ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ตอนที่ 5 : สระว่ายน้ำปรับปรุงใหม่

ชื่อตอน : ตอนที่ 5 : สระว่ายน้ำปรับปรุงใหม่

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 2.7k

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 31 ก.ค. 2563 19:39 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 5 : สระว่ายน้ำปรับปรุงใหม่
แบบอักษร

ตอนที่ 5 สระว่ายน้ำปรับปรุงใหม่ 

หน้าสนามกีฬาจังหวัดในตอนค่ำเช่นนี้ ผู้คนที่เข้ามาออกกำลังดูหนาตาน้อยกว่าตอนเย็นพอสมควร แต่ทว่าที่ดูจะคึกคักเป็นพิเศษก็คงจะเป็นสระน้ำปรับปรุงใหม่ในร่ม ที่มีขนาดใหญ่ไม่น้อย แยกสระเด็กออกไปอีก 1 สระอยู่ใกล้ๆกับสระใหญ่ ผู้คนที่เล่นน้ำหรือไม่ก็ทำกิจกรรมบริเวณสระน้ำนั้นหนาตากว่าพวกที่ออกกำลังกายข้างนอกเสียอีก ถึงแม้ตอนนี้ผู้คนจะเริ่มกลับกันไปบ้างแล้วก็ตามที

“มาค่ำๆหน่อย คนน้อยนี่ล่ะดี จะได้ไม่มีใครมากวนเรามากนัก” เพื่อนสาวอย่างชุลีพรเอ่ยขึ้นพลางกระชับเป้ใส่เสื้อผ้าและอุปกรณ์อาบน้ำที่กำลังหย่อนลงจากไหล่ขึ้นมาสะพายให้ดี

“ก็เป็นความคิดที่ดีนะ จะได้ให้ฟีลเหมือนเป็นสระส่วนตัวเลย” ทิพย์ลดาว่าขึ้นพลางหัวเราะ ในมือหิ้วกระเป๋าเป้มาเช่นเดียวกัน

ทั้งคู่ต่างคุยกันจนกระทั่งมาถึงห้องน้ำที่อยู่ข้างหลังสระ เพื่อผลัดเปลี่ยนเสื้อเป็นชุดว่ายน้ำที่ตัวเองพกมา ทิพย์ลดาจัดการหยิบชุดว่ายน้ำที่เตรียมมาออกมา เป็นชุดวันพีชสีเหลืองที่ค่อนข้างซีดเพราะซื้อมาหลายปีแล้ว

‘ขออย่าเจอคนรู้จักเลยน้า’ หญิงสาวคิดไป พลางมองชุดสีเหลืองซีดแบบวันพีชที่หยิบออกมาจากกระเป๋า

หลังจากเปลี่ยนชุดเสร็จเรียบร้อยแล้วนั้น หญิงสาวก็เดินออกมาจากห้องน้ำที่ปรับปรุงใหม่ด้วยเช่นกัน พื้นกระเบื้องสีพีชที่เริ่มๆจะเปียกน้ำเพราะคนเข้าออกเยอะเป็นพิเศษ ก่อนจะตรงไปที่ล็อคเกอร์เก็บของเพื่อเก็บกระเป๋าเป้ ไม่นาน เพื่อนสาวก็เดินออกมาพร้อมกับชุดว่ายน้ำสีชมพูเข้มเป็นแบบทูพีชที่เพิ่งซื้อมาตัวใหม่เอี่ยมอ่องเมื่อวานนี้ ที่เมื่อเวลาใส่แล้วช่วยขับทรวดทรงองค์เอวที่ค่อนข้างสมส่วนของเพื่อนสาวของเธอให้เด่นชัดขึ้นไปอีก โดยเฉพาะส่วนบนนั้น

เมื่อเทียบดูแล้วเธอก็คือไซส์เด็กประถมมาเที่ยวกับสาวไซส์มหาลัยดีๆนี่เอง นอกจากชุดว่ายน้ำแล้ว เธอยังถูกไซส์หน้าอกของเพื่อนหักหน้าอีกเหรอเนี่ย บ้าจริง

“เสร็จแล้ว ไปกันเถอะ” ชุลีพรเอ่ยอย่างตื่นเต้น เร่งเร้านิดๆ “อยากใช้สระใหม่แย่แล้ว”

“อ่ะจ้ะๆ” หญิงสาวจึงหลุดจากภวังค์ความคิด ก่อนจะมองเพื่อนสาวร่างเล็กยกเว้นหน้าอกหน้าใจตรงหน้าที่ดูตื่นเต้นไม่น้อย “ปะ เดี๋ยวไปล้างตัวที่ฝักบัวกันก่อน แก”

ในขณะเดียวกัน ที่อีกมุมหนึ่งของสระน้ำนั้นเอง กลุ่มผู้ชายวัยไล่เลี่ยกันประมาณ 4-5 คน โดยอีกสองคนกำลังแข่งว่ายน้ำกันอยู่อย่างสนุกสนาน ส่วนที่เหลือก็ไปรวมตัวกันอยู่บริเวณมุมสระ คอยเป็นกองเชียร์หลังจากแข่งกันจนเหนื่อยแล้ว

“โหย คราวนี้นายก็ชนะฉันอีกแล้วหรือเนี่ย” ชายหนุ่มผิวขาว ร่างกายเต็มไปด้วยกล้ามเนื้อหันมามองคนที่ชนะตนเองเป็นรอบที่สองอย่างหน้ามุ่ยๆ

“จะแข่งกันใหม่ก็ได้นะครับ พี่ยุทธ” ชายคนที่ชนะถอดแว่นน้ำออกมาเพื่อไล่น้ำบางส่วนในแว่นออก ก่อนจะเอ่ยขึ้นกับผู้สูงวัยกว่ายิ้มๆ

“นี่ อย่ามาท้าฉันนา”

“โธ่ พี่ยุทธ ยอมรับความจริงได้แล้วว่าพี่น่ะอายุมากแล้ว ฮ่าๆ” ชายหนุ่มที่อยู่มุมสระอีกคนว่าขึ้น

“เฮ้ย อายุมากเมิกอะไร แค่ไม่ได้มาว่ายตั้งนานแล้วต่างหากเล่า แล้วก่อนหน้านี้ก็แค่อุ่นเครื่อง รู้ไว้ซะด้วย” เมื่อโดนรุ่นน้องด้วยกันปรามาสซะขนาดนั้น มีหรือที่รุ่นใหญ่อย่างเขาจะยอม “เดี๋ยวฉันมานะ ขอไปวอล์มร่างกายแป๊บ”

“อย่าวอล์มนานนักล่ะครับ พี่ยุทธ เดี๋ยวเป็นลมกลางสระไปซะก่อน” หนึ่งในนั้นแซวขึ้น ก่อนที่ทั้งหมดจะหัวเราะออกมา

“เดี๋ยวเหอะ พวกนาย” ชายหนุ่มที่ชื่อยุทธว่าขึ้นอย่างคาดโทษ ก่อนจะผุดลงไปในน้ำ ก่อนว่ายไปอีกทางหนึ่งอย่างรวดเร็ว คล่องแคล่ว

หลังจากที่ชายหนุ่มรุ่นพี่ว่ายออกไปแล้วนั้น หนึ่งในสามคนก็ได้เอ่ยถามชายหนุ่มผิวสองสีที่แข่งชนะไป

“จะขึ้นเลยไหมครับ พี่ชิน เริ่มมืดมากแล้ว”

“เดี๋ยวพี่อาจจะว่ายอีกนิดนึง พวกนายจะกลับกันไปก่อนก็ได้นะ เดี๋ยวพรุ่งนี้มีเวรเช้าอีกใช่ไหมล่ะ” ชายหนุ่มเอ่ยถามขึ้นก่อนจะสวมแว่นกันน้ำอีกครั้ง

“งั้นเดี๋ยวพวกผมกลับกันก่อนนะครับ”

หลังจากทั้งสามคนขึ้นกันไปแล้วนั้น อาคเนย์ก็กลับไปว่ายน้ำต่อ

ที่มุมๆหนึ่ง ทิพย์ลดาเองก็กำลังสอนเพื่อนสาวให้ว่ายน้ำแบบง่ายๆอยู่ โดยหลังจากสอนไปได้สักพัก ในตอนนี้เธอก็ได้ว่ายน้ำไปมา โดยอยู่ไม่ไกลจากร่างของเพื่อนสาวที่กำลังตีขาสลับกับว่ายน้ำบริเวณขอบสระไปมา เผื่อในกรณีถ้ามีอะไรให้เธอช่วยก็จะได้เรียกได้เลย

“นี่ๆ ดอกไม้ มองไปที่สิบสองนาฬิกาสิ” จู่ๆ ชุลีพรก็หันมาหาเธอก่อนจะว่าขึ้น

“อะไรหรอ” หญิงสาวที่กำลังว่ายน้ำอยู่ถึงกับหันมามองเธอด้วยความงุนงงกับทิศนาฬิกาที่เพื่อนบอก “สิบสองนาฬิกา? เอาเป็นว่า เธอบอกฉันมาดีกว่าฝ้ายว่ามีอะไร”

“ของแบบนี้มันต้องเห็นเอง นั่นไงทางซ้ายมือเธอ หันตรงไปสิ ฮิๆ” เพื่อนสาวว่ากระซิบหยอกล้อ

“อะไรของเธอเนี่ย” หญิงสาวอดที่จะขำกับท่าทางของเพื่อนเธอไม่ได้ ก่อนจะหันไปตามทิศที่เพื่อนเธอบอก

แล้วทันใดนั้นเอง เมื่อเธอได้หันไปมอง ดวงตาคู่สวยก็หันไปเห็นร่างของชายหนุ่มที่เพื่อนสาวว่า และทันทีที่สมองรับรู้ได้ว่าคนตรงหน้าก็คือที่อยู่ในห้วงคำนึงเธอมาตลอดหลายวันนั่นเอง เธอถึงกับนิ่งงัน ร่างกายนิ่งไปราวกับถูกกระแสไฟปริศนาช็อตเข้าจนตัวแข็งทื่อไปแวบนึง ก่อนจะรีบเบือนหน้าหนีไปในทันที

“เขาดูดีเนอะแก ผิวเข้มๆแบบชายไทยแท้เลยอ่ะ หายากแล้วเนอะ เดี๋ยวนี้มีแต่พวกขาวเกาหลีนิยม เกร่อแล้ว น่าเบื่อ” เพื่อนสาวพูดขึ้น

“เนอะ ก็จริง งั้นเดี๋ยวเธอว่ายเล่นไปก่อนนะ เดี๋ยวฉันจะว่ายอีกแป๊บนึง แล้วก็จะกลับกันเลย ดีไหม” หญิงสาวกลบเกลื่อนอาการหน้าเสียเอาไว้ ก่อนจะทำเป็นคุยกับเพื่อนสาวต่อ

“อ่ะๆ ก็ได้ เดี๋ยวอีกแป๊บนึงละกัน กำลังสนุกเลย แต่ก็เริ่มเหนื่อยแล้วเหมือนกัน” เพื่อนสาวว่า

ทิพย์ลดาหันหน้าหนีไปว่ายอีกฝั่งหนึ่งแทบจะทันทีเพื่อหลบเลี่ยงไม่อยากเจอ แต่ทว่าเรือนร่างของชายหนุ่มที่เธอแอบรักก็เล่นโจมตีเข้ากลางสมองเธอเข้าอย่างจัง

‘ให้ตายสิ พี่ชินตอนเปลือยท่อนบนแบบนั้นเซ็กซี่เป็นบ้าเลย โอ๊ย เลือดกำเดาจะกระฉูด’

เพื่อกั้นความคิดฟุ้งซ่านที่กำลังประดังประเดเข้ามาอย่างควบคุมไม่อยู่ หญิงสาวจึงเพ่งสมาธิไปกับการว่ายน้ำแทนราวกับจะไล่ความคิดฟุ้งซ่านตรงนี้ออกไปให้พ้นๆ ให้ความคิดไหลไปกับสายน้ำเย็น

แต่ทว่า ในขณะที่เธอกำลังดำผุดดำว่ายอยู่นั้นเอง หัวของเธอก็ไปกระแทกกับร่างๆหนึ่งเข้า จนต้องหยุดว่ายไป

“ขอโทษค่ะ” เธอรีบเอ่ยขอโทษกับคนที่เธอเพิ่งเอาหัวโหม่งไปเมื่อครู่

แล้วคนๆนั้นเองก็หยุดไป ก่อนจะหันมามองเธอ คนที่เธอชนเป็นผู้ชายร่างใหญ่ ผิวขาวเนียนมีกล้ามเหมือนคนที่ดูแลตัวเองอยู่สม่ำเสมอ มือหนานั้นถอดแว่นกันน้ำออก ก่อนจะว่าขึ้นยิ้มๆ เธอจึงได้เห็นว่าเขาเป็นผู้ชายที่หน้าตาดี พิมพ์นิยมเกาหลีเลยทีเดียว ดูท่า สาวๆส่วนใหญ่น่าจะชอบ

“ไม่เป็นไรครับ คุณเป็นอะไรหรือเปล่า” เขาเอ่ยถามขึ้นเสียงนุ่ม พลางมองมาที่เธอ แววตาในดวงตาที่เล็กบางนั้นฉายประกายบางอย่าง

“ไม่ค่ะ ไม่ ขอโทษนะคะ พอดีฉันไม่ทันได้ดู ดีแล้วที่คุณไม่เป็นอะไร งั้นไปก่อนนะคะ” เมื่อเห็นว่าคนตรงหน้าไม่ได้เป็นอะไรจากการที่โดนเธอโหม่งหัวไป เธอก็จึงขอตัว

“มาคนเดียวหรือครับ คุณ” ชายหนุ่มอดไม่ได้ที่จะชวนคุย

“มากับเพื่อนค่ะ แต่เดี๋ยวจะกลับกันแล้ว” หญิงสาวว่าขึ้น รู้สึกแปลกๆกับท่าทีและสายตาของคู่สนทนาแปลกหน้าคนนี้ ก่อนจะหันกลับมาอย่างรวดเร็ว แล้วว่ายไปหาเพื่อนสาวที่อยู่ตรงบันไดสระน้ำ

แต่ด้วยความที่การเดินในน้ำนั้นเป็นอะไรที่เคลื่อนที่ได้ช้าอยู่แล้ว ทำให้การเดินออกมาจากตรงนั้นนั้นทำได้ช้าขึ้น และนั่นทำให้ชายหนุ่มมีเวลาถามอะไรเธอมากขึ้น

“หรอครับ งั้นจะมาทุกวันเลยหรือเปล่าครับ” เขาชวนเธอคุยด้วยน้ำเสียงเรื่อยๆ ตามขาเธอที่เดินหนีไปเรื่อยๆ

“ไม่รู้เหมือนกันค่ะ คงว่างเมื่อไหร่ก็มามั้งคะ” เธอตอบออกไป อยากออกไปจากตรงนี้เร็วๆแต่ขาเจ้ากรรมตอนอยู่ในน้ำกลับก้าวได้ช้าเหลือเกิน

“แบบนี้ผมคงต้องลองมาทุกวันแล้วมั้งครับนี่ เผื่อจะได้เจอคุณในสักวันหนึ่ง”

ทิพย์ลดารู้สึกกระอักกระอ่วนใจ เธอจะหาวิธีออกจากตรงนี้ไปได้ยังไงกันนะ แถมผู้ชายคนนี้ก็ตามเธอมาไม่เลิกด้วย

“เดี๋ยวฉันไปหาเพื่อนก่อนนะคะ” เธอว่าขึ้น พยายามเก็บสีหน้าที่ไม่สบอารมณ์ไว้

“ครับ” เขาพูดขึ้น แต่ก็ยังเดินตามต่อ จนกระทั่งเธอเรียกชื่อเพื่อนเธอ เขาจึงได้หยุดเดินตามเธอ เมื่อหญิงสาวเห็นว่าเขาหยุดตาม เธอก็รู้สึกโล่งอก ในขณะที่ยงยุทธมองร่างเล็กของหญิงสาวที่ตนได้คุยเมื่อครู่ด้วยสายตาที่ยากจะคาดเดา

‘มากับเพื่อนจริงๆด้วย นี่ถ้าไม่มากับเพื่อนล่ะก็ ว่าจะจีบซักหน่อยแล้วเชียว’ หมอหนุ่มคิดอย่างเสียดาย ก่อนจะว่ายกลับไป

เมื่อทิพย์ลดาว่ายน้ำมาหาเพื่อนสาว ก็ได้เอ่ยถามขึ้น

“เป็นไง พอได้ยัง”

“ถ้าหมายถึงว่าเกาะขอบสระหรือตีขาล่ะก็ ได้อยู่นะ” ฝ้ายว่าพลางหัวเราะ “เดี๋ยวขออีกนิดนึงนะแก 5 นาทีนะ”

“งั้นฉันขอตัวขึ้นไปก่อนละกัน”

และในขณะเดียวกันนั้นเอง ชายหนุ่มต่างวัยทั้งสองคนก็ได้ขึ้นจากสระ พูดคุยกันไล่หลังมา

เมื่อหญิงสาวเห็นโจทก์ทั้งสองของตนเข้า ร่างบางในชุดวันพีชสีเหลืองจึงรีบโดดลงน้ำแทบไม่ทันเลยทีเดียว เมื่อเพื่อนสาวที่กำลังเล่นน้ำอยู่เห็นดังนั้นจึงได้ถามขึ้นด้วยความสงสัย

“อ้าว จะว่ายต่อหรอ เธอ”

“อืม ก็ว่ายเป็นเพื่อนเธอนี่แหละ เดี๋ยวจมน้ำจมเนิ้มอะไรขึ้นมา ฉันจะได้ช่วยเธอได้ทันยังไงล่ะ”

“โอ๊ย ฉันก็เกาะๆขอบอยู่นี่แหละ ไม่เป็นไร แกขึ้นไปก่อนก็ได้”

“อืมๆ เดี๋ยวสักแป๊บนึงล่ะ” ทิพย์ลดาว่าขึ้น สายตาก็แอบเหลือบมองบุคคลทั้งสองนั้นจนกระทั่งไปลับสายตา

จนเมื่อเห็นว่าทั้งสองคนไปห้องน้ำแล้วนั้น หญิงสาวจึงตัดสินใจขึ้นจากน้ำไปเปลี่ยนเสื้อในที่สุด

ชุลีพรเอง หลังจากว่ายน้ำได้สักพัก ก็ตัดสินใจขึ้นจากน้ำเพราะเห็นว่าเริ่มมืดมาก คนก็ไม่มีแล้ว จะมีก็แต่คุณป้าคนหนึ่งเท่านั้นที่ดูท่าทางว่ายน้ำอย่างคล่องแคล่ว

--------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

     หลังจากเปลี่ยนชุดเสร็จ ทิพย์ลดาก็เดินออกมาจากห้องน้ำ ก่อนจะนั่งลงบนที่นั่งที่เขาจัดไว้ให้นั่งใกล้ๆกับบริเวณนั้นเพื่อรอเพื่อนสาว และในระหว่างที่รอนั้นเองเธอก็ได้ไถมือถือขึ้นลง อ่านโน่นนี่เป็นการฆ่าเวลา แต่ทว่าในระหว่างนั้นเอง หูเธอก็ได้ยินเสียงแว่วๆของอะไรบางอย่างดังมาจากสระน้ำข้างบน เสียงเหมือนใครร้องออกมา

      เธอเองก็ชักกลัวๆ เพราะนี่ก็มืดแล้วด้วย ใครจะมาร้องอะไรดังๆแถวนี้ในตอนนี้ล่ะ

      ทิพย์ลดาสูดลมหายใจลึก กระชับเป้ไว้แนบอก ก่อนจะตัดสินใจเดินขึ้นบันไดไปบนสระเพื่อพิสูจน์ เมื่อเธอเดินมาถึงบริเวณสระน้ำ สายตาก็กวาดไปทั่วบริเวณเพื่อหาแหล่งกำเนิดเสียงที่ว่า จนในที่สุด เมื่อมองไปตรงกลางสระ เธอจึงได้เห็นร่างของคุณป้าคนหนึ่งที่เธอเห็นก่อนหน้านี้ กำลังดิ้นทุรนทุรายไปมาอยู่กลางสระเหมือนกำลังจะจมน้ำ

        “ช่วยด้วยๆ” เสียงนั้นอ่อนระโหยขึ้นมาในทันที จากการตะโกนมานานบวกกับน้ำที่เข้าปากด้วย

       “คุณป้า แย่แล้ว ทำไงดี” หญิงสาวถึงกับช็อคเมื่อเห็นภาพตรงหน้า ก่อนจะตั้งสติ แล้วหันไปมองโดยรอบเพื่อหาไลฟ์การ์ดที่เดินไปมาก่อนนี้ แต่มองหาเท่าไหร่ก็หาไม่เจอ นี่เขาไปอยู่ไหนกันเนี่ย มีคนจมน้ำอยู่นะ

        จนกระทั่งคุณป้าคนดังกล่าวไม่พูดอะไรออกมาอีกแล้ว แม้ตัวจะยังดิ้นอยู่ มือนั้นชูตระหง่าน พลางแกว่งไปมา เมื่อเห็นแบบนั้น หญิงสาวในชุดเสื้อชมพูบางก็ตัดสินใจไม่รอใครอีกต่อไปแล้ว ก่อนจะเหวี่ยงเป้ที่ตนถือมาด้วยลงกับพื้นแล้วกระโดดลงน้ำไปในที่สุด

           อีกด้านหนึ่งของบริเวณห้องน้ำของสระ

“สระที่เขาทำใหม่นี่ดีนะ ฉันล่ะอยากจะมาว่ายทุกวันเลย ถ้าเป็นไปได้” หมอยงยุทธว่าขึ้นในขณะที่สวมเสื้อ

           “ปกติพี่ชอบว่ายน้ำหรือครับเนี่ย”

           “ถามว่าชอบไหมน่ะหรือ ก็เฉยๆ” เขาว่าขึ้น

           “อ้าว แล้วทำไมถึงบอกว่าอยากมาทุกวันล่ะครับ หรือว่าจะไม่ได้เกี่ยวกับเรื่องว่ายน้ำครับเนี่ย”

          “ฮ่าๆ นายนี่ฉลาดนะ สมกับเป็นรุ่นน้องที่สนิทกับฉันมานานจริงๆ นี่ เมื่อกี้ฉันน่ะ ไปเจอผู้หญิงคนหนึ่งมา หน้าตาน่ารักใสๆ วัยทีนสุดๆ แต่เสียอย่างเดียว หน้าอกหน้าใจเล็กไปหน่อย แต่ก็ยังดีที่มีความน่ารักมาหักลบอ่ะนะ” ชายหนุ่มพูดไปมือก็รูดซิปกระเป๋า

              อาคเนย์ก็ได้แต่ฟังในสิ่งที่พี่หมอคนสนิทของตนพูดไป ตอบรับบ้างเป็นบางคำเพราะเขาเองก็ไม่ได้สนใจเรื่องที่เขาพูดนัก แถมยังรู้สึกเพลียๆเพราะแข่งว่ายน้ำกันกับเขาอยู่หลายรอบด้วย ใจคิดอย่างเดียวเลยว่าอยากจะกลับไปพักผ่อนเต็มทีแล้วตอนนี้

              จนกระทั่งสองหนุ่มเดินออกมาจากห้องน้ำ จู่ๆ ก็มีหญิงสาวคนหนึ่งที่ดูแล้วเพิ่งจะเปลี่ยนเสื้อเสร็จ ใบหน้าดูร้อนรน เส้นผมยาวถึงไหล่เปียกชื้น เดินเข้ามาหาพวกเขาก่อนจะเอ่ยถามขึ้น

              “ขอโทษนะคะ พวกคุณสองคนพอจะเห็นเพื่อนของฉันไหมคะ”

              “หืม คนไหนครับ” อาคเนย์ถามขึ้น สีหน้าของผู้หญิงตรงหน้าดูไม่ดีเอาเสียเลย

              “ผู้หญิงผมยาวๆเกือบกลางหลังหน่อยน่ะค่ะ น่าจะมีอยู่คนเดียวแล้วในตอนนี้ พอดีพวกเรานัดกันมาเจอที่หน้าห้องน้ำนี่ล่ะค่ะ ฉันตะโกนเรียกอยู่ตั้งนานก็ไม่ขานรับเลย เปิดประตูห้องน้ำทุกห้องแล้วก็ไม่อยู่” หญิงสาวคนดังกล่าวพูดไป ท่าทีเหมือนกำลังจะร้องไห้

              “ใจเย็นๆก่อนนะครับ คุณโทรหาเธอหรือยัง” ยงยุทธถามขึ้นอีก

              “โทรแล้วค่ะ แต่เพื่อนฉันเขาไม่ได้เอามือถือไป วางไว้อยู่ที่ม้านั่ง รองเท้าก็อยู่นี่อีก นี่เลยไม่รู้จะทำยังไงแล้วค่ะ”

              “แล้วบนสระล่ะ ไปหาหรือยังครับ” อาคเนย์ถามขึ้นอย่างร้อนใจ เหมือนมีลางสังหรณ์บางอย่าง

              “ยังเลยค่ะ ฉันลืมนึกถึงตรงนั้นไปเลย คือฉันเห็นเขาเปลี่ยนเสื้อแล้วก็เลยไม่นึกว่าจะไปตรงนั้นอีก” ว่าจบ หญิงสาวก็กำลังจะเดินขึ้นไปบนนั้น อาคเนย์ก็ได้ห้ามไว้

              “คุณว่ายน้ำเป็นใช่ไหม”

              “เอ่อ ไม่เป็นค่ะ”

              เมื่อได้ยินแบบนั้น ชายหนุ่มจึงรีบวิ่งขึ้นไปบนสระว่ายน้ำนั้น ก่อนจะเห็นว่ามีคนอยู่กลางสระอยู่สองคน ก่อนจะวิ่งเข้าไปตรงนั้น

              “คุณครับ คุณ” เขาตะโกนลั่น “เดี๋ยวจะตามคนมาช่วยนะครับ”

              “ดอกไม้ นั่นเธอใช่ไหม ดอกไม้!” ฝ้ายตะโกนลั่น เสียงสั่นเพราะความตกใจกลัว

               ในตอนนั้นเอง ทิพย์ลดาต้องคอยพยุงร่างของคุณป้าร่างท้วมที่จมน้ำกะทันหันเพราะเป็นตะคริว และด้วยควมที่ร่างของเธอนั้นผอมบางจึงค่อนข้างทุลักทุเล และเมื่อเห็นมีคนวิ่งขึ้นมา เธอจึงรวบรวมแรงก่อนที่จะตะโกนออกไป

              “ช่วยคุณป้าด้วยค่ะ”

              เมื่อได้ยินแบบนั้น หมอยงยุทธจึงได้ตัดสินใจกระโดดลงน้ำมาเป็นคนแรก ก่อนจะว่ายเข้ามาหาเธอกับคุณป้าคนนั้นอย่างว่องไว

              จนในที่สุด หมอยุทธจึงสามารถประคองร่างของหญิงสูงวัยคนดังกล่าวขึ้นมาบนน้ำได้สำเร็จในที่สุด โดยในขณะที่เธอกำลังจะว่ายตามมานั้นเอง ใบหน้าของชายที่เธอแสนจะคุ้นเคยก็ได้มองมาตรงจุดที่เธออยู่เขม็ง เธอจึงต้องตัดสินใจวกกลับไปขึ้นอีกฝั่ง

              “ดอกไม้ เธอจะไปไหน”

              “อ๋อ น้องคนนั้นนี่เอง ว่าทำไมหน้าคุ้นๆ”

              “ขอบคุณนะคะ เดี๋ยวฉันขึ้นไปค่ะ พอดี เอ่อ ทำของตกในน้ำตอนที่โดดลงมาเมื่อกี้นิดหน่อย เดี๋ยวฉันขึ้นไป แป๊บนึงนะ ฝ้าย”

              “ฉันก็ตามหาเธอเสียแทบแย่เลย ตกใจจนหมดแรงแล้ว รีบหาแล้วรีบขึ้นมาเลยนะ” เพื่อนสาวว่าขึ้น

              “ให้ผมช่วยอะไรไหมครับ” อาคเนย์ถามขึ้น พร้อมอาสาช่วยเต็มที่

              ทิพย์ลดาถึงกลับกลืนน้ำลายดังเอื๊อก

              “ไม่เป็นไรค่ะ ช่วยคุณป้าเขาก่อนได้เลย” ว่าจบ เธอก็ทำเป็นดำผุดดำว่ายในบริเวณนั้นราวกับว่ากำลังหาของอยู่จริงๆ

              หลังจากที่ทุกอย่างเรียบร้อย คุณป้าคนดังกล่าวก็ได้กล่าวขอบคุณทั้งหมดในนั้น ก่อนที่ชุลีพรจะช่วยประคองเธอลงมา

              “โอเค ในเมื่อทุกอย่างเรียบร้อย” หมอยงยุทธพูดไปพลางก้มดูนาฬิกา “งั้นเราก็กลับกันเถอะ ดึกมากแล้ว ไปก่อนนะครับ คนสวย” และเขาเองก็อดที่จะประทับใจเธอไม่ได้เพราะคุณป้าคนนั้นเล่าให้ฟังว่าเธอเป็นคนกระโดดลงไปช่วยคุณป้าเอาไว้ด้วย

              เมื่อลับร่างของชายทั้งสองคน เธอก็ถึงกับถอนใจออกมาด้วยความโล่งอก ก่อนจะว่ายจากตรงกลางสระที่ลึกที่สุดเพื่อขึ้นฝั่ง

              ในขณะที่กำลังจะว่ายกลับขึ้นฝั่งนั้นเอง จู่ๆความรู้สึกแปลบที่ขาข้างหนึ่งก็แล่นขึ้นมาแทบจะทันที

‘ต…ตะคริวกิน? มากินอะไรตอนนี้กันเล่า’

เมื่อหญิงสาวหันไปมองก็เห็นว่าคนพวกนั้นเดินลงกันไปแล้ว จะเรียกเท่าไหร่ก็ไม่ได้ยิน เพราะปากของเธอจมลงไปในน้ำเสียแล้วครึ่งนึง

ร่างบางพยายามดันตัวขึ้นมา แต่ขาอีกข้างกลับขยับขึ้นมาไม่ได้เลย เมื่อขาใช้งานไม่ได้ โอกาสรอดชีวิตจากการตะเกียกตะกายจึงเป็นไปได้ยากเต็มที

“ช…ช่วยด้วย”

เรี่ยวแรงที่มีน้อยลงเรื่อยๆ ร่างทั้งร่างจมดิ่งลงไปในส่วนกลางที่ลึกที่สุดของสระในที่สุด มวลน้ำมหาศาลถ่าโถมเข้าแทรกไปกับลมหายใจจนแทบสำลัก ร่างบางดิ้นแบบนั้นอยู่นานจนกระทั่งสติค่อยๆรางเลือน แล้วในที่สุดก็ดับวูบไป

              ----------------------------------------------------------------------------

              

ความคิดเห็น