ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : ) #ธัญท้าแต่งรอบที่1 เข้ามาอ่านมาติชมกันได้นะ เเล้วก็เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะ หวังว่าทุกคนจะชอบนะคะ

ความฝันของพลูโต

ชื่อตอน : ความฝันของพลูโต

คำค้น : ธัญท้าแต่งรอบที่1

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 768

ความคิดเห็น : 3

ปรับปรุงล่าสุด : 04 ส.ค. 2563 21:36 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ความฝันของพลูโต
แบบอักษร

"โตขึ้นอยากเป็นอะไร?" คำถามนี้ผู้ใหญ่มักจะถามเด็กที่เริ่มโต เริ่มคุยรู้เรื่อง ทำไมถึงต้องถามกันตั้งเเต่เด็ก? บางทีอาจเป็นเพราะว่าเมื่อรู้ว่าเด็กต้องการจะเป็นอะไรในอนาคตแล้ว จะได้สนับสนุนให้ถูกทาง แต่บางครั้งเด็กบางคนก็มีหลายอาชีพที่ชอบ มันอาจจะทำให้เขาลังเลในตอนแรก แต่สักวันเชื่อเถอะ สักวันหนึ่งเด็กคนนั้นเขาก็จะหาความฝันของเขาเจอ...

"แม่คร้าบ...วันนี้พลูโตต้องไปโรงเรียนใหม่จริงเหรอครับแม่?"

"จริงครับ...พลูโตอายุห้าขวบเเล้ว วันนี้พลูโตจะไปขึ้นป.หนึ่งนะครับ" สีน้ำบอกกับลูกชายตัวน้อยด้วยรอยยิ้ม

"แม่ครับ วันนี้แม่อยู่กับพลูโตทั้งวันเลยได้มั้ยครับ?" เด็กน้อยถามอย่างอ้อนๆ

"ไม่ได้หรอกครับ...วันนี้แม่ไปส่งได้ แต่ขากลับคุณตาคุณยายจะไปรับนะลูก" จัดของใส่กระเป๋าให้ไปด้วย

"ทำไมแม่ไม่ได้มารับพลูโต?" เด็กชายน้อยใจ

"ตอนบ่ายเเม่มีทำงานจนถึงดึก...เเม่เลยไม่ได้ไปรับ...พลูโตเข้าใจเเม่นะครับ"

"เข้าใจ..ก็ได้ครับ..." เด็กน้อย

"ไว้วันหยุดเสาร์ อาทิตย์นี้ แม่จะพาไปกินไอติมร้านที่พลูโตชอบเป็นการแลกเปลี่ยนตกลงมั้ยครับ? เพราะงั้นอย่างอนแม่เลยนะลูก" ก้มลงไปกอดลูกเเน่น

"พลูโตไม่งอนแม่หรอกครับ คุณหมอทำเพื่อคนอื่น...คุณตาคุณยายบอกว่ามีคนเยอะมาก รอให้แม่ไปช่วย แม่เลยงานยุ่งมากๆ" เด็กน้อยกอดแม่แน่นกว่า

"ขอบคุณครับที่เข้าใจแม่...งั้นเราไปกันเถอะครับเดี๋ยวจะไปเรียนสาย..."

"แต่พลูโตยังไม่ได้กินข้าวเลยครับ..." มือตุ้ยนุ้ยจับท้องของตน

"แม่เตรียมไว้ให้เเล้วครับ เดี๋ยวนั่งรถไปกินไปก็ได้..."

...

"ถึงโรงเรียนแล้วครับพลูโต เราลงไปกันเถอะลูก"

"แม่จะไปส่งพลูโตที่ห้องมั้ยครับ? เหมือนเด็กคนนั้น..." จับมือเเน่น เพราะเห็นเด็กคนอื่นมีพ่อแม่ไปส่งถึงในห้องเลย

"แน่นอนสิครับ ที่ออกมาเร็วเพราะวันนี้แม่เผื่อเวลามาส่งพลูโตเข้าห้องไงครับลูก" ลูบหัวอย่างเอ็นดู

"จริงนะครับ แม่จะไปส่งพลูโตถึงในห้องเลยนะครับ ส่งถึงโต๊ะเรียนเลยนะครับ"

"ครับ"

"เย่ รักคุณแม่ที่สุดเลย" เข้ามากอดอย่างไว

พอไปส่งลูกชายที่ห้องเรียนเสร็จแล้วก็รีบขับรถออกมาทำงานต่อ ถามว่าห่วงมั้ยที่ลูกเข้าเรียนโรงเรียนใหม่ ถ้าตอบว่าไม่ มันคงจะแปลก... ก็แอบกังวลว่าเขาจะไม่มีเพื่อน กังวลว่าจะโดนเด็กตัวโตกว่าแกล้งรึเปล่า กังวลว่าเขาจะร้องไห้เพราะอาจจะอยากกลับบ้านก็ได้ แต่คิดๆไปแล้วตอนเด็กๆเราก็ไม่เห็นจะเป็นอะไรเลยตอนที่ถูกส่งไปเรียนที่ใหม่ เด็กๆเข้ากันได้ง่ายกว่าผู้ใหญ่มาก เเละเด็กๆปรับตัวเข้าหากันได้เก่ง คาดว่าอีกเดี๋ยวคงจะอยากเล่นกับเพื่อนจนไม่อยากกลับบ้านก็เป็นได้ เรื่องที่น่ากังวลมากกว่าน่ะคือเรื่องการทำงาน

"หวังว่าพลูโตจะปรับตัวเข้ากับเพื่อนได้...จะว่าไปแล้วก็เร็วเหมือนกัน...แป็บเดียวก็ห้าขวบแล้ว...ไม่คิดเลยว่าคำพูดนั้นของพี่กุ้งจะเป็นจริง..."

...

"ชอบเล่นกับเด็กแบบนี้ พี่ว่าพี่รอเลี้ยงหลานจากเรานี่แหละคนแรก" อยู่ๆกุ้งก็พูดเรื่องนี้ขึ้นมาตอนกินข้าว

"แต่ว่าสีน้ำยังไม่มีแฟนเลยด้วยซ้ำนะคะ..."

"เดี๋ยวก็มีเองแหละ...แต่ที่พี่พูดว่าได้เลี้ยงลูกของสีน้ำก่อนใคร เพราะคนอื่นที่มีแฟนเขาไม่ได้อยากมีลูกไง พี่ว่าอย่างคู่น้อยหน่ากับไอติมถึงแต่งกันไปแล้วไม่รู้ว่าจะมีตอนไหน รู้อยู่ว่าน้อยหน่าไม่ชอบเด็ก" หันไปมองหมอน้อยหน่า

"แต่ถ้าสีน้ำขึ้นคานล่ะพี่? พี่หวังหลานจากคนอื่นไปก่อนดีกว่านะคะ"

"หวังจากเราเนี่ยแหละ ถ้าวันไหนที่มีลูกแล้วเบื่อๆก็เอามาปล่อยทิ้งไว้กับพี่ได้เลย พอหายเบื่อก็มาเอากลับไป...พี่ชอบเล่นกับเด็กมากนะ แต่พี่ไม่อยากมีลูกเหมือนกัน...กลัวสอนเขาได้ไม่ดี..."

"ไม่ว่าพ่อแม่คนไหนก็อยากจะสอนลูกให้ได้ดีที่สุดเท่าที่จะทำได้แหละค่ะ สีน้ำเชื่อว่าพอพี่มีลูกพี่ก็จะสอนเขาอย่างดีที่สุดอยู่แล้ว"

"พี่ไม่ใช่คนคิดบวกได้ตลอดอย่างหนูน่ะสิ คนอย่างน้องมีลูกอ่ะต้องสอนลูกได้ดีแน่ๆ เพราะงั้นพี่รอเลี้ยงหลานนี่แหละฮ่าๆ แม่พิมพ์ดีลูกก็ต้องออกมาน่ารักน่าตีแน่นอน เรื่องไรจะไปมีเองให้เหนื่อยใจ...พี่ว่าเนื้อคู่พี่หายากกว่าของเรานะ เพราะงั้นมีหลานน่ารักๆให้พี่ไวๆนะจ๊ะ..." กุ้งยิ้มร่าเริง

...

"สุดท้ายเราก็มีลูกก่อนชาวบ้านชาวช่องเค้าจริงๆ...ก็น่ารัก...เเต่..เห้อ...เหมือนเรายังเลี้ยงเขาได้ไม่ดีพอเลย...เราเองก็...อยากจะมีเวลาอยู่กับเขาให้มากกว่านี้จังนะ.."

ตั้งแต่รู้ตัวว่าท้องก็หาทางกลับมาประจำโรงพยาบาลใกล้บ้าน ถึงตอนนี้จะเป็นหมอในโรงพยาบาลเล็กๆแต่ก็ภูมิใจนะ เพราะได้กลับมาอยู่กับครอบครัว กลับบ้านได้บ่อย แล้วก็ได้ช่วยดูแลรักษาคนในพื้นที่บ้านเกิดตัวเอง ถึงจะมีหลายอย่างที่ลำบากไปบ้างแต่ก็มีความสุขดี ถ้าจะดีกว่านี้ต้องได้อยู่กับบ้านมากขึ้นอีกหน่อย จะได้เห็นลูกบ่อยขึ้น อยู่กับเขาได้นานขึ้นด้วย ไม่อยากเสียเวลาช่วงวัยเด็กของลูกไปโดยที่เอาแต่ก้มหน้าก้มตาทำงานแบบนี้เลย

"พี่สีน้ำสวัสดีค่ะ" พยาบาลสาวทักทาย

"อ้อย! สวัสดีจ้ะ" อยู่ดีๆก็เข้ามาในโรงพยาบาลโดยไม่รู้ตัว ไม่รู้ตัวด้วยซ้ำว่าตัวเองมาถึงที่ทำงานเเล้ว

"วันนี้พี่ดูเหนื่อยๆนะคะ..."

"นิดหน่อยจ้ะ พอดีเจ้าตัวเล็กเปิดเรียนวันเเรก วันเสาร์อาทิตย์พากันไปเลือกซื้อของมา ใช้เวลาไปเยอะเหมือนกัน แต่ก็คุ้ม.."

"น้องพลูโต โตไวจังค่ะพี่ แป๊ปเดียวก็ขึ้นประถมแล้ว"

"เด็กก็โตไวแบบนี้แหละ พอรู้ตัวอีกทีเขาก็เป็นวัยรุ่นที่ไม่ต้องการพ่อแม่กอดอีกละ" หมอแดนเข้ามาร่วมบทสนทนาด้วย

"แหมพี่แดนนี่จริงๆเลยค่ะ น้องโดมเขาอาจจะยังอยากให้กอดก็ได้ แต่เขิน ลูกชายพี่สิบห้าปีแล้วนี่นา" อ้อยหันไปคุยด้วย

"ถ้าเป็นงั้นก็ยังดีสิอ้อย วันนี้มีเข้าเวรดึกใช่ไหมครับหมอสีน้ำ? พี่ก็มีเข้าเวรเหมือนกันอยู่Er (ห้องฉุกเฉิน)"

"ค่ะแต่อยู่เวรใน...(แผนกผู้ป่วยใน)"

...

"เด็กๆคะเดี๋ยวมารับงานวิชาคณิตกลับไปกันด้วยนะคะ"ครูบอก

"หูววว ทำถูกทุกข้อเลย...นายเก่งจัง" ก๊องพูดขึ้น

"คุณแม่เป็นคนสอน...คุณตาคุณยายด้วย..." พลูโตบอก

"เราไม่เข้าใจข้อนี้อ่ะ...ทำไม..ทำไมตอนเเรกครูบอกว่าสิบเก้าบวกหนึ่งเป็นยี่สิบ...เเล้วทำไมอันนี้มันสิบห้าบวกห้าเป็นยี่สิบอีกล่ะ...แล้วอันนี้สามบวกหนึ่งเป็นสี่...อันนี้สองบวกสองเป็นสี่อีก..." เด็กชายเกาหัวอย่างมึนๆ

"ก็พอเอามารวมกันเเล้วผลมันได้เท่ากันไง...ดูลูกเเก้วกองนี้นะ..." นับลูกเเก้วในตะกร้าให้เพื่อนดู

-วิชาศิลปะ-

"นักเรียนคะ วันนี้เราจะมาวาดรูประบายสีกัน ในหัวข้อที่ว่า โตขึ้นอยากเป็นอะไร...วาดเสร็จแล้วเอามาส่งคุณครูที่หน้าห้องนะคะ"

"ค่ะ/คร้าบ"

"พลูโต พลูโตวาดอะไรเหรอ?" เด็กชายถาม

"พลูโตวาดรูปนักบินอวกาศ พลูโตอยากจะเป็นนักบินอวกาศเพราะว่าได้ออกไปสำรวจดวงดาวต่างๆ ได้ท่องอวกาศที่กว้างใหญ่ แล้วก๊องล่ะวาดอะไร?"

"เราวาดมนุษย์ต่างดาว โตขึ้นเราจะได้ครองโลก...เเล้วเราจะครองทั้งจักวาล เเล้ว...เเล้วก็ทั้งอวกาศเลย"

"พลูโตเคยดูสารคดีกับแม่...เรื่องความลึกลับของห้วงจักรวาลเเละอวกาศด้ววยนะ เขาบอกว่าบางที...บางทีเราอาจจะมาจากดาวดวงอื่นแล้วมาอาศัยอยู่บนโลกก็ได้...เขายังบอกอีกว่า ถ้าเรามองว่าสิ่งมีชีวิตอื่นที่อยู่นอกโลกเป็นมนุษย์ต่างดาว มนุษญ์ต่างดาวก็อาจจะมองว่าเราเป็นมนุษย์ต่างดาวสำหรับพวกเขาเหมือนกันนะ...เพราะเราก็อยู่คนละโลกกับเขาไง" วาดไปเรื่อยก็พูดไป

"แล้วเป็นนักบินอวกาศมันมีอะไรน่าสนใจอีกมั้ย?"

"มีสิ บางทีเราอาจจะได้ค้นพบดาวใหม่ด้วยนะ เเล้วบางทีเราก็ได้เป็นคนที่ปักธงบนดาวดวงนั้น...ในอวกาศมีอะไรอีกเยอะที่เราไม่รู้...แล้วก็นะ พลูโตอยากไปดวงจันทร์เหมือนกับนีล อาร์มสตรอง และบัซ อัลดริน บนดวงจันทร์เรากระโดดได้สูงกว่าบนโลกมากๆเลยนะ เหมือนบินเลยล่ะ ก๊องไม่สนใจเหรอ? พลูโตว่ามันน่าสนุก..."

"งั้นเราขอเป็นมนุษย์ต่างดาวที่เป็นนักบินอวกาศเเล้วกัน เเล้วเราก็จะได้นั่งจรวดไปด้วยกัน..แล้วก็ไปเจอกับมนุษย์ต่างดาวบนดาวดวงอื่นด้วย" วาดรูปจรวดเพิ่ม

"ก็ดีนะ พวกเราจะได้เป็นคู่หูนักท่องอวกาศยังไงล่ะ" วาดรูปต่อ

"โหวาดรูปสวยจังพลูโต" ก๊องชะเง้อดู

"คุณแม่พลูโตวาดรูปสวยมากๆเลย พลูโตอยากวาดรูปเก่งเหมือนคุณแม่ ช่วงวันหยุดคุณแม่จะวาดรูปให้พลูโตระบายสี แล้วก็ทำหลายอย่างด้วยกัน..มันสนุกมากๆเลยล่ะ ถ้าได้เป็นนักบินอวกาศ พลูโตจะได้วาดรูปสิ่งที่เจอมาอวดคุณแม่ คุณตา เเล้วก็คุณยายด้วย"

...

"ป๊ะป๋า ป๊ะป๋า" เด็กหญิงตัวเล็กเข้ามาหาในห้องทำงาน

"น้องไปร์ท" ตฤณหันไปดูเด็กน้อย

"ไปร์ทไม่เอานะคะลูก ไม่กวนป๋าทำงานนะ" มาอุ้มเด็กน้อยออกไป

"มีอะไรรึเปล่าปุ้ย?"

"คุณแม่ให้มาตามไปกินข้าวค่ะพี่ตฤณ"

"เดี๋ยวเสร็จงานนี้พี่ลงไปเลยโอเคนะ พิมพ์อีกนิดเดียวเอง"

"ไม่ได้คือไม่ได้สิ...แม่ให้สองแม่ลูกเขาช่วยมาตามแล้วยังไม่ลงไปอีก" คุณแต้วเข้ามาตามเองถึงในห้อง

"แต่เดี๋ยวงานผมก็จะเสร็จแล้วนะครับแม่...วันนี้ได้ทำงานที่บ้านทั้งที...พอทำงานเสร็จผมก็ว่างยาวเลย...ถ้าหิวก็กินกันก่อนก็ได้นี่ครับ"

"ไม่ได้...พ่อรอแล้วด้วย...ลงไปกับแม่เดี๋ยวนี้เลย..กินเสร็จค่อยขึ้นมา" ลากออกไปจากโต๊ะทำงาน

"ก็ได้...งั้นวันนี้เดี๋ยวผมขอป้อนข้าวไปร์ทเองนะ...นะครับ..."

...

"ฮัลโหลแก วันนี้แกอยูโรงบาลทั้งวานป่ะยัยหมอ" ครีมโทรมา

"อยู่จนถึงเช้าพรุ่งนี้มีอะไร?"

"ฉันว่าจะไปหาแกที่โรงพยาบาลหน่อยน่ะสิ...รู้สึกไม่ค่อยสบายเลยอ่ะ"

"เเต่นี่เลยเวลาราชการแล้ว...แกจะมาจ่ายตังค์? คนขี้งกแบบแกอ่ะนะ? ถ้าเเค่เป็นหวัดก็กินยานอนอยู่บ้านไป...นี่เวลาเบรกหรอกนะ ฉันถึงรับสายได้เดี๋ยวพอไปราวน์ในแล้ว ไม่สายสำคัญฉันไม่รับนะบอกไว้ก่อน เอาดีๆจะคุยอะไร?"

"ก็ฉันป่วยนี่..มันเจ็บจี๊ดๆอ่ะเจ็บมากจนจะทนไม่ไหวอยู่แล้ว"

"ห๊ะ! เป็นไรอ่ะน้ำเสียงไม่สู้ดี อย่าบอกว่าเเกไส้ติ่งจะแตก! หรือกระเพาะทะลุ...จะเอารถพยาบาลมั้ย? ให้ฉันเรียกรถไปปให้รึเปล่า?แกอยู่ไหนอ่ะ?! "

"ก็ไม่เชิงอ่ะ...อยู่ดีๆมันก็เจ็บขึ้นมาอย่างเเรง...อยู่ดีๆก็คิดถึงเป็นโรคชนิดหนึ่งที่รักษาไม่หาย จะหายได้ต้องได้เจอกัน...ฉันเหงาอ่ะแก...แกไม่ได้ทำงานไม่หยุดพักเลยสักหน่อย ตรวจเสร็จแกก็นั่งบ้าง นอนบ้าง แกให้ฉันไปหาทีเถอะนะๆ"

"เจ้าคุณอยู่ไหนเนี่ยฉันจะเรียกให้มาเอาแกไปเก็บที...ถ้าจะโทรมาแค่นี้อ่ะนะ...เห้อ ทำฉันตกใจหมด..."

"ก็เห็นว่าแกรับสายนี่นา...ฉันเหงาอ่ะแก...เพื่อนก็หมอ ผัวก็หมอ...มีแต่คนยุ่งๆ...ฉันเขียนบล็อกอยู่บ้านคนเดียวมันเหงา..."

"แต่งกันมาก็สามปีแล้วนะ...ถ้าเบื่อถ้าเหงาก็รีบมีลูกไวๆสิ รับรองไม่มีเหงาเเน่นอน"

"จะเอาเวลาไหนไปมี...เห้อ...เดี๋ยวเข้าเวร เดี๋ยวไปคลินิก เดี๋ยวมีเวรด่วน ทำแต่งานที่โรงพยาบาล ไม่เห็นมีเวลาทำงานที่บ้านเลย..."

"ก็จัดการบอกเขาไปตรงๆได้เเล้วว่าเหงา อยากมีลูกแล้ว...เดี๋ยวเขาก็หาเวลามามีลูกเองแหละ..." อมยิ้ม

"จริงอ่ะ...แน่เหรอ?"

"ไม่มีใครอยากวิ่งเล่นกับลูกตอนที่ตัวเองวิ่งไม่ไหว...เชื่อสิบอกปุ๊บเขาคงเริ่มภารกิจปั๊บเเน่นอน...เป็นหมอไม่ค่อยมีเวลาอยู่แล้ว เเต่ว่าถ้าไปมีตอนที่อายุเยอะเกินจะทำให้ตัวเองเหนื่อย..เชื่อสิ..พอเเกประกาศข่าวนี้กับเขา เเกนั่นเเหละที่จะเบื่อ.."

"ขอให้เป็นเเบบนั้นเหอะ...เห้อ..."

"มีลูกเเล้วมันก็เติมเต็มดีเหมือนกันนะ รับรองว่าเเกจะไม่ต้องเหงาเเล้วโทรมาป่วนหมอเเบบนี้อีก เผลอๆแกคงลืมเวลาจนไม่ว่างโทรมากวนฉันเลยก็ได้ นี่...จะวางเเล้วนะแม่โทรมา..เเล้วค่อยคุยกันใหม่"

"เคๆ...บาย...จะว่าไปถ้ามีลูกเราก็คงมีบล็อกครอบครัวเพิ่มขึ้นมาอีกด้วยเเน่ๆ น่าสนุกดีเหมือนกัน..คอยดูนะเจ้าคุณกลับมมาคืนนี้จะไปให้ได้นอนเลยคอยดู เอ๊หรือว่าเขาเบื่อเรา? งั้นไปรื้อชุดในตู้ดีกว่า...เผื่อจะได้เปลี่ยนบรรยากาศ ฮุๆๆ" ตรงไปยังตู้เสื้อผ้าทันที

"คะแม่..."

"แม่กับพ่อกำลังจะไปรับเจ้าตัวเล็กนะ" คุณเเพรไหมบอก

"เเม่คะ งั้นรบกวนขากลับแม่พาพลูโตไปแวะร้านไอติมหน่อยสิคะแม่... อ้อนมาหลายวันแล้วค่ะ ตอนที่สีน้ำพาไปซื้อของเรื่องเรียนก็ไม่ได้พาไปกิน เพราะต้องรีบกลับมาทำงาน...เห็นซึมๆมาพักนึงเพราะว่าสีน้ำไม่ได้พาไปกินสักที"

"เเล้วเขาจะไปเหรอ? ก็ถ้าอ้อนเราขนาดนั้นอ่ะแสดงว่าอยากไปกับเราเองรึเปล่า?"

"รายนั้นน่ะถ้าพูดถึงขนม พูดถึงไอติม แค่ได้ยินก็ตาโตแล้วล่ะค่ะแม่...แต่ถ้างอแงไม่ไปขึ้นมา สีน้ำฝากบอกด้วยนะคะว่าเดี๋ยววันหลังสีน้ำจะพาไปเอง วันนี้ให้ไปกับพ่อแม่ก่อน..."

"ได้จ้ะ...งั้นแม่วางแล้วนะ ใกล้ถึงโรงเรียนแล้วล่ะ เอ้อ...ว่าแต่พรุ่งนี้เลิกงานกี่โมงล่ะลูก อยากกินอะไรเดี๋ยวแวะตลาดจะได้ซื้อไว้ทำให้กิน.."

"พรุ่งนี้ราวน์เช้าเสร็จก็กลับเลยค่ะ...ถ้าถามว่าอยากกินอะไร...สีน้ำก็จะตอบว่ากินได้หมดเลยคะ ถ้าเป็นแม่ทำ สีน้ำไม่เรื่องมากหรอก...อะไรก็อร่อยหมดแหละค่ะ...ก็ฝีมือแม่นี่นา...ใครๆก็รู้ว่าฝีแม่แพรไหมเนี่ยสุดยอดที่สุดเเล้ว"

"แหม...เดี๋ยวแม่ก็ตัวลอยออกไปนอกโลกไปถึงอวกาศหรอก โตจนมีลูกเเล้วนะเรา...ยังเสียงอ่อนเสียงหวานอ้อนแม่เป็นเด็กๆเลย...ความขี้อ้อนนี่มันติดมาทางพันธุกรรมด้วยรึเปล่าเนี่ยลูก? หลานแม่ถึงได้อ้อนบ่อย อ้อนเก่งนัก"

"งื้ม...ก็สีน้ำอ้อนได้เเค่กับพ่อกับเเม่แค่นั้นเเหละค่ะ..."

"จ้ะๆ...เเค่นี้นะลูกนะ"

"ค่ะ...บายค่ะ" หมดเวลาเบรกพอดี วางสายแล้วไปเริ่มงานต่อ เเต่พอคิดเเบบนั้นเเล้ว...

"อ้อนเหมือนฉันเเต่เจ้าเล่ห์เหมือน...ทำไมฉันยิ่งรู้สึกว่ายิ่งโต เขาเริ่มจะเหมืือนกับคนๆนั้นนะ..." ถอนหายใจออกมา

"คุณตา คุณยาย สวัสดีครับ" วิ่งเข้ามากอดอย่างไว

"ไงหลานวันนี้เรียนสนุกมั้ย?" ยายถาม

"สนุกครับ พลูโตมีเพื่อนแล้วด้วยนะ เพื่อนตลกมากเลยครับ.." ยิ้มแฉ่ง

"ต่อไปคงอยากมาโรงเรียนทุกวัน...เผลอๆคงจะไม่อยากกลับบ้านด้วยมั้งเนี่ย" ตาแกล้งพูดเล่นๆ

"ไม่มีทางครับ...เพราะว่าพลูโตอยากกินขนมฝีมือคุณยาย อยากเล่นกับคุณตา อยากช่วยยายทำขนมกับแม่ กับตา อยากทำหลายอย่างเลย" กอดคอตาเเน่น

"จริงเหรอ?" อุ้มขึ้นมาพาไปขึ้นรถกลับ

"จริงครับ..."

"เห็นมั้ยพ่อ เเม่บอกเเล้วว่าเชื้อขี้อ้อนมันติดมาทางสายเลือดได้ ได้ทีล่ะอ้อนใหญ่ ปากนี่หวานเชียว"

"จริงนะครับ...นี่พลูพูดจากใจของพลูเลยน๊า.." ยิ้มหวาน

"วันนี้เดี๋ยวไปกินไอติมกับตากับยายก่อนกลับบ้านดีมั้ยเอ่ย?" คุณเเพรไหมถาม

"แต่ว่า...เเต่ว่าเเม่บอกว่าจะพาพลูโตไปเองนี่ครับ..." ซึมทันที

"ก็วันนี้ไปกับตากับยายก่อน เเล้ววันหลังก็ไปกับแม่อีกไงลูก..ไม่ดีเหรอได้กินไอติมฟรีหลายรอบเลยนะ" ตาบอก

"งั้นไป...ไปกันยังครับ..พลูโตพร้อมเเล้วครับ" ยิ้มร่าเริงเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น

ณ ร้านแอบอร่อย ร้านไอศครีมโฮมเมดร้านนี้เคยเป็นร้านเบเกอรี่มาก่อน...เเต่ตอนหลังได้ปรับปรุงเเละเริ่มขายไอศครีมที่ทำขึ้นเองเพราะลูกเจ้าของร้านได้มาพัฒนาให้ดียิ่งขึ้น ถึงจะใหม่เเต่เเน่นอนว่ารสชาติที่เป็นเอกลักษณ์ของเบเกอรี่เเละไอศครีมที่นี่ต้องอร่อยเหมือนเดิมคงอยู่เป็นมาตรฐาน บรรยากาศที่ร้านร่มรื่นน่านั่ง น่าถ่ายรูปสุดๆ นี่เป็นร้านที่ส่งต่อมาสองรุ่นเเล้ว ร้ายเลยดูเข้ากับสมัยใหม่มากขึ้นเพราะเจ้าของร้านรุ่นที่สองเป็นคนรุ่นใหม่เเละชอบถ่ายรูปในร้านจึงมีมุมให้ถ่ายได้มากมาย ร้านนี้เองที่เป็นร้านโปรดของสีน้ำเเละเพื่อนๆตั้งเเต่สมัยยังเรียนอยู่มัธยมจนถึงตอนนี้ก็ยังชอบอยู่

"สั่งได้เลยพลูโต เดี๋ยวตาเลี้ยงเอง เเม่ไม่มาตาให้กินได้สองถ้วยเลย"

"จริงเหรอครับ!"

"เเต่อย่าไปบอกเเม่ล่ะว่าตาเลี้ยงเกินโควต้า..." กระซิบกับหลานตัวน้อย

"ยายก็ได้ยินนะ...จะกระซิบกันทำไม?"

"ฮ่าๆ..."

"งั้นเอาช็อกโกแลตกับชาเขียวครับ"

"ชาเขียว? สั่งมาเเล้วกินได้เหรอ?" ตาถาม

"ได้ครับ..." พยักหน้าหงึกๆ

"ชอบชาเขียวเหรอ? ยายว่าไม่ใช่..."

"พลูโตอยากลองกินเหมือนแม่นี่ครับ เห็นคุณแม่กินเเล้วอร่อย..."

"ยายเห็นนะครั้งที่เเล้วที่มาด้วยกัน มีเด็กแถวนี้เเอบตักไอติมเเม่กินตอนแม่ไปคุยโทรศัพท์ ใครนะที่ทำหน้าเเหยๆ? เอ...ใครนะ?"

"ถ้ากินไม่หมดตาว่าคงต้องให้เราไปช่วยล้างถ้วยไอติมชดเชยค่าไอติมกับที่ร้านนะ...เพราะตากับยายจะไม่ช่วยกินให้...ของใครของมัน"

"งั้น..เอาช็อกโกแลตกับเรนโบว์ครับ..."

"เปลี่ยนอย่างไวเลยนะ.." คุณเเพรไหมอมยิ้มก่อนหันไปสบตากับสามี

"ก็พลูโตไม่อยากโดนล้างจานนี่ค้าบ..." ส่งยิ้มหวาน

"ป๋า ป๋า ไอติม ไอติม.." เด็กน้อยเขย่าเเขนของคนที่งีบหลับเบาๆ

"ไอติมเหรอ?"

"ไปร์ท ไม่เอาอย่ากวนป๋า ป๋าจะพักผ่อนลูก.." เข้ามาอุ้ม

"จะกินไอติมพี่พาไปได้นะ...เอาจริงๆพี่ก็ว่างเเล้ว...มีร้านไหนเเนะนำมั้ยล่ะ?"

"ร้านนี้เเหละค่ะพี่...เห็นคนเเชร์กันเยอะมาก ขับมาไกลหน่อยเเต่อร่อยชัวร์" อุ้มลูกวสาวลงจากรถเมื่อมาถึงที่หมาย

"ร้านนี้..มัน..."

-ย้อนกลับไปก่อนจะย้ายไปสอนที่อื่น ตอนนั้นหนึ่งทุ่มกว่าๆ-

"พวกแกไปกินกันเถอะ..ฉันว่าฉันกลับบ้านดีกว่า..." นธีกานต์บอกเมื่อมายืนอยู่หน้าร้าน

"เฮ้ยกลับได้ไงวะ ก็มาเเล้วอ่ะ ก็กินให้เสร็จก่อนดิ ครูตฤณเลี้ยงด้วยนะเว่ย...เเล้วก็นะ อายทำไมครูยังไม่มาเลย" ฟ้าใสดึงตัวเอาไว้

"ไม่เอาอ่ะ...เมื่อกี้เเกไม่ได้บอกนี่ว่ามีคนอื่นด้วย ก่อนฉันจะขอให้พ่อพามาส่ง"

"คนอื่นตรงไหน ก็ครูตฤณป่ะ" ครีมพูด

"นัดมาเลี้ยงส่งครูก่อนย้ายโรงเรียนไง.." โมบอก

"เเต่มันแปลกอ่ะ!" สีน้ำหน้าบึ้ง

"แปลกไรว้ะ?!" ฟ้าใสถาม

"ก็ดูชุดฉันสิ...แล้วดูชุดพวกเเก..." ตัวเองใส่เดรสมาเเต่เพื่อนๆใส่ชุดนักเรียน

"ก็เเกไปเยี่ยมย่ามาใช่ป่ะ...เเต่พวกเราเพิ่งจะกลับจากทำรายงาน...เลยไม่มีใครได้เปลี่ยนชุด ฉันว่าไม่เห็นเป็นไรเลย"

"เออ...ดูสิเนี่ยสภาพเเเกตอนนี้อย่างกะเจ้าหญิง เเล้วดูสภาพฉัน..โทรมไม่ไหวเเล้ว...ดูเสื้อก็ยับผมก็ฟูเนี่ย...เเล้วดูสีกระเด็นโดนเสื้อฉันด้วยอ่ะ" ครีมบ่นให้ฟัง

"ไม่เอาอ่ะ ฉันไม่อยากแปลกแยก..ฉันกลับล่ะ ฉันอาย..." รีบมากจนหันหลังกลับไปโดยไม่ได้ดูทางเลย

"เฮ้ยเเกระวัง!!"

"อ๊ะ!" ชนกับอกใครก็ไม่รู้เเน่นๆ

"เฮ้ย!?" ตฤณที่รีบเดินมาเพราะมาสาย เขาเห็นหญิงสาวผมยาวคนหนึ่งที่ใส่ชุดเดรสสีหวานที่เข้ากับรูปร่างของเธอมากๆ เดินมาชนเข้ากับอกโดยที่ไม่ได้ระวังตัวก็ได้จับต้นเเขนนิ่มเอาไว้ก่อน เพราะกลัวจะล้มลงไปพร้อมกัน

ทั้งเขาเเละเธอตัวชิดกันมาก มือหนาจับไหล่บางเอาไว้เพราะกลัวว่าชนกันเเล้วจะพากันตกบันไดลงไป เเต่เเรงอันน้อยนิดของเธอที่กระเเทกมาไม่อาจทำอะไรเขาได้เลย กลิ่นหอมละมุนอ่อนๆจากกายสาวนั้นลอยขึ้นมาเเตะจมูกจนเขาเผลอลืมตัวไป ก่อนจะได้สติเเล้วค่อยๆปล่อยคนตัวเล็กออกจากอก

"คุณเป็น...เป็นอะไรรึเปล่าครับ? อ้าว! นี่เธอ?" พอเห็นหน้ากลับทำให้เขาพูดไม่อออกเหมือนกัน เพราะเธอเป็นคนที่เขาไม่คิิดว่าจะมาด้วยซ้ำเเละยัง...สวยเกินไปอีกในชุดนี้

"ขอโทษค่ะ...ฉันจะกลับเเล้วค่ะ" ก้มหน้าหลบอายที่ซุ่มซ่ามต่อหน้าเขา

"ครูอย่าให้มันกลับนะ อุตส่าห์มาเเล้วอ่ะ" ฟ้าใสบอก

"ทำไมถึงจะกลับล่ะ?" เขาถามเมื่อนั่งอยู่ในร้านเเล้ว

"สีน้ำมันบอกว่ามันอายที่เเปลกเเเยก ที่มันใส่ชุดเเบบนี้มากินไอติม..." ฟ้าใสตอบเเทน

"ครูว่าก็ไม่เห็นเเปลก ถ้าใครจะแปลกกว่าก็ครูรึเปล่าที่ไม่เข้าพวก? เเล้วอีกอย่างใส่ชุดนี้ก็..น่ารักดีนะ(สวยเลยเเหละ) ไม่เห็นจะแปลกอะไรเลย...เเล้วไม่มีใครบอกเหรอว่าผมเลี้ยง?"

"ฟ้าใสมันบอกเเล้วค่ะ แต่สีน้ำมันยังดื้อจะกลับบ้านให้ได้"

"..." ก้มหน้าอย่างเดียว

"ครูหลงทางตอนมาร้านนี้ด้วย เลยช้าเเบบนี้...เห้อ ชื่อร้านแอบอร่อยจริงด้วยสิ ตอนเเรกคิดว่ามุก.."

"ชื่อร้านจริงๆค่ะ ประมาณว่าตอนเเรกอยู่ในซอยเล็กๆ ไม่ค่อยมีคนรู้จัก เเต่ต่อมาด้วยรสชาติของขนมในร้านมีคนเอาไปพูดคุยบอกต่อกันเยอะเลยดังขึ้นในบริเวณนี้ ที่ชื่อร้านแอบเพราะเจ้าของร้านชื่อป้าแอบ เเต่ตอนหลังเขาก็เเซวกันว่าที่ชื่อนี้เพราะบางทีลูกค้าที่มาก็หลงทางมาไม่ถึงร้านก็มี เหมือนกับว่าร้านมันเเอบอยู่ เลยเป็นแอบอร่อย" สีน้ำบอก

"เหรอ? ฮ่าๆ แต่ผมหลงจริงนะ...กว่าจะมาเข้าซอยนี้ก็ผิดไปหลายรอบอยู่ เหนื่อยเลย..จะสั่งอะไรสั่งเลยสิ"

"เรนโบว์" ฟ้าใส่สั่งคนเเรก

"ช็อกโกเเลต" ครีมสั่งตามมา

"สตอเบอร์รี่" โมสั่งบ้าง

"ชาเขียว..." สีน้ำบอก

"ผมเเอากาแฟ" ตฤณสั่งเป็นคนสุดท้าย

พอได้ไอศครีมมาตอนเเรกก็ไม่มีอะไรเเต่พอสักพักเท่านั้นเเหละ

"คนอะไรสั่งไอติมไม่สมเด็กเลย อะไรก็ไม่รู้มาทีไรกินเเต่ชาเขียว ชาเขียว เหมือนคนเเก่เลยอ่ะ" ฟ้าใสเเซวเพื่อนก่อนจะนึกได้ว่ามีคนเเก่กว่าใครนั่งอยู่ด้วย "อุ้ย!ไม่ได้ตั้งใจจะว่าครูตฤณนะ...แหะๆ"

"ไม่ทันเเล้วมั้ง" เขาหันไปมองอย่างไม่จริงจังด้วยรอยยิ้ม

"งัั้นขอกินหน่อยละกัน อยากรู้ว่ารสชาติคนเเก่มันเป็นยังไง" ฟ้าใสเอาช้อนไปตักไอติมชาเขียวของเพื่อนคำใหญ่มากแล้วรีบเอาเข้าปากอย่างไว

"ไหนบอกแก่? ไหนงั้นฉันของชิมรสชาติของเด็กวัยรุ่นบ้างซิ" สีน้ำเอาช้อนจะเเย่งตักบ้าง

"เรื่องไรเล่า ไม่เเบ่งหรอกฮ่าๆ" เอาถ้วยไอศครีมตัวเองหลบ

"เอาด้วยสิ ขอชิมบ้าง" ครีมก็เล่นกับเขาด้วย

"ไม่อายครูกันเลยจริงๆนะพวกเเกนี่...ว่าเเต่รสอื่นมันเป็นไงอ่ะ อยากชิมเหมือนกัน เอามาเเบ่งหน่อย" โมส่ายหน้าเบาๆก่อนจะเล่นกับเขาบ้าง

ตอนนั้นเองที่ตฤณได้เห็นว่าเเก๊งค์นี้เเต่ละคนเป็นคนยังไงบ้าง เสียงหัวเราะเเละรอยยิ้มของเด็กนี่มันดีจริงๆ ทำให้เขาคิดถึงวัยเด็กของตัวเองเเล้วก็ยิ้มออกมา ช่วงเวลาที่เป็นเด็กมันดีจริงๆนะ พอโตมาเเล้วทั้งรอยยิ้มเเละเสียงหัวเราะก็ยิ่งน้อยลงเเละน้อยลง เเต่ครั้งนี้เขาก็มีความสุขดี

...

"พี่ตฤณ...พี่ตฤณจะสั่งอะไรคะ? เราสั่งกันหมดเเล้ว"

"ห๊ะ! เอ่องั้นเอาไอติมชาเขียวอันนี้เเล้วกัน..." รู้ตัวอีกที่อยู่ในร้านเเล้วได้ไงกัน...

"พี่ไม่กินชาเขียวไม่ใช่เหรอเห็นปกติกินช็อกโกแลต ไม่ก็กาแฟ"

"อ่อ...อยากเปลี่ยนบรรยากาศบ้างไง..ฮ่ะๆไม่มีอะไรหรอก..."

"เหรอคะ?"

"กินเสร็จเเล้วกลับกันเถอะครับ" เด็กชายยิ้ม

"จ้าๆ...เเต่ก่อนกลับนะ เช็ดปากซะก่อน เลอะถึงเเก้มเเล้วจะเอากลับไปกินที่บ้านเหรอพลูโต?" คุณเเพรไหมเช็ดปากให้หลานชาย

"ขอบคุณคร้าบ...งั้นไปกันเลย...คุณยายอุ้มหน่อยสิคร้าบ"ส่งสายตาออดอ้อนสุดๆ

"ยายอุ้มไม่ไหวหรอก ตัวโตขึ้นตั้งเยอะรู้มั้ยเรา ถามตาสิลูก" หันไปหาสามีเเล้วอมยิ้ม

"คุณตาคร้าบ อุ้มพลูโตหน่อยได้มั้ยคร้าบนะครับ นะๆ"

"กิ่นอิ่มๆเเบบนี้ตาว่าตาอุ้มไม่ไหวหรอกเจ้าพลู...ตาปวดหลังอยู่นะลูกนะ"

"ก็ได้ครับ เเต่วันหลังตาหายเเล้ว ตาอุ้มพลูหน่อยนะครับ"

"เอ้อ..ถ้าไหวตาจะอุ้มให้..."

"เเต่วันนี้เรามาเเข่งกันดีกว่า...ใครถึงรถก่อนคนนั้นชนะนะคับ เย่" วิ่งออกไป

"พลู...เจ้าพลูไม่เอาไม่วิ่ง! ว้ายตาย!" หลานวิ่งล้ม

"เป็นไรมั้ยครับ? เป็นไรมากมั้ยครับลูก?" ประคองเด็กที่วิ่งมาล้มตรงหน้าขึ้นมา

"อูย..เเย่เเล้ว...กลับไปต้องโดนแม่บ่นเเน่เลย..." ถ้าล้มเพราะไม่ได้ตั้งใจ ล้มเพราะเล่นกีฬาเเม่จะทำแผลให้ เเต่ถ้าล้มเพราะเล่นไม่รู้เรื่องแม่ทำแผลให้นะแต่เเถมเเพ็กเกจเทศน์สอน พลูโตรู้ดีอยู่เเก่ใจว่าวิ่งในร้านมันเสี่ยงล้ม เสี่ยงชนของตก เเต่เมื่อกี้มันนึกสนุกขึ้นมาจริงๆ เเต่ตอนนี้สำนึกผิดอยู่

"ขอโทษครับ พลูโตขอโทษจริงจริงครับ" ไม่ร้องไห้ที่ล้มแต่กลับไหว้ขอโทษ

เมื่อเด็กชายเงยหน้าขึ้นมายิ่งทำให้เขาอึ้งจนเงียบไป ดวงตากลมโตเเบบนี้ ขนตายาวเหมือนตุ๊กตาเเบบนี้ ใบหน้าละมุนน่ารักแบบนี้อยู่ๆก็มีใบหน้าอื่นลอยซ้อนขึ้นมา

"เด็กชายนวิน พิทักษ์พล?!"

"ขอโทษแทนหลานเราด้วยนะคะ...อ้าว!"

"สวัสดีครับ..ปุ้ยนี่คุณแพรไหม แล้วก็คุณพนา...เป็นผู้ปกครองของนักเรียนที่พี่เคยสอน"

"สวัสดีค่ะ...น้องไปร์ทดีจ้าหน่อยค่ะ ดีจ้า"

"น่ารักจังเลย พาแฟนกับลูกมาพักผ่อนวันหยุดเหรอจ้ะ? น่ารักน่าชังอายุเท่าไหร่เเล้วจ๊ะเนี่ย?"

"สามขวบครับ..."

"อ้อนี่..พลูโตสวัสดีคุณลุงกับคุณป้าเขาหน่อยลูก คุณลุงเขาเคยสอนเเม่เราด้วยนะ...พลูโตเป็นลูกชายของสีน้ำน่ะจ้ะ...."

"สวัสดีครับ" น้อมไหว้อย่างเรียบร้อย

"แล้วขอโทษเขารึยังหืม? วิ่งมาล้มที่โต๊ะลุงเขาเลยเนี่ยเรา" คุณพนาพูดขึ้น

"ขอโทษครับ ขอโทษที่ซนครับ...คุณตาครับ คุณยายครับ เรากลับบ้านกันเถอะครับพลูโตมีการบ้านต้องทำต่อครับ" เขย่ามือตากับยายเบาๆ

"จ้าๆ งั้นเราขอตัวกลับกันก่อนนะจ๊ะ" จูงมือหลานชายออกไป

"หวัดดีครับ" ไหว้ก่อนออกไปด้วย

"สวัสดีครับ.." ตฤณมองตามเด็กชายคนนั้นจนลับสายตา ไม่รู้ทำไมถึงได้รู้สึกเอ็นดูเด็กคนนั้นอย่างไร้เหตุผล...ต่างกับที่เอ็นดูเด็กคนอื่นๆด้วยนะ...เเต่ก็บอกไม่ถูก

"พี่ตฤณก็ไม่ใช่น้อยๆเเล้วนะคะเนี่ย...สอนมาจนตอนนี้นักเรียนที่เคยสอนมีลูกตัวโตเเล้วเเน่ะ"

"จะบอกว่าพี่เเก่ก็บอกเถอะ...พี่ไม่โกรธหรอก พี่รับได้..."

"เเต่ปุ้ยว่า...เด็กคนนั้นก็หน้าคล้ายพี่อยู่เเหมือนกันนะ...ถ้าไม่รู้..ปุ้ยต้องคิดว่าพี่ไปแอบมีลูกมาเเน่ๆเลย..."

"เหรอ? ใช่ก็บ้าเเล้ว...พี่ไม่ได้ไปมีลูกที่ไหนสักหน่อย" ยิ้มกลบเกลื่อน

"สวยมั้ยครับ...ได้สิบคะเเนนเต็มเลยนะค้าบ" เอารูปวาดมาอวด

"สวยจ้ะสวย..."

"ถ่ายไปอวดเเม่หน่อยครับ"

"เอาล่ะนะ หนึ่ง สอง สาม...เสร็จเเล้ว...มาดูสิเเม่สงคลิปมาด้วย"

"เก่งค่ะ...ไว้เรามาวาดรูปด้วยกันอีกนะ..เเม่ไปทำงานต่อก่อนนะ ฝันดีครับ"

"ฝันดีครับ" ยิ้มหน้าบาน

"ในรูปติดตาด้วยนี่...ตากับพลูใครหล่อกว่ากัน" เเกล้งถามหลาน

"เเน่นอนว่าคุณตาหล่อกว่าอยู่แล้วคับ หล่อทะลุจอเลย...เเต่ว่าพลูโตก็น่ารักนะคร้าบ" ชมเขาเเล้วกลับมาชมตัวเองต่อ

"ความฝันของฉันเหรอ?" ยายอ่านโจทย์

"ใช่เเล้วครับพลูโตอยากเป็นนักบินอวกาศ เเต่พลูโตยังมีฝันอีกนะ"

"ฝันอะไรล่ะหืม?" ตาถาม

"พลูโตฝันให้เเม่มีงานน้อยๆ แม่จะได้มีเวลาอยู่กับพลูเยอะๆ พลูไม่อยากให้เเม่เหนื่อย กลับมาจากงานเเม่ก็ง่วงมากๆตลอดเลย...พลูอยากให้เเม่มาช่วยยายขายอาหาร พลูจะได้ช่วยคุณตาคุณยายทำด้วย เเล้วพลูจะกินขนมได้เยอะเพราะพอหมดแม่ก็ช่วยทำได้อีกเรื่อยๆฮ่าๆ"

"ยายว่าร้านคงขาดทุนเเน่เลย...หลานยายยิ่งกินจุอยู่"

"ฟังเสียงหัวเราะเเค่นี้ก็รู้ล่วงหน้าเลยว่า ถ้าเป็นตามฝันนี้จริงเราไม่ต้องเปิดหรอกร้าน ทำให้เจ้าพลูมันกินให้อิ่มก่อน เเล้ววันต่อไปค่อยขาย ฮ่าๆ"

"พลูฝันอีกนะ พลูอยากเจอพ่อ พ่อพลูอยู่ไกลมากมั้ยครับ?...พอถามแม่ เเม่ยุงจนลืมบอกพลูทุกที พลูถามว่าพ่อเก่งมั้ยเเม่บอกว่าพ่อทำงานเก่ง พ่อยุ่งกว่าเเม่อีกเหรอครับ? ทำไมพลูไม่เคยได้เจอพ่อเลย...พลูอยากเตะบอลครับ...เเม่บอกพ่อเก่งกีฬา"

"เดี๋ยวเตะกับตาก็ได้นะ...เตะตอนนี้เลยยังได้.."

"พลูไม่อยากให้คุณตาเหนื่อย เพราะวิ่งนานๆ...ตาเจ็บหลังอยู่...พลูอยากให้พ่อกับแม่ว่างพร้อมกันเเล้วไปงานประชุมผู้ปกครองเหมือนเพื่อนๆบ้างครับ..พลูไม่เคยเจอพ่อเลย..พลูเเค่อยากเจอสักครั้ง..."

"บางทีพ่อกับพลูอาจจะเคยเจอกันก็ได้นะลูก เเต่พอจะทักพ่อก็ต้องไปทำงานซะก่อน..."

"เหรอครับ? งั้นคราวหน้าถ้าเจอพ่อ...ตากับยายบอกพลูด้วยนะ นะครับ"

"ถ้าเจอ...ยายจะบอกนะลูก"

"ขอบคุณครับ"

 

 

ความคิดเห็น