email-icon facebook-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ด้านดีของมนุษย์ 100%

ชื่อตอน : ด้านดีของมนุษย์ 100%

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย อีโรติก

คนเข้าชมทั้งหมด : 2k

ความคิดเห็น : 19

ปรับปรุงล่าสุด : 09 ส.ค. 2563 23:47 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ด้านดีของมนุษย์ 100%
แบบอักษร

“ทำให้ท่านหยุดจงชังมนุษย์เหรอ?” ปาลิสาอ้าปากค้าง จ้องเสี้ยวหน้าหล่อเหลาด้วยแววตาอึ้ง 

“ใช่ ก็เจ้าเป็นคนบอกเองว่ามนุษย์นั้นก็มีข้อดี ถึงแม้ข้าจะไม่เคยลงไปเหยียบโลกมนุษย์มาก่อน แต่เท่าที่ข้าได้รู้จักเจ้า ก็พอจะรู้แล้วว่า….มนุษย์นั้นมีข้อดีอันน้อยนิดจริง ๆ” ประโยคสุดท้ายท่านเจ้าเพลิงปรายตามองมนุษย์คนเดียวที่เขารู้จักด้วยสายตาดูแคลน 

ปาลิสาถึงขั้นกลั้นหายใจก่อนจะสูดลมหายใจเข้าปอดลึก ๆ เธอจะไม่ยอมให้เทพไม่รู้จักความดีของมนุษย์มาข่มเธอได้แน่ 

“ได้! ฉันจะทำให้ท่านเห็นความดีของมนุษย์เอง” หญิงสาวเชิดหน้าใส่เขา เธอนึกหมั่นไส้ในใจ พวกเทพอย่างเขาก็มีกิเลสเหมือนกันนั่นแหละ แล้วยังจะมาทำพูดดีว่ามนุษย์ไม่มีความดีอีก 

หญิงสาวกดน้ำหนักมือลงบนบ่ากว้างเต็มแรง แต่หาได้ระคายเคืองต่อร่างสูงเลยแม้แต่น้อย ริมฝีปากได้รูปสวยยกยิ้มนิด ๆ ก่อนจะหลับตาลง ปล่อยให้มนุษย์สาวทำหน้าที่นวดต่อจนเมื่อยมือ 

ช่วงดึกท่านเจ้าเพลิงไปปรากฏตัวที่ห้องประชุมโถงใหญ่จากการถูกเรียกตัวให้เข้าพบบรรดาเทพอาวุโส เขาไม่ได้เต็มใจมาเหยียบที่นี่เลยแม้แต่น้อย หน้าหล่อเหลาจึงบึ้งตึงมากกว่าเดิม 

“เรียกข้ามีเรื่องอะไร?” 

“กบฏสวรรค์เริ่มรุกรานชายแดนของเราเพียงเพื่อต้องการตัวมนุษย์ พวกข้าเกรงว่าท่านเจ้าเพลิงจะรับมือไม่ไหว” 

“หึ! ข้าเป็นใคร แล้วพวกกบฏสวรรค์เป็นใคร เหตุใดต้องเกรงด้วย?” ท่านเจ้าเพลิงกระตุกยิ้มมุมปาก 

“ท่านเข้าใจผิดแล้ว ข้าไม่ได้เกรงว่าท่านจะรับมือกับกบฏสวรรค์ไม่ไหว แต่เกรงว่าท่านจะเข่นฆ่าจนเรื่องนี้ไปถึงหูโลกสวรรค์ ท่านคงไม่อยากถูกจองจำเหมือน….” 

“อย่าเอ่ยถึงพ่อของข้า!” เสียงตวาดดังลั่นห้องโถง บรรดาเทพอาวุโสต่างสะดุ้งเฮือก ขณะที่ร่างกายกำยำของท่านเจ้าเพลิงมีไอเพลิงผุดขึ้น แววตาแข็งกร้าว 

“เอาล่ะ ๆ พวกข้าจะไม่เอ่ยถึงท่านองค์กรอีก เอาเป็นว่าตอนนี้โลกมารต้องการตัวมนุษย์สาวเพื่อเปิดประตูนรก จอมมารต้องทำทุกวิถีทางเพื่อให้นางเผยพลังด้านมืดออกมาให้ได้ ท่านจงจำไว้ว่าห้ามนางเผยพลังนั่นเด็ดขาด ไม่อย่างนั้นทุกอย่างจะสูญสิ้น” เทพอาวุโสเอ่ยเตือน ท่านเจ้าเพลิงกลืนน้ำลายลงคอเล็กน้อยก่อนจะตอบรับสั้น ๆ 

“ข้ารู้แล้ว” ร่างสูงพูดจบก็หมุนตัวเดินไปที่ประตู แต่ยังไม่ทันจะก้าวข้าม ขาแข็งแรงก็หยุดชะงักเพราะเสียงของเทพอาวุโส 

“ท่านจงจำไว้อีกข้อ เมื่อใดที่ท่านควบคุมพลังของนางไม่ได้ ท่านต้องฆ่านาง” 

ท่านเจ้าเพลิงหรี่ตาลงทันทีก่อนจะหันกลับไปมองเหล่าเทพอาวุโสด้วยแววตาแข็งกร้าว 

“ฆ่านางหรือ?” ท่านเจ้าเพลิงได้รับคำตอบจากเทพอาวุโสด้วยการพยักหน้า ม่านตาของเขาขยายออกจากกันทันที 

“ข้าเป็นเทพ! เหตุใดถึงต้องการให้ข้าฆ่ามนุษย์!” เสียงเข้มตวาดดังลั่น 

“ท่านหลงลืมไปแล้วหรือว่าท่านเป็นเทพนักฆ่า ท่านเป็นเทพแห่งการทำลาย มีเพียงท่านเท่านั้นที่จะสามารถฆ่ามนุษย์ได้” 

“พวกเจ้า!!” ท่านเจ้าเพลิงกัดฟันแน่น ไอร้อนอบอวลไปทั่วห้องโถง เหล่าเทพกลืนน้ำลายอึกใหญ่ลงคอ แต่เพียงอึดใจท่านเจ้าเพลิงก็สงบลง 

“ได้! ถ้าข้าควบคุมนางไม่ได้ ข้าจะฆ่านางเอง”  

 

ปาลิสาตื่นขึ้นมากลางดึก หญิงสาวนอนไม่หลับเพราะภาพในสระน้ำลอยวนเวียนอยู่ในหัวของเธอตลอดเวลา เธอรู้สึกเหมือนว่าตัวเองตายไปแล้วด้วยซ้ำ บางทีร่างบนโลกมนุษย์ของเธออาจจะตายไปแล้วก็ได้ 

หญิงสาวสลัดผ้าห่มออกจากตัวแล้วลงจากเตียงนอน เดินออกไปนอกห้องนอนพลางกวาดสายตามองหาท่านเจ้าเพลิง แต่ก็พบเพียงแค่เสือไฟที่นอนหมอบเฝ้าประตูอยู่เท่านั้น 

หญิงสาวแอบมองค้อนเสือไฟ เธอยังเคืองอยู่เลย ทำให้เธอเกือบถูกไฟคลอกศพไม่สวยซะแล้ว 

เปิดประตูเปิดอยู่ เธอจึงค่อย ๆ เดินย่องผ่านเสือไฟออกไปด้านนอก ท่านเจ้าเพลิงไม่ได้อยู่ที่นี่ แล้วเขาหายไปไหนนะ ปาลิสาออกมาด้านนอกก็ต้องยืนตาค้างไม่ต่างจากตอนเช้าเลยสักนิด 

เธอคิดว่าบนโลกนี้ราวเช้านั้นสวยงามแล้วแต่ไม่คิดว่าตอนกลางคืนจะสวยยิ่งกว่า รอบ ๆ ตำหนักเต็มไปด้วยแสงวิบวับของหิ้งห้อยที่มีขนาดใหญ่กว่าโลกมนุษย์ ต้นไม้ที่เคยสงบเงียบในตอนกลางวันพากันส่องแสงระยิบระยับราวกับเทพนิยาย บนท้องฟ้ามีดวงดาวหลากหลายสีสันและอยู่ใกล้แทบจะยื่นมือไปจับต้องได้ 

เธอไม่คิดว่าที่นี่คือโลกราชันย์อะไรนั่นเลยสักนิด กลับคิดว่านี่มันคือโลกสวรรค์ ที่นี่ยังสวยขนาดนี้แล้วบนโลกสวรรค์จะสวยขนาดไหนกัน 

หญิงสาวยืนตะลึงกับรอบตัวจนหลงลืมเวลาจนกระทั่งสายตาเหลือบไปเห็นศาลาเล็กริมสระน้ำ เธอหรี่ตาลงเล็กน้อยขณะจ้องมองร่างสูงที่นอนเหยียดยาวอยู่บนศาลา ดูจากชุดที่สวมแล้ว เธอมั่นใจว่าเป็นเจ้าของศาลานั่นแหละ ทำไมเขาถึงชอบนอนบนศาลานะ 

ปาลิสาเดินออกจากตำหนักไปหาท่านเจ้าเพลิง หญิงสาวมาหยุดยืนมองเขาแล้วแต่ร่างสูงยังคงนอนกอดอกนิ่ง เป็นถึงเทพ หลับสนิทแบบนี้ ไม่กลัวว่าใครจะมาทำร้ายเขาหรือไง ดูเป็นพวกมีศัตรูเยอะเสียด้วย 

มือเล็กค่อย ๆ ยื่นออกไปกำลังจะแตะแขนแกร่งเพราะอยากรู้ว่าอุณหภูมิร่างกายของเขายังร้อนอยู่หรือเปล่า แต่ยังไม่ทันจะได้แตะข้อมือเธอก็ถูกมือหนาคว้าเอาไว้พร้อมกับเสียงเข้มทรงอำนาจดังขึ้น 

“เจ้าจะทำอะไร?” 

“เอ่อ…ก็แค่อยากรู้ว่าท่านยังตัวร้อนอยู่หรือเปล่า?” หญิงสาวกลอกตาหลุกหลิก ตอนนี้เธอรู้แล้วเพราะสัมผัสจากผ่ามือของเขายังร้อนอยู่ หญิงสาวมองมือหนาด้วยแววตาทอแสง ขณะที่นัยน์ตาคมกริบของเจ้าของมือกลับหรี่ลง 

“เจ้ากำลังสงสารข้าอยู่หรือ?” 

“อ๊ะ! ท่านรู้ได้ยังไง?” ปาลิสาเบิกตากว้าง เขารู้ได้ยังไงว่าเธอคิดอะไรอยู่ แต่ท่านเจ้าเพลิงกลับกระตุกยิ้มมุมปากแล้วยันตัวลุกขึ้นนั่งพลางปล่อยมือเธอ 

“ข้าคือเทพ ข้ารู้ทุกเรื่องที่เจ้าคิดนั่นแหละ” คำตอบของท่านเจ้าเพลิงทำให้ปาลิสาอ้าปากกว้าง หญิงสาวกะพริบตาถี่ ๆ แล้วยกนิ้วชี้หน้าหล่อเหลา 

“ทะ….ท่านอ่านความคิดคนได้?” 

“ทำไม?” ท่านเจ้าเพลิงลากสายตากลับมาสบตาเบิกกว้างแล้วเลิกคิ้วขึ้นสูง 

“ทำไมท่านเสียมารยาทแบบนี้!” 

“มนุษย์มีมารยาทนี่เอง” 

“เฮ้อ! คุยกับท่านทีไรเป็นต้องวกกลับมาเรื่องมนุษย์ทุกที” หญิงสาวหมดอารมณ์จะต่อล้อต่อเถียง เธอเดินมาทรุดนั่งข้างร่างสูงด้วยสีหน้าอ่อนอกอ่อนใจ เขามีอคติกับมนุษย์ขนาดนี้ เธอจะทำให้เขาเห็นด้านดีได้ยังไง 

“ทำไมท่านถึงเกลียดมนุษย์เหรอ?” หญิงสาวหันมาถาม ถึงมันจะเป็นคำถามเดิม ๆ ก็เถอะ 

“ข้าบอกเจ้าไปแล้ว!” 

“ท่านต้องมีเหตุผลมากกว่านี้สิ เหตุผลของท่านมันอ่อนเกินไป” หญิงสากลอกตาเซ็ง ๆ ขณะที่ท่านเจ้าเพลิงก็หรี่ตามองอย่างไม่สบอารมณ์ 

“เหตุผลของข้ามันไม่พอตรงไหน?” 

“ท่านเป็นเทพที่เอาแต่ใจจริง ๆ ช่างเถอะ! เอาเป็นว่าเรื่องที่ตกลงกัน ท่านจะลงไปโลกมนุษย์กับฉันใช่มั้ย?” หญิงสาววกกลับมาที่เรื่องสำคัญ 

“ไม่มีทาง” แต่คำตอบของท่านเจ้าเพลิงก็ทำให้เธอต้องขมวดคิ้วเข้าหากัน 

“อ้าว! แล้วจะไปหามนุษย์ที่ไหนให้ท่านเห็นความดีกัน?” 

“เจ้าไง”  

“ฉัน?” หญิงสาวชี้อกตัวเอง ท่านเจ้าเพลิงพยักหน้า 

“คนเดียว?” 

“อือ” 

“เฮ้อ! บอกตรง ๆ นะ ถึงฉันจะเป็นหญิงสาวที่แสนใสซื่อบริสุทธิ์ แต่ก็ไม่ใช่คนดีร้อยเปอร์เซ็น ท่านจะมองแค่ฉันไม่ได้” หญิงสาวถอนหายใจเฮือกพลางอธิบายให้เขาฟัง 

“จะบอกว่ามนุษย์มีทั้งดีและไม่ดี เจ้าก็เป็นทั้งคนดีและไม่ดีหรือ?” 

“ใช่ ทุกคนมีทั้งด้านดีและไม่ดี ที่จริงฉันก็ไม่คิดว่าตัวเองเป็นคนดีเหมือนเทพสวรรค์หรอกนะ แต่ก็ไม่คิดว่าเป็นคนเลวร้ายเหมือนกัน ทุกคนก็มีด้านดีและไม่ดีทั้งนั้นแหละ เทพอย่างพวกท่านยังมีความโกรธ ความอิจฉาริษยาเลย ทั้ง ๆ ที่ควรปล่อยวางแท้ ๆ ไม่เหมือนในหนังสือเลยสักนิด” ปาลิสาทำหน้ามุ่ยพลางนึกถึงเทพธิดาที่ทำร้ายเธอ นางต้องการรังแกเธอชัด ๆ และเห็นได้ชัดว่านางชอบในตัวท่านเจ้าเพลิงผู้นี้ 

ท่านเจ้าเพลิงเงียบไป จนกระทั่งปาลิสาหันไปมอง เขาก็ลากสายตาหนี หญิงสาวกลืนน้ำลายลงคอแล้วนั่งตัวตรงก่อนจะพูดต่อ 

“ขอถามอะไรสักข้อสิ ร่างของฉันบนโลกมนุษย์ตอนนี้ตายไปหรือยัง?” หญิงสาวทำหน้าหวาดหวั่น กลัวว่าเธอจะตายไปและร่างกายถูกเผาจนไม่สามารถกลับเข้าร่างได้อีก 

“อยากรู้เหรอ?”  

“อื้อ! อยากเห็นด้วยว่าตอนนี้ร่างของฉันบนโลกมนุษย์เป็นยังไงบ้าง?” หญิงสาวพยักหน้ารัว ๆ ดวงตากลมโตเบิกกว้างอย่างดีใจ  

ท่านเจ้าเพลิงจ้องหน้าเนียนสวยของมนุษย์สาวอย่างลืมตัว เธอแตกต่าง บางอย่างบอกกับเขาว่าเธอแตกต่างจากมนุษย์ที่เขาเห็นในทุกวัน เกิดอะไรขึ้นกับเธอเมื่อหลายพันปีก่อนกันแน่ 

“จูบข้าสิ แล้วเจ้าจะเห็นร่างของเจ้าบนโลกมนุษย์”  

 

“จะ…จูบอีกแล้วเหรอ?” ปาลิสาถามเสียงเบาหวิว เขาดูไม่ชอบเธอเลยสักนิด แต่กลับจูบเธอบ่อยเหลือเกิน ภาพริมฝีปากเข้มที่บดจูบปากเธอลอยเข้ามาในหัวจนหญิงสาวต้องเม้มปากตัวเองหน้าแดง 

“ท่านรู้มั้ยว่าบนโลกมนุษย์ การจูบหมายถึงอะไร?” 

“รู้สิ” ท่านเจ้าเพลิงตอบรับง่ายดาย สีหน้าไม่รู้ไม่ชี้ ปาลิสาพยายามสั่งให้ตัวเองใจเย็นลง พลางตัดสินใจว่าเธอควรจะจูบเขาดีหรือว่าไม่อยากรู้ว่าร่างเธอเป็นยังไงดี 

“ฉันไม่อยากรู้แล้วดีกว่า” หญิงสาวตัดสินใจลุกหนี เธอไม่กล้าพอที่จะไปจูบเขาหรอก แต่ข้อมือเธอก็ถูกมือหนาร้อนผ่าวคว้าเอาไว้พลางกระตุกแรง ๆ จนเธอเสียหลักล้มลงไปนั่งกอดคอเขาบนตักแกร่ง 

จากนั้นริมฝีปากเธอก็ถูกริมฝีปากเข้มบดขยี้ลงมา บดคลึงเร่าร้อนรุนแรง ปาลิสายังคงมึนงงและทำอะไรไม่ถูก แต่สุดท้ายเรี่ยวแรงเธอก็ไม่หลงเหลือ ได้แต่ปล่อยให้เขาบดจูบเธออย่างเอาแต่ใจ 

นัยน์ตาคมกริบจ้องมองเสี้ยวหน้าหวานที่กำลังเคลิบเคลิ้มกับจูบของเขาอย่างใช้ความคิด จากนั้นเขาก็หลับตาลงและภาพเหตุการณ์บางอย่างก็ผุดขึ้นมาในหัว 

‘ข้าจะแบกรับอำนาจมืดเอาไว้เองและให้มันอยู่กับข้าบนโลกมนุษย์’ 

‘ท่านจงจำไว้เมื่อใดที่อายุของท่านบนโลกมนุษย์ถึงกำหนด พลังนี้จะตื่นขึ้นยามที่ท่านโกรธ อาฆาต เคียดแค้น เมื่อถึงเวลานั้น ข้าหวังว่าจะมีใครสักคนช่วยเหลือท่าน’ 

พรึ่บ!!  

เพียงเสี้ยววินาที ภาพเหตุการณ์ก็หายวับไป ม่านตาของท่านเจ้าเพลิงขยายออกจากกันทันทีก่อนจะถอนจูบออกกะทันหัน ปาลิสาหมดสติคาอกเขาแทบจะทันทีเหมือนกัน เธอหมดสติทุกครั้งที่ถูกเขาจูบ 

ท่านเจ้าเพลิงหลุบตามองเสี้ยวหน้าหวานที่ซุกซบอยู่กับอกของเขาก่อนจะหรี่ตาลง เขารู้แล้วว่าเมื่อหลายพันปีก่อนเธอเป็นใคร 

เทพธิดาจากโลกสวรรค์ที่ยอมเสียสละอายุขัยบนโลกสวรรค์ลงไปเกิดบนโลกมนุษย์พร้อมกับพลังด้านมืดแห่งการทำลายล้าง 

ท่านเจ้าเพลิงพ่นลมออกจากปากก่อนจะตวัดร่างบางขึ้นอุ้มแล้วพาเดินกลับตำหนัก ร่างสูงวางเธอลงบนเตียง ดึงผ้าห่มมาคลุมให้ก่อนจะทรุดนั่งลงข้าง ๆ 

‘จะมีใครสักคนมาช่วยนางอย่างนั้นหรือ? แล้วผู้นั้นเป็นใครกัน?’ 

ยามเช้าอีกวันปาลิสาตื่นขึ้นมาหลังจากหมดสติไปโดยไม่รู้ตัว หญิงสาวปรือตาขึ้นแล้วยกมือแตะหน้าผากตัวเอง จากนั้นก็ขยับตัวพาดแขนไปวางบนอกกว้างของร่างสูงที่นอนอยู่ข้าง ๆ 

สัมผัสที่ผิดปกติทำให้เธอต้องลืมตาขึ้นอีกครั้งก่อนจะกะพริบตาปริบ ๆ เมื่อเห็นว่าใครนอนอยู่ ม่านตาเธอขยายออกจากกันทันทีแล้วดีดตัวลุกขึ้นนั่ง หายง่วงเป็นปลิดทิ้ง 

ท่านเจ้าเพลิงกำลังนอนอยู่ข้าง ๆ เธอ เขามานอนกับเธอได้ยังไง แล้วเธอกลับมานอนที่เตียงตอนไหนกัน หญิงสาวพยายามคิดทบทวนและสิ่งสุดท้ายที่เธอจำได้ก็คือ เขาจูบเธอ 

“อือ!” เสียงครางเบา ๆ ดังมาจากร่างสูงก่อนที่เขาจะพลิกตัวนอนตะแคง มือหนาเอื้อมมากระตุกแขนเธอแล้วดึงกลับลงไปนอนซุกอกเขา 

“ท่านเจ้าเพลิง” หญิงสาวเรียกเขาเสียงแผ่วขณะที่นอนตัวแข็งทื่ออยู่ในอ้อมกอดแกร่ง เธอกลืนน้ำลายลงคอพร้อม ๆ กับเม็ดเหงื่อเริ่มซึมออกมา ตัวเขานั้นร้อนเมื่อเขากอดเธอแบบนี้ มันเหมือนเธอกำลังอยู่ในเตาอบ 

หญิงสาวพยายามจะขยับหนีแต่ก็ไม่สามารถออกจากอ้อมกอดแกร่งได้ เขาไม่ต่างจากเสือไฟเลยสักนิด หญิงสาวแลบลิ้นเลียริมฝีปาก เหงื่อเริ่มชุ่มไปทั้งตัวและรู้สึกแสบร้อนผิว 

เธอขยับขยุกขยิกไปมาจนท่านเจ้าเพลิงลืมตาขึ้นมอง สายตาจ้องมองกันโดยบังเอิญ นัยน์ตาคมกริบหรี่ปรือ ไม่ได้แข็งกร้าวเหมือนปกติ ปาลิสาเองก็อึ้งจนจ้องมองเขาตาค้างไปเหมือนกัน 

เธอพึ่งจะเห็นเขายามตื่นนอนแบบนี้ ทุนเดิมเขาก็หล่อเหลาอยู่แล้ว แต่ตอนนี้ทั้งหล่อทั้งหน้าเอ็นดูอย่างผู้ชายตื่นนอนจนเผลอหัวใจกระตุก 

“เจ้าร้อนหรือ?” เสียงเข้มที่มักจะทรงอำนาจเปลี่ยนโทนเป็นกระซิบแหบพร่า หญิงสาวพยายามตั้งสติ หน้านวลแดงก่ำ ไม่รู้ว่ามาจากความร้อนหรือเธอกำลังรู้สึกอย่างอื่นกันแน่ 

“ตัวท่านร้อน” ปาลิสาตอบกลับเสียงแผ่วพลางก้มหน้าหลบนัยน์ตาคม  

ท่านเจ้าเพลิงถอนหายใจออกมาเบา ๆ มุมปากขยับเล็กน้อยก่อนที่มือหนาจะชูขึ้น จากนั้นความร้อนก็จางหายไปจากตัวเธอ กลับกลายเป็นความเย็นอ่อน ๆ ที่ทำให้สบายตัวมากขึ้น 

“ไม่ร้อนแล้ว ท่านทำอะไร?” หญิงสาวถามอย่างตื่นเต้น เงยหน้าสบนัยน์ตาคมตาเป็นประกาย 

“ลดอุณหภูมิให้เจ้าไง”  

“ดีจัง จะเสกอะไรก็ได้ ร้อนก็เสกให้เย็นก็ได้” หญิงสาวแตะมือไปตามลำตัวของท่านเจ้าเพลิง กลับพบว่าตัวเขาไม่ร้อนอย่างทุกที ร่างกายเขาอุ่นขึ้น เขาทำให้ตัวเองอุ่นขึ้นได้ด้วย 

นัยน์ตาคมกริบจ้องมองมือเล็กที่สัมผัสเขาไปทั่วร่างกายก่อนที่เธอจะเลื่อนมือมาถึงแก้มของเขา จังหวะนั้นสายตาก็ผสานกันอีกครั้ง ปาลิสาชะงักมือก่อนจะถึงแก้มสาก  

สติของเธอเริ่มกลับมาและรู้ตัวว่าสัมผัสเขามากเกินไปแล้ว เธอกะพริบตาปริบ ๆ เม้มปากเขิน ๆ ใบหน้าของเธอกับท่านเจ้าเพลิงห่างกันไม่ถึงคืบด้วยซ้ำ 

“เอ่อ….ฉัน…” หญิงสาวอึกอัก กำลังจะชักมือหนีแต่ข้อมือถูกมือหนาจับเอาไว้อีกครั้งแล้วดึงให้เธอแตะมือลงบนแก้มของเขา 

“เจ้ายังสัมผัสข้าไม่ทั่วเลย” 

“ฉัน….” หญิงสาวพูดอะไรแทบไม่ออก หน้าหวานแดงก่ำอย่างห้ามไม่อยู่ ขณะที่นัยน์ตาคมกริบหรี่ลงเล็กน้อยขณะหลุบตามองแก้มของเธอ 

“เจ้ายังร้อนอยู่อีกหรือ แก้มเจ้าถึงแดงนัก” คำถามมาพร้อมกับมือหนาแตะลงบนแก้มเธอเหมือนที่เธอกำลังแตะแก้มเขาอยู่  

หัวแม่มือลูบไล้แก้มเธอแผ่วเบา ขยับเลื่อนลงมาที่มุมปากช้า ๆ นัยน์ตาคมกริบหลุบมองตามปลายนิ้วของเขา ส่วนเจ้าของแก้มได้แต่นอนนิ่งไม่ไหวติง สติสตังเธอกระเจิดกระเจิงไปหมด 

ริมฝีปากล่างอวบอิ่มถูกลูบเบา ๆ ก่อนที่ปลายคางเธอจะถูกเชยขึ้น ท่าเจ้าเพลิงยกหัวขึ้นจากหมอนเล็กน้อยก่อนจะขยับเข้ามาใกล้แล้วก้มลงจูบปากเล็ก ริมฝีปากเข้มขยับช้า ๆ อยู่บนริมฝีปากบาง แตะชิมอ้อยอิ่ง แอบกัดฟันคมลงบนปากล่างเธอแผ่วเบา  

ปาลิสาหลับตาเงยหน้ารับจูบของเขาอย่างไร้เรี่ยวแรงต่อต้าน หนำซ้ำเธอยังเกาะบ่าแกร่งเอาไว้แน่น มือหนาลูบไล้แก้มเธอไปพร้อม ๆ กับบดจูบ ปลายนิ้วเลื่อนไปลูบไล้ใบหูหยอกเย้า  

ท่านเจ้าเพลิงจูบอ้อยอิ่งจนคนใต้ร่างเคลิบเคลิ้มล่องลอย เขาจูบต่างไปจากทุกที กวาดลิ้นไปตามริมฝีปากล่างแผ่วเบาเรียกเสียงครางเบา ๆ ดังมาจากลำคอบาง 

ริมฝีปากเข้มผละออกช้า ๆ หลังจากจูบจนพอใจ ปาลิสารีบโกยอากาศเข้าปอดแต่เปลือกตายังปิดสนิท เธอจึงไม่เห็นว่าตอนนี้มีสายตาร้อนแรงราวกับเปลวไฟกำลังจดจ้องเธออยู่ นัยน์ตาคมหลุบมองเนินอกที่โผล่ออกมาจากชุดเทพธิดาตัวยาว 

ตอนนี้อย่าว่าแต่สติของมนุษย์สาวเลย สติของท่านเทพก็ไม่เหลือแล้วเหมือนกัน มือหนาผละออกจากแก้มเนียนเลื่อนลงต่ำมาที่บ่าเล็ก ปลายนิ้วเกี่ยวสาปเสื้อตัวยาวออกจากหัวไหล่กลมกลึง เปิดเปลือยผิวขาวเนียนสวย 

นัยน์ตาคมเหลือบมองหน้าเธอเล็กน้อยก่อนจะก้มหน้าเลื่อนลงต่ำ อ้าปากงับหัวไหล่เนียนแล้วขบกัดเบา ๆ  

“รายงานท่านเจ้าเพลิงพะย่ะค่ะ!” แต่ก็เหมือนเสียงสวรรค์ลงทัณฑ์ อยู่ ๆ เสียงขององครักษ์หนุ่มก็ดังขึ้นพร้อมกับร่างสูงองอาจมาปรากฏตัวด้านหน้าเตียง 

นัยน์ตาคมกริบที่เคยฉ่ำปรือลุกวาบขึ้นมาทันที ขณะที่องครักษ์หนุ่มเบิกตากว้างด้วยความตกใจก่อนจะรีบทรุดนั่งลงคุกเข่าก้มหน้าลงต่ำ 

“ขออภัยพะย่ะค่ะ! ข้าคิดว่าท่านอยู่ลำพัง” องครักษ์หนุ่มรีบก้มหัวลง 

ปาลิสากัดปากตัวเองไม่ให้ร้องออกมา เธออายเกินกว่าจะส่งเสียงได้ หญิงสาวรีบซุกอกแกร่งหลบซ่อนความอาย สติที่ลอยไปไกลรีบวิ่งกลับมาแทบไม่ทัน มือหนาตวัดเสื้อเธอกลับมาคลุมหัวไหล่เนียนเอาไว้ก่อนจะลุกจากเตียงแล้วดึงผ้าห่มคลุมร่างบนเตียงเอาไว้ 

“ข้าจะสั่งขังเจ้าซะ!” ท่านเจ้าเพลิงตวัดสายตาพลางคำรามสั่งองครักษ์หนุ่ม 

“ออกไปรายงานด้านนอก จากนี้ไปอย่าเข้ามาในห้องนอนข้าตามอำเภอใจอีก!” เสียงเข้มสั่งดังกังวานจากนั้นร่างสูงก็เดินดุ่ม ๆ ออกจากห้องนอน สาวใช้ที่รออยู่ด้านนอกรีบก้มหน้าลง 

“เข้าไปดูแลนาง เตรียมอาหารเช้าให้นางด้วย” ท่านเจ้าเพลิงสั่งสาวใช้ก่อนจะเดินไปนั่งบนเก้าอี้ตัวใหญ่ด้วยสีหน้าหงุดหงิด องครักษ์หนุ่มมาปรากฏกายตรงหน้าอีกครั้งด้วยสีหน้าที่ไม่สู้ดีนัก 

“ข้าอยากจะเผาเจ้านัก เมฆินทร์” ท่านเจ้าเพลิงพยายามระงับอารมณ์โกรธของตัวเอง จ้องมององครักษ์ผู้แสนภักดีด้วยแววตากราดเกรี้ยว 

“ข้าขออภัยพะย่ะค่ะ” 

“มีเรื่องอะไร?” 

“เทพแห่งแสงบาดเจ็บจากการต่อสู้กับกบฏสวรรค์” คำรายงานขององครักษ์ทำให้คิ้วเข้มต้องย่นเข้าหากัน 

“ข้าจัดการกบฏสวรรค์ไปแล้ว ทำไมเทพแห่งแสงต้องไปต่อสู้อีก?” 

“ชายแดนทางด้านทิศตะวันออก พวกกบฏสวรรค์ก็บุกเข้ามาเช่นกันพะย่ะค่ะ” 

“สงสัยข้าต้องสั่งสอนพวกมารให้หลาบจำสักที!” ม่านตากว้างขยายออกจากกัน ไอร้อนผุดขึ้นรอบกายแกร่ง  

“เทพอาวุโสให้มาเตือนท่านด้วยว่าตอนนี้อย่าได้ลงมือกับกบฏสวรรค์ เพราะยังไงกบฏสวรรค์ก็เป็นคนของโลกสวรรค์ ถ้าหากท่านเผาพวกนั้นแล้ว โลกสวรรค์จะถือว่าท่านทำผิดกฏและจะถูกจองจำ” 

“ข้ารู้แล้ว” ท่านเจ้าเพลิงตอบสั้น ๆ นัยน์ตาคมหรี่ลง เขาไม่สามารถสังหารกบฏสวรรค์ได้แต่สามารถสังหารพวกมารได้เพราะนั่นคือกฏ ใครที่ทำร้ายคนของโลกสวรรค์จะถูกลงทันฑ์เหมือนกับบิดาของเขา ถึงจะเป็นกบฏแต่โลกสวรรค์ก็ยังถือว่าเป็นเทพที่เคยมีคุณงามความดีมาก่อน 

“วันนี้ข้าจะพานางเข้าไปในเมือง แต่ก่อนไปข้าจะไปดูเทพแห่งแสงก่อน” ท่านเจ้าเพลิงลากสายตากลับมาสบตาองครักษ์หนุ่ม อีกฝ่ายเลิกคิ้วเล็กน้อย 

“เหตุใดถึงพานางเข้าไปในเมือง?” 

“ในเมืองจะทำให้นางทำตัวเป็นมนุษย์ได้มากขึ้น” ท่านเจ้าเพลิงตอบกลับเพียงเท่านั้น จากนั้นก็ลุกขึ้นยืนเต็มความสูงแล้วเดินเข้าไปในห้องลับที่อยู่ด้านใน 

ท่านเจ้าเพลิงไปปรากฏตัวยังตำหนักของเทพแห่งแสง ร่างสูงเดินไปหาร่างสูงในชุดนักรบสีแดงเพลิงนอนเอกเขนกอยู่ที่ชิงช้าไม้หวาย การมาปรากฏตัวของท่านเจ้าเพลิงทำให้เปลือกตาของเทพแห่งแสงเปิดขึ้นช้า ๆ แล้วยกหัวขึ้นมอง แต่เพียงเล็กน้อยก็ทิ้งหัวลงนอนเหมือนเดิม 

“เกิดอะไรขึ้นที่ชายแดนตะวันออก” ท่านเจ้าเพลิงเปิดปากถาม ยืนกอดอกพิงเสาไม้สายตาจดจ้องมองเทพแห่งแสง ดูภายนอกอาจจะมองไม่เห็นบาดแผล แต่จากสีหน้าของเทพแห่งแสงแล้ว เขาน่าจะบาดเจ็บมากพอสมควร 

“พวกกบฏสวรรค์กำลังบุกรุกชายแดนพวกเราเพื่อชิงตัวมนุษย์สาวที่อยู่กับท่าน แต่ข้าจัดการเรียบร้อยแล้ว” 

“อาการบาดเจ็บของเจ้าเป็นอย่างไรบ้าง?” 

“แค่นี้ไม่ระคายเคืองผิวของข้าหรอก” 

“หึ! ถึงอย่างไรเจ้าก็ยังปากดีเหมือนเดิม” ท่านเจ้าเพลิงกระตุกยิ้มพลางยื่นมือออกไปด้านหน้า จากนั้นไอเพลิงร้อนก็แผ่ปกคลุมร่างของเทพแห่งแสง บาดแผลภายใต้ชุดหนังของเทพแห่งแสงค่อย ๆ ผสานกันช้า ๆ 

“ท่านไม่จำเป็นจะต้องรักษาข้าก็ได้ ยังไงบาดแผลข้าก็หายเองได้อยู่แล้ว” เทพแห่งแสงรับรู้ได้ว่าท่านเจ้าเพลิงกำลังใช้พลังเพลิงรักษาบาดแผลให้เขาอยู่ 

“ข้าแค่เกรงว่าโลกมนุษย์จะไม่ได้รับพลังแห่งแสงของเจ้า ยังไงเจ้าก็ยังต้องใช้พลังกำเนิดแสงให้โลกมนุษย์” 

“หือ ท่านใส่ใจโลกมนุษย์ตั้งแต่เมื่อไหร่กัน?” คิ้วเข้มของเทพแห่งแสงย่นคิ้วเข้าหากันก่อนจะเหวี่ยงขาลงจากชิงช้าแล้วยกยิ้มมุมปาก 

“ถึงข้าจะเป็นเทพแห่งการทำลายล้าง แต่ข้าก็มีหน้าที่สร้างความสมดุลให้โลกมนุษย์เหมือนกัน” ท่านเจ้าเพลิงตอบเพียงเท่านั้น ร่างสูงก็หายวับไป ทิ้งให้เทพแห่งแสงครุ่นคิดถึงความผิดปกติของท่านเจ้าเพลิงเพียงลำพัง 

 

ปาลิสาแต่งตัวชุดใหม่ กินข้าวเช้าเรียบร้อยแล้วก็ถูกพาตัวมาปรากฏตัวยังสถานที่แห่งหนึ่ง ซึ่งแตกต่างจากที่เธอมาก่อนหน้านี้ลิบลับ ที่นี่เต็มไปด้วยผู้คนมากมาย ไม่ต่างจากโลกมนุษย์เลยสักนิด ถ้าจะต่างก็คงจะเป็นที่พวกเขานั้นมีพลังเวทย์จนน่าตื่นตาตื่นใจ 

“ที่นี่คือที่ไหน?” หญิงสาวหันไปถามร่างสูงข้าง ๆ ท่านเจ้าเพลิงถอนสายตาจากเทพระดับล่างมามองหญิงสาว 

“หมู่บ้านของเทพ” 

“หมู่บ้าน? เทพก็มีหมู่บ้านด้วยเหรอ?” หญิงสาวกะพริบตาปริบ ๆ เธอคิดว่ามีแค่พวกที่เห็นเสียอีก 

“โลกราชันย์ก็ไม่ต่างจากโลกมนุษย์หรอก” ร่างสูงของเทพสายลมปรากฏตัวขึ้น ปาลิสาตกใจจนผงะถอยหลังไปชนร่างสูงของท่านเจ้าเพลิง 

“ตกใจหมด” หญิงสาวยกมือทาบอก ขณะที่เทพสายลมอมยิ้มชอบใจกับสีหน้าตาตื่นของเธอ 

“ข้าทำเจ้าตกใจหรือ?” 

“ท่านอย่าปรากฏแบบนี้สิ ฉันตกใจนะ” 

“เจ้าควรทำตัวให้ชินนะ หรือว่าท่านเจ้าเพลิงไม่ปรากฏตัวต่อหน้าเจ้า?” เทพสายลมเอ่ยแซวพลางเหล่มองท่านเจ้าเพลิง 

“ถ้าเจ้ายังพูดไม่หยุด ข้าจะส่งเจ้าไปดูแลชายแดนตะวันออกแทนเทพแห่งแสง” ท่านเจ้าเพลิงหรี่ตามองเทพสายลม อีกฝ่ายอมยิ้มไม่สะทกสะท้านก่อนจะเดินเข้ามาหาปาลิสา 

“ให้ข้าพาเจ้าเดินชมเมืองดีหรือไม่? 

“ค่ะ” ปาลิสาพยักหน้าทันที เธออยากเดินชมเมืองเหมือนกัน อยากรู้ว่าจะเหมือนโลกมนุษย์แค่ไหน 

เทพสายลมยื่นมือมาตรงหน้า ปาลิสากำลังจะยื่นมือไปจับอย่างลืมตัวแต่อยู่ ๆ ก็มีลูกไฟเล็กพุ่งเข้าใส่จนเธอชักมือกลับแทบไม่ทัน หญิงสาวกะพริบตาปริบ ๆ ขณะที่เทพสายลมหันไปมองท่านเจ้าเพลิงแล้วยิ้มมุมปาก 

“ท่านหวงหรือ?”  

“นางมากับข้า” ท่านเจ้าเพลิงตอบเสียงสะบัดก่อนจะพุ่งเข้าไปโอบเอวปาลิสาและพาหายตัวลงไปในหมู่บ้านภายในพริบตา เทพสายลมอมยิ้มออกมาแล้วถอนหายใจเบา ๆ ก่อนจะหันไปพูดกับองครักษ์ของท่านเจ้าเพลิง 

“ข้าว่าท่านเจ้าเพลิงคงจะรักมนุษย์มากขึ้นแล้วล่ะ” 

องครักษ์หนุ่มไม่ได้ตอบอะไร แต่ในหัวกำลังนึกถึงภาพในห้องนอนของท่านเจ้าเพลิงก่อนหน้านี้ เขาเห็นเต็มสองตาว่าท่านเจ้าเพลิงกำลังจูบนัวเนียมนุษย์สาวอยู่บนเตียงนอน ซึ่งนั่นไม่ใช่นิสัยปกติของท่านเจ้าเพลิงที่เขารู้จักเลยสักนิด 

“แต่ว่านั่นมันผิดกฎ ท่านจะหลงรักมนุษย์ไม่ได้” เทพสายลมปรับสีหน้าเป็นจริงจังขึ้นแล้วถอนหายใจออกมาพลางพึมพำเสียงแผ่วเบา 

 

เทพสายลมกับองครักษ์หนุ่มเดินตามร่างสูงของท่านเจ้าเพลิงกับมนุษย์สาวเที่ยวในตลาดของหมู่บ้านเทพเงียบ ๆ ขณะที่ปาลิสานั้นแทบหลงลืมไปว่าตอนนี้เธอไม่ได้อยู่โลกมนุษย์อีกแล้ว 

ทุกอย่างที่นี่ไม่ต่างจากโลกมนุษย์เลยสักนิด หนำซ้ำเหล่าเทพระดับล่างยังทักทายท่านเจ้าเพลิงและเทพสายลมอย่างคุ้นชินกันเป็นอย่างดีอีกด้วย 

“ท่านเทพสายลม ไม่เจอท่านนาน” เทพระดับล่างทักทายเทพสายลมขณะเดินผ่านร้านเครื่องดื่มสาเกที่เทพสายลมมักจะมานั่งดื่มกับเทพแห่งแสงเป็นประจำ 

“โลกมนุษย์เข้าสู่ฤดูมรสุมแล้ว ข้าต้องทำหน้าที่ ไม่มีเวลามาดื่มสักหรอก” เทพสายลมตอบยิ้ม ๆ ปาลิสาที่ยืนฟังอยู่ข้าง ๆ หันไปมองเทพสายลมทันที 

“ฤดูมรสุมในโลกมนุษย์ ท่านทำอะไรเหรอ?” หญิงสาวถามอย่างสงสัย หรือว่าพายุที่โถมใส่ในช่วงฤดูมรสุมรุนแรงทั่วโลกจะเป็นฝีมือของเทพสายลม 

“ก็ทำหน้าที่สร้างความสมดุลของข้าไง” 

“สร้างความสมดุลตรงไหนกัน ท่านทำลายล้างชัด ๆ มรสุมมาทีไร บ้านพัง น้ำท่วมทุกที” หญิงสาวสวนกลับแทบจะทันควัน คิ้วเข้มของเทพสายลมยกขึ้นสูงนิด ๆ ก่อนจะหัวเราะออกมาเบา ๆ 

“น้ำท่วมเป็นฝีมือของเทพสายน้ำต่างหาก ไม่ใช่ข้า” 

“พวกท่าน!” หญิงสาวชี้นิ้วใส่ร่างสูงก่อนจะสูดลมหายใจเข้าปอดลึก ๆ  

“แล้วที่แห้งแล้ง แดดจัดนั่นเป็นฝีมือของใคร?” 

“เทพแห่งแสงอย่างไรเล่า” 

“แบบนี้มันเหมือนกับพวกท่านกำลังรังแกมนุษย์อยู่ชัด ๆ” หญิงสาวแยกเขี้ยวใส่แต่เทพสายลมไม่ได้มีสีหน้าโกรธเคืองอะไร เขาทำเพียงยิ้มน้อย ๆ แล้วเอื้อมมือไปรับแก้วสาเกจากพ่อค้าเทพมาถือเอาไว้ 

“พวกข้าไม่ได้รังแกโลกมนุษย์หรอก พวกข้าแค่ให้สายลม ให้ความร่มเย็น ให้สายน้ำ พวกเจ้าจะได้ดื่มกิน ให้แสงแดด เพื่อพวกเจ้าจะได้อบอุ่นและมองเห็น ส่วนเรื่องความรุนแรงนั้น ไม่ได้เกิดจากพวกข้า แต่เป็นเพราะโลกมนุษย์สร้างความผันผวนให้มันเกิดขึ้นเอง วัฏจักรบอกเอาไว้ว่าเมื่อได้รับ ถ้าไม่รักษาก็จะถูกทำลาย” เทพสายลมอธิบายแล้วยื่นแก้วสาเกในมือมาให้หญิงสาว 

“เจ้าจะลองดื่มดูหน่อยมั้ย?” 

“ฉันดื่มได้ด้วยเหรอ?” หญิงสาวถามตาปริบ ๆ 

“ไม่ได้” แต่กลับมีเสียงตอบกลับมาจากร่างสูงที่ยืนอยู่ข้าง ๆ ท่านเจ้าเพลิงตวัดสายตามองเทพสายลมด้วยสายตาไม่ชอบใจ 

“โลกมนุษย์ไม่มีใครรู้หรอกนะว่าดินน้ำลมไฟเกิดจากอะไร พวกเขาก็แค่ใช้ชีวิต สิ่งที่สำคัญกับพวกเรามากที่สุด นอกจากลมหายใจแล้วก็คงคือเงินทองนั่นแหละ ถ้าไม่มีเงินทองพวกเราก็เหมือนอดตาย ไม่ได้มีเวทย์จะเสกอะไรก็ได้อย่างพวกท่าน” หญิงสาวตอบพึมพำพลางรู้สึกผิดในเรื่องที่เทพสายลมบอก 

นั่นเป็นเหตุผลหลัก ๆ ที่ทำให้ท่านเจ้าเพลิงเกลียดมนุษย์หรือเปล่า 

“พวกท่านให้ชีวิตพวกเราเหรอ?” หญิงสาวเงยหน้ามองเทพหนุ่มทั้งสองแล้วถามเสียงอ่อย ท่านเจ้าเพลิงถอนหายใจออกมาแล้วเริ่มพูดขึ้นบ้าง 

“ข้าให้ไฟพวกเจ้าเพื่อให้พวกเจ้าได้ใช้ยามค่ำคืน แต่พวกเจ้ากลับใช้มันเผาทำลายในสิ่งที่ไม่ควรทำ เทพสายลมให้อากาศ สายลมกับพวกเจ้า แต่พวกเจ้าก็ทำลาย สร้างสิ่งแปลกปลอม มลพิษจนพังย่อยยับ เทพสายน้ำให้สายน้ำให้พวกเจ้าเพื่อให้ได้ดื่มกิน แต่พวกเจ้ากลับทิ้งทุกอย่างลงในสายน้ำ สัตว์น้ำทั้งหลายของเจ้าสมุทรต้องเสียชีวิตเพราะความมักง่ายของพวกเจ้า เทพแห่งแสงดูแลให้ความอบอุ่นเพื่อให้ชีวิตได้เติบโต แต่พวกเจ้าก็ทำลายความอบอุ่นนั้นด้วยไฟที่เผาผลาญ ทุกอย่างเสียสมดุล โลกมนุษย์แปรเปลี่ยนไปตามที่พวกเจ้าได้กระทำ” ท่านเจ้าเพลิงหรี่ตาลงหลังจากพูดจบ ปาลิสาถึงขั้นเงียบกริบ พูดอะไรต่อไม่ได้อีกเลย หญิงสาวยกมือจับหน้าผากตัวเองด้วยสีหน้าไม่สู้ดีนัก 

“ฉันรู้เรื่องนั้นดี แต่หลายคนบนโลกมนุษย์ก็พยายามที่จะแก้ไข” 

“แต่ก็ยังมีอีกมากที่ไม่คิดจะสนใจและยังคงเดินหน้าทำลายล้างต่อไปเพียงเพื่อแลกกับกิเลสที่พวกเจ้ามี” ท่านเจ้าเพลิงสวนกลับอีกครั้ง แต่ครั้งนี้เทพสายลมเอ่ยปากห้าม 

“เอาเถอะ ท่านอย่าดุนางนักเลย ถึงอย่างไร พวกเราก็ยังต้องทำหน้าที่ต่อไป ถึงแม้พวกเราจะมองเห็นอีกด้านหนึ่งแต่ก็ไม่สามารถแก้ไขอะไรได้เพราะสิ่งนั้นเกิดขึ้นจากการกระทำของมนุษย์เอง ถ้าหากอยากเปลี่ยนแปลง เหล่ามนุษย์จะต้องเปลี่ยนแปลงด้วยตัวเอง” ประโยคหลังเทพสายลมหันมายิ้มให้หญิงสาว ปาลิสายิ้มตอบกลับแห้ง ๆ 

เธอรู้ดีถึงเรื่องภัยพิบัติต่าง ๆ บนโลกมนุษย์นั้นมันเกิดขึ้นจากตัวมนุษย์เอง ยกเว้นก็แต่ภัยพิบัติที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ 

 

“อย่าทำหน้าเสียใจแบบนั้นเลย ข้าเข้าใจว่าไม่ใช่มนุษย์ทุกคนที่ทำลายล้างหรอก โลกราชันย์นี้ก็เหมือนกัน เทพก็มีทั้งด้านดีและไม่ดี มนุษย์เองก็เหมือนกัน เพียงแต่ท่านเจ้าเพลิงนั้นมักจะมองด้านร้ายของมนุษย์ไปสักหน่อย” เทพสายลมเห็นสีหน้าไม่สู้ดีของปาลิสาก็เอ่ยปลอบ แต่ประโยคหลังหันไปเหล่มองร่างสูงของท่านเจ้าเพลิง อีกฝ่ายก็เหล่มองกลับเหมือนกันแต่ครั้งนี้ท่านเจ้าเพลิงไม่ได้ตอบโต้กลับมา ทำเพียงสะบัดหน้าหนีเท่านั้น 

ซึ่งนั่นทำให้เทพสายลมก็ยกคิ้วขึ้นสูงอย่างสงสัย ดูเหมือนว่าเขาจะมองไม่ผิดจริง ๆ หัวใจแกร่งของท่านเจ้าเพลิงผู้นี้กำลังแปรเปลี่ยนไป 

เทพสายลมพาปาลิสาไปกินจนมอร่อย ๆ ซึ่งเธอไม่รู้จักจนหญิงสาวหลงลืมเรื่องหดหู่ใจเมื่อกี้ไป ท่าทางร่าเริงยิ้มไม่หุบและกินทุกอย่างที่ขวางหน้าของมนุษย์สาวตกอยู่ในสายตาของท่านเจ้าเพลิงตลอดเวลา 

นัยน์ตาคมกริบจ้องมองร่างบางที่ถือขนมไว้ทั้งสองมือ จากที่พูดคุยก่อนหน้านี้ เขาคิดว่าเธอจะโวยวายใส่เขาที่เขาพูดจาให้ร้ายมนุษย์ แต่หญิงสาวกับก้มหน้ายอมรับมัน  

“ท่านไม่กินเหรอ? ขนมนี่อร่อยจัง ว่าแต่พวกท่านจ่ายเงินยังไง?” หญิงสาวหันมาชวนท่านเจ้าเพลิงคุยแล้วหันซ้ายหันขวาสีหน้าสงสัย ขณะที่ท่านเจ้าเพลิงกะพริบตาถี่ ๆ เรียกสติตัวเองกลับคืนมา 

“พวกข้าใช้ไข่มุกมังกรแทนเงินในโลกมนุษย์” เทพสายลมเป็นคนตอบแทนแล้วหยิบไข่มุกเม็ดเล็กเรืองแสงออกมาวางบนฝ่ามือ 

ปาลิสาก้มลงมองอย่างสนใจแล้วทำตาโต มีของแบบนี้อยู่ด้วยเหรอ? หญิงสาวทำหน้าครุ่นคิด 

“ฉันคิดว่าพวกท่านแค่ใช้เวทย์แทนเงินเสียอีก เป็นเทพต้องใช้ของแลกด้วยเหรอ?” 

“จักรวาลนี้มีโลกสี่โลกที่อยู่ต่างมิติกัน โลกสวรรค์ โลกมาร โลกราชันย์และโลกมนุษย์ ทั้งสี่โลกมีเรื่องราวและวิถีการดำเนินชีวิตของตัวเอง เพียงแต่โลกราชันย์นั้นมีหน้าที่สร้างความสมดุลให้โลกมนุษย์เท่านั้น” เทพสายลมอธิบาย เขาคิดว่าท่านเจ้าเพลิงคงไม่ได้อธิบายเรื่องเหล่านี้กับนาง 

ปาลิสายิ้มออกมา เธอไม่คิดว่ามันจะมีเรื่องแบบนี้อยู่จริง ๆ หญิงสาวทำหน้าครุ่นคิดแล้วสงสัยว่าโลกมนุษย์ที่เธออยู่นั้นได้รับการปกป้องอย่างดีเชียวล่ะ 

“แย่แล้วท่านเจ้าเพลิง! ท่านเจ้าเพลิงช่วยพวกข้าด้วย” จากนั้นก็มีเสียงโวยวายดังขึ้น เทพระดับล่างต่างวิ่งกรูกันเข้ามาหาท่านเจ้าเพลิง องครักษ์หนุ่มรีบพาตัวเองไปยืนขวางเอาไว้ 

“เกิดเรื่องอะไรขึ้น พวกเจ้าถึงมารบกวนท่านเจ้าเพลิง” องครักษ์หนุ่มตวัดสายตาถามเสียงดุดัน ปาลิสาก็ตกใจกลัวเหมือนกัน แต่เธอถูกเทพสายลมขยับมายืนบังเอาไว้อย่างปกป้อง 

ถึงแม้ที่นี่จะเป็นโลกของเทพ แต่โลกราชันย์นั้นอันตรายรอบด้าน โลกราชันย์เป็นโลกที่คาบเกี่ยวระหว่างความดีและความชั่วร้าย ไม่ได้ดีบริสุทธิ์เหมือนโลกสวรรค์และไม่ได้ชั่วร้ายเหมือนโลกมาร 

“อาหารของพวกข้าถูกแช่แข็งจนหมด แม่น้ำลำธารกลายเป็นน้ำแข็งจนไม่สามารดื่มกินได้” คำบอกเล่าของเทพระดับล่างทำให้ท่านเจ้าเพลิงต้องย่นคิ้วเข้าหากัน 

“กลายเป็นน้ำแข็งหรือ?” 

“โอรสสวรรค์ลงมาที่นี่และสร้างความปั่นป่วนเอาไว้ พวกข้าไม่รู้จะทำอย่างไรดี ท่านเจ้าเพลิงโปรดช่วยพวกข้าด้วย” 

“โอรสสวรรค์!” ม่านตาท่านเจ้าเพลิงขยายออกจากกันทันที ปาลิสาเห็นสีหน้าของเขาเปลี่ยนไปแต่เธอไม่รู้ว่าโอรสสวรรค์ที่พูดถึงนั้นคือใคร 

“ใครคือโอรสสวรรค์เหรอ?” หญิงสาวหันไปถามเทพสายลม แต่สีหน้าของเทพสายลมก็ไม่ได้ต่างจากท่านเจ้าเพลิงเท่าไหร่นักแต่ก่อนที่เทพสายลมจะตอบ คำสั่งก็ดังมาจากท่านเจ้าเพลิงเสียก่อน 

“พานางกลับไปก่อน” 

“แต่ท่านจะไปเผชิญหน้ากับโอรสสวรรค์เพียงลำพังไม่ได้ ถึงแม้พลังท่านจะแข็งแกร่งที่สุด แต่ไม่ใช่กับโอรสสวรรค์” เทพสายลมเอ่ยเตือน ในจักรวาลนี้ท่านเจ้าเพลิงมีพลังแข็งแกร่งที่สุดก็จริง แต่ก็ยังมีจุดอ่อนบางอย่าง 

นั่นก็คือโอรสสวรรค์ผู้นี้ เทพแห่งความเย็น เทพหิมะซึ่งเกิดบนโลกสวรรค์ มีพลังสูสีกับท่านเจ้าเพลิงและมักจะปะทะฝีมือกันเสมอ ผลของการต่อสู้ถึงจะไม่รู้ผลแพ้หรือชนะ แต่ว่าทุกครั้งท่านเจ้าเพลิงจะบาดเจ็บกลับมา 

“พานางกลับไป ข้าจัดการเองได้” ท่านเจ้าเพลิงยังยืนยันคำเดิมก่อนจะหายตัวไปทันทีท่ามกลางสีหน้าไม่สู้ดีของเทพสายลม 

องครักษ์หนุ่มมีหน้าที่ดูแลท่านเจ้าเพลิง เขาจึงต้องหายตัวไปพร้อมกันทิ้งปาลิสาเอาไว้กับเทพสายลมเพียงลำพัง 

เทพสายลมนั้นลังเลจนเห็นได้ชัด ตอนนี้เทพแห่งแสงยังคงบาดเจ็บจากการต่อสู้กับกบฏสวรรค์ เทพสายน้ำอยู่ในช่วงบำเพ็ญเพียร ตอนนี้เหลือเพียงเทพสายลมที่จะสามารถช่วยเหลือท่านเจ้าเพลิงได้ 

“ข้าจะพาเจ้ากลับตำหนักท่านเจ้าเพลิงก่อน” 

“ไม่ต้องหรอก ตามท่านเจ้าเพลิงไปก็ได้ ฉันสัญญาว่าจะซ่อนตัว ไม่เข้าไปรบกวนพวกท่านแน่” ปาลิสาส่ายหน้า เธอเห็นสีหน้าเป็นกังวลของเทพสายลมจนรู้สึกผิดปกติและเป็นห่วงท่านเจ้าเพลิงมาก เธอไม่อยากให้เทพสายลมเสียเวลาพาเธอไปส่งที่ตำหนักท่านเทพ 

เทพสายลมเลือกที่จะพาปาลิสาไปด้วย หญิงสาวถูกพาหายตัวไปปรากฏตัวที่แม่น้ำใหญ่กว้างไพศาลสุดลูกหูลูกตา เพียงแต่แม่น้ำตอนนี้กลายเป็นน้ำแข็งไปทั้งหมดและมีเกล็ดหิมะตกลงมาจากบนท้องฟ้า 

“นั่นคือ…..” หญิงสาวถามอึ้ง ๆ ขณะจ้องมองร่างสูงสง่าในชุดนักรบสีขาวบริสุทธิ์ลอยตัวอยู่เหนือแม่น้ำ 

“นั่นคือโอรสสวรรค์ หรือเทพแห่งความเย็น หิมะที่เกิดขึ้นบนโลกมนุษย์นั้นเป็นเพราะโอรสสวรรค์ผู้นี้” 

“เทพแห่งความเย็น? คือเทพบนสวรรค์เหรอ? ทำไมถึงไม่อยู่บนโลกนี้ล่ะ?” หญิงสาวถามอย่างสงสัย 

“โอรสสวรรค์เป็นบุตรของธิดาบนสวรรค์กับเทพหิมะ พวกเขาเป็นเทพที่มีคุณงามความดีที่บริสุทธิ์” เทพสายลมอธิบายขณะที่สายตาจ้องมองท่านเจ้าเพลิงที่กำลังยืนเผชิญหน้ากับโอรสสวรรค์อย่างเป็นห่วง 

“ไม่ได้พบกันนานเลยนะ ท่านพี่” โอรสสวรรค์เอ่ยทักทายก่อนด้วยรอยยิ้มเล็ก ๆ บนมุมปาก แต่คำว่าท่านพี่ที่หลุดออกมานั้นทำให้ท่านเจ้าเพลิงต้องหรี่ตาลง 

“เจ้ากำลังก่อกวนโลกราชันย์ รู้ตัวหรือไม่?” 

“ข้าก็แค่มาพาตัวกบฏสวรรค์กลับไป ไม่อย่างนั้นกบฏสวรรค์คงถูกท่านพี่เผาตายเป็นแน่” ดวงตาสีครามอ่อนจ้องมองนัยน์ตาคมกริบของท่านเจ้าเพลิงด้วยแววตาที่อ่านไม่ออก 

“ท่านพี่? หรือว่าโอรสสวรรค์จะเป็น…” ปาลิสาได้ยินก็ทำตาโต เธอหันไปมองเทพสายลมทันที เทพสายลมพยักหน้าช้า ๆ 

“ใช่ โอรสสวรรค์เป็นน้องชายต่างบิดาของท่านเจ้าเพลิง”  

ปาลิสาอ้าปากค้าง ทั้งสองคนเป็นพี่น้องกันหรอกหรือ แต่ทำไมคนพี่ถึงได้ดูดุดันและมืดมิดนัก ส่วนคนน้องสว่างไสวขนาดนั้น 

“ในเมื่อได้ตัวกบฏสวรรค์แล้ว เจ้าก็ควรกลับไป” 

“ข้ากลับแน่ แต่ว่าข้ารู้มาว่ากบฏสวรรค์บุกรุกชายแดนโลกราชันย์ กล้าหาญต่อกรกับพลังเพลิงของท่านพี่เพียงเพื่อชิงตัวมนุษย์จากโลกมนุษย์ นางจะเป็นผู้เปิดประตูนรกจริง ๆ หรือ?” โอรสสวรรค์พูดจบก็ตวัดสายตามองมาที่ปาลิสา หญิงสาวสะดุ้งเฮือก รับรู้ถึงความเย็นของน้ำแข็งจนตัวสั่น 

เทพสายลมขยับตัวบังหญิงสาวเอาไว้ขณะที่ท่านเจ้าเพลิงหันกลับมามองด้วยแววตาโกรธเกรี้ยว 

“ข้าสั่งให้เจ้าพานางกลับไป!” 

“ฉันขอตามมาเอง” ปาลิสารีบโผล่หน้าออกมาปกป้องเทพสายลม จากนั้นก็ได้ยินเสียงหัวเราะของโอรสสวรรค์ 

“จริงอย่างที่ล่ำลือกัน ท่านพี่จงชังมนุษย์ เหตุใดถึงออกอาการปกป้องนางขนาดนั้นกันเล่า” 

“ข้าได้รับคำสั่งให้ปกป้องนาง ถ้าเจ้าไม่มีธุระอะไรก็กลับไปโลกสวรรค์ของเจ้าได้แล้ว” ท่านเจ้าเพลิงตวาดกลับก่อนจะปล่อยไอเพลิงร้อนลูกหนึ่งออกไปยังแม่น้ำ 

น้ำแข็งเริ่มละลายออกช้า ๆ จนกระทั่งน้ำกลับมาไหลรินอีกครั้ง โอรสสวรรค์หลุบตามองสายน้ำอึดใจก่อนจะหายตัวลงมายืนบนพื้นตรงหน้าร่างสูงของท่านเจ้าเพลิง 

“ท่านพี่จะไม่เปิดโอกาสให้ข้าได้ทำความรู้จักกับนางก่อนหรือ นางมีความพิเศษถึงได้มาอยู่บนโลกราชันย์นี้ได้ นั่นทำให้ข้าสนใจนางมาก” โอรสสวรรค์พูดจบเพียงเสี้ยววินาที เกล็ดหิมะแหลม ๆ ก็พุ่งเข้าใส่ร่างของท่านเจ้าเพลิงภายในพริบตา 

แต่ท่านเจ้าเพลิงเตรียมรับมือเอาไว้แล้ว ร่างสูงหายวับไปก่อนที่เกล็ดหิมะจะพุ่งเข้ามาถึง โอรสสวรรค์หายตัวตามไปแต่ไปปรากฏตัวตรงหน้าเทพสายลม ทั้งสองคนต่อสู้กันไม่นาน เทพสายลมก็พลาดท่าเปิดโอกาสให้โอรสวรรค์ชิงตัวมนุษย์สาวไป 

มือหนาเย็นเฉียบคว้าข้อมือเล็กได้เพียงไม่นาน เขาก็ต้องผละออกเพราะลูกไฟลูกหนึ่งพุ่งเข้าใส่ ปาลิสาตกใจจนตัวสั่น แต่เธอกลับร้องไม่ออก ได้แต่ยืนมองท่านเจ้าเพลิงกับโอรสวรรค์ต่อสู้กันอยู่บนอากาศ 

“หยุดนะ….” หญิงสาวพึมพำออกมา แววตาเหม่อลอย หัวสมองของเธอเริ่มไม่รับรู้อะไรอีก มีเพียงปากเล็กที่ขยับแผ่วเบา 

“อย่าทำร้ายเขา หยุดนะ….” 

“น้ำหอม!” เทพสายลมเห็นความผิดปกติของเธอจึงเข้ามาหา ม่านตาเขาขยายออกจากกันอย่างตกใจเมื่อเห็นไอดำทะมึนปรากฏรอบตัวของเธอ 

“หยุด….” หญิงสาวยังคงพึมพำไม่รู้เรื่อง จนกระทั่งท่านเจ้าเพลิงรับรู้ได้ นัยน์ตาคมกริบเบิกกว้าง กลั้นใจปล่อยพลังเพลิงเข้าใส่ร่างโอรสสวรรค์เพื่อเปิดทางแล้วหายตัวมาหาปาลิสา 

“มันเกิดอะไรขึ้น ทำไมนางถึง…” เทพสายลมถามเสียงเบาหวิว ท่านเจ้าเพลิงกลืนน้ำลายลงคออึกใหญ่ 

“พลังของนางกำลังจะตื่น!” 

“นั่นน่ะหรือ พลังด้านมืดที่จะเปิดประตูนรก” โอรสสวรรค์หรี่ตาลงเมื่อเห็นไอดำพุ่งออกมาจากร่างมนุษย์สาว 

เขาเคยได้ยินมาบ้างจากโลกสวรรค์ว่าเมื่อหลายพันปีก่อนมีเทพธิดาสาวตนหนึ่ง ยอมเสียสละอายุขัยของตัวบนโลกสวรรค์ปิดกั้นอำนาจมืด พลังแห่งการทำลายล้างทำปวงเอาไว้กับตัวเองและลงไปเกิดบนโลกมนุษย์ 

ตอนนี้ถึงเวลาที่พลังนั้นจะตื่นขึ้นมาแล้ว ถ้าหากพลังนี้เปิดประตูนรกได้ ไม่ใช่เพียงโลกมนุษย์ที่จะเกิดภัยพิบัติและถูกทำลายจนย่อยยับแต่โลกสวรรค์และโลกราชันย์จะถูกประตูนรกกลืนกินเข้าไปทั้งหมด 

เดิมทีพลังในตัวนางจะต้องหายไปอีกครั้งหลังจากตื่นด้วยการเสียสละอายุขัยของนางอีกครั้ง 

“น้ำหอม! เจ้าได้ยินข้าหรือไม่?” ท่านเจ้าเพลิงพยายามเรียกเธอ แต่หญิงสาวไม่ได้ยินอะไรอีกแล้ว ในหัวของเธอมีภาพบางอย่างเกิดขึ้น ภาพในอดีตที่เธอไม่เคยเห็น 

“ไม่! หยุด! กรี๊ด!!!!” หญิงสาวกรีดร้องออกมาพร้อม ๆ กับไอดำพุ่งออกมากระแทกร่างท่านเจ้าเพลิงกับเทพสายลมจนกระเด็นออกมา 

ม่านตาโอรสสวรรค์ขยายออกจากกันด้วยความตกใจ พลังมหาศาลถึงขนาดทำให้ท่านเจ้าเพลิงผู้นั้นกระเด็นออกมาได้ มันไม่น่าอยู่ในตัวมนุษย์สาวตัวเล็ก ๆ เพียงนี้ได้เลย 

ท่านเจ้าเพลิงกัดฟันลุกขึ้นยืนก่อนจะรวบรวมพลังไอเพลิงเพื่อควบคุมเธอ ร่างหญิงสาวถูกห่อหุ้มไปด้วยไอเพลิงร้อนแต่เธอยังกรีดร้องออกมาอย่างเจ็บปวด เพียงไม่นานไอดำก็ถูกดูดกลับเข้าไปในตัวเธออีกครั้งก่อนที่เธอจะทรุดฮวบลงไปกองกับพื้นและหมดสติไป 

“น้ำหอม!” ท่านเจ้าเพลิงพุ่งตัวไปประคองเธอให้ลุกขึ้น จ้องมองใบหน้าไร้สติแน่นิ่งด้วยแววตาเป็นกังวล  

“ท่านต้องฆ่านาง!” โอรสสวรรค์พูดขึ้น ท่านเจ้าเพลิงตวัดสายตามองโอรสสวรรค์ด้วยแววตาโกรธเกรี้ยว จากนั้นก็พุ่งลูกไฟขนาดใหญ่ใส่หน้าท้องโอรสสวรรค์จนกระเด็นออกไป 

“หุบปากของเจ้าซะ! ถ้าไม่อยากถูกเผาจนมอดไหม้!”  

“โชคชะตานี้ไม่สามารถแก้ไขได้ ร่างกายของนางมีเพื่อเก็บพลังด้านมืดเอาไว้ นางจะต้องเสียสละอายุขัยและจากไปเหมือนหลายพันปีก่อน ถ้าไม่อย่างนั้น หายนะจะเกิดขึ้น” 

“ข้าไม่ใช่บริวารของเจ้า! ไม่ต้องมาสอนข้า! กลับโลกของเจ้าไปซะ!” ท่านเจ้าเพลิงคำรามดังลั่นแล้วซ้อนอุ้มร่างบางขึ้น เทพสายลมสะบัดสะบอมเล็กน้อย แต่ก่อนที่ทั้งคู่จะหายตัวไป ท่านเจ้าเพลิงก็หันมาหรี่ตามองโอรสสวรรค์อีกครั้ง 

“ข้าขอเตือน ไม่ว่าโลกสวรรค์หรือโลกมาร ใครหน้าไหนกล้าแตะต้องนาง ข้าจะฆ่าพวกเจ้าให้หมด!”  

ความคิดเห็น