email-icon facebook-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ข้าจะปกป้องนาง 60%

ชื่อตอน : ข้าจะปกป้องนาง 60%

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย อีโรติก

คนเข้าชมทั้งหมด : 5.2k

ความคิดเห็น : 17

ปรับปรุงล่าสุด : 11 ส.ค. 2563 22:52 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ข้าจะปกป้องนาง 60%
แบบอักษร

ร่างสูงของโอรสสวรรค์ก้าวเข้าไปในห้องของท่านอาจารย์ของเขาหลังจากกลับมาจากโลกราชันย์และพกเอาความสงสัยกลับมาด้วย 

“กบฏสวรรค์ถูกท่านจัดการเรียบร้อยแล้วใช่หรือไม่?” ท่านอาจารย์ของโอรสสวรรค์เลิกคิ้วถาม แต่สีหน้าของโอรสสวรรค์นั้นทำให้เข้าต้องลอบมอง หรือว่าโอรสสวรรค์จะปะทะฝีมือกับท่านเจ้าเพลิงมาอีกแล้ว 

“ข้าเตือนท่านแล้วว่าถ้าไม่จำเป็นควรหลีกเลี่ยงการต่อสู้กับท่านเจ้าเพลิง ถึงท่านจะเป็นโอรสสวรรค์แต่พลังของท่านยังเทียบชั้นท่านเจ้าเพลิงไม่ได้ ที่ท่านต่อกรกับท่านเจ้าเพลิงได้เป็นเพราะท่านเจ้าเพลิงยังไม่ได้แสดงพลังที่แท้จริงออกมา” 

“ท่านพี่ไม่ฆ่าข้าหรอก” โอรสสวรรค์ที่นั่งอยู่บนเก้าอี้ตัวใหญ่เอ่ยขึ้น ดวงตาสีครามอ่อนจ้องมองลงต่ำอย่างใช้ความคิด 

“ท่านกำลังคิดอะไรอยู่” 

“ข้าพบกับเทพธิดาสาวที่เคยอยู่บนโลกสวรรค์เมื่อหลายพันปีก่อน” 

“เทพธิดาสาว?” ท่านอาจารย์ย่นคิ้วนิด ๆ โอรสสวรรค์พยักหน้าเบา ๆ ก่อนจะหรี่ตาลง 

“นางมีพลังมหาศาล พลังด้านมืดที่ข้าไม่เคยเห็นมาก่อน พลังมหาศาลถึงขนาดท่านเจ้าเพลิงยังรับมือแทบไม่ไหว ท่านเคยบอกข้าว่าเมื่อหลายพันปีก่อนโลกสวรรค์ของเรามีเทพธิดาตนหนึ่งที่กักเก็บพลังด้านมืดเอาไว้กับตัวนางใช่หรือไม่?” โอรสสวรรค์ลากสายตากลับมาถามท่านอาจารย์ อีกฝ่ายเงียบไปอึดใจก่อนจะหันไปหยิบแก้วน้ำชามาจิบแล้วถอนหายใจออกมาเบา ๆ 

“ใช่ แต่นางหมดอายุขัยไปก่อนที่โลกมนุษย์จะถือกำเนิดขึ้นมา ข้ารู้แต่เพียงว่าเมื่อใดที่นางลงไปเกิดบนโลกมนุษย์และนางมีอายุขัยครบยี่สิบปีบนโลกมนุษย์ พลังด้านมืดจะตื่นขึ้นมา” 

“ตอนนี้นางอยู่บนโลกราชันย์ อยู่กับท่านพี่” โอรสสวรรค์ทำคิ้วย่น สำหรับเขาแล้ว พลังด้านมืดนี้อันตรายและน่ากลัวมาก ถ้าหากไม่สามารถควบคุมนางไว้ได้ โลกสวรรค์และโลกราชันย์จะถูกกลืนกินลงไปในประตูนรกและมิติที่เหลือจะหลงเหลือเพียงแค่โลกมารเท่านั้น 

“ข้าได้ยินมาว่าเทพอาวุโสบนโลกราชันย์เป็นผู้แต่งตั้งให้ท่านเจ้าเพลิงดูแลปกป้องนาง ไม่ให้ราชามารพาตัวนางไปได้ เมื่อใดที่นางอยู่ในกำมือของราชามาร พลังด้านมืดจะถูกใช้เปิดประตูนรกทันที” 

“ทำไมต้องเป็นท่านพี่?” โอรสสวรรค์สวนกลับ เขาไม่ชอบใจเลยสักนิด เห็น ๆ อยู่ว่าแม้กระทั่งท่านเจ้าเพลิงยังถูกพลังมหาศาลกระแทกจนกระเด็นออกมาแบบนั้น ถ้าหากไม่สามารถควบคุมพลังของนางได้ ท่านพี่ของเขาไม่ถูกนางฆ่าตายหรอกหรือ 

“ทั้งสามโลกนี้ ไม่มีเทพตนไหนมีพลังเทียบเท่าท่านเจ้าเพลิง การจะควบคุมพลังมหาศาลขนาดนั้นได้ จำเป็นต้องใช้เทพที่มีพลังแข็งแกร่งที่สุด ซึ่งนั่นก็เป็นใครไปไม่ได้ นอกจากท่านพี่ของเจ้า”  

“เห็น ๆ อยู่ว่าแม้กระทั่งท่านที่ยังกระเด็นออกมา ถึงท่านพี่จะควบคุมนางเอาไว้ได้ แต่ข้ามั่นใจว่าพลังในตอนนั้นมันยังตื่นไม่เต็มที่ด้วยซ้ำ” โอรสสวรรค์กัดกรามแน่น แววตาแข็งกร้าว 

“ประตูนรกที่ถูกปิดมาเป็นพัน ๆ ปี จะต้องใช้พลังด้านมืดอันมหาศาลถึงจะเปิดได้ ถ้าหากพลังตื่นขึ้นมาเต็มที่แล้ว ก็ไม่มีเทพตนไหนควบคุมนางได้ทั้งนั้นแหละ” คำพูดของท่านอาจารย์ทำให้โอรสสวรรค์ต้องย่นคิ้วเข้าหากันก่อนจะตวัดสายตามองท่านอาจารย์ด้วยสีหน้าสงสัย 

“หมายความว่ายังไง?” 

“เมื่อถึงเวลาที่พลังด้านมืดตื่นขึ้นจนไม่สามารถควบคุมได้ เวลานั้นท่านเจ้าเพลิงจะต้องเป็นผู้ฆ่านาง พลังจะหายไปพร้อมกับอายุขัยของนางและจะตื่นขึ้นมาอีกครั้งในอีกหลายพันปีข้างหน้า” คำตอบของท่านอาจารย์ทำให้โอรสสวรรค์ต้องหรี่ตาลงอีกครั้ง 

เดิมทีเขาก็คิดแบบนั้นและเตือนท่านพี่ของเขาไปแล้ว เพียงแต่คำเตือนของเขากลับทำให้ท่านเจ้าเพลิงโกรธเกรี้ยวอย่างหนักและประกาศออกมาชัดเจนว่าเขาจะปกป้องนางด้วยชีวิต 

ทางด้านโลกราชันย์ หลังจากท่านเจ้าเพลิงพามนุษย์สาวกลับมาที่ตำหนัก ร่างสูงก็ไปปรากฏตัวที่ห้องโถงประชุมของเทพอาวุโส ร่างกำยำองอาจก้าวเข้าไปในห้องโถงด้วยสีหน้าถมึงทึง 

“บอกกับข้ามาเหตุใดโอรสสวรรค์ถึงเอ่ยถึงโชคชะตาที่แก้ไขไม่ได้!” คำถามโกรธเกรี้ยวดังลั่นห้องโถง ท่านเจ้าเพลิงยังคงสงสัยถึงคำพูดของน้องชายต่างบิดาของเขา 

โอรสสวรรค์รู้เรื่องของเทพธิดาสาวได้ยังไง หรือโลกสวรรค์เองก็รู้ว่านางเคยเป็นเทพธิดาสาวเมื่อหลายพันปีก่อน 

“ท่านกำลังพูดถึงเรื่องอะไร?” เทพอาวุโสเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย ท่านเจ้าเพลิงโกรธเกรี้ยวจนไอเพลิงลุกท่วมตัว 

“มีเรื่องอะไรที่ข้ายังไม่รู้อีก บอกข้ามาให้หมด เกี่ยวกับเทพธิดาสาวเมื่อหลายพันปีก่อน” คำพูดของท่านเจ้าเพลิงทำให้เทพอาวุโสชะงักไปตาม ๆ กัน ไม่คิดว่าท่านเจ้าเพลิงจะรู้เรื่องนี้รวดเร็วเพียงนี้ 

“เมื่อหลายพันปีก่อน ประตูนรกถูกเปิดออก โลกสวรรค์และโลกราชันย์วุ่นวายและกำลังจะถูกดูดกลืน ราชามารใช้ช่องทางประตูนรกนี้เพื่อควบคุมทุกมิติและจะขึ้นเป็นใหญ่ในจักรวาล เหล่าเทพสวรรค์และเทพบนโลกราชันย์พยายามจะปิดประตูนรกนี้จึงได้รวบรวมพลังควบคุมพลังด้านมืดเก็บซ่อนเอาไว้ ไม่ให้ราชามารได้เห็นพลังนี้อีก เทพธิดาสาวบนโลกสวรรค์ตนหนึ่งยอมสละอายุขัยของตนเก็บซ่อนพลังด้านมืดเอาไว้ในตัวนางก่อนที่นางจะถูกซ่อนตัวเอาไว้ก่อนโลกมนุษย์จะถือกำเนิดขึ้น นางลงไปเกิดบนโลกมนุษย์โดยหลงลืมเรื่องราวทั้งหมดที่เกิดขึ้นบนโลกสวรรค์และไม่รู้ว่าในตัวนางมีพลังด้านมืดแห่งการทำลายล้างซุกซ่อนอยู่ เมื่อถึงเวลาครบอายุขัยบนโลกมนุษย์ พลังจะตื่นขึ้นมาอีกครั้งเพื่อเปิดประตูนรก ทางเดียวที่จะควบคุมพลังไม่ให้ตื่นขึ้นมาอีกก็คือการสละอายุขัยของนางอีกครั้ง” 

“ว่าไงนะ? พวกเจ้าจะบอกว่าทางเดียวที่จะหยุดยั้งพลังของนางได้ก็คือการตายของนางอย่างนั้นหรือ?” ท่านเจ้าเพลิงเบิกตากว้าง คำตอบที่เขาได้รับคือการพยักหน้าของเทพอาวุโส 

“ตอนนี้พลังของนางยังตื่นไม่เต็มที่ ท่านยังสามารถควบคุมพลังของนางเอาไว้ได้ แต่อีกไม่นานพลังของนางจะตื่นขึ้นจนไม่สามารถควบคุมได้โดยอาศัยความกลัว ความโกรธ อาฆาตแค้นในจิตใจของนาง” คำพูดของเทพอาวุโสทำให้ท่านเจ้าเพลิงต้องขบกรามแน่นก่อนจะหลับตาลง มือหนากำแน่น ไอเพลิงร้อนลุกโชน เขาพยายามจะตั้งสติและควบคุมตัวเอง 

“ข้ามีแค่สองทางเลือก” ท่านเจ้าเพลิงเอ่ยขึ้น กรามทั้งสองข้างขบแน่น นัยน์ตาคมกริบแดงก่ำ 

“ฆ่านางกับทำลายพลังนั่นซะ!”  

“ถึงท่านจะมีพลังที่แข็งแกร่งมาก แต่ไม่มีเทพตนไหนสามารถทำลายพลังนั่นได้ ท่านอย่าพยายามเลย” เทพอาวุโสเอ่ยเตือน ท่านเจ้าเพลิงกัดฟันแน่นแล้วคำรามออกมาเสียงดังกังวาล 

“ข้านี่แหละที่จะทำลายพลังนั่น ต่อให้ร่างข้าต้องแตกสลายไป ข้าก็จะพลังประตูนรกให้สิ้นซาก!” คำประกาศของท่านเจ้าเพลิงส่งผลให้เทพอาวุโสต่างมองหน้ากันก่อนที่ร่างสูงองอาจจะเดินออกจากห้องโถงไป 

มือหนากำแน่น ไอเพลิงลุกท่วมกายแกร่ง สีหน้าโกรธจัด เขาจะไม่ยอมให้พลังด้านมืดนั่นควบคุมทุกอย่างได้หรอก 

ท่านเจ้าเพลิงกลับไปที่ตำหนัก ร่างสูงทรุดนั่งลงบนเตียงนอน ยื่นมือไปลูบแก้มเนียนของมนุษย์สาวที่ยังนอนหมดสติอยู่แผ่วเบา 

เขาเห็นแล้ว เห็นพลังของเธอ พลังที่ทำให้เขากระเด็นได้ มันมหาศาลจริง ๆ แต่นี่ก็เป็นเพียงแค่ความกลัวและความโกรธเล็ก ๆ ของเธอเท่านั้น มันยังมีมากกว่านี้ ไอดำถูกดูดกลืนเข้าไปในร่างของเธออีกครั้งและมันจะออกมาก็ต่อเมื่อเธอเองควบคุมตัวเองไม่ได้ 

“ทำไมมนุษย์ที่ดูอ่อนแออย่างเจ้า ถึงต้องมีพลังแบบนั้นอยู่ในตัว” ท่านเจ้าเพลิงพึมพำเสียงเบาหวิว ปลายนิ้วลูบไล้แผ่วเบาที่ริมฝีปากบางก่อนที่เขาจะก้มตัวลง ริมฝีปากร้อนผ่าวแตะลงบนปากเล็กแผ่วเบา 

อึดใจต่อมาท่านเจ้าเพลิงก็ผละริมฝีปากออกแล้วลุกขึ้นยืนพลางกะพริบตาถี่ ๆ จากนั้นก็เดินออกจากห้องนอน องครักษ์หนุ่มรออยู่ด้านนอก 

“เทพสายลมเป็นอย่างไรบ้าง?” ท่านเจ้าเพลิงเอ่ยปากถามขณะเดินไปทิ้งตัวนั่งลงบนเก้าอี้ 

“ได้รับบาดเจ็บเล็กน้อยจากแรงกระแทกเท่านั้นพ่ะย่ะค่ะ” 

“ไม่ได้ถูกเกล็ดหิมะของโอรสสวรรค์ใช่มั้ย?” 

“ไม่พ่ะย่ะค่ะ โอรสสวรรค์ไม่ได้ตั้งใจโจมตี เพียงแค่ต้องการตัวของนางเท่านั้น” องครักษ์รายงาน ท่านเจ้าเพลิงเงียบไปพักใหญ่ นัยน์ตาคมหรี่ลงเมื่อนึกถึงน้องชายต่างบิดาของตัวเอง 

“ดูแลนางเอาไว้ให้ดี อย่าให้โอรสสวรรค์เข้าถึงตัวนางได้ ข้ารู้ว่าเจ้านั่นจะต้องจัดการกับนางก่อนข้าแน่”  

 

ปาลิสาตื่นขึ้นมาช่วงเช้าตรู่ หญิงสาวรู้สึกว่าเธอนอนมากกว่าปกติ ตอนอยู่โลกมนุษย์เธอไม่ได้นอนมากเท่านี้มาก่อน หญิงสาวนอนครุ่นคิดอยู่อึดใจและเหตุการณ์ในหมู่บ้านเทพก็ลอยเข้ามาในหัว หญิงสาวจำอะไรได้ไม่ชัดเจนนัก แต่ภาพหนึ่งที่ผุดขึ้นมาในหัวก็คือร่างของท่านเจ้าเพลิงกับเทพสายลมกระเด็นออกไปจากตัวเธอ 

มันเกิดอะไรขึ้นกับเธอกันแน่?  

“ตื่นแล้วหรือเพคะ?” เสียงของสาวใช้ปลุกสติของหญิงสาวกลับมา ปาลิสาหันไปมองสาวใช้ที่เดินถือเสื้อผ้าเข้ามาด้านใน 

“ฉันเป็นอะไรไปเหรอ?” ปาลิสาลุกจากเตียงนอนแต่ก็ต้องนิ่วหน้าเมื่อรู้สึกปวดหัวรุนแรง 

“ท่านมีไข้ เมื่อคืนท่านเจ้าเพลิงคอยเช็ดตัวและดูแลท่านทั้งคืนเลยเพคะ” สาวใช้รายงาน ปาลิสากะพริบตาปริบ ๆ หันไปมองสาวใช้ตาโต 

“เช็ดตัวเหรอ?” 

“เพคะ” สาวใช้พยักหน้าแล้ววางเสื้อผ้าชุดใหม่เอาไว้ให้ก่อนจะขอตัวออกไป ปาลิสาก้มลงมองตัวเองแทบจะทันที เขาเช็ดตัวให้เธอแล้วเขาเห็นอะไรบ้าง? 

หญิงสาวลูบแขนตัวเองหน้าแดงก่ำก่อนจะรีบลงจากเตียงเปลี่ยนเสื้อผ้าออกจากห้องนอนเพื่อไปพบท่านเจ้าเพลิง เธอมีเรื่องที่อยากจะรู้และจะต้องรู้ให้ได้ด้วย 

แต่เมื่อเธอกำลังจะเดินออกจากประตูก็ต้องหยุดชะงักเพราะร่างสูงขององครักษ์หนุ่มมายืนขวางเอาไว้ หญิงสาวก้าวถอยหลังโดยอัตโนมัติ 

“ท่านจะไปไหน?”  

“ท่านเจ้าเพลิงอยู่ที่ไหน ฉันมีเรื่องอยากจะคุยกับเขา” ปาลิสาเอ่ยปากถาม องครักษ์หนุ่มเงียบไปสักพักก่อนจะหันไปมองที่ศาลาริมสระน้ำ หญิงสาวจึงรู้ว่าท่านเจ้าเพลิงอยู่ที่ไหน เธอรีบวิ่งออกจากประตูในจังหวะที่องครักษ์หนุ่มเผลอตรงดิ่งไปที่ศาลาริมสระน้ำทันที 

“ท่านเจ้าเพลิง” หญิงสาวร้องเรียกร่างสูงที่นอนเหยียดยาวอยู่บนศาลา เปลือกตาหนาของท่านเจ้าเพลิงเปิดขึ้นช้า ๆ แล้วจ้องมองมนุษย์สาวด้วยสายตาเย็นชา 

“ฉันอยากรู้ว่าเมื่อวานมันเกิดอะไรขึ้น ทำไมท่านกับเทพสายลมถึงกระเด็นออกไปขนาดนั้น” หญิงสาวยิงคำถามตรงเป็นเด็น คิ้วเข้มของท่านเจ้าเพลิงย่นเข้าหากันทันทีก่อนที่ร่างสูงจะลุกขึ้นนั่ง 

“เจ้าจำเหตุการณ์นั่นได้?” 

“ก็ไม่แน่ใจเท่าไหร่ มันเลือนรางน่ะ ภาพสุดท้ายที่จำได้ท่านเรียกชื่อฉันแล้วอยู่ ๆ ท่านก็กระเด็นออกไป จากนั้นก็จำอะไรไม่ได้อีกเลย” หญิงสาวส่ายหน้าไปพร้อมกับทำหน้านึก 

ท่านเจ้าเพลิงเงียบไปและลังเลว่าจะบอกนางดีหรือไม่ แต่ในที่สุดร่างสูงก็ลุกขึ้นยืนแล้วเดินไปยืนที่ริมศาลา สายตาจ้องมองผืนน้ำสีเขียวมรกตตรงหน้านิ่ง 

“พลังด้านมืดของเจ้าตื่นขึ้นมาแล้ว” คำพูดสั้น ๆ ของท่านเจ้าเพลิงทำให้ปาลิสาตาโต หญิงสาวรีบเดินมาหยุดยืนมองเสี้ยวหน้าเขา 

“อย่าบอกนะว่าที่ท่านกับเทพสายลมกระเด็นออกไปเป็นเพราะพลังด้านมืดในตัวของฉัน?” 

“ใช่ แต่อย่าห่วงเลย ข้าควบคุมพลังของเจ้าเอาไว้แล้ว มันจะตื่นขึ้นมาอีกครั้งก็ต่อเมื่อเจ้าโกรธ” ท่านเจ้าเพลิงพูดจบก็หันมาหรี่ตามองเธอ จากนั้นเขาก็หมุนตัวมาเผชิญหน้ากับร่างบางแล้วค่อย ๆ ก้าวเข้ามาหา 

ปาลิสาก้าวถอยหลังจนไปติดที่เสาไม้ เธอกะพริบตาถี่ ๆ จ้องมองใบหน้าคมที่ก้มลงมาต่ำเรื่อย ๆ ด้วยสีหน้าตกใจและไม่รู้ว่าเขาจะทำอะไรเธอ แต่เมื่อหลุบตามองปากของเขา เธอก็ยกมือปิดตัวเองโดยอัตโนมัติ 

เขาคงไม่คิดจะจูบเธออีกแล้วหรอกใช่มั้ย? ปากเธอจะเปื่อยอยู่แล้ว 

“เมื่อวานพลังของเจ้าตื่นขึ้นมาเพราะเหตุใด เจ้ากำลังรู้สึกยังไงอยู่ โกรธหรือกำลังกลัว?” ท่านเจ้าเพลิงกระซิบถาม นัยน์ตาคมจ้องมองเข้ามาในดวงตาหวานนิ่งราวกับกำลังค้นหาคำตอบ ปาลิสากะพริบตาปริบ ๆ ก่อนจะกลืนน้ำลายลงคอ 

“ฉันแค่กลัวว่าท่านจะถูกทำร้าย” หญิงสาวตอบอุบอิบ ในตอนนั้นเธอเห็นเขาต่อสู้กับโอรสสวรรค์อะไรนั่นและดูเหมือนว่าฝีมือการต่อสู้จะไม่เป็นรองกันเลย เธอกลัวว่าเขาจะบาดเจ็บ รวมถึงเธอเห็นเทพสายลมถูกโอรสสวรรค์ทำร้ายจนกลัวขึ้นมา 

“เจ้าเห็นข้าอ่อนแอขนาดนั้นเชียวหรือ?” 

“ไม่ใช่สักหน่อย ตอนนั้นฉันเห็นเทพสายลมที่พยายามปกป้องฉันถูกโอรสสวรรค์อะไรนั่นทำร้าย ฉันก็รู้สึกผิดขึ้นที่ฉันขอตามเทพสายลมมาแล้วมาเป็นตัวถ่วงทำให้พวกท่านต้องต่อสู้กันจนบาดเจ็บ มันเหมือนฉันเป็นต้นเหตุนี่!” หญิงสาวยกมือออกจากปากแล้วตอบตามที่ใจเธอรู้สึก ในตอนนั้นเธอก็ไม่รู้ว่าตัวเองเป็นอะไรเหมือนกัน แต่เมื่อเธอรู้สึกหดหู่หวาดกลัวและนึกโกรธโอรสสวรรค์นั่น ทุกอย่างก็พร่าเบลอไปหมด 

ท่านเจ้าเพลิงชะงักไปทันที ก่อนจะหรี่ตาลง เขาเชื่อที่เธอพูดเพราะเขาอ่านใจเธอได้และรู้ว่าตอนนี้เธอกำลังรู้สึกแบบนั้นจริง ๆ ร่างสูงผละออกห่างจากเธอช้า ๆ ก่อนจะยกมือกอดอกแล้วหันหน้ามองออกไปด้านนอกสระน้ำ 

“โอรสสวรรค์เห็นพลังของเจ้าแล้ว” 

“แล้วยังไงต่อเหรอ?” หญิงสาวถามต่อ สีหน้าไม่สู้ดีนัก มือเล็กกำแน่น ตอนนี้เธอเริ่มรู้สึกกลัวมากขึ้น มันไม่สนุกเหมือนก่อนหน้านี้แล้ว 

“โอรสสวรรค์จะต้องทำทุกวิถีทางเพื่อไม่ให้ประตูนรกเปิดออกเช่นกัน พูดง่าย ๆ ก็คือ เจ้านั่นจะต้องกำจัดเจ้า” 

“กำจัดฉัน? หมายถึงฆ่าฉันน่ะเหรอ?” หญิงสาวชี้อกตัวเอง สีหน้าซีดเผือด ท่านเจ้าเพลิงเหล่มองเธอทางหางตา 

“ถ้าคนที่ฆ่าเจ้าไม่ใช่โอรสสวรรค์ล่ะ?” คำถามต่อมาของท่านเจ้าเพลิงทำให้ปาลิสาชะงักไป หญิงสาวจ้องมองนัยน์ตาคมกริบที่เหมือนจะไหววูบของท่านเจ้าเพลิงด้วยหัวใจที่เบาหวิว 

“แล้วใครจะเป็นคนฆ่าฉันล่ะ?” หญิงสาวถามกลับโดยไม่รู้ตัว หัวใจสาวกระตุกเล็กน้อย ท่านเจ้าเพลิงรีบปรับสีหน้าและกะพริบตาปริบ ๆ หมุนตัวเดินหนีทันที 

“เจ้าไปพักผ่อนเถอะ เมื่อคืนพลังด้านมืดของเจ้าส่งผลให้ร่างกายเจ้าอ่อนแอ”  

“ท่านดูแลข้าทั้งคืนเลยเหรอ ในเมื่อท่านมีเวทย์ ทำไมถึงไม่ใช้เวทย์รักษาล่ะ?” หญิงสาวเดินตามร่างสูงไปติด ๆ เมื่อวานเธอได้ยินเขาเรียกชื่อเล่นเธอเป็นครั้งแรก คิดแล้วก็อดยิ้มไม่ได้ 

“เจ้าเป็นมนุษย์ ไม่สามารถใช้เวทย์ของเทพรักษาได้”  

“เอ่อ…คือว่าฉันอยากไปพบเทพสายลม อยากรู้ว่าเขาเป็นยังไงบ้าง?” หญิงสาวนึกถึงเทพสายลมขึ้นมาได้ เธอเป็นฝ่ายผิดเอง ทำให้เทพสายลมต้องบาดเจ็บไปด้วย 

ร่างสูงตรงหน้าหยุดเดินก่อนจะหันกลับมามองเธอช้า ๆ ขณะที่ปาลิสายืนก้มหน้านึกโทษตัวเองอยู่ในใจจนไม่รู้ตัวเลยว่ามีมือหนายื่นมาจับผมเธอไปทัดใบหูให้ หญิงสาวเงยหน้าขึ้นมองเจ้าของมือตาปริบ ๆ 

“อย่าโทษตัวเองเลย พวกข้ามีหน้าที่ดูแลมนุษย์อยู่แล้ว” 

“แต่แบบนี้ไม่ใช่สักหน่อย ฉันไม่อยากเป็นต้นเหตุให้พวกท่านต้องบาดเจ็บ อีกอย่างเทพสายลมก็เหมือนเพื่อนของฉัน” หญิงสาวเถียงกลับ ท่านเจ้าเพลิงเอียงคอเล็กน้อย 

“เพื่อนหรือ?” 

“อื้อ! ตั้งแต่มาอยู่ที่นี่ นอกจากท่านกับเสือไฟแล้ว ก็มีเทพสายลม เทพสายน้ำนี่แหละที่พูดคุยดี ๆ กับฉันน่ะ เทพสายลมเป็นมิตรขนาดนั้นแล้วมาบาดเจ็บเพราะปกป้องฉันแบบนี้ ฉันรู้สึกแย่นะ” หญิงสาวทำหน้าละห้อย ขณะที่ท่านเจ้าเพลิงยืนมองเธอไม่วางตา อึดใจต่อมาก็พูดขึ้น 

“ปกติมนุษย์มักจะสนใจตัวเองมากกว่าคนอื่นไม่ใช่หรือ?”  

“ท่านมองมนุษย์ในแง่ร้ายเกินไปแล้ว!” หญิงสาวถลึงตาใส่ ท่านเจ้าเพลิงกระตุกยิ้มเล็กน้อยจากนั้นก็ขยับเข้าหาเธออีกครั้ง ไล่ต้อนจนปาลิสาไปติดอยู่กับต้นไม้ เธอถูกเขาไล่ต้อนจนหัวใจเธอไม่อยู่กับเนื้อกับตัวแล้ว 

และเขายังเป็นเทพที่หล่อมากด้วย หญิงสาวหลับตาลงทันทีเมื่อคิดเรื่องที่ไม่ควรคิด 

“เจ้ากลัวหรือไม่?” ท่านเจ้าเพลิงก้มลงมากระซิบถามด้วยน้ำเสียงจริงจัง ปาลิสาปรับอารมณ์เขินของตัวเองก่อนจะพยักหน้าเบา ๆ 

“ไอ้กลัวก็กลัว แต่ฉันรู้สึกผิดมากกว่า ฉันไม่รู้ว่าตัวเองมีพลังด้านมืดอะไรนี่ได้ยังไง ฉันก็แค่มนุษย์ธรรมดา เสกอะไรก็ไม่ได้ แต่ถ้าพลังในตัวฉันมันทำให้พวกท่านต้องเดือดร้อน ฉันคงเสียใจมาก ให้ฉันถูกฆ่าไปซะจะดีกว่า อื้อ!!” หญิงสาวยังพูดไม่ทันจบ เธอก็สะดุ้งเฮือกแล้วกลืนคำพูดที่เหลือลงคอไปเพราะอยู่ ๆ ท่านเจ้าเพลิงก็ก้มลงมาจูบปากเธอแทบจะทันที 

แต่เขาไม่ได้ทำเพียงแค่จูบแต่ยังกัดริมฝีปากล่างของเธอเต็มแรงราวกับลงโทษ 

“อ๊ะ! ท่านกัดปากฉันทำไม?” หญิงสาวผลักอกแกร่งออกพลางโวยวายใส่สีหน้าเจ็บปวด เธอยกมือแตะที่ริมฝีปากตัวเองก็ต้องตาโต 

“เลือดออกเลย ท่านเป็นพวกชอบความรุนแรงหรือไง?” หญิงสาวเงยหน้ามองร่างสูงตรงหน้าด้วยแววตาโกรธเกรี้ยว แต่เมื่อรู้สึกตัวเธอก็รีบปรับอารมณ์ตัวเอง ท่าทางแปลก ๆ ของเธอทำให้ท่านเจ้าเพลิงต้องย่นคิ้วมอง 

“เป็นอะไรไป?” 

“ฉันไม่อยากโกรธหรือโมโห กลัวว่าพลังของฉันจะทำร้ายท่านอีก” หญิงสาวตอบเสียงแผ่วแล้วก้มหน้าลง มือเล็กจับกันแน่น สีหน้ากังวลของเธอทำให้ท่านเจ้าเพลิงต้องยื่นมือไปแตะปลายคางเล็กแล้วเชยขึ้น จ้องมองเข้าไปในดวงตาเล็กอยู่พักใหญ่ จากนั้นเขาก็เปลี่ยนสีหน้าแล้วยกยิ้มมุมปาก 

“เจ้าควรจะดีใจมากกว่าเสียใจเพราะคนเดียวที่ข้าอนุญาตให้ทำร้ายข้าได้ก็คือเจ้า”  

ปาลิสาชะงักค้างกับคำพูดของเขา หน้าเนียนแดงก่ำจนเห็นได้ชัด หญิงสาวกัดปากตัวเองแล้วรีบหลบสายตาของเขา คำพูดนั่นทำให้ใจเธอไหววูบ ท้องไส้ปั่นป่วนไปหมด 

 

“ข้าจะพาไปพบเทพสายลม” ท่านเจ้าเพลิงผละออกไปพร้อมกับยื่นมือมาตรงหน้า ปาลิสาค่อย ๆ วางมือลงบนมือหนา ถึงแม้อุณหภูมิร่างกายของเขาจะไม่ร้อนเหมือนก่อนหน้านี้ แต่มันก็ยังรู้สึกอุ่น ๆ อยู่ 

เธอนึกถึงโอรสสวรรค์ผู้นั้น เขามีใบหน้าที่หล่อเหลาไม่ต่างจากท่านเจ้าเพลิงเลยสักนิด แต่ความรู้สึกมันแตกต่าง โอรสสวรรค์เป็นเทพแห่งความเย็นสมชื่อ เพียงแค่ถูกปรายตามอง เธอก็รู้สึกเย็นยะเยือกแล้ว 

พี่น้องที่แตกต่างกันราวขาวกับดำ คงจะไม่ถูกกันแน่นอนเลย 

ท่านเจ้าเพลิงพามนุษย์สาวมาปรากฏตัวที่ศาลากลางสวนดอกไม้ ในศาลามีเทพสายน้ำและเทพสายลมนั่งอยู่ก่อนแล้ว การมาปรากฏตัวของปาลิสาทำให้เทพสายลมแปลกใจไม่น้อยแต่ก็ยิ้มทักทายเธออย่างอ่อนโยน 

“ร่างกายเจ้าดีขึ้นแล้วหรือ ข้าได้ข่าวว่าเจ้าไม่สบาย” 

“ฉันไม่เป็นอะไร แล้วทานล่ะ? ยังบาดเจ็บอยู่หรือเปล่า?” ปาลิสาเผลอตัวเดินเข้าไปใกล้เทพสายลมในระยะกระชั้นชิด ถึงขั้นเทพสายลมผงะเล็กน้อย เทพสายน้ำที่กำลังยกถ้วยชาขึ้นจิบต้องหยุดชะงักแล้วเหลือบมองผ่านปากถ้วย 

“เอ่อ…..ข้าไม่เป็นอะไรหรอก ข้าเป็นเทพบาดเจ็บเล็กน้อยข้าก็สามารถรักษาร่างกายได้แล้ว” เทพสายลมตอบยิ้ม ๆ ก่อนจะเหล่มองร่างสูงของท่านเจ้าเพลิงที่ยืนจ้องมองเขาด้วยสีหน้าถมึงทึง 

“ถ้าเจ้าไม่ขยับออกมา ช้าจะเผาเจ้า” ท่านเจ้าเพลิงกระซิบลอดไรฟัน ไม่รู้ว่าบอกใครกัน แต่เทพสายลมถือวิสาสะลุกขึ้นก่อนเป็นคนแรก เขายังไม่อยากถูกไอเพลิงแผดเผา ไม่อย่างนั้นต่อให้ใช้พลังเวทย์ทั้งหมดที่มีเพื่อรักษาตัวเอง มันก็คงไม่ได้ผล 

“ฉันขอโทษนะคะที่ตามท่านไปและเป็นต้นเหตุทำให้ท่านต้องบาดเจ็บ” ปาลิสาก้มหัวขอโทษผงก ๆ เทพสายลมกลืนน้ำลายเหนียว ๆ ลงคอแล้วรีบพูดขึ้น 

“ไม่เป็นไร ๆ เจ้าไม่ต้องขอโทษข้าหรอก ข้าไม่ได้เป็นอะไรเลย” 

“พลังของฉันทำร้ายท่าน” ปาลิสาพึมพำเสียงแผ่ว เทพสายลมชะงักไปก่อนจะย่นคิ้วแล้วหันไปมองท่านเจ้าเพลิงจากนั้นก็หันมามองปาลิสา 

“เจ้ารู้เรื่องพลังด้านมืดของเจ้าแล้วหรือ?” 

“ค่ะ” ปาลิสาพยักหน้า เทพสายลมถอนหายใจเบา ๆ ก่อนจะปรับสีหน้าแล้วส่งยิ้มให้หญิงสาว 

“เจ้าไม่ต้องคิดมากไปหรอก” 

“ถ้าอย่างนั้น ฉันทำอาหารเลี้ยงพวกท่านดีมั้ย?” หญิงสาวเสนอ เทพทั้งสามมองหญิงสาวเป็นตาเดียว 

“อาหารบนโลกมนุษย์น่ะหรือ ข้าเคยเห็นในสระมรกตนะ เคยคิดว่าอยากลองชิมดูเหมือนกัน” เทพสายน้ำพูดขึ้นพร้อมกับยื่นถ้วยน้ำชาให้มนุษย์สาว 

“ฉันทำอาหารได้นะ แต่เรื่องวัตถุดิบคงต้องให้พวกท่านเสกให้” หญิงสาวทรุดนั่งลงหลังจากดื่มชาแล้ว 

“พวกข้าเสกอาหารมาเลยไม่ดีกว่าหรือไง ทำไมต้องทำให้เสียเวลาด้วย” ท่านเจ้าเพลิงเอ่ยขึ้น ร่างสูงนั่งชันเข่าอยู่มุมเสา 

“มันไม่เหมือนกับการทำเองหรอก” ปาลิสาหันไปเถียง ท่านเจ้าเพลิงแสยะยิ้มมุมปาก แต่เทพสายลมกับสายน้ำเห็นด้วยกับหญิงสาว 

“เอาน่า พวกข้าก็อยากลองชิมอาหารที่ทำจากมือมนุษย์บ้าง รสชาติอาจจะแตกต่างจากที่ท่านเสกมาก็ได้” 

“ใช่ ๆ” หญิงสาวพยักหน้ารัว ๆ ท่านเจ้าเพลิงกลอกตาไปมาแล้วถอนหายใจ มือหนายกชาขึ้นจิบอย่างไม่สนใจ 

ไม่นานบนศาลาก็เต็มไปด้วยวัตถุดิบอาหารและอุปกรณ์ทำอาหารที่เทพสายน้ำเสกมาให้หญิงสาว ปาลิสาเริ่มสนุกแต่ก่อนจะลงมือทำเธอก็เริ่มหันไปมองเตาถ่าน 

“ฉันไม่มีไฟ มันต้องใช้ไฟจุดเตาถ่านนั้น” 

“ท่านเจ้าเพลิงคือเทพแห่งไฟ” เทพสายลมหันไปมองท่านเจ้าเพลิงที่ยังนั่งนิ่งอยู่ที่เดิม ท่านเจ้าเพลิงเหล่มองแล้วหันหน้าหนีอย่างไม่สนใจ จนกระทั่งปาลิสาต้องเดินไปยืนมองเขาหน้างอ 

“ท่านช่วยจุดไฟให้หน่อยไม่ได้เหรอ?”  

“ทำไมข้าต้องทำแบบนั้นด้วย พลังของข้าไม่ได้มีเพื่อจุดไฟบนเตาถ่านเล็ก ๆ นั่นให้เจ้าสักหน่อย” 

“ก็แค่นิดเดียว ท่านอย่างกไปหน่อยเลย” หญิงสาวทำหน้าบูด คำว่างกของเธอทำให้เหล่าเธอทำหน้าฉงน 

“งกคือ?” 

“เอ่อ…มันคือคำพูดเปรียบเปรยบนโลกมนุษย์น่ะ” ปาลิสาพยายามอธิบาย จากนั้นก็หันไปมองท่านเจ้าเพลิงอย่างกดดัน เมื่อเห็นเธอทำหน้างอมากขึ้น ท่านเจ้าเพลิงก็ถอนหายใจออกมา จากนั้นก็ขยับตัว คว้าข้อมือเล็กกระตุกจนเธอเสียหลังลงไปนั่งบนตักของเขาท่ามกลางสายตาของเทพสายน้ำและสายลม 

“ท่านจะทำอะไร?” หญิงสาวถลึงตาใส่หน้าแดงก่ำ อยู่ต่อหน้าเทพทั้งสองแท้ ๆ ยังคิดจะลวนลามเธออีก 

“จับมือข้าไว้” ท่านเจ้าเพลิงก้มลงมากระซิบบอกข้างแก้มเนียน มือหนาจับมือเล็กของหญิงสาวแล้วยื่นออกไปที่เตาถ่าน จากนั้นถ่านบนเตาก็เกิดประกายไฟลุกขึ้นภายในเสี้ยววินาที 

“ไฟติดแล้ว” หญิงสาวยิ้มกว้าง จากนั้นก็หันไปสบตาคมกริบของท่านเจ้าเพลิง ทั้งสองสบตากันนิ่งอยู่พักใหญ่อย่างลืมตัว แทบหลงลืมเทพทั้งสองตนด้วยซ้ำ จนกระทั่งเทพสายน้ำกระแอมในลำคอจึงเรียกสติของทั้งสองกลับมา 

ท่านเจ้าเพลิงแลบลิ้นเลียริมฝีปากแล้วปล่อยเธอลงจากตัก ก่อนจะหันไปหยิบถ้วยชาขึ้นจิบแล้วมองออกไปด้านนอกศาลา 

“พวกท่านกำลังทำอะไรกัน?” ระหว่างนั้นก็มีเสียงหนึ่งดังขึ้น ร่างสูงของเทพแห่งแสงปรากฏตัวขึ้นบนศาลา 

“นางกำลังจะทำอาหารให้พวกเรา” เทพสายน้ำเอ่ยตอบ เทพแห่งแสงหันไปมองปาลิสาแล้วเดินเข้าไปใกล้ 

“ข้าได้ข่าวมาว่าพลังในตัวเจ้าตื่นขึ้นมาแล้ว” 

“เอ่อ….” ปาลิสาอึกอัก พยายามเดินถอยหลังหนีเทพแห่งแสง แต่ก่อนที่เธอจะถูกไล่ต้อนไปจนติดเสาไม้ ก็มีไอเพลิงลูกเล็กพุ่งมาขวางหน้าเทพแห่งแสงเสียก่อน 

“เจ้าคงไม่อยากกลับมาบาดเจ็บอีกหรอกใช่มั้ย? ไอเพลิงของข้ารุนแรงกว่าพลังของกบฏสวรรค์แน่นอน” เสียงเข้มของท่านเจ้าเพลิงเอ่ยเตือน ร่างสูงของเทพแห่งแสงหยุดชะงักทันทีก่อนจะหัวเราะขึ้นจมูกแล้วยอมล่าถอยกลับมาง่าย ๆ 

“ข้าก็แค่สนใจพลังในตัวนาง อย่าห่วงเลยข้าไม่คิดแตะต้องว่าที่ชายาของท่านหรอก” เทพแห่งแสงแซวยิ้ม ๆ แล้วเดินไปนั่งข้างเทพสายน้ำที่นั่งยิ้มอยู่ไม่ต่างกัน 

คำว่าชายานั่นทำให้ปาลิสาหน้าร้อนวูบวาบ แต่ท่านเจ้าเพลิงทำเพียงนั่งมองเทพแห่งแสงแล้วทำเสียงบางอย่างขึ้นจมูก  

นางจะเป็นชายาของเขาได้ยังไง ก็แค่มนุษย์ 

ความคิดเห็น