ตรวนมาร (F&L) 25+++
ตรวนมาร บทที่ 1
ตอน
ปรับแต่ง
สารบัญ
ตอนนิยาย ()

ปรับแต่งการอ่าน

พื้นหลังการอ่าน
รูปแบบตัวอักษร
ขนาดตัวอักษร
ระยะห่างตัวอักษร

ตรวนมาร บทที่ 1

ตรวนมาร บทที่ 1

___________________________

อุบัติเหตุครั้งใหญ่ของเด็กหนุ่มวัย 15 ปีได้เปลี่ยนชีวิตเขาไปจากเดิมอย่างสิ้นเชิง เพื่อนที่ว่าดีแสนดีกลับทรยศหักหลัง คนที่เคยบอกว่ารักกลับเผยธาตุแท้ออกมาอย่างง่ายดายเพียงเพราะว่าเขามีแผลฉกรรจ์บนใบหน้า

อุบัติเหตุที่ยังคงเป็นปริศนาเพราะเขาไม่ยอมเอ่ยพูดสิ่งใด หลังจากเกิดเหตุการณ์ครั้งนั้นเขาถูกส่งตัวกลับมารักษาที่อเมริกาบ้านเกิดทันที

ท่ามกลางเหตุการณ์อันตึงเครียดของเหล่าหมอและพยาบาล มีร่างสูงโปร่งของเด็กหนุ่มนั่งอยู่บนเก้ากี้นวมตัวใหญ่ ข้างกายมีพยาบาลรายล้อมอย่างนอบน้อมเพื่อตัดไหมตามรอยแผลบนหน้าผากกว้างเมื่อครบกำหนด รอยแผลที่มีขนาดใหญ่และยาวไปจนถึงหัวคิ้วหนา ปลายอีกด้านยาวเฉียงขึ้นไปถึงหนังศีรษะ ขรุขระน่ากลัวต่อผู้พบเห็น

ฟรานเชสโก โฮคอป คาซาล นั่นคือชื่อของเขา เวลานี้เขาเริ่มจะชาชินกับสายตาหวาดกลัวปนสมเพชจากผู้คนซึ่งมันแตกต่างจากก่อนหน้านี้ราวฟ้ากับเหว ทุกคนล้วนแสร้งทำดีทำเป็นเห็นใจเพียงเพราะบิดาของเขารวยล้นฟ้าและเขาคือทายาทเพียงคนเดียวที่เหลืออยู่

“ทางเราสามารถตกแต่งทำศัลยกรรมให้แผลหายไปได้ครับ แต่ต้องรออีกสักสองสามเดือนเพื่อให้แผลหายดีเสียก่อนครับคุณชาย”

ภายในห้องนอนใหญ่ของคฤหาสน์อันกว้างใหญ่ไพศาลที่กินเนื้อที่ไปหลายร้อยเอเคอร์ เสียงนายแพทย์ใหญ่ประจำตระกูลเอ่ยบอกด้วยความนอบน้อม

“ไม่ต้อง ฉันไม่ทำอะไรทั้งนั้น”

“แต่ผมว่าคุณชายลองคุยกับคุณท่านก่อนดีไหมครับ แล้วค่อยตัดสินใจก็ยังไม่สาย ปล่อยเอาไว้แบบนี้ผมว่าคงไม่ดีสักเท่าไร”

“ตอนนี้หมอเห็นพ่อของฉันไหมล่ะ” เสียงทุ้มเอ่ยขึ้น ดูเหมือนจะเป็นการประชดประชัน แต่น้ำเสียงนั้นราบเรียบเกินกว่าจะคิดเป็นเรื่องนี้ได้

“เอ่อ..ไม่ครับ”

เจอคำถามชวนให้อึดอัดเป็นอันต้องก้มหน้าลง เพราะรู้กันดีว่าเจ้านายใหญ่อย่างซานดิอาโกบิดาของเด็กหนุ่มที่มีสีหน้าเย็นชาผู้นี้นั้นไม่เคยอยู่ดูแลลูกชายเลยสักครั้ง ด้วยหน้าที่ที่ต้องรับผิดชอบมากมายของบิดาทำให้เด็กหนุ่มกลายเป็นคนเย็นชาไร้ความรู้สึกไปโดยปริยาย

“ถ้าไม่ตกแต่งศัลยกรรมเลยแผลก็จะไม่หาย ผมว่าคุณชายลองคิดดูอีกครั้งดีไหมครับ ดีกว่าปล่อยให้มีแผลเป็นน่ากลัวแบบนี้อยู่บนหน้า”

“ใครบอกว่าฉันอยากให้แผลหาย ปล่อยเอาไว้แบบนี้แหละหมอ” มือเรียวยาวยกขึ้นลูบหน้าผากกว้างที่เกิดเป็นรอยขรุขระของตัวเองราวกับต้องการย้ำเตือนในสิ่งที่ได้พานพบมา

“แต่ผมว่า..”

“ฉันไม่ชอบพูดอะไรซ้ำๆนะหมอ”

เสียงทุ้มเอ่ยราบเรียบขึ้นอีกครั้งก่อนจะลุกขึ้นเดินไปหยิบขวดเหล้าราคาแพงยกขึ้นกรอกปากต่อหน้าหมอและเหล่าพยาบาลพร้อมทั้งจ้องกดดันให้อีกฝ่ายอพยพออกจากพื้นที่ส่วนตัวของเขาเสียที

“อายุแค่นี้ดื่มเหล้าแล้วหรอ”

เสียงแว่วของพยาบาลคนหนึ่งกระซิบเอ่ยกับเพื่อนพยายาลด้วยกันตรงหน้าประตูด้วยความสนใจใคร่รู้

“ชู่..ถ้าไม่อยากตายก็หุบปากของเธอซะ”

นายแพทย์ใหญ่เอ่ยขึ้นพร้อมกับถลึงตาใส่พยาบาลสาวที่หดคอหนีทันทีเมื่อโดนต่อว่ารุนแรง อดไม่ได้ที่จะเหลือบมองเข้าไปด้านในอีกครั้ง สายตานิ่งเรียบเย็นยะเยือกของเจ้าบ้านแผ่กระจายมาจนถึงหน้าห้อง เจ้าหล่อนหน้าซีดเผือดรีบกุลีกุจอปิดประตูห้องนอนใหญ่ให้ด้วยมือที่สั่นเทา

“กลัวจะตายอยู่แล้ว”

สาวนางนั้นยกมือทาบอกในขณะเดินตามหลังนายแพทย์ใหญ่ออกจากคฤหาสน์อันแสนวังเวง มือทั้งสองข้างถืออุปกรณ์การแพทย์เอาไว้

“กลัว แต่ได้เงินดี เธอจะเอาไหมล่ะยะ” หนึ่งในนั้นเอ่ยค่อนคอดออกมาด้วยความหมั่นไส้ ก่อนจะหันไปมองทางเดินด้านหลังอย่างหวาดระแวงเมื่อไม่พบใครก็ถอนหายใจโล่งอก

“เอาสิยะ คิกๆ”

“นี่ถ้าไม่ติดว่ามีแผลที่หน้านะ คุณเค้าคงจะหล่อระเบิดไปเลยนะเธอ”

“แต่ฉันว่านิสัยแบบนั้นนะ ผู้หญิงที่ไหนก็หนีทั้งนั้นแหละ”

“แหม..เดี๋ยวนี้ไม่มีใครดูที่นิสัยกับหน้าหรอกยะ เค้าดูกันที่เงินค่า...” หนึ่งในนั้นป้องปากกระซิบให้เสียงเบาที่สุด

“เออจริง! คิกๆ..”

“นี่ๆพวกเธอ นั่นเด็กอายุแค่ 15 นะยะ แถมยังเป็นเจ้านายเราอีกด้วย”

“อายุแค่ 15 ปี แต่ความคิดความอ่านไม่เด็กสักหน่อย แถมหุ่นคุณเค้านี่โคตรแซบอีกต่างหาก...”

“บ้าหรอพวกเธอนี่ น้อยๆหน่อยนะยะ เดี๋ยวใครมาได้ยินเข้าได้ตายกันหมดนี่หรอก”

“เอาน่า..คิก..”

เสียงหัวร่อต่อกระซิกดังแว่วในโถงกว้างที่เงียบสนิท ช่างขัดกับบรรยากาศอึมครึมในนั้น พยาบาลสาวทั้งกลุ่มดูจะถูกอกถูกใจในหัวข้อสนทนาเป็นอย่างมาก หากไม่ติดว่านายแพทย์ใหญ่หันมาถลึงตาและชี้นิ้วคาดโทษ คงได้พูดคุยกันสนุกปากไปจนถึงโรงพยาบาล

ท่ามกลางความเงียบ ร่างสูงโปร่งของเด็กหนุ่มก้าวออกมาจากมุมมืดของทางเดิน เขายืนกอดอกทอดมองกลุ่มคนเดินออกไปด้วยสายตาไร้ความรู้สึก

“เอาไงครับนาย ให้ผมจัดการเลยดีไหมครับ”

“ไม่ต้อง เรื่องเล็ก”

ฟรานเชสโกเอ่ยขึ้นเพียงแค่นั้นก็ก้าวเท้าไปยังห้องทำงานส่วนตัวที่ได้รับมอบหมายให้รับผิดชอบงานตั้งแต่ยังเด็ก เขาเลิกคิดถึงเรื่องบิดามานานแล้ว ตั้งแต่มารดาตายไปทั้งพ่อและเขาก็เสียศูนย์กันไปพักใหญ่ พ่อทำงานอย่างหนักเพื่อให้ลืมแม่ แต่สุดท้ายทางออกของท่านก็คือการมีบ้านเล็กบ้านน้อยชนิดที่นับกันไม่หวาดไม่ไหว

 

_____________________

🖤🙏🏻

 

แสดงความคิดเห็น

ความคิดเห็นทั้งหมด ()

ยังไม่มีการแสดงความคิดเห็น