email-icon facebook-icon Twitter-icon Line-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ภูน้ำ ตอนที่ 6 : ช็อปผมอยู่ไหน

ชื่อตอน : ภูน้ำ ตอนที่ 6 : ช็อปผมอยู่ไหน

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 4.1k

ความคิดเห็น : 4

ปรับปรุงล่าสุด : 14 ก.ย. 2563 02:47 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ภูน้ำ ตอนที่ 6 : ช็อปผมอยู่ไหน
แบบอักษร

วันอังคาร 9:00

แดดออกเป็นส่วนมาก

29 °C l °F

โอกาสฝนตก 19 % 

ความชื่น 69 % 

ลบ. 10 กม./ชม. 

  

  

ผมอุตส่าห์จะเสพนมเย็นของผมให้มันดื่มด่ำสักหน่อย แต่เมื่อไปเจอคนที่ทำร้ายจิตใจของผมให้มันรู้สึกแปล๊บ ๆ ที่หัวใจ นมเย็นของผมก็ต้องเป็นหม้าย เพราะผมไม่มีอารมณ์จะดื่มต่อแล้ว ฮือ แต่ตอนนี้ถึงไม่มีอารมณ์ก็ต้องกิน 

ระหว่างที่ผมเดินออกมา จู่ ๆ ก็มีความคิดเพียงชั่ววูบขึ้นมา แค่ชั่ววูบเท่านั้น ผมคิดว่าถ้าเกิดพี่ภูวาเขาพูดดี ๆ กับผมบ้าง มันจะทำให้ผมรู้สึกพิเศษกว่าคนอื่นหรือเปล่า ทว่ามันก็เป็นแค่ความคิดเพ้อฝันของผมฝ่ายเดียว เพราะในความเป็นจริง มันไม่มีทางเป็นไปได้อยู่แล้ว พี่เขาคงพูดดีกับพี่ไออุ่น เด็กของเขาก็เท่านั้นแหละ เหอะ แล้วมึงจะมาคิดเรื่องของพี่เขาทำไมเนี่ย พอ ๆ เลิกคิด 

"เป็นไรมึง เดินหน้ามุ่ยมาเชียว" ไมโลถามเพื่อนตัวเล็กทันที ที่เดินมาถึงโซนม้านั่งของคณะ 

"เปล่า ไม่ได้เป็นอะไร" 

"แน่ใจ" 

"เออ แล้วนี่มานั่งทำไมตรงนี้ ไหนตอนแรกนัดกันที่ห้องเรียนไง" น้ำนิ่งถามออกไปด้วยความสงสัย เพราะไอ้ไมบอกไม่ต้องขึ้นเรียน ให้มาเจอกันที่โซนนั่งเล่น พอผมถามว่าทำไม มันก็เบี่ยงเบน บอกว่าผมมาถึงแล้วจะรู้เอง 

"อาจารย์เขายกคลาส เพราะแกพาน้องปิ๊กไปหาหมอ" 

"อาจารย์มีลูกแล้วเหรอวะ กูไม่เห็นรู้เรื่อง" ไปมีตอนไหนวะ อาจารย์นี่ไม่เบาเลยนี่หว่า 

"เออ มีแล้ว" 

"น่ารักไหม ผู้หญิงหรือผู้ชาย" 

"แต่จะบอกว่าผู้หญิงหรือผู้ชายไม่ได้ ต้องบอกเป็นตัวผู้หรือตัวเมียจะดีกว่า" 

"อ๋อ ที่แท้ก็เป็นน้องแมวนั่นเอง อยากจับ อยากฟัด ฮืออออ" ผมอยากเจอน้องปิกของอาจารย์จัง ถ้าเจอจะของหอมสักฟอด 

ไมโลเห็นเพื่อนทำหน้ามีความสุข ก็ไม่อยากจะไปขัดฟิลฟรุ้งฟริ้งของมัน ด้วยการที่จะบอกมันไปว่า น้องปิกที่ว่าน่ะ เป็นแมลงสาบ กลัวเพื่อนจะไม่อยากจับ อยากฟัดอีกต่อไป เขาบอกกันว่าเด็กสายศิลป์จะมีความคิดและจิตนาการไปมากกว่าเด็กสายวิทย์ แต่ทำไมเพื่อนผมมันเป็นเด็กสายวิทย์ ถึงได้จิตนาการล้ำเลิศไปกว่าเด็กสายศิลป์ไปได้ 

"เออ ๆ ไว้กูจะบอกอาจารย์ให้" 

"รักมึงที่สุด" ไอ้ไมแมร่งเป็นเพื่อนที่ดีที่สุดสำหรับผมจริง ๆ รักมัน 

เดี๋ยวถ้ามึงรู้ความจริงมึงคงเกลียดกูแน่นอน ฮ่า ๆ 

  

 ... 

  

ประกาศ ประกาศ ขอให้นักศึกษาคณะวิศวะปี 1 ไปรวมตัวกันที่ลานกิจกรรมของคณะ เพราะวันนี้จะเป็นการมอบเสื้อ มอบช็อปและเกียร์รุ่น ให้นักศึกษาปี 1 ทุกคนที่ผ่านการรับน้อง ขอให้ ๆ น้อง ๆ ทุกคนมาพร้อมกัน ณ บัดนี้ 

  

  

"ไม ไม ไม ไม ไม!" เมื่อได้ฟังประกาศ น้ำนิ่งจึงส่งเสียงเรียกไมโลเพื่อนของเจ้าตัวออกมาแบบนั้น ด้วยแววตามีความสุขเป็นประกายระยิบระยับในตอนนี้ 

"เออ ไอ้สัส พอไหม แล้วเป็นห่าอะไร เรียกแต่ชื่อกู" 

"กูดีใจ ที่กูจะได้ช็อปและเกียร์สักที กูจะได้ไม่ต้องใส่ชุดนักศึกษานี้อีกต่อไป กูจะหล่อเหมือนพี่ปีสูง ๆ แล้วโว้ยยยยยยย" น้ำนิ่งส่งเสียงออกมาอย่างไม่อายใคร เพราะตอนนี้เจ้าตัวหลับตาอยู่ จึงทำให้ไม่เห็นผู้คนที่กำลังมองมา 

"เออ ๆ รู้แล้วว่าดีใจ แต่ตอนนี้กูว่าเราควรไปก่อนดีไหม เพราะเขาจะไปกันหมดแล้วโว้ย" 

"เออ ๆ ไปดิ มึงแมร่งมัวชักช้าลีลา" น้ำนิ่งเอ่ยจบจึงรีบออกตัววิ่ง โดยไม่รอคนข้างหลังเลยสักนิด 

"กูหรือมึงกันแน่ที่ลีลา ไอ้น้ำ ไอ้สัส ที่อย่างนี้เร็วเชียวนะมึง รอกูด้วยไอ้ห่า วิ่งไวฉิบ" ไมโลวิ่งตามน้ำนิ่งออกไปด้วยความเร็ว 

  

 

  

ลานกิจกรรมคณะวิศวะ 

ลานอันกว้างขวางในตอนแรก แต่ตอนนี้กับเต็มไปด้วยจำนวนของนักศึกษาปี 1 ที่มีจำนวนมากกว่าทุกปี เพราะเป็นคณะที่มีคนยื่นเข้ามามากที่สุดในทุกคณะของมหาวิทยาลัย ปีนี้เลยเป็นปีแรกที่มีการเพิ่มจำนวนการรับ 

"ในเมื่อน้อง ๆ มาครบกันแล้ว พี่ขอเบิกตัวเฮดว๊ากปี 3 พี่ภูวาค่ะ" 

  

ฮือ ฮา เสียงพูดคุยดังขึ้นในกลามนักศึกษาปี 1 

  

มึงพี่เขามาทำอะไรวะ หรือว่าการที่เรียกพวกเรามาเพื่อลงโทวะ 

ใครไปทำอะไร หรือเปล่าเนี่ย 

  

"น้อง ๆ คะ เงียบก่อนนะคะ ที่เรียกมาในวันนี้มีแค่การรับช็อปกับเกียร์รุ่นเท่านั้นนะคะ ไม่มีการทำโทษแน่นอนค่ะ พี่เรียกตัวพี่ภูวาออกมา ก็เพื่อที่จะมาปิดการรับน้องอย่างเป็นทางการก็เท่านั้นเองนะคะ พี่บอกเลยจริง ๆ แล้วพี่ ๆ ปี 3 ทุกคน ใจดีมากเลยนะ พวกพี่เขาแค่ทำตามหน้าที่เท่านั้น ทีนี้เลิกกลัวพี่ ๆ เขาได้แล้วนะ ถ้างั้นขอเชิญพี่ภูวาอีกรอบค่ะ" 

เมื่อปี 2 ให้คิว ภูวาที่ยืนอยู่ข้าง ๆ เพื่อมองดูปี 1 จึงก้าวขาเดินออกไปทันที ท่ามกลางสายตาของเด็กปี 1 ที่มองตามมาไม่ขาดสาย แต่ก็มีไม่ดวงตาคู่ไหน ที่มันจะเด็นเท่ากับสายตาของมัน 

 

  

"สวัสดีปี 1 ทุกคน ผม ภูวา เฮดวาก ปี 3 ในวันนี้เป็นวันดี ที่ต่อไปนี้พวกคุณจะไม่ต้องเข้ารับน้องอีกต่อไป ตลอดเวลาที่เกิดรับน้องขึ้นมา มันอาจทำให้ปี 1 อย่างพวกคุณไม่พอใจพวกผม คอยสาปแช่งพวกผมต่าง ๆ นานา ผมเข้าใจในสิ่งที่พวกคุณสะท้อนออกมา เพราะต้นเหตุมันก็เริ่มมาจากพวกผม แต่ที่พวกผมทำไป ทำไปด้วยความหวังดี ไม่คิดร้ายกับพวกคุณเลยแม้แต่นิด พวกผมแค่อยากให้พวกคุณมีความสามัคคีรักใคร่ปองดองกัน เพราะปี 1 อย่างพวกคุณต่างมากันคนละที่คนละทาง มันยากมากที่จะทำให้พวกคุณสามัคคีกัน ถ้าไม่เกิดการรับน้องนี้ขึ้นมา ทั้งนี้ทั้งนั้น ผมในฐานะ เฮดว๊าก ปี 3 เป็นตัวแทนของว๊ากปี 3 ทั้งหมด!" 

 

  

เมื่อภูวาเอ่ยออกมา พี่ว๊ากปี 3 แต่ละคนออกเดินกระจายตัวกัน ไปล้อมรอบน้อง ๆ ปี 1 

"พวกผมขอโทษพวกคุณทุกคน ที่เคยทำให้พวกคุณเจ็บช้ำน้ำใจ ทางกายหรือจิตใจก็ตาม" 

"ทั้งหมด ขอโทษ!" 

"ขอโทษครับ ขอโทษครับ ขอโทษครับ!!!" สิ้นเสียงของภูวาพี่วากทุกคนก้มหัวขอโทษน้อง ๆ ด้วยเสียงที่ดังก้องกังวานอย่างใจจริง 

"ต่อไปนี้จะไม่มีคำว่าผมและคุณอีกต่อไป จะมีแต่คำว่าพี่กับน้องเท่านั้น ขอต้อนรับน้อง ๆ ปี 1 ทุกคนสู่คณะวิศวกรรมศาสตร์อย่างเป็นทางการครับ" 

  

โฮ่ วี๊ดวี๊ววววว 

ยินดีต้อนรับนะคะ 

ยินดีตอนรับนะครับ 

ตึ่ง ตึ่ง ตึ่ง เสียงตีกลอง 

  

สิ่งที่เฮดว๊ากพูดออกมาทำให้ปี 1 ทุกคนน้ำตาซึม แต่ไม่กล้าร้องออกมา เพราะอายพวกพี่ ๆ เขา จึงทำได้แค่ยิ้มให้หัวหน้าเฮดและพี่ว๊ากทั้งหมดด้วยรอยยิ้มที่มีแต่ความสุขและไม่ถือโทษโกรธ ในสิ่งที่พวกพี่เคยทำในตอนแรก 

"ซึ้งกันไปเลยใช่ไหม พี่ก็ซึ่งเหมือนกันค่ะ ถึงจะซึ้งเพียงใด แต่เราก็ต้องดำเนินกิจกรรมต่อไป จากนี้จะเป็นการมอบช็อปและเกียร์ให้กับน้องปี 1 ทุกคนขอให้ทุกคนยืนขึ้นตามรหัสที่พี่เรียก จากนั้นให้น้อง ๆ ทุกคนเดินไปยังหน้าพี่ว๊ากแต่ละคน เพื่อเป็นการรับช็อปและเกียร์รุ่นของน้อง ๆ ถ้าน้อง ๆ เข้าใจแล้ว การรับช็อปและเกียร์เริ่มตั้งแต่บัดนี้" 

"ขอเชิญ รหัส 101 – 120 ลุกขึ้นแล้วก้าวไปรับได้เลยค่ะ" หลังจากที่พี่ปี2 ประกาศปี 1 ทุกคนจึงเริ่มออกเดินไปรับช็อปและเกียร์ทันที 

  

จนทำให้คนที่มองดูอย่างน้ำนิ่งรู้สึกตื่นเต้นขึ้นมาปนดีใจนิด ๆ เมื่อพี่ภูวาไม่ได้แจกช็อป ถึงพี่เขาจะพูดดีในตอนแรก แต่คำพูดของเขายังไม่สามารถลบความแปล๊บ ๆ ในใจของผมได้ วันนี้ยังไม่พร้อมที่จะเผชิญหน้า ไว้วันอื่นก็แล้วกัน 

การแจกเสื้อช็อปและเกียร์ได้ดำเนินการมาเรื่อย ๆ จนมาถึง 20 คนสุดท้ายของคณะ และเผอิญที่น้ำนิ่งเป็นสุดท้ายพอดี เป็นคนสุดท้ายที่มีรหัสเป็นเลขตอง ไม่ใช่ตอง สอง นะ แต่เป็น ตองสาม ด้วยซ้ำ 

"ต่อไปเป็นแถวสุดท้ายแล้วเนาะ ขอเชิญ รหัส 979 – 999 ค่ะ" 

เมื่อถึงคราวของตนเองต้องออกไปรับ น้ำนิ่งจึงลุกขึ้นตามเพื่อนทันที จากนั้นจึงออกเดินไปยังพี่ว๊าก คนที่จะมอบช็อปให้กับผมคนหล่อคนนี้ น้ำนิ่งเริ่มออกเดินตามเพื่อน ๆ ไป แต่ละคนเริ่มไปยืนยัฃหน้าของพี่ว๊ากของตนเอง เหลือแต่ผมนี่แหละ ที่ยังไม่ได้ไปยืนเพราะแถวมันยาวพอสมควร แต่ไม่มีอะไรมันจะเกินความพยายามของไอ้น้ำคนนี้หรอก 

คนนี้คนที่ 19 งั้นต่อไปก็คนที่ 20 ซึ่งเป็นที่ของผมเอง มามะ รุ่นพี่ผมพร้อมแล้ว 

  

กรี๊ดดดดดดดดด 

  

'หือ เขากรี๊ดอะไรกันวะ' ด้วยความที่น้ำนิ่งสงสัยจึงหันไปดูข้างหลังทันที เผื่อจะมีดารามา แต่มันก็ไม่มี 

  

กูนิพพาน กูฟิน คู่ชิปของกูเขามอบช็อปให้กันด้วยแม่ 

  

ชิป ๆ อะไรของเขา จริง ๆ พวกเธอจะบอกว่าชิมใช่เปล่า แต่ช็อปมันชิมไม่ได้หนา 

  

"มึงจะเอาไหมช็อป จะเอาไหมเกียร์!" 

"……" ในระหว่างที่น้ำนิ่งมัวตกอยู่ในภวังค์ความคิดของตนเอง จึงทำให้ไม่ได้ยินที่ภูวาพูด จนทำให้คนยืนถือช็อปและเกียร์ยืนรอเก้อ 'เพราะมันมัวแต่ไปสนใจคนอื่น มึงกล้ามากที่เมินคำพูดกูเป็นครั้งที่สอง' 

"ในเมื่อกูจะยื่นให้แต่มึงไม่เอา งั้นก็ไม่ต้องเอา" ภูวาพูดจบ จึงเดินออกไปพร้อมกับช็อปและเกียร์ในมือของน้ำนิ่งด้วยอารมณ์หงุดหงิด 

 

  

  

หลังจากเฮดว๊ากเดินออกไป ทั้งบริเวณนั้นจึงเงียบกริบทันที แต่ก็ยังมีคนที่ไม่รู้เรื่องรู้ราวว่าตนเองไปสะกิดต่อมหงุดหงิดเข้าให้ 

"ไอ้น้ำ ไอ้น้ำ ไอ้เหี้ยน้ำ!" 

"สัส เรียกกูเสียงดังทำไมเนี่ยไอ้ไม ตกใจหมด" น้ำนิ่งพูดจบจึงหันกลับไปหาพี่วากทันที แต่พอหันไปกลับเจอแต่ความว่างเปล่า 

"อ่าว พี่ว๊ากเขาไปไหนแล้วอะ ไอ้ไม" 

"เขาไปแล้ว" 

"ห๊ะ! ไปแล้ว เขาไปได้ยังไง กูยังไม่ได้รับเลยนะ" 

"ก็พี่เขายื่นให้มึง แต่มึงมัวแต่ยืนฝันกลางวันอยู่นั่น เขาเลยโมโหเดินออกไปแล้ว" 

"เขาเป็นใคร กูจะได้ตามไปเอาถูก" พี่ว๊ากนี่เนาะ มีความอดทนหน่อยก็ไม่ได้ ตอนผมเข้ามาใหม่ ๆ ยังสอนให้อดทนเลย แต่พี่แม่งกลับทำไม่ได้ พี่โครตย้อนแย้ง 

"พี่เขาคือ เฮดว๊าก" ไมโลตอบเพื่อนผู้ที่เอ๋อมากกว่าใคร ๆ 

"อ๋อโอเค ฮะ…เฮดว๊าก" 

น้ำนิ่งเบิกตากลมโตทันที หลังจากที่ได้รู้ว่าใครเป็นคนมอบ แต่ทำไมในตอนแรกก่อนจะเดินมารับไม่เห็นมีพี่เขายื่นมอบเลยนี่ แล้วทำไมตอนนี้มันมี แต่การที่ผมต้องไปรับช็อปจากพี่ภูวามันถือว่าเป็นหายนะ ยิ่งไม่อยากเจอกับเจอ ทีตอนนั้นผมอยากเจอกลับไม่เจอ ฟ้านะฟ้า แกล้งกันใช่ไหม 

"เออ รีบตามไปก่อนที่มึงจะเป็นคนเดียวในรุ่นที่จะได้ใส่ชุดนักศึกษามาเรียน" 

"เออ เขาไปทางไหน" 

"เห็นไปทางซ้าย แต่ไม่รู้ว่าไปทางไหนนะ ลองตามไปดู" 

"เออ ๆ ขอบใจมาก" ช็อปจ๋า เกียร์จ๋า รอพี่น้ำก่อนนะ พี่น้ำจะไปหา 

  

ฟิ้ววววววววว ทันทีที่รู้ว่าภูวาไปทางไหน น้ำนิ่งจึงรีบวิ่งตามออกไปทันที แต่มหาวิทยาลัย นั่นแสนกว้างขวาง ผมไม่รู้จะไปทางไหนก่อนเลย เมื่อผมมาอยู่ตรงทางสี่แยกแบบนี้ 

'เอาวะสุ่ม ๆ เอาละกันถือว่าเป็นการทัวร์มหาวิทยาลัยไปในตัว สู้ เว้ย' เพื่อเกียร์และช็อปที่รัก แต่จะไปทางไหนก่อนดีวะ ทางนู้น ทางนี้ ทางนั้น หรือ ทางไหนก็ได้ที่ทำให้เรารักกัน แต่ผมว่าคงไม่มีทางหรอก กัดตัวเองเจ็บน้อยกว่าการที่คนอื่นมากัด เอาเป็นว่าผมไปทางซ้ายก็แล้วกัน เมื่อน้ำนิ่งเลือกทางที่ตนเองจะไปได้แล้ว จึงออกเดินทางทันที 

 

... 

  

ในวันที่พระอาทิตย์ยิ้มแฉ่ง ฉายแสงออกมาในเวลาใกล้ ๆ เที่ยงแบบนี้ แสดงว่าตอนนี้คุณทิตย์มีความสุขมากเลยใช่ไหม ถึงได้ขยันยิ้ม คุณสบายดีมันก็ดีอยู่หรอก แต่การที่คุณยิ้มออกมา มันทำให้ผมร้อนมากเลยนะรู้ไหม แม้ว่าคุณจะทำให้ผมร้อนยขนาดไหน ทว่าผมก็ยังชอบคุณทิตย์มากกว่า คุณฝนซะอีก ช่วยอยู่ฉายแสงแบบนี้ไปนาน ๆ นะครับ 

แฮ่ก ๆ น้ำนิ่งเดินไปหอบไป แม้สิ่งที่มโนขึ้นมาในใจ มันก็ไม่ได้ช่วยให้ความเหนื่อยทุเลาลงไปได้เลย เพราะคนตัวเล็กเดินไปเดินมา 3 ทางแล้ว แต่ก็ยังไม่พบเจอคนที่ตามหาเลยสักนิด 

ตอนนี้เหลือแค่ทางตรงหน้าของผมเพียงทางเดียวแล้วนะ หวังว่าผมจะเจอพี่นะ พี่ภูวา ถ้าเกิดไม่เจอผมต้องขอตัวกลับก่อน เพราะผมเริ่มง่วง เอาไว้ผมชาร์ตพลังมาเต็มที่แล้วเราค่อยเจอกันใหม่ 

"อีกแค่ทางเดียวเท่านั้น อีกแค่ทางเดียว" น้ำนิ่งพยายามปลอบใจร่างกายตนเอง เผื่อร่างกายจะฟังรู้เรื่องในสิ่งที่ผมกำลังจะสื่อออกไป 

"หือ" ป้ายบอกทางบอกว่า ทางข้างหน้านี้เป็นทางที่ไปคณะนิเทศได้นี่ หรือว่า พี่เขาจะไปอยู่ที่นั่น อืม คงงั้นแหละ ก็แฟนเขาอยู่นั่นนี่น่า ไปน้ำนิ่งลุย จะได้กลับหอไปนอนสักที 

คนตัวเล็กเริ่มก้าวขาของตนเองที่ตอนนี้ไม่มีแม้เรี่ยวแรงจะเดินต่อ เพราะร่างกายมันเหมือนจะไม่ไหว ดูจากเหงื่อที่ไหลลงมา จนเสื้อนักศึกษาเปียกปอนแนบเนื้อ แต่ใจมันบอกให้สู้ ให้สู้กับอะไรก็ไม่รู้ สู้ในสิ่งที่แม้แต่สมองเองก็ยังไม่เข้าใจ 

กึก "เหวอ" ในขณะที่น้ำนิ่งกำลังเดินด้วยอาการอ่อนล้า จึงไม่ได้มองทาง จนทำให้ไปสะดุด กับทางขึ้นฟุตบาท 

"ฮือ เจ็บแน่ ๆ เลย" คนตัวเล็กรู้ตัวว่ายังไงตนเองก็ต้องเจ็บ จึงยกแขนทั้งสองข้างมาไว้ข้างหน้าเพื่อกันการกระแทก แขนเป็นแผลไม่เป็นไร แต่หน้าเป็นแผลไม่ได้ น้ำนิ่งหลับตาปี๋ เพราะกลัว กลัวมากจริง ๆ แต่… 

 

  

  

 

  

  

เข้ามาพูดคุยกัน ได้ที่เฟซบุ๊ก : นักเขียน หน้าใหม่ ได้นะคะ 

สามารถเข้าไปเล่นแท็กในทวิตเตอร์ โดยใช้ 

#ภูวาน้ำนิ่ง 

ส่วนทวิตของไรท์ @Mousyy8893 

ไปเล่นกันเยอะ ๆ น๊า 

ช่วยคอมเมนต์และรีวิวเพื่อเป็นกำลังให้นักเขียนด้วยนะคะ 

  

  

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว