ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : ) #ธัญท้าแต่งรอบที่1 เข้ามาอ่านมาติชมกันได้นะ เเล้วก็เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะ หวังว่าทุกคนจะชอบนะคะ

คำสารภาพรักจากชายคนนั้น1

ชื่อตอน : คำสารภาพรักจากชายคนนั้น1

คำค้น : ธัญท้าแต่งรอบที่1

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 482

ความคิดเห็น : 1

ปรับปรุงล่าสุด : 07 ส.ค. 2563 22:01 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
คำสารภาพรักจากชายคนนั้น1
แบบอักษร

“อะไรนะ! แกบอกว่าแม่ครูตฤณไปหาแกที่โรงพยาบาลเลยเหรอ?” ครีมแปลกใจเมื่อได้ยินดังนั้น

“ใช่...วันนี้ฉันเลยให้พี่หมอแดนช่วยทำงานต่อให้เพราะถ้าอยู่ต่อคงถูกถามอะไรต่อมิอะไรต่อแน่ๆเลย...เขาถามตรงๆเลยด้วยว่าพลูโตคือหลานของเขารึเปล่า...ฉันไม่รู้จะไปต่อยังไง...”

“แล้วแกบอกเขาว่ายังไง? แกคงไม่ได้บ้าจี้บอกเขาไปตรงๆหรอกนะเว่ย!”

“บ้าสิ! ฉันก็รีบปฏิเสธเขาไปน่ะสิ...ใครจะบ้าบอกว่า ใช่ค่ะลูกฉันคือหลานของคุณค่ะงี้เหรอ? ใครเชื่อก็บ้าแล้ว...แต่เข้ามาถามแบบนี้ก็แปลกๆอยู่...”

“ถ้าครูตฤณเป็นคนบอกล่ะแก!” ครีมออกความคิดเห็น

“เขาไม่รู้ด้วยซ้ำว่าฉันท้อง...เขาจะคิดเอาเองว่าเด็กที่เจอแค่ครั้งเดียวเป็นลูกเขาเนี่ยนะ มันคงไม่ใช่หรอก...ฉันว่าถ้าแฟนเขารู้เรื่องแล้วฉันคงอยู่ไม่สุขแน่เลย...”

“แกจะกลัวอะไร? ลูกแกห้าขวบ ลูกเขาสามขวบ มันก็บอกอยู่แล้วว่าใครมาก่อนอ่ะ....แกจะกลัวทำไมวะ? ถ้าเขามาหาเรื่องตบตีกับแกเดี๋ยวฉันจะจัดการให้เอง โอเคนะ ฉันรู้เรื่องตบตีแกไม่ถนัด..แต่ฉันเนี่ยเจอบ่อย...เจ้าคุณไปไหนก็มีผู้หญิงมาติด...แล้วรู้มั้ยว่าทักแชทมาจะขอคุยกับฉัน...ถามจริงนี่ฉันเมียเขานะ ไม่ใช่ยัยพวกนั้น จะบ้ารึเปล่า...เฮ้อ...พูดแล้วอารมณ์ขึ้น...” ครีมหายใจฟืดฟาด

“ใจเย็นๆแก....ตกลงใครที่เครียดกว่ากันแน่เนี่ย? เฮ้อ...หวังแค่ว่าเขาคงไม่ตามมาถึงที่บ้านนะ...แค่นี้ฉันก็จะบ้าอยู่แล้ว...”

“ดีกว่าเขามาพูดกับแกเองนะ...นั่นนะเมียเขาตามมาของจริงแน่ ฉันว่าแม่ครูตฤณคงแค่อยากเจอ อยากเล่นกับหลานตามประสานั่นแหละ...เขาถึงขนาดแทนตัวเองว่าแม่กับแกด้วยนี่ ใช่ป่ะ?”

“ก็...”

“นี่แก...ถ้าแกไม่กล้าเจอหน้าครูตฤณ แกก็เขียนจดหมายไปให้เขาดิ...เหมือนที่เราเคยเขียนให้กันทุกวันเกิดของแต่ละคนไง...แกเป็นคนต้นคิด คิดแล้วตอนนั้นก็มีความสุขจริงๆเลยนะ ฮ่าๆ ตอนนั้นเวลาเขียน ฉันเขียนผิดเขียนถูกอยู่เลย ก็ต้องเข้าใจอ่ะนะ พอดีคุณพ่อเป็นชาวต่างชาติอ่ะ...ฮ่าๆ” ครีมหัวเราะ

“เหรอ.....”

“ลองทำดูดิ...เดี๋ยวฉันเป็นคนไปส่งให้เอง..เสาร์ อาทิตย์นี้ฉันเข้าไปในเมือง... ว่าจะไปหาคุณแฟนที่ไปสัมมนา ไปรับกลับบ้านอ่ะ คิดถึงคุณสามี”

“จ้า....เอาเป็นว่า..ถ้าฉันเขียน...ฉันจะบอกแกนะ..” พูดเสียงเบา

“ถ้าเหรอ? แสดงว่าแกก็ไม่รู้ว่าจะเขียนมั้ยเหรอ? ทำไมล่ะ...บางทีอาจจะเข้าใจกันมากขึ้นก็ได้รึเปล่า? ตอนแรกฉันก็คิดเหมือนแกนะว่าเขาต้องแต่งกับครูเจนนั่นแน่ แต่สุดท้ายก็ไม่...แต่งานแต่งเขาเราก็ไม่ได้ไปกันเลยนี่..เจ้าสาวเขาอ่ะ...ที่เป็นคนปัจจุบันนี้ลงรูปกันบ่อยมากอ่ะแก... เอ่อ...ฉัน..ไม่ได้ตั้งใจจะ...”

“นี่ครีม...ฉันไม่สนแล้วว่าเขาจะรักกันมาก หรืออะไรยังไง เรื่องของเขามันไม่ได้ทำให้ฉัน...ช่างเถอะ...ตอนนี้ฉันก็ดูแลลูกของฉันได้ดี...ที่ฉันไม่พูดเรื่องพลูโตกับเขาเพราะฉัน...ฉันกลัวว่าเขาจะไล่ให้ฉันไปเอาลูกออก...แกก็รู้ว่า...คืนนั้นมัน...มัน...ฉันผิดพลาดเอง...แล้วถ้าเขารู้บางที...ฉันว่ามันอาจยุ่งเหยิงกว่านี้ก็ได้ เพราะเด็กคนนี้อาจเป็นความผิดพลาดของเขา...แต่สำหรับฉันแล้ว..ใช่ที่ลูกของฉันเกิดมาเพราะความไม่ตั้งใจ...แต่ว่าฉันตั้งใจจะเลี้ยงดูเขาและตั้งใจจะให้เขาโตขึ้นเป็นเด็กที่มีความสุข...ไม่ใช่มารับรู้เรื่องราวยุ่งเหยิงนี้แล้วทำให้เขากลายเป็นเด็กที่มีปัญหา...แน่นอนว่าสักวันเขาต้องรู้แต่...ตอนนี้เขายัง..ฉันอยากให้เขารู้เมื่อเขาโตพอจะรับมือได้...” น้ำตาหยดน้อยๆไหลซึมออกมา

-พูดแล้วก็ทำให้คิดเรื่องคืนนั้นขึ้นมา-

“แก...แกเป็นไรป่ะเนี่ยวันนี้บ้าจี้มาดื่มด้วยเนี่ย?” ครีมว่า

“เออ...เราจะบาปหนักกันมั้ยวะ? เอาแม่ชีมาดื่มน้ำเมาด้วยแบบนี้” ฟ้าใสสมทบด้วย

“ฉันแค่อยากลองกิน...ก็แค่นั้น...พวกแกไม่ต้องสนใจหรอก...ฉันแค่อยากจะรู้ว่ารสชาติมันเป็นยังไง..”

“ไม่เชื่ออ่ะ...แกเป็นอะไรป่ะเนี่ย?” ครีมจับผิด

“อย่าบอกนะว่าเครียดเรื่องงานมา? แกไม่เคยกินเลยนะ! อย่ากินเลยเดี๋ยวก็เมาหรอก” ฟ้าชิงแก้วช็อตในมือเพื่อนมา

“เอามาเหอะน่า...ฉันยี่สิบสามแล้วนะ...และฉันไม่ได้กินบ่อยสักหน่อย...คงครั้งนี้ครั้งเดียวนั่นแหละ...” ชิงแก้วกลับมาแล้วรีบกระดกเข้าไปหมดเลยในทีเดียว

“เฮ้ย! อึกเดียวเลยเหรอ? ยัยสีน้ำ! แกไปมีอะไรมาเนี่ย?”ครีมอึ้งไปเลย

“แหวะ...ขม...แค่กๆ ทำไมแสบคอแบบนี้เนี่ย? ไม่อร่อยเลยอ่ะ แค่กๆ” หลับตาหยีเพราะสำลัก

“บอกแล้วอย่ากิน ไม่ฟังกันเลย...” ฟ้าใสบอก

“ฉันแค่อยากรู้ว่ากินแล้วมันจะลืมจริงมั้ย...แค่ช่วงนึงก็ตามเถอะ...” บ่นออกมา

“เหมือนคนอกหักเลยว่ะ? ไปรักกับใครตอนไหนเนี่ย?”ฟ้าใสเริ่มสงสัย

“เออ...แอบแซ่บกับใครมาป่ะเนี่ย? บอกมานะมันไปคบคนอื่นซ้อนใช่ปะ?” ครีมถาม

“อึก(ยกดื่มอีกช็อต) ฉันเหรอจะไปคบใครได้...ฮ่ะๆ...ใครได้ยินคงหัวเราะแน่เลย..”

“เหมือนว่ามันจะโดนใครหลอกคุยมาจริงๆว่ะ ใครวะ?” ครีมเริ่มหน้าบึ้ง

“จะไปแจกหมัดยางยืดให้หงายหลังเลย อย่าให้รู้นะ” ฟ้าใสกำหมัด

“ฮ่ะๆ ไม่มีใครทำฉันหรอก...ฉันทำตัวเอง...อึก(กระดกอีกแก้ว)”

“เฮ้ยพอแล้วแก! สามช็อตเข้าไปละ แกเพิ่งเคยกินนะเว่ย เดี๋ยวก็อ้วกแตกหรอก พอแล้ว” ครีมบอก

“หน้าแดงแล้วเนี่ย เริ่มเพ้อละด้วย...ฉันว่าเอาไปส่งดีกว่าว่ะ...” ฟ้าใสว่า

“น้องเอามาอีกช็อตนึง” นธีกานต์บอก

“เฮ้ยบ้า! น้องไม่ต้องเอาให้มันแล้ว เอามาพี่กินเอง” ฟ้าใสชิงดื่มก่อน

“อ้าว! แย่งฉันทำไมเนี่ย? นั่นของฉันนะ...” งอน

“แค่นี้ก็คุยไม่รู้เรื่องแล้ว พอเหอะแก...ไปกลับ ฉันส่งแกเสร็จจะกลับบ้านแล้วเหมือนกัน แล้วส่งครีมมันอีก”ฟ้าใสรีบจ่ายเงิน

“เฮ้ย! ระวังแก!” ครีมบอกเมื่อหันมาเห็นว่าสีน้ำจะฟุบลงไปแล้ว

“งืม...”

“ครูตฤณ! มาตรงเวลาพอดี” ครีมว่า

“นี่พวกคุณลากเพื่อนมากินเหรอ?” ดึงต้นแขนนิ่มพยุงเอาไว้

“ปล่อย...ปล่อยช้านน๊า...ปล่อย” คนตัวเล็กพยายามจะดิ้นให้หลุดจากเขา

“มันเป็นอะไรของมันวะเนี่ย? เมื่อกี้ยังอารมณ์ดีเกินเหตุอยู่เลยอ่ะ” ครีมว่า

“ดูเหมือนพวกคุณต้องรีบกลับสินะ...ยิ่งดึกยิ่งอันตราย บ้านพวกคุณไกลด้วย..เดี๋ยวผมพาเพื่อนคุณไปส่งเอง...”ตฤณบอก

“แต่ว่าครู”

“ผมรู้ว่ายังไงผมก็เป็นผู้ชายแต่...ผมไม่ทำอะไรคนที่ไม่มีทางสู้หรอก ดูสิยืนยังไม่ไหวเลย...อีกอย่างนึงผมก็แรงเยอะกว่าพวกคุณ เวลาช่วยแบกคงง่ายกว่าด้วยใช่มั้ยละ?” น้ำเสียงจริงจัง

“ก็...”ฟ้าใสมองหน้าครีม

“เดี๋ยวผมไปส่งให้ถึงที่...ไม่ต้องห่วง...”

“พวกแกกลับไปเถอะ...เดี๋ยวฉันขึ้นรถแถวนี้กลับเองได้..ไม่ต้องไปพึ่งใครหรอก”

“เอ่อ...ฝากมันด้วยนะคะครู...ถ้าดึกกว่านี้มีหวังกลับไปทำงานลำบากแน่เลย...กลัวตื่นไม่ไหว...” ฟ้าใสบอก

“ครับ...” ประคองอย่างดี

เมื่อเพื่อนๆของเธอออกไปแล้วเขาก็รีบพาเธอไปขึ้นรถเพราะตั้งใจไปส่งอย่างที่บอก

“ไม่ต้องไปส่งฉันหรอกค่ะ...” คนเมาบอก

“จะกลับยังไงคนเดียวมันอันตราย...เมาขนาดนี้...อย่าทำเก่งตอนนี้ได้มั้ย”

“แฟนคุณรู้ฉันว่าคงอันตรายกว่ามั้ง...”

“ห๊ะ! แฟนอะไร?!”

“วันนั้นขอโทษจริงๆ..ฉันไม่ได้ตั้งใจจะเข้าไปดูคุณกับแฟน...”

“คุณเห็นครูเจนกับผม? ตอนที่คุณเอาของมาให้ผมเหรอ?(ฟ้าใสฝากกาละแมกับขนมอื่นมาให้เห็นครูบ่นอยากกิน)” หน้าซีด

“ถ้าจะทำอะไรกันคราวหลังก็ล็อคประตูก่อนนะ...บอกฉันวางของไว้หน้าบ้านก็ได้...ฉันไม่ได้ตั้งใจจะไปเห็นจริงๆ...” น้ำเสียงดูเหวี่ยงๆ

“ผมไม่ได้...ไม่ได้มีอะไรต่อจากนั้นนะ! ครูเจนเขาสะดุดขาตัวเอง...แล้วล้มทับผม..”

“เหรอ? จังหวะมันดีจริงๆเลยนะ...ฉันเห็นว่าคุณกับเธอกำลังจะ...จูบกัน..แล้วกำลังจะไปไกลกว่านั้น...โอ้ยบ้าจริง...ฉันเป็นบ้าอะไรเนี่ย!”

“หึงผมเหรอ?”

“ฉันจะหึงคุณทำไม? บ้าแล้ว!”

“เหรอ? แล้วทำไมต้องเหวี่ยงด้วยล่ะ”

“ฉันเนี่ยนะเหวี่ยง อุ๊บ”รีบปิดปาก

“จะอ้วกเหรอ?” จอดรถให้

พอรถจอดนิ่งสีน้ำรีบลงจากรถไปอย่างไว

“อยู่ๆคิดจะดื่มขึ้นมา...หึงครูเหรอ? เธอเป็นเด็กไม่ดีเลยนะ..” ยิ้มมุมปากพลางลูบหลังไปด้วย

“ไม่ต้องมายุ่ง!..อย่ามาแตะตัวฉันนะ...”ปัดมือออก

“เกรี้ยวกราดจริงนะ...หืม?” ดึงเข้ามาใกล้

“ปล่อยฉัน...ปล่อยฉันนะ!”

“อายุห่างกันหลายปี...คิดว่าครูจะดูเธอไม่ออกเหรอ?หืม...เธอคิดอะไรอยู่ครูรู้หมดนั่นแหละ...” เสียงหวานแหบพร่า

“คุณจะทำบ้าอะไร! ปล่อย”

“ถ้าไม่แสดงออกว่าหึง...ครูก็ไม่ทำอะไรแบบนี้หรอก...แต่เธอมันเด็กไม่ดี..แอบคิดอะไรกับครูใช่มั้ย? หืม?” รวบตัวเข้ามากอด

“ฉันไม่ได้คิดอะไรทั้งนั้น...แหละ....” ร่างบางเริ่มสั่น

“ไปขึ้นรถ...เดี๋ยวไปส่งบ้านพัก...” เขาเริ่มรู้ว่าเธอกลัวเขาตอนนี้

“ก็ปล่อยก่อนสิ!”

“ยืนยังไม่ไหวเลย...เดินไปสิจะช่วย...แต่ถ้ายังไม่รีบเดิน ครูจะอุ้มนะ”

“ห๊ะ!...” รีบเดินอย่างไว

“ดี...เชื่อฟังแบบนี้ค่อยน่ารักหน่อย...” ยิ้มอ่อนโยน

พอพากลับบ้านแล้วก็อุ้มเข้าไปในห้องเลย เขาเห็นเธอไม่ตื่นเลยรื้อกุญแจในกระเป๋ามาไขประตูเอง

“งื้ม..ปล่อยเบาๆไม่เป็นเหรอ? เจ็บนะเนี่ย!”

“เด็กดีอย่างเธอกล้าพูดกับครูแบบไม่เกรงใจแบบนี้ได้ยังไงเนี่ย?”

“ฉันโตแล้ว...ตอนนี้ฉันไม่ใช่เด็กนักเรียนของคุณแล้วด้วย..ออกไปได้ละ...”ผลักหน้าหล่อออกไป

“ใจร้ายจริงนะ...ไม่คิดจะให้รางวัลผมหน่อยเหรอ?”

“เมียคุณก็มี...อยากได้อะไรก็ไปขอเขาสิ...มายุ่งอะไรกับฉันด้วยล่ะ” เหวี่ยงหนักมาก

“บอกแล้วว่าไม่ใช่เมียไง...หึงเหรอ? หึงแบบนี้แสดงว่าจริงๆแล้วเธอ...อื้ม” ถูกล็อคคอโดยไม่รู้ตัว

“เหม็นจัง...สูบบุหรี่ทำไม? แค่กๆ แสบคอ..” คนชิงจูบบอก

“ใครใช้ให้มาจูบล่ะ...” หน้าแดงหูแดงหนักมาก เขาสูบเพราะเครียดเรื่องงานและเรื่องของคนแถวนี้บางคนนี่แหละ

“ทำเหมือนไม่เคยถูกใครจูบ...หึ...” สีน้ำยิ้มมุมปาก...นี่เป็นจูบแรกของเธอแต่ทำกลบเกลื่อนว่าเคยจูบกับคนอื่นมาแล้ว

“เคยจูบสิ..และจูบจริงๆมันไม่ใช่แบบนี้ด้วย...อย่าทำเป็นรู้ดีหน่อยเลย...เธอไม่เคย...เธอนั่นแหละที่หน้าแดงกว่าฉัน...แล้วฉันจะสอนให้ว่าจูบจริงๆมันเป็นยังไง...”เขาก้มลงไปสอนคนไร้เดียงสาให้รู้จักจูบที่แท้จริง ที่หน้าแดงเพราะตอนแรกไม่คิดว่าคนที่ปลื้มจะมาขโมยจุ๊บแบบไม่ให้ตั้งตัวแบบนี้ไง

แล้วคืนนั้นอะไรอะไรก็ไปไกลกว่าคำว่าจูบ ร่างบางตื่นขึ้นภายใต้อ้อมกอดของคนตัวใหญ่

“อืม...เมื่อยจัง...ทำไมมึนหัวแบบนี้...โอ๊ย...กรี๊ดดด!คุณตฤณ!!” สะดุ้งโหยง

“ตื่นแล้วเหรอ? เมาขนาดนั้นไม่แปลกที่จะปวดหัวหรอก เดี๋ยวผมไปเอากาแฟมาให้นะ”ลุกขึ้น

“นี่!! คุณ..คุณจะลุกไปแบบนี้ไม่ได้นะ!”ปิดตา

“ฮ่ะๆ...ผมไม่ได้โป๊สักหน่อย ผมใส่กางเกงขาสั้นอยู่แล้วผมก็เปลี่ยนชุดให้คุณแล้วด้วย...” ยิ้มอบอุ่น แต่สักพักร้อยยิ้มนั้นเปลี่ยนเป็นสายตาที่สื่อถึงความต้องการอีกครั้ง

“งือ...อย่ามองฉันแบบนี้.. แล้วนี่คุณ! ไม่นะฉันจะจัดการรอยที่คุณทำยังไง...”รีบคลุมผ้าห่มมิดตัว

“ผม...เอ่อ” ยิ้มเขิน

“ขอล่ะค่ะ...คุณกลับไปเถอะ...ฉันไม่ได้ตั้งใจ...คุณกลับไปหาแฟนคุณเถอะ...ฉัน...”

“จะบอกว่าเมื่อคืนเพราะเมาแค่นั้นเหรอ? แต่คุณบอกว่าคุณรักผม...”

“ห๊ะ! ฉัน...”

หลังจากนั้นมาหลายวันเธอสั่งไม่ให้เขาติดต่อมาอีก เพราะเขาเองก็มีพันธะมันไม่ดีเลยจริงๆ...พลาดไปแล้วแต่..ในใจรู้ดีว่า...ตอนตัวเองเมาคงจะซื่อสัตย์กับความรู้สึกมากกว่า จำไม่ได้หรอกว่าพูดอะไรออกไปบ้าง แต่มันจะดูเลวน่ะสิที่ไปแย่งคนรักของคนอื่นมา

“สีน้ำเป็นไรหน้าซีดๆ...ตั้งแต่ตอนเย็บแผลแล้ว” กุ้งถาม

“เอ่อ...ไม่รู้สิคะพี่..ไม่รู้ทำไมถึงรู้สึกว่ากลิ่นเลือดมันคาวแปลกๆ...อุ๊บ(รีบปิดปาก)..สีน้ำขอตัวนะคะ..”วิ่งไปห้องน้ำอย่างเร็ว

“คนไม่เคยกลัวเลือดอยู่ๆทำไม...” กุ้งพูดออกมาคนเดียว

...

“ไม่จริง...นี่ฉัน...ฉันทะ..ท้องจริงๆหรอ?!” น้ำตาไหลพรากโดยไม่รู้ตัว เมื่อเห็นขีดสีแดงขึ้นสองขีดบนที่ตรวจครรภ์ เข่าอ่อนจนทำให้ทรุดลงกับพื้น

...

“ฉันเข้าใจแกนะเว่ย...ตั้งแต่เรารู้เรื่องนี้แกก็รู้ว่าพวกเราตัดขาดการติดต่อถึงครูตฤณเหมือนกันแต่...ถ้าแกเขียนจดหมายมา...ฉันจะเป็นคนไปส่งให้ถึงมือเขาเลย...แกน่ะ...แกควรจะเคลียร์กับเขาซะนะ...แกหนีมานานแล้ว...ถึงเวลาที่แกต้องหันหน้าไปสู้จริงๆสักที...เคลียร์ๆไปครั้งเดียวให้จบๆไปเลย จะได้ไม่ต้องเจ็บอยู่อย่างนี้ต่อไปอีกไง...”ครั้งนี้ครีมดูจริงจัง

“ฉัน...มันก็จริง..ฉันหนีมาหกปีแล้ว...ฉันก็ไม่ได้อยากจะเป็นแบบนี้เลยแต่...” เสียงเริ่มสั่น

“แม่ครับ...คุณตาคุณยายให้ตามไปกินข้าวครับ” พลูโตเข้ามาตามในห้องนอน

“อ๋อ...ครับ(รีบปาดน้ำตา) พลูโตลงไปก่อนนะลูกเดี๋ยวอีกแป็บนึงแม่ตามไป”

“โอเคครับ รีบมานะครับ มีแต่ของน่ากินทั้งนั้นเลยครับ ถ้าแม่มาช้าพลูกินหมดก่อน แม่จะงอนพลูไม่ได้นะคร้าบ ฮิๆ” น้ำเสียงดูตื่นเต้นมาก พลูโตเป็นเด็กที่เห็นเรื่องของกินสำคัญมากๆ

“ครับลูก...”

“แกน้องพลูมาเหรอ?”

“อืม..ไปแล้วล่ะ...สงสัยคงหิว รีบเดินออกไปที่ห้องกินข้าวอย่างไว...”

“แกไปกินข้าวเถอะ แล้วอย่าลืมนะ...ถ้าแกเขียนได้แกก็บอกเดี๋ยวฉันจะไปเอาจดหมาย...ไม่เกินเก้าโมงนะพรุ่งนี้”

“อืม...ฉันจะพยายามเขียนแล้วกัน...ถ้าเขียนได้น่ะนะ..”

“นักกวีอย่างแกอ่ะนะเขียนไม่ได้...เขียนออกมาให้หมดเลย...ทั้งความรู้สึกที่แกมี ทั้งสิ่งที่แกต้องการจะตกลงกับเขา...แค่จับปากกาแล้วระบายมันออกมา อย่างที่แกเคยเขียนเหมือนในไดอารี่นั่นไง แข็งใจเขียนหน่อยเหอะนะ...แล้วหลังจากนั้นเรื่องมันจะเป็นยังไง...ก็ช่างมัน ถือว่าเราได้พูดในสิ่งที่เราจะสื่อออกไปแล้ว...เขาจะคิดยังไงก็ช่าง อย่างน้อยแกจะได้สบายใจขึ้นแล้วทิ้งๆปัญหานี่ไปสักที...แกแบกมันมานานพอแล้ว...”

“ขอบใจนะ...ฉันจะลงไปกินข้าวแล้ว...แกวางสายให้ด้วยแล้วกัน..” วางมือถือไว้บนเตียง

“นี่ไงให้เราเป็นคนวางสายอีกละ...แต่นี่แหละยัยหมอเพื่อนฉัน”

...

คืนนั้นเองที่นธีกานต์เริ่มกลับมาเขียนจดหมายอีกครั้ง เธอนั่งจับปากกาอยู่นานแล้วแต่ยังไม่เขียนอะไรลงไป เธอได้ยินแค่เสียงหายใจของตัวเองเพราะมันเงียบมากๆหยดน้ำใสๆนั้นกลับเอ่อล้นออกมมาจนตกลงไปบนกระดาษเขียนจดหมาย

“ฉัน...ฉันไม่รู้ว่าจะเขียนอะไร..อยู่ๆก็เขียนไม่ออกขึ้นมา...”

แต่ตอนเช้าก็เรียกให้ครีมมาเอาจดหมายไป

“ในที่สุดก็เขียนได้สินะ...ดีแล้ว...งั้นฉันไปนะ”

สุดท้ายครีมก็เอาจดหมายมาให้ครูตฤณถึงมือ เขารับมันมาแล้วไม่ได้พูดอะไรโต้ตอบแต่เขาก็รีบเดินเข้าไปในบ้านแล้วเอาจดหมายอีกซองมาให้ครีม

“อันนี้เป็นของที่ผมเขียนไว้นานแล้ว...และนี่เป็นกล่องใส่ของที่ผมเก็บไว้นานแล้วเหมือนกัน...ฝากเอากลับไปให้สีน้ำด้วยนะ”

“ได้ค่ะ...ครูคะ...แฟนครูเขารู้เรื่องนี้แล้วยังคะ?” ครีมถามออกไป

“แฟนผม?”

“ใช่ค่ะ แฟนครู...ลูกครู..เขารู้เรื่องยัยสีน้ำรึยัง?”

“ผมไม่มีแฟนนะ...ผมไม่เคยมีคนอื่นเลย”

“คะ?”

“ปุ้ยเป็นน้องสะใภ้ผม...น้องไปร์ทเป็นหลานของผม...แค่เรียกผมว่าป๋า...พ่อเขา...หมายถึงไตรน้องชายผม...ทำงานบ่อน้ำมัน...ไม่ค่อยได้กลับบ้าน ผมเลยต้องช่วยดูแลครอบครัวของเขาเพราะเขาเป็นครอบครัวของผมแล้ว...”

“เอ๋!....”

“ผมต้องรีบไปทำงานต่อแล้ว...งั้นผมขอตัวนะ...ขอบใจมากสำหรับความช่วยเหลือนี้”

...

“เขาฝากจดหมายนี่มาให้แก...แล้วนี่ก็กล่องอะไรไม่รู้..ฉันอยากให้แกอ่านเร็วๆ...ถ้าแกได้อ่านแกคงสบายใจขึ้น...ฉันไปล่ะ...ฉันรู้ว่าถ้าแกได้อ่านเองโดยไม่มีใครรบกวนจะดีกว่า”ครีมส่งของให้แล้วรีบขึ้นรถออกไป

เมื่อเห็นว่าไม่มีใครแล้วนธีกานต์ก็รีบเปิดจดหมมายแล้วก็แกะกล่องนั้นออกมาดู ไม่คิดว่าเขาก็มีอะไรแบบนี้ให้เธอเหมือนกัน

-เนืื้อหาในจดหมาย1-

สวัสดีนะ...นี่ผมเอง..ตฤณ...ผมเจอเด็กผู้หญิงคนนึง...ผมอยากเรียกเธอว่าผู้หญิงคนนึงมากกว่า...ผมย้ายมาสอนที่โรงเรียนใหม่...แทนครูคนก่อนที่เขาลาไป... เธอน่ารักมาก...ความจริงเธอสวยมาก...เธอเป็นหัวหน้าห้องด้วย ดูเหมือนทุกคนจะรับฟังเธอ...วันนี้ขอเฟสบุ๊คไปที่จริงก็เรื่องเรียนในห้องนั่นแหละ...อยากให้สร้างกลุ่มมแชทจะได้สะดวก แต่ผมก็เจาะจงว่าให้เธอแอดมาแล้วสร้างกลุ่ม เเต่เธอดันสร้งกลุ่มไม่เป็นเลยให้เพื่อนทำแทน...ผมก็แอบหงอยนิดๆ...แต่เธอก็ยังน่าสนใจ...ทำไมไม่เคยถูกชะตากับใครแบบนี้มาก่อนเลยนะ...เธอมักจะมาโรงเรียนเช้ากว่าคนอื่น ผมเห็นเธอนั่งทำโจทย์ตั้งแต่เช้า...เเล้วผมก็เดินผ่านทุกวัน..ที่จริงตั้งใจเดินผ่านเลยล่ะ...ผมอยากทำความรู้จักเธอ...แต่ดูเหมือนเธอเป็นคนที่ค่อนข้างเงียบและไม่สุงสิงกับใครมากนัก...คงตีสนิทลำบาก...แต่ผมก็คุยกับเพื่อนๆเธอได้ทุกคนเลยนะมันก็ทำให้ผมได้อยู่ใกล้เธอมากขึ้นอีกนิด...ผมไม่ได้คิดไม่ดีนะ...ถึงยังไงก็จะรอจนกว่าเธอเรียนจบ...ถ้าเกิดว่าเธอเข้ากับผมได้...บางทีคนคนนี้อาจจะเป็นคนที่ผมรอมาตลอดก็ได้...ผมเหมือนคนโรคจิตมั้ยเนี่ย? เห้อ...แต่ผมอยากรู้จักเธอจริงๆ

มีอยู่วันหนึ่งเธอนั่งทำงานของเธอแล้วมีเพื่อนเรียกคนชื่อ "กุ๊ยช่าย" เเล้วเธอหันไปดู ผมเลยถามออกไปว่า หัวหน้าชื่อกุ๊ยช่ายเหรอ...ตลกจัง ผ่านมาครึ่งเทอมแล้วผมยังไม่รู้กจักชื่อเธอเลย เพื่อนๆเธอหัวเราะกันใหญ่ เพราะว่าเธอไม่ได้ชื่อนี้..."ฮ่าๆ ครูว่าหัวหน้าชื่อกุ๊ยช่ายเหรอ? ฮ่าๆ" ผมอายมากเลยแต่ไม่รู้จะทำยังไง...สุดท้ายก็ได้รู้ว่าเธอชื่อ"สีน้ำ" คนอะไรชื่อน่ารักจัง พ่อแม่ช่างคิด เธอเป็นคนน่ารัก ยิ้มเก่ง แต่เหมือนจะขี้อาย เธอเป็นคนนำร้องเพลงเชียร์ด้วน เป็นคนวาดรูปเก่ง...และวาดรูปฉากให้กับสีตัวเองในงานกีฬาสี ผมไม่เคยเห็นเธอกางสมุดวาดรูปเลย อยากรู้เหมือนกันว่าเธอวาดอะไร...ผมชอบเธอมากเกินไปรึเปล่านะ ต้องชอบเดินผ่านไปผ่านมาให้เธอเห็นหน้า...ผมบ้าจริงๆ เฮ้อ...ผมไม่รู้แล้วว่าตัวเองจะทำยังไงต่อ วันนึงเธอไม่สบายเเต่ยังมาเรียนวันนั้นปิดตามาด้วย...เพื่อนๆหยอกล้อกันใหญ่...ว่าเธอเป็นโจรสลัด...ผมว่าโจรสลัดอะไรน่ารักแบบนี้...ถ้าจะปล้นผม...ผมยอมให้ปล้นหมดแน่ๆเลย ผมเล่นมุกไปด้วย...บอกเป็นนัยยะว่าผมรักเธอข้างเดียว...แต่เธอคงไม่เข้าใจมุกนี้หรอกทั้งเธอเเละเพื่อนขำกริบให้ผม เธอดูธรรมดาเงียบๆ เหมือนไม่โดดเด่น แต่จริงๆทำอะไรก็เก่งไปซะหมด และเธอมักอยู่กับหนังสือตลอด เจอเมื่อไหร่ก็ต้องมีหนังสือ...ผมชอบนะดูเธอเป็นคนที่ตั้งใจหาความรู้อยู่ตลอดเวลา...เเต่ผมว่าอ่านบนรถมันจะไม่ดีต่อสายตาเลย...ถึงแม้ว่าผมก็ชอบสาวแว่นอยู่เหมือนกัน เเต่ถ้าเธอสายตาเสียผมว่ามันไม่คุ้มเลยนะ วันหนึ่งเดินผ่านวิชาดนตรี เห็นเธอโดนครูบอกให้ร้องเพลง เธอบอกว่าร้องไม่ได้ จนครูเเกล้งบอกว่าถ้าไม่ร้องจะหักคะเเนน เอาจริงๆครั้งนั้นนั่นแหละทุกคนรวมถึงผมถึงได้รู้ว่าความจริงคนที่ปิดปากเงียบคนนี้ ร้องเพลงเพราะมากเเค่ไหน เหมือนเธอจะประหม่าแต่สุดท้ายก็ร้องจนจบเพลงได้ดี...ต่างกับผมที่ร้องเพลงไม่เคยตรงคีย์เเต่ยังหน้าด้านร้องกับเพื่อนๆตลอดตอนสมัยเรียน...บางทีคนที่ไม่อยากเด่นเพราะเขามีเหตุผลของเขา มีคนแกล้งเธอเหมือนกัน...เอารองเท้าไปซ่อนบ้าง กรีดกระเป๋าบ้าง เอาหนังสือเธอไปซ่อนบ้าง ผมเลยเก็บมาให้ตลอดถ้าผมรู้เข้าโดยบังเอิญ....ช็อกโกแลตของเธออร่อยมาก...ผมกินจนหมดเลยนะ...แต่ผมก็ไม่รู้ว่าเธอตั้งใจเอามาให้ใคร...แน่นนอนผมจินตนาการว่าเธอทำมาให้ผม มันทำให้ผมอารมณ์ดี๊ดีไปหลายวัน...ผมเองก็มีดอกไม้จะให้เธอเหมือนกัน เพื่อนเธอบอกว่าเธอชอบดอกเดซี่ผมเลยซื้อมา...แต่สุดท้ายก็ไม่ได้เอาไปให้หรอกนะ...มันดูไม่เหมาะสมผมรู้ดี...แต่ถึงไม่มีใครว่าอะไรผมคงอายจนไม่กล้าให้เธอเหมือนเดิมเเหละ...เพราะเเค่ได้จ้องตาเธอแค่นิดเดียวหัวใจผมก็เต้นเเรงมากจนจะกระโดดออกมา..สุดท้ายผมต้องย้ายโรงเรียนกลับมา..ผมเริ่มหัวเสียที่จะไม่ได้เห็นเธออีกแล้ว...ผม...ยังไม่ได้พูดอะไรกับเธอเลย เเต่พอผมกลับไปติวให้อีกครั้ง ผมกลับพูดออกไปว่าจำชื่อเธอไม่ได้...ผมว่าผมไม่ควรจะเข้าใกล้เธอมากกว่านี้...ผมไม่อยากเป็นคนทำให้เธอดูแย่ ไม่อยากขัดขวางอนาคตของเธอ...ผมก็พอดูออกว่าเธอชอบผม...เอ๊ะหรือผมเเค่เข้าข้างตัวเองนะ? ฮ่าๆ แต่มันก็มีความสุขดี...แต่มันก็เเย่นะตอนที่พูดออกไปว่าไม่รู้สิ ลืมชื่อ...ผมอยากตบปากตัวเองแต่...ผมต้องทำเพราะผมคงไม่เลวพอจะขอให้เธอมาคบกับผมหรอก...ใครๆคงมองเราทั้งคู่ไม่ดี เเละเธอจะเสียหาย สุดท้ายผมก็หงอยๆกลับมาเป็นตฤณคนเดิมที่ขาดความฝันไปหนึ่งอย่าง ความฝันนั้นสำคัญ...เพราะฝันของผมคือรอยยิ้มสดใสนั่น...สุดท้ายเราก็จบกันแค่นี้ หวังว่าสักวันผมจะได้เอาให้เธอได้อ่าน ตอนนั้นเธอจะได้รู้ว่าผมแอบรักเธออยู่ จากตฤณ.

 

 

ความคิดเห็น