WAVA127
email-icon

ขอฝากเรื่องนี้ไว้ในดวงใจของนักอ่านทุกคนด้วยนะคะ ): วันเวลาผ่านมา18ปี แผนการณ์ปราบกบฎจึงเริ่มขึ้น แต่องค์จักรพรรดิกลับเล่นนอกแผนพระราชทานสมรสมาให้ เห็นทีหลังจากเสร็จสิ้นภารกิจนี้คงได้ทั้งชัยชนะและสามีแถมมาในคราวเดียวกันเป็นแน่

เธอมาได้ทันเวลาพอดี!! คดีที่สาม : ฆาตกรรมที่เกิดขึ้นในวันแต่งงาน (3)

ชื่อตอน : เธอมาได้ทันเวลาพอดี!! คดีที่สาม : ฆาตกรรมที่เกิดขึ้นในวันแต่งงาน (3)

คำค้น : พระชายาชิงหยาง กองทัพพยัคฆ์จันทรา หยางซ่านอ๋อง นิยายวายจีนโบราณ

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 161

ความคิดเห็น : 2

ปรับปรุงล่าสุด : 02 ส.ค. 2563 16:29 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
เธอมาได้ทันเวลาพอดี!! คดีที่สาม : ฆาตกรรมที่เกิดขึ้นในวันแต่งงาน (3)
แบบอักษร

เรื่อง พยัคฆ์เหนือมังกร ตอนที่ 30

 

 

เธอมาได้ทันเวลาพอดี!!  คดีที่สาม : ฆาตกรรมที่เกิดขึ้นในวันแต่งงาน (3) 

 

 

@กรมพลิกศพ

@ห้องชันสูตรพลิกศพ

@ยามไฮ่ (21.00-22.59)

 

“เป็นอย่างไรบ้างต้าเปา”ทันทีที่ชิงหยางเดินทางกลับมาถึงก็ตรงเข้ามาที่ห้องนี้ทันที ก่อนจะเอ่ยถามออกมา

 

 

“กราบทูลพระชายา...จากที่กระหม่อมตรวจสอบดูบนร่างกายแล้ว มิพบบาดแผลของการทำร้ายร่างกาย พบเพียงแต่พิษเท่านั้นพะยะค่ะ และพิษที่ว่านี้ติดอยู่ตามร่างกายและเสื้อผ้าของศพจนมิสามารถระบุได้เลยว่าพิษถูกทาไว้ที่ตัวของศพหรือสิ่งของพะยะค่ะ”ต้าเปาเอ่ยรายงาน

 

 

“มันคือพิษชนิดใด...เจ้ารู้หรือไม่”ฉินหมิงเอ่ยถามออกมา

 

 

“ยังขอรับใต้เท้า ข้าต้องขอเวลาอีกสักหน่อยขอรับ”ต้าเปาเอ่ยตอบออกมา

 

 

“งั้นเจ้าไปเตรียมอุปกรณ์ให้พร้อม ข้าจักตรวจสอบด้วยตนเอง”ชิงหยางเอ่ยบอกกับต้าเปา ก่อนที่เจ้าตัวจะพยักหน้ารับคำของชิงหยางและรีบไปจัดเตรียมอุปกรณ์โดยเร็ว

 

 

“หือ...เจ้าจักลงมือเองงั้นหรือ”อ๋องจวิ้นเอ่ยถามออกมาอย่างสงสัย

 

 

“ใช่...ข้าอยากปิดคดีนี้ให้เร็วที่สุด เพราะข้าเริ่มจักรู้สึกไม่ค่อยดีอยากรีบกลับไปพักผ่อนโดยเร็ว”ชิงหยางเอ่ยบอกออกมาตามความจริง เพราะเขาเองก็เริ่มจะรู้สึกได้ว่าร่างกายของตนเองแปลกไป และดูเหมือนจะไม่สบายเสียแล้ว จึงอยากรีบปิดคดีนี้โดยเร็วเพื่อที่จะกลับไปพักผ่อนที่วัง จะให้ทิ้งไปตอนนี้ก็คงมิได้ มีเพียงทางเดียวคือรีบปิดคดีนี้ให้เร็วที่สุด ก่อนที่ร่างกายของเขาเองจะไม่ไหวเสียก่อน

 

 

“เจ้าไหวแน่นะ”อ๋องจวิ้นเอ่ยถามออกมาด้วยความเป็นห่วง

 

 

“ข้ายังไหว เจ้ามิต้องเป็นห่วงไปหรอก”ชิงหยางเอ่ยตอบ

 

 

“ทุกอย่างเตรียมพร้อมเรียบร้อยแล้วพะยะค่ะ”ต้าเปาเอ่ยบอกออกมา

 

 

“อืม...งั้นพวกเราเริ่มลงมือกันเลย”ชิงหยางเอ่ยบอก

 

 

“พะยะค่ะ”ต้าเปาเอ่ยตอบรับคำ ก่อนที่ชิงหยางจะเริ่มใช้แว่นขยายขนาดเล็กส่องไปตามร่างกายที่เปลือยเปล่าของศพที่ละจุดเริ่มตั้งแต่ปลายเท้าขึ้นไปถึงศีรษะ ทำเช่นนี้หลายครั้งจนกระทั้งเลื่อนมาถึงซอกคอข้างขวา จึงพบรอยเข็มที่เล็กมากๆอยู่ จึงเงยหน้าขึ้นมา แล้วเอ่ยบอกสิ่งที่ตนเองเห็นให้กับทุกคนได้รับรู้

 

 

“มีรอยเข็มเล็กๆอยู่ที่ซอกคอข้างขวาของนางด้วย แต่เป็นรอยเข็มที่เล็กมากๆ หากมิสังเกตดีๆคงมิมีทางเห็นแน่ๆ ขนาดข้ายังเลื่อนผ่านจุดนี้ไปตั้งหลายรอบกว่าจักเห็นรอยเข็มนี้”ชิงหยางเอ่ยบอกออกมา

 

 

“ไหน...ข้าขอดูบ้าง...อืม...รอยเข็มเล็กขนาดนี้มิมีอยู่ตามท้องตลาดทั่วไปแน่นอน คงจักต้องสั่งทำพิเศษ หรือไม่ก็ทำขึ้นมาเอง”ฉินหมิงเอ่ยบอก พร้อมกับรับแว่นขยายที่ชิงหยางส่งมาให้ส่องดูรอยเข็ม ก่อนจะครางอืมในลำคอ และเอ่ยบอกออกมาตามความคิดของตนเอง

 

 

“ใช่...นอกจากจุดนี้ก็มิมีที่อื่นอีกแล้ว คงต้องลองผ่าดูข้างในก่อนว่าจักเจอเบาะแสเพิ่มเติมหรือไม่”ชิงหยางเอ่ยบอก ก่อนจะหยิบมีดหมอขึ้นมาแล้วกรีดลงบริเวณอกยาวลงมาถึงหน้าท้อง แล้วใช้มือทั้งสองข้างแหวกออกเพื่อดูภายใน ก่อนจะใช้มือหยิบกระเพาะอาหารขึ้นมา หลังจากนั้นก็ใช้มีดกรีดลงไปที่กระเพาะอาหารพบเม็ดเล็กๆกับสุราอยู่ในนั้น แต่มิพบอาหารในกระเพาะชิงหยางจึงหยิบเม็ดเล็กๆนั้นชูขึ้นมาพิจารณามองดูอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะหันมาหาทุกคน พลางเอ่ยขึ้น

 

 

“ข้ารู้แล้วว่าคุณหนูรองถูกพิษชนิดใด”ชิงหยางเอ่ยบอกออกมา

 

 

“จริงหรือ!...แล้วมันคือพิษชนิดใดกัน”อ๋องจวิ้นเอ่ยถามออกมาอย่างใคร่จักรู้เต็มทน

 

 

“เป็นพิษที่ทำมาจากดอก 芫 (ดอกเดฟเน่) ”ชิงหยางเอ่ยตอบ

 

 

“มันคือดอกอันใด ข้ามิเคยได้ยิน”อ๋องจวิ้นเอ่ยถาม

 

 

“ดอก  芫  (ดอกเดฟเน่) เป็นดอกไม้ที่มีกลิ่นหอมและมีผลเล็กๆ ที่เป็นพิษ คนพื้นเมืองล้วนรู้จักดอก  芫  (ดอกเดฟเน่)  กันดีว่ามันมีพิษร้ายแรง ในขณะที่ดอกไม้ของมันอาจดูน่าหลงใหลเมื่อปลูกในตะกร้าเล็ก ๆ แต่หากใครก็ตามกินผลเล็กๆ ของมันเข้าไปแม้เพียง 2 หรือ 3 ผลก็อาจส่งผลให้ถึงตายได้ พิษของผลเล็กๆ ของมันอาจทำให้เกิดอาการแสบร้อนในปาก และทางเดินลำไส้ทำให้ถึงแก่ความตาย”ฉินหมิงเอ่ยตอบแทน

 

 

“หือ...แค่ 2 ถึง 3 ผล ก็ทำให้ตายแล้ว นี่เล่นกินเข้าไปเกือบสิบเม็ดแบบนั้น แสดงว่าฆาตกรต้องการให้คุณหนูรองตายแน่ๆสินะ”อ๋องจวิ้นเอ่ยบอกออกมาตามความคิด

 

 

“ถ้าเช่นนั้น ตอนนี้เราก็รู้เป้าหมายของฆาตกรแล้วว่าเป็นคุณหนูรองแน่นอนสินะขอรับ”เปาเปาเอ่ยถามออกมา

 

 

“ใช่”ชิงหยางเอ่ยตอบ

 

 

“แบบนี้ก็เท่ากับว่าคุณหนูรองทานยาพิษเข้าไปเองใช่หรือไม่พะยะค่ะพระชายา”หลินเทาเอ่ยถามออกมาอย่างสงสัย

 

 

“มิใช่...นางมิได้กินเข้าไปเอง แต่มีคนกรอกใส่ปากนางตอนที่นางสลบไป”ชิงหยางเอ่ยตอบ

 

 

“สลบ?...เจ้าหมายความว่าอย่างไร”ฉินหมิงเอ่ยถามออกมา

 

 

“เรียนใต้เท้าและท่านอ๋อง รอยเข็มเล็กๆที่พบอยู่ที่ซอกคอข้างขวาของคุณหนูรองเป็นรอยเข็มของยาสลบ มิใช่รอยของยาพิษขอรับ”ต้าเปาเอ่ยตอบออกมา หลังจากทำการตรวจสอบรอยเข็มและเย็บรอยผ่าเสร็จเรียบร้อยแล้ว ก่อนจะขมวดคิ้วหมุ่นอย่างสงสัยบางอย่าง

 

 

“เจ้ากำลังสงสัยสิ่งใดอยู่งั้นหรือต้าเปา”ชิงหยางเอ่ยถามออกมาอย่างจับสังเกตได้

 

 

“พะยะค่ะ...กระหม่อมเพียงแค่คิดว่าเลือดที่เปื้อนอยู่บนพื้นแลดูมันจักเยอะเกินกว่าความเป็นจริง แต่อาจเป็นเพราะเม็ดของดอก 芫 (ดอกเดฟเน่) ที่กินเข้าไปเยอะก็เป็นไปได้เช่นนั้น กระหม่อมคงคิดมากไปเองพะยะค่ะ”ต้าเปาเอ่ยบอกออกมาตามความจริง

 

 

“ไม่หรอก การที่เจ้ามิมองข้ามเรื่องๆเล็กๆน้อยๆนั้นเจ้าทำถูกแล้วต้าเปา แต่เราอาจจักต้องหาสิ่งอื่นมาประกอบเข้าด้วยกันอีกสักหน่อย มิแน่คำตอบของมันอาจจักอยู่ใกล้ๆแค่นี้เองก็เป็นได้”ชิงหยางเอ่ยบอกออกมา ต้าเปาที่ได้ยินดังนั้นจึงพยักหน้ารับคำของชิงหยางอย่างเข้าใจในความหมายที่ชิงหยางต้องการจะสื่อ

 

 

“ถ้าเช่นนั้น พวกเราไปนั่งสรุปเรื่องราวทั้งหมดที่ห้องของข้าดีกว่า”ฉินหมิงเอ่ยออกมา ทุกคนพยักหน้าเห็นด้วยจึง พากันเดินออกมาจากห้องชันสูตรพลิกศพ ตรงไปยังห้องทำงานของฉินหมิงทันที

 

 

@ห้องทำงานฉินหมิง

 

ปัง!!

 

 

“โอ้ยยย...หิวชะมัดเลย พวกนั้นนำอาหารมาให้หรือยังนะ”ฉินหมิงเปิดประตูห้องทำงานของตนเองเสียงดังลั่น พลางเอ่ยบ่นออกมา ก่อนจะหยุดชะงักที่หน้าประตูอย่างกะทันหัน ทำเอาชิงหยางที่เดินตามหลังมาติดหัวไปกระแทกกับหัวของฉินหมิงเสียงดัง

 

 

“โอ้ย!!...ฉินหมิงเจ้าจักหยุดเหตุใดมิยอมบอกกล่าวกันก่อนเล่า เห็นไหมหัวข้าโขลกกับเจ้าจนเจ็บเลยเนี่ย!...แล้วนั้นเจ้ายืนทำหน้าตาประหลาดอันใด ทำอย่างกับเห็นผี”ชิงหยางร้องเสียงหลง ก่อนจะโวยวายใส่ฉินหมิงที่ยืนทำหน้าตาประหลาดอยู่ที่หน้าประตูมิยอมเดินเข้าไปเสียที

 

 

//เห็นผียังดีกว่าเลย//ฉินหมิงเอ่ยพึมพำออกมา หากถามว่าเหตุใดจึงต้องกลัวหยางซ่านอ๋องขนาดนั้นในเมื่ออยู่ต่อหน้าพระชายาก็แลดูจักเป็นบุรุษผู้อ่อนโยน ใช่!! อยู่ต่อหน้าชิงหยางไงท่านอ๋องถึงได้อ่อนโยน หากแต่กับผู้อื่นนี่มองอย่างกับจักกินเลือดกินเนื้อ ถึงแม้หลังๆจักรู้สึกสนิทและเข้าหาท่านอ๋องได้มากขึ้นแล้วก็ตาม แต่ยังไงเขาก็ยังกลัวคนผู้นี้อยู่ดี คนอะไรถึงปากจักยิ้มแต่แววตาหาได้ยิ้มตามไม่!! มีแต่ชิงหยางสหายของเขาเท่านั้นแหละที่จักได้รับแววตาอันอ่อนโยนเช่นนั้น คนอื่นอย่าได้หวัง!!

 

 

“อ้าว!...ท่านพี่มาทำอันใดที่นี่ขอรับ ไหนบอกว่าจักรอข้ากลับไปไงขอรับ”ชิงหยางเอ่ยถามสามีของตนเองทันทีที่ชะโงกหน้ามามองผู้ที่ทำให้ฉินหมิงตกอยู่ในอาการเช่นนั้น จึงเอ่ยถามออกมาพร้อมกับเดินไปยังบนโต๊ะที่เต็มไปด้วยอาหารเมนูเนื้อมากมายน่ารับประทาน ก่อนจะนั่งลงข้างสามีตนเอง

 

 

“อาเกอได้ยินมาว่า ค่ายฝึกของเจ้าต้องถูกพักเก็บไปก่อน เพราะมีคดีสำคัญอาเกอจึงมารอเจอเจ้าที่นี่ พระชายาเจ้าหิวแล้วใช่หรือไม่ ทานให้อิ่มก่อนเถิดแล้วเราค่อยมาสนทนากัน พวกเจ้าเองก็นั่งลงทานด้วยกันสิ”หยางซ่านอ๋องเอ่ยบอกกับพระชายาของตนเอง ก่อนจะหันไปเอ่ยกับคนที่เหลือ เมื่อทุกคนได้ยินเช่นนั้นจึงพากันนั่งลงล้อมโต๊ะทรงกลมทันที

 

 

“ท่านพี่สามนี่มิค่อยจักเอาใจพี่สะใภ้ของข้าเท่าไหร่เลยนะพะยะค่ะ”อ๋องจวิ้นเอ่ยแซะออกมาอย่างหมั่นไส้

 

 

“ภรรยาข้า เจ้าจักมิให้ข้าเอาใจพระชายาของข้าแล้วเจ้าจักให้ข้าไปเอากันผู้ใดกัน...หือ”อ๋องจวิ้นเอ่ยตอบพระอนุชาของตนเอง ส่วนตาและมือก็คอยมองและคีบอาหารให้กับพระชายาของตนเองที่ตั้งหน้าตั้งตากินอย่างเอาเป็นเอาตายด้วยความรู้สึกเอ็นดู

 

 

“เหอะ!!”อ๋องจวิ้นเค้นเสียงออกมาอย่างหมั่นไส้ทั้งพระเชษฐาและสหายของตนเอง

 

 

“หากเจ้าเหงามากนักข้าจักช่วยหาพระสวามีให้เจ้าเอาหรือไม่อ๋องจวิ้น เจ้าจักได้มิต้องเที่ยวไปอิจฉาผู้อื่น มีเป็นของตนเองไปเลยซะก็สิ้นเรื่อง”ชิงหยางที่ได้ยินเสียงเค้นหัวเราะของอ๋องจวิ้น จึงหยุดคีบอาหารเข้าปาก ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมาแล้วเอ่ยบอกกับอ๋องจวิ้น

 

 

“ใครเที่ยวไปอิจฉาผู้อื่นมิทราบ!!”อ๋องจวิ้นโวยวายออกมา

 

 

“ก็เจ้าไง ข้าช่วยให้เจ้าหายเหงาได้นะ รับรองสามีที่ข้าเลือกให้เจ้านั้นเหมาะสมกับทุกอย่างเชียวล่ะ”ชิงหยางเอ่ยบอกออกมาอีก

 

 

“กินๆเข้าไปเลย...อ่ะนี่กินซะ...นี่ด้วย...อันนี้ด้วย...แล้วก็อันนี้อีก...เอ้าทีนี้เจ้าก็กินต่อได้แล้วสินะ กินๆเข้าไปปากเจ้าจักได้มิว่าง”อ๋องจวิ้นเอ่ยบอกออกมา ก่อนจะคีบสารพัดเมนูที่อยู่บนโต๊ะใส่ชามข้าวของชิงหยางจนพูน

 

 

“ข้าว่าเจ้ามากกว่ามั้งที่ต้องกินๆเข้าไปเพื่อที่ปากจักได้มิว่าง”ฉินหมิงเอ่ยแขวะออกมา

 

 

“ฉินหมิง!!”อ๋องจวิ้นที่ได้ยินฉินหมิงพูดเช่นนั้น จึงหันมาแว้ดใส่ฉินหมิงทันที

 

 

“หนวกหูน่าอ๋องจวิ้น”ฉินหมิงรีบเอามือปิดหูตนเองทันที พลางว่าออกมา

 

 

“ฮึ่ย!!”อ๋องจวิ้นที่รู้ตัวว่าสู้ฉินหมิงมิได้ ก็ได้แต่ทำอาการฟึดฟัดใส่ฉินหมิงอย่างขัดใจ ก่อนจะหันมาตั้งใจทานอาหารตรงหน้า จนเวลาผ่านไปสักพักทุกคนก็เริ่มทานกันจนอิ่ม ยกเว้นเพียงคนเดียวที่ดูท่าทางแล้วยังคงไม่อิ่มแน่ๆทั้งๆที่กินมากกว่าคนอื่นอีก

 

 

“ท่านพี่ขอรับข้ายังมิอิ่มเลยขอรับ”ชิงหยางที่มองดูอาหารตรงหน้าที่เหลือเพียงจานเปล่าๆก็รีบหันไปบอกสามีของตนเองทันที พลางทำท่าหงอยเหงาอย่างน่าสงสาร

 

 

“เจ้ายังมิอิ่มเช่นนั้นหรือ แต่อาเกอว่าเจ้าทานไปเยอะพอสมควรเลยนะพระชายา”หยางซ่านอ๋องที่เห็นพระชายาของตนเองกินเข้าไปมากกว่าคนอื่น รู้สึกเป็นห่วงสุขภาพของพระชายาจึงเอ่ยห้ามปรามออกมา

 

 

“แต่ข้ายังมิอิ่ม...หากท่านพี่มิให้คนเอามาให้ข้า ข้าให้คนเอามาให้เองก็ได้ขอรับ...ข้ามิง้อท่านพี่หรอก”ชิงหยางเอ่ยออกมาอย่างเอาแต่ใจ พลางเชิดหน้าขึ้นอย่างแง่งอนสามีตนเองที่มิยอมให้รับประทานอาหารอีกทั้งๆที่ตนเองก็บอกอยู่ว่ายังมิอิ่มแท้ๆ ช่างขัดใจข้ายิ่งนัก!!

 

 

“เดี๋ยวก่อนพระชายา เจ้าใจเย็นๆก่อนนะ อาเกอเพียงแค่เป็นห่วงสุขภาพของเจ้าเท่านั้นเอง หากเจ้ายังมิอื่มข้าจักให้คนทำเพิ่มให้แล้วกัน...จิ่วหูไปสั่งให้พ่อครัวนำอาหารมาให้พระชายาอีก”หยางซ่านอ๋องที่ถูกพระชายาของตนเองแง่งอนอย่างงงๆ จึงรีบเอ่ยแก้ตัวและเอาใจพระชายาของตนเองทันที

 

 

“พะยะค่ะ”จิ่วหูองครักษ์คนสนิทของหยางซ่านอ๋องเอ่ยตอบรับ พลางเร้นกายออกไปทำตามคำสั่งโดยเร็วที่สุด เพื่อมิให้พระชายาทรงโมโหหิวไปมากกว่านี้ มิเช่นนั้นคนที่เดือดร้อนหนักที่สุดของไม่พ้นนายเหนือหัวของตนเองเป็นแน่

 

 

“งั้นระหว่างรออาหารของเจ้า ข้าขอถามว่าเราจักต้องทำสิ่งใดกันต่อไป”ฉินหมิงเอ่ยถามออกมา

 

 

“ตอนนี้เบาะแสที่เราได้มาคือ เป้าหมายที่ต้องการฆ่า ยาพิษชนิดไหน รอยเข็มยาสลบที่คอ และพิษมิได้ถูกทาไว้ที่ใดแต่ถูกกรอกเข้าปากคุณหนูรองโดยตรงต่างหาก”ชิงหยางเอ่ยสรุปออกมา

 

 

“แล้วเหตุใดคุณหนูรองถึงมิขัดขืนเล่า”อ๋องจวิ้นเอ่ยถามออกมา

 

 

“ก็เพราะถูกยาสลบไง”ฉินหมิงเอ่ยตอบ

 

 

“จริงด้วย...ว่าแต่เบาะแสเหล่านี้มันชี้ไปที่ตัวของคุณชายใหญ่หมดเลยมิใช่หรือ”อ๋องจวิ้นเอ่ยบอกอย่างนึกได้ ก่อนจะเอ่ยถามออกมาอีก

 

 

“ใช่แล้วขอรับ...หลักฐานทุกอย่างชี้ชัดไปที่คุณชายใหญ่หมดเลย แต่หลักฐานเหล่านี้มันขัดแย้งกับสภาพการตายของคุณหนูรองขอรับ”ต้าเปาเอ่ยตอบ

 

 

“อย่างไร”หลินเทาเอ่ยถามออกมาอย่างไม่เข้าใจ

 

 

“คุณชายใหญ่บอกว่านั่งดื่มสุรามงคลกับคุณหนูรองอยู่ดีๆแล้วคุณหนูรองก็เกิดอาการทุรนทุราย ก่อนนางจักล้มลงไปสิ้นใจ แล้วรอยเข็มยาสลบนี้มาได้อย่างไร ก็แสดงว่าคำพูดของคุณชายใหญ่ใช้การมิได้เลย”ต้าเปาอธิบายออกมา

 

 

“เท่าที่ข้าฟังดูมันเหมือนจงใจให้หลักฐานทั้งหมดชี้ไปที่ตัวคุณชายใหญ่เลยมิใช่หรือ”หลินเทาเอ่ยบอกออกมา

 

 “ใช่แล้ว...เพราะฉะนั้นคดีนี้เราสามารถคิดได้ 3 กรณี กรณีแรกถ้าคุณชายใหญ่เป็นฆาตกร ข้อผิดพลาดร้ายแรงที่สุดคือ เหตุใดจึงเลือกลงมือในวันแต่งงานที่รู้ทั้งรู้ว่าหากเจ้าสาวเป็นอันใดไปตนเองจักตกไปเป็นผู้ต้องสงสัยทันที หากคิดแผนการฆาตกรรมมาได้ขณะนี้มิน่าโง่เลือกลงมือเช่นนี้เลยถูกหรือไม่”ชิงหยางเอ่ยบอกออกมา ทุกคนพยักหน้าเห็นด้วยกับสิ่งที่ชิงหยางเอ่ยบอกออกมา

 

 

“กรณีที่ 2 ฆาตกรมิใช่คุณชายใหญ่ แต่เป็นคนที่ต้องการใส่ร้ายเขา คำถามคือฆาตกรมีความแค้นอันใดกับทั้งสองคน และฆาตกรใช้วิธีใดให้คุณหนูรองกินยาพิษเข้าไป และสิ่งที่แปลกที่สุดคือในเมื่อนางสลบไปแล้วครั้งหนึ่ง พอฟื้นขึ้นมานางจักมิร้องขอความช่วยเหลือจากผู้อื่นหรือ และอีกอย่างเมื่อทำการส่งตัวเจ้าสาวเข้าห้องแล้ว ห้องหอจักถูกล็อกจากด้านนอกเพื่อรอเจ้าบ่าวมาเปิด หากมีคนนอกอยู่ในห้องหอแล้วคุณชายใหญ่จักมิรู้ตัวเลยหรือ”ชิงหยางเอ่ยบอกออกมาอีก

 

 

“แล้วตอนออกมาเล่าฆาตกรทำเช่นไร”อ๋องจวิ้นเอ่ยถาม

 

 

“ข้าคิดว่าคงอาศัยจังหวะที่คุณชายใหญ่ไปตามใต้เท้าหลิวและฮูหยิน หลบหนีออกมา”ชิงหยางเอ่ยบอก

 

 

“แล้วกรณีที่ 3 ล่ะ”ฉินหมิงเอ่ยถามออกมา

 

 

“กรณีที่ 3 ฆาตกรก็คือตัวคุณหนูรองเอง แต่คำถามคือ นางมีเหตุผลอันใดต้องทำเช่นนั้น เห็นทีเราคงต้องตรวจสอบเรื่องของนางอย่างละเอียดเลยล่ะ”ชิงหยางเอ่ยบอกออกมา

 

 

“มีความเป็นไปได้ทั้ง 3 กรณีพะยะค่ะ”หลินเทาเอ่ยบอกออกมาอย่างเห็นด้วย

 

 

“แล้วเม็ดของดอก  芫  (ดอกเดฟเน่) คนร้ายไปเอามาจากที่ใดกัน”ฉินหมิงเอ่ยถามออกมา

 

 

“นั้นก็เป็นหนึ่งในสิ่งที่เราต้องหาคำตอบเช่นกัน”ชิงหยางเอ่ยตอบ

 

 

“โอ้ย!!...ตอนนี้ข้าชักจักสับสนขึ้นมาแล้วนะเนี่ย คดีนี้เหตุใดมันจึงได้ซับซ้อนถึงเพียงนี้”อ๋องจวิ้นเอ่ยบ่นออกมา

 

 

“เพราะฉะนั้น พรุ่งนี้พวกเราต้องแยกย้ายกันตรวจสอบทั้งสองครอบครัวนั้นอย่างละเอียด และส่งคนของเราไปหาร้านตีเหล็กถามว่ามีใครมาจ้างวานให้ทำเข็มที่เล็กมากๆเป็นพิเศษหรือเปล่า”ชิงหยางเอ่ยบอกออกมา ก่อนจะตาลุกวาวเมื่ออาหารที่พึ่งจะทำเสร็จใหม่ที่มีจำนวนเหมือนสิบคนกิน ถูกยกเข้ามาวางบนโต๊ะ

     กลิ่นเนื้อย่างที่ดูท่าทางหวานชุ่มช่ำทำเอาชิงหยางเลิกสนใจสิ่งที่กำลังคุยกันอยู่ตอนนี้ หันมานั่งทานอาหารอย่างเอร็ดอร่อย ใช้เวลาไม่นานอาหารที่มีบนโต๊ะทั้งหมดหายวับลงไปในกระเพาะของชิงหยางด้วยความรวดเร็วเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ทำเอาคนที่เหลือได้แต่นั่งมองภาพตรงหน้าอย่างอึ้งๆ พลางพากันคิดในใจว่าคนผู้นี้ไปอดยากมาจากไหนกัน!!

 

 

 

“เอ่อ...พระชายาเจ้าอิ่มหรือไม่”หยางซ่านอ๋องเอ่ยถามออกมาอย่างคนที่ยังไม่หายตกใจกับภาพที่พระชายาของตนเอง ซัดอาหารจำนวนสิบคนกินเข้าท้องภายในเวลาไม่นาน

 

 

“ข้าอิ่มแล้วขอรับท่านพี่”ชิงหยางเอ่ยตอบออกมาอย่างอารมณ์ดี พลางส่งยิ้มหวานไปให้สามีตนเองอย่างน่ารัก

 

 

“เอ่อ...ชิงหยางเจ้าเอาไปเก็บไว้ตรงไหนกัน...ข้าล่อยากจักรู้นัก”อ๋องจวิ้นเอ่ยถามออกมาอย่างอึ้งๆ

 

 

“ข้าว่าเจ้ามาให้ข้าตรวจดูอาการหน่อยดีกว่าไหม”ฉินหมิงเอ่ยถามออกมาอย่างนึกห่วง

 

 

“ข้ามิได้เป็นอันใดเสียหน่อย เหตุใดจึงต้องให้เจ้าตรวจข้าด้วย”ชิงหยางเอ่ยบอกออกมา พลางยกน้ำชาขึ้นจิบล้างปาก

 

 

“อาเกอว่าให้ใต้เท้าฉินหมิงตรวจดูหน่อยก็ดีเหมือนกันนะพระชายา”หยางซ่านอ๋องเอ่ยบอกเสียงนุ่ม

 

 

“ข้า-มิ-ได้-เป็น-อัน-ใด-ขอรับ!!”ชิงหยางที่ได้ยินสามีตนเองพูดเช่นนั้นจึงหันไปส่งสายตาเขียวปั๊ดให้หยางซ่านอ๋อง พร้อมกับเอ่ยบอกเน้นทีละคำ ทำเอาหยางซ่านอ๋องเหงื่อตกรีบเอาใจพระชายาของตนเองทันที

 

 

“เอ่อ...อาเกอเข้าใจแล้วว่าเจ้ามิได้เป็นอันใด นี่ก็ดึกมากแล้วพวกเราแยกย้ายกันไปนอนดีหรือไม่”หยางซ่านอ๋องเอ่ยบอก ก่อนจะรีบเปลี่ยนเรื่องทันที

 

 

“นั้นสินะขอรับ นี่ก็ดึกมากๆแล้วด้วย พอหนังท้องตึงหนักตาข้าชักจักเปิดมิไหวแล้ว...หาว...คร่อก”ชิงหยางเอ่ยบอกอย่างเห็นด้วย ก่อนจะทำท่าหาวและหลับลงไปบนไหล่ของหยางซ่านอ๋องทันที

 

 

 

++++++++++++++++++++ 

 

 

 

Talk : สวัสดีค่ะ ตัดจบตรงนี้คงไม่มีใครว่าหรอกใช่ไหมอ่า หลายๆคนคงจะพอเดาอะไรออกแล้วสินะคะ แล้วก็ชื่อตอน เธอมาได้ทันเวลาพอดี!! คงจะนึกออกแล้วสินะค่ะว่าอะไรมา5555 วาวาเป็นเพียงนักเขียนนิยายสมัครเล่น หากเนื้อหาไม่ถูกใจนักอ่านต้องขออภัยด้วยนะคะ

ความคิดเห็น