email-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

เวลาที่มาถึง

ชื่อตอน : เวลาที่มาถึง

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 788

ความคิดเห็น : 4

ปรับปรุงล่าสุด : 11 ส.ค. 2563 18:41 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
เวลาที่มาถึง
แบบอักษร

ตอนนี้อายุครรภ์ของปุยฝ้ายจะเข้าเดือนที่ 8 แล้ว ท้องก็โตขึ้นมาก มันโตมากกว่ามารีนาด้วยซ้ำ แต่ร่างกายที่ดูทรุดโทรมลงอย่างเห็นได้ชัดทำให้ภาดลเป็นห่วงมากเขาพยายามดูแลปุยฝ้ายอย่างใกล้ชิดที่สุด แต่ก็มักจะโดนปุยฝ้ายได้กลับมานอนที่ห้องทุกครั้ง วันนี้ปุยฝ้ายขอร้องไห้มังกรและภาดลพาเธอมาเที่ยวที่ทะเลเพราะเธอชอบทะเลมาก นานมากแล้วที่เธอไม่ได้มา เธอให้เหตุผลว่าถ้าได้มาทะเลอาจจะดีขึ้นภาดลกับมังกรก็ไม่ขัดใจแต่ก็ไม่ลืมที่จะพาพยาบาลติดตามมาด้วย ปุยฝ้ายรู้สึกมีความสุขมากเมื่อได้มาที่ทะเลอีกครั้ง เมื่อถึงเวลาที่ควรจะพาเธอกลับแล้วเธอก็ยังอิดออดขอต่อเวลาอีกหน่อย จนเวลาล่วงเลยมาเกือบเย็น ทั้งหมดเลยพากันขับรถกลับใกล้เข้าเขตตัวเมืองแล้วรถที่บางตาก็หนาแน่นขึ้นมาทันทีบรรยากาศรถติดก็เริ่มแทรกเข้ามาเป็นระยะระยะแต่ก็ไม่ถึงกับมากมายเท่าไร

ปุยฝ้ายให้พยาบาลไปนั่งข้างหน้าสลับให้ภาดลมานั่งข้างๆเธอ ซบลงกับไหล่บางที่อยู่ข้างๆกาย

" วันนี้พี่มีความสุขมากเลย" ปุยฝ้ายพูดออกมาด้วยน้ำเสียงที่เบาบาง ภาดลหันมามองและยิ้มให้แม้รอยยิ้มนั้นปุยฝ้ายจะไม่เห็นก็ตามแต่เธอก็สัมผัสได้ด้วยการที่ภาดลเอามือมากุมมือเธอแล้วลูบเบาๆ

" ถ้าเจ้าตัวเล็กออกมา ถ้าเป็นผู้หญิงให้ชื่อน้องฟ้าใสนะ แต่ถ้าเป็นผู้ชายให้ชื่อฟ้าครามน่ะ" ปุยฝ้ายพูด และมองไปที่กระจกมองหลังสบตาเข้ากับมังกร สายตาที่มังกรมองมาเธอสัมผัสได้ถึงความห่วงใย ปุยฝ้ายค่อยๆเงยหน้าขึ้นไปมองภาดลดวงตาเธอมองเห็น ดวงตาอีกคู่หนึ่งที่มองเธอด้วยความห่วงใยไม่แพ้กัน

" ขอบคุณมาก ขอบคุณที่ดูแล ขอบคุณที่ห่วงใย ถึงพี่จะตายพี่ก็คงนอนตายตาหลับแล้ว" เสียงของปุยฝ้ายที่พูดออกมามันดูอ่อนแรงเหลือเกิน แต่มันกลับเป็นคำพูดที่สะท้อนดังในใจของภาดล

" ไม่ครับ พี่ต้องไม่เป็นอะไร ผมต่างหากที่ต้องเป็นฝ่ายขอบคุณพี่ พี่ทำให้ผมขนาดนี้กับสิ่งที่ผมทำให้มันยังน้อยไปด้วยซ้ำครับ" ภาดลยกแขนข้ามศีรษะของปุยฝ้าย โอบกอดร่างบางไว้อย่างแนบแน่น ปุยฝ้ายเอาหน้าลงมาซบหน้าอกของภาดลและหลับตาลง ปุยฝ้ายเองรู้สึกไม่ไหวแล้วแม้จะฝืนร่างกายแค่ไหน

ภาดลมีความรู้สึกแปลกแปลก เพราะปุยฝ้ายนอนเหมือนคนไม่ได้สติ

"พี่ปุยฝ้ายครับ" ภาดลเรียกปุยฝ้ายเอามือมาจับที่หน้า

" พี่ปุยฝ้ายครับ" ภาดลเอามือไปจับที่ไหล่เขย่าเบาๆ

" พี่ปุยฝ้าย" เอามือมาจับที่ใบหน้าเล็กๆและเขย่าเบาๆ

" พี่มังกรพี่ปุยฝ้ายไม่ตื่น" ภาดลบอกมังกรด้วยน้ำเสียงที่ตกใจ

" ไปโรงพยาบาลเลยครับพี่มังกร" มังกรหันมองที่กระจกมองหลังแล้วก็พยักหน้าให้เปลี่ยนเส้นทางไปทางโรงพยาบาลทันทีโชคดีที่พ้นช่วงรถติด ไม่งั้นสถานการณ์มันคงแย่มากกว่านี้

" ดลใจเย็น" มังกรพูดกับภาดลที่กำลังลุกลี้ลุกลนกระสับกระส่าย และพยายามเรียกและเขย่าตัวหญิงสาวเบาๆตลอดเวลา

" พี่ครับใกล้ถึงหรือยังครับ" ภาดลพูดกับมังกรด้วยน้ำเสียงสั่นเครือดวงตาน้อยเริ่มมีน้ำตาออกมาด้วยความกลัว

"ดล ตั้งสติก่อนใจเย็นๆ ใกล้ถึงแล้ว" มังกรพูดกับภาดลซึ่งดูเหมือนจะไม่ได้ผลเพราะอีกคนเหมือนกำลังจะตั้งสติไม่ได้ ยังคงร้องเรียกชื่อผู้หญิงที่อยู่ในอ้อมกอดตลอดเวลา

ทันทีที่รถมาจอดหน้าโรงพยาบาลพยาบาลที่นั่งอยู่ข้างหน้าก็รีบลงจากรถและประสานงานทันที ไม่นานร่างบางพร้อมกับลูกน้อยก็ถูกเข็นเข้าห้องฉุกเฉินทันที คุณหมอเจ้าของไข้กำลังจะเดินเข้าห้องฉุกเฉินแต่ก็โดนมือเล็กคู่หนึ่งจับแขนเอาไว้

" คุณหมอครับช่วยด้วยนะครับคุณหมอ" เสียงพูดที่สั่นเครือและน้ำตาที่น้องหน้าของภาดลพูดกับหมอเหมือนคนกำลังจะไม่มีสติมังกรเข้าไปจับไหล่คู่นั้นไว้แล้วดึงออกมา

" ผมจะพยายามให้เต็มที่ครับ" คุณหมอพูดจบก็หายเข้าไปในห้องฉุกเฉิน

" พี่มังกรครับ" ภาดลโผเข้ากอดร่างแกร่งร้องเรียกชื่อด้วยเสียงที่สั่นเครือ ร้องไห้ออกมาอย่างสะอึกสะอื้น

" ผม..อึก....ผม...ฮือๆๆ..กลัว" มังกรได้แต่รวบกอดแล้วเอามือลูบหัวเบาๆปลอบใจ

" ฝ้ายกับลูกต้องปลอดภัยเชื่อพี่นะ" แม้จะพูดปลอบใจร่างเล็กที่อยู่ในอ้อมกอดแต่ใจของมังกรก็กลัวไม่น้อยไปกว่าภาดลเลย

" เดี๋ยวพี่โทรศัพท์ไปบอกทางบ้านก่อนนะ" มังกรพูดหลังจากที่ปลอบภาดลได้สักพัก แล้วดูเหมือนร่างเล็กจะคอยๆตั้งสติได้บ้างแล้วแต่น้ำตาก็ยังคงไหลรินมา ตอนนี้ไม่ว่าจะเสียใครไปมันก็เจ็บปวดเพราะพอๆกัน เมื่อมังกรติดต่อทางบ้านไปสักพักนึงทางครอบครัวของมังกรซึ่งมีคุณหญิงสีดาและอินทรีย์ ทำให้คุณก้องภพเดินมาอย่างรีบร้อน แต่มารีนาไม่ได้มาด้วยเพราะอินทรีย์ไม่ให้เธอมา ท้องเธอโตมากแล้วไม่อยากจะให้เดินทาง และอีกอย่างอินทรีย์ไม่อยากให้เธอมาเห็นภาพที่สะเทือนใจแบบนี้

" คุณแม่ครับ" ทันทีที่ภาดลเห็นคุณสีดาก็โผเข้ากอดคุณสีดารับร่างของภาดลมากอดไว้อย่างแนบแน่น

" ไม่เป็นไรนะลูก ไม่เป็นไร ทุกอย่างต้องผ่านไปด้วยดี" คุณสีดาปลอบ

" ผมกลัวครับ...ฮือๆ.. กลัวมากครับ" ภาดลได้แต่ร้องไห้ออกมาอย่างหนักอีกครั้ง

" ใจเย็นๆก่อนนะ ถึงมือหมอแล้วปุยฝ้ายกับลูกต้องปลอดภัย" คุณก้องภพพูดขึ้น

" แล้วมันเกิดอะไรขึ้น" อินทรีย์หันไปถามกับมังกร ชายหนุ่มที่เหมือนกันทุกอย่างยืนประจันหน้ากันอยู่

" ไม่รู้เหมือนกันว่ะ อยู่ๆฝ้าย ก็นิ่งไปอย่างไม่ได้สติ" มังกรพูด เขาหันไปมองภาดลที่ยังคงร้องไห้อยู่ ใจเขาเองก็เจ็บปวดไม่น้อย แต่เขาเองก็ทำอะไรไม่ได้

" มารีนาโทรมาบอกฉัน ว่าโทรไปบอกพ่อแม่ของปุยฝ้ายแล้วพรุ่งนี้คงจะถึง" อินทรีย์บอกกับมังกร เอามือไปตบบ่าเบาๆ มังกรมองหน้าอินทรีย์แล้วก็พยักหน้ารับรู้

ผ่านไปนานหลายชั่วโมงก็ยังไม่มีทีท่าว่าหมอจะออกมา มังกรกับภาดลนั่งไม่ติดเดินไปเดินมา ประตูห้องผ่าตัดถูกเปิดออกมาอีกครั้ง พร้อมกับคุณหมอที่เดินออกมาด้วยท่าทางเหนื่อยอ่อน ทันทีที่เห็นทุกคนก็เดินเข้ามาหา

" คุณหมอครับเป็นยังไงบ้าง" ภาดลเอ่ยถามทันที

" เด็กปลอดภัยดีทั้งคู่ครับตอนนี้กำลังอยู่ในห้องปรับอุณหภูมิของในห้องเด็กอ่อนครับ เพราะเด็กค่อนข้างตัวเล็กแต่คุณปอยฝ้ายต้องอยู่ห้อง ICU ก่อนครับชีพจรเธออ่อนมาก" เมื่อหมอพูดจบทุกคนก็มองหน้ากันอย่างสงสัยกับคำว่าทั้งคู่มันคืออะไร

" หมายความว่ายังไงครับคุณหมอ ทั้งคู่ คือ..."มังกรถามด้วยความสงสัย

" ลูกผม ลูกผมเป็นอะไรครับ" ภาดลถาม

" เด็กทั้งคู่ ครับ แฝด เป็นแฝดชายหญิงครับ ตอนแรกผมก็สงสัยครับ เพราะการตรวจชีพจรและตรวจครรภ์มันดูแปลกๆแต่เพราะว่าคุณปุยฝ้าย เธอไม่ยอม อุลตร้าซาวด์ตั้งแต่แรก นี่คงเป็นอีกหนึ่งสาเหตุที่ทำให้ร่างกายเธอทรุดหนักได้ขนาดนี้ เธอเข้มแข็งครับเธอไม่ยอมให้ผมบอกทุกครั้งที่ผมไปตรวจผมก็รู้สึกผิดแต่พอเธอขอร้องผมไว้ครับ" หมอพูดด้วยความรู้สึกสำนึกผิดจริงๆ ความดีใจความเสียใจมันปะปนไปหมดตอนนี้พาโดนและมังกรรู้สึกสับสนมากไม่ต่างไปกับทุกคนเลย

" เด็กทั้งคู่ถึงจะตัวเล็กไปหน่อยแต่ก็แข็งแรงดีครับ เดี๋ยวอีกสักพักพยาบาลก็คงออกมา" คุณหมอยังคงพูดต่อ

" แล้วพี่ปุยฝ้ายเป็นยังไงบ้างครับ ผมเข้าไปหาเธอได้ไหม" ภาดลถามอย่างร้อนรน

" เดี๋ยวรอให้เธอฟื้นตัวดีกว่านี้ก่อนแล้วกันนะครับตอนนี้เธอยังไม่ได้สติ ตอนนี้ผมว่าทุกคนไปดูเด็กก่อนเถอะครับเด็กๆคงรอพวกคุณอยู่" ไม่ได้ยินคำพูดของหมอความรู้สึกที่มันสับสนและสับสนกันอยู่ตอนนี้ทั้งดีใจทั้งกังวลทั้งเป็นห่วง

" มังกร แม่ว่าพาน้องไปดูลูกก่อนดีไหม" คุณสีดาพูด

"ครับ...ไปกันเถอะดล" ฟังก่อนรับคำมารดาแล้วหันไปพูดกับภาดล

" แต่ ผมอยากเข้าไปดูพี่ปุยฝ้ายก่อนครับ"

" ตอนนี้ปุยฝ้ายยังไม่ฟื้นไปดูลูกก่อนเถอะนะ" มังกรพูดกับภาดล ภาดลเลยต้องยอมและเดินตามมังกรไปดูห้องเด็กอ่อน

เด็กตัวน้อยๆและตัวแดงมากอยู่ในตู้อบทั้งคู่ มีสายระโยงระยางเล็กน้อย อีกคนนอนหลับทำตาพริ้มอีกคนดิ้นดุ๊กดิ๊กไปมาเหมือนหวยหาอะไรสักอย่าง มันเป็นภาพที่มหัศจรรย์เป็นภาพที่สวยงามที่สุดในตอนนี้แล้ว น้ำตาของลูกผู้ชายอย่างมังกรไหลลงมาอีกครั้งด้วยความดีใจไม่ต่างอะไรกับภาดลที่น้ำใสก็ไหลผ่านดวงตาด้วยความดีใจและตื้นตันเหมือนกันกับสิ่งมหัศจรรย์ที่ได้เห็น ทั้งคู่เอามือแตะที่กระจกไว้ต่างหากมองหน้ากัน

" ผมอยากให้พี่ปุยฝ้ายมาเห็นลูกของพวกเราครับ " ภาดลพูดมองหน้ามังกรด้วยความรู้สึกดีใจและเศร้าหมองปะปนกันไป

" รอให้ปุยฝ้ายฟื้นตัวและแข็งแรงก่อนนะ" มังกรพูด

คุณสีดาและคุณก้องภพที่ยืนมองดูอยู่ก็ยิ้มออกมาเมื่อเห็นเด็กทั้งคู่ปลอดภัยดี

" รอน้องหน่อยนะเดี๋ยวอีกเดือนเดียวน้องก็ได้ออกมาแล้ว" อินทรีย์พูดเมื่อมองผ่านกระจกไปเห็นเด็กคู่นั้น

ผ่านไป 3 วันแล้วแต่ไม่มีทีท่าว่าปุยฝ้ายจะฟื้นขึ้น ภาดลที่เฝ้าอยู่ไม่ห่าง มองร่างบางที่อยู่บนเตียงด้วยความเป็นห่วง

ปุยฝ้ายค่อยๆลืมตาให้ขึ้น เธอมองไปรอบๆทุกอย่างดูมืดสลัวลงเล็กน้อยแต่ก็ไม่ถึงกับมืดมาก เธอปรับสายตาตัวเอง มองไปเห็นก็เห็นมังกรนอนอยู่ตรงโซฟา เธอรู้สึกมีอะไรอยู่ข้างลำตัวพอหันไปมองก็พบเข้ากับภาดล ที่ซบหน้าลงกับเตียงหลับอยู่ข้างๆเธอ น้ำตาแห่งความดีใจเอ่อลดลงมาอีกครั้งเมื่อรู้ว่าตัวเองยังมีชีวิตอยู่ดูหน้าลูก เธอเอามือลูบกลุ่มผมนุ่มนั้นเบาๆ ทำให้ภาดลรู้สึกตัว ค่อยๆงัวเงียตื่นขึ้นมาเมื่อขยี้ตาแล้วมองดีๆก็รู้ว่าปุยฝ้ายฟื้นแล้วทำให้ภาดลรู้สึกดีใจมากกุมมือปุยฝ้ายไว้ แล้วตะโกนเรียกมังกร มังกรสะดุ้งตื่นเพราะเห็นอย่างนั้นก็เลยกดออดเรียกพยาบาล ทุกคนดีใจมากที่ปุยฝ้ายฟื้นต่างพากันมาที่เตียง

"ลูก" คำแรกที่หลุดออกจากปากมาแทบไม่มีเสียงของปุยฝ้ายสิ่งแรกที่เธอนึกถึงคือลูก

" เดี๋ยวผมเอาน้ำให้นะครับ" ภาดลรีบหยิบแก้วน้ำพร้อมกับหลอดแล้วค่อยๆพยุงท้ายทอยเธอขึ้นมาดูดน้ำ

" ลูกปลอดภัยดีเธอไม่ต้องห่วงนะ" มังกรพูดขึ้นแล้วมองใบหน้าหญิงสาวด้วยความเป็นห่วง

พยาบาลเดินเข้ามาเมื่อเห็นคนไข้ฟื้นแล้วก็เลยเตรียมอุปกรณ์มาตรวจชีพจรตรวจความดัน และหันมาบอกกับทุกคนว่าเดี๋ยวจะแจ้งมาให้ทราบแล้วเดินออกไป

" พี่ปุยฝ้ายครับ ผมขอบคุณมากนะครับที่พี่อดทน ทำไมพี่ไม่บอกผมทำไมพี่ต้องปล่อยให้ตัวเองตกอยู่ในขีดอันตรายขนาดนี้" ภาดลพูดน้ำตาที่กลั้นไม่อยู่ก็ไหลลงมาอีกครั้งลองให้นับ 10 กว่าครั้งในรอบ 2-3 วันนี้ทำให้ตาของภาดลยังเห็นร่องรอยบวมแดงอยู่

" ฝ้าย ลูกหนูไหวไหม" แม่ของปุยฝ้ายพูดออกมาด้วยความเป็นห่วง เอามือลูบที่ใบหน้าของลูกสาวอย่างทะนุถนอม

" ไหว ค่ะแม่" คำพูดแต่ละคำมันช่างออกมาจากปากปุยฝ้ายได้ยากเย็นเหลือเกินนะ

" พี่อยากเห็นลูก" ปุยฝ้ายพูดด้วยน้ำเสียงที่แหบแห้งหันไปสบตาภาดล

" งั้นพี่ฝ้ายรอผมแป๊บนึงนะครับ เดี๋ยวผมจะได้พาลูกน้องเรามา" ภาดลพูดจบก็เดินออกไปพร้อมกับมังกร ไม่นานทั้งคู่ก็เดินกลับเข้ามาพร้อมด้วยรถเข็นของทางโรงพยาบาลติดกระบะแก้วใสๆ 2 คันข้างในมีผ้าห่มสีชมพู ส่วนอีกคันนึงก็เป็นผ้าห่มสีฟ้า ปุยฝ้ายมองอย่างตกใจและดีใจไปในคราวเดียวกันเธอได้ลูกแฝด

" นี่ลูกของเราครับ ฟ้าใสกับฟ้าคราม" ภาดลพูดแล้วค่อยๆอุ้มเด็กน้อยที่ชื่อฟ้าใสในชุดสีชมพูส่วนมังกรนั้นผมเด็กน้อยที่ชื่อฟ้าครามทั้งคู่เดินเข้ามาใกล้ๆอยู่คนละฝั่งเตียงกันเพื่อให้เด็กทั้งสอง อยู่ใกล้กับปุยฝ้ายให้ได้มากที่สุด ปุยฝ้ายเสื้อมือมาแตะฟ้าใสก่อนแล้วค่อยๆไปแตะฟ้าคราม น้ำตาแห่งความดีใจและไหลลงมาข้างแก้ม

" ก็ว่าอยู่ เด็กคนเดียวทำไมมันหนักมากมายขนาดนี้ที่ไหนได้หนูมาด้วยกันก็ไม่บอกนะลูก" ปุยฝ้ายพูดด้วยน้ำเสียงที่สดใสขึ้นซึ่งขัดกับร่างกายของเธอที่เหมือนจะแตกสลายลงทุกที

" แม่กับพ่อตัดสินใจแล้วนะจะพาลูกไปรักษาตัวอยู่ที่อเมริกา" แม่ปุยฝ้ายพูดในขณะที่ปุยฝ้ายกำลังชื่นชมลูกน้อยอยู่ทำให้ปุยฝ้ายเงยหน้ามามอง

" พ่อคุยกับหมอแล้ว หมอที่นู่นเขาเก่งมาก" ผ้าฝ้ายพูดเสริม

" ไม่ ฝ้ายไม่ไป ถึงไปฝ้ายรู้ตัวดียังไงก็ไม่ทัน" ปุยฝ้ายพูดขึ้นทำให้ภาดลมองหน้าปุยฝ้ายแล้วพูดว่า

" พี่ปุยฝ้ายครับ พี่ปุยฝ้ายต้องรักษาตัวแล้วกลับมาหาลูกสิครับ"

"ดล พี่รู้ตัวดีว่าพี่ใกล้หมดเวลาแล้ว ขอให้เวลาอันน้อยนิดนี้ให้พี่ได้อยู่กับลูกเถอะนะ"

" เธอเลือกเอา ว่าเธอจะอยู่กับลูกแค่เวลาอันสั้นหรือเธอจะยอมเสียเวลา ไปรักษาตัวแล้วกลับมาอยู่กับลูกตลอดชีวิต" คำพูดของมังกรที่เหมือนจะดูแข็งกระด้างแต่มันกลับแฝงไปด้วยความห่วงใย ทำให้ปุยฝ้ายหันไปมองหน้ามังกร

" พี่ปุยฝ้ายครับ พี่ไปรักษาตัวเถอะนะครับ ไม่ต้องห่วงผมสัญญาว่าผมจะดูแลลูกของเราให้ดีที่สุด อีกอย่างตอนนี้การสื่อสารมันก็ไม่ได้ลำบากเหมือนเมื่อก่อน มันสามารถคุยได้เห็นหน้ากันได้ พวกเราจะรอพี่กลับมาอยู่ด้วยกันนะครับ" ถ้าโดนพูดโน้มน้าวอีกแรง จนตอนนี้ปุยฝ้ายเริ่มคิดได้ เธอจะไม่ยอมจบชีวิตลงอย่างนี้แน่ๆเธอเข้มแข็งมาตลอด ตอนนี้เธอจะฮึดสู้อีกครั้ง

" คุณพ่อคะ คุณแม่คะ เราจะออกเดินทางเมื่อไหร่คะ" คำตอบของปุยฝ้ายทำให้ทุกคนดีใจ ปุยฝ้ายไม่ได้ดื้ออีกแล้วเธอยอมรักษาตัวแต่โดยดี เธอยังนับว่าโชคดีหนึ่งในร้อยเลยก็ว่าได้ที่การเป็นมะเร็งของเธอในครั้งนี้มันไม่ได้ลุกลามไปถึงขั้นที่ 4 แต่ที่ร่างกายเธอทรุดหนักเพราะเธอไม่ยอมรับการรักษาตั้งแต่แรกและยังต้องมาแบกรับเด็กทั้งสองคนไว้อีก

 

 

 

ความคิดเห็น