอนิ่ง

 

"เพคะ"ลี่มี่เอ่ย

 

อย่าทำแบบนี้อีกนะเฉินหลีเหว่ย! เพราะเธอทำตัวไม่ถูกน่ะสิ 

 

เมื่อเขาจากไปลี่มี่จึงรีบเดินเข้ามาในจวนตระกูลฉางทันที

 

 

 

 

 

ความคิดเห็น