email-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ZD3] ขอบคุณนะคะน้องเซนต์

ชื่อตอน : ZD3] ขอบคุณนะคะน้องเซนต์

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย รักวัยรุ่น

คนเข้าชมทั้งหมด : 1.4k

ความคิดเห็น : 27

ปรับปรุงล่าสุด : 23 ก.ย. 2563 15:46 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ZD3] ขอบคุณนะคะน้องเซนต์
แบบอักษร

@มหาวิทยาลัยเอสเคอา

 

ครึ่งวันผ่านไปสำหรับการก้าวเข้าสู่ปีสี่ ไม่มีสตอรี่แปลกใหม่ รอบข้างเพื่อนฝูงก็ยังเหมือนเดิม แต่...สิ่งที่ทำให้ฉันกระชุ่มกระชวยขึ้นมาหน่อยก็คงจะเป็นหนุ่มน้อยวัยใสที่เดินสวนไปสวนมานี่แหละ

แอร๊ยยย~

หน่องน้องเฟรชชี่ปีนี้ปังปังปุริเย่ ○.○" จะมองทางซ้ายก็เข้าตา จะมองทางขวาโอ๊ะโอ้ยก็โดน คนนั้นก็ตี๋ คนนี้ก็ขาว หัวใจแม่กวางน้อยทำงานหนักมากค่ะทุกคน งื้อ~

"น้องคะน้องคนนั้นน่ะ มองเพื่อนพี่ขนาดนี้ระวังจะได้เมียแก่" ยัยเอมี่ที่ยืนต่อคิวซื้อข้าวอยู่ข้างหลังฉันทักน้องผู้ชายที่กำลังยืนซื้อน้ำร้านข้างๆ

"เอ่อ..." ทำน้องหน้าแดงไปไม่เป็นกันเลยทีเดียว

"ไม่ต้องเขินค่ะน้อง คนนี้ชื่อพี่เรนเดียร์ถ้าน้องชอบก็เข้ามาขอไลน์เลย แต่ขอเตือนระวังจะโดนกัดแลกไลน์ คิกคิก" จ้ะ! เพื่อนฉันแต่ละคนก็จะประมาณนี้ แต่มันก็จริงไง เพราะงั้นฉันจึงไม่โต้เถียงยัยเนเน่ และยังไหลไปตามน้ำด้วยการส่งสายตาให้น้องคนนั้นอีกด้วย

"ผม...ไม่กล้าหรอกครับ" ตอบยิ้มๆหน้าก็แดง ขณะที่เพื่อนๆก็ช่วยกันผลักไหล่ยุยงส่งเสริม เด็กหนอเด็ก น่ากัด เอ้ย! น่าเอ็นดู

"กลัวพี่เดียร์กัดจริงๆเหรอคะ..." ฉันแซวขำๆ "พี่เดียร์ใจดีค่ะไม่กัดหรอก"

"ปะ เปล่าครับเปล่า..." โบกมือปฏิเสธแทบไม่ทัน "ผม...แค่...อยากมองรุ่นพี่เฉยๆครับ รุ่นพี่...สวย...สวยมาก ผม..."

น้องมองหน้าฉันด้วยแววตาตกประหม่า น้ำเสียงก็ตะกุกตะกักไม่มีความมั่นใจ ก่อนจะทำในสิ่งที่ฉันไม่คาดฝันมาก่อน

ฟิ้วววว~

"อะ อ้าว เฮ้ยยย!"

"ไอ้เวหา กลับมาก่อน"

"ไอ้เวรรร!"

ใช่!!! น้องเผ่นไปโน่นแล้ว ฉันนี่เหวอเลยจ้า ให้ตาย! ผู้ชายวิ่งหนี

"ต๊ายยยย เดียร์ น้องกลัวหล่อนวิ่งหนีฝุ่นตลบเลย" ยัยเอมี่หัวเราะคิกคักชอบใจ ฉันเองก็ได้แต่ทำเป็นเกลี่ยผมเหน็บหูแก้เขิน ไอ้เด็กคนนี้นี่!!!

"อะ เอ่อ คืองี้ครับรุ่นพี่ ไอ้หมอนั่นชื่อเวหา มันชอบรุ่นพี่เรนเดียร์มากครับ มันบอกว่ารุ่นพี่สวยตรงสเปคมันเลย แต่แบบว่ามันเป็นคนขี้อายน่ะครับ"

"ใช่ครับรุ่นพี่ มันมีนิตยสารที่รุ่นพี่เป็นนางแบบทุกเล่มเลยนะครับ มันชอบรุ่นพี่มากๆ"

"พวกเราต้องขอโทษแทนเพื่อนด้วยนะครับ ไว้เดี๋ยวพวกเราไปติวเข้มให้มัน คราวนี้รับรองว่ารุ่นพี่จะใจละลายแบบไม่ทันตั้งรับเลยครับ"

เอิ่ม?

น้องสามคนก้มหัวขอโทษกันยกใหญ่ ก่อนจะขอตัววิ่งตามเพื่อนไป

"แต่ขอไลน์ยังไม่กล้าเลยอ่ะ โถ่เด็กน้อย คิดผิดละที่จะมาเล่นขายหนมจีบกับตัวแม่ มุ้งมิ้งเกิ๊นนนน" ยัยเนเน่พูดกลั้วหัวเราะ

"หรือบางทีตัวแม่อาจจะอยากลองใสๆแบบนี้ก็ได้นะ เออนี่ เด็กๆน่ะหลอกง่ายนะหล่อน แค่พูดว่าจะพาไปกินติมก็ติดแจแล้ว" บ้าสิ นี่เด็กสิบแปด ไม่ใช่เด็กแปดขวบ

"เอาไปหลอกหลานแกที่เพิ่งเข้าอนุบาลหนึ่งเลยไปยัยมี่" ฉันส่ายหัวน้อยๆแล้วหันกลับไปเตรียมสั่งข้าว แต่ไม่ทันได้อ้าปากสั่ง มือถือในกระเป๋าก็สั่นรัวๆ

 

LINE

 

TONNAM : มาเจอต้นหน่อยได้ไหม

TONNAM : ต้นมีเรื่องอยากคุยด้วย

TONNAM : ต้นรออยู่ข้างยิมนะ

TONNAM : จะรอจนกว่าเดียร์จะมา

 

ผู้ชายตามจ้าาา ×,× ไม่ต้องกงต้องกินแล้วมั้งข้าวเที่ยงเนี่ย

"พวกแกเดี๋ยวฉันมานะ ฝากสั่งข้าวด้วย" หันกลับมาบอกเอมี่เนเน่

"ให้เดาม้ะ ผู้ตามชัวๆ" ยัยเน่หรี่ตามอง

"แม่นเบอร์นี้ไปรับจ๊อบดูดวงไหมจ๊ะ" ฉันยิ้มร้าย

"โอ้โห มั่นมากกก"

และนางสองคนกำลังจะฟาดฉัน แต่โดนฉันสะบัดหน้าใส่ซะก่อน อ่าฮะ พวกนางหมั่นไส้ฉันแหละ

 

สงสัยใช่ไหมต้นน้ำเป็นใคร?

ต้นน้ำ คือเพื่อนที่เรียนรุ่นเดียวกันคณะเดียวกัน มีสถานะเป็นเพื่อนที่พ่วงด้วยสถานะคนคุย เป็นไง ยิงปืนนัดเดียวได้นกสองตัว ฮ่าๆ เอ่อ มันเป็นนิสัยที่ไม่น่ารักสักเท่าไหร่ น้องๆหนูๆห้ามลอกเลียนแบบเด็ดขาดเลยนะคะลูก >๐<

"ต้น"

เอ๋? ปกติต้องนั่งอยู่ตรงนี้นะ ทำไมไม่เห็นล่ะ

ข้างโรงยิมเป็นสถานที่ที่เราชอบนัดมาพลอดรักกัน เอิ่ม ฟังดูเหมือนเด็กมัธยมยังไงก็ไม่รู้ว่าม้ะ เอาเป็นว่าเป็นสถานที่เงียบสงบที่เหมาะกับการมานั่งกระหนุงกระหนิง

"ต้น"

"..." ไปไหนของเขา

"ต้นน้ำ เดียร์มะ..."

หมับ!

"อื้อ"

อยู่ๆแขนฉันก็ถูกกระชากจากด้านหลังจนตัวปลิว ปากที่กำลังจะอ้าร้องก็ถูกปิดด้วยฝ่ามือของคนคนนั้น

กรี๊ดดดดด! ฉันโดนฉุดกระชากลากถูมาที่มุมตึกหลังโรงยิม พยายามจะสู้นะแต่โดนรัดแน่นมาก ไอ้บ้านี่มันเป็นใคร!!!

"อื้อ อ้วยอ้วยยย!! (ช่วยด้วยยย!!)"

กล้าทำขนาดนี้เลยเหรอ นี่มันมหาลัยนะว้อยยยย!

"อ่อยอ๊านนน อ่อยยย (ปล่อยช้านนน ปล่อยยย)"

นี่คนหรืองูเหลือมอ่ะ รัดแน่นแทบหายใจไม่ออกอยู่แล้ว ไอ้สารเลวเอ้ย!!!

พลัก~

"ช่วยด้วย!!! ปล่อยฉันนะไอ้บ้าาา!"

ปากถูกปล่อยเป็นอิสระพร้อมกับร่างกายที่ถูกดันจนแผ่นหลังติดผนังอิฐ

"ต้นเอง" ????

หาาาาา!!! ○.○

"ต้น?"

ฉันอ้าปากหวอเมื่อเห็นว่าคนที่ทำให้ฉันตกใจแทบช็อกคือต้นน้ำนั่นเอง เล่นบ้าอะไรของเขาน่ะ

"คนบ้านี่ ถ้าเดียร์หัวใจวายขึ้นมาจะทำยังไงฮะ" ฉันฟาดมือไปที่หัวไหล่เขาเต็มแรงก่อนที่มือข้างนั้นจะถูกตรึงแนบผนัง

"ลงโทษ ข้อหาที่ทำให้ต้นคิดถึงแทบบ้า" ต้นน้ำขยับใบหน้าเข้ามาใกล้จนลมหายใจเป่ารดปลายจมูก แล้วฉวยโอกาสหอมแก้มฉันฟอดใหญ่

"เดี๋ยวก็มีคนเห็นหรอก ปล่อยเดียร์ก่อน"

"ไม่ปล่อย..." เขาว่าพร้อมตรึงเเขนอีกข้างของฉันไว้ แบบนี้มันก็ไม่ได้ต่างจากโดนฉุดเลยนะ "จนกว่าเดียร์จะตอบคำถามต้นแบบตรงไปตรงมา"

"ได้ เดียร์จะตอบ แต่ต้นต้องปล่อยเดียร์ก่อน"

"ไม่" ไม่ว่าเปล่ายังกำข้อมือฉันแน่นขึ้นอีกด้วย

"อย่าทำแบบนี้เดียร์ไม่ชอบ" ฉันขมวดคิ้วยุ่ง เริ่มจะไม่พอใจเข้าแล้วจริงๆ แต่ต้นน้ำก็ยังไม่ยอมอ่อนข้อ

"..."

"ต้น" เริ่มมีน้ำโห -_-!

"..."

"จะไม่ปล่อยเหรอ" น้ำเสียงของฉันค่อนข้างแข็งกระด้างกว่าครั้งไหนๆ และมันก็คงทำให้ต้นน้ำสำนึกได้แหละ เขาถึงยอมปล่อยแขน

ดูเหมือนว่าเขาเองก็กำลังควบคุมอารมณ์ตัวเองอยู่ ฉันก็ไม่ได้โกรธเป็นฟืนเป็นไฟถึงขนาดต้องวีนแตกหรอก แค่ไม่ชอบถูกคุกคามโดยที่ฉันไม่เต็มใจเท่านั้นเอง

"ต้นมีอะไรจะคุยกับเดียร์" เพื่อไม่ให้บรรยากาศตึงเครียดไปมากกว่านี้ ฉันเลยต้องพยายามปรับอารมณ์ให้เย็นลง

"มันต้องอะไรงั้นเหรอเราถึงจะเจอกันได้..." ประโยคที่เขาตอกกลับมานั้นทำให้ฉันรู้ว่าเขากำลังไม่พอใจ "ช่วงปิดเทอมเราแทบไม่ได้คุยกันเลยนะเดียร์ ต้นทั้งไลน์หาทั้งโทรหาแต่เดียร์ก็ไม่ตอบไม่รับเลยสักทางเหมือนกับจงใจจะหนีต้นอ่ะ เดียร์ไม่คิดถึงต้นบ้างเหรอ ต้นคิดถึงเดียร์จะบ้าตายอยู่แล้ว รู้บ้างไหม" พ่นออกมาอย่างคนอัดอั้น

"เดียร์ใช้เวลาอยู่กับครอบครัวซะส่วนใหญ่เลยไม่ค่อยได้เล่นมือถืออ่ะ เดียร์ขอโทษนะ" จะว่าโกหกก็ไม่เชิง ฉันใช้เวลาอยู่กับป๊าม้าจริงๆ แต่อีกหนึ่งเหตุผลก็คือฉันคุยหลายคนอ่ะ เพราะงั้นฉันอยากตอบใครก็ตอบ ไม่อยากตอบก็ไม่ตอบ แค่นั้น

"ฮึ ใช้เวลาอยู่กับครอบครัวหรือว่าเดียร์เบื่อต้นแล้วกันแน่ ไม่ใช่ว่าคุยกับคนอื่นอยู่เหรอ..." รอยยิ้มเย้ยหยันปรากฏบนมุมปาก "เห็นต้นโง่มากหรือไง บนหัวต้นมันมีเขาเหมือนควายใช่ไหมฮะ!"

ปั่ก!

หื้อออ!?

ฉันสะดุ้งโหยงเมื่อต้นน้ำตะคอกเสียงดังพร้อมทุบกำปั้นลงมาที่ข้างศีรษะแบบที่ฉันไม่ทันได้ตั้งตัว

"ต้น?..." อะไรคืออยู่ๆก็เกรี้ยวกราดขึ้นมาแบบไม่มีปี่มีขลุ่ย ทำเอาฉันตกใจและมึนงงในเวลาเดียวกัน "ต้นไปหงุดหงิดเรื่องอะไรมาเดียร์ไม่รู้นะ แต่ต้นไม่ควรมาใส่อารมณ์กับเดียร์แบบนี้"

"หงุดหงิดเรื่องอะไรงั้นเหรอ ถามจริงเถอะ สิ่งที่เดียร์ทำอ่ะ มันไม่ได้ทำให้เดียร์รู้สึกผิดเลยหรือไง ต้นมีหัวใจมีความรู้สึกนะ ต้นหวงของต้น ยิ่งต้นไปได้ยินมาว่าเดียร์คุยอยู่กับไอ้พอร์ชต้นก็ยิ่งหงุดหงิดแทบจะฆ่ามันได้แล้ว ต้นอยากรู้ เดียร์ทำได้ไงวะ ทั้งที่มีต้นอยู่ทั้งคนอ่ะ เดียร์ทำลงไปได้ไง"

"แล้วทำไมเดียร์จะทำไม่ได้..." ตอนนี้ฉันเริ่มจะไม่เข้าใจคนตรงหน้าแล้วจริงๆ "เราไม่ได้เป็นอะไรกันนะต้น เดียร์ไม่ใช่ของของใคร เดียร์คือเดียร์ เดียร์เป็นของเดียร์แบบนี้ต้นก็รู้นี่ เราสองคนตกลงกันรู้เรื่องแล้วนะว่าเราจะคุยกันโดยที่ต่างคนต่างมีโอกาสที่จะเรียนรู้คนอื่น ต้นจำได้ไหม วันแรกที่ต้นมาขอคุยกับเดียร์อ่ะ ต้นเองก็มีคนที่ต้นชอบอยู่แล้ว ที่มาคุยกับเดียร์ก็เพราะว่าต้นอยากคุยสนุกๆต้นอยากหาคนคุยแก้เหงา แล้วนี่อะไรอ่ะ ต้นมีสิทธิ์อะไรมาต่อว่าเดียร์แบบนี้" แววตาขุ่นเคืองในตอนแรกเปลี่ยนเป็นตัดพ้อ แต่ที่ฉันพูดมันคือความจริง เราต่างคนต่างก็รู้ข้อตกลงนี้ตั้งแต่แรก

"ตอนนี้ต้นไม่สามารถรู้สึกแบบนั้นได้แล้วไงเดียร์ ต้นผูกพัน ต้นหวั่นไหว ต่อให้เราจะตกลงทำสัญญากันยังไงสุดท้ายแล้วต้นก็ไม่สามารถหนีความรู้สึกจริงๆของตัวเองได้หรอก ต้นชอบเดียร์ไปแล้ว เดียร์จะให้ต้นทำยังไง!"

ทุกคนรู้ไหมนี่คือสิ่งที่อีกวางดุตัวนี้กลัวที่สุดเลย ความรักความรู้สึกดีๆของอีกฝ่ายที่เปลี่ยนไปกลายเป็นความชอบที่นำมาซึ่งความหึงหวง มันคือภาระอันหนักอึ้ง

"เดียร์ให้โอกาสต้นได้ไหม" ลมจับอยากได้ยาดม เป็นไงล่ะ ดราม่าสตอรี่ต้อนรับเปิดเทอมวันแรก สาแก่ใจเธอไหมอีนังตัวดี หื้ม!

"ต้นกำลังทำให้เดียร์หนักใจ"

"ทำไมอ่ะเดียร์ ต้นก็แค่ขอโอกาสอ่ะ ทำไมเดียร์ถึงให้ไม่ได้ หรือว่าเดียร์เบื่อต้นแล้วจริงๆ" เฮ้อ ฉันโคตรไม่ชอบสถานการณ์แบบนี้เลย อึดอัดเป็นบ้า

"ต้นฟังเดียร์นะ..." สูดลมหายใจเข้าลึกๆ "เดียร์รู้ ความรู้สึกมันห้ามกันไม่ได้ เพราะฉะนั้นต้นรู้ใช่ไหมว่าเดียร์เองก็ไม่สามารถบังคับหัวใจตัวเองให้เป็นแบบที่ต้นต้องการได้"

"แต่ต้นทนไม่ได้ที่ต้องเห็นเดียร์เป็นของคนอื่น"

"เดียร์บอกแล้วไงว่าเดียร์ไม่ใช่ของใครทั้งนั้น ต้นก็รู้นี่ว่าเดียร์แค่รักสนุก และกฎของการคุยกับเดียร์คือห้ามผูกมัด"

"ต้นไม่เชื่อหรอกนะว่าเดียร์จะไม่ผูกมัดกับใคร จะให้ต้นเชื่อสิ่งที่เดียร์พูดได้ไง ในเมื่ออาทิตย์ที่แล้วเดียร์ยังไปปาร์ตี้กับไอ้เชี่ยพอร์ชอยู่เลย จะให้พูดด้วยไหมว่าต้นรู้เรื่องที่เดียร์ไปค้างคอนโดมันด้วย ทำไมอ่ะมันดีกว่าต้นตรงไหน" เอาจริงปะ? เรื่องไปค้างคอนโดอะไรนี่คือจ้อจี้มากๆไม่รู้ใครเล่าให้ฟัง แต่ฉันก็ไม่เห็นจำเป็นต้องอธิบายให้ยืดเยื้อ มันเสียเวลา

"เดียร์ไม่เคยไปค้างคอนโดพอร์ช จะเชื่อไม่เชื่อก็เรื่องของต้น แล้วถ้าต้นยังคิดจะพูดจาเพ้อเจ้อแบบนี้กับเดียร์อยู่ล่ะก็ เดียร์ก็ไม่มีเหตุผลต้องติดต่อกับต้นอีก"

หมับ~

ฉันจะเดินหนี แต่กลับโดนต้นน้ำรั้งเอวเข้าไปกอดพร้อมกับการจู่โจ่มอย่างรุนแรงด้วยริมฝีปากที่ประกบลงมาครอบครอง

"อื้อ"

ปึก! ปั่ก!!

ฉันทั้งทุบทั้งตีพยายามผลักไส แต่นั่นก็ยิ่งทำให้แรงกอดรัดของต้นน้ำทวีคูณขึ้นเรื่อยๆพอๆกับจุมพิตที่อัดแน่นไปด้วยความเอาแต่ใจของเขา มันรุนแรงจนฉันรู้สึกเจ็บปวดแต่ก็คงไม่เท่าความเจ็บใจที่มีในตอนนี้หรอก เขามันบ้าไปแล้ว!!!

ปั่ก!!!

ฉันรวบแรงทั้งหมดกระทืบลงไปที่เท้าของคนคลั่ง และมันได้ผลทันตาเห็น

"โอ้ย!"

พลั่ก!!! เพี้ยะ!!!!

ราวกับมีระบบออโตเมติก เพราะทันทีที่หลุดพ้น ฉันก็ฟาดมือลงไปที่ใบหน้าแดงก่ำเต็มกำลังด้วยความโกรธเคืองที่อัดแน่นอยู่ในอก

"เป็นบ้าไปแล้วหรือไงฮะ!!! คิดว่าทำกับฉันแบบนี้แล้วนายจะได้ในสิ่งที่ตัวเองต้องการเหรอ" ฉันตะโกนเสียงดังไม่สนว่าจะมีใครได้ยินไหม แต่คงไม่หรอก ตรงนี้ไม่ค่อยมีคนผ่านไปผ่านมา

"ต่อให้ทำดีแทบตายต้นก็ไม่ได้หัวใจเดียร์อยู่แล้วไม่ใช่เหรอวะ!"

"ใช่! ไม่มีวัน ต่อให้นายนั่งคุกเข่าขอร้องอยู่ตรงนี้ฉันก็ไม่รักนาย เพราะงั้นทางที่ดีอย่าทำให้ฉันเกลียดมันจะดีกว่า อย่างน้อยก็เห็นแก่ความเป็นเพื่อนเถอะ" จริงอยู่ที่ฉันพูดด้วยอารมณ์ แต่ทุกคำพูดก็ล้วนแล้วแต่ออกมาจากใจ

"เดียร์แม่งโคตรเห็นแก่ตัว" เขาพูดลอดไรฟัน

"แล้วมันไม่แฟร์เหรอ ผู้ชายทุกคนที่เข้าหาฉันมีใครบ้างไม่เห็นแก่ตัว นายกล้าพูดหรือเปล่าล่ะว่าที่เข้าหาฉันเนี่ยไม่ใช่เพราะเรื่องเซ็กซ์" ฉันจ้องเขม็งอย่างเอาเรื่อง

"ต้น...ต้น..."

และการที่เขากระอึกกระอักไม่สามารถตอบได้เต็มปากเต็มคำ มันก็ชัดเจนแล้วว่าสิ่งที่ฉันพูดมันจริงทุกประการ

"ฉันไม่เคยคิดจริงจังกับใคร นายเองก็ไม่ได้คิดจะจริงจังอะไรกับฉันตั้งแต่แรก ถ้าเรื่องนี้จะมีใครผิด คนที่ผิดคือฉันงั้นสิ ฉันคนเดียวเหรอที่เห็นแก่ตัว นายเองก็ไม่ต่างกันหรอก เพราะฉะนั้นนายไม่มีสิทธิ์มายืนต่อว่าและทำกับฉันแบบนี้อีก จำเอาไว้นะต้นน้ำ อย่าคิดจะเล่นกับไฟถ้าใจไม่แกร่งพอ"

ฉันไม่รู้หรอกนะในสายตาของคนอื่นแม้แต่ต้นน้ำจะมองฉันยังไง แต่หนึ่งบทเรียนที่ฉันมักจะมอบให้พวกเขาเสมอก่อนตีจากนั่นก็คือทำให้พวกเขาเข้าใจใหม่ว่าฉันไม่ใช่แม่กวางน้อยอ่อนหัด ถ้าไม่เจ๋งจริงก็ไม่ควรมายุ่งกับฉัน เลือกเองแท้ๆ สุดท้ายจะมาทวงหาความรับผิดชอบจากฉันเหรอ ด่าฉันว่าอีเลือดเย็นอีกพันครั้งก็เปล่าประโยชน์ เพราะฉัน...ไม่มีให้

และเมื่อไหร่ก็ตามที่ฉันเลือกเดินหันหลังให้ใคร คนนั้นจะไม่มีทางได้กลับเข้ามาในวงจรชีวิตฉันอีก

ต้นน้ำคือหนึ่งในนั้น!

 

5.20 PM

 

เจอเรื่องหงุดหงิดใจมาทั้งวันแล้วก็ยังจะมาพบเจอกับจราจรบนท้องถนนที่น่าอึดอัดเป็นที่สุดอีก ไม่ใช่แค่นั้นนะกลุ่มเมฆก็ยังตั้งเค้าเริ่มมืดครึ้มบ่งบอกว่าฝนกำลังจะตกอีก รถติดว่าแย่แล้ว แต่ขับรถตอนฝนตกมันแย่ยิ่งกว่า

แต่ที่ดับเบิ้ลแย่ยิ่งกว่านั้นอีกคืออะไรรู้ไหม!!!!

บ้าเอ้ย!!

ฉันค่อยๆขับประคองรถมาจอดชิดริมฟุตบาท อะไรคือขับอยู่ดีๆรถก็ส่ายไปส่ายมา อย่านะ! อย่าเป็นอย่างที่ฉันคิดเชียวนะ ก็ได้แค่ภาวนาเท่านั้น เพราะทันทีที่เปิดประตูลงมาดูก็แทบผงะ เมื่อพบว่ายางล้อหลังรั่วแบนแต๊ดแต๋ โถ่!!! จะถึงคอนโดอยู่แล้วอ่ะ

ครื้นนน~

เสียงฟ้าดังคำรามตอกย้ำความซวย เออ! ให้มันได้อย่างนี้สิโว้ย!

แทบจะทึ้งผมตัวเองแล้วกรีดร้องแข่งกับเสียงฟ้า เคยเห็นในละครที่พระเอกโมโหแล้วถีบรถม้ะ เอ้อ!! อยากทำแบบนั้นแหละ แต่กลัวคนพบเห็นหาว่าเป็นพวกคลั่งสติแตกน่ะสิ บทจะซวยก็ซวยมันทั้งวันเลย อะไรนักหนาฮะ!!! ×,×

ระหว่างที่ฉันกำลังยกมือถือแนบหูต่อสายหาเฮียคริส (พี่ชายสุดที่เลิฟ) ฟ้าก็ร้องขู่ไม่หยุด

ตื๊ด ตื๊ด ตื๊ด

[ว่าไง] กว่าจะรับได้

"เฮีย รถเดียร์ยางรั่ว ตอนนี้อยู่แถวๆ ธนาคารไทยพานิชย์ใกล้ๆคอนโดพี่คิมเพื่อนเฮียอ่ะ เฮียให้คนจัดการให้เดียร์ที เดี๋ยวเดียร์จะจอดรถทิ้งไว้แล้วนั่งแท็กซี่กลับคอนโดก่อน ฝนจะตกแล้ว"

[สมน้ำหน้า เที่ยวเก่งดีนัก รถมันพาเธอเที่ยวจนเหนื่อยไงมันเลยประท้วงโดยการทำให้ยางรั่งซะเลย ฮ่าฮ่า] ฉันได้แต่กรอกตาไปมา ใช่เรื่องขำไหมเนี่ย น้องสาวกำลังเดือดร้อนแท้ๆ แล้วรู้ดีจังเลยนะ น่าฆ่าปิดปาก

"ตลกเหรอเฮีย รถอะไรประท้วงเป็นด้วย ไม่ต้องขำเดียร์นะ แค่นี้แหละจัดการให้ด้วย"

[เออ แล้วนั่งแท็กซี่ก็ดูแลตัวเองด้วย แค่นี้]

ตู๊ด ตู๊ด ตู๊ด

หลังจากวางสายจากพี่ชายที่เคารพรัก ฉันก็เปิดประตูรถเข้าไปเก็บกระเป๋าและของมีค่าต่างๆเพื่อจะมายืนโบกแท็กซี่กลับที่พัก

บอกตรงๆฉันน่ะไม่ชอบนั่งแท็กซี่เลยสักนิด ไม่ชอบกลิ่นแอร์ บางคันเนี่ยนะอับมากชวนให้วิงเวียน แต่ฉันไม่มีทางเลือกที่ดีกว่านี้แล้วนี่น่า

ครื้นนน~

และถ้าขืนยังช้าอยู่ กลุ่มเมฆที่ลอยรวมกลุ่มกันจนเป็นสีทึบคงได้กลายเป็นเม็ดฝนตกลงมาแน่ๆ

ซ่าาาา~

เย้ยยย!!! มะ ไม่ทันแล้วววว!!! ○.○ อะไรจะเหมาะเจาะปานนี้

ฉันชะเง้อมองถนนที่มีรถวิ่งสวนกันไปมา แต่ไม่เห็นมีแท็กซี่สักคันเลย ฝนที่โปรยปรายลงมาก็เริ่มแรงขึ้นเรื่อยๆเหมือนกลั่นแกล้งกันจนฉันต้องยกกระเป๋าปิดบังใบหน้า แล้วคิดสภาพตามนะ ชุดนักศึกษาบางมาก ถ้าเปียกขึ้นมามีโป๊ จะกล้าขึ้นแท็กซี่ไหม โอ้ยยยย ฉันควรทำยังไง!

ในขณะที่ฉันคิดอะไรไม่ออกและยืนเป็นยัยบื้อตากฝนไร้ที่พักพิงอิงกายอยู่นั้น อยู่ๆเจ้าฟิลาโน่สีเขียวมิ้นต์คุ้นตาก็ขับมาจอดข้างฟุตบาทตรงหน้าฉัน ก่อนที่หนุ่มน้อยเจ้าของรถจะเปิดกระจกหมวกกันน็อคขึ้น

"น้องเซนต์" ???

"ทำไมมายืนตากฝนตรงนี้ครับพี่เดียร์" น้องถาม ก่อนจะหันกลับไปมองที่รถของฉัน

"รถพี่เดียร์ยางรั่วค่ะ เรียกช่างเเล้ว เลยจะจอดรถทิ้งไว้ ฝนตกพี่เดียร์ก็เลยจะเรียกเเท็กซี่กลับคอนโดค่ะ" แล้วไม่รู้ฟ้าลงโทษหรืออะไร อยู่ๆฝนก็กระหน่ำเทลงมาอย่างไม่ปราณี

ในตอนนั้นเองน้องเซนต์ก็รีบถอดหมวกกันน็อค ก่อนจะเดินมาจูงมือฉันเดินลิ่วๆ ฉันเองก็ไม่รู้ทิศทาง แต่คาดว่าน่าจะหาที่หลบฝน

หวาาา >○< ใช่จริงๆด้วย เขาพาฉันเร่งฝีเท้าเข้ามาหลบฝนตรงจุดรอรถเมล์ขนาดย่อม ตอนนี้ไม่มีใครเลยนอกจากเราสองคน ลมกระโชกแรงทำให้ฝนซัดสาดเข้ามาเหลือพื้นที่ให้เรายืนหลบเพียงน้อยนิด เปียกตั้งแต่หัวจรดเท้าเลยจ้า

"ตอนนี้เราคงต้องหลบกันตรงนี้ก่อนครับ" น้องเซนต์ตะเบ็งเสียงแข่งเสียงฝน พร้อมกวาดสายตามองดูรอบๆก่อนจะวกกลับมามองฉันที่กำลังยืนกอดร่างสั่นเทาของตัวเองเป็นนางเอกเอ็มวี @.@

"พี่เดียร์ หนาวมากไหมครับ" คงเริ่มสังเกตเห็นอาการฉันแล้วหล่ะ

"นะ หนาวมากเลยค่ะเซนต์ พะ พี่เดียร์ขี้หนาวค่ะ ยะ อยู่แบบนี้ พะ พี่เดียร์ ยะ แย่แน่" ขากรรไกรสั่น

เหน็บหนาวสิคะ ยิ่งมีผู้ชายหล่อละมุนยืนอยู่ข้างๆแบบนี้ หวังเล็กๆว่าจะโดนสวมกอด เอิ่ม? หนาวจริงนะทำเป็นเล่นไป สั่นเป็นเจ้าเข้าเลยเนี่ย

"งั้นพี่เดียร์รอเซนต์อยู่ตรงนี้นะครับแปปเดียว"

พูดจบเด็กน้อยก็วิ่งฝ่าฝนออกไปอีกรอบ ส่วนฉันเหรอ ถึงกับต้องนั่งยองๆหลบหลังเก้าอี้ ฉันขี้หนาวจริง ไม่จ้อจี้ ไม่มีความสตรอว์เบอร์รี่ใดๆทั้งสิ้น แล้วถ้าฉันเปียกอยู่แบบนี้ต่อไป เกิดช็อกตายขึ้นมา ก็อดกินน้องเซนต์น่ะสิ ไม่ยอมน้าาา ๐.๐¡¡¡

โถ่!!! จะหนาวตายอยู่แล้ว ยังจะคิดเรื่องพรรค์นั้นอีก

"พี่เดียร์ครับ นี่ครับ สวมนี่ไว้..." เขากลับมาพร้อมกับชุดกันฝนสีเขียวอ่อนๆ "ถึงจะช่วยไม่ได้มากแต่ก็น่าจะบรรเทาได้ครับ" ปากพูดไปมือก็สวมให้ฉันไป ไม่ลืมดึงหมวกขึ้นมาคลุมหัวให้ด้วย

"ขะ ขอบคุณค่ะ" ปากฉันสั่นจนฟันกระทบกันเสียงกึกๆ ร่างกายก็เกร็งไปหมด ลมบ้านี่ หยุดสักทีได้ไหม แค่ฝนอย่างเดียวฉันก็แย่แล้วนะ T^T

"พี่เดียร์ไหวไหมครับ อดทดอีกนิดนะครับ" คำพูดปลอบโยนอบอุ่นปานเตาผิงไฟ แต่ทว่าสู้ความเย็นเฉียบจากน้ำฝนตอนนี้ไม่ได้เลย ฮื้อออ น้องครับ พี่เดียร์ต้องการไออุ่นจากอ้อมแขน

"พะ พี่เดียร์ นะ หนาวค่ะเซนต์ นะ หนาวมาก" ฉันพูดเสียงสั่นขณะที่สองแขนก็โอบกอดตัวเองแน่น

"เซนต์ขอโทษนะครับพี่เดียร์"

หือ???

หมับ~ ○.○¿

คุณพระ!!! น้องเซนต์ขยับเข้ามากอดฉันแนบอกอ่ะ ฝันไปหรือเปล่าเนี่ย ฮัลโหลวววว >\\\\<

"คุณแม่เซนต์บอกว่า อ้อมกอดจะช่วยคลายหนาวได้ดีพอๆกับผ้าห่มสามชั้น เซนต์ไม่รู้ว่ามันจริงหรือเปล่า แต่อย่างน้อยมันก็คงจะทำให้พี่เดียร์อุ่นขึ้นครับ"

ตกลงนี่คนหรือไมโครเวฟอ่ะคะ อบอุ่นทั้งคำพูดและการกระทำ ฝนเหรอ ตกลงมาเถอะย่ะ ตกแรงๆฉันไม่กลัว หนาวแลกกอดนี่ว่าคุ้มสุด ฮึ!!!

"ค่ะ อะ อุ่นขึ้นค่ะ" ได้ทีฉันก็ซุกหน้าเป็นลูกแมว หูยยย นี่เปียกแต่กลิ่นหอมจางๆยังมีอยู่เลย แถมแผลงอกนี่ก็ยังชวนให้จินตนาการถึงเนื้อใน

ไอ้ต้าววว พี่จ๋าอยากมุดเข้าไปในจั๊กแร้อ้าาา ฮรื้อออ~

ฉันค่อยๆเงยหน้ามองเจ้าเด็กไมโครเวฟ เขาเองก็เปียกไม่ต่างกันหรอก ตะกี้ก็วิ่งฝ่าฝนออกไปเอาชุดกันฝนให้อีก

"เซนต์ ไม่หนาวเหรอคะ เซนต์ก็เปียกเหมือนกัน" ตาสบตาส่งประกายวาววับ หมายถึงฉันนะที่กำลังจงใจส่งสายตาให้ท่าน้องอยู่

"นิดหน่อยครับ เซนต์...เซนต์ทนได้ครับ"

มีเด็กตกประหม่าหนึ่งอัตรา ทำให้หวนนึกถึงเหตุการณ์เมื่อวานตอนอยู่ในลิฟต์ บอกตรงๆถ้าน้องเซนต์ไม่ใสซื่อแบบนี้นะ เสร็จฉันตั้งแต่เมื่อวานแล้ว ริมฝีปากจิ้มลิ้มสีแดงระเรื่อแบบนี้ คิดว่าฉันต้องใช้ความอดทนมากแค่ไหนที่ต้องหักห้ามใจไม่ให้ล่วงเกินเด็ก แต่ดูบรรยากาศ ณ เวลานี้สิ มันดีมันเหมาะเจาะ

จุ๊บ~

เพียงแค่ฉันประทับริมฝีปากไปที่ปลายจมูกโด่ง ดวงตาคู่นั้นก็เบิกกว้างตื่นตระหนก นี่มันบ้าไปแล้ว น้องเซนต์กำลังทำให้ฉันตื่นตัวและตื่นเต้น ฮึ่ม!! อยากจับเด็กแก้มแดงกินตับอ่ะ น่ารักเกินไปแล้ว >\\\<

"ขอบคุณนะคะน้องเซนต์" เป็นการขอบคุณที่มีความร้ายกาจแฝงเร้นอยู่ หึหึ! แรด เอ้ย! เลิศไหมล่ะ

ฉันหัวเราะเอ็นดูคนที่กำลังสตั้น พลางยกมือเช็ดหยดน้ำฝนที่เกาะอยู่บนใบหน้าน้องเบาๆ ละมุนมือดีจริงๆอยากขยำแก้มเล่น

"พี่เดียร์แค่ขอบคุณเองค่ะ น้องเซนต์กลัวเหรอคะ"

"ปะ เปล่าครับ เซนต์แค่..." ไม่กลัวหรอก แต่กระอักกระอักไปไม่เป็น

"แค่?" เขินก็บอกเขินน่าาา >°<

"คือ..."

"คือ?" เห็นท่าทีของน้องแล้วมันอดที่จะแกล้งไม่ได้ ก็เลยขยับหน้าเข้าไปหา

"เซนต์..." ยิ่งมองก็ยิ่งเห็นชัดว่าน้องตื่นเต้นกับการที่มีฉันอยู่ใกล้ๆ

"เซนต์อะไรคะ" ใกล้เข้าไปเรื่อยๆ กระทั่งปลายจมูกชิดกันในที่สุด และฉันไม่คิดจะหยุดแค่นั้น น้องเซนต์ยั่วยวนด้วยใบหน้าไร้เดียงสา หลอกล่อให้ฉันหมดความอดทนด้วยแววตาใสซื่อ แบบนี้ต้องโดนบดขยี้ หื้ม!

ครื้นนนน~ เปรี้ยงงงง!!!

กรี๊ดดดดดดดด

ไม่ทันที่ริมฝีปากจะได้แนบชิดสมใจอยาก เสียงฟ้าดังสนั่นประท้วงทำฉันเสียทรง กรีดร้องลั่นพร้อมฟุบกอดน้องเซนต์อย่างต้องการที่พึ่งพิง

ร้องรู้เวล่ำเวลาเหลือเกิน!!!

"พี่เดียร์ มะ ไม่เป็นไรครับ ไม่เป็นไร ไม่ต้องกลัวครับ" เขากอดตอบพร้อมปลอบประโลมด้วยการลูบศีรษะ ฮื้อ ฉันบอกตรงๆ น้องเซนต์เป็นผู้ชายคนแรกที่ฉันอยากได้จนตัวสั่น น้องทั้งหล่อทั้งอบอุ่นฟิลลิ่งพี่ชายขาสุดๆ ถึงไม่ได้จูบวันนี้ สักวันหนึ่งก็ต้องได้ตั้งปณิธานสูงสุดพร้อมตราประทับ

ชอบอ่ะ ตกอีก เอาอีก ยาวปายยยยย~

.

.

พี่เดียร์เอะอะก็จะจับกินตับอ่ะ ใจเย็นน้าาารอน้อนโตเป็นหนุ่มก่อน ฮ่าฮ่า

ขอบคุณที่รอกันครับ กว่าจะมาแต่ละทีคือนานมาก แต่ไม่เทแน่นอนนะครับทุกคน 😴🤒🤕🥴

 

 

 

 

ความคิดเห็น