ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : ) #ธัญท้าแต่งรอบที่1 เข้ามาอ่านมาติชมกันได้นะ เเล้วก็เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะ หวังว่าทุกคนจะชอบนะคะ

รักข้างเดียว

ชื่อตอน : รักข้างเดียว

คำค้น : ธัญท้าแต่งรอบที่1

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 721

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 02 ส.ค. 2563 14:40 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
รักข้างเดียว
แบบอักษร

รุ่งเช้าหมอคนสวยก็กำลังมาราวน์วอร์ดอยู่ในแผนกผู้ป่วยใน การาวน์วอร์ดคืออะไร...คือการที่แพทย์มาเยี่ยม ซึ่งถือเป็นหนึ่งในกิจกรรมที่อยู่คู่กับโรงพยาบาลมาอย่างยาวนานจริงๆ การราวน์วอร์ดแต่ละครั้งผู้ที่เข้าร่วมมักจะเป็น แพทย์เจ้าของไข้ พยาบาล เเละอาจมีนักศึกษาแพทย์คอยเดินตาม ดูการราวน์และเรียนรู้จากผู้ป่วย ถือเป็นระบบหนึ่งของการเรียนแพทย์ ระหว่างการเยี่ยมผู้ป่วยจะมีการไต่ถามอาการต่างๆ ว่ากินได้หรือไม่ เจ็บปวดไม่สบายตัวตรงไหนรึเปล่า ประกอบไปกับการดูค่าสัญญาณชีพต่างๆ ในแฟ้มประวัติของคนไข้ เพื่อหาแนวทางการรักษาต่อไป ซึ่งโดยมากการราวน์วอร์ดมักจะเริ่มตั้งแต่เช้าตรู่ วันนี้นธีกานต์ลงมาตั้งเเต่ห้าโมงเช้า เดี๋ยวแปดโมงต้องเตรียมตัวไปเข้าเวรเช้าต่อที่แผนกผู้ป่วยนอกต่อ ราวน์มาหลายเตียงจนมาถึงเตียงนี้...

"เเม่ หมอมาเเล้ว..." เด็กน้อยคนนึงที่อายุไม่เกินมัธยมต้นปลุกมารดาของตนให้ตื่นมาพบหมอ

"สวัสดีจ้ะหมอ..." คนไข้ยกมือไหว้

"สวัสดีค่ะ..."รีบไหว้กลับอย่างไวเพราะคนไข้อายุรุ่นเเม่ของเธอเลย หมอสาวส่งยิ้มอย่างอ่อนโยน

"วันนี้หมอลงเช้าจังเลยนะคะ" เด็กสาวพูด

"พอดีหมอมีตรวจคนไข้ต่อตอนโปดโมง เลยมาเยี่ยมหนูกับเเม่ก่อนไงคะ...เป็นไงบ้างคะวันนี้คุณป้ายังอาเจียนมั้ยคะ?" จดอาการไปด้วยระหว่างถาม

"ไม่เเล้วจ้ะ...ไม่รู้สึกอยากอ้วกเเล้ว"

"ดีมากเลยค่ะ...ขอหมอวัดอุณภูมิหน่อยนะคะ...อื้ม ไข้ลดเหลือ37.2เเล้ว...ยังปวดหัวอยู่มั้ยคะ?"

"เวียนๆอยู่จ้ะ มึนๆเเต่ไม่มากเท่าเมื่อวาน.."

"ไม่หนาวไม่สั่นแล้วเนอะ...หมอขอเจาะเลือดหน่อยนะคะ...ยังต้องตรวจวัดเกร็ดเลือดทุกวันนะคะ เเต่ถ้าอาการดีขึ้นเรื่อยๆเเบบนี้หมอเชื่อว่าคุณป้าจะได้กลับบ้านในเร็ววันนี้ค่ะ" ถ้าเกล็ดเลือดต่ำคนไข้จะเกิดภาวะช็อคได้ เลยจำเป็นที่จะต้องเจาะ พอดีไม่มีพยาบาลเลยเจาะด้วยตัวเองเลย

"เสร็จเเล้วค่ะ...เก่งมากเลยค่ะคุณป้า..." พูดพลางเอาสำลีมาปิดเเผลที่เจาะเลือดให้ เธอเห็นก็รู้ว่าป้าเป็นคนกลัวเข็มมาก เลยให้กำลังใจ

"แม่จะได้กลับบ้านเเล้วเหรอคะหมอ?" เด็กน้อยมองหน้ามารดาสลับกับหมอเเล้วยิ้มดีใจ

"ใช่เเล้วค่ะ อาการดีขึ้นเรื่อยๆเลย หมอว่าอีกไม่กี่วันคุณเเม่จะหายขาดจากไข้เลือดออกแน่นอน....เดี๋ยวทานข้าวเยอะๆเลยนะคะ...จะได้เเข็งเเรง หายไข้ไวๆ ตอนนี้หมอขอตัวก่อนนะคะ... เจอกันพรุ่งนี้นะคะ"

"ขอบคุณจ้ะ/ขอบคุณค่ะหมอ" ยกมือไหว้

"พักผ่อนต่อนะคะ...." ยกมือไหว้กลับด้วยรอยยิ้มอ่อนโยน

"ไปราวน์มาเเล้วเหรอน้องหมอ?" หมอน้อยหน่าถาม

"ค่ะพี่..เรียบร้อยเเล้วค่ะ วันนี้โดยรวมถือว่าดีมากเลย ไม่มีเคสวิกฤติ ราวน์วันนี้สบายใจขึ้นได้ระดับนึงเลยค่ะ..."

"ดีเเล้วจ้ะ คนไข้ดีขึ้นเราก็สบายใจเนอะ...งั้นพี่ไปราวน์ของพี่ก่อนนะ"

"ค่ะพี่..."

ตอนเกือบเที่ยงของวันหมอกำลังรอคนไข้เคสต่อไปในห้องอย่างตั้งใจ ไม่มีคนไข้คนไหนอยากตรวจกับหมอที่ดูง้องเเง้งหรอก...การวางมาดให้ดูขรึมเข้าไว้เป็นสิ่งที่หมอต้องทำ นธีกานต์ก็กำลังวางมาดอยู่ โดยเฉพาะถ้ามีเคสที่อายุเขามากกว่าเรามากๆเข้ามา...ถ้ามัวเงอะงะ เขาจะหมดควาามเชื่อถือในหมอทันทีตั้งเเต่เเรกเห็น อยู่ในห้องจึงต้องใส่เเว่นหนาๆ(ป้องกันการปวดตา ตาล้า ตาลายเเหละที่จริง)

"คุณมานะชัย คุ้มภัย เชิญห้องตรวจที่สามค่ะ" พยาบาลเรียกให้เข้าห้องมา

เเต่เมื่อเห็นคนเเรกที่เข้ามาคือสาวใหญ่รุ่นป้าคนหนึ่งจูงมือชายรุ่นลูกเข้ามามาตรวจ คงจะเป็นเเม่ที่ห่วงลูกมากๆ...ก็น่ารักดีนะ

"เเพทย์หญิงนธีกานต์ พิทักษ์พล..." สาวใหญ่อ่านชื่อของหมอด้วยน้ำเสียงเหวี่ยงๆ

"ค่ะ...สวัสดีค่ะ..." รู้สึกถึงรังสีอะไรบางอย่าง เเต่ก็ยังยิ้มสู้ไว้ก่อน

หมอสาวก็ซักประวัติปกติเเต่ก็สังเกตเห็นเเหละว่าคุณป้าเขาดูจะไม่พอใจอะไรสักอย่าง...เเต่ว่าเข้ามาเธอยังไม่ได้ทำอะไรให้เขาไม่สบายใจเลยนะ...ถึงจะรู้สึกแปลกๆที่ป้าเขาจ้องไม่วางตาก็ตาม เเต่เธอก็ยังคงตรวจตามหน้าที่ต่อไปตามปกติ เเต่พอถามอะไรคนไข้คุณป้ามักจะตอบเเทนเหมือนกับว่าคนไข้เป็นเด็กเล็กๆที่ยังสื่อสารไม่คล่องทั้งที่อายุจริงๆก็น่าจะยี่สิบต้นๆ เเละดูเหมือนคนไข้เกร็งๆไม่กล้าพูดเวลาถามด้วย ทำให้การซักประวัติมันไม่ราบรื่นนัก

"ขอโทษนะคะคุณเเม่...คือคุณเเม่ออกไปรอลูกชายข้างนอกก่อนก็ได้นะคะ..." นธีกานต์บอก

"ไม่ล่ะ...ฉันขอนั่งฟังด้วยนี่เเหละ...ไม่ได้เหรอ?" น้ำเสียงเหวี่ยงๆ

"เอ่อ...ได้ค่ะได้...จากที่หมอตรวจดูเเล้วคนไข้เป็นโรคเริม แต่เพื่อความเเน่ใจหมอจะขอให้ไปตรวจทางห้องปฏิบัติการเพิ่มนะคะ...." 

การตรวจที่ห้องปฏิบัติการก็ เช่นการตรวจเลือด การเพาะเชื้อ เนื่องจากอาการของเริมนั้นค่อนข้างคล้ายกับโรคอื่น ๆ เช่นโรคงูสวัด เป็นแผลร้อนใน หรือเกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรียเลยต้องตรวจดูให้เเน่ใจ รอระยะหนึ่งก็กลับมาเจอบรรยากาศน่าอึดอัดอีกเพราะว่าป้าเขายังคงตามลูกชายเข้ามาเหมือนเดิม...

"หมอไม่ใช้ที่ฟัง ตรวจให้ด้วยเหรอหมอ? เเล้วเเบบนี้จะหายรึ?" สาวใหญ่ถามขึ้น

"อ๋อ...ที่ฟัง..." Stethoscope ก็คือ เครื่องมือที่แพทย์ใช้ฟังเสียงต่าง ๆ ภายในร่างกายของคนไข้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเสียงหัวใจและปอดเเน่นอนว่าเรามักเห็นหมอใช้ประกอบการตรวจโรคอยู่บ่อยๆจนหลายคนคิดว่า เวลามาตรวจหมอต้องเอาออกมาใช้ทุกรอบ เหมือนเป็นภาพจำว่าถ้าหมอใช้ตรวจเเล้วคนไข้ต้องหายเเน่ๆอะไรทำนองนั้นเลย เเต่กรณีนี้มันไม่ได้จำเป็นเท่าไหร่นะ...เเต่บางครั้งพอมีคนถาม หรือขอให้ใช้ตรวจด้วยก็ยอมทำให้ ถึงบางครั้งความจริงเเล้วไม่จำเป็นต้องใช้เลยก็ตาม เเต่เพื่อความสบายใจของคนไข้หรือญาติ ก็เลยทำให้...คุณหมอสีน้ำอมยิ้มออกมา ก่อนจะใช้ตรวจให้ตามคำขอเพราะเห็นว่าไม่มีเคสต่อเเล้วในตอนนี้

"เดี๋ยวหมอจะออกใบรับรองเเพทย์ให้นะคะ...เพราะคนไข้ต้องได้รับการพักผ่อนที่เพียงพอมากกว่านี้สักระยะหนึ่ง ประกอบกับการรับประทานยาตามที่หมอให้ไปด้วย...ที่หมอออกใบรับรองให้เผื่อว่าคนไข้ต้องไปเรียนหรือไปทำงาน จะได้ใช้เป็นเอกสารประกอบการขอลาหยุด(ลาป่วย)ได้....เดี๋ยวเชิญคุณแม่ช่วยไปรับยาให้ลูกชายที่เเผนกรับยาข้างนอกก่อนนะคะ..." เพราะยังมีเรื่องต้องเเนะนำให้คนไข้อยู่เพื่อการไม่เสียเวลาก็ให้ญาติไปรับยาก่อน เเต่คุณป้าดูเคืองๆ...นี่เธอพูดอะไรผิดเเปลกไปหรือนี่...นธีกานต์คิดในใจ

"ไอ้นี่มันไม่ใช่ลูกฉัน!" สาวใหญ่เหวี่ยงเเล้วมองค้อนชายวัยรุ่น

"อ้าว!?" คุณหมอถึงกับอึ้ง

"มันเป็นผัวฉัน! แล้วที่ต้องมานั่งเฝ้ามันเเบบนี้เพราะว่ามันม่อ! ยิ่งรู้ว่าหมอยังสาวฉันก็อดจะระเเวงมันไม่ได้! ดูหน้ามันสิเเดงไม่รู้จะเเดงยังไงละ เเดงเหมือนตูดลิงเเล้ว เอ้า!เช็ดน้ำลายหน่อยไอ้บ้า! ไอ้ผัวไม่รักดีเอ๊ย! ออกไปด้วยเลยนะแก! ไม่ต้องฟังหรอกคำเเนะนำอะไรนั่นน่ะ ฟังฉันให้ได้ก่อนจะดีมาก!" ดึงหูคนไข้คนนั้นออกไปด้วย

"โอ๊ย...โอ๊ยเมียจ๋า เค้าเจ็บนะจ๊ะ อูย" เดินตามแรงดึง

"ถ้าปล่อยเเกคุยกับหมอ เเกต้องหาเรื่องจีบหมอเเน่! หมอหน้าตาเเบบนี้อีก! อย่าคิดว่าฉันไม่รู้ทันเเกไอ้มานะ!" ลากตัวออกไปจากห้องตรวจอย่างไว

"อ้าว! เป็นคนรักกันหรอกเหรอ?! ไอ่เราก็คิดว่าแม่ลูก...ไม่เเปลกที่เขาจะโกรธเเหละสีน้ำเอ้ย...ไปว่าเขาว่าเเก่ทางอ้อมเเบบนั้นนี่นา...เเต่ก็ อ่ะ...ฮ่ะๆ อุ๊ปส์ ไม่เอาๆ..ห้ามขำในเวลางานสิ..." พอคิดว่าที่เขาเหวี่ยงเพราะหึงเธอที่เเค่เป็นหมอที่ทำตามหน้าที่เเล้ว นธีกานต์ก็หลุดขำอออกมาจนได้...

"หมดเคสเเล้วจ้า" กุ้งเข้ามาบอกในเวลาพักเที่ยง

"ขอบคุณค่ะ...งั้นเราไปกินข้าวกัน" สีน้ำยิ้มมกว้าง

"หิวเเล้วล่ะสิ เพราะตอนเช้ายังไม่ได้กินอะไรนอกจากนมกล่องนึง..."

"ก็สีน้ำกินไม่ทันนี่คะพี่..ไปค่ะพี่...สถานี่ต่อไปโรงอาหารโรงพยาบาล...go!"

"จ้าๆ..."

กุ้งเลือกกินอาหารรสจัดจ้านอย่างขนมจีนน้ำยาป่า เน้นผักเยอะๆ...เอาจริงๆเหมือนจะกินผักมากกว่าอีกนะเนี่ย

"กินได้กินบ่อยเลยนะพะโล้เนี่ย...กินเหมือนเด็กๆเลย" กุ้งยิ้มเอ็นดู

"ก็มันอร่อยนี่คะพี่...เเต่ว่าจะให้อร่อยจริงๆแบบขั้นสุดต้องได้กินพะโล้ฝีมือเเม่ค่ะ ร้านไหนที่เคยสั่งมากินก็สู้รสมือของแม่ไม่ได้ พอกลับบ้านต้องอ้อนขอให้เเม่ทำให้กินทุกทีไป..." ยิ้มร่าเริง

"เอ้อ...ยังไม่ได้ซื้อน้ำเลยอ่ะ...พี่จะไปซื้อ สีน้ำจะฝากซื้อด้วยมั้ย?"

"ไปซื้อด้วยกันก็ได้ค่ะพี่..."

"ไม่ได้สิ เดี๋ยวไม่มีคนเฝ้าโต๊ะ เดี๋ยวเขาก็มาเก็บจานไปหรอก..."

"งั้นขอน้ำส้มคั้นค่ะ"

"โอเคจ้ะ รอเเป๊ป..." เดินไปซื้อน้ำอย่างเร็ว

"สวัสดีค่ะ...นธีกานต์พูด.."

"เย่...โทรติดละ..." ฟ้าใสดีใจ

"มีอะไร? กินข้าวอยู่นะเนี่ย"

"ก็เดี๋ยวจะไปเเถวนั้นอ่ะ จะถามว่าอยากกินอะไรมั้ย? จะได้ซื้อไปฝากไง"

"มีอะไรบ้างล่ะ?"

"มีหลายอย่างอ่ะ เออเดี๋ยวจะเเวะร้านเค้กที่เเกชอบจะเอาเค้กหรือขนมไรบ้างอ่ะ?"

"ขอซินนามอนโรลได้มั้ยอยากกิน" จินตนาการถึงเค้กอยู่

"มีส้มซินนามอนอ่ะ เอาป่ะ?" ก้มลงไปดูเค้กในตู้ที่จัดไว้

"เอา! อยากกินค่ะ ขอบคุณค่ะ" น้ำเสียงนี่ดีใจเอามากๆ

"เคๆ...กินข้าวต่อเหอะ...เดี๋ยวไปถึงจะเข้าไปหานะ" วางสายไป

"มาเเล้วจ้ะ น้ำนางเอก..."

"คะ?... อ๋อ...น้ำส้ม ฮ่าๆ ขอบคุณค่ะ" รับเเก้วน้ำส้มคั้นมา

"เออ เมื่อกี้คุยโทรศัพท์ยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ มีเรื่องอะไรดีๆเหรอจ๊ะ?"

"เพื่อนจะมาเจอน่ะค่ะ เเล้วจะซื้อขนมร้านโปรดมาฝากก็เลยดีใจ...ไม่ได้กินนานเเล้ว" ตาเป็นประกาย

"ไอ่พี่ก็นึกว่ามีหนุ่มที่ไหนโทรมาชวนออกเดท...ฮ่าๆ เรื่องของกินนี่เอง..."

หมดเวลาพักก็ไปทำงานต่อช่วงบ่าย

"เด็กหญิงบัวตอง... เด็กหญิงบัวตอง รักคงดี..เชิญค่ะ" พยาบาลเรียก

"สวัสดีค่ะ..." นธีกานต์ทักทายก่อน

"สวัสดีค่ะหมอ...บัวตองดีจ้าเร็วค่ะ ดีจ้า..."

"น้องบัวตองอายุสามขวบ น้องเป็นไข้มานะคะ...ไข้ค่อนข้างจะสูงเลย(ดูประวัติ)...อาการน้องเป็นยังไงบ้างคะ? มีไอ เจ็บคอด้วยมั้ยคะ?"

"ไอค่ะ มีเสมหะด้วย น้ำมูกไหลค่ะ เเล้วก็เหมือนจะเจ็บคอ...คอเเห้ง ปากเเห้งด้วย" เเม่บอก

"ขอหมอดูคอหน่อยนะคะน้องบัวตอง...อา...อ้าปากกว้างๆให้หมอดูหน่อยได้มั้ยคะคนเก่ง..." พูดด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน

"อ้าปากให้คุณหมอคนสวยเขาดูหน่อยสิลูก อ้า....เก่งมากเลย"

"อืม...คอน้องเเดงมากเลยนะคะคุณแม่..."

"ตอนเเรกก็ลองให้กินยา เช็ดตัวอยู่บ้าน เเต่เห็นว่ายังไม่ดีขึ้นเลยมาหาหมอค่ะ"

"ดีเเล้วค่ะ...ถ้าเห็นว่าอาการยังไม่หายก็ควรจะมาหาหมอ อย่าซื้อยากินเองเพราะบางครั้งอาจจะกินไม่ตรงกับโรค...เดี๋ยวหมอให้ยาลดไข้ไป ให้ยาลดน้ำมูกขับเสมหะไปทานนะคะ" เเล้วหันไปพิมพ์คำสั่งในคอมพิวเตอร์

"ไม่เอา...เเค่กๆ น้องบัวไม่อยากกินยา ยามันโขม(ขม)"

"ไม่ขมเลยค่ะ...เดี๋ยวหมอจะจัดยารสผลไม้ให้น้องบัวนะคะ น้องบัวชอบผลไม้อะไรบ้างเอ่ย ? หมอมีทั้งรสองุ่น รสส้ม รสสตอเบอร์รี ให้น้องบัวเลือกเลยนะ เเล้วเดี๋ยวหมอจะเพิ่มวิตามมินซีให้หนูด้วย ดีมั้ยคะ?"

"ไม่ขมเเน่นะคะ?" เด็กน้อยถาม

"เเน่สิคะ...พี่พยาบาลคะ..." เรียกพี่กุ้งเข้ามาในห้อง

"คะ?"

"น้องบัวตองถามว่ายาไม่ขมจริงมั้ย พี่พยาบาลช่วยยืนยันหน่อยสิคะว่ายาไม่ขมเลย..." สีน้ำยังยิ้มใจดีเหมือนเดิมแบบนี้ตลอดเมื่อได้ตรวจเด็กๆ

"จริงสิคะ...พี่เคยกินยาเเก้หวัด พี่ไม่ขมเลย..." พี่กุ้งเล่นตาม

"น้องบัวตองเลือกรสเองได้เลยนะ...เดี๋ยวพี่พยาบาลจะพาไปเลือกนะคะ..." สีน้ำบอกด้วยรอยยิ้ม

"เลือกได้จริงๆนะคะ?"

"เลือกได้จริงๆค่ะ...ตรวจเสร็จเเล้วงั้นเดี๋ยวให้พี่พยาบาลพาน้องไปเลือกเลยก็ได้ค่ะ"

"ขอบคุณนะคะหมอ..." แม่ของเด็กน้อยบอกก่อนจะออกจากห้องไป

เเล้ววันนี้เสร็จงานก็รีบตรงกลับบ้านพักเลยทันที...

"เสร็จเเล้วจะกลับบ้านพักเลยหรอจ๊ะวันนี้?" พยาบาลสาวถาม

"ค่ะพี่...มีความต้องการที่นอนสูงมากเลยค่ะ...กลับไปคงอาบน้ำเเล้วนอนเลย...เเล้วคงเป็นโรคที่นอนดูดยาวไปจนเช้า..."

"อ้าวเเล้วเพื่อนไม่มาเเล้วเหรอ?"

"จริงด้วยสิ! ลืมไปเลย...เดี๋ยวคงไปหาที่บ้านพักเเหละค่ะ...คงจะไม่ได้ออกไปไหนต่อหรอก น่าจะทำอะไรกินกันที่บ้านเเล้วกลับไปเลย"

"งั้นกลับดีๆนะจ๊ะ"

"ขอบคุณค่ะ สีน้ำไปนะคะ"

...

กลับมารีบอาบน้ำเเล้วก็นอนงีบที่โซฟาหน้าทีวี ดูหนังรอเพื่อนไปก่อน เเต่ยังไม่ทันได้หลับลึกเท่าไหร่เพื่อนก็มาเเล้ว

"ก๊อกๆๆ เปิดประตู เปิดออกดู มารับที.." ฟ้าใสมาถึงก็เสียงดังเลย

"อ้าว! คิดว่าจะมาช้ากว่านี้เสียอีก..." งัวเงียมาเปิดประตู

"ฮ่าๆๆ คนมันหิวอ่ะนะ เลยรีบมานี่ไง เนอะๆ นัดเนอะ" หันไปพูดกับเเฟนสาว

"หวัดดีค่ะพี่" นัดกล่าวทักทาย

"หวัดดีจ้ะ เข้ามาก่อนสิ ซื้ออะไรกันมาเต็มไปหมดล่ะเนี่ย?"

"ก็ขนมช่ะ เเล้วก็ของมาทำสุกี้อ่ะ..." ฟ้าใสยิ้มหวาน

"สุกี้?"

"ก็คนมันอยากกินอ่ะ ทำให้กินหน่อยดิ นะๆๆ"

"ตอนเเรกว่าจะชวนกันไปกินข้าวร้านที่พี่เคยบอกแหละ เเต่ไม่รู้เป็นไงมาไงถึงมาจบที่สุกี้เเบบนี้อ่ะพี่..." นัดก็ได้เเต่ยิ้ม

"ฮ่าๆ ฟ้าใสมันบ่นว่าอยากกินมาหลายครั้งเเล้ว เเต่พี่ไม่ได้ทำให้สักทีไง...โอเคงั้นนัดมาช่วยพี่เตรียมของนะ...รู้ๆกันอยู่ว่าฟ้าใสมันรอกินอย่างเดียวอยู่เเล้ว ตามพี่มาในครัวเลยนัด"

"ได้เลยค่ะพี่" เดินตามเข้าไป

"ฮ่าๆ เปิดอะไรค้างอยู่ด้วย อ้าว! นี่มันแฮร์รีนี่! ตอนแฮร์รีกับถ้วยน้ำจิ้มไก่ที่หายไป...นานเเล้วหมอมันยังกลับมาวนดูซ้ำอยู่อีกเหรอ? ฮ่าๆ ต้องเข้าใจ มันติ่งเเฮร์รีจริงๆ" นั่งดูต่อจากตอนที่หยุดไว้

"อ้าวนี่ซื้อผลไม้มาให้พี่ด้วยเหรอ?"

"ช่าย...พี่ฟ้าบอกว่าพี่ชอบกินเลยเเวะซื้อกันมา...เเต่อันที่นำเสนอสุดคือนี่ค่ะ...ส้ม" หยิบขึ้นมาให้ดู

"ส้ม ?" มันเเปลกตรงไหน

"ก็คืองี้นะ...จำได้อยู่ครั้งนึง ตอนเมื่อกี้เลย...ที่ตลาดมีฝรั่ง ฝรั่งเดินไปเดินมาเต็มเลยช่ะ มันเป็นทางลาดไม้ยาวเลยนะเว่ย แล้วเราก็ถือส้ม ถืออยู่ดีๆช่ะ อยู่ๆนะถุงส้มขาดแล้วมันก็กลิ้ง..เราก็เลยบอกว่าหยุด! ช่ะ" ฟ้าใสเว้นช่วงให้ถาม

"แล้วไง?" สีน้ำถามต่อ

"เราก็เดินไปดู…มันหยุดเว้ย.."

"อะไรหยุด?"

. "ส้มหยุด! หยุดโดยไม่มีอะไรกั้นเลย... จริงเเก มันหยุดเอง... ตอนกำลังมีฝรั่งตัวใหญ่ที่เดินสวนมาจะมาเหยียบเเล้วอ่ะ! พอเราบอกให้หยุด ส้มมันก็หยุด! เฮ้ยเเต่ตอนเราบอกมะละกอ มะละกอก็มันก็หยุดนะ! เเต่ว่าลงไปแอ่กเดียวมันก็หยุดเลย...มะละกอ... มะละกอสุก...พอตกลงไปปุ๊บมันเละเลย เละอยู่กับที่ตรงนั้นเลย..." ฟ้าใสยิ้มกว้าง

"เพื่อ?" คุณหมอทำหน้างงๆ

"อ้าว! นี่เเกไม่รู้เหรอยัยหมอ?"

"รู้อะไร?" ยังคงทำหน้างงต่อ

"ฮ่าๆ ไม่ทันโลกโซเซี่ยว(โซเชียล)เลยอ่ะเเก ไม่หนุกเลยอ่ะ โถ่ว...ไปละ...ดูเเฮร์รีกับถ้วยน้ำจิ้มไก่ต่อละ...รีบทำเข้าล่ะสองคน น้องฟ้าใสหิวละนะ หิวมากด้วย" เดินออกจากครัวไป

"นี่พี่พลาดอะไรไปเหรอนัด?"

"ฮ่าๆ มันเป็นเรื่องที่ดังอยู่อ่ะพี่ พี่ต้องลองเข้าไปดู...พี่ฟ้ามันเอามาล้อเลียนให้พี่ดูขำๆไง เเต่พี่ไม่ทันมุกมัน..." นัดหัวเราะ

"เหรอ? พี่ตกข่าวอีกละเหรอ? ฮ่าๆ..."

พอรับประทานมื้อค่ำคืนนั้นกันเรียบร้อยเเล้ว ฟ้าใสกับเเฟนก็กลับบ้านไป

"อิ่มจัง...แปรงฟันเข้านอนได้เเล้วสีน้ำ...พรุ่งนี้ก็ต้องตื่นเเต่เช้าอีก" เข้านอนไป

"อุ้ย! ส้มหล่น..."เจนพูดขึ้นเมื่อทำส้มหล่นจริงๆเพราะถุงดันมาขาดหน้าบ้านพักของผอ.หนุ่ม ที่ถึงก่อนบ้านพักตัวเองกับออยไปสองหลัง แล้วก้มลงไปเก็บส้มที่กระจัดกระจายบนพื้นด้วยท่าทางเซ็กซี่(ในความคิดของตัวเอง) เเถมไข่ไก่ที่ซื้อมาก็เเตกไปหลายฟองเหมือนกันเพราะถุงของมันก็ขาดด้วย

"เอ่อ...ครูเจน...เพิ่งกลับจากซุปเปอร์เหรอครับ?" ตฤณถาม เพราะว่าเห็นซื้อของเเล้วถุงขาดหน้าบ้านพักของเขา

"ใช่เเล้วค่ะ...ท่านผอ.พอจะมีถุงให้เจนมั้ยคะ? จะได้เอามาใส่...ส้มใหม่..."

"อ่อ..เดี๋ยวผมหาให้นะ..." เดินเข้าไปเเล้วกลับมาพร้อมถุงผ้าใบหนึ่ง

"จะเป็นไรมั้ยคะถ้าเจนจะขอให้ผอ.ช่วยเก็บส้มด้วยกันหน่อย"

"อ่อครับ..ได้สิ" ก้มลงไปช่วยด้วย มีอยู่ผลนึงที่ดันไปเก็บพร้อมกัน ตฤณรีบดึงมือกลับอย่างไว...เเต่เขายังช่วยเก็บส้มใส่ถุงจนหมด

"เมื่อกี้ไข่ตกด้วยอ่ะค่ะ...ผอ.ช่วยเก็บไข่ให้เจนทีได้มั้ยคะ?" น้ำเสียงดูหวานขึ้นมาอีกเท่านึง

"ใครโทรมา?(มีคนโทรเข้า)...เอ่อโทษนะคุณเจน...ผมขอตัวไปคุยธุระกับสายนี้ก่อน" เดินเข้าบ้านไป

"อ้าว! อะไรเนี่ย? ใครมันโทรมาตอนนี้กันนะ? เซ็งเลยอีเจนเอ้ย..." ถอนหายใจ

"ฮ่าๆๆ ไข่ตก....เก็บไข่...กร๊าก..ขำว่ะเจน..." ออยที่ได้ฟังก็อดหัวเราะออกมาไม่ได้

"โอ๊ย! ให้มาฟังเพื่อปลอบใจ ไม่ได้ให้มาขำเว้ย...อ่อ...เอาไป...นี่ส้มของเเก...ไม่ใช่เพราะส้มแกเหรอที่ทำให้ฉันต้องหน้าเเตกเเบบนี้อ่ะ...จ่ายมาด้วยโลนึงตั้งแพง" เเบมือขอเงินค่าซื้อของ

"โทษส้มของฉันได้ไง...ต้องโทษไข่ไก่แกเองดิ...โอ๊ยฮา...ฮ่าๆ อ่ะนี่ค่าส้ม..." เอาเงิดยัดใส่มือให้เลย

"อ๋อ...ครับ...ได้ครับ...ครูฝึกงานคนนึง...ครับ ครูย้ายมาที่นี่เลยคนนึงด้วย...โอเค..." ตฤณคุยต่อ

"พอคิดถึงเรื่องย้ายโรงเรียน...คิดถึงตอนนั้นขึ้นมาเลยว่ะ..."

-ย้อนกลับไปตอนที่กำลังจะย้ายโรงเรียน-

"งั้นเดี๋ยวมาเช็คชื่อกันก่อนเลยนะ...อำพล..."

"มาครับ"

"ศิริ.."

"มาค่ะ" ฟ้าใสรีบขานรับ

"ดวงพร.." มาค่ะ

"กรณ์..."

"มันไม่มาครับ..." เด็กชายคนนึงตอบเเทน

"เเล้วไปไหน? ใบลาล่ะมีรึเปล่า? ขาดบ่อยนะช่วงนี้..."

"ไม่มีครับ มันบอกปวดหัว..เขียนไม่ไหว..."

"เหรอ?..."เขียนเช็คว่าขาดในสมุดทันที

"นธีกานต์..."

"..." ไม่มีคนตอบ

"นธีกานต์?" หันมองรอบๆไม่มีใครขานรับเลยก็เลยเว้นว่างไว้

สอนจนหมดคาบก็ปล่อยเด็กนักเรียนออกไปกินมื้อเที่ยง เเต่เด็กกลุ่มนึงยังอยู่เเล้วชวนคุยเพิ่มอีก

"ครูจะย้ายจริงเหรอ?" ฟ้าใสถาม

"อืม...ครูย้ายไปอยู่ในเขตเเถวบ้าน จะได้กลับบ้านไปดูเเลครอบครัวที่บ้านด้วยไง..." ครูตฤณบอก

"ว้า...งั้นก็จะไม่ได้เจอกันเเล้วสิ" ครีมพูดบ้าง

"ครูจะไปก่อนกำหนดด้วยเหรอคะ? มีอีกหลายเรื่องที่ครูยังไม่ได้สอนเลย" โมบอก

"เหลืออีกสองสามเรื่องเอง ถ้าเกิดครูสอนไม่ทันจริงๆก็มีคนอื่นเขามาสอน..พวกเธอเก่งอยู่เเล้วเเค่นี้สบาย...เเล้วอีกอย่างตั้งอีกหลายวันกว่าครูจะไป"

"หลายวันอะไร ไม่ถึงครึ่งเดือนละ" ฟ้าใสว่า

"เเล้วนี่เพื่อนเธอไปไหนล่ะวันนี้? เหมือนไม่ครบกลุ่มนะ.." ตฤณถาม

"อ่อ...เอ้อใช่...เกือบลืมดีนะที่ครูทัก หัวหน้าฝากมาลาป่วยอ่ะครู เห็นว่าเจ็บตาต้องไปหาหมอ...เห็นว่าอะไรเข้าตาไม่รู้ เเต่ไม่มีใครอยู่ใกล้บ้านเลยไม่ได้เอาใบลามาให้อ่ะครู เรารับรองได้นะครูว่าสีน้ำมันไม่ได้ขาดเรียนไปเฉยๆจริงๆ" ฟ้าใสบอกอย่างจริงจัง

"เหรอ? เเน่ใจ?" ถามไปงั้นเเหละเเต่ที่จริงก็เชื่ออยู่ เพราะรู้ว่าใครเป็นยังไง

"เเน่ใจดิครู หรือครูเคยเห็นว่าสีน้ำมันขาดเรียนบ่อยอ่ะ? คนขยันอย่างมันอ่ะนะจะขาดไปทำอะไรไร้สาระ...ไม่มีทางอ่ะ" ฟ้าใสยืนยัน

"อ่ะ..งั้นจะเขียนว่าป่วยละกัน...เเต่ถ้าไม่ป่วยจริง พรุ่งนี้ครูจะลบออกแล้วเขียนขาดนะ" ตฤณบอก

"ได้สิครู...ไม่มีปัญหาอยู่เเล้ว"

วันต่อไปที่เห็นคือ...

"เฮ้ยสีน้ำ! เเกต้องปิดตามาเหมือนโจรสลัดขนาดนี้เลยเหรอวะ?" ฟ้าใสว่า

"อือ...หมอบอกว่าเป็นเยื่อบุตาอักเสบเฉียบพลัน...ขากลับเมื่อวันโน้น วันเสาร์หลังจากมาช่วยทำสื่อให้น้องโรงเรียนอื่นอ่ะ พ่อเอามอไซค์มารับ เเล้วเเมลงหรืออะไรไม่รู้เข้าตาอ่ะ...ก็เห็นว่าเเป๊บๆก็หายวันอาทิตย์เลยมาช่วยทำงานต่อ เเต่มันยังเเสบตาอีกครูหวานเลยพาไปซื้อยาหยอดตาเผื่อเเมลงมันยังไม่ออกเเต่หยอดเเล้วคิดว่ามันจะออกมาเองได้ เเต่มันไม่ออกไง รออยู่บ้านหยอดตาไปก็ยังไม่หาย เเต่พอเมื่อวานมันยังไม่หายเเล้วหนักขึ้นเลยต้องขอขาดไปหาหมอ... เขาเอาน้ำล้างตาให้...ไปนอนอยู่บนเตียงเเล้วโดนถ่างตาเเล้วปล่อยน้ำล้างผ่านอยู่นานเหมือนกัน...เเล้วก็เป็นอย่างที่เห็นนี่เเหละ.."

"เดินเข้าโรงเรียนเองได้มั้ยเนี่ยเเก?" ครีมถาม

"ได้...เดินได้ดิ...ปิดข้างเดียวไม่ได้บอดสักหน่อย...โอ๊ย!" เดินชนตั้นไม้หน้าโรงเรียน

"ฉันว่าเราช่วยประคองมันไปดีกว่าป่ะ...ดีกว่ามันไปชนอะไรอีกอ่ะ" ครีมว่า

"เออๆดี...วันนี้มีเพื่อนเป็นโจรสลัดล่ะฮ่าๆ" ฟ้าใสหัวเราะออกมา

"สวัสดีค่ะ..." สีน้ำเข้าก่อนคนเเรก

"อ้าวสีน้ำ! เป็นไรเนี่ยลูก?" ครูหวานที่สนิทด้วยถาม

"หมอบอกว่าเป็นเยื่อบุตาอักเสบค่ะ...ไปล้างตามาเเล้ว...ก็ต้องปิดตาไว้เเบบนี้อีกสักพักค่ะ..."

"เเล้วไม่ขอหยุดก่อนล่ะลูก? วันนั้นที่กลับจากช่วยงานครูใช่มั้ย? เฮ้อรู้เเบบนี้วันนั้นครูไม่น่าให้มาทำต่อเลย.."

"ไม่เป็นไรเลยค่ะ เเมลงมันเข้าเอง เเล้วก็อักเสบขึ้นมาเอง...ใครก็ทำอะไรไม่ได้นี่คะ ครูไม่ต้องคิดมากนะคะ" บอกครูสาวด้วยรอยยิ้ม

"จ้ะ...เด็กๆจูงเพื่อนไปเรียนด้วย...อย่าปล่อยให้เดินเองนะ ครูว่าไม่น่าจะปลอดภัยถ้าเดินไปเองเเบบนี้"

"ค่ะครู..." ทั้งสามคนรับคำ

...

"นักเรียนทั้งหมดทำความเคารพ..." วันนี้สีน้ำกลับมาทำหน้าที่เดิมได้เเล้ว

"สวัสดีครับ/สวัสดีค่ะ"

"อ้าว..วันนี้มาเรียนกันต่อเรื่อง...นะ เอาการบ้านมาส่งด้วยล่ะ" สั่งการบ้านไป เเต่สิ่งที่เขาไม่ได้คิดจะเห็นคือคนที่ขาดเรียนอย่างนธีกานต์เดินเอาการบ้านของตัวเองมาส่งด้วย...หลายคนถ้าขาดเรียนครูจะไม่ว่าอยู่เเล้วเเต่นี่ยังมีงานมาส่งอีก เขาได้เเต่อมยิ้มออกมา

"นี่ค่ะสมุดเช็ค..." วันนี้ทำหน้าที่หัวหน้าปกติทั้งที่ตัวเองก็ไม่พร้อมเท่าไหร่ เเต่ทำเหมือนตัวเองไม่ได้เป็นอะไรเลย (เอาสมุดปกอ่อนที่เขียนตารางเวลา วิชา เรื่องที่สอน ใครขาดบ้าง พร้อมลงลายเซ็นของครูกำกับมาให้)

"ขอบใจ..." รับสมุดมา

การเรียนก็เริ่มไปได้สักพักหนึ่ง ก่อนที่ตฤณเองก็สังเกตเห็นว่าวันนี้มีอะไรแปลกไป..

"เอ้ยสีน้ำเป็นไรวะ?" ฟ้าใสถาม

"ตามันเบลอๆอ่ะ มองไม่ค่อยเห็น" ขยี้ตาข้างที่ไม่ถูกปิดเผื่อจะมองชัดขึ้น เเต่ก็ไม่ได้ช่วยเลย

"เฮ้ยเเกตาเเดงหมดเเล้ว...น้ำตาไหลละด้วย" โมบอก

"เออ..ขอครูไปห้องพยาบาลมั้ย?" ครีมถาม

"ไม่เป็นไรอ่ะ..จะหมดคาบอยู่เเล้ว...เรียนให้จบๆไป..." หน้าบึ้งเพราะว่าเริ่มไม่สบอารมณ์กับตาตัวเองที่ไม่ให้ความร่วมมือ

"เป็นอะไรรึเปล่า?! จะไปพักก่อนมั้ย?" ครูหนุ่มถามขึ้น

"ไม่เป็นไรค่ะ...ครูสอนต่อเลย..."

"มองเห็นรึเปล่า? มานั่งหน้ามั้ย?"

"ไม่เป็นไรค่ะ..." นั่งจดต่อโดยดูจากสมุดของเพื่อนสนิท

...

"วันนี้ก็มีเเค่นี้เเหละ...เชิญเเยกย้ายกันไปเรียนวิชาต่อไปได้"

"นักเรียนทั้งหมดทำความเคารพ.."

"สวัสดีครับ/สวัสดีค่ะ" เเล้วเด็กๆก็กรูกันออกจากห้องไป

"เดี๋ยวเรียนสังคมนี่หว่า ใครทำการบ้านเสร็จเเล้วบ้างอ่ะ?" ฟ้าใสถาม

"เสร็จเเล้ว...เอาไปดิ.."น้ำส่งสมุดให้

"ฮึ่ย ขอบคุณค้าบ...น่ารักที่สุด" ฟ้าใสจับเเก้มเเล้วหยิกเล่นเบาๆ

"พอละ รีบไปจดดีกว่าป่ะ...เหลือสิบห้านาทีเเล้วนะ..เอ้ย! ลืมสมุดเช็คอ่ะ เดี๋ยวไปเอาก่อนนะ พวกแกขึ้นห้องไปก่อนเลยเดี๋ยวไม่ทัน"

"เเน่ใจว่าเดินเองได้?" ฟ้าใสถาม

"เดินได้สิ...โถ่..." เดินวกกลับไป

"เอองั้นเจอกันที่ห้องนะ....ไปเราไปปั่นงานก่อน เดี๋ยวครูต้อยมา...ไม่อยากถูกตีมือ..." ฟ้าใสว่า

"ครูคะ...ครูคะ ขอสมุดเช็คคืนด้วยค่ะ..." ชะเง้อเข้ามาให้ห้อง

"ห๊ะ! อ๋อ...นี่ครับ..." ส่งสมุดเซ็นให้อย่างไว

"ครูยังไม่เซ็นชื่อเลยค่ะ..." ตรวจดูความถูกต้อง

"อ้าวเหรอ? ฮ่าๆ...โทษที..." รีบรับมาเซ็นอย่างไว เเล้วคืนกลับไป

"เอ่อ..ครูคะ ครูเซ็นผิดช่องค่ะ... รบกวนช่วย...เซ็น...เซ็นใหม่...."

"อ่อ...ครับๆ..."

"ขอบคุณค่ะ..." ตรวจเเล้วถูกต้องเลยจะเดินกลับไปเรียนคาบวิชาต่อไป

"เดี๋ยวครับ!"

"คะ?!"

"ถ้าวันไหนครูลืมเซ็น หรือเซ็นผิดอีก...หัวหน้าก็ช่วยเอาไปให้ครูเซ็นที่ห้องทำงานด้วยนะ..."

"ได้ค่ะ...งั้นสีน้ำขอตัวนะคะ" ไหว้เเล้วก็เดินไปอย่างไว กลัวเข้าเรียนสาย ระหว่างเดินก็ตรวจดูสมุดหน้าของวันที่ตัวเองขาดก็เลยเห็นว่า...

"วิชาคณิตศาสตร์...นธีกานต์ป.(ป่วย) เห้อ..คิดว่าครูตฤณจะเขียนขาดไปซะเเล้ว...แปลกจังปกติที่เราเห็นใครขาดไม่มีใบลาก็โดนเขียนว่าขาดตลอด...เเต่นี่เขียนว่าป่วยให้เรา...สงสัยฟ้าใสคงพูดให้อ่ะดิก็เขาสนิทกัน...เเต่ก็แปลกอ่ะ...ช่างเหอะเเค่ครูไม่เช็คขาดก็ดีเเค่ไหนเเล้ว"

...

วันนี้ฝนตกตอนเย็นไม่มีเข้าแถวเเล้วก็กลับไปได้เลย เเต่ขากลับเจอครูตฤณ ฟ้าใสเลยดึงสีน้ำที่เดินมาด้วยไปทักทายก่อนกลับบ้าน

"จะกลับเเล้วนะครู" ฟ้าใสว่า

"อ่อ..กลับดีๆล่ะ"

"เห็นมั้ยครูตฤณ...น้องฟ้าบอกเเล้วว่าสีน้ำป่วยจริง..."

"อื้ม...เห็นเเล้ว..."

"เเต่เมื่อวานยังทำเหมือนไม่เชื่ออยู่เลยอ่ะ.." ฟ้าใสจ้องหน้า

"ก็เห็นเเล้วไง...ว่าป่วยจริง...เอ้อ เเต่เเบบนี้ก็ลำบากเหมือนกันนะ..."

"..." สีน้ำได้เเต่ฟังเงียบๆ

"ใช่ครูลำบาก.." ฟ้าใสพูดเเทน

"เป็นเเบบนี้ก็เจ็บเหมือนกันนะ...รักเขาข้างเดียวอ่ะ..."

"ห๊ะ! รักเขาข้างเดียวอะไรครู?" ฟ้าใสพูดออกมา

"...?"

"ความรักทำให้คนตาบอด..ก็ปิดตาข้างเดียว คือบอดข้างเดียว....ก็คือรักข้างเดียวไง..ฮ่าๆ"

"นี่เล่นมุก?" ฟ้าใสถาม

"ใช่...ไม่ขำเหรอ?" ตฤณถาม

"หึ..ไม่อ่ะครู มันขำกริบอ่ะครู...เห้อ..ไปกันเหอะต้าวหัวหน้า...ครูตฤณอ่ะ เล่นไรก็ไม่รู้ โว้....กริบอ่ะบอกเลย..." จูงมือเพื่อนไป

-กลับมาในเวลาปัจจุบัน-

"ตอนนั้นก็...พยายามจะชวนคุยมากที่สุดเเล้วนะเเต่...เด็กคนนั้นก็ยังไม่คุยกับเราอยู่ดี...ถึงจะพยายามยิ้มให้มุกที่ไม่ฮาของเราก็เหอะ...เเต่เราก็...ไม่เเน่ใจว่าตอนนั้นจริงๆเเล้วต้องการเล่นมุก...หรือพยายามจะทำอะไรกันเเน่..เเต่มันก็ผ่านมานานเเล้วนี่...เด็กคนนั้นคงจำอะไรแบบนี้ไม่ได้หรอก..สรุปใครกันเเน่วะที่ตาบอดข้างเดียว...หลังจากนั้นก็ย้ายไปสอนที่อื่น...เเล้วก็ไม่ได้เจออีกเลย...เห้อ...นี่เราคิดอะไรของเราวะ บ้าจริงไอ้ตฤณ.." ตฤณได้เเต่ยิ้มเเห้งๆออกมา

ความคิดเห็น