นิยายถูกใจอย่าลืมให้ดาวเป็นกำลังใจกันนะคะ^^

ความหลังครั้งอดีต 1

ชื่อตอน : ความหลังครั้งอดีต 1

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 257

ความคิดเห็น : 1

ปรับปรุงล่าสุด : 06 ส.ค. 2563 12:26 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ความหลังครั้งอดีต 1
แบบอักษร

ยามที่หยางหลิงลู่ลืมตาตื่นขึ้นมาอีกครั้ง นางก็พบว่าได้กลับมาอยู่บนเตียงในห้องนอนของตนเองแล้ว และอวี่เหวินจิ้งก็นอนอยู่ข้างกาย กอดนางไว้ ให้นางใช้หน้าอกเขาต่างหมอนหนุน ความเจ็บปวดเจียนตายนั้นไม่มีอีกแล้ว ที่หน้าท้องของนางมีบางสิ่งซึ่งอุ่นร้อนทาบอยู่ ไออุ่นนั้นแผ่กระจายออก แล้วก็หมุนวนอยู่ภายใน ทำให้นางรู้สึกสบายตัวยิ่ง พอสัมผัสดูจึงพบว่าเป็นมือของสามีที่อุ่นระอุราวกับเตาอุ่นมือใบหนึ่ง

“อยู่นิ่ง ๆ อย่าขยับ” เขาสั่งนางด้วยน้ำเสียงดุเข้ม

“ท่านทำอะไร” หยางหลิงลู่ไม่กล้าขยับตัวทำอะไรวุ่นวายอีก แต่ปากก็ยังอดถามออกไปไม่ได้

“จื่อหลิงให้ข้าใช้ปราณเก้าตะวันช่วยรักษาอาการป่วยให้เจ้า”

“นี่ช่างเหมือนกระเป๋าน้ำร้อนที่เสี่ยวหนูให้ข้ากอดไว้ทุกครั้งที่ข้าปวดท้อง แต่กระเป๋าน้ำร้อนนั้น ประเดี๋ยวเดียวก็เย็นหมดแล้ว”

“ดีกว่ามากใช่หรือไม่ ตอนนี้สามีเจ้าก็กลายเป็นกระเป๋าน้ำร้อนส่วนตัวให้เจ้าแล้ว วิชาปราณเก้าตะวันประหารฟ้าของตระกูลอวี่เหวิน ที่ปกติเอาไว้สังหารคน ก็กลายเป็นยารักษาโรคไปแล้วเช่นกัน” คราวนี้กังวานเสียงกลับเจือด้วยความขบขันขึ้นมาเสียอย่างนั้น

อวี่เหวินจิ้งอยากหัวเราะออกมาดัง ๆ ดีที่รักษานางได้ครบตามเวลาแล้ว เขาจึงระงับพลังปราณเก้าตะวัน แต่ฝ่ามือก็ยังคงนวดวนบริเวณแผ่นท้องแบนราบของนางอย่างนุ่มนวล

ผิวที่เนียนลื่นของหยางหลิงลู่ยังคงให้สัมผัสอันเพลิดเพลิน ปลุกเร้าอารมณ์ให้พลุ่งพล่านได้อย่างยอดเยี่ยมเช่นเคย นี่หากไม่ใช่เพราะฟู่จื่อหลิงทำหน้าขึงขัง กำชับเขาซ้ำแล้วซ้ำอีก ว่าห้ามร่วมหอกับนางในช่วงนี้เด็ดขาด เขาคงกลืนนางลงท้องไปอีกรอบแล้ว ยามนี้จึงทำได้เพียงพยายามข่มใจไว้เท่านั้น

“อาจิ้ง ลูก... แล้วลูกของพวกเราเล่า... ข้าเสียเขาไปแล้วเช่นนั้นหรือ...” พอคิดทบทวนว่าเกิดอะไรขึ้นก่อนหน้า หยางหลิงลู่ก็น้ำตาปริ่มเบ้าขึ้นมาทันที

“ใช่ที่ไหนเล่า นั่นเป็นเสี่ยวซูของเจ้าพูดจาเหลวไหลไปเอง ช่างไร้สาระสิ้นดี หากข้าเจอเขาอีก จะซัดให้หลายหมัด โทษฐานที่ทำให้ท่านอาผู้นี้ตกใจจนขวัญบิน... เฮ้อ... ดีนะที่เจ้าไม่ได้ตั้งครรภ์จริง ๆ หาไม่แล้ว ข้าคงได้ล้างตระกูลมู่ด้วยเลือด ไม่สนใจว่าฝ่าบาทจะคิดอ่านวางแผนการอันใดอีก”

“ข้ากลัวมาก กลัวมากจริง ๆ นะอาจิ้ง ยังดีที่ลูกยังไม่มาถึง หาไม่แล้วข้าคงผิดต่อท่านยิ่งนัก” สุดท้ายนางก็ยังคงร้องไห้ออกมาอยู่ดี เพียงแต่น้ำตาที่หลั่งออกมากลับเจือไปด้วยความโล่งอก สามีจึงช่วยเช็ดน้ำตาให้นางอย่างอ่อนโยน

“นี่เป็นข้าไม่ดีเองต่างหาก เป็นข้าผิดต่อเจ้า อย่าร้องไห้อีกเลยนะ ภรรยา หากรู้แต่แรกว่าเจ้าอยากมีลูกไว ๆ ข้าคงตั้งใจ ขยันทำหน้าที่สามีให้มากกว่านี้” คำพูดปลอบโยนที่ลงท้ายกลายเป็นหยอกเย้าของเขา ส่งผลให้ภรรยารักหยุดร้องไห้ได้ทันที แล้วทุบตีเขาด้วยกำปั้นน้อย ๆ ไปทีหนึ่งอย่างไม่หนักไม่เบา แต่อีกฝ่ายมีหรือจะสะดุ้งสะเทือน

“ท่านพูดจาเหลวไหลอะไรกัน ข้าถูกผู้อื่นรังแกด้วยวาจามาทั้งวันแล้ว ท่านยังจะรังแกข้าซ้ำอีกหรือ” นางสูดจมูก เอ่ยออกมาอย่างน่าสงสาร

“ไม่พูดแล้ว ๆ สามีขอโทษเจ้าจากใจจริง เดิมทีเคยเข้าใจว่าในจวนนี้คือสถานที่ที่ปลอดภัยที่สุด สามารถปกป้องคุ้มครองเจ้าได้ ไม่คาดคิดเลยว่าศัตรูจะมาลวงเจ้าออกจากบ้านไป”

“ต่อให้ร้อยระวัง พันป้องกัน ผู้ที่มีจิตคิดร้ายย่อมจะต้องขวนขวายหาทางจนได้ ยังดีที่คนพวกนั้นไม่ใช่คนเฉลียวฉลาดอันใด และคราวนี้หวงตี้ก็ไม่ได้ทรงเพิกเฉย ปล่อยให้พวกตระกูลมู่เหิมเกริม ใช้มือปิดแผ่นฟ้าอีก มิเช่นนั้นแล้ว ชีวิตข้าคงไม่อาจรักษาเอาไว้ได้จริง ๆ แต่ที่ข้าไม่เข้าใจก็คือ เหตุใดพวกนางจึงพยายามจะเอาหูฉินจากข้าให้ได้ ถึงขนาดไม่กลัวตาย อ้างพระเสาวนีย์ไท่โฮ่วก็ยังทำไปได้”

“เหตุทั้งหมดล้วนเกิดจากสามีเจ้าผู้นี้เอง มู่ซิ่วถิง ก่อนจะเข้าวังเคยชอบพอข้ามาก่อน...” คำบอกเล่าที่ออกจากปากสามีทำให้หยางหลิงลู่ต้องดันตัวขึ้น มองหน้าเขาด้วยความแปลกใจ

“อดีตมู่หวงโฮ่วผู้นั้น...”

“ทำไม หรือไม่เชื่อ? ลู่ลู่ เจ้าไม่เห็นหรอกหรือว่าสามีเจ้าผู้นี้ ทั้งหล่อเหลา สง่างาม ทั้งยังเก่งกาจยิ่ง สามารถทำให้ทั้งบุรุษและสตรีมาหลงรักได้”

หยางหลิงลู่เห็นสามียกมุมปากยิ้มอย่างภาคภูมิแล้ว ได้แต่กะพริบตาปริบ ๆ นางควรเร่งทำตัวให้เคยชินกับความหลงตัวเองของเจ้ากังฉินใหญ่ผู้นี้ใช่หรือไม่

“ข้า... ข้ารู้แต่ว่าท่าน... น่ามองยิ่ง...” คำตอบของนางได้ผลลัพธ์เป็นเสียงหัวเราะกึกก้อง ยาวนาน ด้วยความเบิกบาน พออกพอใจของผู้เป็นสามี

“ใช่หรือไม่เล่า ข้าย่อมต้องน่ามองยิ่ง”

หยางหลิงลู่เห็นเขายักคิ้วหลิ่วตาให้ ด้วยท่าทีประหนึ่งบุรุษเจ้าสำราญที่มั่นอกมั่นใจในตัวเองแล้ว ได้แต่กลอกตาไปมา พูดอะไรไม่ออกอีก

“ท่านไปทำตัวให้ ‘น่ามองยิ่ง’ จนนางมาหลงผิดได้อย่างไร”

อวี่เหวินจิ้งมัวแต่ปลาบปลื้มใจกับถ้อยคำของภรรยาเสียจนไม่ทันฟังว่านางเจตนาใช้คำนั้นมาตั้งคำถามเขากลับ หากก็ยังเชิดหน้าผยอง เล่าให้ฟังแต่โดยดี

“ข้าเคยช่วยชีวิตนางเอาไว้ตอนที่นางยังเป็นแค่คุณหนูมู่ วันนั้นข้าติดตามฝ่าบาทไปเยี่ยมซูไท่เฟยที่ตำหนักนอกเมืองของพระนาง แต่ข้าท้องไม่ดี จึงแยกตัวออกไปเพื่อปลดทุกข์ ขากลับเดินผ่านสวน เห็นนางกับสาวใช้กำลังพายเรือเก็บดอกบัวอยู่ในบึง แต่ไม่รู้พายกันอย่างไร ทำเรือพลิกคว่ำเสียได้ ข้าจึงช่วยหิ้วตัวนางกับสาวใช้ขึ้นมาก่อนจะฉุดลากกันจมลงไป หลังจากนั้นข้าไปที่ใดก็มักจะเจอนางปรากฏขึ้นที่ตรงนั้น ตรงนี้ แล้วเข้ามาทักทายพูดคุยกับข้า... อืม... ไม่สิ... ต้องใช้คำว่าทอดสะพานให้ข้าถึงจะถูกต้องมากกว่า”

“นาง... ทอดสะพานให้ท่าน...” หยางหลิงลู่ขมวดคิ้ว นึกภาพสตรีสกุลมู่ที่หยิ่งยโสให้ท่าบุรุษไม่ออกแม้แต่น้อย

“ย่อมต้องเป็นเช่นนั้น นางถึงกับไม่ยอมเข้าวัง รับการคัดเลือกตัวเป็นสนมชายา ทั้งยังมาชวนข้าให้หนีไปกับนางอีก แต่บิดาของนาง ไหนเลยจะปล่อยตามใจบุตรีที่เขาบ่มเบาะมาเพื่อเป็นเครื่องมือสร้างฐานอำนาจโดยเฉพาะ สุดท้ายนางจึงต้องเข้าไปอยู่ในตำหนักในอยู่ดี”

“แล้วเหตุใดท่านจึงไม่หนีไปกับนางเล่า หรือรูปโฉมนางไม่ต้องใจท่าน”

อวี่เหวินจิ้งหัวเราะร่วนด้วยความขบขันกับคำถามของภรรยาตัวน้อย ที่จ้องหน้าเขาเขม็ง เพ่งเล็งจะคาดคั้นเอาความจริงออกมาให้ได้

“เป็นความจริงว่าเหล่าบุรุษที่ข้าเลี้ยงไว้ในเรือนหลังล้วนแต่มีรูปโฉมล้ำเลิศกว่านางทั้งนั้น แต่สิ่งที่ข้าไม่ชอบที่สุดก็คือสตรีไร้สามารถ โง่เขลาเบาปัญญา ทั้งยังมีบิดาเป็นจิ้งจอกเจ้าเล่ห์ ที่แย่กว่านั้น กลับเป็นอุปนิสัยหน้าไหว้หลังหลอก ปากอย่างใจอย่าง ไม่ซื่อสัตย์ต่อสามีตน แม้จะได้เป็นพระสนมขั้นผินแล้ว นางก็ยังไม่ยอมตัดใจจากข้า”

“ฝ่าบาททรงทราบเรื่องนี้หรือไม่”

“จะทรงทราบหรือไม่ข้าก็ไม่อาจรู้ได้ แต่การที่พระองค์ยังคงปฏิบัติต่อข้าเหมือนน้องชายแท้ ๆ ไว้ใจให้ข้าคุมกองทัพส่วนใหญ่ของต้าเว่ย นี่คงพอจะแสดงให้เห็นว่าทรงเชื่อใจและไว้ใจข้าอย่างแท้จริง”

“มู่ซิ่วถิงปักใจกับท่านไม่เลิกราถึงเพียงนั้น...”

“นางเห็นข้าในวังทีไร เป็นต้องแอบส่งสายตาตัดพ้อให้ทุกคราวไป มีครั้งหนึ่ง นางถึงขนาดพูดใส่หน้าข้า ว่าสิ่งที่นางไม่ได้มาครอบครอง ผู้ใดก็อย่าหวังจะได้ เหล่าสตรีที่ได้รับราชโองการให้สมรสกับข้าทุกคน ล้วนแต่ถูกนางเรียกตัวไปพบทั้งสิ้น หลังจากนั้นหากไม่ตายอนาถด้วยเหตุบังเอิญต่าง ๆ นานา ก็หาทางหลีกเลี่ยงการแต่งงานด้วยสารพัดวิธีการ เดิมทีข้าไม่ได้ใส่ใจ ทั้งยังเคยคิดว่านี่อาจเป็นไปตามคำทำนายในยามเด็ก เรื่องที่ว่าข้าจะไร้คู่ ไร้ทายาท ภายหลังให้คนไปสืบดูอย่างละเอียด จึงพบว่าล้วนมีเงื่อนงำเกี่ยวโยงไปถึงตระกูลมู่ทั้งสิ้น”

“หมายความว่านางจัดการกับผู้หญิงทุกคนที่จะได้แต่งงานกับท่านเพราะความหึงหวงหรือ”  

ความคิดเห็น