email-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : ทางแยก2

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 839

ความคิดเห็น : 4

ปรับปรุงล่าสุด : 10 ส.ค. 2563 10:54 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ทางแยก2
แบบอักษร

ปุยฝ้าย ตัดสินใจโทรศัพท์ไปบอกกับพ่อแม่เพื่อให้มาพบเธอในวันรุ่งขึ้น และเธอเองก็ตัดสินใจบอกหมอว่า ให้บอกผลในขณะที่ทุกคนมาพร้อมหน้าพร้อมตากันแล้ว เพราะสิ่งที่เธอกำลังตัดสินใจทำลงไป เธออยากจะให้ทุกคนเคารพในการตัดสินใจของเธอ

"ฝ้ายเป็นยังไงบ้างลูก" ทันทีที่ประตูเปิดมาหญิงชายวัยกลางคนคู่นึงเดินมาที่เตียงนอนอย่างรีบร้อน เสียงนั้นคือเสียงของแม่ปุยฝ้ายที่พูดออกมาด้วยความตกใจและห่วงใย เป็นเสียงที่ปุยฝ้ายไม่ได้ยินมารอบหลายวันมานี้ ปุยฝ้ายไม่ได้เจอพ่อกับแม่มาเกือบครึ่งปี เธอเองบอกทุกเรื่องกับพ่อแม่เสมอ แต่แค่บอกไปเท่านั้นเพราะรู้ดีว่าท่านคงไม่สนใจสักเท่าไร พ่อกับแม่ของปุยฝ้ายเอามือมาลูบหัวและใบหน้าปุยฝ้าย

" สวัสดีครับ"

" สวัสดีครับ" เสียงของภาดลและมังกรยกมือไหว้ พ่อกับแม่ของปุยฝ้ายอย่างนอบน้อม ทั้งสองหันกลับมามองและยิ้มให้

" สวัสดีจ๊ะ ขอบคุณมากนะที่ช่วยดูแลปุยฝ้ายลูกของฉันเป็นอย่างดี" แม่ปุยฝ้ายเอ่ยขึ้น

" ไม่เป็นไรครับมันเป็นหน้าที่ของพวกผมอยู่แล้ว" มังกรเอ่ยขึ้น

" มังกรรีบไปส่งดลเถอะ เดี๋ยวจะไม่ทันสอบเอา แล้ววันนี้มังกรก็กลับไปพักบ้างนะเดี๋ยวฝ้ายจะอยู่กับพ่อกับแม่" ปุยฝ้ายบอก

ภาดลและมังกรพยักหน้ารับคำ ทั้งสองเดินมาที่เตียงและทำเหมือนทุกครั้ง

" พ่อรองไปเรียนก่อนนะครับเดี๋ยวเย็นๆพ่อรองจะรีบกลับมาอย่าดื้อนะครับ" ภาดลแนบหน้าลงมาใกล้ท้องของปุยฝ้ายและเอามือลูบที่ท้อง

" อย่าดื้อนะครับเดี๋ยวพ่อใหญ่มา" มังกรเองก็ทำเช่นเดียวกัน ทำเหมือนทุกครั้งแต่มันดูแปลกในสายตาพ่อแม่ของปุยฝ้าย ท่านหันมาสบตากันเหมือนหาคำอธิบายไม่ถูกที่ทั้งสองคนทำอย่างนั้น พอภาดลและมังกรเดินออกไปจากห้อง

" สองคนนี้เขาดูรักลูกนะ" แม่ปุยฝ้ายพูดขึ้น

" ใช่ เขาดีกับลูกจัง" พอปุยฝ้ายพูดเสริม

" ค่ะเขาดูแลฝ้ายดีมาก แค่ดูแลนะคะไม่ได้พิศวาสหรือรักฝ้ายแบบที่พ่อแม่กำลังคิดนะ แต่มันคือความรัก ที่อบอุ่นมากสำหรับฝ้ายค่ะ" ปุยฝ้ายพูดและยิ้ม

" แม่ไม่เข้าใจ ฝ้ายไม่ได้รักภาดลหรอ" แม่ปุยฝ้ายถาม

" รักค่ะ แต่รักในฐานะของน้องชายคนนึงนะคะ" ปุยฝ้ายตอบและยิ้มๆ

" พ่อคะแม่คะ ฝ้ายมีเรื่องอยากจะขอร้อง" ปุยฝ้ายพูดขึ้นและหันไปสบตากับผู้เป็นพ่อและแม่ ทั้งสองมองหน้ากันอย่างงงๆแล้วก็หันมามองลูกที่อยู่ตรงเตียงอีกที

" อะไรล่ะฝ้าย พ่อให้ลูกได้ทุกอย่างลูกก็รู้" พ่อปุยฝ้ายพูด

" วันนี้ผลตรวจของฝ้ายกำลังจะออกมา ฝ้ายอาจจะต้องตัดสินใจทำอะไรสักอย่าง ฝ้ายอยากให้พ่อกับแม่เคารพในการตัดสินใจของฝ้าย" ยิ่งปุยฝ้ายพูดพ่อกับแม่ยิ่งทำหน้างงกันใหญ่มันคืออะไรและมันร้ายแรงระดับไหน

" มันร้ายแรงขนาดไหนฝ้าย" แม่ปุยฝ้ายเริ่มถามด้วยความกังวล ไม่มีคำตอบออกมาจากปากของฝ้าย แต่กลับเป็นคำเดิม

" พ่อกับแม่สัญญากับฝ้ายนะคะ สัญญาสิคะว่าจะเคารพในการตัดสินใจของฝ้ายและจะไม่ห้าม" พ่อกับแม่ ได้แต่มองหน้ากันด้วยความหนักใจ แล้วหันมาพยักหน้ารับปากกับปุยฝ้าย เมื่อปุยฝ้ายเป็นคนขอเขาก็ยินดีเพราะเขาเองไม่เคยขัดใจตามใจมาตั้งแต่เล็ก

หมอและพยาบาลเดินเข้ามาในห้องที่ทุกคนอยู่พร้อมหน้าพร้อมตากัน ภาดลซึ่งนั่งอยู่ข้างๆกับปุยฝ้ายและกุมมือปุยฝ้ายไว้ไม่ปล่อย มังกรยืนอยู่ข้างภาดลไม่ห่างเช่นกัน ความกลัวความกังวลความตึงเครียดอะไรหลายๆอย่างมันคลุกรุ่นเต็มห้องไปหมด พ่อแม่ของปุยฝ้ายเองก็ยืนอยู่ข้างเตียงไม่ห่าง

" ผมต้องแสดงความเสียใจด้วยนะครับ คุณปุยฝ้ายเป็นมะเร็งครับแต่อย่าเพิ่งตกใจไปเรายังพอมีทางรักษากันนะครับเพราะที่คุณปุยเป็นมันยังไม่ร้ายแรงครับ"

ทุกคนต่างพากันอึ้งในคำตอบที่หมอพูด ภาดลหันไปมองหน้าปุยฝ้าย เมื่อเขาบีบมือปืนฝ้ายเบาๆ

" รักษายังไงครับรักษาได้เลยหรือเปล่า" ภาดลหันมาคุยกับหมอด้วยสีหน้าที่กังวล ในขณะที่ทุกคนยังตั้งสติไม่ได้ กำลังนั่งเงียบและอึ้งอยู่

" ขั้นตอนการรักษามีอยู่ 2 ระดับครับ รับโดยทางยาซึ่งยาบางตัวก็จะมีผลกระทบต่อเด็กในท้องแต่ก็ไม่ถึงขั้นรุนแรง และการทำคีโมครับซึ่งการทำคีโมจะส่งผลกระทบต่อเด็กโดยตรง" เมื่อหมอพูดจบ ทุกคนต่างนิ่งเงียบและพูดอะไรไม่ออก

" มีทางอื่นอีกไหมครับหมอ" มังกรพูดขึ้น

" ก็ยังพอมีครับ อยู่ที่ร่างกายของคุณปุยฝ้ายเองว่าจะแข็งแรงพอที่จะรับมือกับมันหรือเปล่า ซึ่งวิธีนี้คุณปุยฝ้ายเองก็ได้รับทราบแล้ว" เมื่อคุณหมอพูดจบทุกคนหันไปมองที่ปุยฝ้าย

" หมายความว่ายังไงครับพี่ปุยฝ้าย พี่รู้แล้วหรอว่าพี่เป็นมะเร็งแล้วทำไมพี่ไม่บอกผมครับ" ภาดลถามปุยฝ้าย ใช่ปุยฝ้ายรู้อยู่แล้วว่าเธอได้ขอคุยนอกรอบกับหมอ

" คุณหมอพูดต่อเถอะค่ะ" แทนที่จะตอบคำถามปุยฝ้ายกลับให้หมอพูดต่อ

" วิธีนี้คือการไม่รับการรักษาครับ ทานยาแค่บรรเทาอาการซึ่งยาตัวนั้นไม่มีผลกระทบต่อเด็กครับ ตอนนี้เด็กในท้องได้ 5 เดือนกว่าๆแล้ว รอจนกว่าเด็กจะคลอดครับ แต่ถ้าเด็กแข็งแรงดีก็จะทำการผ่าตัดให้เด็กคลอดออกก่อนกำหนดแล้วคุณปุยฝ้ายจะได้รับการรักษาเรื่องมะเร็งตามขั้นตอนครับ วิธีนี้เป็นวิธีที่คุณฝ้ายเลือกไว้ครับ" ทันทีที่หมอพูดจบ คุณหญิงสีดาถึงกับทนไม่ได้รีบเดินมาที่เตียง

" ฝ้าย หนูอย่าทำอย่างนี้ลูกหนูต้องห่วงตัวเองสิ ลองทานยาดูก่อนก็ได้ถ้าปล่อยไปอย่างนี้หนูอาจจะ" คุณหญิงสีดาหยุดพูดเพราะคำพูดที่จะพูดต่อไปมันพูดออกมาไม่ได้จริงๆมันจุกไปหมด มารีนาเองก็ร้องให้ออกมาเพราะเธอเห็นใจปุยฝ้ายมาก

" คุณหมอออกไปก่อนนะคะเดี๋ยวขอฝ้ายเป็นคนคุยกับทุกคนเอง" ปุยฝ้ายบอกคุณหมอ

" พี่ปุยฝ้ายครับพี่ต้องรักษาตัวเองนะครับ" ภาดลพูด

" ปุยฝ้ายเธออย่าคิดอะไรโง่ๆสิ" อินทรีย์พูดเสริม

" ถ้าฉันรักษาแล้วลูกล่ะ เธอรักเด็กคนนี้มากไม่ใช่หรอ" ปุยฝ้ายพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงที่เริ่มสั่นเครือ

" ถึงผมจะรักเด็กคนนี้มาก แต่พี่ปุยฝ้ายก็สำคัญนะครับพี่อย่าทำอย่างนี้เลยครับ ที่ให้หมอรักษาเถอะนะครับ" ภาดลพูดอ้อนวอนปุยฝ้ายด้วยน้ำเสียงที่สั่นเครือไม่แพ้กันตอนนี้ทุกคนมายืนรวมกันอยู่ที่เตียง แต่คุณสีดาต้องพามารีนาเดินออกข้างนอกไปเพราะ มันกระทบจิตใจเธอเกินไป

" แต่เด็กคนนี้สำคัญมากน่ะดล เธอเป็นคนให้ชีวิตเด็กคนนี้ แล้วฉันจะทำร้ายเด็กคนนี้ได้ยังไง" ปุยฝ้ายพูดดึงมือออกจากการเกาะกุมของมือภาดลและเอามือมาจับที่แก้มของภาดลลูบเบาๆ

" ไม่ครับ มันต้องไม่เป็นอย่างนี้ ผม...." ภาดลพูดยังไม่จบประโยคก็ร้องไห้ออกมาเขารู้สึกเสียใจมากที่เป็นต้นเหตุทั้งหมดถ้าเขาไม่ตัดสินใจให้เก็บเด็กไว้ ปุยฝ้าย ก็ต้องได้รับการรักษา แต่เป็นเพราะเขาที่ทำให้ปุยฝ้ายต้องมาตกอยู่ในสถานการณ์ย่ำแย่แบบนี้

" พี่ปุยฝ้ายครับ พี่รับการรักษาเถอะนะครับ" ภาดลพูดในขณะที่น้ำตานองหน้า มังกรเองได้แต่มองเพราะพูดอะไรไม่ออกอึ้งกับสิ่งที่ได้รับรู้มา

"ฝ้ายหนูลองรับยาดูก่อนมั้ย"คุณก้องภพพูด

" ทุกคนฟังนะ" ปุยฝ้ายพูดด้วยน้ำเสียงที่สั่นเครือขึ้นน้ำตาที่เอ่อล้นมาเต็มดวงตาก็ค่อยๆไหลรินลงมาข้างแก้ม

" ฉัน ที่ถูกเลี้ยงมาด้วยเงินไม่ได้รับความอบอุ่น หรือความใส่ใจมากเพียงพอ" ปุยฝ้ายหยุดพูดและปรายตาไปมองพ่อกับแม่ ก่อนที่จะพูดต่อ

" ฉันไม่เคยรู้สิ่งมีค่าที่สุดในชีวิตคืออะไร ใช้ชีวิตแบบสิ้นคิด ใช้เงินปรนเปลอเพื่อความสุขจอมปลอม ฉันไม่รู้ด้วยซ้ำว่าชีวิตฉันต้องการอะไร ฉันมาเจอดล ดลทำให้ฉันรู้อะไรหลายๆอย่างทำให้ชีวิตฉันมีเป้าหมายอย่างชัดเจนทำให้ฉันรู้ว่าฉันต้องการอะไร นี่เป็นเพียงสิ่งเดียว ที่จะทำให้ฉันรู้สึกว่าฉันมีค่า ฉันจะเก็บรักษาเด็กคนนี้ไว้ ถึงอนาคตจะเป็นยังไงฉันก็ไม่สน เพราะเด็กคนนี้เป็นสิ่งเดียวที่ทำให้ฉันรู้ว่าชีวิตฉันมีค่ามากแค่ไหน เพราะอย่างนั้น อยากให้ทุกคนเคารพในการตัดสินใจของฉัน อีกอย่างฉันคิดว่าร่างกายของฉันทนได้ฉันเข้มแข็งพอ" จบคำพูดของปุยฝ้าย แม่ของปุยฝ้ายที่ทนฟังอยู่นานถึงกลับโผ่เข้ากอดพ่อของคุณฝ้ายที่ยืนอยู่ข้างๆและร้องไห้ออกมาเพราะเรื่องนี้เธอก็มีส่วนผิดไม่ใช่น้อย การที่คิดว่า เงินจะบันดาลทุกอย่างเธอกับสามี พยายามหาเงินให้ได้มากที่สุด เพื่อมาดูแลลูกสาวคนเดียวคนนี้ แต่มันกลับไม่ใช่เลย น้ำตาลูกผู้ชายก็ไหลลงมาจากดวงตาของพ่อปุยฝ้ายเช่นกัน มังกร ซึ่งเป็นผู้เข้มแข็งในทุกเรื่องพอเจอในสถานการณ์นี้น้ำใสๆก็พากันมาเออล้นอยู่ที่ดวงตา มังกรรู้สึกสงสารปุยฝ้ายอย่างจับใจ เขานับถือจิตใจผู้หญิงคนนี้จริงๆ ภาดลเอามือมากอดกุมที่ท้องของปุยฝ้ายก้มหน้าลงมาซบตรงท้องแล้วร้องไห้ออกมาอย่างหนัก

" ผมขอโทษ..ฮือ..ผมขอโทษ..ฮือ..." ร้องไห้สะอึกสะอื้น ภายในใจปวดร้าวเหลือเกินแต่มันกลับพูดอะไรออกมาไม่ได้มากกว่าคำว่าขอโทษมันรู้สึกเจ็บและจุกไปหมด ปุยฝ้ายเอามือมาลูบกลุ่มผมนุ่มของภาดลลูบอย่างนั้นสัมผัสที่อ่อนโยนเหมือนเป็นการปลอบใจ

" ไม่เป็นไรดล ไม่มีใครอยากให้เป็นแบบนี้หรอก แต่ถ้าดลอยากจะทำเพื่อพี่ พี่อยากจะให้ดลเคารพในการตัดสินใจของ พี่ดลทำได้ไหม" ปุยฝ้ายพูด

" เธอคิดดีแล้วใช่ไหม" มังกรถาม ปุยฝ้ายหันไปสบตายิ้มให้บางๆ ก่อนจะตอบ

" ใช่ ฉันเข้มแข็งพอหน่า นายไม่ต้องเป็นห่วงหลอกมังกร นายก็รู้นี่ว่าฉันเป็นใคร" คำพูดที่เหมือนจะยียวนออกมาจากปากของคุณฝ้ายอีกครั้ง มังกรได้แต่ยิ้มปนเศร้าส่งให้ไป ในเมื่อปุยฝ้ายตัดสินใจอย่างนี้แล้วก็คงไม่มีใครห้ามได้

ทางแยกมีแค่ 2 ทาง จะเลือกทางไหนก็ปวดร้าวใจด้วยกันทั้งคู่ จะเลือกเก็บชีวิตของตัวเองไว้แล้วทิ้งชีวิตบริสุทธิ์ไปมันก็เหมือนเป็นตราบาปไปตลอดชีวิต จะเลือกเก็บชีวิตบริสุทธิ์ไว้แล้วตัวเองอาจจะต้องตายไป ถึงแม้จะเป็นอย่างนั้น แต่มันก็คือความสุขที่สุดในใจแล้ว มันเป็นสิ่งเดียวที่ปุยฝ้ายจะสามารถทำได้ในขณะนี้

ไปหน้าเล็กเรียวสวยคล้ายกับผู้หญิง ยังคงซุกอยู่ตรงท้องของปุยฝ้ายยังกอดอยู่อย่างนั้นหยดน้ำตาก็ไหลลงมาไม่ขาดสาย

"ดล หยุดร้องได้แล้ว เดี๋ยวเจ้าตัวเล็ก จะคิดว่าพ่ออ่อนแอนะ" ปุยฝ้ายพูดมือของปุยฝ้ายเองก็ยังลูกที่หัวของภาดล ภาดลเงยหน้าขึ้นมามองแล้วเอามือมาปาดน้ำตา

" อย่าอ่อนแอให้ลูกเห็นสิ" ปุยฝ้ายพูด

"ครับ" ภาดลต่อด้วยเสียงที่เบา และหันไปมองหน้าปุยฝ้าย ด้วยสายตาที่ปวดร้าวและขอบคุณ มังกรเอามือมาลูบที่หัวของภาดล

" ในเมื่อคนเก่งเขาตัดสินใจแล้ว สิ่งที่เราจะทำได้ก็คือต้องช่วยกันดูแลนะ" มังกรพูดขึ้นและยิ้มให้ปุยฝ้ายเพื่อไม่ให้สถานการณ์ตึงเครียดทุกคนกลับไปนั่งที่ และยังคงนั่งเศร้าอยู่แบบนั้นถ้าดลเองก็นั่งอยู่ไม่ห่างเตียงเลย คุณสีดาพามารีนาที่สงบสติอารมณ์ได้แล้วกลับเข้ามาในห้องและนั่งเงียบ

" พี่ปุยฝ้ายอยากกินอะไรมั้ยครับ" ภาดลพูดขึ้นหลังจากบรรยากาศในห้องเงียบไปนาน

" พี่อยากกินไอศครีม เจ้าที่ดลชอบซื้อที่กินน่ะดลไปซื้อให้พี่ได้ไหม" ปุยฝ้ายพูดแล้วยิ้มให้ภาดล

" ได้สิครับ เดี๋ยวผมจะไปซื้อมาตุนไว้ให้พี่เยอะๆเลย" ภาดลตอบกลับด้วยรอยยิ้มเช่นกัน

" มีใครจะเอาอะไรอีกไหมครับ คุณพ่อคุณแม่ละครับจะทานอะไรไหม" มังกรพูดขึ้น

" ไม่จ๊ะ แม่ว่าจะพาหนูรีเขากลับไปพักแล้ว" คุณสีดาพูด

"ฉันก็ว่าจะไปทำงาน นายอยู่ดูแลที่นี่ไปเถอะเดี๋ยวงานที่เหลือของนายฉันจัดการให้เอง" อินทรีย์พูดพร้อมกับลุกขึ้น

" พ่อเอ็งก็ต้องมีงานไปทำเหมือนกัน" คุณก้องภพพูด

" งั้นเดี๋ยวพ่อกับแม่ดูแลปุยฝ้ายเองหนู 2 คนไปซื้อของเถอะจ๊ะ" แม่ปุยฝ้ายพูดและลุกขึ้นมายืนใกล้ๆกับเตียงของลูกสาว เอามือลูบที่หัวเบาๆ

" เดี๋ยวผมมานะครับ" ภาดลหันมาพูดให้กับปุยฝ้ายอีกครั้งก่อนจะเดินออกไปพร้อมกับมังกร

เดินออกมาจากห้องไม่กี่ก้าวภาดลก็หยุดนิ่ง

"พี่มังกรครับ" มังกรหันมามองร่างเล็กที่หยุดเดินจะเดินเข้ามาหา และอกกอดไว้ในอกแกร่ง

" ไม่ต้องร้องนะคนดี เราคงทำได้ดีที่สุดก็คือการช่วยดูแลปุยฝ้ายนับจากนี้ไป" มังกรพูดขึ้นและลูบที่หัวของภาดล น้ำตาที่ไหลลงมามันไม่ได้รุนแรงเหมือนตอนแรก แต่มันก็ยังคงไหลอยู่อย่างนั้น

" เราต้องผ่านมันไปให้ได้ ปุยฝ้ายต้องหายเชื่อพี่นะ" ทั้งสองคนยืนกอดกันอยู่ตรงนั้นนานนับหลายนาที จนคนในห้อง คือคุณก้องภพคุณสีดา อินทรีย์และมารีนา เดินมาสมทบ ก้องภพเอามือลูบศีรษะของมังกร ส่วนคุณหญิงสีดาก็เอามือมาลูบและปลอบประโลมที่บ่าเล็กๆของภาดลมันเป็นภาพที่บ่งบอกถึงความอบอุ่นการให้กำลังใจซึ่งกันและกันในตอนนี้มันสำคัญที่สุด

มือของอินทรีย์ที่ตบลงมาของมังกรเบาๆ

" เราต้องผ่านมันไปให้ได้" อินทรีย์พูดขึ้น

หมออนุญาตให้คุณฝ้ายกลับบ้านได้ ภาดลและมังกรได้จัดเตรียมห้องไว้ให้ปุยฝ้าย ช่วงนี้เป็นช่วงที่ภาดลสอบเสร็จแล้วแล้วทางมหาลัยได้หยุดเป็นเวลาหลายเดือน เขาจึงมีเวลาดูแลปุยฝ้ายอย่างเต็มที่ ก้องภพตัดสินใจให้คุณหมอมาตรวจดูอาการของปุยฝ้ายที่บ้าน เพราะเขาเองก็เป็นห่วงสุขภาพของปุยฝ้ายไม่น้อยกว่าทุกคน พ่อกับแม่ของปุยฝ้ายเดินทางกลับไปที่ต่างประเทศก่อนกลับก็ได้ฝากฝังไว้กับภาดลและมังกร ทั้ง2รับปากจะดูแลปุยฝ้ายเป็นอย่างดี แล้วบอกว่าจะบินกลับมาเยี่ยมปุยฝ้ายบ่อยๆ

ในห้องที่ไม่เล็กมากๆปุยฝ้ายลืมตาขึ้นมากลางดึกก็เห็นภาดลนั่งหลับอยู่ข้างๆเตียงมือพาดผ่านมาที่ท้องของปุยฝ้าย ปุยฝ้ายค่อยๆเอามือลูบที่หัวของภาดลทำให้ภาดลรู้สึกยกหัวขึ้นมาใช้มืออีกข้างขยี้ตา

" พี่ปุยฝ้ายจะเอาอะไรหรอครับ" ภาดลถาม

" ทำไมไม่ไปนอนมานอนตรงนี้เดี๋ยวมันก็ไม่สบายหรอก" ปุยฝ้ายพูด

" ก็เดี๋ยวเผื่อพี่ปุยฝ้ายอยากได้อะไรกลางคืนไงครับ" ภาดลพูด

" พยาบาลพิเศษก็จ้างมาแล้ว ก็ให้เขาทำหน้าที่ของเขา ดลอย่ามาแย่งหน้าที่เขาทำสิ ดลอย่ามาแย่งเขาทำหมดอย่างนี้ถ้าพี่เป็นพยาบาลน้อยใจแย่เลยนะ" ปุยฝ้ายพูดแล้วหันไปมองพยาบาลที่ยิ้มหวานให้

" ดิฉันบอกให้คุณภาดลไปแล้วค่ะคุณภาดลแกไม่ยอมไป" พยาบาลสาวสวยพูดออกมา พยาบาลคนนี้เป็นหนึ่งในพยาบาลอีกหลายคนที่พ่อกับแม่ของปุยฝ้ายจ้างมาดูแลปุยฝ้ายอย่างพิเศษ เป็นพยาบาลที่ไว้ใจได้ สลับสับเปลี่ยนกันมาหลายคนดูแลทั้งกลางวันและกลางคืน

" ไปพักบ้างเถอะเราน่ะ ดูแลแต่พี่ไม่ดูแลมังกรเดี๋ยวมันจะน้อยใจนะ" ปุยฝ้ายพูดแล้วยิ้ม

" พี่มังกรเข้าใจครับ เขาไม่เห็นว่าอะไรผมเลย" ภาดลตอบออกไปด้วยความใสซื่อ

" เรารู้ได้ยังไง มังกรมันปากแข็งนะ แล้วพี่รู้มันทำทุกอย่างได้เพื่อเรา ดลลองคิดถึงจิตใจเขาบ้างนะกลับไปนอนกอดเขาบ้าง ระวังเขาจะไปกอดคนอื่นไม่รู้ด้วยนะ" ปุยฝ้ายพูดจบภาดลก็เริ่มหน้าแดงขึ้นมาทันทีเพราะคำว่ากลับไปให้นอนกอด เขาเองก็ไม่ได้นอนกอดมังกรนานแล้วเหมือนกัน

" ไปเถอะ ไม่ต้องห่วงพี่ พี่อยู่ได้" ปุยฝ้ายยังขยั้นขะยอ

" ก็ได้ครับ ถ้ามีอะไรรีบไปเรียกผมได้เลยนะครับคุณพยาบาล" ภาดลพูดแล้วยิ้มให้กับปุยฝ้ายและหันไปพูดกับพยาบาล

#ขอบคุณทุกคนที่เข้ามาอ่านนิยายเรื่องนี้นะคะ ทุกคอมเม้นลิงน้อยได้อ่านแล้วรู้สึก ขอบคุณมันเป็นกำลังใจที่ดีสำหรับลิงน้อยมาก ช่วยกดไลค์ให้ลิงน้อยช่วย Comment ให้ลิงน้อยด้วยนะคะ

ขอบคุณค่ะ ลิงน้อย👾👾

 

ความคิดเห็น