facebook-icon Twitter-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชายาหนึ่งเล่มเกวียน ตอนที่1

ชื่อตอน : ชายาหนึ่งเล่มเกวียน ตอนที่1

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 380

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 04 ส.ค. 2563 11:11 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ชายาหนึ่งเล่มเกวียน ตอนที่1
แบบอักษร

ครืน... ครืน... 

 

เสียงของรถม้าที่กำลังเคลื่อนตัวไปตามหนทางที่ขรุขระ ภายในมีหญิงสาวที่อายุราว ๆ สิบเจ็ดปีกำลังนอนหลับตาพริ้มลมหายใจที่สม่ำเสมอค่อย ๆ ขาดช่วงโดยที่ไม่มีใครรับรู้เลย ใบหน้าที่ควรเรียบเนียนกลับปรากฏแผลเป็นขนาดใหญ่โดยที่มีผ้าขาวบางปิดไว้ครึ่งหน้าตั้งแต่ใต้ตาลงมาจนถึงปลายคาง  

 

ร่างบางกระตุกอยู่สองถึงสามครั้งก่อนที่จะแน่นิ่งไปพร้อมกับจังหวะการหายใจที่หยุดลง… 

 

แผ่นใสบาง ๆ ปรากฏขึ้นแล้วเคลือบลงที่ตัวก่อนจะซึมเข้าสู่ร่างอันไร้ลมหายใจ ผ่านไปราว ๆ ครึ่งชั่วยามบริเวณหน้าท้องของหญิงสาวก็เกิดการขยับราวกับลมหายใจได้ถูกนำกลับมาอีกครั้ง... 

 

เฮือก… 

 

หญิงสาวที่ควรจะถูกเรียกว่าเสียชีวิตไปแล้วสะดุ้งเฮือกก่อนรีบสูดหายใจราวกับปลาที่ขาดน้ำ ฉับพลันทันใดนั้นเองมือวางอันหยาบกร้านก็ยกขึ้นกุมขมับพร้อมกับความเจ็บปวดที่พุ่งเข้าใส่ภายในหัวสมองอย่างรุนแรง ภาพความทรงจำฉายให้เห็นเป็นฉาก ๆ อย่างรวดเร็วจนน่าเวียนหัว  

 

ช่วงเวลาแห่งความทรมานกินเวลาไปเกือบครึ่งชั่วยามก่อนที่ร่างบางจะค่อย ๆ ผ่อนลมหายใจออกอย่างช้า ๆ ทันทีที่ความรู้สึกราวกับศีรษะจะระเบิดได้จางหายไป 

 

ด้านนอกรถม้า 

 

“ข้าละไม่อยากเชื่อจริง ๆ ว่าท้ายที่สุดคุณหนูเล็กที่ถูกเมินเฉยมาตลอดเวลาสิบกว่าปีจะมีประโยชน์ก็วันนี้” สาวรับใช้นางหนึ่งเอ่ยขึ้น  

  

“หึ... นางถูกส่งออกมานอกจวนเช่นนี้ก็ดี พวกเราจะได้มีเวลาไปทำอย่างอื่นแทนที่จะคอยดูแลนางตลอดทั้งวัน...” สาวใช้อีกคนเอ่ยสมทบ  

 

เสียงหัวเราะคิกคักของสาวใช้ทั้งสองที่ไม่มีแม้กระทั่งความเคารพต่อหญิงสาวที่นั่งอยู่ด้านใน “ทีนี้พอพวกเราทั้งคู่ทำหน้าที่เสร็จก็จะได้เลื่อนขั้นไปเป็นสาวรับใช้ของคุณหนูใหญ่แทน ช่างดีจริง ๆ”  

 

“ใช่... ส่วนข้าก็จะได้ไปเป็นสาวรับใช้ของคุณหนูรองไม่มีอะไรที่ดีไปกว่านี้อีกแล้ว”  

 

“เดิมทีข้าก็นึกว่าตัวคุณหนูจะขัดขืน... ฮูหยินใหญ่ช่างรอบคอบเสียจริงที่วางยานอนหลับนางเสียก่อน มิเช่นนั้นระหว่างการเดินทางนี้คงไม่ราบรื่น คราวก่อนก็เห็นพยายามจะฆ่าตัวตายมาแล้วครั้งหนึ่งดีที่พวกเราห้ามไว้ได้ทัน มิฉะนั้นเคราะห์กรรมคงตกไปอยู่ที่คุณหนูอีกสองคน” 

 

เสียงของสองสาวใช้ที่สนทนากันอย่างออกรสหารู้ไม่ว่าคนที่กล่าวถึงด้านในรถม้าไม่มีลมหายใจอยู่อีกต่อไป... และในขณะนั้นเองก็พลันเกิดการเปลี่ยนแปลงอะไรบางอย่างภายในรถม้า 

 

ดวงตาที่ปิดอยู่ค่อย ๆ เปิดออกก่อนจะกะพริบหลาย ๆ ครั้งเพื่อปรับสายตา ลืมตาได้ไม่กี่ลมหายใจร่างบางกลับต้องขมวดคิ้วอีกครั้งมือบางกำเข้าหากันแน่นจนจิกเข้าฝ่ามือเกิดเป็นรอยแผลขนาดเล็ก มือบางยกขึ้นปาดเม็ดเหงื่อที่ผุดออกมาตามกรอบใบหน้า แววตาใสซื่อ ขี้กลัวได้หายไป บัดนี้มีเพียงแววตาที่คมกริบ แน่วแน่และไม่กลัวสิ่งใดฉายออกมา 

 

นางมีนามว่าหยู่เหยียนเป็นเพียงนักศึกษาแพทย์แผนจีนที่เพิ่งจบใหม่แล้วไปใช้ชีวิตอยู่ที่ชนบทเพื่อหลีกหนีความวุ่นวายภายในเมืองหลวง นางได้ใช้เงินเก็บที่เหลืออยู่ซื้อบ้านหลังเล็กแล้วปลูกสมุนไพรในลานว่างที่มีเพียงไม่กี่ตารางเมตร และถึงแม้ว่านางจะเรียนจบและคว้าเกียรตินิยมมาได้ แต่การทำงานภายในโรงพยาบาลนั้นไม่เหมาะกับตนเองเลยจริง ๆดังนั้นจึงคิดที่จะเปิดคลินิกเล็ก ๆ อยู่ในชุมชนที่ห่างไกลแล้วใช้ชีวิตอย่างเรียบง่าย 

 

แต่ทว่ากลับนึกไม่ถึงเพียงแค่ได้รับแหวนหยกโบราณสลักรูปดอกเหมยมาจากหญิงชราผู้หนึ่ง เพียงแค่ลองสวมใส่ลงบนนิ้วก็ราวกับมีแรงดึงดูดบางอย่างจนมาปรากฏยังที่แห่งนี้ 

 

“วงล้อแห่งโชคชะตาได้เริ่มเดินแล้ว” ประโยคสุดท้ายที่ตัวนางได้ยินก่อนที่ทุกอย่างจะมืดมิด  

เจ้าของร่างเดิมนี้ได้เสียชีวิตลงไปแล้วอย่างนั้นหรือ? เช่นนั้นตอนนี้ตัวนางก็คงเป็นหนึ่งดวงวิญญาณที่มาอาศัยยังร่างแห่งนี้เพื่อดำรงชีวิตอยู่ 

 

จากความทรงจำที่ได้รับในตอนนี้คงกำลังอยู่ในระหว่างการเดินทางไปยังเมืองหลวงเพื่อแต่งงานกับอ๋องผู้หนึ่งซึ่งมีข่าวลือออกมาว่า... ไม่ว่าหญิงสาวคนใดที่ถูกแต่งเข้าไปมักกลับออกมาภายใน 3 วันและเหลือเพียงร่างไร้ซึ่งลมหายใจ  

 

ไม่สินางจะต้องรอด… 

 

หยู่เหยียนพยายามทบทวนความทรงจำของร่างเดิมอีกครั้งแต่กลับไม่พบสิ่งใดที่เป็นประโยชน์ ความทรงจำที่มีล้วนเป็นเรื่องราวอาภัพของเจ้าของร่างนี้ที่ได้ประสบมาในระยะเวลาหลายปีหรือเรียกได้ว่าแทบจะตลอดชีวิตเลยก็ได้ เสื้อผ้าหยาบเสียยิ่งกว่าคนรับใช้ อาหารการกินก็ยิ่งเสียกว่าของสุกร 

 

นางต่อสู้ดิ้นรนใช้ชีวิตเช่นนี้ท่ามกลางการกลั่นแกล้งจากพี่น้องได้อย่างเข้มแข็งนัก.. 

 

หยู่เหยียนถอนหายใจออกมาอย่างปลงตก แม้ในตอนนี้จะมีความรู้สึกที่อยากจะหลบหนีจากสถานการณ์นี้ แต่จะเป็นไปได้อย่างไรนั่นไม่มีทางเป็นไปได้เลย เหตุใดหนอนางจึงไม่มีพลังหรือความสามารถโกง ๆดั่งเช่นตัวละครตามนิยายต่าง ๆ ที่มักเขียนออกมาให้ตัวเองอีกที่ทะลุมิติมีความสามารถอันน่าสะพรึง จนสามารถจัดการกับวิกฤตต่าง ๆ ได้โดยง่าย  

 

พอคิดแล้วหยู่เหยียนก็อดไม่ได้ที่จะถอนหายใจออกมาอีกหลายต่อหลายครั้งพร้อมกับยกมือขึ้นขยี้หัวตัวเองอย่างนึกหงุดหงิด ก่อนสังเกตเห็นแหวนที่ตัวเองสวมใส่อยู่ นะ...นี่มันแหวนวงเดียวกับที่หญิงชราให้มา  

 

หยู่เหยียนลองพยายามที่จะถอดแหวนบนนิ้วของตัวเองออกมาแต่ก็ไม่สามารถทำได้ พอออกแรงมากหน่อยก็รู้สึกได้ถึงความเจ็บจนเกิดเป็นบาดแผลเล็ก ๆ คาดว่าน่าจะไปสะกิดแผลเดิมที่มีก่อนอยู่แล้ว หยดเลือดแปดเปื้อนลงไปบนตัวแหวน 

 

ทันใดนั้นเองแสงสีขาวนวลกระจ่างก็สว่างวาบขึ้นแล้วหายไปราวกับไม่เคยมีมาก่อน หยู่เหยียนจ้องมองยังตัวแหวนคิดวิเคราะห์จนกระทั่ง 

 

วืด… 

 

หยู่เหยียนหลับตาปี๋เมื่อรู้สึกได้ถึงแรงกระชากบางอย่างก่อนค่อย ๆ ลืมตาเมื่อรู้สึกดีขึ้น ภาพเบื้องหน้าปรากฏเป็นห้องสี่เหลี่ยมขนาดเล็กมีชั้นวางของสามชั้นอยู่สองอัน ตรงใจกลางของห้องมีโอ่งเก่า ๆ ใบหนึ่งซึ่งด้านในไม่มีสิ่งใดอยู่ในนั้น 

 

หางตาของหญิงสาวเหลือบไปเห็นกล่องกล่องหนึ่งที่คุ้นเคยก่อนรีบเดินตรงดิ่งไปเปิดออก ใบหน้างามแย้มยิ้มออกมาอย่างดีเมื่อเห็นสิ่งของที่ถูกบรรจุอยู่ด้านใน นี่มันเข็มเงินและเข็มทองสำหรับฝังเข็ม ตัวนางเคยใฝ่ฝันว่าอยากจะได้ชุดฝังเข็มนี้มาโดยตลอดแต่ด้วยปัญหาเรื่องเงินในกระเป๋าจึงไม่อาจครอบครองได้ 

 

เดี๋ยวนะตอนนี้ไม่ใช่เวลาที่จะมาดีใจในเรื่องนี้... หยู่เหยียนหมุนตัวมองรอบ ๆ ห้องพร้อมกับคิดหาวิธีที่จะออกไปจากที่แห่งนี้ ก็นึกถึงแหวนที่ตัวเองสวมใส่อยู่ เพราะก่อนหน้าที่จะมายังที่แห่งนี้จำได้ว่าตัวนางกำลังจ้องมองแหวนในมืออย่างใจจดใจจ่อ หรือว่าวิธีการออกไปก็ต้องใช้หลักการเช่นเดียวกัน? 

 

ไม่ลองก็ไม่รู้.. 

 

หยู่เหยียนยกนิ้วมือที่สวมแหวนขึ้นมาในระดับสายตาก่อนมองมันเหมือนกับครั้งแรก วืด... ร่างบางหลี่ตาลงเล็กน้อยเมื่อรู้สึกถึงแสงสว่างของดวงอาทิตย์ สำเร็จ.. นางโพล่งขึ้นภายในใจออกมาอย่างยินดีดูเหมือนว่าวิธีนี้จะเป็นวิธีสำหรับการเข้าออกสถานที่ลึกลับ 

 

หยู่เหยียนหัวเราะคิกคักให้กับเหตุการณ์ที่เพิ่งประสบ อย่างน้อยนี่อาจเป็นของขวัญจากสวรรค์ที่มอบให้ตนไว้ใช้ 

 

สองสาวใช้ที่ได้ยินเสียงหัวเราะจากด้านในรถม้าก็หันหลังกลับมามองก่อนสนทนากัน “สงสัยคุณหนูเล็กคงเสียใจจนเพี้ยนไปแล้วแน่ ๆ”  

 

“ช่างนางปะไรอีกเดี๋ยวก็จะถึงจุดหมายแล้ว รีบเร่งเดินทางเข้าเถิด” 

ความคิดเห็น