ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : บทที่ 15

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 1.5k

ความคิดเห็น : 16

ปรับปรุงล่าสุด : 22 ส.ค. 2563 14:40 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 15
แบบอักษร

 

 

 

 

15 

 

 

 

ตั้งแต่วันที่ผมได้น้องกลับมาดูเหมือนอะไรๆในชีวิตมันก็เริ่มจะดีขึ้นเรื่อยๆ พ่อที่ตรอมใจจนล้มป่วยและแทบจะเรียกได้ว่าคนป่วยติดเตียงกลับมามีกำลังใจอีกครั้งและเริ่มทำกายภาพบำบัดอย่างจริงจัง แม้ว่าบางครั้งอาจจะพูดได้ว่าคุณพ่อของผมโหมทำกายภาพบำบัดหนักจนเกินตัวไปบ้างจนต้องคอยห้ามอยู่เรื่อยๆแต่ผมก็ถือว่ามันเป็นการเริ่มต้นที่ดี ด้านผมเองนอกจากเคลียร์งานต่างๆของตละกูลที่มีเข้ามาไม่ขาด ผมก็พยายามเจียดเวลาที่มีในแต่ละวันไปนั่งมองวาเฟลผ่านกระจกที่คลินิกไอ้หมอเป็นประจำ ผมต้องการเฝ้ามองน้องชายคนสำคัญของผมให้ได้มากที่สุด ถึงแม้ว่าช่วงระยะเวลาที่ผ่านๆมาผมจะไม่ได้มีโอกาสเห็นการเจริญเติบโตของเค้าแต่หลังจากนี้ ผมสาบานไว้กับตัวเองว่าจะดูแลน้องให้ดีที่สุด เพื่อชดเชยสิ่งที่ขาดไปให้กับเทวดาตัวน้อยๆของเรา ถึงแม้ว่าช่วงเวลาที่ขาดหายไปของวาเฟลมันจะยาวนานเกือบถึง 9 ปี แต่ผมมั่นใจว่าพวกเราจะสามารถชดเชยช่วงเวลานั้นให้กับน้องได้อย่างแน่นอน ทางฝั่งไอ้หมอพัฒนาการของวาเฟลเองก็เริ่มดีขึ้น น้องเริ่มเปิดใจให้กับหมอและพยาบาลขึ้นบ้างเล็กน้อย แม้จะมีท่าทีระแวดระวังตัวอยู่ตลอดแต่ก็ถือว่าเป็นก้าวแรกที่น่ายินดีสำหรับเราทุกคน  

...ถ้าไม่นับรวมเรื่องที่วาเฟลเกลียดไอ้หมอเข้าใส้แบบเจอกันที่ไรก็จ้องจะกัด จ้องจะหนีละนะ… 

กริ้งกริ้ง 

ระหว่างที่ผมกำลังนั่งจดจ่ออยู่กับกองเอกสารดังเช่นทุกที เสียงเรียกเข้าของมือถือเครื่องเก่งก็พลันดังขึ้นเบาๆท่ามกลางห้องอันเงียบสนิทซึ่งมีเสียงเปิดกระดาษดังคลอเบาๆเป็นระยะ ผมละสายตาออกจากหน้าเอกสารที่ตนกำลังเซ็นอนุมัติงานเพื่อเหลือบไปดูรายชื่อเจ้าของสายเรียกเข้าน้อยๆก่อนจะใช้มือข้างหนึ่งหยิบมันขึ้นมากดรับ 

"มีอะไรเจฟ" ผมเอ่ยออกไปในขณะที่ละมือออกจากมือถือ ไหล่กว้างถูกยกขึ้นดันมือถือให้แนบกับหูในขณะที่มือก็ละไปหยิบเอกสารใบถัดไป  

'วันนี้นายจะเข้ามาที่คลินิกรึเปล่า' ปลายสายเอ่ยกลับมา ผมยกคิ้วขึ้นอย่างเอะใจสงสัย เมื่อจับได้ว่าน้ำเสียงของเพื่อนแปลกๆไป 

"มีอะไรรึเปล่า" ผมละมือออกจากเอกสารไปจับมือถือแนบหูตามเดิม โดยที่อีกมือก็วางปากกาลง เสียงทอดถอนหายใจดังขึ้นมาตามสายเบาๆยิ่งทำให้ผมเริ่มใจไม่ดี เหมือนมีลางสังหรน์ว่ากำลังจะเกิดเรื่องอะไรขึ้น

'ถ้านายว่างฉันอยากให้นายเข้ามาที่คลินิกวันนี้หน่อย' 

"เกิดอะไรขึ้นหรือวาเฟลเป็นอะไร?" ผมเอ่ยถามอย่างตื่นตระหนกขณะผลุดลุกขึ้น โดยที่มืออีกข้างก็รีบโกยเอกสารเข้ารวมกันอย่างรีบๆ 

'ก็ไม่เชิง ฉันนายเข้ามาดูด้วยตัวเองดีกว่า' 

"ฉันกำลังรีบไป" ผมรีบเอ่ยตอบพรางใช้มือเลื่อนลิ้นชักข้างโต๊ะทำงานไปหยิบกุญแจรถ 

'มันก็ไม่ได้ร้ายแรงอะไรนักหรอก แต่ก็...เฮ้อ' ปลายสายชะงักไปน้อยๆก่อนเสียงถอนหายใจจะดังเล็ดลอดออกมาอีกครั้ง 

"ฉันกำลังไป" ผมเอ่ยเสียงแข็งก่อนจะรีบกดวางสายและกึ่งวิ่งกึ่งเดินออกจากห้อง

"ท่านประธานจะไปไหนคะ?" ลิซ่าที่เหลือบมาเห็นผมเปิดประตูห้องทำงานออกมาเอ่ยถามผมอย่างงุนงงสงสัย

"ผมมีธุระนิดหน่อย ถ้ามีอะไรเร่งด่วนให้ติดต่อผมอีกที" ผมว่าก่อนจะรีบสาวเท้าออกมา

"ตะ...แต่ท่านประธานค่ะ ประชุมกับบริษัทZวันนะ..." เลขาคนสนิทกึ่งวิ่งกึ่งเดินตามหลังผมมาอย่างตื่นตระหนก

"เลื่อนให้หมด" ผมกล่าวขณะกดลิฟต์

"ตะ...แต่ว่า" เธอมีท่าทีลำบากใจ แม้การประชุมธุรกิจกับบริษัทZจะสำคัญ แต่ตอนนี้สิ่งที่สำคัญที่สุดเหนือสิ่งอื่นใดของผมคือวาเฟลเท่านั้น ระหว่างครอบครัวกับธุรกิจผมย่อมเลือกครอบครัวอย่างไม่ลังเล!

"ผมคิดว่าผมพูดชัดแล้ว" ผมกล่าวย้ำกับเลขาคนเก่งที่ดูจะลำบากใจกับผมเอามากๆ

"คะ...ค่ะ" เธอขานรับอย่างช่วยไม่ได้

ติ้ง!

เสียงลิฟต์ที่เลื่อนมาจอดตรงหน้าดังขึ้นเบาๆชั่วอึดใจนั้นประตูลิฟต์ก็เปิดออกช้าๆ ผมก้าวเดินเข้าไปอย่างรีบเร่งก่อนจะกดชั้นที่ต้องการ โดยก่อนที่ประตูลิฟต์จะปิดผมก็ได้เอ่ยย้ำกับคุณเลขาของผมอีกครั้ง

"ฝากด้วย"

"ค่ะ" ลิซ่าเอ่ยรับเสียงเบาด้วยรอยยิ้มเจื่อนๆ ก่อนที่ประตูลิฟต์จะปิดลง

.……………………………………………….…………………….. 

 

ปัง! 

ผมใช้มือปิดประตูรถคันเก่งเร็วๆอย่างไม่แยแสก่อนจะรีบสาวเท้าเข้าไปในตัวอาคารคลินิกของไอ้หมอที่หุ้นกันกับเพื่อน ซึ่งผมเองก็มีหุ้นนิดหน่อยในคลินิกนี้เช่นกัน โดยไม่ลืมกดปุ่มล็อกรถผ่านกุญแจอิเล็กทรอนิกส์ในมือ ผมไม่สนว่าระหว่างทางตนเองจะเหยียบคันเร่งรถคันเก่งมาสูงเท่าไหร่แต่ที่รู้ๆทันทีที่ผมเปิดประตูห้องทำงานท่านเจ้าของคลินิกอย่างเจฟ เจ้าตัวที่กำลังกระดกแก้วกาแฟสีขาวมุกในมือด้วยท่าทีผ่อนคลายก็ถึงกับสำลักของเหลวในแก้วทันทีที่เหลือบตาขึ้นมามองผม ซึ่งใช้มือเท้าประตูยืนหอบ 

แคกแคก 

คุณหมอคนเก่งสำลักกาแฟ(ดูจากคราบบนเสื้อกาวสีขาวสะอาด)จนหน้าแดง มันชี้นิ้วมามองผมอย่างตื่นๆในขณะที่ตัวเองก็ยังไงไอไม่หยุด ผมมองเพื่อนตัวเองพรางหอบออกมาเฮือกใหญ่ก่อนจะออกตัวเดินไปทิ้งตัวนั่งลงบนเก้าอี้รับรองซึ่งตั้งอยู่ตรงข้ามโต๊ะทำงานที่อีกฝ่ายกำลังนั่งอยู่  

"ตกลงมีอะไร" ผมเอ่ยถามทันทีที่ทิ้งตัวลงนั่ง เจฟยังคงสำลักไออยู่ครู่หนึ่งก่อนที่มันจะรีบคว้าน้ำเปล่าในเหยือกมารินใส่แก้วขึ้นดื่ม  

"แคกแคก...โอย!นึกว่าจะตายซะแล้ว" เจฟเอ่ยขึ้นเสียงแหบหลังดื่มน้ำจนอาการสำลักดีขึ้น แถมยังไม่วายหันมาทำตาเขียวใส่ผม "จะเข้ามาทีหลังหัดเคาะประตูมั่งสิวะ" 

"..." ผมทำหน้าเอือมใส่มันอย่างไม่ใส่ใจ ก่อนจะเอ่ยถามคำถามเดิม "ตกลงมีเรื่องอะไร" 

"นี่แกเหยียบรถมาเท่าไหร่ฮะ ที่นี่กับที่บริษัทแกมันห่างกันตั้งหลายสิบกิโล แต่แกกับมาถึงที่นี่ภายในเวลาไม่ถึงสี่ชั่วโมง ป่านนี้ใบสั่งไม่รู้กี่ใบต่อกี่ใบได้ปลิวไปรอแกถึงบ้านแล้ว..."  

"เจฟ!" ผมเอ่ยเรียกอีกฝ่ายเสียงแข็ง "ฉันจะไม่พูดซ้ำเป็นครั้งที่สาม" 

"..." ไอ้หมอหุบปากฉับ 

"อย่าท้าทาย" ผมเอ่ยย้ำ 

"เฮ้อ~" คนตรงหน้าผมถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ก่อนจะใช้นิ้วกดๆนวดๆวนตรงขมับตัวเอง  

"..." ผมพยายามอดทนรอเพราะดูท่าเรื่องที่อีกฝ่ายกำลังจะบอกมันคงเป็นเรื่องใหญ่ระดับหนึ่งและแน่นอนว่าสำหรับผมมันไม่ดีเลยหากเรื่องที่กังวลมันจะเป็นเรื่องร้าย 

"ฉันมีอะไรจะให้ดู..." เจฟกล่าวด้วยน้ำเสียงจริงจังพรางดึงลิ้นชักโต๊ะทำงานของตัวเองออกมาแล้วล้วงหยิบอะไรบางอย่าง 

"..." ผมมองซองเอกสารสีน้ำตาลในมือของเพื่อนสนิทอย่างเป็นกังวล 

"ตามมาสิ" ไอ้หมอกล่าวพรางลุกออกจากโต๊ะ เดินออกไปทางประตู ผมมองตามร่างนั้นโดยที่ไม่เอ่ยถามอะไรก่อนจะยันกายลุกเดินตามร่างนั้นไปด้วยใจสั่นๆ 

"..." ผมมองเพื่อนที่พาเดินมาหยุดที่หน้าห้องกระจกของวาเฟล ในห้องน้องชายของผมกำลังนอนหลับอยู่บนฟูกหนานุ่มซึ่งวางกองกันอยู่มุมห้อง วาเฟลไม่ชอบนอนบนเตียง น้องหวาดกลัวที่จะนอนบนเตียงแต่จะแสดงอาการผ่อนคลายเมื่อนอนบนพื้น เพราะแบบนั้นผมจึงสั่งให้คนขนเตียงออกไปและสั่งฟูกขนสัตว์อย่างดีมาแทน ผมแนบมือกับกระจกห้องบานใหญ่ "เค้าเป็นอะไร" 

"..." เจฟมีท่าทีลำบากใจ 

"เจฟพูดมา"  

"วาเฟลเป็นเด็กที่พิเศษมากๆ" 

"หมายความว่ายังไง" ผมเอ่ยถาม แต่คนเป็นเพื่อนกับไม่ตอบอะไร เจฟก้มลงเปิดซองเอกสารที่ถือติดมือมาแล้วล้วงหยิบเอกสารสองแผ่นมาให้  

"?" ผมรับเอกสารนั้นมาอย่างไม่เข้าใจ เมื่อก้มลงอ่านเนื้อหาภายในเอกสารนั้นผมก็ต้องเบิกตากว้าง 

"ฉันตรวจร่างกายวาเฟลอย่างละเอียด เผื่อว่าน้องจะมีโรคอะไรติดมารึเปล่าก็อย่างว่าน้องไปอยู่ในป่าห่างไกลขนาดนั้นตั้งแต่เล็กๆ ฉันอยากจะมั่นใจว่าน้องแข็งแรงดีแต่..." เจฟชะงักไป 

"..." ผมเงยหน้าขึ้นมองเพื่อนอย่างไม่อยากจะเชื่อตาตัวเอง 

"ในระหว่างที่เช็ดตัวทำความสะอาดน้อง พยาบาลบอกว่ามันมีอะไรไหลออกจากจุกนมของวาเฟล ฉันตรวจดูและพบว่ามันเป็นน้ำนม" 

"..." ผมนิ่งค้างไปกับสิ่งที่ได้ยิน เพราะการที่ผู้ชายมีน้ำนมไหลออกมามันเป็นไปไม่ได้! 

"มันอาจจะดูบ้า แต่มันคือความจริง" เจฟกล่างพรางใช้นิ้วนวดกดบริเวณขมับตัวเองด้วยท่าทีเครียดๆ  

"..." ผมหันหน้าไปทั้งคอแข็งๆไปมองน้องชายที่ยังคงหลับอยู่ในฟูก 

"ฉันรู้สึกว่ามันไม่ปกติเลยตรวจร่างกายน้องอย่างละเอียดอีกครั้ง" เจฟกล่างพรางก้าวเขามาใช้มือบีบไหล่ให้กำลังใจผมอย่างที่ชอบทำ 

"..." 

"ผลที่ออกมาคือ วาเฟลอาจมีอาการของโรคpseudo hermaphroditism ซึ่งเอาเข้าจริงๆไอ้อาการนี้มันก็ไม่เชิงว่าเป็นโรคหรอก  

"?!!!!" ผมหันไปมองไอ้หมออย่างตื่นๆ ก่อนจะเอ่ยทวนในสิ่งที่มันพูด "pseudo hermaphroditism?" 

"ใช่" ไอ้หมอพยักหน้ารับเบาๆแล้วเอ่ยต่อ "pseudo hermaphroditism เกิดจากความผิดปกติของยีนบนโครโมโซม Y ที่เกิดขึ้นตั้งแต่ทารกยังอยู่ในครรภ์ อาการนี้สามารถเกิดขึ้นได้กับทั้งผู้ชายผู้หญิง" 

"..." ราวกับสมองของผมถูกทำลายผมหันกลับไปมองน้องที่ยังคงหลับอยู่ในห้องด้วยสมองอันว่างเปล่า 

"ฉันเองก็ไม่รู้ข้อมูลไอ้อาการนี้สักเท่าไหร่หรอกนะ แต่เท่าที่นั่งหาข้อมูลตามอินเทอร์เน็ตมาสองสามวัน ก่อนหน้านี้เมื่อ 2-3 ปีก่อนมันมีข่าวที่เด็กผู้หญิงกลายเป็นผู้ชายเมื่อเธออายุ 12 ปีใช่มั้ย เด็กคนนั้นคือคนที่มีอาการของโรคนี้นั่นล่ะ" 

"..." 

"เด็กผู้หญิงคนนั้นตามข่าวอาการของเธอเกิดจากความผิดปรกติของเอนไซม์ที่ไม่สามารถสร้างฮอร์โมนเพศที่ถูกต้องได้ เมื่อเธออายุครบ 12 ปีซึ่งเป็นเวลาที่ฮอร์โมนเพศที่แท้จริงกำลังพรุ่นพร่านอาการของโรคจึงปรากฏขึ้นมาแต่เรื่องนั่นชั่งมันเถอะ สำหรับผู้ชาย...คนที่มีอาการอาจเกิดมาโดยไม่มีอวัยวะเพศหรือถ้ามีก็มีอวัยวะเพศชายที่มีขนาดเล็กมาก หากมีอัณฑะก็อาจจะมีมันอยู่ในช่องท้อง หรือบางคนอาจแสดงถึงลักษณะทางกายภาพบางอย่างแบบผู้หญิงอย่างเต้านมหรือประจำเดือน" 

"..." 

"แต่สำหรับวาเฟลมันกับมีผลที่มากกว่านั้น" 

"..." ผมไม่อาจพูดอะไรออกมาได้เพราะในอกมันรู้สึกตื้นไปหมด มันอึดอัดจนแทบหายใจไม่ออก 

"วาเฟลเป็นผู้ชายที่มีอวัยวะภายในบางอย่างเหมือนกับผู้หญิง" 

"..." 

"น้องมีมดลูกคาเฟล" เจฟโอบไหล่ผมแน่นก่อนจะพูดต่อ "ฉันอยากให้นายใจเย็นๆ มันอาจจะยอมรับยากและเป็นอะไรที่บ้ามาก บ้าที่สุดเท่าที่ชีวิตการเป็นหมอของฉันเคยมี แต่...นายควรเห็น" เจฟมีท่าทีตกใจ เป็นกังวลและตื่นเต้นกระวนกระวาย ความรู้สึกมันตีรวนจนฉายชัดบนใบหน้าอย่างปิดไม่มิดก่อนจะยื่นซองเอกสารในมือให้ผม ผมรับมันมาทั้งมือสั่นๆและเมื่อเปิดซองดึงเอกสารในนั้นออกมาโลกทั้งใบก็ราวจะพังทลาย 

"ไม่..." แผ่นฟีมสีขาวดำอันคุ้นตาอย่างที่ที่พวกผู้หญิงหน้าเงินเคยเอามาให้ผมเพื่อหวังประโยชน์และจับผมทำสามีหลายต่อหลายครั้งในมือ มันทำเอาผมแทบหาเสียงตัวเองไม่เจอ 

"ใช่!วาเฟล..." เจฟบีบไหล่ผมแรงๆ 

"ไม่...ไม่จริง..." ผมพยายามปฏิเสธแต่เมื่อสบตากับเพื่อนสนิทที่ยืนบีบไหล่ให้กำลังใจอยู่ข้างๆ 

...ผมก็รู้ว่ามันจริง... 

"มันคือเรื่องจริงน้องกำลังท้องคาเฟล นายกำลังจะมีหลานแล้วนะ" เจฟเอ่ยด้วยน้ำเสียงสั่นเครือที่แปลไม่ออกมาเจ้าตัวรู้สึกยังไง 

"..." ผมช็อกจนคิดอะไรไม่ออกไปชั่วขณะ คอพยายามหันหน้าไปมองร่างในห้องแข็งๆขาทั้งสองข้างก้าวไปชิดกระจกบานใหญ่ช้าๆราวกับหุ่นยนต์ไร้พลังงาน ผมแนบฝ่ามือลงบนกระจกด้วยมือที่สั่นเทา หัวพยายามรวบรวมสติที่หลุดลอยออกไปให้กับมาจนครู่ใหญ่ผมจึงหาเสียงตัวเองเจอ และเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงแหบพร่าเบาหวิว "มันเป็นไปได้ยังไง ในป่านั่นนอกจากหมู่บ้านนั้น นายบอกว่ามันไม่มีมนุษย์คนอื่น"

"ใช่..." ไอ้หมอตอบเสียงเบา

"งั้นมันจะเป็นไปได้ยังไง" ผมเอ่ยออกไปด้วยน้ำเสียงที่เจือไปด้วยเสียงหัวเราะราวกับเรื่องตลก แต่มันก็ชั่งแผ่วเบาเหลือเกิน

"...นายเอกก็น่าจะรู้" เจฟเอ่ยตอบ

"บ้าเอ้ย" ผมสบท กระบอกตาร้อนผ่าว น้ำเสียงที่ออกมามันคล้ายกับคนที่กำลังสะอื้นไห้

"..." ไอ้หมอไม่พูดอะไรแต่เดินมากอดผมแน่น

"..." ผมสูดลมหายใจเข้าปอดลึกๆเพื่อรวบรวมสติที่แตกกระเจิงออกไปอีกครั้ง "มันจะมีผลข้างเคียงอะไรรึเปล่า"

"...ฉันไม่รู้" เจฟคลายอ้อมกอดออกแต่แขนข้างหนึ่งของมันก็ยังคงโอบไหล่ผมเอาไว้

"เด็ก...เด็กที่ออกมาจะสมประกอบมั้ย" ผมเอ่ยถามอีกครั้ง

"มีสิ แต่โอกาสที่เด็กจะไม่สมประกอบ...มันก็มี" ในท่อนสุดท้ายเจฟเลือกที่จะเอ่ยตอบแค่ในใจ

...หรือร้ายที่สุด เมื่อเค้าลืมตาดูโลกได้ไม่นาน เค้าก็จะตายเพราะความไม่สมประกอบ...

"..." ผมเม้มปากแน่นอย่างอดกัน พยายามหลับตาเพื่อข่มน้ำตา สูดหายใจเข้าปอดอีกครั้งก่อนจะเอ่ยต่อ "แล้วถ้าฉันบอกให้แกทำแท้งล่ะ" 

 

.………………………………ต่อตรงนี้ค่ะ……………….………………… 

 

เฮือก! 

ข้าที่กำลังหลับกลางวันอยู่อย่างเช่นทุกทีจู่ๆก็สะดุ้งตื่น อะไรบางอย่างที่ดังอยู่ในตัวข้ามันเต้นตึกตักๆรัวเร็วจนข้ารู้สึกเหนื่อยและต้องหอบแฮก หอบแบบเดียวกันกับที่พี่ๆของข้าหอบกันจนลิ้นห้อยในวันที่อากาศร้อน โดยปกติในวันที่อากาศร้อนๆทั้งพี่ๆของข้า คุณแม่หมาป่าและคุณสามีรวมถึงเจ้าพวกลูกหมาตัวกลมที่ดูดนมข้าจนตัวอ้วนเหมือนกระต่ายขนฟูก็มักจะหอบกันจนลิ้นห้อย คุณแม่หมาป่าบอกว่ามันช่วยทำให้เรารู้สึกร้อนน้อยลง ถึงข้าจะไม่ค่อยเข้าใจเพราะตัวเองไม่เคยหอบแฮกๆเหมือนหมาป่าตัวอื่นๆที่มีขนยาวๆก็เถอะ  

...ในตอนนั้นข้าก็ได้แต่พยักหัวงึกงักตามคุณแม่หมาป่าไปงั้นละ... 

 ครั้นพอในหัวคิดถึงพี่ๆในคอก ข้าก็เริ่มคิดถึงคุณแม่หมาป่า ลูกๆกับคุณสามีขึ้นมา  

หงิง 

ข้าครางหงิงออกมาอย่างเศร้าใจ หัวที่ผงกตั้งตรงคอแข็งๆเพราะสะดุ้งตื่นเมื่อครู่หง๋อยลง ข้าลดตัวนอนเกยคางลงบนขาหน้าอย่างอ่อนแรงบนขนนุ่มๆของตัวอะไรที่ตัวเองก็ไม่รู้จักตามเดิม ตามองเหลือบไปทางไหนก็เห็นแต่ผนังถ้ำสีสว่างๆเหมือนกลีบดอกไม้ในทุ่งหญ้าอันกว้างใหญ่ที่ฝูงของตัวเอง นอกจากตัวข้ากับขนสัตว์ผืนใหญ่ที่ตัวเองนอนอยู่แล้ว ในโพลงนี้ก็ไม่มีอะไรอื่นอีก ข้ารู้สึกโดดเดี่ยวและอ้างว้างเหมือนเป็นหมาประหลาดอยู่ตัวเดียวในโพลงดินสีสว่างนี้ ตอนอยู่ที่ฝูงถึงคุณสามีจะไม่ได้อยู่กับข้าตลอดเวลาเพราะต้องออกล่าหาอาหารมาให้คู่ครองที่แม้แต่อาหารก็ล่ามาเองไม่ได้อย่างข้า ข้าก็ไม่เหงาเท่านี้เพราะเวลาคุณสามีไม่อยู่คุณแม่หมาป่าก็จะแวะมาหาข้าอยู่บ่อยๆหรือไม่ พี่ๆในคอกเดียวกันก็จะคอยมาอยู่เป็นเพื่อนข้าเสมอ ถึงช่วงหลังๆทั้งหมดจะไม่ค่อยมาหาข้าถี่เหมือนอย่างคราแรกๆที่ข้าจับคู่กับคุณสามี แต่ข้าก็ยังมีลูกหมาจอมซนอีกสามตัวคอยคลายเหงา  

"แล้วดูข้าตอนนี้สิ..." ข้าครางหงิงๆออกมาอย่างเศร้าสร้อย 

…ข้าไม่มีอะไรเลย... 

แกร๊ก! 

ข้าแอบสะดุ้งโหยงเมื่อหูได้ยินเสียงจากปากทางเข้าโพลง เหมือนยามที่พวกหมาประหลาดคลุมหนังสัตว์สีเดียวกับโพลงดังขึ้นท่ามกลางความเงียบ ข้าพงกหัวขึ้นมองเพื่อจะดูว่าใครที่เข้ามา ใช้พวกตัวประหลาด(ที่เหมือนกับข้า)ที่คลุมหนังสัตว์รึเปล่า ข้าเริ่มชินกับพวกนั้นแล้วเพราะพวกมันไม่ได้ทำร้ายข้า อาจจะมีบางทีที่พวกมันชอบเอาไม้แหลมๆมาจิ้มตามตัวหรือขาหน้าข้าบ้างก็ตาม ซึ่งข้าว่าพวกมันก็ดูไม่เป็นอันตรายอะไร  

...แต่ครั้งนี้มันต่างออกไป... 

แฮ่ 

ข้าผลุดลุกขึ้นยืนอย่างเตรียมพร้อมพรางแยกเขี้ยวขู่ตัวประหลาดที่เข้ามาใหม่ เจ้าหมาประหลาดตัวนั้นที่เข้ามาเป็นตัวเดียวกันกับที่ทำร้ายข้าและพาข้าออกจากถิ่นที่อยู่เดิม มันเดินด้วยสองขาหลังเข้ามาในโพลงใหม่(ชั่วคราว)ที่แสนเหงาและเดียวดายของข้าพร้อมๆกับพวกที่คอยแวะมาหาข้าทุกวันอีกสองสามตัว สัญชาตญาณอันน้อยนิดเมื่อเทียบกับคุณแม่หมาป่า พี่ๆและคุณสามีของข้ากู่ร้องเตือนสุดขีด ข้าเป็นกังวลและเริ่มรู้สึกไม่ปลอดภัย  

แง่ง! 

ข้าทำท่าจะกระโดดกัดเมื่อเห็นว่าระยะห่างของเราเริ่มหดสั้นลง เจ้าพวกนั้นมีตัวสะดุ้งบ้างและถอยห่างออกไปเล็กน้อย แต่พวกมันก็พยายามทำทีว่าเป็นมิตรและเดินช้าๆเข้ามาหาข้า ข้าแยกเขี้ยวขู่แฮ่ในขณะที่ขาทั้งสี่ค่อยๆถอยออกห่าง เจ้าตัวประหลาดพวกนั้นพยายามพูดอะไรออกมาแต่มันเป็นภาษาที่ข้าไม่เข้าใจ ข้าพยายามมองหาจังหวะเพื่อวิ่งหนีออกไปจากตรงนั้น เพราะพวกมันกำลังพยายามจะต้อนข้าให้จนมุม ในตอนนั้นข้าแอบคิดว่าหากข้ามีพละกำลังและความฉลาดเหมือนหมาป่าตัวอื่นๆในฝูงบ้างสักนิดก็คงดี เพราะถ้าหากข้ามีมันดังหมาป่าตัวอื่นเจ้าพวกตัวประหลาดที่เหมือนๆกันกับข้าพวกนี้ก็คงจะไม่กล้าที่จะแสดงอาการแบบนี้ใส่ข้า พวกมันควรจะกลัวและถอยหนีมากกว่าเดินเข้ามาหาข้า  

...ข้าจะทำยังไงดีคุณสามี... 

แง่งแง่ง 

ความวุ่นวายเกิดขึ้นเมื่อพวกมันพุ่งตัวเข้ามาหาข้าเร็วๆ ข้ากรีดร้องอย่างตกใจทั้งขู่ ทั้งสะบัด พยายามกัดพวกมันอย่างสุดชีวิตเท่าที่จะทำได้ พวกมันมีร่างกายใหญ่โตกว่าข้า พละกำลังก็มากกว่า ตัวข้าเองนั้นรู้ดีเพราะก่อนหน้านี้ข้าถูกพวกมันจับข้าแช่น้ำ เอาอะไรไม่รู้มาถูตามร่างกายและขาของข้า จนรอยดิน รอยโคลนที่ติดตามร่างกายหลุดออกไปหมด น้ำที่ไหลอยู่บนพื้นเป็นสีขุ่นดำดังน้ำขังหลังฝนตกบนพื้นดินสีแปลกๆ ขนยาวๆอันแสนรักบนหัวของข้าถูกพวกมันถอนจนเหลือแค่ปิดเลยต้นคอมาเพียงนิด พวกมันจะถอนออกไปอีกแต่ข้าทั้งดิ้น ทั้งขู่ ทั้งกัด ขนที่ยาวที่สุดบนตัวบนหัวของข้าจึงรอดมาได้ พวกมันใจร้ายมากขนบนตัวข้าน้อยนิดเพียงนี้ที่ผ่านๆมาข้าพยายามใช้ขนบนหัวคลุมตัวหลบหนาวมาตลอดพวกเจ้ายังใจร้ายถอนมันออกได้ลง  

ข้าถูกพวกมันจับทำนั่นทำนี่อยู่นาน สุดท้ายก็ถูกจับคลุมด้วยหนังสัตว์สีสว่างๆนั่งตัวหอมฟุ้งไปด้วยกลิ่นดอกไม้แปลกๆที่ข้าไม่เคยได้กลิ่นอยู่บนพื้น ข้ารู้สึกว่าร่างกายโล่งเบาขึ้นแต่กลิ่นคุณสามีที่อยู่บนตัวของข้าถูกพวกมันเอาไปจนหมด แต่ก่อนยามคุณสามีออกไปล่าหรือไม่อยู่ ข้าใช้กลิ่นของคุณสามีที่ติดตามตัวข้าคอยเป็นเพื่อนคลายเหงาให้ตัวเองได้ แต่ตอนนี้มันไม่มีอีกแล้ว หลังจากนั้นข้านั่งหง๋อยอยู่นานทีเดียว  

 

.……………………………………………….…………………….. 

 

แง่งแง่ง 

เสียงขู่คำรามราวกับสัตว์ตัวเล็กๆดังออกมาอย่างต่อเนื่องจากร่างของเด็กหนุ่มที่ถูกบุรุษพยาบาลของคลินิกกดร่างเอาไว้กับพื้น ดูท่าผมจะถูกน้องชายเพียงคนเดียวของเพื่อนรักเกลียดเสียเข้าแล้วล่ะ เพราะทันทีที่วาเฟลเห็นผมเดินเข้าห้องมาเค้าก็มีท่าทีที่เกรี้ยวกราดขึ้นทันที เค้าพยายามขู่คำรามราวกับสัตว์ป่าออกมายามที่ผมและพยาบาลพยายามจะเข้าใกล้  

"ไม่เป็นไรฉันไม่ได้จะทำร้ายเธอ" ผมพยายามพูดออกมาด้วยน้ำเสียงที่คิดว่านุ่มนวลมากที่สุดเพื่อให้อีกฝ่ายรู้สึกสบายใจและผ่อนคลายความหวาดระแวงลงแต่ดูท่าผมจะลืมอะไรไปอย่าง 

…น้องไม่เข้าใจในสิ่งที่ผมพูดไป... 

แง่ง! 

วาเฟลขู่คำรามออกมาเสียงแข็ง ร่างเล็กๆทั้งกัดทั้งถีบบุรุษพยาบาลและนางพยาบาลสามคนที่พยายามเข้าไปจับตัวเค้าและกดร่างของวาเฟลให้อยู่นิ่งที่สุดเพื่อที่ผมจะได้ทำอะไรๆได้สะดวกขึ้นและอีกอย่างก็เพื่อตัวของวาเฟลเองด้วย เพราะอันตรายที่อาจจะได้รับจากการรักษาซึ่งเกิดจากผู้ป่วยที่ไม่ให้ความร่วมมือมันสามารถเกิดขึ้นได้ตลอด ผมเหลือบตาไปมองทางกระจกบานใหญ่ตรงผนังห้อง แม้จะมองไม่เห็นสิ่งต่างๆภายนอกเพราะกระจกห้องผู้ป่วยห้องนี้ของคลินิก(เอาจริงๆก็เกือบเป็นกระจกส่วนใหญ่ของคลินิก)เป็นกระจกแบบพิเศษ ที่มีเพียงคนภายนอกเท่านั้นที่จะสามารถมองเข้ามาเห็นภายในห้องได้ แต่คนภายในห้องจะมองออกไปไม่เห็นภายนอก ทั้งนี้ก็เพื่อเป็นการทำให้ผู้ป่วยรู้สึกผ่อนคลายและเป็นส่วนตัว (ถึงว่ามันจะไม่เป็นส่วนตัวจริงๆก็ตาม) เอาเข้าจริงๆผมก็รู้อยู่แล้วว่าตอนนี้ไอ้เพื่อนรักหน้านิ่งของผมก็คงจะกำลังทำหน้าเครียดมองเข้ามาในห้องผ่านกระจกบานนั้นอยู่แน่ๆ แต่มันเป็นความต้องการของเจ้าตัวเองผมจะทำอะไรได้  

"หมอครับ" บุรุษพยาบาลคนหนึ่งเอ่ยเรียกเมื่อเห็นว่าตนเองสามารถล็อคร่างของคนไข้เอาไว้ได้แล้ว ผมแอบสะดุ้งนิดๆก่อนจะพยักหน้าเบาๆ พยาบาลสาวที่เมื่อครู่ได้ช่วยเพื่อนร่วมงานจับร่างของผู้ป่วยไว้อีกแรง เมื่อเห็นว่าเพื่อนร่วมงานทำหน้าที่สำเร็จแล้วเธอก็รีบผละออกจากร่างของวาเฟล กึ่งวิ่งกึ่งเดินออกไปหยิบอุปกรณ์ที่เตรียมเอาไว้ซึ่งวางอยู่หน้าห้องเข้ามาทันที  

"นี่ค่ะคุณหมอ" นางพยาบาลสาวยื่นเข็มฉีดยาซึ่งมีของเหลวสีใสอยู่ภายในให้ผม ผมรับมันมาไว้ในมือก่อนจะเหลือบไปมองทางกระจกบานนั้นอีกครั้งอย่างชั่งใจ ประตูห้องคนไข้ยังคงเปิดอยู่ หากคาเฟลต้องการอะไรก็คงเดินเข้ามาแล้ว แต่นี่อีกฝ่ายยังเงียบและไม่มีท่าทีจะโผล่หน้าเข้ามานั่นก็แสดงว่าทุกอย่างยังคงเหมือนเดิม  

แง่ง 

เสียงข่มขู่ราวกับสัตว์ป่าที่กำลังตื่นกลัวและพยายามดิ้นรนหาวิธีปกป้องตนเองดังขึ้นอีก เมื่อวาเฟลเห็นเข็มฉีดยาในมือของผม ตอนนี้น้องคงจะเกลียดทุกอย่างที่เกี่ยวกับผมไปเสียแล้ว คิดไปก็แอบเศร้าขึ้นมาเบาๆ 

"พี่ไม่ทำอะไรเธอ เป็นเด็กดีนะ" ผมเอื้อมมือไปลูบหัวอีกฝ่ายเบาๆก่อนจะพยักหน้าเป็นเชิงบอกกลายๆว่าพร้อมแล้วให้กับบุรุษพยาบาลทั้งสองคน ก่อนจะใช้นิ้วดีดๆเข็มฉีดยาเบาๆเพื่อเป็นการเช็คพอเป็นพิธีแล้วนำปลายเข็มไปจ่อบนตำแหน่งที่ต้องการ แต่จังหวะที่กำลังแทงเข็มลงบนผิวหนังผมก็ต้องชะงักมือไป เมื่อคล้ายว่าหูได้ยินเสียงอะไรบางอย่างแว่วๆมา แล้วก็ไม่ใช่แค่ผมที่ได้ยินเพราะพยาบาลและบุรุษพยาบาลทั้งสามคนของผมในห้องเองก็มีท่าทีแปลกๆเช่นกัน จริงอยู่ที่ห้องในคลินิกทุกห้องจะเป็นห้องเก็บเสียง แต่เมื่อประตูห้องไม่ได้ถูกปิดมันจึงไม่แปลกที่เสียงจากภายนอกจะดังเข้ามาภายในห้องได้ เมื่อพวกผมชะงักไปวาเฟลก็กลับมาดิ้นอีกครั้งยังดีที่บุรุษพยาบาลทั้งสองยังมีสติพอ น้องจึงยังไม่หลุดออกจากการจับกุม ผมละปลายเข็มออกจากตัวน้องเพราะกลัวว่าการที่น้องดิ้นอาจจะทำให้เข็มหักถึงผมจะยังไม่ปักเข็มฉีดก็ตามที 

"จะให้ดิฉันออกไปดูไหมคะ" พยาบาลที่ถือถาดอุปกรณ์อยู่เยื่องๆกันเอ่ยถาม ผมส่ายหน้าเบาๆ 

"คงไม่มีอะไรหรอก" ผมเอ่ยก่อนจะหันกลับไปจดจ่อกับงานตรงหน้าต่อ  

"ค่ะ" 

แง่งแง่ง 

เสียงคำรามยังคงดังขึ้นอย่างต่อเนื่อง แม้ว่าร่างกายจะถูกจำกัดอิสระชั่วคราวแต่วาเฟลก็ยังมีท่าทีแข็งกร่าวและไม่ยอมจำนนง่ายๆ น้องหายตัวไปนานหลายปีตั้งแต่ยังเด็ก ไม่รู้ว่าต้องใช้เวลาอีกนานแค่ไหนน้องถึงจะสามารถกลับมาใช้ชีวิตอย่างคนปกติทั่วไปได้อย่างที่ควรจะเป็น ผมลอบถอนหายใจก่อนจะจ่อเข็มลงบนตำแหน่งที่ต้องการอีกครั้ง  

"กรี้ดดดดดดดดด~" 

"อ๊าก!" 

ทันใดนั้นเสียงกรีดร้องและเสียงความวุ่นวายต่างๆก็ดังขึ้นมาจากที่ไกลๆพร้อมๆกับเสียงร้องของบางอย่างที่ดังขึ้นตามมา 

กรรจ์ 

โบร๋ววววววว~ 

 

 

....................................................................................................................................................................................................................................... 

22 ส.ค 63 

มาต่อแล้วจ้าาาาาาาาาาาาา เย้~ 

มาตามสัญญาจากหน้าเพจแล้วเน้อ คงจะหายค้าง(ได้นิดนึง)แล้วเนอะ  

แล้วเจอกันค่ะ 

ปล.ตอนต่อยังไม่มีกำหนดนะคะ 

9 ส.ค 63 20:50 

รอบนี้คงไม่ใช่แค่เผาบ้านแล้วล่ะ ทำไมนักอ่านที่น่ารักของไรท์ถึงไม่อ่อนโยน //หอบหมอนกับผ้าห่มย่องเบา 

กลับมาอย่างยิ่งใหญ่พร้อมความค้างคาแบบ 100 ล้าน% 

โรค pseudo hermaphroditism ในเรื่องมีอยู่จริงนะคะ ไรท์ไปหาข้อมูลมานิดหน่อยผสมกับจินตนาการอีกนิสนุง 

ขอขอบคุณแหล่งข้อมูลต่างๆด้วยนะคะ 

เผื่อใครสนใจ แป๊ะลิ้งค์ : อวัยวะเพศกำกวมในเด็กทารกแรกเกิด https://www.si.mahidol.ac.th/th/healthdetail.asp?aid=70 

               : ภาวะเพศกำกวม  https://th.wikipedia.org/wiki/ 

               : โรค pseudo-hermaphroditism 

https://th.ahealthportal.com/18408-what-is-pseudo-hermaphroditism 

https://www.dek-d.com/board/view/3913027/ 

เมนท์ติชมแสดงความคิดเห็นได้นะคะ  

แล้วเจอกันค่ะ 

:) 

ความคิดเห็น