email-icon facebook-icon Twitter-icon

ตอนที่วาฬโต้คลื่นมันเจ็บบ้างมั้ยนะ

วาฬโต้คลื่น 4 เพิ่งรู้เหตุผลของเด็กเปอร์ [Rewrite]

ชื่อตอน : วาฬโต้คลื่น 4 เพิ่งรู้เหตุผลของเด็กเปอร์ [Rewrite]

คำค้น : วาฬโต้คลื่น,วาฬ,คลื่น,เปอร์,แข่งรถ,รัก,คนเถื่อนหัวใจมุ้งมิ้ง

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 761

ความคิดเห็น : 9

ปรับปรุงล่าสุด : 20 ส.ค. 2564 21:08 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
วาฬโต้คลื่น 4 เพิ่งรู้เหตุผลของเด็กเปอร์ [Rewrite]
แบบอักษร

วาฬโต้คลื่น 4 เพิ่งรู้เหตุผลของเด็กเปอร์ 

 

'อยากได้ก็ไปเอาที่ห้อง'

'อยากได้ก็ไปเอาที่ห้อง'

'อยากได้ก็ไปเอาที่ห้อง'

หลอนจนเก็บเอาไปฝันเลยแม่! สรุปที่วันนั้นยื่นข้อเสนอให้ตั้งมากมายก็คือหัวเขียวแม่งไม่ยอมอะไรเลย แถมยังทำตัวหน้าด้าน ๆ ด้วยการเตรียมจะแก้ผ้าให้ดูซะตรงนั้น วาฬเลยต้องรีบวิ่งออกมาจากสระแล้วใช้ฝีเท้าแมวของตัวเองย่องออกมาจากสระน้ำเร็วที่สุดโดยที่ไม่ได้สร้อยฉลามคืนเพราะความหน้าด้านหน้าทนของไอ้หัวเขียว

และนี่...ก็ผ่านมาได้หลายวันแล้ว

แต่ก็ยังไม่มีอะไรคืบหน้าเลย อยากจะไปเอาที่ห้องอยู่หรอกนะแม่งจะพกเพื่อนแก๊งสามซ่าไปด้วย มั่นใจมากว่าถึงหัวเขียวจะคิดวิปริตยังไงก็คงไม่สามารถทำอะไรวาฬได้แน่ ๆ

แต่เรื่องของเรื่องมันคือ ไม่รู้ที่อยู่ของเขานี่สิ

เวร! รู้งี้วันนั้นขอให้จดที่อยู่ให้ก็ดีไม่น่าชิ่งหนีออกมาจากสระก่อนเลย

"มึงถอนหายใจเป็นรอบที่ล้านแล้วนะชะนี เครียดไรนักหนา คอลัมน์ 'รักให้ตาย ก็ตายอยู่ดี' ของมึงได้คะแนนเต็มสิบยังจะเครียดอะไรอี้กกก? "

อีโน่

หรือฟีโน่ เพื่อนชายใจสาวในแก๊งสามซ่าเริ่มเอ่ยบ่นฉันด้วยน้ำเสียงใหญ่ ๆ ตามแบบฉบับ และมันไม่เคยคิดจะดัดเสียงให้บุคลิกดูซอฟท์ลงเลย

โน่มันเป็นกะเทยถึก และบอกไว้เลยว่าไม่มีใครตั้งฉายานี้ให้มันหรอกแต่มันสถาปนาตัวมันแบบนั้นด้วยความเต็มใจเอง ด้วยรูปร่างที่สูงใหญ่ความสูงเฉียดร้อยแปดสิบของมัน บวกกับหน้าตาที่ค่อนข้างจัดอยู่ในหมวดหล่อคมเข้ม มันเลยบอกกับทุกคนว่าใจมันเป็นกะเทยแต่ร่างของมันก็คือผัวดี ๆ นี่เอง

อารมณ์ประมาณพี่เกรท วรินทิตย์มายืนอยู่ตรงหน้าอะ ประมาณนั้น แต่พี่เกรทเวอร์ชันโคฟเวอร์คนนี้มันใจคุณหญิงมาก

แถมบางครั้งใจงาม กิริยาอ่อนช้อยยิ่งกว่าหญิงแท้ ๆ อย่างวาฬซะอีก

"เออ มึงเครียดไรหนักหนาวะ หรือมึงอยากได้คะแนน 100 เต็ม 10 งี้เหรอวาฬ? "

นี่ชื่อจิ๊บ มันเป็นผู้หญิง แต่เป็นผู้หญิงที่สวยแซ่บมาก ความมั่นมีร้อยให้ล้าน แต่ไม่รู้คิดยังไงถึงมาอยู่กลุ่มด้วยกันได้ทั้ง ๆ ที่นิสัยพวกเราต่างกันสุดขั้ว

อาจเพราะที่เขาว่ากันว่าคนเรามักจะสนิทกับคนที่แตกต่างเพื่อทำให้ชีวิตตัวเองมีสีสันขึ้นจะเป็นความจริง

เหมือนความรักแหละ บางคู่ดูไม่น่าจะเข้ากันได้เลยแต่กลับเป็นคู่ที่เหมาะสมกันที่สุด แต่ก็ไม่ได้แปลว่าคู่ที่เหมือนกันมันจะไม่ดีนะ มันก็ดี แต่ชีวิตอาจจะน่าเบื่อและไม่มีความตื่นเต้นอะไรเลย

เห็นดีเห็นงามด้วยกันหมด ไม่มีใครคอยแย้ง คอยเถียง แต่วาฬชอบแบบนี้นะ น่าจะสบายใจดี...

แค่มีเพื่อนอย่างพวกมันก็น่าปวดหัวพอแล้วล่ะ อย่าได้แฟนแล้วต้องมาตีกันตายอีกเลย

"กูเครียดโว้ย สร้อยฉลามกูโดนหัวเขียวขโมยไป"

คิดอะไรในหัวอยู่นาน สุดท้ายก็เลือกจะเล่าความจริงให้เพื่อนได้ช่วยคิดวิธีแก้ปัญหา ถ้าจนปัญญาจริงก็คงต้องไปดักซุ่มรอที่สนามแข่งนั่นแหละเพราะทักไลน์ไปถามนิลกับนุ่นมาแล้ว สองคนนั้นบอกว่าไอ้หัวเขียวเนี่ย ชอบไปแข่งรถอยู่บ่อย ๆ

แข่งเหมือนเป็นอาชีพ ทั้ง ๆ ที่พี่แกยังเรียนไม่จบ...

"เดี๋ยว ๆ สร้อยฉลามที่มึงใส่มาทุกวันอะนะ"

โน่เอ่ยถามขึ้นเป็นคนแรกและใช้สายตาของมันเพ่งมองบริเวณต้นคอของฉัน ซึ่งทุกวันมันจะไม่โล่งโจ้งขนาดนี้เพราะต้องมีสร้อยฉลามประดับอยู่อย่างสวยงาม

"อ่า ใช่ สร้อยที่กูหวงไม่ให้พวกมึงจับนั่นแหละ"

ฉันพยักหน้ารับกับเพื่อนอย่างหงอย ๆ บอกแล้วว่าหวงจริง ขนาดเพื่อนยังไม่ยอมให้ดูเลย

"สมน้ำหน้า! กูขอดูตั้งหลายรอบหวงอย่างกับเป็นของที่ผัวให้มา"

อีจิ๊บ เห็นฉันเศร้าหน่อยเป็นซ้ำเติมตลอด เพื่อนเลว คนมั่นนิสัยไม่ดี

"ไม่ใช่ของผัว อยู่ด้วยกันมาสามปีเห็นเคยพาผัวมาอวดเหรอ? "

ตอบกลับเสียงฉุนพร้อมกับขมวดคิ้วมุ่น มันสำคัญมากก็จริงแต่ของที่สำคัญที่สุดมันก็ไม่จำเป็นต้องเป็นของผัวอย่างเดียวปะ

ผัวไม่ใช่ทุกอย่างสำหรับวาฬ จบนะ!

"แล้วแม่งของใคร ไหนบอกพวกกูมาก่อนแล้วจะยอมช่วย"

"..."

พอถูกเพื่อนยื่นข้อเสนอและจี้ถามด้วยสายตาคาดคั้นก็ทำเอาพูดไม่ออก จริง ๆ มันก็ไม่ใช่ความลับอะไรหรอกนะแต่แค่ไม่อยากพูดถึง

"คือ..."

"มัน..."

"มันเป็นของ..."

"โอ๊ยยยยย! มึงจะอ้ำอึ้งทำไมเนี่ยชะนี"

กะเทยไม่อ่อนโยนกับกูเลย ทำไมต้องตะคอกเสียงดัง

"ตกลงใครกันแน่อีวาฬ พวกกูลุ้นจนแทบฉี่จะเล็ด"

จิ๊บเอ่ยเสริมแล้วยื่นหน้าสวยจัดของมันเข้ามาใกล้ฉันเรื่อย ๆ

ฮืออออ

"ของ...ของพี่ฉลาม"

"พี่ฉลาม? มึงเป็นลูกคนเดียวไม่ใช่เหรอวะ"

"เปล่า เป็นลูกคนที่สอง"

ที่ผ่านมาเพื่อนที่สนิทด้วยกันในมหา'ลัยต่างคิดว่าฉันเป็นลูกคนเดียวมาตลอด ถึงแม้จะรู้จักป๊ากับม๊าแต่ก็ไม่เคยรู้จักกับพี่ฉลามซึ่งเป็นพี่ชายแท้ ๆ ของฉันเลย

"เอ้า! แล้วพี่มึงไปไหนอะ"

โน่เอ่ยถามขึ้นอย่างสงสัย คิ้วมันขมวดมุ่นจนแทบเป็นโบว์และฉันคงปกปิดความจริงจากพวกมันไม่ได้อีกแล้ว

จริง ๆ ก็ไม่ได้ปิดหรอกแค่ไม่มีใครเคยถามก็เท่านั้น และฉันก็ไม่ใช่ประเภทที่จะเล่าเรื่องราวของตัวเองให้ใครฟังได้ง่าย ๆ

"หลามตายแล้ว ตอนกูจะเข้ามหา'ลัยหลามก็ชิ่งทิ้งกูไปอยู่ดาวมฤตยู"

"โคตรน่าโมโห กูกำลังจะกลับบ้านไปบอกข่าวดีแท้ ๆ แต่พอกลับไปถึงบ้านกลับไม่เจอหลาม"

"อีวาฬ เฮ้ย...พวกกูขอโทษ"

พอได้รู้ความจริงที่ไม่เป็นเรื่องน่ายินดี เพื่อนทั้งสองเลยต่างยื่นมือมาจับแขนฉันไว้แล้วส่งสายตาบอกเป็นเชิงว่ามึงหยุดเล่าก็ได้

"กูโอเคเว้ย เรื่องมันผ่านมาสามปีแล้วแต่สร้อยฉลามมันเป็นสร้อยที่ป๊ากับม๊าสั่งทำให้หลามมาตั้งแต่เด็ก ตอนยังอยู่หลามก็ใส่ติดตัวตลอด แต่พอตายกูก็ยึดมาใส่เองเพราะมันทำให้รู้สึกเหมือนยังมีหลามอยู่ข้าง ๆ กันเหมือนเดิม"

"โอเค ๆ มึงหยุดเล่า แล้วบอกพวกกูมาเลยว่าใครมันขโมยสร้อมฉลามของมึงไป"

จิ๊บยกมือขึ้นเบรกฉันไว้ และเอ่ยถามถึงหัวขโมยที่ฉันได้บอกพวกมันไปตั้งแต่ต้น

"เป็นผู้ชายหัวสีเขียว หน้าตาดีนิดหน่อย วัน ๆ สิงสถิตอยู่ที่สนามแข่งรถแล้วก็เหมือนจะชื่อ..."

"..."

"คลื่น..."

พอบอกชื่อของไอ้หัวเขียวไปปฏิกิริยาที่ดูเหมือนลุ้นระทึกของเพื่อนในตอนแรกก็แปรเปลี่ยนกลายเป็นตกใจจนตาเบิกโพลงในทันที

อะไรของพวกมันวะ

แล้วไอ้หัวเขียวนี่ทำไมมันดูมีอำนาจจัง ใครได้ยินชื่อหน่อยเป็นต้องโอเวอร์แอคติ้งตลอด

"เฮียคลื่นเหรอวะอีวาฬ!!! "

นี่คือเสียงอีโน่ กะเทยถึกที่อยู่ดี ๆ ก็ดัดเสียงแหลมจัดจนนักศึกษาต่างคณะใต้ตึกเรียนรวมต้องหันมามอง

"ใช่คนนี้ปะมึง นี่มันเฮียคลื่นเลยนะ!!! "

จิ๊บก็ไม่ได้น้อยหน้าหรอก มันรีบไถโทรศัพท์อย่างเร็วก่อนจะยื่นรูปผู้ชายคนหนึ่งมาให้ดู หน้าตาเหมือนกับหัวเขียวเป๊ะแต่ผมคนละสี

"ใช่แหละ แต่ล่าสุดย้อมผมเขียวนะ แสบตาเวอร์"

"เชี่ยยย อีวาฬ! มึงไปเจอเฮียแกที่ไหน แล้วย้อมผมเขียวหล่อไหม เป็นยังไงบ้าง"

ถึงกับงงอีกครั้งเมื่อเพื่อนทั้งสองต่างมุ่งประเด็นไปที่ความหล่อของหัวเขียว แทนที่จะโฟกัสเรื่องที่หัวเขียวคนนี้มันคือหัวขโมยที่จิ๊กสร้อยของวาฬไป

"อะไรนักหนาวะ ก็หน้าปกตินี่แหละ พวกมึงหยุดโฟกัสที่ความหล่อก่อนได้ปะ สนกูก่อนว่าจะไปเอาสร้อยคืนมาได้ยังไง"

"มึง! อีวาฬ! สาบานว่าไม่รู้จักเฮียคลื่นเรียนบริหารจริง ๆ ดิวะ"

มือใหญ่ของโน่จับหน้าของฉันให้หันไปหามัน ก่อนจะเอ่ยถามอย่างจริงจังถึงเรื่องที่ว่าฉันไม่รู้จักหัวเขียวจริง ๆ เหรอ

แต่คนแบบนั้นทำไมต้องรู้จักด้วยล่ะ

"ไม่รู้จัก"

"มึงเรียนมาได้ยังไงวะตั้งสามปี อยู่มอเดียวกันทำไมถึงไม่รู้จัก"

กะเทยทำหน้าแปลกใจจนฉันเริ่มสงสัยอยากรู้ประวัติของหัวเขียวขึ้นมา ตกลงมันยังไงกันแน่ผู้ชายคนนี้อะ

วิเศษวิโสมาจากไหนเหอะ

"งั้นก็บอกมาดิ มันเป็นใครหัวเขียวเนี่ย"

"เฮียแกชื่อคลื่น ชื่อจริงชื่อคลื่นมหรรณพ ปภามหัทธนโชติ" (คลื่น-มะ-หัน-นบ-ปะ-พา-มะ-หัด-ทะ-นะ-โชด)

"มันแปลว่า คลื่นของทะเลที่กว้างใหญ่ ซึ่งเป็นผู้มีทรัพย์มากและมีความรุ่งโรจน์รุ่งเรืองดุจแสงแห่งทองคำ"

สาบานว่านี่ชื่อคน จะยิ่งใหญ่เกรียงไกรไปไหน แล้วอีพวกนี้มันรู้ลึกถึงขั้นความหมายของชื่อกับนามสกุลเลยงั้นเหรอ

"พอ ๆ กูไม่อยากรู้ชื่อจริงกับนามสกุล กูต้องการอยากรู้ว่าจะไปทวงคืนสร้อยฉลามกูกลับมาได้ยังไง"

จำเป็นต้องเบรกเพื่อนทั้งสองไว้ก่อน ไม่งั้นวันนี้วาฬได้รู้ตั้งแต่เวลาตกฟากยันชื่อปู่ย่าตายายทวดแน่ ๆ

"ปกติเฮียแกไม่ค่อยเข้ามออะ ถ้าจะทวงในมอคงยาก ส่วนที่อยู่ก็ไม่เป็นหลักเป็นแหล่งไม่งั้นพวกกูอยู่มาสามปีคงจะมีบุญได้เจอบ่อย ๆ "

"ถึงว่าเป็นเด็กเปอร์ ไม่เข้าเรียนมันจะจบได้ยังไง"

ฉันพึมพำบ่นหลังจากได้รู้ข้อมูลใหม่จากโน่

"ที่เฮียคลื่นเป็นเด็กเปอร์เพราะความจริงเฮียแกไม่ได้อยากเรียนคณะนี้ต่างหากล่ะยะ"

พอได้ยินในสิ่งที่ฉันพูดจิ๊บก็รีบออกโรงปกป้องในทันที

"แล้วทำไมไม่เลือกเรียนให้ตรงกับสิ่งที่ชอบล่ะ"

ฉันเอ่ยถามเพื่อนประหนึ่งมันคงจะรู้ดีทุกเรื่องเกี่ยวกับคนที่เรียกเต็มปากเต็มคำว่า...เฮียคลื่น

"เฮียแกเป็นคนรวยแต่ก็ใช่ว่าทางเลือกชีวิตจะเยอะไง มึงเก็ทปะวาฬประมาณว่ายิ่งสูงก็ยิ่งกดดันไรงี้"

อันนี้โน่อธิบาย แต่ยิ่งอยู่สูงก็ยิ่งสบายปะ กดดันทำเชี่ยอะไร

"ไม่เก็ทว่ะ รวยก็ดีดิเป็นกูนะซิ่วไปเรียนคณะที่ชอบตั้งนานแล้วจะทนทรมานเรียนในสิ่งที่ตัวเองไม่ชอบทำไม"

"ถ้าเฮียแกเลือกเรียนได้ก็ดีดิมึง แต่จากวงในที่เล่าต่อ ๆ กันมาเขาว่ากันว่าที่บ้านเฮียแกเคร่งมาก แถมเฮียยังเกิดมาเป็นลูกคนโตของทายาทรุ่นก่อน และตอนนี้มีพี่น้องในสายเครือฐาตินับห้าคนเตรียมแย่งชิงตำแหน่งทายาทคนต่อไป"

"อย่างกับในหนัง"

ฉันพึมพำเมื่อได้รับรู้ความจริงจากปากของเพื่อน

"ใช่ไหมล่ะ? แล้วมึงคิดดูทายาทคนเดียวของท่านเจ้าสัวที่เป็นพี่คนโตและทำธุรกิจห้างสรรพสินค้าชื่อดังXCอะมึง จะทำแม่งยังไงให้ได้เรียนไม่ตรงสายงานของครอบครัววะ สุดท้ายถึงจะชอบแข่งรถเป็นชีวิตจิตใจแค่ไหนก็ทำตัวอินดี้ไม่สนการเรียนไม่ได้อยู่ดี"

"แต่เปอร์จนอายุ 25 นี่ไม่โดนแย่งตำแหน่งไปแล้วเหรอวะ"

"ไม่โดนโว้ย คนอื่นเขาก็กำลังเรียนอยู่เหมือนกันถือเป็นโชคดีด้วยนั่นแหละที่เฮียคลื่นเกิดก่อน แต่นี่มึงรู้ถึงอายุเฮียคลื่นแล้วเหรอยะ ไหนบอกไม่รู้จัก"

พอฉันพูดถึงเรื่องอายุจิ๊บก็เอ่ยแซะขึ้นมาในทันที โหย ตกลงจะเข้าข้างเพื่อนรึเปล่าเถอะ

"ก็เมื่อวานเล่นบอกกูเองอะ ไม่ได้ตั้งใจอยากจะรู้หรอกนะ"

"ถามจริง แล้วมึงไปเจอเฮียแกที่ไหนกันแน่วะ"

โน่ยื่นหน้ามาถามอย่างอยากรู้อีกครั้ง เล่นเอาฉันทำตาลอกแลกไปมาเพราะไม่รู้ว่าถ้าบอกความจริงไปพวกมันจะว่ายังไง...

"บอกมาอีวาฬ เพราะถ้ามึงเจอเขาครั้งแรกได้ที่นั่นแสดงว่าครั้งต่อไปก็มีสิทธิ์จะได้เจอเขาที่เดิมอีกครั้ง ให้บุกไปหาเขาถึงที่พักก็คงไม่ได้หรอก

"อืม เห็นด้วยกับอีโน่ทุกอย่างเพราะว่าเฮียคลื่นแกเป็นคนทุกที่ โผล่ไปนู่นแวบมานี่ได้ตลอด"

สาบานนะว่านี่คนไม่ใช่ผีที่จะแวบไปแวบมาได้

เฮ้อ...มาถึงขนาดนี้ก็ต้องบอกแล้วปะวะ

"กูเจอที่สระว่ายน้ำมอ ที่เป็นสระในสังกัดภาควิชาพละฯ อะ"

"เชี่ยยยยยยย! เจอตอนกลางวันเลยเหรอวะอีวาฬ"

ตามคาด แอคติ้งเวอร์ ๆ ของเพื่อนยังคงเส้นคงวาเหมือนเดิม

"ไม่ใช่ เจอกลางคืน"

 

 

 

  

หัวเขียวที่สามารถพบเห็นได้ตามสนามแข่งรถและสระน้ำในเวลากลางคืนนะคะ 

#คนเถื่อนหัวใจมุ้งมิ้ง 

เพจ: นางฟ้าดาวตก 

………………………….. 

ฝากนิยายเรื่องใหม่นะฮับ ขายขำไม่แพ้วาฬโต้คลื่นเลย 5555 

จิ้ม >>> ไอแอมแฟนคลับ #ดาวตก 

………………………………….. 

พรีออเดอร์แบบเล่มรอบที่ 3 

ตั้งแต่วันนี้ - 16 กันยายน 2564  

สั่งจองทางเพจเฟซบุ๊กง่ายกว่า : https://web.facebook.com/nangfahdawtok 

  

  

  

 

  

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว