facebook-icon Twitter-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชายาหนึ่งเล่มเกวียน ตอนที่5

ชื่อตอน : ชายาหนึ่งเล่มเกวียน ตอนที่5

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 285

ความคิดเห็น : 1

ปรับปรุงล่าสุด : 08 ส.ค. 2563 11:38 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ชายาหนึ่งเล่มเกวียน ตอนที่5
แบบอักษร

 สวี่หยู่เหยียนกระชากผ้าคลุมหน้าของตัวเองออกเผยให้เห็นใบหน้าเรียวขาวกระจ่างใสงดงามปราศจากแผลเป็นใด ๆ โครงคิ้วงามได้รูปจมูกโด่งริมฝีปากเรียวเป็นกระจับสีแดงระเรื่อเป็นธรรมชาติ 

 

โม่หวังจิ้งที่อยู่ในอาการเจ็บปวดก็ยังอดที่จะตกตะลึงกับใบหน้างามไร้ที่ติไม่ได้ หากมีใครกล่าวว่าเจ้าของใบหน้านี้เป็นหญิงสาวอัปลักษณ์ขี้ริ้วขี้เหร่แล้วละก็ ในแคว้นนี้คงไม่ต้องมองหาสาวงามอันดับหนึ่งที่ไหนอีก เสียดายก็แต่ร่างกายที่ผอมไปหน่อยมิเช่นนั้นแล้วหญิงสาวตรงหน้าคงดูงดงามขึ้นอีกเป็นกอง ไม่เพียงแต่ผู้เป็นนายที่ตื่นตะลึงเท่านั้นองครักษ์หนุ่มเช่นตงไห่ก็มีท่าทางไม่แตกต่างจากเจ้านายของตัวเองสักนิด 

 

แต่ไม่ว่าจะงดงามเพียงใดอย่างไรค่ำคืนนี้นางก็คงไม่มีชีวิตรอด 

 

สวี่หยู่เหยียนไม่สนใจสายตาของสองหนุ่มตอนนี้เธอกำลังจับจ้องอยู่กับการเคลื่อนไหวแปลก ๆ ที่เธอเคยอ่านเจอตามนวนิยายเท่านั้น นี่หากว่าเธอไม่ได้รับความรู้จากหนังสือปริศนาคงจะรู้สึกตกใจจนไม่สามารถตั้งสติได้ 

 

เส้นสายสีดำที่เคลื่อนตัวไปมาค่อย ๆ รวมตัวกันที่ต้นแขนของโม่หวังจิ้งก่อนพากันเคลื่อนตัวมาตามท่อนแขนแกร่งจนเห็นเป็นเส้นสีดำขนาดใหญ่ 

 

นิ้วมือเรียวยังไม่ทันได้ถอนออกจากข้อมือของอ๋องหนุ่ม ก็สัมผัสได้ถึงความรู้สึกเจ็บที่ปลายนิ้วที่เหมือนกลับกำลังโดนเข็มปลายแหลมทิ่มลงพร้อมกันหลาย ๆ เข็ม ก่อนกระเด้งมือออกอย่างตกใจ 

 

สิ่งมีชีวิตที่อยู่ในร่างกายของโม่หวังจิ้งกำลังรู้สึกถึงภัยอันตรายก็ต่างรีบหนีไปซ่อนตัวตามจุดต่าง ๆ ของร่างกาย จะมีก็แต่เพียงสิ่งมีชีวิตบางตัวที่ได้ลิ้มรสเลือดของสวี่หยู่เหยียน พวกมันเหล่านั้นต่างหยุดนิ่งไม่เคลื่อนไหว 

 

สวี่หยู่เหยียนเช็ดเลือดที่มือของตัวเองกับชุดที่สวมใส่ลวก ๆ ก่อนหันไปเอ่ยกับองครักษ์หนุ่มที่ยังยืนอึ้งตาไม่กระพริบ “ข้าขอมีดหน่อย” 

 

“เร็ว ๆ เข้า” สวี่หยู่เยียนกระแทกเสียงใส่เมื่อเห็นว่าองครักษ์หนุ่มยังคงไม่ขยับ 

 

“เจ้าจะเอามีดไปทำอะไร” ตงไห่เอ่ยถามน้ำเสียงแฝงความระแวดระวัง 

 

ใบหน้างามชักสีหน้าอย่างหัวเสีย “ข้าก็จะมากรีดเพื่อรีดสิ่งที่อยู่ในตัวของท่านอ๋องออกน่ะสิ ถ้ายังช้าอยู่แล้วมันหนีไปก็ไม่ได้รู้กันพอดีว่าเจ้าสิ่งนั้นคืออะไร” 

 

ตงไห่มีท่าทีลังเล โม่หวังจิ้งเอื้อมหยิบมีดสั้นใต้เบาะรองนั่งก่อนหันมาถามหญิงสาวที่กำลังจดจ้องท่อนแขนของตนเอง “จะให้กรีดตรงไหน” 

 

สวี่หยู่เหยียนชี้ตรงจุดเหนือเส้นสีดำเล็กน้อย “ตรงนี้เพคะ กรีดเพียงแผลตื้นๆก็พอ” เมื่อพูดจบเธอก็หยิบห่อเข็มในแหวนมิติออกมาก่อนเลือกหยิบเข็มสีทองที่มีขนาดเล็กกว่าเข็มเย็บผ้าเล็กน้อยออกมา 

 

โม่หวังจิ้งกรีดท่อนแขนของตัวเองด้วยใบหน้าเรียบเฉย แผลขนาดเล็กถูกเปิดออกมาพร้อมกับสิ่งมีชีวิตลักษณะคล้ายหนอนตัวยาวสีดำหลุดพรวดออกมาจำนวนห้าตัว 

 

“ขอถ้วยชาม” 

 

ตงไห่หยิบถ้วยกระเบื้องที่อยู่ใกล้มือยื่นให้กับหญิงสาว สวี่หยู่เหยียนใช้เข็มจิ้มหนอนตัวสีดำใส่ลงในถ้วยทีละตัวก่อนหันมาพูดกับอ๋องหนุ่ม “ท่านอ๋องทำแผลก่อนดีหรือไม่เพคะ ทำแผลเสร็จเดี๋ยวเราค่อยมาคุยเรื่องนี้กัน” 

 

โม่หวังจิ้งพยักหน้าพร้อมกับมองใบหน้างามอย่างสนใจ นี่เป็นครั้งแกที่ความเจ็บปวดทรมานที่จะเกิดขึ้นหนักที่สุดในรอบปีจบลงอย่างรวดเร็วอีกทั้งหญิงสาวที่เป็นเครื่องสังเวยกลับไม่เป็นอะไร 

 

ในระหว่างที่อ๋องหนุ่มให้องครักษ์ของตนทำแผล สวี่หยู่เหยียนก็เบนความสนใจมายังสิ่งมีชีวิตในถ้วย จากความรู้ที่ได้รับเธอมั่นใจเต็มร้อยว่าสิ่งนี้คือพิษกู่อย่างไม่ต้องสงสัย เพียงแต่พิษกู่ตรงหน้านี้เป็นพิษกู่ประเภทใดกันแน่แม้ว่าภายในใจของเธอจะมีตัวเลือกโผล่ขึ้นมา แต่ทางที่ดีควรถามให้มั่นใจ 

 

“เจ้ารู้จักสิ่งนี้หรือ?” 

 

“หม่อมฉันเคยอ่านผ่านตำราเพคะ แต่เพิ่งเคยเห็นตัวของมันจริงๆก็วันนี้” สวี่หยู่เหยียนเอ่ยตอบโดยที่ไม่หันมามองอ๋องหนุ่ม 

 

“แล้วมันคือสิ่งใด?” 

 

“สิ่งนี้เรียกว่าพิษกู่เพคะ มันเป็นหนอนที่ถูกเพาะเลี้ยงด้วยวิธีการเฉพาะ” 

 

คิ้วหนาของอ๋องหนุ่มขมวดเป็นปมเมื่อได้รับคำตอบ “แล้วสิ่งนี้เข้าสู่ร่างกายของเปิ่นหวางได้อย่างไร” 

 

มือบางถือเข็มเล่มเล็กเขี่ยตัวหนอนสีดำไปมาพร้อมเอ่ยตอบ “ได้หลายวิธีโดยที่ท่านอ๋องนึกไม่ถึงเลยล่ะเพคะ แต่ทางที่ง่ายที่สุดและไม่เป็นที่จับตามองคือบาดแผล เพราะหากหนอนกู่ปนเปื้อนอยู่ในอาหารเข็มเงินย่อมแสดงผล” 

 

“แต่จากที่หม่อมฉันดู เหมือนว่าท่านอ๋องน่าจะได้รับพิษมาราวๆสิบปีแต่หกปีหลังมานี่อาการกำเริบหนักสุดใช่หรือไม่เพคะ” 

 

“ใช่” โม่หวังจิ้งตอบโดยไม่ต้องคิดก่อนถามต่อ “เจ้ามีวิธีการรักษาหรือ?” 

 

“ตอนแรกหม่อมฉันก็ไม่แน่ใจ แต่ในเมื่อตอนนี้เราขับมันออกมาได้บางส่วนย่อมแสดงว่าเราอาจหาหนทางรักษาอาการของท่านอ๋องได้เพคะ” 

 

“จริงรึคุณหนูสวี่” ตงไห่ถามออกไปอย่างตื่นเต้นแฝงความดีใจ 

 

สวี่หยู่เหยียนพยักหน้าแทนคำตอบ ใบหน้างามปรากฏเม็ดเหงื่อผุดออกมาเล็กน้อยแต่ในสายตาของโม่หวังจิ้งกลับดูว่านางงดงาม ดวงตาของเขาปิดลงเพราะต้องการปกปิดรอยยิ้มภายในดวงตาซึ่งนานจนจำไม่ได้แล้วว่าตัวเขามีความรู้สึกเช่นนี้อยู่ 

 

“ใช้เวลานานหรือไม่” 

 

ใบหน้างามส่ายไปมาก่อเอ่ยตอบ “หม่อมฉันก็ยังให้คำตอบไม่ได้เพคะเพราะหม่อมฉันไม่เคยพบเจอเรื่องเช่นนี้มาก่อน” 

 

“อืม... ไม่เป็นไรแค่เพียงเจ้าบอกว่าอาจมีหนทาง นี่ก็นับว่าคือความหวังแล้ว” 

 

ใบหน้าของสวี่หยู่เหยียนฉายแววลังเลเล็กน้อยก่อนเอ่ยสิ่งที่อยู่ในใจของตัวเองออกไป “หากท่านอ๋องไม่ว่าอะไรหนอนทั้งห้าตัวนี้หม่อมฉันขอนำไปทดสอบในการทำยาถอนพิษนะเพคะ” 

 

“ไม่ได้... หนอนพวกนี้เปิ่นหวางจะเก็บมันไว้ที่ห้องทำงาน แต่หากเจ้าต้องการศึกษาสามารถมาทำได้ที่ห้องหนังสือ” 

 

ตอนแรกใบหน้างามห่อเหี่ยวแต่พอประโยคหลังริมฝีปากบางคลี่ยิ้มออกมาอย่างยินดี ยังดีที่อ๋องหนุ่มยังคงหลับตาแต่ทว่าตงไห่ที่เห็นรอยยิ้มนี้เต็มสองตาก้อนเนื้อในอกด้านซ้ายก็พลันเต้นผิดจังหวะก่อนที่เสียงทุ้มของเจ้านายจะดังขึ้นเรียกสติ 

 

“ตงไห่” 

 

“พ่ะย่ะค่ะท่านอ๋อง” 

 

“พาคุณหนูสวีไปพักยังตำหนักเหมยฮัว แล้วจัดสาวใช้ฝีมือดีสี่คนให้นาง” 

 

ตงไห่ที่ได้ยินคำสั่งอยากจะยกมือขึ้นแคะหูของตัวเองอีกครั้งว่าตัวเองไม่ได้ฟังคำสั่งเพี้ยนแต่อย่างใด ตำหนักเหมยฮัวที่ถูกสร้างขึ้นเพื่อทำเป็นที่ประทับของพระชายาเอก ในตอนนี้ท่านอ๋องกลับรับสั่งให้พาคุณหนูสวี่ไปพักที่นั่น และไม่เพียงแค่นั้นคำสั่งที่ให้พาสาวใช้ฝีมือดีจำนวนสี่คน ที่ถูกฝึกมาอย่างเข้มงวดเพื่อรับใช้พระชายาและสามารถรับมือได้ทุกสถานการณ์อีกเล่า 

 

เพียงเท่านี้ก็สามารถบ่งบอกได้ถึงความสำคัญของคุณหนูท่านนี้แล้ว ยังดีที่กฎระเบียบภายในวังแห่งนี้นั้นเคร่งครัดข่าวภายในไม่สามารถเล็ดรอดออกไปด้านนอกหากไม่มีรับสั่งของชินอ๋อง  

ความคิดเห็น