~PNDJL~
email-icon Instagram-icon Line-icon

ความรักที่เกิดจากราคะ ยิ่งสัมผัสแนบชิดกันมากเท่าไหร่ ความรู้สึกก็ยิ่งมากเท่านั้น มนุษย์ต่างก็ล้วนเป็นทาสของบางสิ่งบางอย่าง ยกตัวอย่างเลยคือความต้องการทางกามารมณ์ อนึ่งสิ่งที่บุรุษหลายๆคนนั้นต้องการคะนึงหา

ตอนที่ 15 : คู่แข่งปรากฏตัว!

ชื่อตอน : ตอนที่ 15 : คู่แข่งปรากฏตัว!

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย แฟนฟิค

คนเข้าชมทั้งหมด : 28

ความคิดเห็น : 1

ปรับปรุงล่าสุด : 02 ส.ค. 2563 16:36 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 15 : คู่แข่งปรากฏตัว!
แบบอักษร

ในตอนนี้... หลังจากที่มีเหตุการณ์สุดทึ่งอย่างการที่รีไวล์แสดงอากัปกิริยาน่าแปลกใจออกมา หญิงสาวก็มิได้อยู่พักผ่อนภายในห้องตามคำสั่งของบุรุษชาย แต่กลับออกมาที่ครัวหลังนึกได้ว่าตนไปเก็บหญ้าหวานมาได้

ร่างบางนำใบของหญ้าหวานไปอบซักระยะหนึ่งให้พอแห้ง นำมาบดมาป่นให้ละเอียดเป็นชิ้นเล็กๆพอผสมเข้าไปกับใบชาที่มีลักษณะเดียวกัน ก่อนที่จะนำห่อใส่ผ้าขาวบางเล็กๆ แล้วนำจุ่มลงไปในกาน้ำชาที่ต้มเดือดไว้

หญิงสาวรินน้ำชาขึ้นมาดื่ม รสชาติขมปลายลิ้นหวานปลายจมูกดูเข้ากัน นี่แหละชาสูตรพิเศษต้นตำรับที่พยายามคิดค้นขึ้น อร่อยถูกปากตัวเองถือว่าสุดยอดแล้ว

ด้วยความสนุกอยากจะลองนำชามาแปรดื่มกับอะไรอย่างอื่นที่ไม่ใช่คุกกี้ ร่างบางจึงเหลือบไปเห็นก้อนขนมปังในห้องเสบียง นึกได้จึงเดินเข้าไปหยิบมาซักก้อนสองก้อน ก่อนจะหั่นเป็นชิ้นๆเป็นแว่นๆแล้วนำชาในการดเทลงใส่ประมาณนึง ให้ตัวขนมปังดูดซึมน้ำชา วางทิ้งไว้จนแห้งและจึงทำแบบเดิมซ้ำๆอีกสองครั้งก่อนอบปิดท้าย

รสชาติถือว่าดี มีกลิ่นชาดำติดปลายจมูกเหมือนดื่มชาเล็กน้อย รสชาติของขนมปังออกรสชาติขมเล็กๆทานได้สบาย ก่อนนำขึ้นเสิร์ฟก็จัดการโรยชาดำไปบางๆ น่าตาชุดน้ำตาดูสะสวยน่ารับประทานจนสาวเจ้าชอบใจยิ้มร่าอยู่ลำพัง

"อ๊ะ? ___(ชื่อคุณ)___? ทำอะไรอยู่เหรอ?" อยู่ๆฮันจิก็เดินโผล่มา เห็นหญิงสาวยืนหันหลังทำอะไรบางอย่างอยู่ในครัวจึงร้องทัก ร่างบางหันกลับมาอทบจะในทันที ปรากฏร่างของหญิงสาวสวมแว่นผมน้ำตาลแดงมัดรวบสูงยืนอยู่หน้าประตู

"อ..เอ่อ ต้มชาน่ะค่ะ" ร่างบางทำหน้าแหยะๆ ยิ้มแห้งๆบางๆพูดอย่างกับคนที่ปิดบังอะไร ซึ่งที่แท้ก็แค่เขอะเขินที่ทำของกินประหลาดๆที่อยู่ด้านหลังออกมา

"โอ้ะ? อะไรน่ะ!?" ฮันจิเหลือบสายตาไปเห็นบางอย่างที่หญิงสาวเอาตัวยืนบังไว้ก็ได้พุ่งพรวดเดินเข้ามาใกล้ๆ ดันร่างของสาวเจ้าออกด้านข้างเล็กน้อย เห็นเข้ากับชุดน้ำชาที่มีขนมทานเล่นอย่างขนมปังที่ถูกหั่นออกเป็นแว่นๆวางเรียงราวดูสวยงาม

"โว้ว นี่เป็นชุดน้ำชาที่ดูดีที่สุดที่ฉันเคยเห็นเลยนะ เอาไปใครเหรอ?" ฮันจิแปลกใจและแปลกตาที่เห็นชุดน้ำชาที่ดูทำอย่างพิถีพิถันตรงหน้า นึกสนุกใจชักสงสัยว่าร่างบางจัดทำมันขึ้นมาเพื่อให้ใครรึเปล่า

"ก..ก็ไม่ได้กะจะทำให้ใครหรอกค่ะ แค่ทำขึ้นเพราะอยากทำน่ะค่ะ" หญิงสาวยิ้มเจื๋อนๆ พร่ำพูดออกไปตามความเป็นจริงที่ใครๆฟังก็ดูเหมือนข้อแก้ตัวแก้ความเขินอาย

"จริงเหรอ? คงไม่ได้กะจะทำให้รีไวล์หรอกใช่มั้ย? ใครๆก็รู้ว่าหมอนั่นชอบดื่มชานี่นา" ฮันจิเหล่ตามองส่งเสียงพูดดูลากยาว คิดหยอกแหย่ให้สาวเจ้าเกิดอาการร้อนรนหรือเขินอาย กลั่นแกล้งเล็กๆน้อยๆไม่ให้ร่างบางเกิดความรู้สึกเหงา

"ก็ว่าจะเอาไปให้เขาชิมดูอยู่หรอกค่ะ ไหนๆคุณฮันจิก็มาแล้ว ลองชิมดูมั้ยล่ะคะ?" หญิงสาวหันไปยกถาดชุดน้ำชาขึ้นมาเบื้องหน้า เชิญชวนให้หญิงสาวสวมแว่นได้ดชยชิมขนมปังทานเล้นดูซักชิ้น

"โอ้ ขอบใจ งั้นขอชิ้นนึงก็แล้วกัน" ฮันจิรับคำขอชิมตามคำเชิญชวนของอีกฝ่าย ยื่นมือบางหยาบไปหยิบชิ้นขนมปังสีน้ำตาลหม่นขึ้นมา เอาเข้าปากไปก่อนจะเริ่มเคี้ยวเพื่อสัมผัสรสชาติของขนมชิ้นนั้น

"ฮื้ม ขนมปังสินะ แต่ทำไมถึงได้รสเหมือนเลยล่ะ?" ฮันจิทึ้งในรสชาติอันแปลกใหม่ของขนมปังในมือ มันไม่ได้จืดชืดเหมือนอย่างเคย แต่มันมีกลิ่นของชาดำลอยเตะที่ปลายจมูก

"ฉันเอาชาสูตรของฉันต้มและเอาเข้าอบประมาณ 2 รอบน่ะค่ะ แค่ลองทำดูน่ะ" หญิงสาวตอบกลับไปอย่างมั่นใจ เพราะถึงไม่มีใครทานตัวเองก็จะเป็นคนจัดการเองอยู่ดี

"ไม่เลวนี่ ฉันว่าคนที่ชอบชาอย่างหมอนั่นต้องชอบแน่ๆ" ฮันจิกลืนชิ้นขนมปังเข้าไปเป็นชิ้นสุดท้าย ก่อนจะพูดออกไปด้วยความยินดีและมั่นใจไม่แพ้กัน คาดไม่ถึงว่าสาวเจ้าจะทำอะไรพิลึกๆดูอร่อยทั้งรสชาติและหน้าตาแบบนี้

"หวังว่าจะเป็นแบบนั้นค่ะ" หญิงสาวยิ้มให้บางๆบอกไปแบบนั้นโดยไม่ได้คาดหวังอะไรอย่างปากว่ามากนัก ยกถาดเดินออกจากห้องครัวไป ส่วนฮันจิก็แอบเดินเข้าไปในห้องเสบียงเพื่อลักเกลือไปใช้ในการทดลองเล็กๆน้อยๆของตน

-----

หญิงสาวเดินเลี้ยวโยกย้ายตัวเองมาตามทางเดิน กะว่าจะเดินกลับไปที่ห้องก่อนที่รีไวล์จะรู้ว่าตัวเองเดินออกมา แต่ว่า... ด้วยความที่สาวเจ้าเป็นคนที่เนื้อหอมอย่างมากคนนึง รวมทั้งมีมนุษยสัมพันธ์หน้ากากที่ดีทำให้เธอต้องหยุดทักทายพูดคุยจิปาถะเล็กน้อยกับเหล่าทหารชายหญิงที่ผ่านมาทักเธอก่อน

จนกระทั่งนึกได้ว่ามีบางอย่างต้องบอกกล่าวให้เออร์วินได้ซับทราบ หญิงสาวจึงได้เดินย้อนจากที่จะไปที่ห้อง เปลี่ยนไปที่ห้องทำงานของเออร์วินที่อยู่อีกฝั่งอาคารของฐานบัญชาการ โดยยังคงถือชุดน้ำชารสอร่อยไว้ตรงหน้า ได้ทีถือโอกาสให้เออร์วินได้ลองชิมดูแล้วกัน

-----

ทางด้านของรีไวล์ที่กำลังทำงานจิปาถะในห้องของตัวเองอยู่เนิ่นนานมาได้ซักพัก กระทั่งพระอาทิตย์เริ่มจะตกหล่นหายวับไปกับขอบกำแพงสูงนับห้าสิบเมตร ล่วงเลยย่างเข้าสู่ช่วงเวลาเย็นของวัน

รีไวล์เกิดความคิดที่อยากจะพักบ้าง ลุกขึ้นเลื่อนเก้าอี้ออกก่อนจะเดินอ้อมโต๊ะตัวเองออกไปจากห้อง ด่ำเดินไปตามกะว่าจะไปหาหญิงสาวที่น่าจะยังอยู่ในห้องของเจ้าหล่อนเอง ซึ่งก็ผิดไปจากการคาดการ เมื่อเขาลองเคาะประตูไปสองทีก่อนจะเปิดเข้าไปเหมือนปกติ รีไวล์ก็ไม่พบร่างของเจ้าของเลยซักนิด ไร้ซึ่งวี่แววการมีอยู่ของเธอภายในห้องจนรีไวล์ต้องมีอันขมวดคิ้วยึกยัก

รีไวล์ปิดประตูลงเดินออกไปทางอื่น หญิงสาวคงออกไปหาอะไรกินหรือหาอะไรทำ เพราะมันก็คงจะน่าเบื่อไปหน่อยถ้าเป็นเขาที่ต้องอยู่เฉยๆภายในห้องแคบๆแบบนั้น

กระทั่งเดินลงมาถึงชั้นล่าง ณ มุมหนึ่งซึ่งไม่ค่อยมีใครผ่านนัก เสียงหวานเบาๆที่ฟังแว๊บเดียวก็รู้ว่าใครคือเจ้าของเสียงก็ดังขึ้นมาให้ได้ยินแว่วๆ เรียกความสนใจให้รีไวล์สนใจจึงได้สาวเท้าเดินเข้าไปใกล้

"ความจริง... เรื่องออกนอกกำแพงฉันก็กะว่าจะมาปฏิเสธคุณนะคะ แต่นึกไม่ถึงว่าคุณรีไวล์เขาจะมาตัดหน้าขอแทนกันไปก่อน..." เสียงหวานของหญิงสาวดังออกมาจากอีกด้านของประตูไม้ รีไวล์แอบมองลอดผ่านช่อนประตูก็เห็นร่างบางยืนยิ้มอ่อนๆพูดคุยอยู่กับเออร์วิน แถมทั้งยังเป็นในที่แบบนี้อีก! ฉุกคิดได้ในทันทีเลยว่าจะต้องมีลับลมคมในอย่างแน่นอน

"งั้นเหรอ ถ้าผ่านไปได้ก็ดีไป เธอคือคนสำคัญ... อย่างน้อยก็ของฉันคนนึง" เสียงของเออร์วินดังตามมา ต่อประโยคจนดูน่าสงสัย นี่เออร์วินแอบคบชู้กับหญิงสาวของเขางั้นเหรอ? ไม่สิ อันตัวรีไวล์เองกับร่างบางก็ไม่ได้เป็นอะไรกันนี่นะ จะคบกันก็ไม่เห็นจะแปลกอะไร

"ฉันดีใจนะคะที่ได้เป็นคนสำคัญของคุณ เป็นปลื้มเลยนะคะ" ร่างบางเผยยิ้มที่มากขึ้นไปอีก เอามือประคองแก้มดูแก้เขินทั้งๆที่วาจานั้นและใบหน้านั้นเป็นเพียงการเสแสร้งแกล้งตบตาเท่านั้น แต่ด้วยภาพที่มองเป็นด้านหลังเอียงข้าง รีไวล์จึงเข้าใจไปทั้งแบบนั้นเสียซื่อๆ

รีไวล์ได้ยินดังนั้นก็รู้สึกกระอักกระอ่วนใจ ก้มหน้ามองพื้นมือหนากำหมัดไว้แน่น เลือกเมินและเดินจากไปไม่คิดสนใจความสัมพันธ์ชวนอาเจียนน่าขยะแขยงใจนั้นต่อแต่อย่างใด

"การมีค่ากับคนอื่นนี่ก็ดีอยู่หรอก ถ้ามันออกมาจากใจ... ไม่ใช่เพียงเพราะความเห็นแก่ตัวน่ะนะคะ" ภายในห้องหญิงสาวหุบยิ้มบดใบหน้าดูเสแสร้งลงไปเยอะ เพราะคำว่าคนสำคัญมันดันมาแทงใจดำของร่างบางเข้า จนชวนเอาไม่รู้สึกอภิรมณ์ด้วยเสียเท่าไหร่นัก

"ถึงฉันจะไม่มีค่าในสายตาใครแต่มีประโยชน์ในทุกความต้องการของมนุษย์ ฉันก็ขอมีชีวิตอยู่...เพื่อคนที่อุตส่าห์เห็นค่าฉันจากใจคนนั้นค่ะ" ภาพของอูริฉายวนกลับมาที่ความทรงจำอีกครั้ง เขาเป็นคนที่ดีมากคนนึง แต่หากไม่ได้มีเชื้อสายราชวงศ์ล่ะก็คงจะอายุไขนานกว่านี้ ไม่ต้องกลัวหรือกังวล ใช้ชีวิตปกติไปวันๆก็เพียงพอ

"แม้แต่หมอนั่น...น่ะเหรอ?"

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

เวลาอาหารเย็นเริ่มมาเยือน ในมือของสาวเจ้ายังมีขนมปังกลิ่นชาดำเหลือไว้อยู่ จึงกะจะเดินเอาไปให้ตาคนสุดท้ายได้เชยชิมดู

หญิงสาวเดินมาจนถึงหน้าห้องทำงานของรีไวล์ ยกมือลางขึ้นเค่ะประตูไปสองสามที ก่อนจะเอ่ยปากขออนุญาตแล้วเปิดประตูเดินเข้าไป

ร่างบางเห็นชายร่างแกร่งกำลังยืนกอดอกเหม่อมองออกไปนอกหน้าต่าง ก่อนจะเสตามองด้วยหางตาคมมาที่เจ้าหล่อน และหันใบหน้ากับตัวตามมาเหมือนกำลังจะถามว่ามีอะไร

"ฉันลองทำขนมปังที่อบด้วยน้ำชาสูตรของฉันค่ะ จะลองชิมดูมั้ยคะ?" หญิงสาวเดินมาวางของในมือที่โต๊ะตรงมุมรับแขกอีกด้าน รีไวล์คลายกอดออกจากอกแกร่งขิงตัวเอง เดินตรงไปทางร่างบางด้วยอารมณ์ขุ่นมัวภายใต้ใบหน้าที่เรียบนิ่ง

"ฉันไม่กินของที่ต้องกินต่อจากคนอื่นหรอกนะ" รีไวล์หยุดเดินอยู่ข้างๆ ตั้งหน้าทำคิ้วขมวดแลดูโกรธเคือง ทำเอาหญิงสาวงงงวยเงยหน้าขึ้นไปมองขณะที่จะรินชาให้แก่เขา

"เอ๊ะ?" ด้วยความที่ก่อนหน้านี้ยังดูซึมๆดีๆอยู่แท้ๆ แต่ผ่านไปไม่ถึงครึ่งค่อนวันก็เปลี่ยนไปอย่างกับเป็นคนละคน ร่างบางยิ่งคิดก็ยิ่งไม่เข้าใจ อยู่ๆตาคนตรงหน้านี้โกรธอะไรมาอีกล่ะเนี่ย?

"ดูเหมือนความสัมพันธ์ระหว่างเธอกับฉันจะมีคนมาแทรกระหว่างกลางสินะ เคยบอกไปแล้วนี่ว่าถ้าจะไปมั่วหรือยุ่งกับใครก็ต้องหาเงินมาชดใช้ฉันด้วยวิธีบริสุทธิ์ใจก่อน" รีไวล์พูดออกมาอย่างใยดี หญิงสาวเกิดอาการเกรงกลัวอีกคนตรงหน้านั้นอีกครั้ง ทั้งโกรธทั้งเสียใจ ทำไมถึงพูดอะไรแบบนี้ได้หน้าตาเฉย? ทั้งๆที่มันไม่ใช่ความจริงเลยซักนิด!

"แล้วชุดน้ำชาของเหลือนั้นฉันก็ไม่คิดจะกินต่อใครด้วย เชิญเธอเอาไปทิ้งได้เลย ฉันชักจะรำคาญเวลาเห็นหน้าเธอขึ้นทุกวัน คราวหลังก็ไม่ต้องเอามาอีก" ด้วยก่อนหน้านี้เห็นที่ไปบังเอิญแอบฟังการสนทนากันเล็กๆน้อยๆของสาวเจ้ากับเออร์วินนั้นมันมีชุดน้ำชาชุดนี้วางอยู่ด้วย รีไวล์จึงยังคงพูดต่อ เดินก้าวขาหันหลังให้ร่างบางที่กำลังใจสั่นไปหยุดนิ่ง อารมณ์ความโกรธความเคืองพร้อมด้วยความเสียใจจากการถูกว่าร้ายยิ่งเพิ่มขึ้นทวีคูณ ความรู้สึกแบบนี้ที่สั่งสมมาก็ยอมมีวันถูกระบายออกมา เข่นเดียวกัน...กับในตอนนี้

"...พอกันที... อยู่ๆเป็นอะไรของคุณมิทราบ!? ฉันไปทำอะไรคุณถึงได้มาว่าเองเออเองแบบนี้กัน!? ทั้งๆที่เมื่อก่อนก็ไม่ใช่คนแบบนี้แท้ๆ! ทั้งงี่เง่า! ทั้งเอาแต่ใ-" หญิงสาวหมดความอดทนตะโกนพรั่งพรูออกมาด้วยโทสะ เรียกให้รีไวล์แปลกใจหันกลับไปมอง เบิกตาโพลงกว้างด้วยความประหลาดใจ นึกไม่ถึงว่าอยู่ร่างบางจะแย้งกลับมาต่อว่าเขาแบบนี้ แต่เสียงหวานนั้นก็ได้หยุดชะงักลงโดยที่ยังพูดไม่จบความ ใบหน้าที่เหมือนสะดุดอะไรบางอย่างถึงกับหน้าก่ำหน้าเกร็งขึ้นมา มือบางเลื่อนขึ้นมาแตะที่ปลายจมูกด้วยความจริงคืออยากจะทาบที่อกที่มันกำลังเจ็บขึ้นมา หลับตาพยายามตั้งสติหลีกเลี่ยงสถานการณ์ในตอนนี้โดยเร็ว

"...ช่างเถอะ ถึงจะตะโกนว่าคุณไปแบบนั้นต่อไปก็มีแต่จะมีคนมาได้ยินเอาเปล่าๆ ขอโทษนะคะที่เผลอตัว ถ้างั้นฉันขอตัวค่ะ" ร่างบางพยายามรีบจบการสนทนาลง เดินหัวตัวก้มหน้าก้มตาจนมองไม่เห็นสีหน้าแววตากลับไปทางประตู เปิดประตูออกไปและปิดลงเหลือไว้เพียงบุรุษที่ทำหน้าเหว่อหวางุนงงกับท่าทีขึ้นๆลงๆของร่างบางเมื่อครู่

หญิงสาวเดินตรงดิ่งกลับห้องดูแน่นิ่งปกติ ก่อนจะเริ่มยกมือขึ้นมาทาบที่อก หายใจเข้าออกดูเหนื่อยๆอ่อน เหงื่อเริ่มซึมไหลไปตามเค้าโครงของใบหน้าสวย กระทั่งเดินมาถึงห้องของเธอเอง หญิงสาวถึงจะเริ่มแสดงอาการออกมาดูเจ็บปวดทรมาน

ร่างบางเดินโซซัดโซเซล้มลงไปที่ริมเตียง อาการโรคหัวใจที่ดธอเป็นอยู่ไม่ได้หนักหนาอะไรถึงขั้นชีวิต เพียงแค่เวลามันกำเริบสาวเจ้าจะเริ่มเจ็บแปล๊บๆเจ้าที่อก เริ่มหายใจไม่คงที่เหมือนพึ่งไปออกกำลังมา มักเป็นเวลาที่แสดงท่าทีโกรธและเวลาใช้กำลังกายเท่านั้น

ร่างบางหอบหายใจอย่างเหนื่อยอ่อนเพราะต้องอดทนต่อความเจ็บปวดทางร่างกาย รวมทั้งทางใจที่ถูกอีกคนว่าร้ายใส่โดยที่ไม่ทันได้แย้งอะไรกลับไป ช่างน่าเจ็บใจเจียนอยาดจะระเบิดความรู้สึกออกมาซะตรงนี้ จนไม่นานนักหญิงสาวก็ได้ผลอยหลับไป ตกลงสู่ห้วงนิทราที่มืดมิดและหนาวเย็น

-----

ทางด้านเออร์วินที่กำลังนั่งคิดถึงบทสนทนาก่อนหน้าระหว่างหญิงสาวหน้าสวย ต่างคนต่างเป็นหมากให้กัน เออร์วินเริ่มลังเลว่าจะพลาดท่าให้สาวเจ้าที่มี่ท่าทีและบรรยากาศคล้ายตนราวกับสะท้อนจากกระจก หากตัวเองทำได้เธอก็ต้องทำได้ หากได้ร่วมมือกันคงจะเป็นอะไรที่ดีไม่น้อย

"อ่ะ? คุณผู้บัญชาการ?" หญิงสาวที่เดินถือถาดน้ำชาเดินไปตามทางก็ได้พบเข้ากับเออร์วิน ที่ซึ่งเจ้าหล่อนเองก็กำลังว่าจะไปหาอยู่พอดี

"โทษที" เออร์วินเกือบเดินชนสาวเจ้าจนชุดน้ำชาของใครซักคนหกหล่นจึงเอ่ยออกไป แต่หญิงสาวตรงหน้ากลับส่ายหัวเบาๆก่อนจะเงยหน้าขึ้นมาด้วยหน้ากากเข้าสังคมปกติ

"จริงสิ คุณกำลังยุ่งอยู่รึเปล่าคะ?" ร่างบางเอ่ยถามด้วยวาจาสดใส ดูแทบไม่ออกว่าจริงใจหรือเสแสร้ง ซึ่งเออร์วินก็ไม่ได้อะไรกับท่าทีของอีกฝ่ายมากนัก

"ก็ไม่นะ มีอะไรล่ะ?"

"พอดีจะบอกว่าคุณไม่ต้องเป็นห่วงฉันน่ะค่ะ" หญิงสาวหลับตาส่งยิ้มให้เออร์วิน กระชับถาดน้ำชาในมือทั้งสองไว้แน่น

"ฉันว่าคุยกันตรงนี้จะไม่ดี เข้าไปในห้องนั้นก่อนเป็นไง? มีเรื่องนึงที่ว่าจะถามเธอหน่อย" เออร์วินชี้ไปยังห้องๆหนึ่งที่ดูเป็นแค่ห้องเก็บของธรรมดาๆ แล้วจึงเดินนำออกไป ตามด้วยหญิงสาวที่ไม่ปฏิเสธอะไรให้ยุ่งยากความ

"ฮืม... แต่ถ้ามีใครมาแอบเห็นพวกเราอยู่กันสองคนในที่แบบนั้นก็แย่เหมือนกันนะคะ" ร่างบางกล่าววาจาเล่นลิ้น หยอกเย้าแลดูรอบคอบให้เออร์วินที่ดำรงตำแหน่งผู้บัญชาการสูงสุดของทีมสำรวจได้ยิน

"ไว้ตอนนั้นค่อยว่ากันก็แล้วกัน" เออร์วินไม่ค่อยสนใจสิ่งที่ร่างบางพูดเสียเท่าไหร่ เขารู้ดีว่ามันไม้ค่อยดีตามที่ว่ามา แต่ด้วยความเอาแต่ใจจนตอนนี้ทั้งสองก็เข้ามาอยู่ในห้องเก็บของสุดอึมครึมนี้เสียแล้ว

"แล้ว... คุณผู้บัญชาการอยากจะคุยอะไรกับฉันงั้นเหรอคะ?" หญิงสาววางถาดน้ำชาลงที่โต๊ะ กุมมือตัวเองหันไปถามบุรุษผมบลอนด์อ่อนทรงวิกในทันที

"ฉันได้รับรายงานว่ามีคนกลุ่มหนึ่งมาป้วนเปี้ยนอยู่แทบนี้บ่อยๆ ดูเหมือนจะไม่ใช่พวกกองสารวัตร ระวังตัวไว้หน่อยก็ดีนะ" เออร์วินที่ได้รับรายงานมาจากมิเคะก่อนหน้านี้ได้นำรายงานที่ว่ามาเคือนให้สาวเจ้าระวังตัวให้มากขึ้น

"เข้าใจแล้วล่ะค่ะ จะว่าไปฉันเองก็ว่าจะบอกคุณอยู่เรื่องนึงเหมือนกัน" หญิงสาวพอจะเดาได้ว่ากลุ่มคนเหล่านั้นเป็นใครมาจากไหน เลยนึกขึ้นได้ว่ายังมีคนอีกกลุ่มที่คนนอกห่างไกลเมืองหลวงอย่างทีมสำรวจนั้นอาจจะไม่ทันได้ล่วงรู้ "คุณรู้เรื่องจลาจลที่เกิดขึ้นเมื่อหนึ่งปีก่อนรึเปล่าล่ะคะ?"

"การจลาจลที่เมืองหลวงครั้งใหญ่ที่อยู่ๆก็เงียบหายไปนั่นน่ะเหรอ?"

"ค่ะ ฉันเป็นคนนึงที่รู้ว่าทำไมการจลาจลในครั้งนั้นถึงได้อยู่ๆก็เงียบไปค่ะ ซึ่งนั่นก็เพราะพวกจเรทหารได้ใช้สันติวิธี โดยการให้พวกผู้ก่อการร้ายในครั้งนั้นคอยทำงานสกปรกให้เพื่อแลกกับเงินค่ะ ตอนนี้ก็ดำรงเป็นกองสารวัตรทหารรับจ้างอยู่ คนที่จับฉันไปเมื่อคราวนั้นก็ใช่ค่ะ" ร่างบางอธิบายรายละเอียดเสียงเรียบ ด้วยมีชะตาเข้าไปเกี่ยวโยงกับปัญหาขี้ปะติ๋วที่พวกกองสารวัตรทำให้เป็นเรื่องใหญ่นั้น เลยทำให้หญิงงามต้องลำบากมาจนถึงทุกวันนี้

"เข้าใจแล้วล่ะ สรุปก็คือผู้อยู่เบื้องหลังก็ยังคงเป็นพวกกองสารวัตรในหน่วยจเรทหารสินะ" เออร์วินจับคางเหมือนกำลังครุ่นคิด แต่แล้วหญิงสาวตรงหน้าก็หันกลับไปยกถาดน้ำชาขึ้นมา และเชิญชวนให้เขานั้นลองชิมขนมปังอบน้ำชาดู

"ลองทานดูสิคะ"

"อ...อา" เออร์วินเหมือนตามความคิดและการกระทำของหญิงสาวไม่ทัน ตอบรับกลับไปแบบงงๆและจึงยื่นมือหนาไปหยิบขนมปังแผ่นขึ้นมาทานชิ้นนึง

"พวกอยู่เบื้องหลังเป็นพวกรัฐบาลต่างหากล่ะค่ะ ที่เหลือก็แค่หมากดีๆเท่านั้นล่ะ" ร่างบางลดถาดน้ำชาลงมาที่ระดับใต้อก เงยหน้าส่งยิ้มพร้อมถามคำถามต่อไปออกไป "เป็นไงคะ? อร่อยรึเปล่าคะ?"

"อา ก็อร่อยดีน่ะนะ"

"ความจริง... เรื่องออกนอกกำแพงฉันก็กะว่าจะมาปฏิเสธคุณนะคะ แต่นึกไม่ถึงว่าคุณรีไวล์เขาจะมาตัดหน้าขอแทนกันไปก่อน..." หญิงสาวยืนยิ้มพูดด้วยวาจาอ่อนหวาน ซึ่งโดยหารู้ไม่ว่า ณ ตอนนี้นั้นมีคนมาแอบได้ยินบทสนทนาระหว่างกันอยู่

"งั้นเหรอ ถ้าผ่านไปได้ก็ดีไป เธอคือคนสำคัญ... อย่างน้อยก็ของฉันคนนึง" เออร์วินว่ากล่าวไปตามตรง เป็นความจริงที่แหข่งข้อมูลสำคัญอย่างสาวเต้าที่ยืนอยู่เบื้องหน้านั้นสำคัญต่อเขามาก ไม่ใช่ชั้นเชิงของความสัมพันธ์ แค่เป็นระบบหมากที่จะก้าวไปสู้เป้าหมายในอนาคต

"ฉันดีใจนะคะที่ได้เป็นคนสำคัญของคุณ เป็นปลื้มเลยนะคะ" ร่างบางเผยยิ้มที่มากขึ้นไปอีก พยุงถาดน้ำชาเอาไว้ด้วยแขนเพียงข้างเดียว เอามืออีกข้างประคองแก้มดูแก้เขินทั้งๆที่วาจานั้นและใบหน้านั้นเป็นเพียงการเสแสร้งแกล้งตบตาเท่านั้น

"การมีค่ากับคนอื่นนี่ก็ดีอยู่หรอก ถ้ามันออกมาจากใจ... ไม่ใช่เพียงเพราะความเห็นแก่ตัวน่ะนะคะ" ภายในห้องหญิงสาวหุบยิ้มบดใบหน้าดูเสแสร้งลงไปเยอะ เพราะคำว่าคนสำคัญมันดันมาแทงใจดำของร่างบางเข้า จนชวนเอาไม่รู้สึกอภิรมณ์ด้วยเสียเท่าไหร่นัก

"ถึงฉันจะไม่มีค่าในสายตาใครแต่มีประโยชน์ในทุกความต้องการของมนุษย์ ฉันก็ขอมีชีวิตอยู่...เพื่อคนที่อุตส่าห์เห็นค่าฉันจากใจคนนั้นค่ะ" ร่างบางนึกย้อนถึงภาพบุรุษผู้เป็นเสมือนพ่อแท้ๆผู้ให้กำเนิด ทั้งๆที่ไม่มีความเกี่ยวข้องทางสายเลือดแท้ๆ แค่กลับให้ความสำคัญสาวเจ้าโดยไม่หวังประโยชน์ใดๆ

"แม้แต่หมอนั่น...น่ะเหรอ?" เออร์วินถามขึ้นอีก พูดถึงรีไวล์ที่คอยเห็นอยู่กับหญิงสาวอยู่บ่อยๆ อีกทั้งยังเป็นคนพาเธอมาแบบนั้น และท่าทีที่ดูหวงของแบบนั้นจะทำเพื่อประโยชน์ส่วนตัวที่ไม่มีใครรู้จริงๆน่ะเหรอ?

ร่างบางเงียบไปแทบจะในทันที นึกย้อนไปถึงการกระทำในช่วงเด็ก ที่เขาเคยช่วยเธอไว้พร้อมคำพูดที่ฟังแล้วชื่นหูนั่นอีก ซึ่งก็แอบทำให้หญิงสาวเริ่มใจอ่อนยวบลง ก่อเกิดความรู้สึกบางอย่างขึ้นมาภายในใจอย่างไม่รู้ตัวกับคนเอาแต่ใจแบบนั้น

"...ฉันน่ะไม่รู้ใจคนอื่นหรอกนะคะ ถ้าใครดีมาฉันก็จะดีด้วย หากใครร้ายมาฉันก็จะร้ายด้วย เจอกันครั้งแรกด้วยหน้ากากของคนดี เพื่อดูท่าทีของอีกฝ่ายเป็นเรื่องธรรมชาติของมนุษย์ค่ะ" หญิงสาวยิ้มอ่อนแลดูหมองหม่น เป็นใบหน้าที่งดงามภายใต้ความเศร้าหมอง

"งั้นเหรอ เธอคงจะ...อยู่ยากน่าดูเลยนะ" สิ้นเสียงประโยคของเออร์วิน ก็เท่ากับสิ้นประโยคบทสนทนาในครั้งนั้น เออร์วินที่นั่งคิดรำลึกถึงตอนนั้นก็เกิดอาการถอนหายใจออกมา พอดีกับเสียงเปิดประตูอันถือวิสาสะของบุคคลคนเดิมอย่างรีไวล์

"รีไวล์เหรอ?" เออร์วินยกตัวเองออกจากพนักพิง นั่งตัวตรงโน้มตัวไปด้านหน้าเล็กน้อยเพื่อคงท่าทีของผู้บัญชาการไว้

"ฉันว่าพักหลังนายกับยัยนั่นมีอะไรปิดบังกันอยู่ อธิบายมาว่ามันมายังไงเป็นยังไง" รีไวล์เดินมาหยุดที่หน้าโต๊ะกลางห้อง มือทั้งสองล้วงกระเป๋าเอาไว้ ส่งสวยตาคมเพื่อหวังให้อีกฝ่ายตอบกลับมา

"ก็เปล่าหนิ ก็แค่คุยอะไรจิปาถะเท่านั้นแหละ นายก็รู้ว่า___(ชื่อคุณ)___เป็นที่สนใจของใครหลายๆคนในทีมสำรวจ รวมทั้งนายด้วยนี่นะ" เออร์วินกล่าวเล่นลิ้นเป็นเชิงนัย เหมือนจะปั่นหัวอีกฝ่ายแต่แท้แล้วเพียงแค่หาเรื่องแถให้กับตัวเองเท่านั้น

"งั้นเหรอ กำลังจะบอกว่าผู้บัญชาการอย่างนายกำลังจีบยัยตุ๊กตานั่นสินะ" รีไวล์ที่ชักจะเข้าใจผิดไปกันใหญ่ ยิ่งเจอคำแก้ตัวของเออร์วินแบบนั้นอีกก็ยิ่งแล้ว เริ่มพูดจาแดกดันแบบอ้อมๆออกไปด้วยสีหน้าที่นิ่งเรียบแลดุดัน

"จะคิดแบบนั้นก็ได้นะ ใช่ว่าฉันจะไม่สนใจเธอซักหน่อย นายเองก็พยายามเข้าล่ะ ไม่ได้มีแค่ฉันหรอกนะที่กำลังทำคะแนนจีบ___(ชื่อคุณ)___อยู่น่ะ"

ป๋าวินมาค่ะ! เป็นไงล่ะเฮีย? คู่แข่งเยอะขึ้นทันตาเห็นเลยนะ

ความคิดเห็น