email-icon facebook-icon Twitter-icon Instagram-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

MANOW | อยากสบาย ต้องหาผู้ชายเลี้ยง

ชื่อตอน : MANOW | อยากสบาย ต้องหาผู้ชายเลี้ยง

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย อีโรติก

คนเข้าชมทั้งหมด : 19k

ความคิดเห็น : 48

ปรับปรุงล่าสุด : 13 ส.ค. 2563 02:47 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 400
× 0
× 0
แชร์ :
MANOW | อยากสบาย ต้องหาผู้ชายเลี้ยง
แบบอักษร

"ยาย! ยายนี่แสบมากเลยนะ ยายทำกับมะนาวแบบนี้ได้ไง ทำไมต้องติดหวย! ทำไมไม่อยู่ใช้หนี้ให้หมดก่อนตาย!"

ฉันเหลืออดเหลือทน หันไปตวาดรูปถ่ายบนผนังที่ยิ้มแป้น ยายฉันก็เป็นแบบนี้หล่ะ ท่านติดหวยไทย หวยลาว หวยพม่า ยันหวยเวียดนาม

แถมยังคบค้าสมาคบกับเพื่อนๆที่คอหวยด้วยกัน ที่วันๆไม่ทำอะไรทั้งนั้น นอกจากตีหวยรายวันและนินทาลูกหลานชาวบ้าน

ฉันเบื่อสังคมแบบนี้ชะมัด

จนคิดว่าจบหมอ...จะตั้งใจทำงานหาเงินซื้อบ้านโครงการดีๆพายายออกไปจากวงจรบ้าๆนี่ แต่ยายก็ดันทำเรื่องและดันตายซะก่อน

โถ่....โถ่....

ชีวิตนังมะนาว จะรอดตายถึงสิ้นเดือนมั้ยก็ไม่รู้ ไอ้รายจ่ายที่ได้มาใหม่หลังจากที่ยายจากไป มันก็สามเดือนพอดี เจ้าหนี้เจ๊จิ๋มเน่า ต้องบุกเข้ามาทวงค่าหวยคนสวยผู้อาภัพอย่างฉันแน่ๆ

ฉันนอนคิดทั้งคืนว่าจะทำยังไง จนอยากจะให้ยายมาเข้าฝันไม่ก็เป็นผีมาหลอกฉัน เพราะฉันจะด่าๆๆเอาให้กลับไปเกิดไม่ทันเลยจะบอกให้

ฉันบอกแล้ว...ว่าหวยให้เพลาๆแต่นี่เล่นจนเสียบ้านและเป็นหนี้ทิ้งไว้ให้ฉัน

บุญคุณขอไม่นับนะ ถ้าจะทำกันขนาดนี้!

 

โรงพยาบาลรัฐxx

"หน้าบึ้งมาอีกแล้ว แกยิ้มให้เป็นศิริมงคล กับวันExternวันแรกของเราหน่อยสิ"

"โรงพยาบาลนี้แจกข้าวฟรีมั้ย? ฉันหิว" ฉันหันไปบอกอันติงทันที จนเพื่อนสนิทชะงักแล้วกระพริบตาปริบๆ

"อะ...อะไรนะ?"

"ฉันหิว ฉันคิดวิธีแก้ปัญหาที่ยายก่อไว้ทั้งคืน จนตาลายหมดแล้ว" อันติงขมวดคิ้วมองฉันงุนงง ก่อนจะวางมือเล็กของเธอที่ไหล่ฉันแทน

"เครียดอะไร แกบอกฉันสิ "

"ถ้าถาม...แล้วจะเปย์ฉันอีกก็ไม่ต้อง หางานMCมาให้ฉันไม่ก็ผัวรวยๆก็พอ ฉันขี้เกียจและเหนื่อยมาก อยากอยู่เฉยๆให้ผู้ชายเลี้ยง"

ฉันบอกไปตามความจริง แค่เห็นตารางราวด์วอร์ดที่ต้องขึ้นไปดูคนไข้ทุกเจ็ดโมงเช้า และรายงานผลต้องส่งอาจารย์ทุกเคส ฉันก็แทบไม่มีเวลาหายใจแล้ว ไหนจะต้องท่องตำราเตรียมสอบOSCE สิ้นปีนี้อีก

มีผัวรวยคือทางออก!

"งั้น?...พี่ชายฉันมั้ย ซีอีโอสายการบินเวลฟายเลยนะ" ฉันขนลุกซู่ จนลูบแขนตัวเองทันที บ้า! พี่ชายอันติงสูงเกินไป สูงมาก ชั้นสูงแบบไม่มีอะไรกั้น หน้าตาก็ดี เก่ง ฉลาด เขาไม่เอาฉันหรอก

"ไม่เอาๆ เอาแค่พอเลี้ยงฉันได้ก็พอ"

"ก็ฉันนี่ไง ป่ะๆไปกินข้าว วันนี้ฉันเลี้ยงข้าวแกเอง ฉลองที่เราจับฉลากExtern ได้โรงพยาบาลนี้ด้วยกัน"

แล้วอันติงก็ดึงร่างไร้เรี่ยวแรงฉันไปที่โรงอาหาร สั่งข้าวแกงมาแปดอย่าง น้ำปั่นสาม ของหวานหก มันทำอย่างกับฉันเป็นสัตว์เคี้ยวเอื้องที่มีสี่กระเพาะ (ควาย)

"กินให้หมดนะ ฉันเลี้ยง"

"หมดนี่ฉันคงอ้วก" ฉันตอบพลางหยิบช้อนส้อมเตรียมกิน จนอันติงนั่งลงตรงข้าม และท้าวคางมองหน้าฉัน

"กินเถอะน่า จะได้มีแรงทำงานและแก้ปัญหาของแก ชอบปฎิเสธความช่วยเหลือจากฉันนัก งั้นเพิ่มพลังงานไปเยอะๆเลย"

"ฉันไหวแก...ไม่ต้องห่วง ขอบใจนะ"

อันติงพยักหน้าแล้วนั่งมองฉันกินต่อไป ก่อนที่เราจะแยกย้ายกันราวด์คนไข้คนละแผนก เสร็จเที่ยงก็สรุปส่งรายงานพี่Intern (แพทย์จบแล้วใช้ทุนและเป็นพี่เลี้ยง) หลังจากนั้นก็ไปสิงสถิตอยู่แผนกผู้ป่วยนอกOPD ต่อจนเลิกงาน

ซึ่งกว่าฉันจะหอบร่างกลับถึงบ้านได้ ก็เล่นเอาขาแทบลาก

 

"เหนื่อยชะมัด" ฉันบ่นอุบอิบ และเดินทุบต้นแขนตัวเองเบาๆไปตามถนนหน้าหมู่บ้าน จนผ่านร้านอาหารตามสั่ง ที่ยายฉันชอบมานั่งนินทาลูกหลานคนอื่น

และผ่านร้านก๋วยเตี๋ยวไก่ป้าอุไร...

แต่เอ๊ะ...เดี๋ยวนะ! ทำไมป๊าอุไรเห็นฉัน ถึงรีบปัดมือไล่แบบนั้นล่ะ แถมยังทำปากบอกว่า'ไปๆ'อีกด้วย

ฉันมองป้าอุไรด้วยความสงสัย และพอชะเง้อเข้าไปหลังป้ายชื่อร้านใหญ่ๆ ก็ต้องรีบเร่งฝีเท้าเปลี่ยนจุดหมายทันที

เจ๊จิ๋มกับลูกน้อง!!

"นั่นไงมะนาว พวกแกตามไป เอาดอกมาก่อนนะ!"

"ครับเจ๊!"

เท่านั้นแหละฉันก็ไม่รอช้า...สาวเท้าก้าวยาวๆ จนสุดท้ายวิ่งออกจากตรงนั้นทันที ขณะที่มีเสียงรองเท้าหนักๆตามหลังมาติดๆหลายคู่

ตึกๆ ตึกๆ ตึกๆ ตึกๆ~!

"อย่าตามมา! ไม่มีเงินให้หรอกนะ!" ฉันตะโกนบอก

"หยุดนะนังเด็กโง่ จ่ายดอกที่ยายแกติดไว้สามเดือนมา!"

"ไม่มี ไม่รู้เว้ย ไปทวงกับยายฉันเลย!"

ฉันแหกปากตะโกนกลับไป แต่ไม่กล้าแม้จะหันกลับไปมองด้วยซ้ำ กลัวพวกนั้นตามทัน กลัวว่าพวกมันจะฆ่าฉัน กลัวไปหมดทุกอย่าง

ฉันจึงเร่งฝีเท้าเร็วขึ้นๆ จนเสื้อกาวน์สั้นเปียกไปด้วยเหงื่อและกระโปรงพีชพริ้วตามลม ส่วนทรงผมช่างหัวมันเถอะ...มันกระเจิงตั้งแต่เห็นหน้าเจ๊จิ๋มแล้ว

"หยุด!"

"ไม่! หยุดก็โง่สิ"

"หยุด! เจ๊จิ๋มล็อกประตูบ้านแกไว้หมดแล้ว ถ้าไม่จ่ายดอก แกไม่มีที่ซุกหัวนอนแน่"

อะไรนะ?!!

ฉันสติหลุด...จนเหม่อนึกตามประโยคนั้น ก่อนที่ปลายเท้าจะสะดุดเข้ากับก้อนอิฐ ที่มันถูกรื้อขึ้นมาจากฟุตบาทจังๆ

จน....

"กรี๊ดดดดดดดด !"

เอี๊ยด!

ตุ๊บ!

ฉันล้มออกไปนอนกลางถนน ที่ข้างๆเป็นรถสปอร์ตหรูติดป้ายทะเบียนเบอร์ตอง และอีกนิดเดียว...นิดเดียวจริงๆมันก็ถึงตัวฉันแล้ว

"จับมัน!"

ฉันหันขวับไปตามเสียงทันที ก่อนที่จะเห็นลูกน้องเจ๊จิ๋มวิ่งมา และพยายามลุกขึ้นคลานหนี แต่พอคลานไปข้างหน้า ก็ต้องชะงักเงยขึ้นมองเบื้องบนทันที เพราะมีคนมาขวางทางไว้

"รถฉันไม่ได้เป็นอะไรใช่มั้ย?"

ฉันส่ายหน้ารัวๆปฏิเสธ อะไรอีกพอสักทีเถอะ! แค่หนี้ยายฉันก็จะตายอยู่แล้ว จนอยู่ๆผู้ชายคนนั้นจับแขนฉันฉุดลุกขึ้น และทำให้ลูกน้องเจ๊จิ๋มที่พึ่งมาถึงหยุดทันที

แต่ดีแล้วอย่าพึ่งมา...ขออยู่แบบนี้ก่อน เพราะสะดุดตากับความหล่อไม่ไหวแล้ว หน้าเขาหล่อมาก..และฉันก็คุ้นมากๆ เหมือนเคยเห็นในทีวีหรือข่าวซุบซิบการเมืองมาก่อน

และขณะที่ฉันคิดทบทวนใบหน้าฟ้าประทานนั้น ผู้ชายตรงหน้าที่จับแขนฉัน ก็ก้มลงมาถามว่า...

"เธอหนีอะไรมา?"

"นะ...หนีผู้ชายพวกนั้น มันทวงหนี้ฉัน ช่วยฉันด้วยค่ะ"

รู้แบบนั้น...เขาก็เงยขึ้นมองไปข้างหลังฉันทันที ก่อนที่จะอมยิ้ม จนฉันที่หลงในภวังค์ความเท่ห์ กระพริบตาปริบๆมองตาม

นาทีนี้อยากยื่นมือรับไมค์ ร้องเพลงแม่พุ่มพวงดวงจันทร์ชะมัด

~ อื้อฮื้อ หล่อจัง อะฮ้า หล่อจริง คู่ใครนะนิ้งเป็นบ้านี่แค่มองสบตา ห่างกันตั้งสี่วา อะฮ้าใจหายว้าบ~

"ส่งเด็กนั่นมาไอ้พี่ชาย! ยายมันค้างจ่ายดอกผมมาสามเดือนแล้ว"

"เท่าไหร่?" เขาถามกลับไปทันทีโดยไม่ฉุกคิด แถมยังปล่อยแขนฉัน ไปล้วงกระเป๋ากางเกงตัวเองอีกด้วย

"หกหมื่น ดอกสามเดือน"

"เดี๋ยวผมโอนให้" แล้วเขาก็เว้นช่วงหันมาที่ฉัน

"ส่วนเธอน่ะไปรอที่รถ...ฉันเคลียร์เงินเสร็จ ฉันจะไปส่ง"

ฉันยังงุนงง แต่ถึงอย่างนั้น...ก็ไม่ได้ปฏิเสธความหวังดี จึงปล่อยให้เขาเดินไปหาลูกน้องเจ๊จิ๋มที่หยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาส่งให้

ก่อนจะเดินไปขึ้นรถสปอร์ตหรู ที่เปิดไฟผ่าหมากไว้ริมถนน

หล่อ เท่ห์ ใจดี สปอร์ต! เหมาะที่จะส่งเสียค่าเทอมให้นักศึกษาแพทย์นามว่ามะนาว...

เลี้ยงหนูมั้ยคะ? หนูน่ารัก และเลี้ยงง่ายนะ

 

แล้วเมื่อฉันขึ้นมาบนรถ เอี้ยวหันไปเปิดกระเป๋าผ้า...ตั้งใจหยิบโทรศัพท์มือถือออกมาเสริชหาชื่อเสียงเรียงนามของผู้ชายคนนี้

ความสงสัยทั้งหมดทั้งมวลก็กระจ่างราวกับฟ้าประทานทันที เพราะฉันเห็นนามบัตรใบนึง วางไว้ที่คอนโซลรถใกล้ที่จุดบุหรี่

และหน้านามบัตร มันก็มีชื่อว่า..

อลัน อัครวัชร์ อัครบดินทร์สกุล

ว้าย!O_O

นามสกุลของตระกูลZER กรุ๊ป!

ฉันหันขวับมองชายหนุ่มผู้ใจดี สลับกับนามบัตรสามสี่ครั้ง ก่อนที่สุดท้ายจะพิมพ์เสริชชื่อ และหารูปถ่ายในกูเกิ้ลว่าหน้าตาตรงกันหรือไม่?

แต่ ตรง...เป๊ะ!

การแต่งตัวออกไปทางเพลย์บอย เซ็ทผมลวกๆ เสื้อเชิ้ตปลดกระดุมสองเม็ด และในข่าวก็มีภาพเปรียบเทียบความหล่อของสองพี่น้องอีก

จนทำให้ฉันรู้...

ว่าเขาคนนี้มีฝาแฝดที่หน้าคล้ายกันอยู่ชื่อเซอร์ อัครวิชญ์ อัครบดินทร์สกุล และคนๆนั้นก็ดูสุขุม เนี้ยบ แตกต่าง เพราะทุกรูป....ไม่มีรูปไหนยิ้มเลย

 

 

 

 

+++++++++++++++++++++++++

💁🏻‍♀️

คอมเมนท์ = กำลังใจมหาศาล

ผัวรวยคือทางออก นางเอกเราไม่บอบบาง ไม่โลกสวยนะเจ้าคะ !!!!

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ความคิดเห็น