ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : ) #ธัญท้าแต่งรอบที่1 เข้ามาอ่านมาติชมกันได้นะ เเล้วก็เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะ หวังว่าทุกคนจะชอบนะคะ

ไม่รู้จริงๆเหรอ?

ชื่อตอน : ไม่รู้จริงๆเหรอ?

คำค้น : ธัญท้าแต่งรอบที่1

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 672

ความคิดเห็น : 1

ปรับปรุงล่าสุด : 30 ก.ค. 2563 00:14 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ไม่รู้จริงๆเหรอ?
แบบอักษร

“เย่...ในที่สุดก็ได้เก็บภาพพระอาทิตย์ขึ้นไปลงเพจ...นี่ถ้าได้มานั่งดูกับแฟนคงโรแมนติกน่าดูเนอะ” ครีมจินตนาการถึงภาพที่เธอมาที่นี่แล้วนั่งกอดกันกับชายคนรักและจ้องตากันอย่างอบอุ่น

“นี่แก...ไว้มีก่อนค่อยมาใหม่นะ...ถ่ายรูปเสร็จก็ไปได้ละ...ฉันหิวข้าวเว้ย!” ฟ้าใสมาลากครีมขึ้นรถเพราะว่าคนอื่นๆนั่งรออยู่ในรถเรียบร้อยแล้ว

“เออๆ...แกนี่ไม่มีความโรแมนติกเอาซะเลยอ่ะ...สงสารน้องนัดจริงๆ...แกคงไม่เคยทำเรื่องน่ารักๆหวานๆให้เลยล่ะสิ” ครีมเบ้ปาก

“ใครบอก...ฉันนี่แหละตัวเก่งเลย..แต่จะหวานอะไรก็ต้องดูเวลาป่ะ...ไปได้แล้วหิว!” ฟ้าลากครีมไปขึ้นรถ

“แกนะแก...รถก็นั่งกันมาสองคน...แต่ว่ามาลากฉันอีก...ชิ”

“ก็พ่อ แม่ แล้วก็หมอมันเป็นคนดีไง เลยไม่กล้าพูด แต่ฉันมันตัวร้ายอ่ะ ยู โน๊ว...ไปๆ ถ้ายังไม่ขึ้นรถฉันจะบอกให้บอกเขาทิ้งแกไว้ตรงนี้แหละ มโนเก่งไรเก่ง...” ดันเพื่อนขึ้นรถอย่างไม่จริงจังนัก

“ก็ดีนะ...เผื่อจะเจอหนุ่มหล่อ...จะได้ขอให้เขาไปส่งบ้านเลยไง...ฮ่าๆๆ” ครีมยิ้ม

“งั้นเอาเลยมะ?... พ่อ แม่ ไอ้ครีมมันบอกว่าอยากตกรถค่ะ..มันอยากเจอผู้..อุ๊ปส์” ยังพูดไม่จบครีมก็เอามือปิดปาก

“ไม่มีไรค่ะ...ไอ้ฟ้ามันมั่วค่ะพ่อ..เเม่”

เมื่อมาถึงร้านติ่มซำชื่อดังทุกคนก็เลือกสิ่งที่ตัวเองชอบกันเต็มที่ เพราะว่าครั้งนี้นธีกานต์บอกจะเลี้ยงเองและครั้งหน้าค่อยสลับกันจ่าย ทั้งสามไม่เคยคิดเรื่องเงินกับเพื่อนโดยเฉพาะกับเรื่องอาหาร เพราะพอใครมีอะไรก็จะเอามาเผื่อกัน เมื่อมีเวลาเจอกันมักจะนัดเลี้ยงข้าวกันอยู่เสมอๆ

“เฮ้ยหัวโต๊ะ...ทำไมไม่เลือกมาเยอะๆอ่ะ? หรือกลัวจ่ายแพง เดี๋ยวเราแชร์กันก็ได้นะ” ฟ้าใสหันมาถาม

“เออๆ...ร้านนี้ค่อนข้างราคาสูงแต่รีวิวดีนะ..ช่วยกันจ่ายแล้วกินให้เต็มที่ดีกว่า” ครีมหันมาสมทบ

“ไม่ใช่แบบนั้น...พอดีว่าเมื่อกี้ที่โรงพยาบาลโทรมาว่ามีอุบัติเหตุรถคว่ำ...คนเจ็บเยอะแต่ฉันอยู่ไกลเกินไปที่จะกลับไปช่วย...ตอนนี้เลยวุ่นๆกันอยู่น่ะสิ...วันนี้มีหมอลากิจด้วย คนเลยยิ่งน้อย...เลยรู้สึกว่าถ้าอยู่อะไรอะไรคงง่ายขึ้นอีกนิดก็เท่านั้นเองแหละ...แต่ว่าทุกคนทำงานกันอย่างเต็มที่อยู่แล้วเพราะงั้นก็กินข้าวกันเถอะ...” พอคิดว่าจะมาเครียดต่อหน้าพ่อแม่ก็ไม่ใช่เรื่อง...อุตส่าห์ได้มาพักผ่อนด้วยกันทั้งที และถึงรีบก็คงไม่ได้ไปช่วยเขาทันหรอก...เลยกลับมาให้ความสนใจกับตอนนี้ที่พ่อแม่มีความสุขดีกว่า ใบหน้าหวานเลยยิ้มออกมาได้อีกครั้ง

“เด็กๆไม่ต้องจ่ายหรอก เดี๋ยวพ่อกับแม่เลี้ยงเอง...ไม่รู้ว่าครั้งต่อไปจะได้มาเที่ยวกันอีกเมื่อไหร่...” คุณพนาบอก

“ใช่จ้ะ...กินกันให้เยอะๆนะ ไม่ต้องเกรงใจ พ่อกับแม่จ่ายไหว...แค่เด็กสามสี่คนจะกินเยอะแค่ไหนกันเชียวล่ะ” คุณแพรไหมยิ้มเอ็นดู

แล้วหลังจากนั้นก็แยกย้ายกันขับรถกลับบ้าน ฟ้าใสกับนัดก็แยกกันที่ตรงจุดนี้ ขากลับทั้งครีมและสีน้ำเมื่อขึ้นรถมาได้ไม่นานก็พากันหลับไป

“เด็กๆหลับกันหมดแล้ว...ถ้าแม่จะหลับกได้นะ พ่อรู้ว่าแม่ก็ง่วง” คุณพนาหันมาคุยกับภรรยา

“ไม่เป็นไรค่ะ...ถ้าหลับแล้วใครจะคุยเป็นเพื่อนคุณล่ะ? จริงมั้ย?” คุณแพรไหมหันมาบอกสามีด้วยรอยยิ้มอบอุ่น

“คุณนี่น่ารักที่สุดเลย...”

“ชู่ว...อย่าพูดเสียงดังสิคะเดี๋ยวเด็กๆตื่น...ปล่อยให้พวกแกหลับอีกหน่อยเถอะค่ะ..เดี๋ยวกลับไปทำงานก็อดหลับอดนอนอีก...”

“นั่นสินะ...”

.

.

.

“ครีมถึงบ้านแล้วลูก...”คุณแพรไหมปลุก

“อ๊ะ! ถึงแล้วเหรอคะ? ยังหลับสบายอยู่เลยฮ่าๆ” ครีมงัวเงียตื่น

“ถึงบ้านครีมแล้วเหรอคะ?” สีน้ำขยี้ตา

“ใช่ลูก...ที่จริงถึงสักพักแล้วแต่เห็นหลับสบายเลยปล่อยให้นอนอีกหน่อย” คุณพนาบอก

“อุ้ย...ครีมว่าไม่นิดแล้วค่ะ...ครีมไปลงเพจสายแล้ว! งั้นครีมขอตัวนะคะ ฉันไปนะแก..สวัสดีค่ะพ่อ สวัสดีค่ะแม่ ขอบคุณมากเลยค่ะสำหรับทริปนี้...” รีบเก็บของลงจากรถเพราะว่าต้องไปอัพเดทงานแล้ว

“ระวังด้วยแก! เดี๋ยวก็ลื่นล้มหรอก” สีน้ำตักเตือนเพื่อน

“เอ้ย! ม่ายยย” ลื่นล้มสมพรปาก

“พูดไม่ทันขาดคำ...ให้ฉันลงไปช่วยมั้ย?!” จะลงจากรถไปช่วยเก็บของ

“เฮ้ยไม่เป็นไร...ใจมาก...แต่แกก็ต้องรีบกลับไม่ใช่หรอ? ไปเลยไม่ต้องลงมา...”

“งั้นพ่อออกรถแล้วนะ” คุณพนาบอก

“ค่ะไปเลยค่ะพ่อ...บ๊ายบายแก...” ครีมโบกมือลา

“เพื่อนลูกนี่ตลกกันทุกคนเลยนะ...”คุณแพรไหมยิ้มเอ็นดู

“โก๊ะค่ะแม่ฮ่าๆ...สีน้ำว่าแก๊งค์เราแต่ละคนซุ่มซ่ามเหมือนกันหมด แค่ว่ามันจะเกิดขึ้นตอนไหนกับใครมากกว่า...” นธีกานต์หัวเราะออกมา

เมื่อขับรถมาถึงบ้าน คุณหมอก็เตรียมตัวเก็บของเพื่อกลับไปทำงานบ้างเหมือนกัน

“เห้อ...เวลามันผ่านไปเร็วจริงๆนะลูก..” คุณแพรไหมกอดลูกสาวแน่น

“นั่นน่ะสิ...พ่อว่ามันสั้นเกินไป...สำหรับพ่อการได้อยู่กับแม่และลูก...เวลามากแค่ไหนก็ไม่เคยพอ” คุณพนาเข้ามากอดอีกคน

“สีน้ำก็เหมือนกันค่ะ...แต่เดี๋ยวยุ่งได้ก็ว่างได้อีกค่ะ...ไว้ครั้งหน้าสีน้ำจะหาเวลาที่หยุดได้หลายวันกลับบ้านอีกนะคะ...” กอดพ่อกับแม่แน่น

“จ้ะ” แม่พยักหน้า

“ขับรถเองก็ระวังมากๆล่ะ...มีสติ อย่าประมาทรู้มั้ยลูก?” พ่อบอกอย่างเป็นห่วง

“เข้าใจแล้วค่ะ” พยักหน้าหงึกๆ

“ข้าวก็กินให้ตรงเวลา นอนพักผ่อนให้เยอะๆถ้ามีโอกาส เข้าใจนะลูก รอบนี้ผอมลงเยอะเลย...อย่าลืมดูแลตัวเองบ้างรู้มั้ย?” แม่ลูบหัวเบาๆ

“เข้าใจแล้วค่ะแม่....ขอหอมหน่อยค่ะทั้งพ่อทั้งแม่เลย...หื้ม...ชื่นใจ..งั้นสีน้ำไปแล้วนะคะ...ถึงบ้านพักแล้วจะโทรกลับนะ” กอดพร้อมกับหอมแก้มฟอดใหญ่ก่อนจะขึ้นรถแล้วขับออกไป

“ทำไมไหมยังรู้สึกว่าลูกยังตัวเล็ก...เล็กมากๆอยู่เลยก็ไม่รู้ค่ะ” คุณแพรไหมกลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่

“พ่อก็คิดแบบนั้นนะ...แต่เขาก็โตขึ้นเยอะแล้วนะ...ยังไงเขาก็ต้องออกไปจากอกเราสักวัน...พ่อหวังแค่ว่า...ลูกพ่อจะเจอคนที่ดีๆมาดูแลต่อจากพ่อกับแม่...”

“พ่อ..นี่พ่อพูดเหมือนว่าลูกเรากำลังจะมีแฟน?” คุณแพรไหมรีบปาดน้ำตาอย่างไว

“อ้าว! พ่อพูดแบบนั้นเหรอ? พ่อไม่รู้ตัวเลยนะเนี่ย...ฮ่าๆ”

“ไม่ต้องมาเปลี่ยนเรื่องเลยค่ะ...พ่อไปรู้อะไรมา..บอกแม่มาเดี๋ยวนี้เลยนะ!”

“พ่อเหรอ? พ่อจะไปรู้อะไร...เรื่องของเด็กๆเขาจริงมั้ยแม่?” เดินเข้าบ้านไป

“เดี๋ยวสิ! พูดแบบนี้แหละน่าสงสัยที่สุดเลย!! พ่อ...กลับมาเล่าให้แม่ฟังก่อน...พ่อ...” คุณแพรไหมเดินตามสามีเข้าไป

.

.

.

“สวัสดีค่ะนธีกานต์พูดค่ะ...” รีบรับสาย

“ไงแก...ขับรถออกมาแล้วเหรอ?” ครีมโทรมา

 “ใช่...เหมือนแม่จะร้องไห้ด้วย...ฉันเลยรีบออกมาก่อนจะเผลอร้องโฮใหญ่ออกไปน่ะสิ...”

“เออ...พ่อแม่อ่ะเนอะ..เขาก็ห่วงเราตลอดเวลาแหละ..”

“นั่นเขียนบล็อกอยู่เหรอ?”

“ใช่แล้วล่ะ...ไปรอบนี้ได้รูปสวยๆเต็มเลย...แกอยากดูป่ะ..ฉันมีรูปพิเศษให้แกด้วยนะ” ครีมลากเสียงยาว

“รูปพิเศษอะไร?! ไปส่องผู้คนไหนมาอีกล่ะ...บอกแล้วฉันไม่มีเวลาไปคุยกับใครทั้งนั้นแหละ...”

“เฮ้ย...แกอ่ะปิดโอกาสตัวเอง...ทำไมไม่ลองเปิดใจดูหน่อยวะ? ทำเหมือนตัวเองเคยอกหัก...ทั้งที่แกไม่เคยคบใครสักคน...ฉันเห็นพอมีใครจีบแกก็เทเขาตลอดๆทั้งที่ยังไม่ได้ขอคุยเลยด้วยซ้ำ...” ครีมหมั่นเขี้ยว

“...” เงียบไป

“อ้าว...ยัยหมอ! ยังอยู่ในสายป่ะเนี่ย?!”

“อยู่...แต่แกช่วยคุยเรื่องอื่นได้มั้ย...ฉันเบื่อคุยเรื่องนี้เต็มทีแล้ว..”น้ำเสียงดูเหนื่อยใจ

“แต่ฉันไม่อยากให้แกขึ้นคานนี่หว่า...มันไม่คุ้มเลยอ่ะ..มีหน้าตาสวยๆมีร่างกายที่น่าถนุถนอมขนาดนั้น แต่แกไม่ใช้ให้เป็นประโยชน์เลยอ่ะ...รู้ป่ะถ้าฉันเป็นแกนะ...หึๆๆ...ฉันจะจัดคิวกันไม่ให้ชนกันเลย...”

“น้ำเสียงแกชั่วร้ายมากบอกเลย...ถ้าคนเขาคิดแบบนี้กันหมด..แล้วคนที่อยากเจอรักจริงมันจะเจ็บมากแค่ไหนกันห๊ะ!? ใช้หน้าตามาล่อเหยื่อพอติดกับพอแกเบื่อแกก็จะเปลี่ยนคนงี้เหรอ?...แล้วถ้าเกิดวันนึงแกเจอคนที่แกรักเขามากแต่เขามาหลอกปั่นหัวแกบ้าง...แกจะยิ้มออกมั้ย?....เพราะงั้นแกจะใจร้ายกับคนที่มาคบไปไหมวะถ้าแกทำแบบนั้น?...อย่าเลยมันไม่เห็นดี...ยัยแม่มดเอ้ย..” ขับรถไปก็เทศน์เพื่อนไป

“โอ้ย...แม่ชีมาเอง...โถ่ววว...คนมันไม่ได้ตั้งใจคิดจริงจังสักหน่อยนึงอ่ะ...แกก็รู้ว่าฉันเป็นแม่มดสายขาว...ใช่ป่ะ”

“เหรอ?...แล้วตกลงภาพพิเศษอะไร?”

“แหมความจริงก็อยากรู้ใช่ป่ะล่ะ?”

“ถ้าบอกก็อยากรู้ แต่ถ้าไม่บอกก็ไม่อยากรู้...”

“โห่...ไรอ่ะ..ไม่หนุกเลย...”

“ถ้าอยากปั่นแล้วสนุก...แนะนำเชิญปั่นคนแมน2020”

“โอ้ยแก...ฟ้าใสมันไม่เล่นหรอก...เดี๋ยวนี้พอมีแฟนมันก็ไม่สนใจฉันล่ะป่ะ?” ครีมเบะปาก

“นี่น้อยใจ?”

“เปล่าน้อยใจเว่ย...แต่คนมันเหงาอ่ะ...เพื่อนคนนึงก็ทำงานเก่งไม่ว่างคุย คุยทีถูกเทศน์...เพื่อนอีกคนก็มีแฟนเป็นตัวเป็นตนมันก็คุยแต่กับแฟนมัน..ส่วนโมมันก็มีคู่ไปแล้ว...ต้องดูแลครอบครัว...แล้วฉันเลือกอะไรได้ไหมล่ะ?” น้ำเสียงดูหงอยๆ

“เหงาแหละดูออก...งั้นเปลี่ยนจากจับคู่ให้ฉันเป็นจับคู่ให้ตัวเองบ้างสิ...หืม?”

“ฉันอยากได้หมอหล่อๆอ่ะ...เชื่อ..แกต้องมีเพื่อนหมอหล่อๆแนะนำบ้างแหละ...ใช่ป่ะ?” ออดอ้อน

“ก็มี...แต่ว่า..เขาจะคุยกับแกรึเปล่าอ่ะดิ..”

“หูยแรง...เชอะ...หมอมันจะมาตรฐานสูงแค่ไหนกันเชียว...” ก่อนเงียบไปเพราะคิดได้ว่าเพื่อนตัวเอง(สีน้ำ)ก็ยังไม่มีคู่เลย

“ไม่ใช่อย่างนั้น...คือเขาก็กลัวว่าคนที่คุยจะรับไม่ได้เหมือนกันไง...แกก็รู้หมอไม่ใช่คนมีเวลาให้เต็มร้อยนะ...แนะนำน่ะแนะนำได้..เพื่อนหมอโสดๆก็มีเยอะ...และมีคนที่ตรงใจแกด้วย...”

“เหรอๆ? งั้น แนะเลย...แนะมาเลยสิคะ..ฮ่าๆ” ครีมหัวเราะอารมณ์ดี

“เดี๋ยวไว้จะแนะนำให้รู้จักนะ...ตอนนี้ทำงานอยู่เหนืออ่ะ...”

“ขอบคุณค่ะแม่ชี...ใครจะไปรู้แม่ชีก็เป็นกามเทพได้ด้วยอ่ะ”

“นี่ๆ...ถ้ายังพูดมากฉันจะไม่ช่วยละนะ...เพราะเพื่อนคนนี้เขาไม่ชอบคนพูดมากพูดเพ้อเจอด้วยสิ”

“อุ๊ยอีครีมเรียบร้อยขึ้นมาทันทีเลยค่ะ...”

“จ้า...เฮ้ย!” รถกระตุกและไม่ได้กระตุกเพราะหลุมด้วยนะ

“เป็นไรอ่ะแก?” ครีมถามเมื่อเห็นว่าเพื่อนเงียบไป

“น้ำมันจะหมด...ไฟกระพริบแล้วอ่ะ คือกระพริบมาสักพักแล้ว...ทำไมฉันไม่สังเกต!”

“ยังขับไปได้อีกไกลมั้ย?”

“ก็ได้อ่ะ...แต่น่าจะไม่ถึงตัวเมืองแล้ว!!”สีน้ำเปิดประตูลงไปดูหลังรถ

“ทำไมเงียบนานอ่ะแก!”

“เฮ้อ...น้ำมันสำรองก็ไม่มี...ฉันทำไงดี?...ก่อนออกจากบ้านไม่น่ารีบเลย...ถ้าแถวนี้มีแท็กซี่ก็คงจะดีสิ ฉันจะได้นั่งกลับไปเลย แล้วให้รถยกมาลากรถไปให้...แถวนี้มันเงียบอ่ะ...ยิ่งอยู่ยิ่งหลอน...เฮ้อ” ถอนหายใจยาว

“แกโทรหาใครแถวนั้นได้บ้างรึเปล่า?” ครีมถาม

“แถวนี้ไม่มีคนที่ฉันรู้จักเลย...เห้อ..” ถอนหายใจ

“แถวไหน?”ครีมถามต่อ

“อยู่แถวถนนAอ่ะแก...ถ้าไปต่อจะถึงโรงเรียนS...แต่ฉันว่าน้ำมันของฉันไปไม่ถึงหรอก...เฮ้ยหมดแล้วอ่ะ! ฮือ...”

“แกว่าโรงเรียนSเหรอ?” ครีมดูตื่นเต้น

“โรงเรียนนี้มันทำไม?”

“นี่แกไม่รู้จริงๆเหรอ?!...เดี๋ยวฉันเรียกคนขับแท็กซี่จำเป็นหล่อๆให้เอามั้ย?” ครีมลากเสียงยาว

“รู้อะไร?! ใครขับแท็กซี่?”

“ก็โรงเรียนนั้นแหละที่ครูตฤณเป็นผอ.อยู่....ไม่รู้จริงอ่ะ? อยากได้คนขับแท็กซี่หล่อๆป่าว...อยากได้รึเปล่า?”

“ถ้ารู้จะถามทำไมล่ะ?...แล้วฉันจะไปรบกวนเขาให้มาลำบากเพื่อฉันทำไม? เขาเป็นใครแล้วฉันเป็นใคร? ฉันว่ามัน...ไม่ใช่เรื่องที่เขาต้องเข้ามาสนใจรึเปล่า?” สีน้ำพูดเสียงเรียบ

“เอ๊า...แล้วทำไมเขาถึงจะไม่ช่วยล่ะ...แกก็เป็นนักเรียนที่เขาเคยสอนเหมือนกัน”

“แต่ถึงจะรู้ฉันคงไม่รบกวนเขาหรอกเพราะไม่ได้สนิทกัน”

“แกมีเบอร์โทรครูตฤณรึเปล่า? ฉันว่าโทรไปหาเถอะ ดีกว่าแกนั่งอยู่ตามทางคนเดียวแบบนี้นะแถวนั้นบ้านคนก็ไม่มี...”

“ฉันไม่มีเบอร์เขาหรอก...เขาก็ไม่น่าจะมีเบอร์ฉันเหมือนกัน...”

“เดี๋ยวฉันโทรให้...นะ ดีกว่าแกอยู่เฉยๆ”

“ฉันโทรสายกู้ภัยไม่ดีกว่าเหรอ? ไม่ต้องรบกวนครูเขาด้วย..อ้าว...ครีม พักสายเราทำไม?”

“สวัสดีครับตฤณพูดครับ...”

“ครูตฤณตอนนี้อยู่โรงเรียนมั้ยคะ?”

“ครีม? มีอะไรรึเปล่า?”

“คือว่าสีน้ำมันรถน้ำมันหมดอยู่ที่ถนนAค่ะ...ครูพอจะไปช่วยมันได้มั้ยคะ?”

“...” ชายหนุ่มเงียบไปพักใหญ่

“ครูคะยังอยู่มั้ยคะ?”

“อ่อ...อืม...เดี๋ยวผมไปช่วยเพื่อนคุณเองสบายใจได้นะ....” วางสายไป

“ไงแก...หายไปรู้มั้ยฉันจะตัดสายแล้ว..” เปิดประตูรถออกเพราะอากาศเริ่มร้อนตอนนี้น้ำมันหมดแล้ว

“ก็โทรไปถามครูตฤณมา..แกรอตรงนั้นแหละ”

“ห๊ะ! ฉันยังไม่บอกเลยว่าจะขอให้เขาช่วย” พูดพลางถอดเสื้อแขนยาวตัวใหญ่ออกเพราะทนร้อนไม่ไหวแล้ว

“เออน่า...แล้วอยู่แต่ในรถเลยนะไม่ต้องออกมาข้างนอก ทางมันเปลี่ยว”

“แต่มันร้อนมาก...และแกห้ามฉันไม่ทันแล้ว นี่กลางวันนะไม่มีอะไรหรอก..” พูดแบบนั้นแต่ว่าก็แอบมองรอบๆ

“แกแบ็ตฯฉันจะหมดแล้ว ถ้ามันตัดไปอยากให้แกรู้ว่า....”เสียงขาดไป

“แบ็ตฯ หมดแล้ว...” ถอนหายใจ

พอนึกถึงคำพูดของเพื่อนที่ว่าแถวนี้มันอันตรายเธอก็รีบขึ้นรถไปทันทีและกำลังจะโทรหาสายฉุกเฉินเพราะคิดว่ามันคงจะดีกว่าถ้าไม่ต้องรบกวนเขา ร่างบางเอนตัวลงเบาะแล้วถอนหายใจ ก่อนจะมีคนที่ขับจักรยานยนต์ผ่านทางมาเคาะกระจกรถ

“นธีกานต์?” เอียงหน้าเข้ามาใกล้กระจก

“ครู...เอ่อ...ขอโทษนะคะที่..”

“เวลานี้ไม่ต้องมาขอโทษหรอก...ขับยังไงไม่ดูน้ำมัน...” ส่ายหน้าเบาๆ แต่ก็เอาถังน้ำมันไปถ่ายให้

“...” คนโดนดุไม่พูดอะไรแต่เดินลงไปดูด้วย

“คุณควรระวะตัวกว่านี้หน่อยนะ...” ตฤณพูดขึ้น

“ระวัง?” เลยคิดขึ้นได้ว่าตัวเองใส่เสื้อคอกว้าง และเลิกก้มมองเขาอีก

“แล้วทำไมถึงไม่เตรียมน้ำมันสำรองไว้ล่ะ?”

“ที่จริงก็มีอยู่หรอกค่ะ...แต่เพิ่งจะเอาออกตอนที่กลับบ้าน...”

“ถ้ามีอะไรก็โทรหาผมได้นะ...ไม่ต้องเกรงใจ...ผมแค่อยากให้คุณรู้ว่าแถวนี้คุณก็ยังมีคนรู้จักอยู่”

“ขอบคุณค่ะ...แต่คือ..”

“คุณไม่มีเบอร์ผม ไม่มีเฟสผม...หรือช่องทางติดต่ออื่นๆเลย..และคุณก็ไม่รู้ว่าผมสอนอยู่ที่นี่...”

“...”

“เสร็จแล้วลองสตาร์ทรถดู...”

เมื่อช่วยเสร็จแล้วเขาก็ยังขับรถช้าๆตามมาตลอดทางจนถึงหน้าโรงเรียน

“ขอบคุณมากนะคะ...” ลดกระจกรถมาคุย

“ไม่เป็นไร...ครั้งหน้าก็ระวังกว่านี้...ทุกเรื่อง...” มองผ่านๆให้รู้ว่าทุกอย่างจริงๆนะ

“ค่ะ...งั้นฉันขอตัวนะคะ....ขอบคุณ คุณมากจริงๆ”  

“ไปเถอะเดี๋ยวจะมืด..หรือจะให้ผมขับไปเป็นเพื่อนจนออกถนนหลัก?”

“ไม่เป็นไร...ไม่เป็นไรค่ะ” โครก...เสียงท้องร้องดังขึ้น

“หิว?...” คนตัวใหญ่อมยิ้ม

“...” ได้แต่ก้มหน้างุดหลบอาย

“จะกินอะไรก่อนมั้ย? ได้ข่าวว่าเป็นโรคกระเพาะไม่ใช่เหรอ?”

“ไม่เป็นไรค่ะ...นี่ก็รบกวนคุณมากแล้ว” ใครจะกล้าไปนั่งกินข้าวด้วยถามจริง...ไม่เคยคุยกันจริงจังด้วยซ้ำ

“แค่บะหมี่ถ้วยเดียวมันไม่ทำให้ผมจนลงหรอกคุณ...แต่ถ้าไม่ไว้ใจ...ผมก็ไม่ว่าอะไรคุณหรอก...”

“เอ่อ..งะ..งั้นขอรบกวนด้วยนะคะ...”

สุดท้ายก็ขับรถมาจอดหน้าบ้านพักของเขาจนได้...

“รอเดี๋ยวนะ...เดี๋ยวผมไปทำมาให้...หรือคุณจะเข้ามาในครัวก็ได้นะ...ข้างนอกมันอากาศอบอ้าวหน่อย”

“...” เดินตามเข้ามาในครัว

“มันอาจจะแคบหน่อยนะ...” หันกลับไปต้มน้ำต่อ

“วันนี้ครู...คุณกินบะหมี่เหรอคะ?” มองไปก็เห็นมีอยู่แค่นั้น

“อ่อ...ใช่..ผมไม่ใช่คนที่ทำอาหารอร่อย...ถ้าอยู่คนเดียวแค่มีบะหมี่แล้วใส่ผักใส่ไข่ก็อยู่ได้ละ..โทษทีนะที่มีแค่นี้..”

“เท่านี้ก็มากพอแล้วค่ะ...” มองไปรอบๆห้อง

“ผมอยู่คนเดียว..มันก็รกๆหน่อยแบบนี้แหละ...” ไม่ได้คิดว่าจะมีใครเข้ามาในบ้านแบบนี้ไง แต่ดันไปชวนเขามาเอง

“ขอโทษค่ะ...ฉันไม่ได้ตั้งใจ...” ก้มหน้างุดมองพื้นห้องแทน

“ได้แล้ว...” ส่งชามบะหมี่ให้

“ขอบคุณค่ะ...” กินแบบเงียบๆ

“กินไปก่อนเลยนะเดี๋ยวผมมา...” เดินออกไปข้างนอกเพราะมีคนมาเคาะประตู

“ผอ.คะ...คือมีเอกสารที่ต้องเซ็น...ผอ.สะดวกมั้ยคะ?...เห็นมีรถจอดอยู่...” ครูสาวถามอย่างเกรงใจ

“อ๋อ..เซ็นได้...ผมสะดวก....เชิญ” นั่งลงที่โต๊ะหินอ่อนหน้าบ้านพร้อมกับอ่านเอกสารอยู่พักใหญ่

“วันนี้ผอ.ดูเหนื่อยๆนะคะ..” ครูเจนสังเกตแล้วพูดขึ้น

“ผมเหรอ?...ฮ่าๆไม่ขนาดนั้นหรอก..” ตรวจดูเอกสารแล้วก็เซ็นอย่างไวและรีบส่งให้ทันที

“ญาติมาเหรอคะ?” มองเห็นว่าเป็นรองเท้าผู้หญิง

“...” ยิ้มเฉยๆ

“เจนขอโทษที่เสียมารยาทค่ะ...งั้นเจนขอตัวเลยนะคะ..ขอบคุณค่ะ” รีบลุกออกไป

“อิ่มมั้ย?...หรือจะเอาเพิ่ม?” เข้ามาเงียบๆแล้วถามขึ้น

“อิ่มแล้วค่ะ..ขอบคุณค่ะ...” ยิ้มเกรงใจ ก่อนจะรีบเอาชามตรงไปยังที่ล้างจาน

“จะทำอะไร? ไม่ต้องหรอก..เดี๋ยวผมล้างเอง...” มาแย่งจานจากมือไป

“ไม่เป็นไรค่ะเดี๋ยวฉันล้างเอง..”

“เอ่อ...เอางั้นเหรอ?” ค่อยๆปล่อยมือเพราะไปจับมือเขาอยู่

“ค่ะ...” เอาชามไปล้างเองเงียบๆ

ตฤณได้แต่นั่งมองเงียบๆ แล้วเขาก็ไม่พูดอะไรอีก หลังจากนั้นไม่นานนธีกานต์ก็ขับรถออกไปเมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายกลับไปแล้วเขาก็เข้าบ้าน จะไปต้มบะหมี่กินบ้าง แต่เห็นว่าในตู้กับข้าวมีอะไรบางอย่างอยู่

“ไข่น้ำเหรอ?...” ตฤณเผลอยิ้มออกมา เพราะมีโน้ตแปะไว้ว่า

“ขอโทษที่เสียมารยาทนะคะ..แต่ฉันเห็นว่าของในตู้เย็นพอจะทำอะไรกินได้มากกว่าแค่บะหมี่...หวังว่าคุณจะไม่โกรธที่ฉันทำอะไรไม่ขอนะ...แต่ฉันว่ามันน่าจะดีกว่าการที่คุณจะกินแต่บะหมี่ทุกวัน...ขอโทษถ้าทำให้คุณไม่พอใจ...แต่ฉันก็ทำไปแล้ว..”

“แกๆเห็นป่ะ...มีผู้หญิงออกมาจากบ้านผอ. แกว่าเขาเป็นเมียผอ.มั้ย?” เจนถามความคิดเห็นเพื่อนที่เรียกมาแอบดูด้วยกัน

“อาจจะเป็นน้องสาวเขาก็ได้แก...ผอ.ไม่เห็นพูดถึงเมียเลย...” ออยพูดให้กำลังใจ

.

.

.

“แก...ว่าไงนะแกเข้าบ้านพักครูตฤณมาเหรอ?” ครีมถาม

“ใช่...ทำไม? แฟนเขาไม่อยู่..แล้วฉันแค่ไปกินบะหมี่...ฉันไม่ได้คิดอะไรไม่ดีนะ...ฉันไม่คิดอะไรแบบแกหรอก...”

“กรี๊ดดด...แกยังไม่รู้เหรอ?” น้ำเสียงเจ้าเล่ห์

“รู้อะไร?”

“ก็ครูตฤณเขาไม่มีแฟน....แกนี่ไม่ตามข่าวเลยจริงๆ ถ้าฉันเป็นแกนะ...โอ้ยไม่อยากจะคิด...”

“...” เมื่อได้ยินแบนนั้นถึงกับพูดอะไรไม่ออก

“ดีแล้วที่แกไม่รู้...ฉันรู้นะว่าถ้าแกรู้แกคงไม่กล้าอยู่กินบะหมี่อย่างใจเย็นแน่นอน...” ครีมแอบเขินแทน

“ก็ถ้าเป็นอย่างนั้นฉันก็ไม่นั่งกินหรอก ง่วงแล้วอ่ะ...ฉันขอไปนอนล่ะ”

“อ้าว! จะไปแล้วเหรอ? เขินก็บอกมาเถอะ...ฉันไม่ล้อแกหรอก..เพราะครูตฤณหล่อ..” เขินตัวบิด

“แล้วแต่แกละกัน...ไปล่ะ...” วางสายไป

“อ้าว! ยังคุยไม่จบเลย...ไปส่องเฟสครูตฤณดีกว่า...จะได้ฝันดีก่อนนอน”

เมื่อไปส่องก็เห็นครูตฤณโพสต์รูปอาหารเย็นเป็นไข่น้ำ แล้วก็พิมพ์ว่า

“มื้อเย็นวันนี้ไม่ใช่บะหมี่เหมือนทุกวัน...อร่อยมากเลย...มีสติ๊กเกอร์ยิ้มเขินด้วยเหรอ?!” ครีมอ่านแล้วถึงบางอ้อว่าทำไมเพื่อนสาวถึงรีบวางสายไปนอน...ที่แท้เพราะไปทำอะไรแปลกๆมานี่เอง

“ยัยหมอ! นี่แกไปทำเกินหน้าที่มานี่หว่า! หนอยยย รู้ละทำไมรีบหนี...แกนะแกทำอะไรไม่บอกเพื่อน...เจอกันจะซักให้หนักเลยคอยดู...อย่าให้รู้นะว่าป้อนให้ด้วยอ่ะ..ยัยเเม่ชีมันก็แอบร้ายนะเนี่ย! โอ้ยอิจฉาว้อย....” ครีมแอบมโนถึงภาพที่ไม่เป็นความจริงแล้วเขินจนตัวงอ

“บ้าจริง...ฉันไม่น่าคิดทำอะไรแบบนั้นเลย...โอ๊ย! แล้วจะไปสู้หน้าเขายังไงล่ะทีนี้...” ร่างบางที่เอนตัวไปกับที่นอนขยับตัวพลิกไปพลิกมาแล้วได้แต่เอาหมอนมาตีหน้าตัวเอง  ใบหน้าหวานร้อนวูบไปหมด...ทั้งที่ไม่ได้คิดอะไรแต่พอเพื่อนมาบอกแบบนั้น..ก็ทำให้คิดว่าตัวเองไม่น่าทำเลยจริงๆ แบบนี้เขาจะไม่คิดเหรอว่าเธอทำเพราะมีสิ่งอื่นแอบแฝง...ไม่น่าเลย...ไม่น่าหาเรื่องให้ตัวเองเลยจริงๆ

“คงไม่เห็นอยู่แล้วว่าเราโพสต์อะไร...เพราะงั้นไม่เป็นไรหรอก...เด็กคนนั้นก็ไม่ใช่คนพูดมากไปบอกใครด้วยนี่นะ...ป่านนี้คงนอนหลับไม่รู้เรื่องไปแล้วแหละ...หึ...ยังเป็นเด็กอยู่จริงๆสินะ...ไม่รู้อะไรจริงๆเลย...หึ” คนตัวใหญ่เผยอยิ้มออกมา ก่อนจะปิดไฟเเล้วเข้านอน

ความคิดเห็น