RiRi
facebook-icon Twitter-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

กลับมาปราบ : ตอนที่ 15

ชื่อตอน : กลับมาปราบ : ตอนที่ 15

คำค้น : ปราบซ่า, ปราบ, ซ่า, เสี่ย, เด็กเสี่ย, วิศวะ, เด็กช่าง, ริริ

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 903

ความคิดเห็น : 16

ปรับปรุงล่าสุด : 02 ส.ค. 2563 16:40 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 500
× 0
× 0
แชร์ :
กลับมาปราบ : ตอนที่ 15
แบบอักษร

ปราบซ่า ‘2’ 

ตอนที่ 15 

 

ผมยืนมองแผ่นหลังของพี่ปราบตาละห้อย เขากำลังจะเดินเข้าช่องตรวจเช็คสัมภาระก่อนขึ้นเครื่อง แต่ก็ยังหันกลับมามองผมอีกครั้ง ผมก็เลยรีบปั้นหน้าปกติทันที ให้ดูเหมือนว่าผมโอเคที่ต้องห่างกับเขาหลายวัน  

ผมโบกมือให้พี่ปราบ เห็นอย่างนั้นเขาก็โบกมือตอบกลับมาแล้วขยับปากพูดไม่มีเสียง 

‘เดี๋ยวโทรหา’ 

ผมก็เลยพยักหน้าตอบ เขาจึงวางใจ ยิ้มหล่อแล้วเดินจากไป 

ผมถอนหายใจกับตัวเองเฮือกใหญ่ แล้วก็หมุนตัวเดินกลับไปที่รถเพื่อขับกลับคอนโด  

พี่ปราบเดินทางไปภูเก็ตช่วงค่ำ ผมเลิกเรียนพอดีก็เลยอาสาขับรถมาส่งที่สนามบิน จากทีแรกที่พี่ปราบจะให้พี่ทศขับรถมาให้ แต่ผมรีบแย่งหน้าที่พี่ทศแล้วอาสาเป็นคนมาส่งเขาแทน  

ปกติผมไม่ได้ทำตัวอ่อนแอติดพี่ปราบขนาดนี้หรอก แต่เพราะช่วงนี้มีเรื่องรบกวนจิตใจหลายต่อหลายเรื่อง ผมที่ยังไม่เก่งกับการรับมือและแก้ปัญหาอย่างชาญฉลาดเพียงลำพัง จึงรู้สึกเคว้งคว้างไม่น้อยกับการต้องอยู่ห่างจากเขา 

ถ้าเพื่อนผมรู้นะ มันต้องหาว่าผมเป็นลูกแหง่ติดพ่อแน่ๆ 

ผมกลับมาถึงห้องก็อาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้า ผมเปิดโทรศัพท์ดูว่ามีสายโทรเข้าหรือมีข้อความอะไรหรือเปล่า ก็เจอข้อความที่พี่ปราบส่งทิ้งไว้ว่าถ้าถึงภูเก็ตแล้วเขาจะโทรมาบอก  

ผมนั่งทำการบ้านจนรู้สึกเริ่มง่วง ก็เตรียมเข้านอนตอนใกล้ๆจะห้าทุ่ม ผมยืนมองตุ๊กตาหมีตัวใหญ่ที่นอนแอ้งแม้งอยู่กลางห้องนั่งเล่นด้วยความชั่งใจ ก่อนจะลากมันเข้ามาในห้องนอนแล้วจับโยนขึ้นเตียง  

ตัวจริงไม่อยู่ นอนกอดไอ้ตัวปลอมไปก่อนก็ได้วะ  

ผมนอนก่ายตุ๊กตาหมีรอให้พี่ปราบโทรมาหา จากที่ง่วงนิดๆก็เริ่มจะสัปหงก ผมถอดใจแล้วว่าเขาอาจจะไม่โทรมา แต่ช่วงที่กำลังจะเคลิ้มหลับสายเรียกเข้าก็ดังขึ้น  

“นอนหรือยัง”  

“ยังครับ” ผมโกหกออกไป เพราะถ้าบอกว่านอนแล้วก็จะไม่ได้คุยกับเขา  

“จริงหรือเปล่า เสียงมึงดูง่วงนะ”  

“ไม่ได้ง่วงสักหน่อย”  

อย่ามาทำเป็นรู้ดีหน่อยเลย  

“ไม่ง่วงก็ไม่ง่วง แต่ก็ควรนอนได้แล้ว พรุ่งนี้ตื่นเช้าไม่ใช่หรือไง” 

ผมก็อุตส่าห์โกหกว่าไม่ง่วง แต่พี่ปราบก็พูดเหมือนจะไล่ให้ผมไปนอนอย่างเดียว เหมือนไม่อยากคุย แล้วจะบอกทำไมว่าจะโทรมา 

“งั้นไม่คุยละ แค่นี้แหละ” ผมกดวางสาย อยู่ๆน้ำตาแม่งก็ไหล 

ไอ้เหี้ย เป็นเอามากนะมึงอ่ะไอ้ซ่า  

“แม่ง” ผมเลิกกอดไอ้หมียักษ์ เปลี่ยนข้างนอนหันหลังแล้วโกยผ้าห่มมาก่ายนอนด้วยความหงุดหงิด พร้อมกับหลับตาลงเตรียมนอน แต่โทรศัพท์ก็แผดเสียงร้องมาอีกครั้ง ผมปล่อยให้มันร้องไป ไม่รับหรอก คนจะหลับจะนอน 

พอผมไม่กดรับ สายก็ตัดไป ผมนอนรอให้เสียงโทรศัพท์ดังอีกครั้ง แต่ทุกอย่างกลับเงียบเชียบ ผมก็เลยต้องลืมตาแล้วคว้าโทรศัพท์มาดู 

“อะไรวะ ไม่ง้อเลยอ่ะ” ผมบ่นด้วยความน้อยใจ กำลังจะกดจิ้มไปที่ไลน์ แต่จู่ๆหน้าจอก็เปลี่ยนไปตอนผมจิ้มพอดี กลายเป็นผมไปกดรับสายวิดีโอคอลจากพี่ปราบซะอย่างนั้น 

“เด็กขี้งอนของกู ทำไมตาแดงแบบนั้น” พี่ปราบเอ่ยทักทั้งๆที่ผมยังทำหน้าเด๋อด๋า  

กูยังไม่ทันได้ตั้งตัวเลย จะปั้นหน้านิ่งก็ไม่ทันแล้ว ผมก็เลยทำหน้าบึ้งใส่พี่ปราบแทน ถ้าไม่อยากคุยกับผม ผมก็ไม่คุยด้วยหรอก หยิ่งเป็นเหมือนกัน นี่ใคร ไอ้ซ่านะเว้ย ไม่ง่ายหรอกนะบอกเลย 

“ซ่าครับ” พี่ปราบทำเป็นเรียกชื่อผมเสียงเพราะ ผมขยับนอนหงาย จ้องไปที่หน้าจอแต่ยังไม่พูดอะไร  

“งอนอะไร” 

“...” 

“ก็กูเห็นมึงง่วง อยากให้มึงพักผ่อน ตอนอยู่ที่สนามบินดูก็รู้ว่ามึงเพลียไม่ไหวแล้ว แต่ก็ยังขับรถไปส่งกู”  

ก็เพราะว่าผมอยากอยู่กับเขาให้นานที่สุดไง  

“พี่บอกว่าจะโทรมา” ผมพูดเสียงแข็งทั้งๆที่ยังหน้าบึ้ง 

“กูก็โทรไง” 

“แต่พี่ไล่ผมไปนอน ผมก็รอโทรศัพท์อ่ะ” ยิ่งพูดผมยิ่งคิ้วขมวดเข้าหากัน  

“โอเคๆ กูเป็นห่วงมึง อยากให้มึงนอนพัก พรุ่งนี้ต้องตื่นไปฝึกเทควันโดกับพ่อแต่เช้าไม่ใช่เหรอ”  

“อืม”  

พี่ปราบไม่อยู่ซ้อมให้ผม ก่อนที่จะไปซ้อมกับคณะ ผมก็อยากฝึกให้แม่นยำไปก่อน พ่อทราฟว่างก็เลยบอกว่าจะฝึกให้ผมแทนพี่ปราบที่ไม่อยู่ แต่ว่าผมต้องไปฝึกตั้งแต่เก้าโมงเช้า เพราะช่วงบ่ายพ่อทราฟต้องไปหาพี่เค้กที่โรงเรียนสอนดนตรี 

“หายงอนกูยัง” พี่ปราบยิ้ม เขายังอยู่ในชุดเดิมอยู่เลย เห็นเดินไปเดินมาจัดของ ทั้งที่เขาก็เหนื่อยอ่ะ ผมแม่งโคตรงี่เง่าเลย 

“ขอโทษ” ผมบอก ก็ยอมรับผิดแหละ ไม่ได้อยากให้เขาเหนื่อยกับผมเหมือนกัน  

“ร้องไห้ทำไม” พี่ปราบหยุดเดินแล้วเลื่อนหน้าเข้ามาดูใกล้ๆ ผมรีบยกมือเช็ดน้ำตา 

“ไม่ได้ร้อง ง่วงเฉยๆ” ผมบอกปัด พี่ปราบเงียบไป เขาเอาแต่จ้องผมอยู่อย่างนั้น ผมก็มองหน้าเขาเงียบๆ ขยับซุกผ้าห่มจนเหลือแต่ตา  

“ให้กูอยู่จนมึงหลับไหม” พี่ปราบถาม ผมส่ายหน้าทันที 

“ไม่ต้อง พี่ไปอาบน้ำสิ” ผมบอก  

“จะวางสายเหรอ”  

“หึ พี่ไปอาบน้ำดิ เดี๋ยวรอ”  

“รอไหวเหรอ” พี่ปราบถาม  

“ไหว รีบไปอาบน้ำเถอะ”  

“โอเคๆ รอกูแป๊บนึง” พี่ปราบวางโทรศัพท์ไว้กับที่ตั้ง ซึ่งน่าจะวางไว้แถวๆหัวเตียง ผมเห็นเขาเดินไปรื้อเสื้อผ้าในกระเป๋าเดินทาง ก่อนจะเดินไปอาบน้ำเข้าก็เดินมาดูจอโทรศัพท์ พอเห็นว่าผมนอนมองอยู่เขาก็บอกว่าจะรีบมา 

ผมนอนรอจนเกือบจะเคลิ้มหลับไปอีกรอบ แต่ก็พยายามถ่างตารอไว้ วูบไปก็หลายครั้ง จนกระทั่งได้ยินเสียงพี่ปราบลอดมาตามสายนั่นแหละ ผมถึงได้สะดุ้งตื่น 

“ไม่ไหวก็ยังจะฝืน” พี่ปราบพูดเบาๆ ผมลืมตามอง เขากึ่งนั่งกึ่งนอนอยู่บนเตียงแล้ว  

“พี่ปราบ” 

“หืม” 

“คิดถึง” อาจเป็นความง่วงจึงทำให้ผมละเมอพูดสิ่งที่อยู่ในใจออกไปแบบไม่มีอะไรมากั้น “ผมคิดถึงพี่”  

“หึหึ พี่ก็คิดถึงน้องซ่าครับ” พี่ปราบยิ้มหล่อแถมยังพูดเพราะจนจั๊กจี้หู แต่ไม่รู้ทำไม ฟังตอนง่วงๆมันก็รู้สึกดี 

“...” ผมเงียบ ไม่ได้พูดอะไร เพราะเริ่มฝืนไม่ไหวแล้วจริงๆ 

“นอนซะ พรุ่งนี้เช้ากูจะโทรปลุก” 

“อืม”  

“ฝันดีเด็กดื้อของกู” 

“ฝันดีครับ”  

พูดจบผมก็หลับไปทันทีโดยไม่ต้องนอนนับแกะแต่อย่างใด  

เช้าวันเสาร์ผมตื่นโดยมีพี่ปราบโทรมาปลุก ทีแรกก็คิดว่าตื่นเองได้ แต่เพราะเมื่อคืนง่วงจนทนไม่ไหวก็เลยลืมตั้งนาฬิกาปลุกก่อนนอน 

“พี่ปราบ พรุ่งนี้ผมต้องไปที่เดิมใช่ไหม โรงเรียนสอนยิงธนูอ่ะ” ผมถามขณะที่กำลังขับรถไปที่โรงฝึก ส่วนโทรศัพท์ก็ต่อสัญญาณเข้ากับเครื่องเสียงรถยนต์แล้วคุยผ่านลำโพงเอา  

“ไม่ต้อง เดี๋ยวพ่อจะมาหามึงที่คอนโดพรุ่งนี้เช้า”  

“พ่อทราฟจะพาไปเรียนเหรอ”  

“อืม รับรองมึงจะต้องชอบ”  

“อ่า โอเคๆ” 

“ไว้กูโทรหาช่วงเย็น วันนี้งานน่าจะยุ่งทั้งวัน” พี่ปราบบอก  

“ครับ พี่ว่างเมื่อไหร่ก็โทรมา”  

“อืม ตั้งใจซ้อมล่ะ”  

“ครับผม” 

ผมวางสายพี่ปราบก็พอดีกับที่ขับรถมาถึงโรงฝึก ผมเดินเข้าไปก็เจอกับพ่อทราฟ ผมยกมือไหว้แล้วเข้าไปเปลี่ยนเสื้อผ้า ก่อนจะออกมาซ้อมและฝึกฝน ก็เหมือนทุกครั้ง เริ่มด้วยการวอร์มร่างกาย แล้วก็ทวนท่าตั้งแต่ท่าเริ่มต้นไปเรื่อยๆ พ่อทราฟสอนเก่งมาก ก็พอๆกับพี่ปราบเลย แต่เวลาซ้อมกับพี่ปราบผมจะเกร็งมากกว่า แต่เรียนกับพ่อทราฟคือสบายๆ  

ฝึกเสร็จประมาณเที่ยง พ่อทราฟก็ให้ผมไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้า เห็นว่าจะคุยนัดแนะเรื่องการไปซ้อมยิงธนูในวันพรุ่งนี้ 

“พรุ่งนี้พ่อจะไปหาที่คอนโดนะ”  

“กี่โมงเหรอครับ” ผมถาม เพื่อที่จะได้กะเวลาตื่นถูก  

“ตื่นไหวกี่โมงล่ะเรา”  

“กี่โมงก็ได้ครับ เอาที่พ่อสะดวก” ผมอยากตอบว่าสายๆบ่ายๆอยู่นะครับ แต่ก็เกรงใจพ่อทราฟที่ต้องเสียเวลามาดูแลผม 

“สักสิบโมงเช้าละกัน เราจะได้ตื่นสายหน่อย” พ่อทราฟบอกอย่างใจดี 

“ครับ ขอบคุณครับ” 

จากนั้นผมก็แยกกับพ่อทราฟที่ต้องไปหาพี่เค้ก ส่วนผมก็กลับมานอนต่อที่คอนโดจนกระทั่งบ่ายแก่ ตื่นมาหาอะไรกินแล้วก็นั่งทำการบ้านต่อ 

พี่ปราบโทรมาหาผมอีกทีก็เกือบสองทุ่ม เขาดูเหนื่อยล้าจนเคร่งเครียด คุยได้ไม่กี่คำก็วางสายไป วันนี้ผมไม่ได้ไปงอแงอะไรใส่เขา เมื่อวานก็แค่ผีเข้านิดหน่อยไม่มีอะไรมาก ลืมๆมันไปเถอะครับ 

เช้าวันอาทิตย์ ผมก็ยังคงตื่นโดยมีสายเรียกเข้าจากพี่ปราบโทรมาปลุก แต่วันนี้ผมไม่ได้ลืมตั้งนาฬิกาปลุกนะครับ แต่ก็ยังรอให้เขาโทรมาอยู่ดี ถ้าเป็นช่วงที่เขาไม่ยุ่ง ผมจะโทรหาเขาบ้าง กวนเขาบ้าง แต่ตอนนี้ผมรอให้เขาโทรมาอย่างเดียว ผมไม่อยากไปรบกวนเวลาที่เขากำลังเคร่งเครียดกับงาน ก็แค่รอว่าเขาว่างเมื่อไหร่ เดี๋ยวเขาก็โทรหาผมเอง 

“พ่อจะมาหากี่โมง” พี่ปราบถาม เราวิดีโอคอลกัน เขายังอยู่ในห้องพักของโรงแรม ส่วนผมกำลังเดินหาเสื้อผ้าใส่อยู่ในห้องเพราะเพิ่งอาบน้ำเสร็จ  

“สิบโมงครับ” พูดแล้วก็เหลือบมองนาฬิกา แปดโมงครึ่ง ยังเหลือเวลาอีกตั้งเยอะ “ว่าแต่พ่อจะขับรถพาผมไปเรียนเหรอ” 

คือความจริงผมก็ขับรถไปเรียนเองได้ ไม่จำเป็นต้องให้พ่อทราฟพาไป ผมไม่ใช่เด็กเล็กๆที่ต้องมีผู้ปกครองคอยพาไปเรียนพิเศษ 

“เปล่า แต่เขาจะพามึงไปดูของรางวัล” 

“ของรางวัล? ของรางวัลอะไร” 

“ก็ของรางวัลที่มึงเคยขอไง จำไม่ได้แล้วเหรอ ที่กูบอกว่าถ้ามึงวางแพลนเรื่องเรียนกับเรื่องซ้อมกีฬาได้ กูจะให้รางวัล”  

“อ่อ” ผมร้องอ๋อเลย คือลืมไปแล้วจริงๆครับ ผมเองก็พูดไปเล่นๆ ไม่ได้คิดว่าพี่ปราบจะต้องมาให้อะไรจริงจัง ผมก็แค่อยากทำให้เขาเห็นว่าผมทำได้นะ ผมพยายามเรียนรู้ที่จะเติบโตขึ้น ทำตัวให้ดีขึ้น แค่นั้นเลยครับ ไม่ได้หวังว่าจะต้องได้อะไรจริงๆ  

ขอแค่มีคนที่เข้าใจ และไม่ซ้ำเติมเวลาที่ทำผิดพลาด มันก็เพียงพอแล้ว ผมไม่ได้ต้องการอะไรที่มากไปกว่านี้ 

“ของขวัญอะไรอ่ะ” แต่ถึงอย่างนั้น ผมก็รู้สึกดีใจและตื่นเต้นไปด้วยว่าพี่ปราบจะให้อะไรผม  

“ยังไม่บอก เดี๋ยวมึงก็ได้เห็น รับรองว่ามึงจะต้องชอบ”  

“จริงป่ะ ของดีงี้เหรอ”  

“หึหึ ดีแน่นอน”  

โอย ผมชักตื่นเต้นอยากเห็นแล้วว่ะ อยากรู้ว่ามันจะถูกใจผมจริงหรือเปล่า เพราะผมก็ไม่ได้มีอะไรที่อยากได้เป็นพิเศษ แม้แต่ตัวเองก็ยังคิดไม่ออกเลย แล้วพี่ปราบจะรู้ใจผมไปหมดทุกอย่างได้ไง จริงไหม 

“ซ่า” 

“ครับ”  

“ช่วยหาเสื้อหากางเกงใส่สักทีเถอะ มึงจะใส่กางเกงในตัวเดียวเดินไปเดินมาไปถึงไหน” พี่ปราบพูดขึ้น ผมก็เลยเดินกลับเข้าไปหาโทรศัพท์ มายืนใกล้ๆแบบนี้บนหน้าจอจะเห็นแค่หน้าท้องที่มีลอนกล้ามเนื้อบางๆของผม  

“ทำไมอ่ะ เห็นละของขึ้นเหรอ”  

ผมก้มหน้าถามยิ้มยั่ว พี่ปราบกัดกรามแน่น จ้องผมไม่วางตา ผมก็เลยเอามือลูบหน้าท้องตัวเองเล่นช้าไปด้วยเพื่อแกล้งคนแก่ พี่ปราบถึงกับทำตาโตแล้วเบือนหน้าหนีเล็กน้อย แต่สุดท้ายก็ต้องหันกลับมามองอยู่ดี 

เหอะๆ เอาว่ะ อย่างกูก็ยั่วผู้ชายได้นะเว้ย ทำเป็นเล่นไป  

“ซ่า”  

“หืม”  

“เดี๋ยวมึงจะโดน”  

“ฮ่าๆๆ”  

“อยู่ใกล้มือกูสักหน่อยมึงไม่รอดแน่” พี่ปราบเข่นเขี้ยวพูด ก่อนจะยกนาฬิกาข้อมือขึ้นดู คิดว่าคงได้เวลาที่เขาต้องลงไปจัดการงานต่อ แม้ว่าจะเป็นวันอาทิตย์ก็ไม่เว้น  

“กูต้องไปละ ไว้คืนนี้กูจะกลับมาจัดการมึง” พี่ปราบพูดจริงจัง แต่แววตาของเขาเต็มไปด้วยความเจ้าเล่ห์ 

“จะจัดการผมยังไงเหรอ” ผมเดาะลิ้นกับกระพุ้งแก้ม ทำหน้าทะเล้นใส่เขาเพื่อเป็นการแกล้งอีกหนึ่งที ตัวเองก็อยู่ตั้งภูเก็ต จะทำอะไรผมได้ จะบินลงมาตีก้นผมงี้เหรอ ขอให้มาเถอะ จะให้ตีทั้งคืนเลยอ่ะเอาดิ 

“เดี๋ยวมึงก็รู้ แค่นี้นะ” 

“ครับ”  

พี่ปราบยิ้มหล่อเป็นการทิ้งท้าย แล้วหน้าจอวิดีโอคอลก็ตัดไป ผมจึงกลับไปแต่งตัวแล้วก็ออกไปหาอะไรกินรองท้องก่อนที่จะไปเรียนยิงธนู  

ประมาณเก้าโมงครึ่งเสียงออดหน้าประตูก็ดัง ผมรีบคว้ากระเป๋าเป้ใส่ของแล้ววิ่งไปเปิดประตูให้พ่อทราฟ พ่อยืนอยู่หน้าห้องผมพร้อมกับผู้ชายคนหนึ่งที่ผมไม่คุ้นหน้าและก็ไม่รู้จัก 

“สวัสดีครับ” ผมยกมือไหว้พ่อทราฟและก็คุณน้าอีกคนที่มาด้วย ที่ไม่รู้ว่าคือใคร 

“พร้อมหรือยังเรา”  

“พร้อมแล้วครับ” ผมบอกแล้วก็ขยับแทรกตัวออกมาจากห้อง ทันทีที่ประตูปิดมันก็ล็อกอัตโนมัติ ข้อดีคือไม่มีทางที่จะลืมล็อกห้องให้ใครแอบเข้าไปขโมยของ แต่ข้อเสียก็คือถ้าลืมเอาคีย์การ์ดออกมาก็งานเข้าเช่นกัน  

“เอากระเป๋ามาทำไม” พ่อทราฟชี้มาที่กระเป๋าเป้ของผม  

“อ่อ ก็ผมใส่พวกกระเป๋าตัง โทรศัพท์ ที่ชาร์จแบตอ่ะครับ” ผมบอก  

“เดี๋ยวนะ ปราบไม่ได้บอกซ่าเหรอว่าเราจะเรียนกันที่นี่ ชั้นข้างบน” พ่อทราฟทำหน้าเหมือนนึกอะไรบางอย่างออก ก่อนจะพูดแล้วยิ้มอบอุ่น  

“คงอยากเซอร์ไพรส์สินะ”  

“เราไม่ได้จะไปเรียนที่โรงเรียนฝึกยิงธนูเหรอครับ” ผมถามงงๆ คือเราจะไปเรียนยิงธนูชั้นบนของคอนโดได้ยังไง ในเมื่อชั้นนั้นมันเป็นฟิตเนสกับสระว่ายน้ำ  

“งั้นไปดูกัน” พ่อทราฟไม่ได้พูดอธิบายอะไรให้ผมเข้าใจ ผมก็ได้แต่เดินตามหลัง พลางมองสำรวจผู้ชายอีกคนที่มากับพ่อทราฟ เขาอยู่ในชุดทะมัดทะแมงไม่ต่างจากครูสอนยิงธนูที่โรงเรียนนั้นเลย 

อย่าบอกนะว่า...เฮ้ย ไม่จริงหรอกน่า  

แม่ง ใจเต้นแรงแล้วนะเว้ย  

ยิ่งพอเข้ามาในลิฟต์ที่กำลังมุ่งหน้าไปที่ชั้น 35 ซึ่งเป็นชั้นห้องพิเศษ เห็นว่าเป็นห้องเพนท์เฮ้าส์ที่ทั้งชั้นจะมีแค่สองห้องเท่านั้น ฝั่งซ้ายกับฝั่งขวา ก็เรียกได้ว่าใหญ่กว่าห้องที่ผมกับพี่ปราบอยู่เท่าตัว 

ถัดจากชั้น35 ก็เป็นชั้นพื้นที่ส่วนร่วมอย่างห้องฟิตเนส ห้องซาวน่า สระว่ายน้ำ แล้วก็ห้องครัวกับห้องอาหารส่วนกลาง 

“ทำไมเรามาที่นี่กันเหรอครับ” ด้วยความที่อยากรู้จนเก็บเอาไว้ไม่ไหว ผมก็เลยเปิดปากถาม 

พ่อทราฟแค่หันมายิ้ม ก่อนจะเปิดประตูห้องฝั่งขวาออกกว้าง แล้วเบี่ยงตัวหลบให้ผมเดินเข้าไปดูข้างใน 

ทันทีที่เห็นห้องข้างใน หัวใจผมเต้นแรงจนแทบจะกระเด็นออกมาจากอก นี่มันอะไรวะเนี่ย ห้องพักในคอนโดหรูกลายเป็นห้องซ้อมยิงธนูไปแล้วเหรอ 

“นี่มัน...” ผมชี้นิ้วไปที่เป้ายิงธนูสี่อันที่วางเรียงกัน บนผนังก็มีธนูแขวนเรียงเอาไว้หลายแบบ อีกฝั่งของห้องมีโซฟาหนังสีน้ำตาลกับโต๊ะไม้วางตั้งไว้นั่งพักผ่อน ข้างๆก็มีตู้เย็นเครื่องใหญ่ ผมว่าใช่นะ มันคือตู้เย็นแน่ๆอ่ะ 

“ของขวัญที่ปราบเขาเตรียมไว้ให้เราน่ะ แล้วนี่ก็ครูเปรม เป็นครูสอนยิงธนูที่จะมาสอนเราที่นี่ ยังไงก็ลองคุยกับลองจัดตารางเรียนดูว่าสะดวกวันไหนเวลาไหนบ้างเพราะช่วงสองสามเดือนนี้ ปราบเขาเหมาชั่วโมงสอนของครูไว้แล้ว” พ่อทราฟพูดยิ้มๆ แต่ผมคืออึ้งแดกไปแล้ว  

 

‘ก็ของรางวัลที่มึงเคยขอไง จำไม่ได้แล้วเหรอ ที่กูบอกว่าถ้ามึงวางแพลนเรื่องเรียนกับเรื่องซ้อมกีฬาได้ กูจะให้รางวัล’ 

‘ของขวัญอะไรอ่ะ’ 

‘ยังไม่บอก เดี๋ยวมึงก็ได้เห็น รับรองว่ามึงจะต้องชอบ’ 

 

นี่มันยิ่งกว่าชอบอีกนะ คือโคตรของโคตรชอบ รักเลยอ่ะแบบนี้ 

โอย ถ้าพี่ปราบอยู่ใกล้ๆ ผมจะกระโดดจูบสักทีสองทีแล้วนะ  

ผมตัวสั่นไปหมด คือมันทั้งตื่นเต้นทั้งดีใจ อาการไม่ต่างจากตอนได้รถยนต์ แต่มันเต็มอิ่มกว่านั้น มันคือความเป็นห่วงที่เขาแสดงให้เห็นถึงสิ่งของเหล่านี้ 

ถ้าโทรไปขอบคุณตอนนี้จะรบกวนไหมวะ  

แต่การกระทำของผมมันวิ่งนำหน้าสมอง ผมคว้าโทรศัพท์ออกมาต่อสายหาพี่ปราบ รอไม่นานเขาก็รับสาย แถมยังพูดก่อนที่ผมจะเปล่งเสียงเสียอีก 

“ชอบของขวัญไหม”  

“พี่...” ผมตื้นตันจนพูดอะไรไม่ออก 

“ความจริงถ้าไม่ติดงานกูก็จะให้ด้วยตัวเอง” 

“ขอบคุณ ขอบคุณครับ” ถ้าพี่ปราบอยู่ตรงหน้าคือจะยกมือไหว้สักร้อยทีอ่ะ อยากให้เขารู้ว่าผมรู้สึกขอบคุณจริงๆ ที่เขาทำให้ผมขนาดนี้ 

“มึงชอบกูก็ดีใจแล้ว” พี่ปราบพูด ได้ยินเสียงดังวุ่นวายมาจากฝั่งของเขาที่สั่งงานกันล้งเล้ง ต่อให้อยากจะคุยมากกว่านี้ก็คงทำไม่ได้ ผมก็เลยพูดกับเขาแค่สั้นๆก่อนจะวางสาย 

“รักพี่วะ ผมรักพี่ที่สุด ขอบคุณนะครับ”  

ผมไม่รอให้เขาตอบอะไรกลับมาก็ตัดสายทิ้ง มันอายด้วยแหละ แต่ก็อยากจะบอก  

และถึงแม้ว่าเขาจะไม่ได้ให้ของอะไรพวกนี้กับผม ผมก็รักเขาอยู่ดี  

“มาลองดูหน่อยซ่า ว่าชอบธนูอันไหน เลือกอันที่จับถนัดมือ” พ่อทราฟที่กำลังยืนดูอุปกรณ์ยิงธนูกับครูฝึกเรียกผม ผมก็เลยเก็บโทรศัพท์ ระงับอาการดีใจจนเนื้อเต้นในอก แล้วเริ่มเข้าสู่ช่วงการฝึกฝนอย่างจริงจัง 

ผมเดินไปดูธนูที่ครูฝึกเอาลงมาจากที่แขวน มีธนูทั้งหมดห้าแบบ รูปทรงคล้ายๆกัน แต่น่าจะต่างกันที่รุ่นและวัสดุที่นำมาผลิต 

ผมจ้องธนูแต่ละอันด้วยความชอบใจ อันแรกเป็นสีดำด้านล้วน ดูสวยและดุดัน อันต่อมาเป็นสีแดงโทนเดียวกับน้องแดงรถของผม คิดว่าพี่ปราบก็คิดอย่างนั้นถึงได้สั่งสีนี้มา อันที่สามมีบางส่วนที่เป็นไม้และมีลวดลายคล้ายแกะสลัก ผมค่อนข้างถูกใจอันนี้เป็นพิเศษ อันที่สี่เป็นธนูสีขาวเรียบง่าย ดูเล็กและบางกว่าอันอื่น พอลองยกดูก็ค่อนข้างพอใจกับน้ำหนักที่เบามือถือสบาย และอันสุดท้ายเป็นธนูที่ดูแปลกตากว่าอันอื่น มันไม่ได้โค้งเป็นค่อนวงกลม แต่ตรงกลางกลับพลิกโค้งเข้าหาตัว แถมลวดลายของธนูก็ยังดูคล้ายฟันเฟืองเหมือนเครื่องจักรกล  

“พอจะทราบไหมครับว่าการแข่งขันในมหาลัยใช้ธนูแบบไหน ธนูสี่แบบแรกที่ว่าอยู่ตรงนี้จะเรียกว่า Recurve Bow ส่วนอันสุดท้ายที่แปลกกว่าชาวบ้านเขาคือ Compound Bow” 

“ผมก็ไม่แน่ใจครับ ยังไม่ได้ถามรุ่นพี่เลยว่าใช้ธนูแบบไหน”  

“ถ้าถามครู ครูว่าน่าจะใช้ Recurve Bow นะครับ เพราะส่วนมากจะใช้อันนี้ในการแข่งทั่วไป รวมไปถึงการแข่งระดับโอลิมปิก”  

“แล้วอันนี้ล่ะครับ” ผมชี้ไปที่ธนูอันสุดท้าย ด้วยความสงสัยว่ามันเอาไว้ใช้ทำอะไร  

“อันนี้จะเป็นธนูรอก ก่อนหน้านี้จะเอาไว้ล่าสัตว์ เพราะมันจะมีรอกช่วยทุ่นแรง แต่หลังๆมานี่ก็เริ่มเอามาใช้ในการแข่งบ้างแล้ว”  

“อ่อ” ผมพยักหน้าเข้าใจ “งั้นลองแบบธรรมดาก่อนก็ได้ครับ”  

“โอเคครับ งั้นวันนี้เราเริ่มเรียนกันเลยนะครับ คุณปราบแจ้งไว้ว่าจะเรียนประมาณสองชั่วโมง ส่วนวันอื่นๆให้ครูมาคุยกับน้องซ่าอีกที” 

“ได้ครับ”  

จากนั้นเราก็เริ่มเรียนยิงธนูอีกครั้ง โดยที่ครูเริ่มสอนผมใหม่ตั้งแต่แรก ซึ่งผมก็โอเค เพราะก็เริ่มลืมๆไปบ้างแล้วเหมือนกัน ส่วนพ่อทราฟก็มายืนยิงธนูข้างๆผมบ้าง หรือไม่ก็ไปนั่งพักที่โซฟาคอยดูเวลาที่ผมฝึกซ้อม 

บอกเลยว่าผมจริงจังมากกว่าครั้งไหนๆ การแข่งขันยิงธนูของมหาวิทยาลัย ถ้าไม่ได้เหรียญทองก็ไม่ใช่ไอ้ซ่าอ่ะบอกเลย 

พี่ปราบจะต้องไม่เสียเงินทำห้องยิงธนูให้ผมสูญเปล่าแน่นอน ผมจะเอาเหรียญทองมาตอบแทนเขาให้ได้เลย คอยดู 

ซ้อมเสร็จผมก็กลับมาห้อง ไม่ลืมที่จะถ่ายรูปส่งไปอวดพวกเพื่อนๆ ไม่ว่าจะเป็นเพื่อนเด็กช่างหรือเพื่อนมหาลัย แน่นอนว่าพวกมันอิจฉาผมกันใหญ่ ผมก็ได้แต่ยิ้มหน้าบานให้พวกมันหมั่นไส้เล่น 

จนพี่ปราบโทรมาในช่วงค่ำ ผมเลยวางสายจากเพื่อนเพื่อรักสายของเขาแทน 

“ทำงานเสร็จแล้วเหรอพี่” ผมถาม  

“เสร็จของวันนี้ แต่ยังไม่เรียบร้อยดี” พี่ปราบพูดพลางปลดกระดุมเสื้อเชิ้ตไปด้วยจนหมดแผง สาบเสื้อที่แหวกออกจากกันเผยให้เห็นหน้าอกแน่นๆและซิกแพคสุดเซ็กซี่ 

เห็นแล้วต้องกลืนน้ำลายลงคอ  

และทันทีที่เขาเอื้อมมือลงไปปลดเข็มขัดและกระดุมกางเกง อะไรๆที่นอนหลับนิ่งอยู่ก็เริ่มตื่นตัวขึ้น  

นี่คงไม่ได้เอาคืนกูอยู่ใช่ไหมวะ ถึงได้มาแก้ผ้ายั่วกันแบบนี้ 

“พี่ ทำอะไร” ผมถาม รู้สึกเริ่มคอแห้งๆยังไงไม่รู้ 

“หึหึ กูทำอะไร” พี่ปราบพูด แต่มือของเขาไม่หยุดถอดเสื้อผ้า จนตอนนี้เหลือแค่กางเกงชั้นในตัวเดียวที่รัดแน่นจนเห็นอาวุธลับของเขาเด่นชัดเป็นลำ เขาลูบมันเล่นสองสามทีอย่างลามก แต่ผมกลับรู้สึกตื่นเต้นและมีอารมณ์ร่วมไปกับสิ่งที่เขาทำ 

แค่มองก็เสียววูบไปทั่วท้องน้อย  

แค่มองก็เหมือนถูกกระตุ้นให้กระสันอยาก 

“อะไร มีอารมณ์เหรอ” พี่ปราบยกยิ้มมุมปากยั่ว บอกเลยว่ากูจะไม่ทน 

“อย่าแกล้งผมนะ” ผมขู่ฟ่อ ลุกขึ้นจากโซฟาแล้วเดินเข้าห้องน้ำที่อยู่ในห้องนอน 

“กูบอกแล้วว่าคืนนี้กูจะกลับมาจัดการมึง” พี่ปราบหัวเราะร้ายอย่างคนเหนือกว่า “ชอบยั่วให้กูอยากนัก กูจะยั่วมึงกลับบ้าง ดีไหมครับน้องซ่า”  

“ไม่ดี พะ พี่..พี่ปราบ โธ่เว้ย!” ผมได้แต่สบถกับตัวเองอย่างหัวเสีย เมื่อภาพสุดท้ายที่เขาทิ้งไว้จนติดตาคือภาพที่เขาเลียริมฝีปากแล้วรูดกางเกงชั้นในลง ผมทันเห็นมันแค่เสี้ยววินาทีเดียวจริงๆ แต่มันกลับทำให้ไอ้ซ่าน้อยพองตัวใหญ่อย่างรวดเร็วจนทรมาน 

นี่ใช่ไหมที่เขาว่า ให้ทุกข์แก่ท่าน ทุกข์นั้นถึงตัว 

อย่าให้ถึงทีผมบ้างนะ จะเอาให้อ้อนวอนร้องขอเป็นลูกแมวเหมียวๆเลยคอยดู 

 

#ปราบซ่า 

 

………………………….. 

เสี่ยบอกว่า ยั่วมายั่วกลับไม่โกงนะครับ ฮ่าๆๆๆๆ 

มันเกินเบอร์เกินไปแล้วนะพี่ปราบ โอยยยย อะไรจะต้องประเคนขนาดนั้นพ่อคุ๊นนน แค่นี้อิน้องซ่าก็ไปไหนไม่รอดแล้วนะพ่อ  

ว่าแต่...ตอนเด็กงอแงนี่มันน่าจะฟัดจริงๆเลยนะ อิเสี่ยไม่อยู่แบบน้อง ขอแอบไปฟัดน้องได้ไหม เดี๋ยวพี่จะกล่อมน้องนอนแทนอิเสี่ยเอง  

ผัวะ! (โดนเสี่ยตบ) 

ตอนนี้มาแบบสบายๆ เพราะตอนหน้า...หมี่เหลืองอีกแล้วววว ขอกำลังเสริมไว้ช่วยน้องซ่าหน่อยนะคะ เพราะศึกรอบด้านกำลังจะมาแล้ววววว อะเฮือกก 

ไว้เจอกันตอนหน้าค่ะ บั๊ยบายยยย 

FACEBOOK : RiRiWorld 

Twitter : @NovelsRiri 

 

 

 

ความคิดเห็น