facebook-icon Twitter-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชายาหนึ่งเล่มเกวียน ตอนที่9

ชื่อตอน : ชายาหนึ่งเล่มเกวียน ตอนที่9

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 279

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 12 ส.ค. 2563 10:59 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ชายาหนึ่งเล่มเกวียน ตอนที่9
แบบอักษร

 “หม่อมฉันขอหนอนกู่ด้วยเจ้าค่ะ” 

 

ตงไห่ที่เป็นคนถือขวดบรรจุหนอนเอาไว้มีท่าทางเลิ่กลั่ก ก่อนโม่หวังจิ้งพยักหน้าให้เป็นสัญญาณ ตงไห่จึงยอมยื่นขวดกระเบื้องให้หญิงสาวแต่โดยดี 

 

แต่ว่าสิ่งต่อไปที่สวี่หยู่เหยียนได้ลงมือทำต่อจากนี้ ทำให้ตงไห่อ้าปากพูดไม่ออกในขณะที่โม่หวังจิ้งเองก็รู้สึกขัดใจกับการกระทำของหญิงสาว 

 

จ๋อม.. 

 

หนอนตัวสีดำถูกโยนลงสระอาบน้ำขนาดใหญ่ ตัวของมันไม่ได้มีขนาดเล็กและน้ำในสระเองก็ใสแจ๋วจึงง่ายต่อการสังเกตเห็น สวี่หยู่เหยียนนำขวดกระเบื้องที่ว่างเปล่าบรรจุน้ำทิพย์ภายในแหวน ก่อนหยดมันลงในสระอาบน้ำ 

 

ติ๋ง... หยดแรกหนอนตัวสีดำไม่มีปฏิกิริยาใด 

 

ติ๋ง... หยดที่สองเจ้าตัวสีดำอวบอ้วนเริ่มเคลื่อนไหวได้ช้าลง 

 

ติ๋ง... หยดที่สามปฏิกิริยาของมันเหมือนกับตอนโดนน้ำทิพย์ของอ๋องหนุ่ม ใบหน้างานคลี่ยิ้มออกมาเมื่อสันนิษฐานของตัวเองได้ผล 

สวี่หยู่เหยียนไม่รอช้าได้หยดน้ำศักดิ์สิทธิ์ลงไปเพิ่มอีก 5 หยดตัวหนอนสีดำก็ได้แน่นิ่งพร้อมกับสลายหายไปแต่ค่อนข้างกินเวลาพอสมควร จากที่เธอลองจับเวลาดูมันใช้เวลาประมาณ10ลมหายใจถึงจะได้นิ่งและอีก10ลมหายใจกว่าที่มันจะสลายไปจนหมด แต่ก็สามารถเรียกได้ว่าประสบความสำเร็จ 

 

“สำเร็จ!!” หญิงสาวโพร่งออกมาด้วยความดีใจ 

 

โม่หวังจิ้งที่ยังไม่ค่อยเข้าใจในการกระทำของอีกฝ่ายเท่าไหร่นักก็อดที่จะถามขึ้นมาไม่ได้ “อะไรอย่างนั้นหรือ” 

 

สวี่หยู่เหยียนหันมายิ้มก่อนเอ่ยตอบ “หนทางในการแก้พิษเพคะ จากที่หม่อมฉันทดลองน้ำทิพย์ของหม่อมชั้นสามหยดเจือจางลงในสระนี้ประสิทธิภาพของมันเท่ากับน้ำทิพย์ที่พระองค์ถือครองอยู่แต่ก็ไม่อาจทำลายตัวหนอนกู่ได้ หม่อมฉันจึงลองหยดเพิ่มลงไปเรื่อยๆเป็นจำนวนห้า หยดผลลัพธ์ที่ได้คือสามารถสลายตัวหนอนกู่ได้สมบูรณ์เพียงแต่กินเวลาออกไปสักหน่อย” 

 

เมื่ออธิบายเสร็จสวี่หยู่เหยียนก็ยิ้มแห้ง ๆ ออกมาก่อนพูดต่อ “แต่เห็นที่ว่าท่านจะต้องเปลี่ยนน้ำนี่ใหม่เสียแล้ว เพราะมันอาจจะมีพิษหลงเหลืออยู่ก็ได้เพคะ” 

 

ตงไห่อ้าปากค้างอีกครั้งเมื่อได้ยินคำพูดที่ออกมาจากปากของหญิงสาวตรงหน้า นี่นางเปลี่ยนน้ำในสระนี้ให้กลายเป็นน้ำทิพย์ทั้งหมดเลยอย่างนั้นหรือ? 

 

โม่หวังจิ้งแอบรู้สึกผิดลึก ๆ ภายในใจที่ตนเองแอบระแวงหญิงสาวผู้นี้ ดูเหมือนว่านางจะนำน้ำทิพย์อันมีค่าออกมาละลายเล่นโดยไม่รู้สึกเสียดาย “แล้วเช่นนี้เราจะเริ่มการถอนพิษได้เมื่อไหร่” 

 

สวี่หยู่เหยียนคิดคำนวณก่อนเอ่ยออกไป “หม่อมฉันคิดว่าคงอีกในเร็ววันนี้เพียงแต่หม่อมฉันขอทดลองอะไรบางอย่างให้แน่ใจเสียก่อนเพคะ” 

 

“อืม... เช่นนั้นก็รบกวนเจ้าแล้ว” 

 

“ท่านอ๋องเพคะหม่อมฉันมีเรื่องอยากจะขอร้องพระองค์สักเรื่องหากหม่อมฉันสามารถถอนพิษให้พระองค์ได้เป็นผลสำเร็จ” สวี่หยู่เหยียนพูดขึ้น ก่อนที่ทุกคนจะก้าวเท้าออกไปจากห้องอาบน้ำ 

 

“ว่ามา” 

 

“หากหม่อมฉันเสร็จสิ้นภารกิจนี้ก็คงหมดประโยชน์ต่อพระองค์ ดังนั้นหม่อมฉันอยากทูลขอบ้านหลังเล็กสักหนึ่งหลังในพื้นที่ชนบทเพื่อที่หม่อมฉันจะได้ใช้ชีวิตอยู่ที่นั่นนับจากนี้เพคะ” 

 

“เหตุใดเจ้าจึงตัดสินใจเช่นนั้น” โม่หวังจิ้งถามอย่างสงสัย 

 

“ทูลท่านอ๋องหม่อมฉันได้ประกาศตัดขาดกับท่านพ่อและตระกูลสวี่ก่อนที่จะย่างเท้าเข้ามาในวังของพระองค์ ดังนั้นตอนนี้หม่อมฉันก็เปรียบดังคนไร้บ้านจึงได้ทูลขอที่พักอาศัยจากพระองค์เพคะ” 

 

โม่หวังจิ้งยืนเงียบเขามองพิจารณาหญิงสาวที่ร้องขอเพียงเรื่องเล็ก ๆ ภายหลังจากที่มีความชอบกับวังแห่งนี้ด้วยสายตาที่ยากจะคาดเดา “นั่นย่อมเป็นไปไม่ได้” 

 

“เพราะเหตุใดกันเพคะ” สวี่หยู่เหยียนถามด้วยความไม่เข้าใจ เธอขอเรื่องเล็กนิดเดียวเองนะ 

 

“เปิ่นหวางคิดว่าเจ้าน่าจะรู้คำตอบอยู่แล้ว” 

 

เมื่ออ๋องหนุ่มกล่าวออกมาเช่นนั้นสวี่หยู่เหยียนก็เริ่มมีท่าทางลนลานทันที “ท่านอ๋องเพคะนั่นย่อมเป็นไปไม่ได้หม่อมฉันไม่เหมาะสมกับตำแหน่งพระชายาของพระองค์เลยสักนิด” 

 

“เจ้าใช้สิ่งใดมาตัดสินว่ามันเหมาะหรือไม่เหมาะ” 

 

 

“ในตอนนี้หม่อมฉันไม่ได้เป็นบุตรสาวขุนนางแล้วนี่เป็นประการแรกที่หม่อมฉันคิดว่าไม่เหมาะสม ประการที่สอง ทั้งตัวท่านอ๋องและหม่อมฉันมิได้มีใจเสน่หาให้กัน อยู่กันไปก็รังแต่จะเป็นคนแปลกหน้าหม่อมฉันไม่อยากเป็นเช่นนั้นเพคะ และประการสุดท้ายหากท่านอ๋องทรงหายดีแล้วจะต้องมีบุตรสาวขุนนางมากมายที่ต้องการตกแต่งเข้ามาเป็นพระชายาหรืออนุของพระองค์ หม่อมฉันไม่ใช่สตรีใจกว้างถึงเพียงนั้นคงไม่อาจยอมรับได้เพคะ” ดวงตากลมโตเต็มไปด้วยความแน่วแน่และตั้งมั่นสบดวงตาของโม่หวังจิ้งไม่กะพริบ 

 

“เปิ่นหวางก็ไม่ใช่บุรุษใจกว้างเช่นกัน” 

 

พูดจบโม่หวังจิ้งก็เดินออกไปด้านนอกโดยที่ไม่หันกลับมามองหญิงสาวอีก สวี่หยู่เหยียนเดินทอดน่องจนกลับมายังที่พักของตนเองก่อนทิ้งตัวนอนลงบนเตียงอย่างหมดเรี่ยวแรง 

 

ฟู่ว... นึกว่าเมื่อกี้จะตายซะแล้ว สวี่หยู่เหยียนพึมพำในใจเมื่อครู่เธอรวบรวมความกล้าพูดความในใจทั้งหมดออกไปและเผลอคิดว่าเขาจะต้องตอบตกลงอย่างรวดเร็ว เพราะถ้าคาดเดาไม่ผิดสถานที่แห่งนี้นั่นการที่บุรุษจะมีภรรยาหลายคนนั้นไม่ใช่เรื่องแปลก แต่สำหรับเธอมันไม่ใช่...และประเด็นสำคัญคือเธอไม่ได้รักเขา คนไม่รักกันจะอยู่ร่วมกันได้ยังไงนั่นเป็นไปไม่ได้สำหรับเธอ 

 

แต่จะว่าไปตอนนี้เธอก็ไม่ต่างจากลูกไก่ในกำมือของอีกฝ่ายจะบีบนิดเดียวเธอก็คงตกตายได้อย่างง่ายดาย หรือถ้าเขาต้องการให้เธอรอดมันก็ง่ายดุจพลิกฝ่ามือ 

 

“พระชายาเพคะ สำรับมื้อกลางวันเพคะ” 

 

สวี่หยู่เหยียนยันตัวลุกขึ้นนั่งก่อนพูดออกไป “เราตกลงกันแล้วไม่ใช่หรือว่าหากอยู่เพียงลำพังขอให้เรียกข้าว่าคุณหนูน่ะ” 

 

สาวใช้คนใหม่ส่ายหน้า “ไม่ได้เพคะเมื่อครู่ท่านอ๋องเพิ่งสั่งกำชับมาว่าให้ปรนนิบัติกับท่านให้สมกับเกียรติพระชายาของชินอ๋องไม่ว่าจะต่อหน้าหรือลับหลังก็ตามเพคะ” 

 

เฮ้อ... หญิงสาวลอบถอนหายใจ “เอาเถอะแล้วเจ้าชื่ออะไร จินจูเล่าไปไหน” 

 

“เรียนพระชายาหม่อมฉันมีนามว่าจินลี่เพคะ จินจูนางกำลังเตรียมของว่าประเดี๋ยวคงตามมา” 

 

สวี่หยู่เหยียนพยักหน้าเบา “อืม... แล้วอีกสองคนด้านนอกเล่า” 

 

“คนที่มีไฝที่คอคือจินฮวา ส่วนอีกคนจินหลิงเพคะ” จินลี่ตอบพร้อมกับช่วยประคองเจ้านายสาวมานั่งยังโต๊ะสำรับอาหาร สวี่หยู่เหยียนที่เห็นอาหารบนโต๊ะก็เริ่มรู้สึกหิว แต่กินไปได้ไม่กี่คำก็รู้สึกอิ่มดูเหมือนร่างนี้ควรได้รับการบำรุงอย่างจริงจังเสียที แม้หน้าตาจะงดงามแต่ทว่าผอมแห้งเหลือแต่ก็ดูกก็คงไม่ไหว  

ความคิดเห็น