Twitter-icon Instagram-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ตอนพิเศษ : ส่งท้ายปีเก่า

ชื่อตอน : ตอนพิเศษ : ส่งท้ายปีเก่า

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 2k

ความคิดเห็น : 2

ปรับปรุงล่าสุด : 31 ธ.ค. 2563 00:01 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนพิเศษ : ส่งท้ายปีเก่า
แบบอักษร

 

{ Part Tee }

 

วันพรุ่งนี้ ผมและพี่กายจะเดินทางไปที่เชียงใหม่ หลังจากที่ผ่านพ้นอะไรมามากมาย ผมเละพี่กายเลยตั้งใจว่าจะไปเที่ยวในวันปีใหม่กัน หรือที่เขาเรียกกันว่า ส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ ผมและพี่กายก็เลยตั้งใจว่าจะไปเที่ยวที่เชียงใหม่ส่งท้ายปีนี้ และที่เลือกไปเชียงใหม่ เพราะช่วงเวลาแบบนี้ทางภาคเหนืออากาศกำลังหนาว

 

"เก็บของเสร็จรึยังพี่กาย"

 

ผมเดินออกมาจากห้องน้ำและหันไปถามคนที่กำลังนอนเล่นมือถืออยู่บนเตียง

 

"เก็บเสร็จแล้ว"

 

"งั้นก็ไปอาบน้ำได้แล้วพี่"

 

"ครับ"

 

พี่กายขานตอบผมออกมา พร้อมกับวางมือถือไว้ที่หัวเตียงและเดินตรงไปยังห้องน้ำที่ผมเพิ่งออกมาเมื่อกี้ ส่วนผมก็เดินไปดูความเรียบร้อยที่กระเป๋าของผม ว่าผมเตรียมของครบหรือเปล่า

 

พี่กายใช้เวลาไม่นานในการอาบน้ำก็เดินออกมาจากห้องน้ำ และเดินมุ่งตรงมาหาผมที่เตียง เพราะผมนอนเล่นมือถืออยู่

 

"คุยกับใครอะ"

 

พี่กายกระโดดคว่ำหน้าลงเตียงมากอดผมเบาๆ พร้อมกับพูดออกมาด้วยเสียงที่ดูออดอ้อน

 

"ไม่ได้คุยกับใครครับ"

 

"แล้วไป นึกว่าจะนอกใจกู"

 

"ไม่นอกใจหรอกครับ รักพี่จะตาย"

 

"รักกูจะตายเลยว่างั้น" พี่กายเลิกคิ้วขึ้นพร้อมกับถามผมออกมา

 

"ก็ถ้าลองดื้อกับผม ผมหาใหม่แน่"

 

"ใจเย็นครับ"

 

"ผมพูดจริงๆนะพี่ อย่าให้รู้ว่านอกใจผมละกัน"

 

"งั้นต้องไม่ให้รู้ใช่ไหม"

 

พี่กายพูดออกมาพร้อมกับใบหน้าที่ดูร่าเริง ทำให้ผมยิ่งหมั่นใส้อยากจะแกล้งกลับบ้างเลย

 

"ครับ เหมือนที่พี่ก็ยังไม่รู้"

 

ผมตอบพี่กายออกไป จากที่หน้าของพี่กายยิ้มๆอยู่ก็ต้องหุบลงเมื่อได้ยินคำตอบของผม

 

"เดี๋ยวนะ!! "

 

"อะไรครับ"

 

ผมถามพี่กายออกไปเมื่อพี่กายทำหน้าเหมือนคนกำลังตกใจพร้อมกับสงสัยไปในตัว

 

"หมายความว่าไง"

 

"ก็พี่บอกเองนี่นาว่าทำยังไงก็ได้ที่อีกคนไม่รู้ นั่นไงพี่ก็ไม่รู้"

 

"ไอธีร์! พูดแบบนี้หมายความว่าไงวะ"

 

พี่กายพูดออกมาด้วยหน้าตาที่เป็นกังวล ตกใจ เศร้าใจ ในเวลาเดียวกันเพราะความรู้สึกของพี่กายที่ได้ยินผมพูดแบบนั้นแล้วมันก็ออกมาทางสีหน้าหมดเลย

 

"........"

 

ผมไม่ได้ตอบอะไรพี่กายออกไป ทิ้งให้พี่กายนอนมองผมอยู่อย่างนั้น พี่กายนอนมองผมอยู่อย่างนั้นนานพอสมควรก่อนที่จะพูดออกมาอีกครั้ง

 

"กูไม่ไปแล้วเชียงใหม่"

 

พี่กายพูดออกมาพร้อมกับจะลุกขึ้นนั่ง เมื่อผมได้ยินอย่างนั้น จึงรีบคว้าแขนพี่กายไว้ก่อน ผมพูดเพื่อแกล้งพี่กายแต่ทำไมรู้สึกว่าเหมือนกำลังแกล้งตัวเองอยู่

 

"เดี๋ยวดิพี่ ผมล้อเล่น"

 

แต่พี่กายดูเหมือนจะฟังที่ผมพูด เพราะพี่กายหันมาหาผม แต่สายตาที่มองมานั้นมันทำให้ใจผมรู้สึกวูบหายไป สายตาของพี่กายกำลังเศร้ามากๆ ทำให้ผมรู้สึกผิดเลยครับที่แกล้งพี่กาย

 

"ผมแกล้งเล่นนะพี่ ไม่ได้มีใครจริงๆ"

 

"......"

 

พี่กายยังคงมองมาที่ผมและยังไม่พูดอะไรกับผมเลย ทิ้งให้ผมพูดอยู่คนเดียว

 

"พี่กาย ผมล้อเล่....น "

 

คำพูดของผมถูกกลืนลงไปเมื่อพี่กายพุ่งลงมาจูบที่ปากของผม พี่กายจูบผมไม่นานก็ผละออก

 

"ห้ามแกล้งอย่างนี้อีกนะ"

 

พี่กายผละปากออกมาพร้อมกับมองมาที่หน้าของผมพร้อมกับพูดออกมา เลยทำให้ผมใจชื้นขึ้นมาที่พี่กายเข้าใจแล้วว่าผมแค่แกล้ง

 

"ครับ ผมไม่แกล้งแล้ว"

 

ผมตอบพี่กายออกไป พร้อมกับดึงแขนให้พี่กายลงมานอนข้างๆผม พี่กายเองก็ไม่ได้ขัดอะไรยอมลงมานอนข้างๆผม และพี่กายก็นอนกอดผมเหมือนทุกๆครั้ง ถ้าวันไหนไม่กอดกันนี่รู้ได้เลยนะครับว่าโกรธแน่นอน มันดีที่ว่าจะได้รู้และง้อได้ทันนะครับ

 

"แป๊ปนะพี่ ผมปิดไฟก่อน"

 

"ปิดไฟทำอะไรดีนะ"

 

พี่กายพูดขึ้นมา เมื่อผมบอกว่าจะปิดไฟพี่กายคงคิดว่าผมไม่กล้าเล่นกับพี่เขาสินะ ผมเลยตอบกลับพี่กายออกไป

 

"เปิดไฟก็ทำได้ ไม่จำเป็นต้องปิดหรอก"

 

ผมตอบพี่กายออกไป เมื่อพี่กายได้ยินประโยคนั้นของผม ก็ทำให้พี่กายที่นอนมองมาที่ผมอยู่นั้น อึ้งไปกับคำพูดของผมเลยครับ คงคิดว่าผมจะไม่พูดแบบนี้สินะ ผมเอี้ยวตัวประกบปากของผมเข้ากับปากของพี่กายหนึ่งที ก่อนที่จะเอื้อมมือไปปิดไฟที่หัวเตียง และนอนลง ทิ้งให้พี่กายยังคงนอนอึ้งอยู่อย่างนั้น และผมก็กอดพี่กายก่อนที่ผมจะหลับไป

 

และตื่นขึ้นมาอีกทีก็ตอนที่พี่กายกำลังปลุกผมนี่แหละครับ พอผมลืมตาตื่นขึ้นมาพี่กายก็จูบเป็นการบอกมอร์นิ่ง และผมเองก็หอมแก้มพี่กายกลับ

 

"ให้แค่หอมแก้มเองเหรอ" พี่กายพูดออกมาเมื่อผมกำลังจะลุกออกจากเตียงนอน

 

"เมื่อคืนก็ให้ไปแล้วไง เช้าก็เอาแค่หอมก็พอ"

 

"ก็ได้"

 

พี่กายพูดออกมาและทำหน้าติดจะงอนๆหน่อยๆ แต่ผมก็ไม่ได้สนใจอะไร และพี่กายก็เดินลงจากเตียงมุ่งตรงไปยังห้องน้ำ

 

ส่วนผมเองก็ได้แต่นอนยิ้มให้กับท่าทางและอาการของพี่กายที่แสดงออกมา จากนั้นผมก็ไปตรวจดูความเรียบร้อยของกระเป๋าก่อนที่พวกเราจะเริ่มเดินทางกัน ไม่นานพี่กายก็อาบน้ำเสร็จและผมก็เข้าไปอาบน้ำต่อ ผมใช้เวลาอาบน้ำไม่นานก็อาบน้ำเสร็จ ผมใช้เวลาแต่งตัวอีกนิดหน่อยก่อนที่พวกเราจะเดินทางมากันที่สนามบิน จริงๆผมอยากจะขับรถไปเองเพราะมันน่าจะสะดวกในหลายๆอย่าง แต่พี่กายไม่อยากนั่งรถ อยากที่จะขึ้นเครื่องเพื่อที่ถึงเชียงใหม่แล้วจะได้ลงเที่ยวต่อได้เลย ผมก็ตามใจพี่กายเขาครับ อยากจะขึ้นเครื่องผมก็ยอมขึ้นเครื่อง

 

พวกเรานั่งรออยู่ในสนามบินไม่นาน ก็ถึงเวลาที่พวกเราต้องบินกันแล้ว ผมและพี่กายก็เดินขึ้นเครื่องบินกันไป ครั้งนี้ที่มาเที่ยวกับพี่กายผมตื่นเต้นมากๆถึงแม้ว่าผมจะไปในหลายๆที่กับพี่กายแล้ว แต่ครั้งนี้เราไปกันแค่สองคนและยังไปต่างจังหวัดที่มันไกลออกไปจากที่พวกเราอยู่กันปัจจุบันมากๆ

 

นั่งเครื่องจากกรุงเทพฯไปเชียงใหม่ใช้เวลาไม่นานก็ลงมายังสนามบิน จากนั้นพี่กายก็ไปทำการเช่ารถ และพวกเราก็ออกเดินทางจากสนามบินไปยังโรงแรมที่พวกเราได้จองไว้ผ่านแอพมาก่อนหน้านี้แล้ว

 

เมื่อมาถึงพวกเราก็ได้เช็คอินเข้าใช้บริการโรงแรมเรียบร้อย โรงแรมที่พวกเรามาพักกันก็จะอยู่ในตัวเมืองหน่อยๆ ซึ่งมันหรูหรามากๆ ผิดจากที่บ้านไปอย่างสิ้นเชิง ขนาดผมว่าบ้านของผมกับพี่กายดูดีมากๆแล้วยังสู้ที่โรงแรมนี้ไม่ได้เลยครับ

 

พี่กายขอนอนพักสักนิดหน่อยก่อนที่พวกเราจะออกไปเที่ยวกัน ในขณะที่พี่กายกำลังนอนพักอยู่นั้น ผมเองก็หาสถานที่ใกล้ๆที่ว่าจะไปเที่ยวกัน จริงๆผมอยากไป ดอยอินทนนท์ อยากจะไปชมธรรมชาติไปชมดอกไม้ของดอยนี้ แต่ก็กลัวว่าพี่กายจะขับรถขึ้นเขาไม่ไหว อีกอย่างผมไม่อยากจะนั่งรถแดงครับ มันดูน่ากลัวไปหน่อย จึงคิดว่าจะไปที่สวนสัตว์เชียงใหม่ แต่ถ้าขึ้นไปอีกนิดก็จะไปดอยสุเทพแล้ว แต่ก็กลัวว่าพี่กายจะขับรถไม่ไหวนี่สิครับ เลยว่าจะไปแค่สวนสัตว์เชียงใหม่

 

"เลือกได้ยัง อยากไปไหน?" พี่กายตื่นขึ้นมาพร้อมกับทักผมขึ้น

 

"เลือกได้เยอะเลย แต่กลัวว่าพี่จะขับรถไม่ไหวเลยไม่ได้จะพาขึ้นดอยหรอก"

 

"อยากไปดอย?"

 

"ครับ อยากจะขึ้นไปไหว้พระ"

 

"จะไปก็ไปได้นะ กูขับรถไหวอยู่"

 

"โค้งมันเยอะน่ะพี่ มันอันตราย"

 

"แน่ใจว่าจะไม่ไป"

 

"ครับ ผมเตรียมแผนสำรองไว้แล้ว"

 

"ไปไหนก่อนดีล่ะ"

 

"สวนสัตว์เชียงใหม่"

 

"จะไปดอยสุเทพด้วยเลยไหมล่ะ"

 

"ไม่ดีกว่าพี่"

 

"เอางั้นก็ได้"

 

จากนั้นผมและพี่กายก็ออกมาจากโรงแรมและขับรถออกจากโรงแรมไปยังสวนสัตว์เชียงใหม่ วันนี้เป็นวันที่ยี่สิบเก้าของเดือนสุดท้ายของปีนี้ ผมและพี่กายจะมาเคาท์ดาวน์กันที่เชียงใหม่ ด้วยความที่ผมอยากจะมาเที่ยวที่เชียงใหม่ด้วยเลยมาก่อนสองวันเพื่อที่จะได้เที่ยวยาวๆ

 

เมื่อมาถึงกันที่สวนสัตว์เชียงใหม่แล้ว ผมและพี่กายก็ได้เดินชมสัตว์มากมายหลากหลายชนิด และที่เป็นไฮไลท์ของสวนสัตว์ที่นี่ก็คือแพนด้า ผมและพี่กายได้เข้าไปถ่ายรูปคู่กับน้องๆแพนด้า ได้รูปเป็นที่ระลึกกลับมาด้วยครับ จากนั้นพวกเราก็เดินชมสัตว์กันต่อ และไม่นานก็ต้องออกจากสวนสัตว์เพราะมันใกล้เวลาที่สวนสัตว์จะปิดแล้ว

 

จากนั้นผมและพี่กายก็ออกมาจากสวนสัตว์และได้หาแวะทานข้าวกัน และร้านอาหารที่พวกเราสองคนแวะก็อยู่ไม่ใกล้ไม่ไกลจากสวนสัตว์มาก

 

และเมื่อเริ่มตกเย็นมากๆแล้ว เราสองคนก็ได้กลับมากันที่โรงแรม ผมอยากจะให้พี่กายได้นอนพักผ่อนเยอะๆเพราะพรุ่งนี้จะได้ไปเที่ยวกันแบบเต็มที่

 

"พรุ่งนี้อยากไปไหน?" พี่กายเดินมาถามผมหลังจากที่พี่กายเดินออกมาจากห้องน้ำ

 

"ยังไม่ได้คิดเลยพี่"

 

"ไปม่อนแจ่มไหม?"

 

"ครับ?"

 

"กูอยากไปเล่นรถฟอมูล่าม้ง"

 

"พี่จะพาผมไปเหรอ?"

 

"อือ จะไปไหมล่ะ"

 

"ไปครับ"

 

"งั้นก็ไปอาบน้ำ จะได้มานอน"

 

"ครับ"

 

หลังจากนั้นผมก็เดินเข้าห้องน้ำไปและได้อาบน้ำ จริงๆผมได้ศึกษาเกี่ยวกับม่อนแจ่มมาแล้ว และก็ว่าจะชวนพี่กายไปในวันพรุ่งนี้แต่พี่กายดันชวนผมขึ้นมาซะก่อน ไม่คิดว่าพี่กายกับผมจะใจตรงกัน

 

จริงๆม่อนแจ่มทางขึ้นมันก็ต้องขึ้นดอยและมันก็มีโค้งเหมือนกัน แต่ที่ผมดูรีวิวมาเขาก็บอกกันว่ามันไม่น่ากลัวเท่ากับ ดอยสุเทพหรือดอยอ่างขาง ดอยอินทนนท์ก็เช่นกัน จริงๆม่อนแจ่มไม่ได้อยู่แค่ม่อนเดียวยังมีม่อนอิงดาว ม่อนตะวัน และอีกมากมายแต่ม่อนแจ่มเป็นที่ไฮไลท์ของด้านบนนั้น และยังเป็นวิวสำหรับถ่ายรูปสวยๆเยอะมาก และยังมีจุดไฮไลท์ที่ใครไปแล้วไม่ไปเล่นรถฟอมูล่าม้งถือว่ามาไม่ถึงแม่นแจ่มอีกด้วย และมีที่สำหรับจอดรถไว้และเดินตามถนมขึ้นมาบนดอยและระหว่างทางก็จะมีของฝากต่างๆไม่ว่าจะเป็นเสื้อผ้าหรือของจุกจิกต่างๆวางขายตามข้างๆระหว่างทางเดินขึ้นและทางเดินลง

 

หลังจากที่ผมอาบน้ำเสร็จผมก็เดินมานอนที่เตียง และนอนลงข้างๆพี่กายเหมือนทุกรอบ พี่กายเองก็กระชับกอดผมให้เข้าไปใกล้ๆ พร้อมกับหอมลงมาที่แก้มของผม

 

"ฝันดีนะ"

 

"จุ๊บ~ ฝันดีครับ" ผมหันไปจูบลงที่ปากของพี่กาย

 

"จูบกูตอนนี้ มึงอยากปลุกลูกชายกูหรือไง"

 

"บ้าน่ะพี่ นอนไปเลย"

 

"อ่อยเก่งจริงๆ"

 

"ใครอ่อยพี่ ผมเปล่าสักหน่อย"

 

"อย่าให้วันที่กูห้ามใจไม่ไหวละกัน จะขย้ำแม่งเลย"

 

"ฮ่าๆ น่าจะอีกนานนะพี่ กว่าจะได้ขย้ำผม เพราะผมไม่ยอมง่ายๆหรอก"

 

หลังจากนั้นผมก็หันกลับมานอนต่อ ทิ้งให้พี่กายที่เหมือนจะเถียงผมแต่ยังไม่ทันได้เถียงก็ต้องนอนลงเหมือนกัน ตื่นเช้ามาด้วยอากาศที่เย็นสบายเพราะว่าตอนนี้อากาศที่เชียงใหม่หนาวมากๆครับ เป็นช่วงปลายปีมันก็จะหนาวแหละครับ ผู้คนเลยชอบมารับอากาศเย็นๆที่เชียงใหม่ในตอนปลายปี

 

"ตื่นแล้วก็ไปอาบน้ำ นอนมองกูอยู่ได้" ใช่แล้วครับ ผมตื่นก่อนพี่กายและผมเองก็นอนมองพี่กายที่กำลังนอนหลับอยู่ ในเมื่อพี่กายตื่นขึ้นมาก็มักจะทักผมให้ผมได้สะดุ้งตกใจอยู่เรื่อยขนาดตอนนี้เป็นแฟนกันแล้วผมก็ยังชอบที่จะนอนมองพี่กายในตอนเช้าอยู่เรื่อยๆ

 

"จุ๊บ~ อรุณสวัสดิ์ครับ" ผมจูบลงไปที่ปากของพี่กายที่เพิ่งพูดทักผมออกมา

 

"ปลุกลูกชายกูอีกแล้วนะมึง"

 

"😊" ผมยิ้มให้พี่กายหลังจากที่พี่เขาพูดออกมา

 

"ตอนเช้ามันยิ่งตื่นง่ายๆอยู่" พี่กายยังคงบ่นออกมา

 

"ก็ผมตั้งใจปลุกนี่แหละ"

 

"O_O" พี่กายทำหน้าอึ้งไปเลยครับเมื่อผมพูดอย่างนั้นออกไป

 

"มึงอย่ามาล้อเล่น" พี่กายว่าผมออกมา

 

ในเมื่อพี่กายไม่เชื่อในประโยคที่ผมพูด ผมเลยจำเป็นที่จะต้องพิสูจน์ให้พี่กายเชื่อ ผมประกบปากของผมลงไปที่ปากของพี่กาย ช่วงแรกๆเป็นผมเองที่พยายามจูบเพื่อชวนพี่กาย แต่พี่กายน่าจะกำลังอึ้งกับสิ่งที่ผมทำเลยยังไม่ยอมจูบตอบผม

 

และไม่นานก็ดูเหมือนว่าพี่กายจะเริ่มจูบตอบกลับผมแล้ว และมันรุนแรงมากๆเลยครับ จังหวะจูบที่ตอนแรกผมเป็นคนนำ แต่ตอนนี้กลับเป็นคนตามซะอย่างนั้น เมื่อพี่กายจูบผมจนผมรู้สึกหายใจไม่ออก ผมจึงต้องใช้มือของผมทุบลงไปที่หน้าอกของพี่กาย จนพี่กายยอมถอนปากของพี่เขาออกจากปากของผม

 

"บอกแล้วไง ว่าจะขย้ำมึง"

 

"พอแล้วพี่ ผมจะไปอาบน้ำแล้ว"

 

"อะไรวะมาทำให้อยากแล้วจากไปง่ายๆงั้นเหรอ"

 

เมื่อพี่กายพูดออกมาแบบนั้นก็ทำให้ผมหน้าแดงขึ้นมาเลยครับ ไม่น่าไปจุดชนวนให้ไฟติดเลยครับ ผมไม่ทันได้ลุกออกจากเตียงพี่กายก็ดึงให้ผมลงไปนอนและพลิกตัวของพี่กายขึ้นมานั่งทับผม

 

"พี่กาย!!"

 

"ขอสักนิดเถอะว่ะ ตั้งแต่มากูยังไม่ได้เลย"

 

"ไม่เอาพี่ ผมจะไปอาบน้ำ"

 

"งั้นก็ไปในห้องน้ำ"

 

"ไม่เอา ผมไม่เอา"

 

"อย่ามาร้องแบบนี้ มันทำให้กูยิ่งอยากได้"

 

"พี่กาย!!"

 

"ธีร์ ให้กูเถอะนะ กูไม่ไหวแล้วจริงๆ มึงมาทำตัวน่ารักแบบนี้ กูก็อดใจไม่ไหวดิวะ"

 

"ผมยังไม่ได้ทำอะไรเลยนะพี่"

 

"แค่มึงอยู่เฉยๆ มึงก็น่ารักแล้ว"

 

"พี่อย่ามาทำเป็นปากหวาน ผมไม่หลงกลพี่หรอก"

 

"ไอธีร์ ไม่ให้กูจริงๆดิ ขอสักนิดก็ได้"

 

"นิดเดียวนะ"

 

"นิดเดียวจริงๆ กูจะไม่ให้เกินเที่ยง"

 

"พี่กาย!!!"

 

"กูล้อเล่นๆ นิดเดียวจริงๆ"

 

"นิดเดียวนะ เดี๋ยวจะต้องไปม่อนแจ่มอีก"

 

"นิดเดียวๆ"

 

พี่กายพูดจบก็ก้มลงมาจูบผมที่ปาก จากนั้นก็เลื่อนลงต่ำไปเรื่อยๆ มาหยุดอยู่ที่ซอกคอของผม

 

"ไม่ทำรอยนะพี่"

 

ผมร้องขอพี่กายออกไป และดูเหมือนว่าพี่กายจะทำหน้าไม่ค่อยชอบที่ผมห้าม แต่ก็ยอมทำตามผม

 

พี่กายยังคงอยู่ที่ซอกคอของผม ดูดดื่มอยู่บริเวณนั้นเบาๆ เพราะผมห้ามไว้ว่าไม่ให้ทำรอย พี่กายก็เลยทำได้แค่เบาๆ และหลังจากนั้นพี่กายก็วนกลับมาที่ปากของผมอีกครั้ง มือของพี่กายก็เริ่มซนขึ้นทุกที พี่กายส่งมือเข้ามาในเสื้อที่เป็นชุดนอนของผม และใช้นิ้วสะกิดไปที่ตุ่มไตที่อยู่บนหน้าอก จนผมรู้สึกเสียวจนเกือบร้องออกมา

 

"ไม่ร้องออกมาวะ อยากได้ยินเสียงมึงครางจะแย่แล้ว"

 

พี่กายเงยหน้าขึ้นมามองผมที่นอนเงยหน้ารับความเสียวที่พี่กายมอบให้

 

"พะ พอแล้วพี่"

 

ผมพูดออกไปด้วยเสียงตะกุกตะกัก เพราะผมเสียวไปหมดแล้วครับ และถ้ามากกว่านี้ผมคงอดขึ้นดอย ไม่ใช่แค่พี่กายที่จะไม่ไหวในการที่อยากได้ผม ผมเองก็เช่นกันที่จะไม่ไหว

 

"พอแล้วก็ได้วะ"

 

พี่กายยอมเอามือออกจากตุ่มไตบนหน้าอกของผมและลงไปจากตัวผม หน้าของพี่กายคือแบบไม่อยากจะหยุด แต่ด้วยความที่สัญญากับผมแล้วว่าจะแค่นิดเดียว

 

"ไปอาบน้ำด้วยกันนะ" พี่กายมองมาที่ผมพร้อมกับพูดออกมา

 

"ไม่เอา เดี๋ยวก็ไม่ได้อาบน้ำอีก"

 

"รู้ดีจริงๆแฟนใครเนี่ย"

 

"แฟนพี่นั่นแหละ"

 

"งั้นกูไปอาบน้ำก่อนละกัน"

 

"ครับ"

 

"กูไม่ได้ล็อคนะประตูห้องน้ำ"

 

"พี่กาย!!"

 

"ก็เผื่อเปลี่ยนใจ อยากจะมาอาบกับกู"

 

หลังจากพูดคุยกันจบพี่กายก็เข้าห้องน้ำไปอาบน้ำ ส่วนผมเองก็เตรียมเสื้อผ้าอยู่ด้านนอก และเมื่อพี่กายอาบน้ำเสร็จก็ถึงตาผมบ้างแล้วที่จะต้องไปอาบน้ำ

 

และเมื่อเราทั้งสองทานข้าวกันที่โรงแรมกันเสร็จก็ออกเดินทางไปยังม่อนแจ่มกัน ใช้เวลาขับรถอยู่นานครับกว่าจะมาถึงม่อนแจ่มทั้งเขาทั้งทางโค้งจึงทำให้นานมากกว่าจะมาถึงเหมือนกันนะครับ นี่แค่ขึ้นม่อนแจ่มยังนานขนาดนี้ และถ้าขึ้นดอยที่มันสูงๆผมว่าคงจะถึงมืด เพราะพี่กายไม่ชินกับทางที่เป็นเขาและโค้งเยอะแบบนี้

 

ผมและพี่กายเมื่อขึ้นมาถึงม่อนแจ่มก็ได้จอดรถและเดินขึ้นไปอีกหน่อย ผมและพี่กายเลือกที่จะไปถ่ายรูปกันก่อนและหลังจากนั้นจึงไปเล่นรถฟอมูล่าม้ง ผมเลือกคันที่มันขับแค่คนเดียว แต่พี่กายดันงอแงอยากจะขับคันที่มันมีที่ซ้อนหรือสำหรับนั่งสองคน แต่ผมอยากจะขับเอง

 

"เอาสองที่นั่งนะไอธีร์ กูขับมึงซ้อน"

 

"ไม่ ผมก็อยากขับเอง"

 

"มึงซ้อนกูนี่แหละ"

 

"ก็ขับคนละคันไงพี่"

 

"ก็กูอยากให้มึงซ้อน"

 

"ก็ผมอยากจะขับเอง"

 

"ไอธีร์!"

 

"เอารถเดี่ยวสองคันครับ" ผมไม่สนใจพี่กายและหันกลับไปบอกกับเจ้าหน้าที่ ที่เป็นคนให้ตั๋วสำหรับนั่งรถ พี่กายมองผมด้วยอาการที่ติดจะงอนๆที่ผมไม่ยอมซ้อนพี่เขา

 

"พี่กาย ก็ผมอยากขับเองนี่นา"

 

"ก็ไม่ได้ว่าอะไร"

 

"อย่างอนผมดิ"

 

"ไม่ได้งอน"

 

"ไม่ได้งอนอะไรล่ะ หน้านี่บูดไปหมดแล้วเนี่ย"

 

"ไม่ได้งอนจริงๆ แค่ยังโกรธอยู่นิดๆ"

 

"โกรธนิดๆ??"

 

"อือ"

 

"พี่กาย หายโกรธน้องนะ" ผมพูดอ้อนพี่กายออกไป และเหมือนว่ามันจะได้ผลเพราะพี่กายยิ้มออกมาแล้ว

 

"หายก็ได้"

 

"😊"

 

หลังจากนั้นไม่นานก็ถึงเวลาที่พวกเราจะได้เล่นรถฟอมูล่าม้งแล้ว พวกเราก็ได้ขึ้นรถกระบะกันขึ้นไปตามทางที่รถฟิมูล่าม้งจะลงมา และเมื่อขึ้นมาถึงด้านบนจุดที่จะปล่อยรถฟอมูล่าม้งลง ผมและพี่กายก็ได้เลือกเอาคันที่มันจอดอยู่ใกล้ๆกัน จากนั้นก็มีคนมาอธิบายวิธีขับรถฟอมูล่าม้ง พออธิบายจบเขาก็เริ่มผลักรถฟอมูล่าม้งของแต่ละคนลงจากเนินเขา ไหลลงมาตามทาง

 

และเมื่อลงมาจนถึงด้านล่างแล้ว ผมและพี่กายก็ว่าจะไปหาอะไรกินกันแต่ยังไม่ทันได้หาอะไรกินครับ พี่กายอยากจะลองไปกินอาหารของภาคเหนือเลยเลือกที่จะลงจากแม่นแจ่มและไปหาอะไรกินกัน

 

ผมและพี่กายมาจอดรถกันที่ร้านอาหารร้านหนึ่งที่เป็นร้านของภาคเหนือโดยเฉพาะเลย พี่กายสั่งของมาแต่ละอย่างคือน่ากินมากๆครับ

 

"สั่งมาเยอะไปไหมพี่"

 

"ไม่หรอก อยากกินมานานละ ได้มาลองสักที"

 

"มันเยอะไปนะ"

 

"ไม่หรอก กินหมดแน่นอน"

 

"กินให้หมดจริงๆนะพี่"

 

"ก็ช่วยกูกินด้วยดิวะ จะได้หมด"

 

"ก็กินอยู่แล้ว แต่มันเยอะไปไง"

 

"กินๆไปเถอะน่า"

 

หลังจากนั้นผมและพี่กายก็ทานข้าวกันจนอิ่มและได้จ่ายตังค์ จากนั้นเมื่อขึ้นมาบนรถพี่กายก็ยังไม่ยอมออกรถสักที เพราะมัวแต่กดมือถือเล่นอยู่

 

"พี่กาย ไม่ไปล่ะ"

 

"เดี๋ยวดิ ขอโพสต์รูปก่อน"

 

"แล้วเมื่อกี้ไม่ยอมโพสต์ล่ะ"

 

"ลืมไง"

 

"ลืม??"

 

"อือ คนเราก็หลงลืมกันบ้างแหละ"

 

"งั้นรีบๆเลยนะพี่ ผมอยากเที่ยวต่อแล้ว"

 

"ครับ เดี๋ยวรีบโพสต์เลยครับ"

 

หลังจากนั้นไม่นานพี่กายก็ได้ขับรถออกจากร้านอาหารที่จอดกันมานานพอสมควร และไม่นานมือถือของผมก็เด้งการแจ้งเตือนมากันไม่หยุดเลยครับ ผมจึงหยิบมือถือขึ้นมาดู ก็เห็นว่าเป็นรูปที่พี่กายแอบถ่ายผม ตอนที่ผมกำลังฟังคำอธิบายในการเล่นรถฟอมูล่าม้งอยู่

 

Guy Guy

20นาทีที่แล้ว

 

ดื้อจริงๆ บอกให้นั่งคันเดียวกันก็ไม่ยอม

 

572 Likes 136 Comment 58 Shared

 

เอม อร : น้องคงเบื่อนั่งกับมึงแล้วแหละ

 

พู่ พู่พี : กรี๊ด ชอบความแอบถ่าย

 

ลาเต เต้ : โดนน้องทิ้งแน่มึง

 

เบส ส์ : บอกให้น้องทิ้งมึงไปเลย

 

จิ๊บแจง : อวดกันเก่งมากค่ะ

 

เมฆฟ้า ที่ล่องลอย : คนเป็นแฟนกันเขาอวดกันหวานนะคะ

 

ดี๊ ด๊า : เห็นแล้วอิจฉาคนเป็นแฟนกัน

 

จี้จี้ ไม่จริงใจ : มดขึ้นแล้วค่ะ

 

Three ที่แปลว่า สาม : @T Teeratharn เพื่อนผมจะรู้ไหมว่าถูกแอบถ่าย

 

T Teeratharn : ตอบกลับ Three ที่แปลว่า สาม รู้ก็ตอนที่มึงแท็กมานี่แหละ

 

First th : เพื่อนผมดูตั้งใจฟังกว่าตอนเรียนอีกนะครับ @T Teeratharn

 

T Teeratharn : ตอบกลับ First th พอดีไม่อยากรีบตาย เลยต้องฟัง

 

King kong : อวดแฟน!!! เพื่อนกูขี้อวด

 

เอม อร : ตอบกลับ King kong มึงก็อวดของมึงกลับบ้างดิ @First th

 

First th :ตอบกลับ เอม อร เกี่ยวไรกับผมเนี่ย

 

โลมา ไม่ใช่ปลา : แฟนกันก็ต้องอวดกันอย่างนี้นี่แหละ

 

ส้มตำ ปูปลาร้า : เห็นอย่างนี้แล้วฉันอยากมีแฟนบ้างเลย

 

จริงใจ แค่ไหนถามจริง : ตอบกลับ ส้มตำ ปูปลาร้า จริงค่ะ อยากจะมีแฟนน่ารักๆเหมือนกับแฟนของพี่กาย

 

ผมนั่งอ่านคอมเม้นต์ที่ทุกคนต่างเข้ามาเม้นต์โพสต์ของพี่กายที่คนมาเม้นต์กันเร็วมาก ไม่ว่าจะเป็นคนกดไลก์หรือกดแชร์ ต่างก็เยอะมากๆในเวลาไม่กี่นาที และผมอ่านไปก็ยิ้มไปด้วย ทุกคนดูอิจฉาผมที่พี่กายโพสต์รูปของผมลง

 

"ยิ้มอะไร" พี่กายทักผมขึ้นเมื่อเห็นว่าผมยิ้มให้กับมือถือ

 

"คอมเม้นท์ที่พี่โพสต์รูปไง"

 

"เห็นแล้วเหรอ"

 

"อือ เพื่อนของผมมันแท็กมา"

 

"น่ารักไหมล่ะ"

 

"ไม่ลงรูปที่ถ่ายคู่กันล่ะพี่"

 

"ไม่อะ ชอบรูปที่มึงเผลอๆมากกว่า"

 

"....."

 

"อีกอย่างไม่อยากให้ใครมามองมึงว่าน่ารัก กูอยากมองของกูแค่คนเดียว"

 

"😳"

 

"จะไปไหนต่อดีล่ะ ยังไม่เย็นมากเท่าไหร่"

 

"ประตูท่าแพไหม?"

 

"ไปสิ อยากไปเดี๋ยวกูพาไป อีกอย่างพรุ่งนี้ก็ต้องมาเค้าท์ดาวน์ที่ท่าแพไปเดินดูไว้ก่อนก็ได้"

 

"พี่รู้ด้วยเหรอ ว่าเขาเค้าท์ดาวน์กันที่ประตูท่าแพ"

 

"อือ กูก็ดูๆมาดิวะ ไม่งั้นกูจะพาแฟนไปเค้าท์ดาวน์ที่ไหน"

 

"......"

 

"เขินเลยอะดิ กูพามึงมาเที่ยวทำไมกูจะไม่ศึกษา กูแกล้งๆถามมึงไปงั้นแหละว่าจะไปไหน จริงๆกูวางแพลนมาหมดแล้ว"

 

"จริงดิพี่"

 

"จริง แต่ที่ถามมึงด้วยก็เพราะว่าอยากจะรู้ว่ามึงจะอยากไปไหนเป็นพิเศษไหมเท่านั้นเอง"

 

"ครับ"

 

จากนั้นผมและพี่กายก็มาถึงกันที่ประตูท่าแพ และสถานที่แห่งนี้ก็เป็นสถานที่ ที่ต้องมาเหมือนกัน ผมและพี่กายเดินถ่ายรูปและเดินเล่นๆกันอยู่ไม่นาน ฟ้าก็เริ่มมืดลงแล้วครับ จากนั้นพวกเราก็กลับมากันที่โรงแรม

 

วันนี้ผมเหนื่อยมากๆครับขนาดผมเป็นคนนั่งนะครับ แล้วพี่กายจะเหนื่อยขนาดไหน

 

"เหนื่อยไหมพี่?"

 

"นิดหน่อย"

 

"ผมอาบน้ำให้ไหม?"

 

"O_O" พี่กายดูอึ้งไปเลยครับเมื่อผมบอกว่าจะอาบน้ำให้

 

"ว่าไง ให้ผมอาบให้ไหม?"

 

"กลัวว่าจะไม่ได้อาบน่ะสิ"

 

"พี่กาย!! พี่เหนื่อยไม่ใช่เหรอ ห้ามใจด้วย"

 

"ก็ได้ จะอาบให้กูจริงดิ"

 

"อือ จะให้อาบให้ไหมล่ะ?"

 

"อาบๆ อาบให้กูนะ"

 

"ครับ"

 

หลังจากนั้นผมก็เข้าไปในห้องน้ำและเปิดน้ำในอ่างไว้ ส่วนพี่กายก็มานอนรออยู่ที่เตียง เมื่อน้ำเต็มอ่างแล้ว ผมก็เรียกให้พี่กายเข้ามาในห้องน้ำ

 

"พี่กาย มาอาบน้ำได้แล้วครับ"

 

"น้ำเต็มอ่างแล้วเหรอ?"

 

"ครับ"

 

จากนั้นพี่กายก็วางมือถือและเดินเข้ามาในห้องน้ำ พี่กายได้ถอดเสื้อผ้าของพี่เขาออกจนหมดทั้งตัว และลงไปในอ่างน้ำ ส่วนผมเองก็นั่งลงข้างๆอ่างน้ำและใช้ที่ขัดตัว ขัดตัวให้พี่กายแต่เหมือนว่าพี่กายจะไม่ชอบ พี่กายจับมือผมให้หยุดขัดตัวพร้อมกับพูดออกมา

 

"มาอาบด้วยกันดีกว่ามั้ง"

 

"ไม่เอา พี่กายอาบก่อนนี่แหละ"

 

"ธีร์ครับ มาอาบพร้อมพี่นะ" จู่ๆพี่กายก็ทำหน้าอ้อนผมออกมาพร้อมกับทำเสียงออดอ้อนผม

 

"ครับ" ผมตอบพี่กายออกไปสั้นๆ ใครจะไปอดใจไหวล่ะครับ เล่นอ้อนผมซะขนาดนี้ จากนั้นผมก็ถอดเสื้อผ้าของผมออกจนหมดและลงไปอยู่ในอ่างกับพี่กาย

 

"มึงนี่ขาวจริงเลย"

 

"พี่ก็ไม่ต่างกัน"

 

"แต่มึงขาวกว่า ยิ่งถ้ามีรอยแดงๆมันจะดีมากๆเลยแหละ"

 

"ทะลึ่ง!!"

 

"นี่พูดจริงๆ"

 

"ไม่เอาแล้ว ผมจะขึ้นแล้วนะ"

 

"เห้ย! เดี๋ยวดิจะรีบไปไหนล่ะ"

 

"ก็พี่เอาแต่พูดเรื่องแบบนี้ ผมอุตส่าห์ชวนพี่มาเที่ยวนะ"

 

"ก็มาเที่ยวไง ขอนิดหน่อยก็ไม่ได้"

 

"ในเมื่อสิ่งที่พี่อยากทำ มันทำที่บ้านก็ได้ไม่จำเป็นต้องมาถึงที่เชียงใหม่หรอก"

 

"งั้นกลับกันเลยไหม?"

 

"พี่กาย!!!"

 

"ล้อเล่น กูก็แค่พูดหยอกมึงไปงั้นแหละเผื่อมึงให้"

 

"พอเลย ไม่ให้หรอก มาเที่ยวนะ"

 

"ครับๆ ไม่ก็ไม่ครับ"

 

หลังจากนั้นผมและพี่กายก็อาบน้ำในอ่างด้วยกันผมถูหลังให้พี่กายบ้าง พี่กายถูหลังให้ผมบ้าง จนเราทั้งคู่อาบน้ำกันจนเสร็จ เมื่อออกมาจากห้องน้ำแล้ว จากนั้นก็แต่งตัว พอแต่งตัวจนเสร็จแล้ว เราทั้งสองก็เลือกที่จะนอนพักกันเลย

 

จริงๆผมเป็นห่วงพี่กายด้วยนั่นแหละเพราะว่าวันนี้ขับรถน่าจะเมื่อยเลยอยากจะให้พี่กายพักผ่อนเยอะๆ เก็บแรงไว้สำหรับเซอร์ไพรส์ที่ผมจะมอบให้สำหรับพรุ่งนี้

 

 

{ Part Guy }

 

หลังจากที่ผมได้นอนกอดที่รักของผมนั่นก็คือธีร์ ก็ทำให้ผมนั้นนอนหลับแบบสบายมากๆ จากที่เมื่อยมาจากการขับรถพาเด็กคนที่ผมนอนกอดอยู่ไปเที่ยวมา ก็ทำให้หายเมื่อยไปเลยครับ วันนี้ก็มีสิ่งที่พิเศษเหมือนกันนะ คือเด็กน้อยคนนี้อาบน้ำให้ผม ไม่คิดว่าจะกล้ามาอาบด้วยกันทั้งๆที่รู้ว่าผมมันเสือร้ายขนาดไหน

 

แต่ที่รักของผมก็ห้ามเสือร้ายอย่างผมได้ซะงั้น ผมคงยอมแค่เด็กน้อยคนนี้แค่คนเดียวนี่แหละครับ คนอื่นไม่น่าจะน่ารักเท่าคนของผม หรืออาจจะน่ารักกว่าผมก็ไม่รู้ครับเพราะยังไม่เคยลอง และถ้าคิดว่าจะลองผมคงตายก่อนที่จะได้ลองดูท่าทางแล้วเพราะเด็กของผมน่าจะเล่นงานจนผมตาย

 

เมื่อผมนอนกอดกับเจ้าเด็กน้อยของผมจนผมนั้นหลับไป และตื่นขึ้นมาอีกทีก็ตอนที่เด็กน้อยข้างๆผมขยับตัว แต่เหมือนว่าไม่ได้ตื่นนะครับเพราะยังซุกหน้าเข้ามาที่อกแกร่งของผม ที่รักของผมนี่ช่างน่ารักซะจริงๆ

 

"ตื่นได้แล้วธีร์"

 

"อือ.. ผมขอนอนต่อ"

 

"วันนี้จะไม่ไปเที่ยวหรือไง?"

 

"ไม่ไปแล้ว รอเค้าท์ดาวน์ทีเดียว"

 

"เอางั้นเหรอ?"

 

"อือ"

 

"งั้นก็นอนไปนะ"

 

เมื่อที่รักของผมอยากจะนอนในวันนี้และไม่ยอมไปเที่ยวต่อ ผมก็ต้องยอมๆน้องมันบ้างในเมื่ออยากนอนก็นอนไป ผมก็จะนอนอยู่เป็นเพื่อนเหมือนกันแต่เอ๊ะ ไม่ใช่เพื่อน แฟนนี่นา

 

เวลาผ่านไปนานพอสมควรไอเด็กน้อยที่นอนไม่ยอมตื่น ก็ตื่นขึ้นมาแล้วและตื่นมาด้วยอาการที่ดูเหมือนจะหิวนะครับ

 

"พี่กาย หิวข้าว" นั่นไงครับผมคิดไว้ไม่มีผิด

 

"ก็ไปกินสิ กูก็รอมึงตื่นอยู่"

 

"ก็พี่ไม่ปลุก"

 

"ก็เห็นบอกว่าจะนอน ก็เลยไม่อยากปลุก"

 

"....."

 

เมื่อผมพูดออกไปก็ดูเหมือนว่าไอธีร์มันจะทำหน้าไม่ค่อยพอใจที่ผมตอบมันออกไปแบบนั้น ก็ใครจะไปรู้ว่ามันต้องการอะไร สงสัยคงโมโหหิวแน่ๆ ไอธีร์มันลุกออกจากเตียงและเดินเข้าห้องน้ำไป ทิ้งให้ผมนอนอยู่บนเตียงคนเดียว

 

ไม่นานมันก็ออกมาแล้ว พร้อมกับเดินมากับใบหน้าที่บูดไปหมดแล้วครับ

 

"พี่กายรีบไปแต่งตัวดีๆ ผมหิวแล้วเนี่ย"

 

"กินกูไหมล่ะ"

 

"มันไม่อิ่ม"

 

"หึ! ค่อยกินทีหลังก็ได้"

 

"เร็วๆเลยพี่"

 

"ครับๆ จะรีบให้ครับ"

 

เมื่อผมพูดจบก็รีบลงจากเตียงและเดินเข้าห้องน้ำไป และเมื่อออกมาจากห้องน้ำแล้วแฟนของผมก็เตรียมของเรียบร้อยเพื่อที่จะออกไปทานข้าวเที่ยงกัน

 

"จะกินไรล่ะ" ผมถามแฟนของผมออกไปเมื่อมานั่งกันอยู่บนรถแล้ว

 

"กินอะไรก็ได้"

 

"งั้นกินอาหารพื้นเมืองนะ"

 

"ไม่เอา ก็เพิ่งกินไปเอง"

 

"ในห้างไหม?"

 

"ไม่! ถ้าไปกินในห้างพี่ก็กินแต่ร้านเดิมของพี่"

 

"งั้นจะกินอะไร ก๋วยเตี๋ยวเรือไหม?"

 

"ไม่เอา ไม่อยากกินอะไรเป็นเส้น"

 

"งั้นกินข้าวราดแกงกัน"

 

"ไม่เอา มันเยอะเกินไปเลือกกินไม่ถูก"

 

ไอธีร์ยังคงไม่ยอมเลือกสักทีว่าจะกินอะไร ผมเองก็เสนอไปหมดแถบทุกอย่างแล้วแต่มันก็ไม่ยอมเลือกสักที

 

"ผมเลือกเองก็ได้ พี่เลือกไม่ถูกใจผมเลย"

 

"กินไรล่ะ จะได้พาไป"

 

"ก๋วยเตี๋ยวเรือ"

 

"......."

 

ผมหงุดหงิดกับคำตอบของไอธีร์มันมากๆเลยครับ ตอนแรกผมก็เสนอไปแล้วนะแต่บอกว่าไม่อยากกินเส้น แต่นี่อะไรอยู่ๆก็มาเลือกซะงั้น

 

"ไปดิพี่ หิวแล้วเนี่ย"

 

"เออ"

 

ผมตอบไอเด็กน้อยของผมออกไปด้วยใบหน้าที่หงุดหงิดไม่ต่างจากมัน แต่เหมือนว่ามันไม่ได้สนใจอะไรผมหรอกครับ คงเพราะมันหิวอยู่ เมื่อมาถึงยังร้านก๋วยเตี๋ยวแล้ว ไอธีร์มันก็รีบลงจากรถโดยที่ไม่รอผม มันเดินเข้าไปสั่งก๋วยเตี๋ยวก่อนส่วนผมเองก็เดินตามลงไปทีหลัง

 

"สั่งให้แล้วนะพี่"

 

ไอธีร์มันพูดบอกผมเมื่อผมนั่งลงที่โต๊ะ แต่ผมก็ไม่ได้ตอบอะไรมันออกไป เพียงแค่พยักหน้าให้มันและผมก็ก้มลงมาเล่นมือถือส่วนไอธีร์ผมไม่รู้ว่ามันทำอะไร เพราะผมไม่ได้สนใจเอาง่ายๆคือตอนนี้ผมงอนมันอยู่ จะว่างอนเรื่องไม่เป็นเรื่องก็ได้นะครับก็คนอุตส่าห์เป็นห่วงที่หิวข้าวมากๆแต่ก็ดันเลือกไม่ได้สักที แล้วพอเลือกได้ก็ดันเป็นเมนูที่เสนอไปแล้ว

 

เมื่อก๋วยเตี๋ยวมาถึงผมและเด็กน้อยของผมก็ทานกัน ในระหว่างที่ทานอยู่นั้นก็ไม่มีใครพูดกันเลยทั้งผมและแฟนของผม เมื่อทานเสร็จผมก็เป็นคนจ่ายให้และเราทั้งคู่ก็กลับขึ้นรถกันมา ผมก็ขับรถกลับมาที่โรงแรมและในระหว่างทางก็ไม่ได้พูดคุยอะไรกันเลย

 

เมื่อมาถึงโรงแรมที่พวกเราทั้งคู่พักกันแล้วต่างคนก็ต่างเข้าห้องกันไป และยังคงนอนเล่นอยู่บนเตียงด้วยกันแต่ไม่ได้พูดอะไรกันเลย และผมก็แอบเห็นว่าไอธีร์มันพยายามจะสะกิดเรียกผมอยู่หลายครั้งแต่มันก็ไม่ได้ทำ คงรู้ตัวแล้วสินะว่าผมงอนมันอยู่ ถ้าไม่มาง้อผม ผมว่าคืนนี้ไม่ได้ไปเค้าท์ดาวน์หรอกครับ นอนหลับกันอยู่ที่ห้องนี่แหละ

 

จะว่าเป็นวันปีใหม่ที่แย่เลยก็ว่าได้นะครับถ้าเราทั้งคู่ยังไม่ยอมพูดคุยกัน แต่ผมไม่ยอมหรอกครับในเมื่อทำให้ผมงอนก็ต้องมาง้อผม

 

ผมนอนเล่นมือถืออยู่บนเตียงไม่นาน ผมก็วางมือถือไว้ที่หัวเตียงจากนั้นผมก็นอนหลับไปเลยครับ ทิ้งให้ไอธีร์มันนอนเล่นมือถืออยู่คนเดียว

 

ผมไม่รู้ว่านอนไปนานแค่ไหนรู้ตัวอีกทีก็ตอนที่ผมพยายามใช้มือกวาดหาแฟนเด็กของผม แต่ก็ไม่เจอ ผมสะดุ้งตื่นรีบมองไปรอบๆก็ไม่เห็นว่าไอธีร์มันอยู่ในห้อง ใจผมนี่ตกจากอกลงไปอยู่ที่ตาตุ่มเลยครับ กลัวว่ามันจะหนีผมไป แต่เปล่าเลยครับในขณะที่ผมกำลังมองหามันอยู่นั้น มันก็ออกมาจากห้องน้ำพร้อมกับเสื้อคลุมอาบน้ำ

 

"ไปไหนมา" ผมถามแฟนเด็กของผมออกไป

 

"ไปเล่นน้ำมา"

 

"หนาวขนาดนี้เนี่ยนะ เดี๋ยวก็ไม่สบายหรอก"

 

"เล่นน้ำในอ่างอาบน้ำ ไม่ใช่สระว่ายน้ำ"

 

"อ้าวเหรอ"

 

"หายงอนผมแล้วเหรอถึงคุยกับผมเนี่ย"

 

"ใครหาย?!"

 

"พี่กายครับผมขอโทษ ผมไม่ได้ตั้งใจจะแกล้งนะ ก็มันเลือกไม่ได้จริงๆว่าอยากกินอะไร"

 

"....."

 

"หายโกรธธีร์นะครับ" แฟนเด็กของผมเดินเข้ามาใกล้ๆพร้อมกับขึ้นมาบนเตียงและมานั่งที่ตักของผมพร้อมกับใช้แขนคล้องมาที่คอของผม และทำหน้าตาออดอ้อนผม

 

"จูบก่อนดิ เดี๋ยวหายเลย" ผมบอกแฟนของผมออกไป ซึ่งมันเองก็หันหน้าหนีพร้อมกับแก้มของมันขึ้นสีแดงเบาๆ

 

"เอาแค่จูบเหรอ?"

 

"O_O" ผมอึ้งไปกับประโยคที่แฟนของผมเพิ่งพูดออกมาเมื่อกี้ และที่มันพูดออกมาแบบนี้มันกำลังชวนผมอยู่อย่างนั้นเหรอ

 

"ถามเนี่ย จะเอาแค่จูบเหรอ?"

 

"มีอย่างอื่นให้ด้วยเหรอ?"

 

"ก็ลองขอมาดู เผื่อให้ได้"

 

"งั้นขอ......"

 

ผมยังพูดไม่ทันจบแฟนเด็กของผมก็พุ่งเข้ามาประกบปากจูบที่ปากของผม ไม่นานไอธีร์มันก็ผละออก พร้อมกับมองมาที่ผม

 

"ขอช้าจัง ธีร์รอไม่ไหวแล้วนะ"

 

"O_O"

 

"อยากได้ตั้งแต่วันแรกที่มาแล้วไม่ใช่เหรอ?"

 

"ครับ ธีร์ให้พี่แล้วใช่ไหม?"

 

"ถ้าไม่ให้ไม่จูบก่อนหรอก" แฟนเด็กของผมมันร้ายจริงๆเลยครับทำเอาผมใจเต้นรัวเลย

 

จากนั้นผมก็พลิกให้แฟนของผมมาอยู่ด้านล่างและผมก็ขึ้นค่อมแฟนของผม จากนั้นผมก็ค่อยๆจูบมันลงไปเบาๆ และมือของผมก็ค่อยๆจับผ้าที่คลุมตัวของแฟนผมอยู่ออกไป

 

ฟิ้ววววววว ปั้ง!!!

 

จู่ๆก็มีเสียงแทรกเข้ามาในระหว่างที่เราสองคนกำลังจะเริ่มบทเพลงรัก นั่นคือเสียงของพลุนั่นเองครับ

 

"กี่โมงแล้วเนี่ย"

 

"เสียงพลุมาขนาดนี้ เที่ยงคืนแล้วครับ"

 

"เที่ยงคืน?"

 

"ใช่ ก็พี่เล่นนอนไปนานมาก"

 

"กูเพิ่งรู้ว่ากูนอนนานไป"

 

"ผมเลยอดไปเค้าท์ดาวน์เลยไง"

 

"โอ๋นะเด็กดี"

 

"ไม่ทำต่อแล้วนะ"

 

"ครับ ไปดูพลุที่ระเบียงกัน"

 

"รอเดี๋ยวพี่กาย ผมใส่เสื้อก่อน"ธีร์เรียกให้ผมรอก่อนเพราะอยากออกไปดูพลุพร้อมๆกัน

 

จากนั้นผมและไอธีร์ก็ออกมาที่ระเบียงห้อง และยืนดูพลุด้วยกันสองคน แสงที่เป็นสะเก็ดกระจายกันอยู่บนท้องฟ้าสวยมากๆ จนผมและไอธีร์ไม่อาจละสายตากันได้เลย

 

"สุขสันต์วันปีใหม่นะครับ" ไอธีร์หันมาบอกผมพร้อมกับห้อมแก้มของผม

 

"สุขสันวันปีใหม่เหมือนกันนะ" ผมบอกไอธีร์กลับบ้างและผมก็จับให้มันหันหน้ามาหาผม จากนั้นผมก็ประกบปากจูบมันพร้อมๆกับพลุที่แตกกระจายอยู่บนท้องฟ้า

 

________________________

pearlawah

 

เป็นยังไงกันบ้างเอ่ยชอบกันไหมคะ?กับตอนพิเศษที่ไรท์แต่งให้ได้อ่านกันในวันสุดท้ายของปีนี้แล้ว อยากจะขอบคุณทุกคนที่อ่านเรื่องนี้และคอยติดตามเรื่องนี้ตลอดนะคะ พอเรื่องนี้จบแล้วไรท์ก็แอบใจหายเหมือนที่จะไม่ได้แต่ง กายและธีร์แล้ว และสุดท้ายนี้ไรท์จะบอกว่า ❤Happy new year❤ นะคะเจอกันใหม่เรื่องเล่ห์รักข้ามมิติ ค่ะ อย่าลืมมาอ่านกันเยอะๆน๊าา

 

อะแฮ่ม! ก่อนไป ช่วยมาเม้นท์ถึงตอนพิเศษให้ไรท์ได้อ่านหน่อยนะคะ อยากจะรู้ว่านักอ่านทุกคนชอบกันไหม #กายธีร์ #เดือนเคียงกาย

 

-v[86Ioydvjkom6d8oot8t❤

 

 

 

ความคิดเห็น