facebook-icon Twitter-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชายาหนึ่งเล่มเกวียน ตอนที่8

ชื่อตอน : ชายาหนึ่งเล่มเกวียน ตอนที่8

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 272

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 11 ส.ค. 2563 11:20 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ชายาหนึ่งเล่มเกวียน ตอนที่8
แบบอักษร

 อีกด้าน... 

 

สวี่จินถูหรือที่ทุกคนรู้จักกันในตำแหน่งเสนาบดีฝ่ายขวา แม้วันและเวลาจะช่วงชิงวัยหนุ่มแต่สวี่จินถูที่มีอายุสี่สิบแปดปีก็ยังคงมีเค้าโครงความหล่อเหลาในวัยหนุ่ม แต่ทว่าในตอนนี้สวี่จินถูกกลับมีใบหน้าที่เต็มไปด้วยความกลัดกลุ้ม 

 

ไม่น่าเชื่อว่าบุตรสาวของอดีตภรรยาที่ตัวเขาเคยรักมากจะประกาศกร้าวว่านับจากนี้ตัวของนางไม่ใช่คนของตระกูลสวี่อีก เขายอมรับว่าที่ผ่านมาตนเองนั้นรู้สึกผิดหวังกับมารดาของนาง จึงได้ทอดทิ้งและละเลยบุตรสาวอันเคยเป็นดั่งแก้วตาดวงใจ ทั้งที่ภายในใจของเขาเองก็รู้อยู่เต็มอกว่าบุตรสาวของตนนั้นไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับสิ่งที่เกิด 

 

แต่ไม่ว่าจะอย่างไรเขาก็ไม่อาจเห็นใบหน้าที่แทบถอดพิมพ์เดียวกับหยางเหมยซือมารดาของนางได้ 

 

ตัวเขาทำงานอย่างหนักในวังหลวงเป็นเวลาหลายวันติดกัน พอกลับมาก็ทราบข่าวว่าบุตรสาวคนเล็กถูกส่งตัวไปยังวังชินอ๋องเป็นที่เรียบร้อย แม้ว่าอยากจะระบายโทสะใส่ฮูหยินเอกของตนในยามนี้แต่ก็ไม่อาจแก้ไขอะไรได้อีก อย่างน้อยหากนางไม่รอดชีวิตแบบเดียวกับหญิงสาวคนอื่นความอัดอั้นภายในใจของเขาและนางคงได้รับการปลดปล่อย 

 

“นายท่านขอรับ จะให้ส่งคนไปรับร่างของคุณหนูเล็กหรือไม่ขอรับ” 

 

สวี่จินถูโบกมือปฏิเสธ “ในเมื่อนางกล่าวมาเช่นนั้นก็ไม่จำเป็นต้องส่งรถไป” 

 

ยังไม่ทันที่สวี่จินถูจะกล่าวจบประโยคดีร่างของสตรีวัยกลางคนรูปร่างอรชร แต่งกายดูดีงดงาม ใบหน้าเกลี้ยงเกลาสมกับช่วงวัยเดินตรงเข้ามาด้วยรอยยิ้มประดับบนใบหน้า “เกิดอะไรขึ้นอย่างนั้นหรือเจ้าคะท่านพี่” 

 

“ไม่มีอะไร แค่ศพของหยู่เหยียนจะไม่ถูกส่งกลับมา” 

 

ฟ่านม่านหลิวแสร้งยกมือขึ้นปิดปากพร้อมกับอุทาน “ไม่จริงใช่หรือไม่เจ้าคะ ท่านพี่อย่างไรเหยียนเอ๋อร์ก็เป็นบุตรสาวของท่าน ท่านอ๋องทรงทำเช่นนี้ไม่เกินไปหรือเจ้าคะ” 

 

“ไม่ใช่เจ้าหวังให้เป็นเช่นนั้นหรือ?” สวี่จินถูพูดขึ้นอย่างดูแคลน “อย่าคิดนะว่าข้าไม่รู้แผนการที่เจ้าวางยาหยู่เหยียนแล้วส่งนางไปแทนบุตรสาวของเจ้า ที่ผ่านมาข้าหลับตาลงข้างหนึ่งแกล้งมองไม่เห็นกับสิ่งที่เจ้ากระทำต่อบุตรสาวคนเล็ก แต่ข้าไม่คิดจริง ๆ ว่าเจ้าจะกล้าทำเรื่องนี้ลับหลังข้า” 

 

ฟ่านม่านหลิวคุกเข่ากระแทกพื้นจนเกิดเสียง “ท่านพี่ ที่ข้าทำไปทั้งหมดก็เพื่อครอบครัวของเราทั้งสิ้น หรือว่าท่านจะให้ส่งหรานเอ๋อร์ของเราไปอย่างนั้นหรือเจ้าคะ” 

 

สวี่จินถูรู้สึกหนักอึ้งภายในใจราวกับมีใครยกก้อนหินมาทับไว้บนอก “เจ้าออกไปเถอะข้าอยากอยู่เพียงลำพัง อีกสามวันจัดพิธีเคารพศพให้เยียนเอ๋อร์ด้วย” 

 

ฟ่านม่านหลิวแม้จะไม่พอใจ แต่ก็รับคำโดยดีเพราะในที่สุดนางก็ได้กำจัดเสี้ยนหนามในชีวิตออกไปจนหมด คนตายนั้นพูดไม่ได้เพียงเท่านี้ความลับที่นางเก็บเอาไว้ก็จะถูกฝังกลบไปตลอดกาล 

 

“ท่านแม่” 

 

สวี่ซินหรานรีบเดินตรงเข้าไปหามารดาเมื่อเห็นว่ามารดาออกมาจากห้องหนังสือของบิดาแล้ว “หรานเอ๋อร์ ไปคุยกันที่เรือนของแม่เถอะ” 

 

“ท่านพ่อตำหนิท่านแม่หรือเจ้าคะ” สวี่ซินหรานรีบถามมารดาเมื่อเข้ามายังด้านใน 

 

ฟ่านม่านหลิวตบหลังมือของบุตรสาวเบา ๆ ก่อนจะปรากฏรอยยิ้มกระจายทั่วใบหน้า “ท่านพ่อของเจ้าไม่กล้าตำหนิแม่มากนักหรอกอย่าได้กังวลไป” 

“เหอะ... ท่านพ่อจะตำหนิไปใยอย่างน้อยถ้าต้องเลือกระหว่างข้ากับนังหยู่เหยียนคนที่สมควรถูกส่งไปควรจะเป็นมัน” สวี่ซินหรานกล่าวออกมาอย่างไม่พอใจ 

 

“ถูกต้อง หรานเอ๋อร์ของแม่ฉลาดยิ่งนักต้องเป็นหยู่เหยียนที่ถูกส่งออกไปไม่ใช่เจ้า” 

 

“แล้วพี่ชายรู้เรื่องหรือยังเจ้าคะ” สวี่ซินหรานถามมารดา 

 

“ยัง... ต่อให้เขารู้แต่ก็ไม่อาจทำอะไรได้ พี่ชายเจ้าก็คงโกรธนิดหน่อยประเดี๋ยวก็คงหาย” 

 

สวี่ซินหรานเบ้ปากอย่างขัดใจ “ท่านแม่ข้าล่ะไม่เข้าใจจริง ๆ สรุปแล้วเขาเป็นพี่ชายของข้าหรือนังหยู่เหยียนกันแน่” 

 

ฟ่านม่านหลิวกล่าวปลอบบุตรสาว หากเป็นปกตินางต้องมีเอ่ยตำหนินางที่กล่าววาจาพาดพิงบุตรชาย แต่วันนี้นางรู้สึกยินดีเป็นอย่างมากจึงไม่คิดถือสาเรื่องนี้ และเดิมทีสวี่ซินหรานแอบรู้สึกน้อยใจพี่ชายที่ได้รับความสนใจจากทั้งท่านแม่และท่านพ่อมาโดยตลอด แต่นางก็รักพี่ชายเป็นอย่างมากแต่พี่ชายของนางน่ะสิกลับเป็นห่วงและสนใจนังหยู่เหยียนมากกว่าตัวนางที่เป็นน้องสาวแท้ ๆ เสียอีก 

 

จนวันที่นางรับรู้ว่าท่านแม่ได้กำจักสวี่หยู่เหยียนออกไปจากชีวิตเป็นผลสำเร็จ เช่นนั้นนางจะยอมให้พี่ชายโกรธเคืองสักหนึ่งถึงสองสัปดาห์จะเป็นอะไรไป 

 

แต่ไม่มีใครในจวนของสวี่จินถูสามารถรับรู้ได้เลยว่าการกระทำของฮูหยินตระกูลสวี่จะนำพาความยุ่งยากมาให้ตระกูลสวี่ในภายหลัง 

 

กลับมาทางด้านของวังชินอ๋อง 

 

สวี่หยู่เหยียนที่ได้ฟังถึงความล้ำค่าของแหวนมิติและน้ำทิพย์ก็ไม่ได้รู้สึกตื่นตกใจอะไรเธอกลับมีความรู้สึกว่า หากน้ำทิพย์ไม่ได้ถูกนำมาใช้ประโยชน์เช่นนี้มันคงมีค่าต่ำกว่าน้ำล้างจาน ซึ่งประโยคนี้สวี่หยู่เหยียนไม่ได้พูดออกไป… 

 

“แล้วท่านอ๋องไม่มีแหวนมิติหรือเพคะ” 

 

“แน่นอนว่าย่อมมี” 

 

สวี่หยู่เหยียนยกยิ้มมุมปากอย่างมีเสน่ห์ก่อนกล่าวออกไป “เช่นนั้นท่านก็บอกคนอื่นว่าประทานแหวนมิติให้หม่อมฉันเป็นของรางวัลก็ได้นิเพคะ” 

 

“ไม่ใช่ปัญหา” 

 

มือบางปรบเข้าหากันหนึ่งครั้งก่อนพูดต่อ “ถ้าอย่างนั้นปัญหานี้ก็ได้รับการแก้ไขแล้ว... หม่อมฉันก็ไม่ต้องกังวลว่าใครจะเพ่งเล็งอีก ทีนี้ปัญหาสำคัญคือการขจัดพิษในร่างกายของทพระองค์” 

 

“ท่านอ๋องเพคะหม่อมฉันอยากทดสอบน้ำทิพย์ที่พระองค์ครอบครองเพคะ” 

 

โม่หวังจิ้งหรี่ตามองหญิงสาวตรงหน้าอย่างคิดคำนวณ สวี่หยู่เหยียนราวกับล่วงรู้ถึงความคิดนั้นจึงได้กล่าวต่อ “หม่อมฉันก็มีน้ำทิพย์ของตัวเอง เพียงแต่หม่อมฉันอยากรู้สรรพคุณของมันก็เท่านั้นเพคะ” 

 

สวี่หยู่เหยียนและโม่หวังจิ้งคุยและตกลงกันว่าจะใช้น้ำทิพย์คนละหนึ่งหยดเพื่อทดสอบประสิทธิภาพน้ำทิพย์ของแต่ละคน หนอนตัวสีดำที่โดนน้ำทิพย์ของสวี่หยู่เหยียนหยดใส่ก็ไม่ต่างจากคราแรกมันดิ้นทุรนทุรายก่อนจะสลายไป 

 

แต่ตัวหนอนที่โดนน้ำทิพย์ที่โม้หวังจิ้งหยดใส่ มันเพียงหมดแรงเท่านั้นและไม่กี่ลมหายใจมันก็กลับมามีชีวิตตามเดิม 

 

เพียงแค่การทดลองง่าย ๆ เท่านี้ก็สามารถรับรู้ได้ว่าน้ำทิพย์ที่แต่ละฝ่ายถือครองนั้นสรรพคุณต่างกันราวฟ้ากับเหว 

 

คราวนี้สวี่หยู่เหยียนราวกับกำลังคิดอะไรบางอย่างออก เธอขอให้ท่านอ๋องพาไปดูถังที่ใช้สำหรับอาบ แต่ทว่ามาถึงเธอกับต้องเบิกตากว้างให้กับสิ่งที่เธอต้องเรียกมันว่าสระอาบน้ำมากกว่า 

 

ห้องอาบน้ำขนาดใหญ่พร้อมกับสระที่ทำด้วยหินอ่อนอย่างดี มีไอน้ำพวยพุ่งเนื่องจากอุณหภูมิของน้ำที่อุ่นกำลังดี ทำให้เธอนึกอยากลงไปแหวกว่ายจริง ๆ 

 

ตงไห่ทำท่าจะเอ่ยขึ้นขัดเพราะสถานที่แห่งนี้เป็นที่หวงห้าม ซึ่งแม้แต่สาวใช้ทั่วไปหรือระดับสูงภายในวังยังไม่มีใครได้รับอนุญาตให้เข้ามาในที่แห่งนี้แม้แต่คนเดียว 

 

เพราะสถานที่แห่งนี้จะถูกทำความสะอาดอย่างโดยเงาทั้งสิบ 

ความคิดเห็น