facebook-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : ตอนที่ 1 (II)

คำค้น : ทราฟชาม

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 11.2k

ความคิดเห็น : 28

ปรับปรุงล่าสุด : 02 เม.ย. 2559 20:08 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 1 (II)
แบบอักษร

 

 

 

 

 

 

ตอนที่ 1

 

 

 

 

2 ปีก่อน....

 

 

ตื่นได้แล้ว

 เสียงทุ้มพูดกระซิบข้างหูผมเบาๆ ก่อนจะเป่าหูผมมาด้วยนั่นทำให้ผมหลุดยิ้มออกมาทันทีเพราะผมแกล้งหลับอยู่ ผมลืมตามองหน้าเสี่ยน้อยที่มองหน้าผมยิ้มๆ

 

 

จุ๊บผมก่อนดิผมพูดขึ้นยิ้มๆ ก่อนจะทำปากจู๋ให้เสี่ยเขา เสี่ยน้อยยกมือขึ้นมาบีบปากผมไม่แรงมากนักแต่ริมฝีปากหนาก็กดจูบลงมาพร้อมกับขบเม้นเบาๆ ผมหน้าร้อนวูบวาบไปหมดไม่ชินกับการกระทำแบบนี้สักที ร่างสูงผละออกพร้อมกับลูบหัวผมเล่น

 

 

ไปอาบน้ำเถอะ เดี๋ยวจะไปทานข้าวกันที่บ้านใหญ่ เสี่ยน้อยพูดน้ำเสียงติดจะดุๆ ผมรีบลุกขึ้นนั่งบนเตียง ก่อนจะรีบวิ่งเข้าห้องน้ำ

 

 

เราแต่งงานกันแล้วแต่ยังอยู่คอนโดกันอยู่ เสี่ยเขาบอกว่ากำลังหาซื้อบ้าน ผมเรียบจบแล้วและผมก็ทำงานเป็นหมอตรวจโรคทั่วไปในโรงพยาบาลของพี่สยามที่เป็นพี่รหัสผม ส่วนเสี่ยน้อยเขาได้เป็นประธานบริษัทของครอบครัวเขาแทนพี่ทิชพี่ชายของเสี่ยน้อย เพื่อนๆ ผมต่างก็แยกย้ายกันไปเปิดคลินิกบ้างทำงานที่โรงพยาบาลไปด้วย เรามีความสุขดีกับชีวิตกันทุกคน

เสี่ยพาผมมาทานข้าวที่บ้านกับคุณหญิงแม่และครอบครัวเสี่ยเขา ผมนั่งลูบแหวนแต่งงานของตัวเองไปมาพร้อมกับหันไปมองหน้าเสี่ยยิ้มๆ ตอนนี้เรานั่งอยู่ในรถ

 

 

เดี๋ยววันนี้พี่หยุดนะ เราจะได้มีเวลาอยู่ด้วยกัน

ผมยิ้มกว้างทันทีที่ได้ยินเสี่ยเขาพูดแบบนั้น เสี่ยเขาเปลี่ยนการเรียกแล้วเพราะผมขอไว้ให้เขาพูดเพราะๆ เสี่ยเขาก็ยอมจนตอนนี้ติดเป็นนิสัยไปแล้ว

 

 

จริงหรอ มิน่าล่ะให้ผมลาหยุดวันนี้ผมพูดพร้อมทำปากยื่นนิดๆ ก็เสี่ยเขาให้ผมยกเวรให้เพื่อนร่วมงานไปส่วนเขาก็กักตัวผมพาเที่ยวไง แต่ก็ดีใจนะเพราะผมไม่ค่อยได้อยู่กับเสี่ยเขานานเหมือนแต่ก่อนแต่เราก็เข้าใจกันดีไม่ได้รู้สึกขาดอะไร

 

 

แล้วเสี่ยจะพาผมไปไหนล่ะวันนี้ ผมถามร่างสูงกลับ เสี่ยน้อยเอื้อมมือมาจับมือผมไปกุมไว้พร้อมกับบีบมันเบาๆ ความอบอุ่นที่คุ้นเคยทำให้ผมรู้สึกหัวใจพองโตอย่างน่าประหลาด

ไม่ว่าเวลาจะผ่านไปนานแค่ไหนผมก็รักเสี่ยเขาไม่เคยเปลี่ยน

 

 

เดี๋ยวจะพาไปดูบ้านแล้วก็ซื้อรถใหม่ ใช้คนนี้สอนชามขับรถ เสี่ยน้อยตอบกลับมา ผมเบิกตาขึ้นนิดๆ

 

 

เสี่ยพูดแล้วนะเว้ย ผมดักทางเสี่ยไว้ เพราะกว่าผมจะได้เรียนขับรถ นี่ผมก็รอมาหลายปีแล้วเสี่ยเขาไม่สอนผมสักทีและผมก็ไม่อยากให้ใครมาสอนนอกจากเสี่ยเขาหรอก คึคึ

 

 

จนกระทั่งเรามาถึงบ้านเสี่ยเขา ผมรีบเดินลงรถทันทีเมื่อเห็นนิวเยียร์วิ่งออกมารับ

 

หมับ!

หอมก่อน ผมพูดพร้อมยื่นแก้มให้นิวเยียร์หลานหัวเราะคิกคักใหญ่แต่ก็หอมแก้มผม ผมกอดนิวเยียร์ไว้แน่นๆ

 

 

อ้าก หายใจไม่ออก นิวเยียร์พูดขึ้นขำๆ พร้อมกับดันตัวผมออก นิวเยียร์เข้าโรงเรียนแล้วตอนนี้ก็อยู่อนุบาลหนึ่ง ผมปล่อยหลานให้เสี่ยเขาอุ้มเข้าบ้าน ผมรีบยกมือไหว้คุณหญิงแม่กับคุณพ่อทันที

 

 

สวัสดีครับผมพูดขึ้นยิ้มๆ

 

 

ไหว้พระเถอะลูก มาเร็วเราเตรียมอาหารไว้แล้ว คุณหญิงแม่รีบเข้ามาดึงแขนผมเข้าไปในห้องอาหาร ผมหันไปยิ้มให้เสี่ยเขา ครอบครัวเราก็ยังอบอุ่นเหมือนเดิม

 

เรานั่งทานข้าวกันไปคุยกันไปเหมือนทุกวัน

แล้วนี่จะเข้าไปดูบ้านตอนไหน คุณพ่อหันไปถามเสี่ยน้อย เสี่ยวางช้อนลงก่อนจะมองหน้าพ่อตัวเองกลับ

 

 

ทานข้าวเสร็จก็ไปครับ เสี่ยน้อยตอบกลับ ผมหันไปยิ้มให้คุณหญิงแม่ที่นั่งตรงข้ามกับเสี่ย

 

 

งั้นถ้ามีอะไรอยากได้เพิ่มก็มาบอก คุณพ่อบอกออกมาอีก เสี่ยน้อยพยักหน้ารับแค่นั้นเราก็เปลี่ยนไปคุยเรื่องอื่น เมื่อทานข้าวเสร็จผมก็ขอตัวนิวเยียร์ไปด้วยคุณหญิงแม่ก็ไม่ได้ว่าอะไร ผมให้นิวเยียร์นั่งด้านหลังหลานก็มองวิวตลอดทาง

 

 

แล้วเสี่ยตกแต่งบ้านเสร็จแล้วหรอ ทำไมไม่บอกผมเลยล่ะ ผมถามเสี่ยเขาขึ้นเมื่อเราเงียบกันทั้งรถ

 

 

เซอร์ไพรส์ไง เสี่ยน้อยตอบกลับพร้อมหัวเราะในลำคอ ผมเบะปากให้เขาเล็กน้อย

 

 

แล้วเราจะย้ายเข้าไปอยู่วันไหนดีล่ะ ผมอยากไปอยู่แล้วเบื่อคอนโด ผมพูดออกมาตามความจริง อีกอย่างบ้านเราก็อยู่ในเมืองอยู่แล้วไม่มีปัญหาเรื่องไปกลับที่ทำงานผม

 

 

ไปถึงก่อนค่อยคุยเรื่องนี้อีกทีเสี่ยน้อยตอบกลับมาเสียงเรียบผมก็ไม่ได้ถามอะไรต่อ จนเรามาถึงบ้านหลังใหม่ที่เป็นสไตล์โมเดิร์นเรียบๆ แบบที่เสี่ยเขาชอบ ผมรีบจูงมือนิวเยียร์เข้าไปดูภายในบ้านทันทีกลิ่นบ้านใหม่ลอยฟุ้งไปหมด เสี่ยน้อยเดินตามเข้ามา ผมมองชุดโซฟาที่เป็นสีน้ำตาลผมกับนิวเยียร์รีบเด้งตัวขึ้นไปนั่งทันทีก่อนจะหัวเราะออกมาพร้อมกัน

 

 

เออ ผมต้องบอกที่บ้านให้มาขึ้นบ้านใหม่ด้วยนะ มันเป็นประเพณีผมจะได้ไม่ต้องเจออะไรแปลกๆ ผมพูดบอกเสี่ยน้อยเขาเมื่อนึกขึ้นได้

 

 

เหมือนพ่อแม่เราจะคุยกันแล้ว เสี่นน้อยพูดพร้อมกับกวักมือเรียกให้ผมเข้าไปดูห้องนอน

 

 

มาเร็วนิวเยียร์ ผมเรียกหลานที่เอาแต่นอนเล่นอยู่บนโซฟา

 

เราเข้ามาดูห้องนอนที่กว้างมากกว่าห้องอื่นๆ

เก็บเสียง จู่ๆเสี่ยน้อยก็หันมาบอกผม ผมหน้าเห่อร้อนทันทีที่รู้ว่าเขากำลังสื่ออะไรก่อนจะทุบอกร่างสูงไปหนึ่งที

 

 

คนอะไรหื่นชะมัดเนาะนิวเยียร์ผมหันไปพูดกับหลานด้วยความขัดเขิน

 

 

น้าชามเขินใช่มั้ยล่ะครับ นิวเยียร์ล้อผมยิ้มๆ ผมจิ๊ปากเล็กน้อยที่หลานชายเสี่ยเขาเริ่มจะเหมือนเสี่ยเข้าไปทุกวัน เราเดินสำรวจบ้านไปทั่วและผมก็ถูกใจสวนหลังบ้านมากเพราะมันกว้างและมีเปรให้นั่ง เหมือนหลบเมืองหลวงเข้าไปในป่ายังไงยังงั้น มีทุกอย่างครบแต่ยังไม่ประกอบเป็นรูปเป็นร่างเราจะรอให้ครอบครัวผมมาขึ้นบ้านใหม่ก่อนและเสี่ยเขาก็จ้างแม่บ้านมาดูแลทุกวัน

 

 

ผมจะขึ้นบ้านใหม่ฉบับภาคอีสานบ้านเกิดผมนั่นก็คือแห่พราหมณ์ ค่อนข้างที่จะเก่าแก่หน่อยแต่ก็เป็นสิ่งที่ดี เสี่ยเขาคงไม่รู้ว่าต้องทำยังไงแต่ถึงวันน่าจะได้รู้แล้วถ้าเราทำเราจะนำแต่สิ่งดีๆเข้าบ้าน

 

แล้วสรุปเราย้ายเข้ามาอยู่วันไหนล่ะเสี่ย ผมเดินกลับเข้ามาในบ้านก่อนจะถามร่างสูงที่กำลังสำรวจทุกจุดของบ้านอย่างถี่ท้วน

 

 

น่าจะราวๆอีกหนึ่งอาทิตย์ได้ เสี่ยตอบก่อนจะหันมายิ้มให้ผม ผมพยักหน้ารับ

เรากลับไปส่งนิวเยียร์ไว้บ้านคุณหญิงแม่ท่านก่อนจะขับรถไปดูรถคันใหม่ไว้ก่อนและเสี่ยเขาก็จะสอนผมขับรถ

++

 

เราเข้ามาในร้านรถหรูที่เสี่ยเขาเลือกมาให้ผมโดยเฉพาะร้านนะไม่ใช่รถเพราะรถคันใหม่เสี่ยจะเอาไปขับคันเก่าก็ให้ผมลองถ้าชนมาก็เละแค่นั้น ไม่เป็นไรสามีผมรวย หึหึ

เชิญทางนี้เลยครับ พนักงานพูดบอกเรา ผมกับเสี่ยเดินเข้าไปด้านในโชว์รูม ผมมองรถยุโรปมากมายเต็มไปหมดและผมก็เลือกไม่ถูก

 

 

เสี่ยมันราคาล้านขึ้นเลยนี่ ไหวหรอ ผมหันไปถามร่างสูงที่เดินดูอยู่ข้างๆผม

 

 

เล็กน้อยน่า เสี่ยน้อยตอบกลับมา ผมเบะปากใส่เขาทันที แน่ล่ะเขามันท่าน CEO เลยนี่นา เราคุยกับพนักงานอยู่นานกว่าจะได้สเปกที่ชอบ เสี่ยเขาตรวจสอบทุกอย่างดีมากผมได้แค่มองตาปริบๆเท่านั้น

 

 

ขอบคุณมากเลยนะครับ พนักงานพูดบอกเราเมื่อเราเดินออกมาจากร้าน

 

 

เสี่ยจะพาผมไปไหนต่อผมพูดพร้อมกอดเอวหนาไว้แน่นเสี่ยตวัดวงแขนมาโอบไหล่ผมไว้ทันทีเราเดินกลับไปที่รถ

 

 

เดี๋ยวจะพาไปหาที่โล่งๆหน่อย เตรียมใจไว้ล่ะ เสี่ยน้อยพูดขึ้นขำๆก่อนจะเปิดประตูรถให้ผม ผมมองค้อนเขาไปหนึ่งทีก่อนจะขึ้นรถ เสี่ยน้อยขึ้นรถเสร็จเขาก็ออกรถพาผมออกไปนอกเมืองเพื่อขับรถโดยเฉพาะ เราสองคนปิดโทรศัพท์มือถือไว้ด้วยเดี๋ยวมีคนโทรเข้ามาขัดจังหวะ

 

 

เมื่อเรามาถึงลานกว้างๆที่เขาทิ้งที่ดินร้างไว้ ผมก็เปลี่ยนขึ้นไปนั่งแทนที่เสี่ยเขา เสี่ยน้อยเปิดประตูขึ้นรถด้านข้างคนขับแค่นั้นหัวใจผมก็เต้นถี่ระรัวด้วยความตื่นเต้น

นี่เกียร์ นั่นเบรก และนั่นก็คันเร่ง เป็นเกียร์ออโต้ไม่น่าจะมีปัญหาขับง่ายๆแค่ฟังที่พี่พูดโอเคมั้ย เสี่ยน้อยร่ายยาวออกมาทันที ผมพยักหน้ารับช้าๆก่อนจะหันไปขอกำลังใจจากเสี่ยเขา

 

 

จุ๊บ

ริมฝีปากเราสัมผัสกันไม่ได้ล้วงล้ำแต่อย่างใด ผมยิ้มเขินๆเมื่อเจอสายตากรุ่มกริ่มของเสี่ยน้อย จู่ๆเขาก็หยิบกล้องขึ้นมาถ่ายรูปเก็บไว้อีกแล้วตอนไปเที่ยวเขาชอบแอบถ่ายรูปผมอ่ะแล้วมันโคตรจะตลกเลย ผมหันไปยิ้มให้กล้องจนลืมไปว่าตัวเองต้องขับรถ

 

 

สตาส์ทรถ เสี่ยน้อยพูดด้วยน้ำเสียงขู่เล็กน้อยนั่นทำให้ผมต้องทำตามจากที่คอยๆสังเกตมามันก็ไม่น่าจะยากอะไร

 

 

ผมเข้าเกียร์ตามที่ร่างสูงบอกทุกอย่างลองเหยียบคันเร่งไปนิดหน่อยรถก็เคลื่อนไปช้าๆ หัวใจผมเต้นระรัวกลัวว่าจะเหยียบเบรกผิด

 

อย่ามองขนาดนั้น มองแค่ทางข้างหน้าก็พอ เสียงเข้มพูดขึ้นรอบที่เท่าไหร่ก็ไม่รู้เมื่อผมเอาแต่ก้มมองเกียร์ตอนที่จะเข้าเกียร์ ผมหันไปยิ้มแหยๆให้ร่างสูงเสี่ยน้อยหน้านิ่งไปทันที

 

 

บอกให้มองทางข้างหน้า คราวนี้ผมรีบหันกลับไปตั้งใจขับรถแบบจริงๆจังๆเมื่อเสี่ยเขาเริ่มองค์ลงแล้วและผมก็เข้าใจว่าทำไมเขาถึงกลัวว่าผมจะโกรธเขา

 

 

 

ก็ผมตื่นเต้นนี่หวา ผมพูดพึมพำกับตัวเองได้ยินเสียงหัวเราะจากคนด้านข้างพอให้ได้ยิน ผมยู่ปากเล็กน้อยก่อนจะเริ่มฟังสิ่งที่เสี่ยเขาบอกออกมาอีกหลายๆอย่าง

 

 

จนห้าโมงเย็นเสี่ยน้อยถึงได้พาผมกลับวันนี้ผมก็เริ่มเรียนรู้หลายๆอย่างเหลือแค่ต้องลองสนามจริงเท่านั้น นี่ถ้าขับบนถนนมีรถผ่านเร็วๆผมต้องตกใจจนสะดุ้งแน่ๆ เสี่ยเขาบอกกฎจราจรมาบ้าง บอกเกี่ยวกับป้ายบอกออกมาหมดจนผมจำได้แค่บางอัน แต่ก็เออออตามเสี่ยไปก่อนไม่งั้นมีหวัง ซวยแน่ครับกู

 

 

เรากลับเข้ามาในคอนโดเสี่ยน้อยก็เป็นคนทำอาหาร บอกเลยว่าเราเรียนรู้จากในอินเตอร์เน็ตเท่านั้นและเสี่ยเขาก็เป็นคนทำไม่ใช่ผม

เสี่ยอยากกินลาบว่ะ ทำเป็นป่ะ ผมพูดขึ้นกวนๆตอนที่ร่างสูงกำลังเปิดตู้เย็นดูของสด

 

 

หัดทำเองสิ คำตอบของเสี่ยเขาทำให้ผมถอนหายใจออกมาทันที

 

 

แล้วนี่เสี่ยจะทำอะไรให้ผมกินอ่ะ ผมถามเมื่อร่างสูงเดินถือพวกผักและเนื้อออกมาจากตู้เย็นเขาทำได้คล่องมากและดูเป็นพ่อครัวมาก ผมบอกเลยเนี่ยสามีผมเอง

 

 

สุกี้ กินมั้ยล่ะผมรีบหยักหน้าตอบเสี่ยเขาไปทันที ผมได้แต่ยืนมองเสี่ยเขาทำอาหารมีบ้างที่เข้าไปกวนแต่จะโดนไล่ออกมาตลอดจนผมต้องมานั่งเล่นมือถืออยู่บนโต๊ะอาคาร

 

คลืด....

 

ไลน์ไอ้ปอนทักผมมาผมเปิดดูก็ต้องเบะปากใส่มันทันทีเพราะมันส่งรูปคู่กับพี่พิ้งค์มาให้มันพาพี่พิ้งค์ไปเที่ยวญี่ปุ่นทำตัวป๋ามากทีกับเพื่อนไม่มีทางหรอกครับ ส่วนไอ้พัดแม่งก็ทำงานหนักมากขึ้นเพราะเมียมันค่อนข้างโหดหน่อย ไอ้ฟิกก็ไปได้ดีกับไอ้อชิเหมือนพวกมันจะได้ย้ายไปอยู่ด้วยกันแล้วอันนี้ผมว่ามันแปลกสำหรับคู่พวกมันอยู่นะ เพื่อนๆเสี่ยน้อยเขาก็เริ่มแยกย้ายกันไป จะมีแค่พี่เฟสกับไอ้น็อต และก็พี่วิลกับพลัส เท่านั้นที่อยู่ไทย พี่โคม่ากับพี่วินจะเทียวไปมากับอิตาลีตลอด ส่วนพี่ริโซ่นี่ตามแทนกลับอังกฤษเพื่อให้เมียเรียนจบค่อยกลับมาอยู่ไทย ดูลงทุนกันมากๆครับแต่ละคน มีแค่ผมกับเสี่ยที่แต่งงานกันแล้วและอยู่เป็นหลักเป็นแหล่งที่สุด เสี่ยเขาเองก็ไม่ค่อยได้ไปทำงานต่างประเทศนักหรอกจะมีแค่พาผมไปเที่ยวเท่านั้น

 

 

แต่เรื่องอนาคตใครจะรู้ เสี่ยเขาเริ่มมีงานรัดตัวมากขึ้น ผมก็พยายามเข้าใจพยายามปรับตัว มันแตกต่างจากช่วงที่เราเรียนอยู่มากๆ ผมได้คนไปรับไปส่งตลอดแต่ตอนนี้ผมกำลังหัดขับรถแล้วขับไปทำงานเอง เป็นสัญญาณเลยว่าผมต้องทำอะไรหลายๆอย่างด้วยตัวเอง

 

 

เสียงวางถ้วยสุกี้บนโต๊ะทำให้ผมละมือจากโทรศัพท์หันมาสนใจเสี่ยน้อยแทน เสี่ยเป็นคนเสิร์ฟทุกอย่าง

กินตอนเย็นเชื่อเลยว่าปวดท้อง ผมพูดขึ้นขำๆ

 

 

คนแถวนี้มากกว่าที่ปวด

ผมยู่ปากใส่เสี่ยเขาทันที

 

 

เออ เดี๋ยวมะรืนนี้ผมมีเคสหนักแน่ๆอ่ะ ผมอาจจะได้อยู่เวรดึกเสี่ยว่าไง ผมต้องถามเสี่ยเขาก่อนเพราะเสี่ยไม่ชอบให้ผมอยู่เวรดึกๆผมเลยได้เข้าเวรแค่ช่วงเช้า

 

 

อย่าดึกมาก เสี่ยตอบกลับมาแค่นั้นสีหน้าก็เครียดเหมือนเดิม ไม่รู้จะห่วงอะไรมากมาย

 

ผมมีพี่หมออยู่ด้วยไม่เป็นอะไรหรอกน่า

 

นั่นแหละยิ่งน่าเป็นห่วง

 

ผมเหวอไปเลยเมื่อได้ยินแบบนั้น

 

หึงก็บอก ผมพูดขึ้นยิ้มๆ มองหน้าเสี่ยล้อๆ ใบหน้าหล่อเหยียดยิ้มที่มุมปากทันที

 

ไม่อยากให้หึง ?” คำถามของเสี่ยเล่นเอาผมพูดไม่ออกเลยทีเดียว

 

เสี่ยไม่อยากหึงเองมากกว่าใช่ป่ะ

 

ดูเหมือนเรากำลังจะทะเลาะกันแต่เปล่าเลยครับ เรากวนกันแรงๆแบบนี้ตลอด ผมไม่โกรธผมลดอาการงี่เง่าของตัวเองลงมากคงเพราะเราไม่ค่อยมีเวลาให้กันด้วยมั้งเลยต้องทำทุกวินาทีให้มีค่า

 

อ้ะ ป้อน ผมพูดพร้อมคีบลูกชิ้นไปจ่อที่ปากเสี่ยเขา เสี่ยน้อยอ้าปากรับดีๆก่อนจะยกยิ้มมาให้ผมนิด ๆ

 

อร่อยป่ะผมถามเสี่ย แต่ใบหน้าหล่อกลับขมวดคิ้วทันที

 

ไม่ว่ะ เสี่ยน้อยตอบกลับมาเสียงเครียดแต่ลุกชิ้นในปากถูกกลืนลงท้องไปแล้ว ผมกรอกตาใส่ร่างสูงทันที

เดี๋ยวนี้เสี่ยแม่งโคตรกวนเลย แต่ก่อนกวนแล้วแต่ตอนนี้กวนเพิ่มขึ้นอีก!

 

 

อ้าปากสิ เสียงทุ้มพูดขึ้นยิ้ม ๆ ผมหรี่ตามองหน้าร่างสูงทันทีก่อนจะอ้าปากรับลูกชิ้นที่เสี่ยป้อนคืน นี่เขาเรียกว่าง้อรึเปล่าวะเนี่ย หึหึ ผมเคี้ยวจนละเอียดก่อนจะกลืนลงท้องด้วยใบหน้ายิ้ม ๆ

 

เดี๋ยวตอนเย็นพรุ่งนี้พาไปว่ายน้ำ ไปมั้ย

 

ไปๆ ผมรีบพยักหน้าตอบกลับไปทันทีเมื่อเสี่ยถาม ร่างสูงก็พยักหน้ารับมาให้ เราลงมือกินสุกี้กันจนหมดก่อนจะช่วยกันล้างและผลัดกันอาบน้ำทีละคน

 

ผมนอนรอเสี่ยอยู่บนเตียงนั่งกดโทรศัพท์ไปเรื่อย ไม่นานร่างสูงก็ออกมาแต่งตัวจนเสร็จผมก็รีบนั่งเช็ดหัวให้เสี่ยเขาเหมือนทุกๆวัน

 

หัวเริ่มล้านแล้วแน่เลย รวยๆ ผมพูดขึ้นขำๆ ก่อนจะลูบผมที่ปรกหน้าผากเสี่ยขึ้น มือหนายกขึ้นมาจับมือผมออกทันที

 

เสี่ยอายหรอวะ แค่นี้เอง ผมพูดไปหัวเราะไป มันขำจนผมต้องรีบยกมือขึ้นปิดปาก เสี่ยน้อยหันมามองหน้าผมดุๆ ก่อนจะจับมือผมออกจากปาก ริมฝีปากร้อนของเสี่ยกดจูบลงบนริมฝีปากผมหนักๆอย่างหมั่นเขี้ยวจนผมต้องเบี่ยงหน้าหลบ

 

แสบจริงๆเลย คำพูดของเสี่ยน้อยยิ่งทำให้ผมหัวเราะออกมาดังมากกว่าเดิม แต่ก็ต้องรีบมุดที่นอนหนีเพราะเสี่ยแม่งเอะอะจูบปิดปากผมตลอด!

 

เสี่ยง่วงแล้ว ผมพูดขึ้นพร้อมหอบออกมานิดๆ ตัวผมถูกรวบเข้าไปกอดไว้แน่นผมได้ทีก็นอนทับหน้าอกแกร่งของร่างสูงไว้ทันที

 

นอนเถอะ เดี๋ยวดูทีวีอีกสักหน่อย ผมพยักหน้าอยู่บนอกเสี่ยเขายิ้มๆ ก่อนจะหลับตาจับผ้าห่มขึ้นมาห่มให้เราด้วย

 

 

ฝันดี เสียงทุ้มดังอยู่ข้างๆหูผม น้ำเสียงเสี่ยเขาอ่อนโยนแบบนี้ทุกคืน

ผมยิ้มออกมาน้อยๆเพราะตอนนี้ตาแทบจะปิด ก่อนจะรับรู้สัมผัสอุ่นนุ่มที่หน้าผากผมก็เผลอหลับไปทันที

 

 

************

 

เหมือนกำลังอ่านนิยายเรื่องใหม่ ฮุฮุ T___T อย่าคิดมากกันนะคะ สู้ๆค่ะ (?)

 

TBC.

 

 

 

 

ความคิดเห็น