kokomilk

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ตอน 1.3 | เติมพลัง ก่อนทำศึก

ชื่อตอน : ตอน 1.3 | เติมพลัง ก่อนทำศึก

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย อีโรติก

คนเข้าชมทั้งหมด : 5.6k

ความคิดเห็น : 3

ปรับปรุงล่าสุด : 14 ส.ค. 2563 23:16 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอน 1.3 | เติมพลัง ก่อนทำศึก
แบบอักษร

. 

         มันเป็นเวลา ตี 3.16 นาที 

 

         ปอนมาถึงที่หมายตามพิกัดบนมือถือ เขาจอดรถมอเตอร์ไซค์เทียบอยู่ข้างทาง และเบื้องหน้าก็เป็นรั้วเหล็กสีแดงเก่าๆ ลอกๆ มองข้ามเข้าไปก็เป็นตัวบ้านไม้สองชั้นหนาทึบไปด้วยต้นไม้ต่างๆ รอบด้าน 

 

         เสาไฟข้างทางกำลังส่องแสงนัวๆ ออกมา 

 

         ชั้นบนตรงห้องด้านข้างมีแสงไฟส่องทะลุขอบม่านออกมาบางๆ 

 

         นี่คือ สภาพความเป็นอยู่ของปุ้มปุ้ย 

 

         ว่าแต่ ถึงไหนแล้ววะเนี่ย ยัยนั่น 

 

         ปอนยกมือถือขึ้นมาส่องดูอีกรอบ 

 

         ในโปรแกรมแชท ปุ้มปุ้ยบอกมาสั้นๆ แค่ว่า “แป๊บ...” 

 

         เด็กหนุ่มยืนพิงเบาะรอต่อไป เขาสวมเสื้อยืดแขนสั้นสีขาวลายเท่ๆ ห่มนอกด้วยเสื้อแขนยาวสีดำอบอุ่น เพราะต้องขับฝ่าอากาศหนาวๆ ของป่าและท้องทุ่งในยามค่ำคืนออกมา กางเกงยีนส์ขายาวกับเข็มขัดหนัง 

 

         แม้จะไม่ใช่การแต่งกายแบบจัดเต็มหรูหรา แต่ก็เป็นการแสดงออกให้เห็นว่าเขาให้ความสำคัญกับการนัดเจอเพื่อนสาวห้องเดียวกันในครั้งนี้ 

 

         “ปอน” 

 

         และแล้ว เสียงเรียกคุ้นๆ ก็ดังมา 

 

         เด็กหนุ่มมองลอดรั้วหน้าเข้าไปก็พบกับเพื่อนเดินอ้อมๆ ออกมาจากข้างตัวบ้าน อื้อหือ ความรู้สึกไม่เหมือนตอนเจอหน้ากันในโรงเรียนเลย ปุ้มปุ้ยดูแปลกใหม่ เธอน่ารักมากกว่าปกติ ไม่รู้ทำไมตอนใส่ชุดอยู่บ้าน เธอถึงสวยขึ้น 

 

         ปุ้มปุ้ยปล่อยผมยาวเสมอหัวไหล่ ใส่เสื้อแขนสั้นสีขาว กางเกงยีนส์ขาสั้นแบบฟิตรัดเผยต้นขาอ่อนและทรวดทรงกระชับรัดของช่วงล่าง เธอไม่ได้มาเปล่าๆ ยังถือถุงกระดาษน้ำตาลและสะพายเป้กระเป๋านักเรียนบนหลังมาด้วย 

 

         เพื่อนสาวเดินมาเลื่อนประตูออก 

 

         แล้วก็ค่อยๆ ลอดตัวออกมานอกหน้าบ้าน 

 

         “มานานยังล่ะ” 

 

         ปุ้ยออกมายืนอยู่ข้างปอน  

 

         ข้างในหัวใจของเธอเต้นแรง 

 

         ถ้าเป็นตอนเจอกันในห้องเรียน มันก็คงจะไม่รู้สึกอะไร แต่นี่เป็นเหตุการณ์พิเศษ แต่ก่อนก็เฉยๆ กับความหน้าตาดีของปอน แต่ตอนนี้ แค่มองหน้าเขาแวบเดียวยังไม่ได้ มันหวั่นไหวข้างในไปหมด 

 

         “กูนั่งรอยืนรอ แทบจะแด๊กยุงเป็นอาหารละ” 

 

         “...” 

 

         “เป็นอะไรของมึงวะ ดูเงียบๆ” 

 

         “ปะ...เปล่า” 

 

         ปุ้มปุ้ยยืนก้มๆ อยู่อย่างเขินๆ วางตัวไม่ถูก 

 

         “ก็... ต้องจัดฉากว่าออกจากบ้านตั้งแต่เช้ามืด ก็เลยช้าๆ หน่อย เนี่ย กูเตรียมชุดนักเรียนกับกระเป๋านักเรียนออกมาด้วย เขียนใส่กระดาษบอกพ่อกับแม่ไว้บนโต๊ะว่าออกมาตอนตีห้าครึ่ง” 

 

         “โธ่ มึงไม่ต้องลำบากมากก็ได้” ปอนเริ่มแหย่ “กูว่ากูจะเป็นคนขอเข้าไปสวัสดีทักทายพ่อกับแม่ของมึงเองสักหน่อย แล้วก็ว่าจะขอพาตัวลูกสาวกลับบ้าน” 

 

         “โห!! มึงอยากพากูซวยนักเหรอ!!” 

 

         ปอนมองดูปุ้มปุ้ย 

 

         สุดยอด อีกฝ่ายน่ารักโดนใจมากๆ 

 

         “ปุ้ย” 

 

         เด็กหนุ่มขยับเข้ามายืนต่อหน้าเธอ 

 

         “มึงโคตรน่ารักเลยว่ะ” 

 

         ไม่ว่าเปล่า มือสองข้างของเพื่อนชายก็อ้อมกอดเกี่ยวเข้าไปรอบเอวของเธอ ออกแรงดึงให้เด็กสาวเสียหลักทะยานตัวเองเข้ามาใกล้แทบๆ จะกอดกันกลม ปุ้มปุ้ยตกใจมาก สมองของเธอขาดการติดต่อและไร้การตอบสนองไปชั่วขณะ 

 

         มองเห็นดูอีกที 

 

         ใบหน้าหล่อดูดีของปอนก็เลื่อนต่ำเข้ามาใกล้ใบหน้าของเธอ 

 

         ปุ้มปุ้ยใจสั่นรุนแรง “ดะ...เดี๋ยวก่อน” 

 

         “ขอจูบสักหน่อยน่า” 

 

         “จูบพ่องมึงดิ นี่ กลางถนน หน้าบ้านกูเลยนะเห้ย” 

 

         แม้อยากจะว่าเข้าให้ดังๆ แต่ปุ้มปุ้ยก็ต้องพยายามข่มเสียงให้เบาๆ เอาไว้ กลัวว่ามันจะดังทะลุเข้าไปปลุกคนในบ้านของเธอให้เผลอตื่นขึ้นมาได้ 

 

         “ก็มึงน่ารักซะขนาดนี้ จะให้กูห้ามใจตัวเองได้ยังไง” 

 

         ปอนกระชับร่างของเธอเข้ามามากขึ้น 

 

         ปุ้มปุ้ยยิ่งตื่นอาการใหญ่ 

 

         เพราะเธอและเขากำลังยืนตัวชิดกันอยู่ 

 

         “จริงๆ อยากจะฟัดมึงกลางถนนตรงนี้เลยด้วยซ้ำ” 

 

         “อะ...ไอ้บ้า! มึงหื่นเกินไปละ!” 

 

         ปอนกับปุ้มปุ้ยเดินจูงรถมอเตอร์ไซค์ออกมาจนพ้นรัศมีของหน้าบ้าน เพื่อให้แน่ใจว่าเสียงของรถจะไม่ดูน่าสงสัยและไม่เป็นการรบกวน แต่ก่อนที่ทั้งสองจะเริ่มเดินทางกัน การกระทำบางอย่างของปอนก็เล่นเอาปุ้มปุ้ยนึกชอบอยู่ในใจขึ้นมา 

 

         “ใส่เสื้อแขนยาวนี่” 

 

         เด็กหนุ่มถอดเสื้อนอกของตัวเองออก ยื่นให้เพื่อน 

 

         “ขี่รถอากาศกลางคืน มันหนาว” 

 

         ปุ้มปุ้ยวางกระเป๋าและถุงกระดาษลง ก่อนจะรับเอาเสื้อของเพื่อนมาสวมใส่อย่างตอบรับน้ำใจ มันเป็นเสื้อที่ใส่สบายและกักความร้อนเอาไว้ข้างในได้ดี กลิ่นปรับผ้าหอมหวาน ไม่รู้ว่าใช้น้ำยาปรับผ้านุ่มยี่ห้ออะไร 

 

         และแล้ว ปอนก็ขึ้นขี่สตาร์ทรถของตนขึ้น 

 

         ปุ้มปุ้ยหยิบข้าวของก็ขึ้นมาซ้อนท้ายอย่างรู้งาน 

 

         “เกาะเอวกูไว้ดีๆ หงายหลังเงิบไป ไม่รู้ด้วยนะ” 

 

         “เออน่ะ รีบๆ ขับไปได้ละ” 

          

 

         เวลาตีสาม สองคนวัยรุ่นเพื่อนห้องเดียวกัน ขับรถซ้อนท้ายกันมาเรื่อยๆ ผ่านตัวอำเภอในยามค่ำคืน ถนนว่างโล่ง แต่แสงไฟสีส้มยังคงส่องสว่าง บรรยากาศค่อนข้างดี ถ้าจะมาขับรถเล่นกินลมสบายๆ 

 

         ปอนหันกลับไปเอ่ยถามในระหว่างขับรถมาด้วยกันเอื่อยๆ 

 

         “หิวหรือเปล่า” 

 

         “นิดหน่อย” 

 

         และด้วยเหตุนี้ ทั้งคู่ก็เลยต้องแวะกลางทางกันก่อน 

 

         ร้านก๋วยเตี๋ยวโต้รุ่งด้านหน้าร้านสะดวกซื้อ 7-21 นั่นเอง 

 

         ปอนกับปุ้ยจอดรถลงริมถนนด้านหน้า  

 

         “สั่งให้กูด้วย” 

 

         ปุ้มปุ้ยบอกระหว่างลงจากท้ายมอเตอร์ไซค์ 

 

         “มึงจะกินไรล่ะ” 

 

         “เอาแบบเดียวกับมึงนั่นแหละ” 

 

         ปอนเดินไปสั่งตรงรถเข็นหน้าร้าน ส่วนปุ้มปุ้ยก็เดินไปนั่งลงกับโต๊ะห่างออกไปเล็กน้อย พอสั่งเมนูเสร็จ เพื่อนหนุ่มก็เอาแก้วตักน้ำแข็งหลอดสองแก้วเดินถือเอามาตั้งเสิร์ฟให้กับเพื่อนสาวด้วย 

 

         มาถึง ปุ้ยก็รินน้ำจากเหยือกลงแก้วเปล่าทั้งสองแก้ว 

 

         เธอชวนคุย “ตอนตีสามแบบนี้ เงียบดีนะ” 

 

         “เออดิ” ปอนตอบรับ  

 

         “บรรยากาศเหมาะสำหรับการเอาท์ดอร์กันมากๆ” 

 

         “มึงจะไม่หื่นสักครั้งได้ปะ” 

 

         “กูหมายถึง ปิกนิก ชมบรรยากาศยามค่ำคืน” 

 

         “ปิกนิกพ่องมึง ตอนกลางคืน แถไปเรื่อย ไอ้เหิี่ย” 

 

         แป๊บเดียว ชามใหญ่สองชามก็ถือนำมาเสิร์ฟบนโต๊ะ 

 

         บะหมี่แห้ง เกี๊ยว หมูกรอบ 

 

         ปุ้มปุ้ยเพิ่งจะเคยได้ลองกินเป็นครั้งแรก 

 

         “ไม่อิ่ม เบิ้ลได้” ปอนบอก “กินเยอะๆ เดี๋ยวต้องเจอศึกหนักละ” 

 

         ได้ยินคำตอกย้ำของเพื่อนแล้ว ปุ้มปุ้ยก็หวั่นไหวข้างในขึ้นมา 

 

         แทบไม่อยากเชื่อเลย 

 

         แต่อีกเดี๋ยวข้างหน้า เธอกับปอนจะได้ H กันจริงๆ แล้ว 

 

         “มึงแหละ กินให้เยอะๆ ยิ่งผอมกะหร่องอยู่ เดี๋ยวจะหมดแรงเอาซะก่อน” 

 

         ปุ้มปุ้ยย้อนๆ กวนๆ หน่อย 

 

         “เดี๋ยวก็รู้” 

 

         ปอนฉีกยิ้มท้าทายกลับไปเช่นกัน 

 

 

. 

ความคิดเห็น