email-icon facebook-icon Twitter-icon

ตอนที่วาฬโต้คลื่นมันเจ็บบ้างมั้ยนะ

วาฬโต้คลื่น 5 หนูไม่ชอบสนามแข่งรถ [Rewrite]

ชื่อตอน : วาฬโต้คลื่น 5 หนูไม่ชอบสนามแข่งรถ [Rewrite]

คำค้น : วาฬโต้คลื่น,วาฬ,คลื่น,เปอร์,แข่งรถ,รัก,คนเถื่อนหัวใจมุ้งมิ้ง

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 821

ความคิดเห็น : 12

ปรับปรุงล่าสุด : 23 ส.ค. 2564 19:54 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
วาฬโต้คลื่น 5 หนูไม่ชอบสนามแข่งรถ [Rewrite]
แบบอักษร

วาฬโต้คลื่น 5 หนูไม่ชอบสนามแข่งรถ 

 

 

"ไม่ใช่ เจอกลางคืน"

"อีเหี้ยวาฬ มึงไปทำอะไรที่สระกับเฮียคลื่นตอนกลางคืนวะ!!! "

เมื่อได้ยินคำตอบจากฉัน ทั้งโน่และจิ๊บก็แหกปากถามดังลั่นจนคนที่นั่งข้าง ๆ หันมามองแรงใส่อีกครั้ง และเดาว่าคนเขาคงรู้กันหมดแล้วว่าพวกเราคุยกันถึงเรื่องอะไรอยู่

ความลงความลับอะไร วาฬไม่เคยมีโอกาสได้รู้จักเลยตั้งแต่สนิทสนมกับเพื่อนที่มีกระบอกเสียงราวกับหอกระจายข่าว

"ก็รู้ตัวว่าสร้อยหายตอนกลางคืนไง เลยรีบกลับไปที่สระ แอบลุงยามแทบตายกว่าจะเข้าไปในสระได้แต่แม่งไปเจอกับหัวเขียวกำลังว่ายน้ำอยู่พอดี เขาคงเจอสร้อยกูตกอยู่ใต้สระก่อนหน้านั้นเลยจิ๊กมาเป็นของตัวเองหน้าด้าน ๆ "

"มึงจะใช้คำว่าหน้าด้านกับเฮียคลื่นไม่ได้อีวาฬ เฮียเขาแค่ไม่รู้ว่าสร้อยนั่นสำคัญกับมึงยังไงก็เท่านั้น"

จิ๊บออกโรงปกป้องเฮียคลื่นของมันอีกครั้ง ทำเอาฉันต้องหันไปมองบนใส่อย่างนึกหมั่นไส้ จนถึงวินาทีสุดท้ายมันก็ยังเลือกปกป้องผู้ชายอะคิดดู

เพื่อนเนรคุณ

"ไม่รู้แหละ ยังไงกูก็ต้องเอาสร้อยฉลามกลับคืนมาให้ได้ ไม่ว่าจะด้วยวิธีไหน ก็ต้องเอาคืนมาให้ได้!!! "

 

 

สนามแข่งรถ 

เสียงดังของเครื่องยนต์จากรถคันหรูนับสิบคันในสนามแข่งดังแทรกเข้ามาในหูอีกครั้งเมื่อ ณ เวลานี้วาฬถูกลากมาที่สนามแข่งรถด้วยฝีมือของเพื่อนรักทั้งสองคน

โน่กับจิ๊บมันไปตามตารางแข่งของหัวเขียวมา แล้วก็เจอว่าวันนี้หัวเขียวมีแข่งรถที่สนามนี้พอดี

ในเวลา 6 โมงครึ่ง วาฬจึงต้องแบกสังขารที่ไม่ค่อยจะสู้ดีเท่าไหร่นักมาเพื่อต่อกรขอเจรจาทำสัญญาคืนสร้อย

อ่า

จริง ๆ มันไม่ควรจะเป็นการสัญญงสัญญาอะไรด้วยซ้ำ เพราะสร้อยก็สร้อยของวาฬ แต่เพื่อนทั้งสองน่ะมันบอกว่าเฮียคลื่นหรือไอ้หัวเขียวคนนี้ไม่เคยให้อะไรใครฟรี ๆ ถ้าอยากได้ก็ต้องมีข้อแลกเปลี่ยนตลอด

โหย

นิสัยโคตรเสียเลยว่าปะ ไม่ควรมีคนนิสัยแย่ ๆ แบบนี้อยู่ในวงโคจรเดียวกับวาฬเลย ไม่เคยเจอกันตั้งเกือบสามปีแล้วทำไมถึงต้องให้มาเจอกันในปีนี้ด้วยวะ ไม่เข้าใจ

ไม่อยากรู้จักด้วย

"มึ้งงง เฮียเช็กรถอยู่ตรงนู้นโว้ย ผมเขียว ๆ อะ มึงรีบเข้าไปเร็วอีวาฬ"

กะเทยส่งเสียงเรียกเสียงดัง ก่อนจะหันมาดึงแขนฉันให้รีบเดินไปข้างหน้าแล้วชี้ไม้ชี้มือให้ดูคนหัวเขียวที่อยู่ตรงข้างสนามไม่ไกลเท่าไหร่นัก

เขากำลังนอนบนเบาะอะไรสักอย่างที่*คล้าย ๆ สเก็ตบอร์ดแต่กว้างกว่านิดหน่อย จากนั้นก็เลื่อนตัวเข้าไปอยู่ใต้ท้องรถเดาว่าคงกำลังเช็กเครื่องยนต์อยู่

เห็นฉลามเคยทำที่บ้านบ่อย ๆ ตอนยังไม่ตายน่ะ แต่วาฬไม่ชอบเลยไม่ค่อยเข้าไปยุ่งด้วย

บ่นจนปากแทบฉีกว่าขับรถเร็วมันไม่ดี ก็ไม่เคยฟังกันบ้าง

สุดท้ายเป็นไง...

แม่งทิ้งวาฬไปอยู่ที่ดาวมฤตยูเลยเห็นปะ

ใจร้าย...

"ให้พวกกูเข้าไปด้วยปะมึง"

จิ๊บเอ่ยถามในขณะที่สายตามันยังไม่ละไปจากเป้าหมายของพวกเรา

หึ...มองจากสายตาเพื่อนแวบเดียวแม่งก็รู้แล้วว่าจุดประสงค์ที่แท้จริงไม่ได้อยากจะไปส่งฉันหรอก อยากไปแอ๊วหัวเขียวให้ติดกับความสวยของมันมากกว่า

แต่ฝันเหอะ หัวเขียวมันนิสัยไม่ดี

ไม่ผ่าน!

"ไม่ต้องเลย ขืนมึงไปกูไม่ได้ทวงสร้อยคืนพอดีอยู่ตรงนี้แหละรอ ถ้ากูส่งสัญญาณบอกไม่โอเค กูไม่ไหวแล้ว พวกมึงค่อยเข้าไปช่วยนะ เคปะ? "

ว่าแล้วก็ทำมือเชือดคอตัวเองแทนสัญลักษณ์ของความช่วยเหลือให้เพื่อนดู ซึ่งพวกมันก็ได้แต่พยักหน้ารับอย่างจำยอมแม้จะมีบ่นออด ๆ แอด ๆ ตามมานิดหน่อยก็ตาม

"จ้า ๆ มึงดักกูทุกทางเลยอีวาฬ อย่าให้รู้เชียวนะว่าแอบตกเฮียมาเป็นของตัวเองอะ"

"โหย คิดได้ไงวะจิ๊บ คนเขียวอื๋อเหมือนใบตองแบบนั้นใครมันจะไปอยากได้วะ แถมข้าวสารสิบถังกับทองคำอีกสิบแท่งกูยังไม่เอาเลยเหอะ"

"อย่ากลืนน้ำลายตัวเองแล้วกันอีวาฬ มึงจำคำมึงไว้นะ"

"กูจะจำขึ้นใจ เขียนติดผนังห้องไว้ด้วยเอ้า! "

"โอ๊ย! ชะนีพวกมึงหยุดเถียงกันสักทีได้ไหม จะรอให้เฮียแกขับรถชนริบบิ้นก่อนรึไงถึงจะเข้าไปหาสักทีเนี่ยยย! "

กะเทยเริ่มเดือดปุด ๆ ยืนเท้าเอวด่ากราดพวกเราในวินาทีต่อมา สุดท้ายเลยต้องยอมสงบปากสงบคำลงเพื่อมุ่งตรงไปยังเป้าหมายที่แท้จริงของฉันในวันนี้

ไอ้หัวเขียว!!!

เมื่อเดินเข้ามาในเขตสนามแข่งด้านใน ก็รับรู้ได้ถึงสายตาของผู้คนบนแสแตนได้เป็นอย่างดีโดยที่ไม่ต้องหันไปมองเลยด้วยซ้ำ แต่วาฬก็ทำเป็นใจแกร่งแล้วรีบเชิดหน้าวิ่งสับเท้าเข้าไปหาคนหัวเขียวที่กำลังเลื่อนตัวออกมาจากใต้ท้องรถ

"น้อง เข้ามาในนี้ไม่ได้นะ"

ทว่าก่อนจะทันได้วิ่งเข้าไปจู่โจมหัวเขียวกลับถูกเบรกไว้ด้วยผู้ชายร่างสูงใหญ่คนหนึ่ง เขาใส่เสื้อแจ็คเก็ตสีดำด้านนอกและมีเสื้อยืดคอกลมสีขาวอยู่ด้านใน สวมใส่กางเกงยีนสีซีดธรรมดาแต่กลับมองแล้วดูแพงแบบน่าเหลือเชื่อ

อืม...

คนนี้หล่อ แต่นิสัยเสียเพราะมาขัดจังหวะคนจะทวงสร้อยคืน

"ขอเข้าแป๊บเดียว หนูมีธุระกับหัวเขียว"

มองแล้วเขาน่าจะผู้ใหญ่กว่าเลยเลือกจะแทนตัวเองว่าหนูแล้วชี้มือไปยังคนหัวเขียวที่กำลังหันหลังให้

"เฮียคลื่นเหรอ"

"ค่ะ"

พยักหน้ารับ แต่แอบสงสัยนิดหน่อยว่าหัวเขียวนี่มันเป็นเฮียของทุกคนเลยรึไงกัน

"ธุระอะไรน้อง เฮียจะลงแข่งอีกห้านาทีนะ"

"แป๊บเดียวพี่ ธุระหนูสำคัญจริง ๆ ถ้าหมดเวลาหนูจะรีบวิ่งออกสนามเลย"

ฉันเอ่ยต่อรอง จนสุดท้ายพี่เสื้อแจ็คเก็ตดำก็ยอมพยักหน้าให้ในที่สุด พอได้รับการอนุญาตฉันก็รีบวิ่งเข้าไปประชิดตัวหัวเขียวทันที แต่ก็ยังรักษาระยะห่างไว้เพื่อความปลอดภัยของตัวเอง

"นาย! "

เลือกจะเอ่ยทักทายเขาด้วยคำว่านาย แทนการเรียกชื่อเหมือนที่คนอื่น ๆ เรียก

"ไง"

หัวเขียวหมุนตัวกลับมาพร้อมกับยกยิ้มมุมปากขึ้น เขาไม่ได้ทำหน้าตาแปลกราวกับรู้อยู่แล้วว่าฉันจะมาหา

"ไม่ต้องมาไง เอาสร้อยฉลามคืนมา"

ฉันชี้มือไปที่คอของเขา เพื่อทวงสร้อยฉลามคืน แต่หัวเขียวหน้าด้านมากเลยนะถือวิสาสะใส่สร้อยของคนอื่นได้ยังไง

"ไม่คืน ทำไมต้องคืน มันเป็นของฉันแล้ว"

"จะเอาอะไรก็บอกมาดิวะ มันเป็นสร้อยของฉันอะ อยากได้คืนเข้าใจปะ"

เริ่มขมวดคิ้วมุ่นเพราะการเจรจาต่อรองไม่ได้ง่ายดายอย่างที่คิด เขาเลิกคิ้วข้างเดียวแล้วเริ่มใช้ดวงตาคู่คมสำรวจมองใบหน้าฉันด้วยสายตาแปลก ๆ

"มองไรวะ เอาสร้อยคืนมา"

เมื่อพูดดีแล้วไม่ให้ฉันเลยพยายามจะเขย่งตัวให้สูงเพื่อจะกระชากสร้อยฉลามออกมาจากคอของเขา รู้แหละว่าทำแบบนี้สร้อยอาจจะขาดได้ แต่วาฬยอมเสียเงินซ่อมสร้อยดีกว่าปล่อยให้อยู่บนคอของผู้ชายหัวเขียวคนนี้ต่อ

"อ้ะ! "

ทว่าในชั่วเสี้ยววินาทีถัดมากลับถูกเขารวบข้อมือทั้งสองของฉันไว้พร้อมกับดึงเข้าหาตัวจนรับรู้ได้ถึงลมหายใจอุ่นร้อนที่รินรดลงมาใกล้กับผิวแก้ม

กลิ่นเหมือนหมากฝรั่งรสมิ้นต์แตะอยู่ที่ปลายจมูก แต่ฉันไม่รู้ว่ามันเป็นกลิ่นตัวเขาหรือว่ากลิ่นอะไร

ไอ้คนที่ใส่ชุดนักแข่งอย่างเท่แต่สันดานเหี้ยจัดอะ...

ทำให้โมโหอีกแล้ว

"อยากได้คืนมาก? "

"เออดิ ไม่อยากได้จะถ่อมาหาถึงนี่ไหมล่ะ"

ฉันโต้กลับเสียงเบา ในขณะที่พยายามจะขืนตัวออกจากพันธนาการของเขา

"วิ้ดวิ้ววว คนของเฮียเหรอคร้าบบบ"

"น้องน่ารักนะเฮียยย เดี๋ยวนี้หัดมีสาวเหรอวะ"

"กรี๊ดดดดดดดด"

สัดเอ๊ย!

นั่นไงโดนจนได้ นี่แหละสิ่งที่วาฬไม่อยากให้มันเกิดขึ้น

"ปล่อยนะเว้ย จะจับไว้ทำไม"

ฉันโวยวายขึ้นมาอีกครั้งเมื่อคนที่กำลังจับแขนฉันรวบไว้สองข้างไม่คิดจะสนใจเสียงเอ่ยแซวของคนทั้งสนามเลย ตรงกันข้ามเขาเลือกจะยิ้มมุมปากราวกับกำลังสนุกที่ได้แกล้งฉันแทนด้วยซ้ำ

"เธอบอกว่าอยากได้คืนมากใช่ไหม สร้อยฉลาม..."

"ใช่ อยากได้"

ตอบกลับไปพร้อมกับเงยหน้าขึ้นสบตาคมของเขาตรง ๆ แม้จะรู้ว่าไม่ควรสบตากับเขาใกล้ ๆ แบบนี้แต่เพื่อสร้อยฉลามวาฬยอมทำทุกอย่าง

"งั้นก็ขึ้นมาเป็นตุ๊กตาหน้ารถให้ฉันหนึ่งวัน ถ้าวันนี้ฉันแข่งชนะเธอก็ได้สร้อยคืนไป"

"แล้วถ้าไม่ชนะ? "

เอาจริงก็ไม่อยากจะเอาชีวิตไปเสี่ยงตายกับหัวเขียวหรอกนะ แต่ทั้งหมดมันก็เพื่อสร้อยฉลามจริง ๆ

"ก็ไม่ได้คืนไง"

"เอ้า! เกี่ยวไรวะ ถ้าไม่ชนะมันก็เป็นเพราะนายเองปะที่แม่งไม่เก่ง แค่ขึ้นไปนั่งด้วยแค่นี้ก็ควรจะได้คืนแล้วปะ"

"ไม่ ถ้าฉันไม่ชนะก็ไม่ได้คืน"

เอ้า! ไอ้ห่านี่

จะเอาเปรียบกันไปถึงไหนวะ

"จะเอาไม่เอา ถ้าไม่เอาก็กลับบ้านไปกินนมซะ"

เขายอมปล่อยแขนฉันหลังจากเอ่ยประโยคนั้นจบ ก่อนทำท่าจะหันหลังให้เมื่อถูกผู้ชายอีกคนตะโกนบอกว่าตอนนี้เหลือเวลาอีกแค่ 1 นาทีก่อนลงแข่งจริง

"เฮีย อีกหนึ่งนาทีลงสนาม"

"ไม่ไปโว้ยยยยยย! "

 

ไม่น่าเลย....

คุณพระคุณเจ้าคุ้มครองลูกด้วย

สาธุ

ฉันยกมือพนมขึ้นก่อนจะสาธุเหนือหัวเมื่อสุดท้ายแล้วก็ต้องมานั่งอยู่บนเบาะข้างคนขับในรถสีดำเหลืองคันหรูนี่จริง ๆ ไม่รู้หรอกนะว่ายี่ห้อรถชื่ออะไรเพราะไม่เคยสนใจกับเรื่องอะไรแบบนี้เลยจริงๆ แม้แต่ก่อนฉลามจะเคยเอามาพูดให้ฟังบ่อย ๆ ก็ตามว่ารถคนนู้นคันนี้สวย

แต่วาฬก็ไม่สนใจ และไม่เคยจดจำอะไรเลย

การแข่งขันในครั้งนี้ดูเหมือนจะมีแค่หัวเขียวกับคนที่อยู่บนรถคันสีแดงข้าง ๆ เพียงหนึ่งคันเท่านั้น จากที่ได้ฟังก่อนขึ้นรถเมื่อกี้พวกเขาเหมือนจะคุยกันว่าไม่เน้นกติกา...

สนแค่แพ้หรือชนะ

อ่า

ซึ่งฉันก็ไม่รู้หรอกว่ามันหมายความว่าอะไร แต่ที่แน่ ๆ คือไม่เห็นแววตาที่แสดงถึงความเกรงกลัวของคนหัวเขียวเลย

และก็หวังว่าเขาจะทำได้ดีเหมือนที่แสดงออกเพราะวันนี้ในอีกไม่กี่วินาทีข้างหน้าชีวิตของฉันขึ้นอยู่กับเขา

ถ้ารอดก็คงรอด และถ้าตายก็คง....

ไม่ดิวะ!

ไม่ควรคิดอะไรพล่อย ๆ แบบนี้ ถ้าฉันเป็นอะไรไปอีกคนป๊ากับม๊าจะอยู่กันยังไง ไม่ได้หรอกวันนี้ยังไงวาฬก็ต้องรอดพร้อมกับสร้อยฉลามที่จะกลับคืนสู่เจ้าของที่แท้จริง

"บรื้นนนนน! "

"กรี๊ดดดดดดด! "

ฉันตกใจจนกรี๊ดลั่นเมื่อจู่ ๆ หลังจากธงสีดำถูกโบกลงรถทั้งสองคันก็ทะยานตัวออกไปข้างหน้าอย่างรวดเร็วทันที และมันแทบจะพร้อม ๆ กันเลยด้วยซ้ำ

"....."

มือสองข้างของฉันกุมกันไว้แน่น ในขณะที่สายตามุ่งตรงไปที่ด้านหน้าซึ่งดูเหมือนว่ารถคันนี้พร้อมจะพุ่งชนไปที่ขอบรั้วสนามอยู่ตลอดเวลา แต่สุดท้ายเขาก็สามารถหักรถเข้ารัศมีโค้งได้อย่างทันท่วงที

เฉียดตายชั่วเสี้ยววินาทีจริง ๆ นะ

เปล่าโม้เลย

"บรื้นนนนน! "

หัวเขียวยังเป็นฝ่ายขับนำอยู่และเมื่อมองลงไปที่เท้าฉันก็ได้เห็นว่าเขาเหยียบคันเร่งจนมิดในชนิดที่ว่าแทบจะไม่แตะเบรก

ไอ้ห่า!

อยากตายรึไงวะ

ตอนขับรถเขาไม่สอนเหรอว่ารถมีเบรกกกกกก

"บรื้นนนนนน! เอี๊ยดดดด! "

ตายห่าอยู่ในใจไม่ทันไร เสียงเบรกจากรถก็ดังลั่นจนต้องยกมือขึ้นมาปิดหูอัตโนมัติ ทุกอย่างมันเกิดขึ้นไวมาก

เสียงล้อรถเสียดกับถนนจนแสบแก้วหู ใจเต้นโครมคราราวกับจะทะลุทะลวงออกมาจากอก

รถคันสีแดงที่ขับตามข้างหลังอยู่ดี ๆ ก็ขับขึ้นไหล่ทางแล้วปาดแซงตัดหน้ารถจนหัวเขียวแทบเบรกไม่ทัน

โชคดีที่เขาสามารถประคับประคองสถานการณ์ได้ไวฉันเลยยังรอดตาย แต่บอกตรง ๆ ว่าตอนนี้ไม่โอเค

เกือบคว่ำแล้วแม่งเอ๊ย!

"สัด!!! มึงเจอกู! "

เสียงสบถหยาบดังออกมาจากปากของหัวเขียว

หลังจากนั้นเขาก็รีบเหยียบคันเร่งไล่จี้ตูรรถคันสีแดงด้านหน้าอย่างไม่คิดจะอ่อนข้อให้

และสุดท้ายเขาก็สามารถกลับมาเป็นผู้นำได้อีกครั้ง ด้วยการขับข้นไหล่ทางแล้วปาดรถตัดหน้าเหมือนที่คันสีแดงได้ทำเมื้อกี้

แต่มันใช่เรื่องน่าลอกเลียนแบบไหมวะ

แข่งรถ...

ข้อห้ามที่สำคัญมันคือการห้ามขับแซงตรงไหล่ทางไม่ใช่เหรอ

"ฮึก..."

ส่วนฉัน...

ได้แต่กำสายคาดเบลท์หรือที่ภาษาไทยเขาเรียกกันว่าเข็มขัดนิรภัยไว้แน่นเมื่อรถคันหรูทยานออกไปข้างหน้าด้วยความรวดเร็วกว่าเดิมเป็นสามเท่า

เสียงเครื่องยนต์ดังอื้ออึงตีกันอยู่ในหัวจนแทบอยากอาเจียนออกมาซะตรงนั้น

เอาให้เปื้อนรถหรูของหัวเขียวแม่งไปเลย จะได้ไม่ต้องขับรถคันนี้อีกสักเจ็ดวันเจ็ดคืน

รถของเขาปาดไปซ้ายทีขวาทีตั้งแต่เริ่มต้นโดยมีรถของคู่แข่งคอยขับเบียดไล่ตามอย่างหวาดเสียว

"ฮือ...นะ หนูไม่ชอบ..."

ฉันเอ่ยบอกคนข้างตัวเสียงสั่นเทาผ่านหมวกกันน็อคที่ถูกสวมใส่ไว้ที่หัว และมันใหญ่มากพอที่จะปกปิดยาวไปจนถึงลำคอ น้ำลายเหนียวถูกกลืนลงคออย่างยากลำบากในขณะที่มือเริ่มสั่นขึ้นเรื่อย ๆ อย่างไม่สามารถควบคุมไว้ได้

ไม่รู้ตัวด้วยซ้ำว่าตัวเองเผลอเปลี่ยนสรรพนามแทนตัวเองกับเขาไป

"มะ...ไม่ชอบแบบนี้เลย"

เขาจะได้ยินในสิ่งที่บอกหรือเปล่า....

แต่ก็ภาวนาขอให้ได้ยินเถอะ แล้วก็ช่วยรีบ ๆ ชนะการแข่งขันนี้สักทีหรือไม่งั้นก็ช่วยจอดรถก่อน...

วาฬจะลง!!!

 

  

แงงงงง 

เฮียคลื่นไม่อ่อนโยนเลย วาฬอยากลงรถแล้วเด้อ 

 

 

  

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว