ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : ) #ธัญท้าแต่งรอบที่1 เข้ามาอ่านมาติชมกันได้นะ เเล้วก็เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะ หวังว่าทุกคนจะชอบนะคะ

ค่ำคืนเเห่งดอกไม้ไฟ

ชื่อตอน : ค่ำคืนเเห่งดอกไม้ไฟ

คำค้น : ธัญท้าแต่งรอบที่1

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 743

ความคิดเห็น : 1

ปรับปรุงล่าสุด : 28 ก.ค. 2563 16:26 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ค่ำคืนเเห่งดอกไม้ไฟ
แบบอักษร

“เดี๋ยวเราจะไปนั่งเรือกัน ครูก็ไปด้วยนะคะ” ครีมเป็นคนชวนก่อนคนแรก

“ผมว่า...” หันไปมองใครบางคนที่คุยโทรศัพท์อยู่นอกบ้าน

“ไปเหอะนะครู...หมอมันไม่กล้าว่าอะไรครูหรอก ยังไงค่าเรือก็ช่วยกันออก ไอ้ฟ้ามีสิทธ์ชวนครูไป” ฟ้าใสยิ้มกวนๆ

“จริงๆที่มันไม่ค่อยพูดเพราะมันเกรงใจครูแหละค่ะ...ครูก็พอดูออกใช่มั้ยว่าหมอสีน้ำมันเป็นคนขี้เกรงใจ ในสายตามันนะครีมบอกเลยว่าใครที่อายุมากกว่าแล้วยังเป็นคนที่น่าเคารพสีน้ำมันจะยิ่งให้เกียรติและเกรงใจมากขึ้นไปอีก...ที่จริงมันก็พูดมากนะครู ถ้าลองได้สนิทกันจะรู้ว่ายัยหมอเพื่อนเราคุยเก่งแค่ไหน” ครีมบอกพลางหันไปดูคนถูกเมาท์

“มันจะคุยอะไรกันนักหนาล่ะเนี่ย...ได้หายใจหายคอแป็บเดียวก็มีคนโทรมาอีกละ...ใครได้มันเป็นแฟนคงต้องทำใจหน่อยนะ..พอจะสวีตกันก็มีสายเข้ามาขัดจังหวะ” ฟ้าใสพูดแล้วจินตนาการถึงฉากนั้นแล้วยิ้มออกมา

“แต่นัดว่า ถ้าเป็นแฟนกันก็ต้องเข้าใจนะพี่...หมอก็เป็นคนของประชาชนอยู่แล้วอ่ะ เหมือนเราเป็นครูก็มีความยุ่งในเเบบของครู หมอก็ยุ่งในเเบบของเขา...รู้ๆกันงานพวกเราก็ไม่ใช่สบายๆ เราก็ยุ่งต่างกันจริงมั้ย? คนทำงานด้วยกันต้องเข้าใจป่ะพี่...เผื่อสายที่โทรมาเป็นสายฉุกเฉินแบบนี้อ่ะ...คนเป็นแฟนจะเห็นแก่ตัวรั้งเขาไว้เพื่อตัวเองเหรอ? ถ้าเป็นอย่างนั้นก็หาแฟนที่มีเวลาตั้งแต่แรกสิจริงป่ะ...ถ้าอยากได้คนเอาอกเอาใจทั้งวันทั้งคืน ไม่ต้องไปทำอย่างอื่นกันแล้ว ก็ไปหาคนอื่น...แต่ถ้าอยากได้คนที่เข้าใจกันจริงก็คบกันต่อยาวๆต่อไปได้ มีแฟนเป็นหมอนะพี่...มันต้องเสียสละกันบ้างเหมือนกันอ่ะ” นัดพูดออกมาจากความรู้สึกจริงๆ

“อันนี้พี่เห็นด้วย...พี่ว่าคนที่อยู่รอบๆตัวหมอทุกคนเข้าใจกันดีอยู่แล้วว่าต้องมีส่วนร่วมในการเสียสละ...ฉันว่าพ่อแม่อ่ะเสียสละสุด..คิดดูวันหยุดลูกก็ไม่ได้กลับบ้าน...นานๆได้เจอ..เวลาคุยกันก็น้อย..คนเป็นหมอต้องสละอะไรมากตั้งแต่สละเวลาที่จะมีความสุขของตัวเอง...คนในครอบครัว...เพื่อน..แฟน...ทุกคนต้องสละความสุขในส่วนนี้เพื่อให้คนเป็นหมอทำงานต่อไปได้และคอยช่วยสนับสนุน...เอาจริงๆอาชีพรับราชการหรืออาชีพที่ทำเพื่อสังคมต้องเสียสละกันหมด...แต่ถ้าเขาทำแล้วมีความสุขก็ควรจะช่วยเขาอีกแรงป่ะ ตำรวจทหาร ครู...และอาชีพอื่นๆโดยเฉพาะคนที่ทำงานในพื้นที่เสี่ยงอันตรายยิ่งเสียสละมากขึ้นไปอีกอันนั้นต้องเสี่ยงกับชีวิตมากขึ้นด้วย...พ่อแม่ ญาติ แฟนแล้วลูกต้องเสียสละแค่ไหน..แต่ถ้าไม่มีคนที่ทำเพื่อคนอื่นเราว่ามันคงยุ่งเหยิงขึ้นเหมือนกันนะ....”ครีมพูดขึ้นมาอีกคน

“พูดอย่างลึกซึ้งแบบนี้เหมือนว่ามีแฟนเป็นตชด.เลยนะ...” ฟ้าใสส่งสายตาจับผิด

“อะไรไม่มี๊....ไม่มีว้อย...ฉันแค่คิดถึงหัวอกคนที่เป็นครอบครัวเขาเฉยๆอ่ะ...แต่ถ้ามีตชด.มาชอบ ฉันก็อยากจะเป็นส่วนหนึ่งในการเสียสละของเขานะ” ยิ้มหวาน

“จ้าๆ”ฟ้าใสมองบน

“นี่แกไม่เชื่อฉันเหรอ?” ครีมงอน

“เฮ้ยไม่ใช่ไม่เชื่อ...แต่คือแกจะทนได้จริงเหรอ? แกคบใครแต่ละคนฉันเห็นตัวติดกันตลอดไง...”ฟ้าใสส่งยิ้มกวนประสาทไปให้

“โอ้ย..ก็ลองถ้ามีก่อนฉันว่าฉันต้องทำได้แหละ...ถ้าเราเข้ากันได้...ฉันก็พร้อมจะสนับสนุนเขาอ่ะ” ครีมคิดถึงภาพที่ตัวเองช่วยจัดกระเป๋าให้ชายคนรักเพื่อไปทำงานในพื้นที่ชายแดน แล้วยิ้มเขินๆออกมา

เมื่อไปขึ้นเรือต่างคนต่างจับจองที่นั่งเป็นของตัวเองพ่อกับแม่นั่งด้วยกัน ฟ้าใสกับนัด ครีมมาพร้อมอุปกรณ์ถ่ายรูปมากมายจองไปแล้วเต็มพื้นที่ แล้วไปยืนถ่ายรูปอย่างสบายใจ จะเหลือก็สีน้ำที่นั่งอยู่คนเดียวและเหลือที่ว่างอยู่ใกล้ๆเธอ

“เอ่อจะเป็นไรมั้ยถ้าผมขอนั่งตรงนี้?” ตฤณเข้ามาถามก่อน

“...” สีน้ำนิ่งเฉยและมองออกไปนอกเรือเพื่อชมความสวยงามของทะเล

“เอ่อ...ขอโทษนะครับ!” พูดเสียงดังขึ้น

“คะ?!” ถอดหูฟังออกมาถึงจะได้ยิน

“คือผมถามว่าผมขอนั่งตรงนี้ได้รึเปล่าพอดีว่า...”

“ที่นั่งเหลือที่เดียว...เชิญค่ะ...เมื่อกี้ขอโทษนะคะ...พอดีฉันเปิดเพลงเสียงดังไปหน่อยเลยไม่ได้ยิน” ยิ้มเจื่อนๆ

“อ่อ...ไม่เป็นไรครับ...” นั่งลงข้างๆ

“...” หันกลับไปใส่หูฟังใหม่

“ช่วงนี้งานยุ่งมากเหรอครับ?” อยู่ๆเขาก็เป็นคนชวนคุยขึ้นมาก่อน

“อ๋อ...ก็เป็นแบบนี้อยู่เรื่อยๆแหละค่ะ...ต้องคอยรับโทรศัพท์ตลอดเวลาเผื่อมีอะไรจะได้กลับไปทัน...”

“อ่อ...แล้ววันว่างๆก็กลับมาบ้านตลอดเลยเหรอ?”

“ค่ะ...ฟ้าใสแอบเล่าให้ครูฟังใช่มั้ยคะ?...ก็ถ้ามีโอกาสฉันก็เลือกจะกลับบ้านก่อนเป็นอันดับแรก...ไม่สนใจว่าจะได้ไปเที่ยวรึเปล่า..เพราะฉันอยากใช้เวลากับที่บ้านมากกว่า ฉันว่าได้อยู่กับพวกเขามันช่วยชาร์จพลังให้ฉันได้เยอะเลย...และชดเชยเวลาที่ฉันไม่ได้อยู่กับพวกเขาด้วย การได้เดินเล่นด้วยกันในสวน ได้กินข้าวพร้อมหน้ากันเป็นอะไรที่ดีที่สุดเเล้วสำหรับฉันค่ะ” พอคิดถึงรอยยิ้มของพ่อแม่ก็ทำให้เธอยิ้มสดใสขึ้นมา

“เป็นงั้นจริงด้วยสินะครับ...”

“คะ?!”

“ก็ถ้าได้คุยกันจะรู้ว่าคุณไม่ใช่คนไม่พูด...หรือพูดไม่เก่งน่ะ...”

“ฮ่าๆ...ที่ฉันไม่พูดเพราะไม่รู้ว่าจะพูดอะไรกับใครดีน่ะค่ะ...เพราะไม่รู้ว่าจะคุยกันแล้วเข้าใจรึเปล่า...หรือคุยกันแล้วคนที่คุยด้วยจะเบื่อมั้ย...ฉันเลยไม่พูดดีกว่า...”

“เหมือนกับที่คุณเงียบเมื่อตอนเช้าเหรอ?”

“ขอโทษนะคะ...ฉันไม่น่าเสียมารยาทแบบนั้นแต่...ฉันก็ไม่รู้ว่าจะชวนครูพูดเรื่องอะไรดี...เพราะ...”

“เราไม่ค่อยได้คุยกัน...แล้วผมก็ไม่ได้ชวนคุณคุยอะไรเป็นพิเศษด้วย...ถูกมั้ย?”

“เอ่อ...ฉัน...”

“เอาจริงๆผมเคยคิดนะว่า...”

“ว่าฉันเป็นคนหยิ่งๆเหรอคะ?...ฮ่าๆ...ใครๆก็บอกแบบนั้น ก่อนที่จะได้รู้จักกัน...ที่จริงฉันเป็นคนที่เข้าหาคนอื่นไม่ค่อยเก่ง...ฉันเลยไม่ค่อยเป็นคนเริ่มบทสนทนาถ้าไม่จำเป็น เพราะกลัวจะคุยกันคนละภาษาแล้วจะกลายเป็นคุยกับคนอื่นไม่รู้เรื่องไปเสียเปล่าๆ...”

“งั้นเหรอ...”

“นี่ๆแกๆ มาช่วยถ่ายรูปให้หน่อยสิ” ครีมมาลากตัวนธีกานต์ไป

“ถ้าอยากได้รูปเก๋ๆทำไมไม่ขอให้ฟ้าใสช่วย?” คนโดนลากถาม

“โอ้ยก็ดูสิ...หวานกันจนน้ำทะเลเลี่ยนแล้วอ่ะ...ฉันไม่กล้ากวนสองคนนั้นหรอกแก” ครีมเบ้ปากให้ดูฟ้าใสกับนัด

“จ้ะๆ..เข้าใจละ อ่ะจะถ่ายละนะ...หนึ่ง..สอง..ว้าย” เซเพราะเรือโคลงเคลง

“เฮ้ย!!” ครีมตกใจไปด้วย

“ไม่เป็นไรใช่มั้ย?” ตฤณที่มาประครองไว้ทันถามขึ้น

“เอ่อ..มะ..ไม่เป็นไรค่ะ...” รีบออกจากอ้อมกอดที่ไม่ตั้งใจนั้น

“...” ตฤณเดินไปยังมุมอื่นของเรือทันทีเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น

“งุ้ย” ครีมที่เห็นเหตุการณ์คนเดียว แกล้งล้อเพื่อน

“งุ้ยอะไร?! จะถ่ายมั้ยรูป?” สีน้ำรีบเปลี่ยนเรื่อง

“ถ่ายจ้ะถ่าย...เอาใหม่เลยนะ...นี่ๆเอามุมนี้เลย”

“โอเคๆ หนึ่ง..สอง..” ถ่ายรูปให้หลายนาทีหลังจากนั้น

วันนั้นทั้งวันพวกเขาก็ไปเที่ยวหลายที่และถ่ายรูปกันจนพอใจ แถมยังได้ชมพลุที่สวยงามในยามค่ำคืนเพิ่มอีกด้วย(ไม่มีใครรู้ด้วยซ้ำว่าใครเป็นคนสั่งให้มีการแสดงพลุในวันนี้)

ว้าว! พลุล่ะ...ใครสั่งอ่ะ? ได้ภาพลงบล็อกสวยๆเพิ่มแล้วอีครีมเอ้ยครีมหันไปถ่ายรูปอย่างตื่นเต้นดีใจ

“สวยจังนะแม่” คุณพนาหันไปคุยกับแม่แล้วชี้พลุหลากหลายขนาดที่มีสีสันสดใสอย่างมีความสุข

“ใช่แล้วจ้ะพ่อ..สวยมากเลย”

“พ่อแม่อยากถ่ายรูปมั้ยคะ? เดี๋ยวสีน้ำถ่ายให้” เดินไปถ่ายรูปให้พ่อกับเม่

 แล้วหลังจากนั้นก็กลับมารับประทานมื้อค่ำด้วยกันก่อนที่คุณครูสุดหล่อจะกลับไปที่พักของตนในเวลาต่อมา

“กลับดีๆนะคะครูตฤณ แล้วเจอกันใหม่นะคะ”ครีมโบกมือลา

“ถึงแล้วทักแชทมานะครู” ฟ้าใสบอก

“ขอบคุณสำหรับวันนี้นะ...งั้นผมขอตัวกลับล่ะ” ตฤณหันไปมองสามสาวด้วยรอยยิ้ม

“...” นธีกานต์ทำได้แค่ยืนเงียบๆอยู่ข้างๆเพื่อนๆของเธอแล้วส่งยิ้มกลับไปให้เขาแค่นั้น

“หวังว่าเราจะได้เจอกันอีกนะ...วันนี้ผมไปก่อน” ขับรถออกไป

“แกๆ...แกเห็นป่ะ?” ครีมกระตุกชายเสื้อแขนยาวของเพื่อนสาว

“เห็นอะไร?” สีน้ำถาม

“เออ..เห็นไรวะ?!”ฟ้าใสหันมาถามอีกคน

“ก็ครูตฤณเขายิ้มอ่ะแก...เวลายิ้มนี่ใจบางมากบอกเลย” ครีมเขินจนตัวบิด

“โอ๊ยนึกว่าอะไร...ยัยบ้านี่! ไปเหอะหมอ...เข้าบ้านกัน ปล่อยอีครีมมันเพ้อไปตรงนี้แหละ...” ฟ้าใสลากสีน้ำเข้าบ้าน

“อ้าว!! อย่าทิ้งกันดิวะ...โถ่..ก็ครูเขาหล่อจริงๆนี่หน่า” ครีมเดินตามเข้าไป

“ครูตฤณเขากลับแล้วเหรอลูก?” พ่อถาม

“ใช่ค่ะพ่อ...แล้วแม่ล่ะคะ?”

“วันนี้ออกไปแต่เช้ากลับมาถึงก็ดึก คงจะเหนื่อยแหละลูก พ่อก็จะไปนอนพักละ..”

“ฝันดีค่ะ”

“จ้า...ฝันดีลูก” คุณพนาลูบหัวลูกสาวอย่างเอ็นดู ก่อนจะเดินเข้าไปพัก

“นี่ๆพวกแก..เห็นพลุวันนี้แล้วนึกถึงคืนงานกีฬาสีที่โรงเรียนเลยเนอะ” ฟ้าใสพูดขึ้น

“ใช่ๆ...ปีนั้นที่จัดงานยาวไปถึงกลางคืน...แล้วมีการแสดงพลุสวยมากอะไรมาก จำได้เลย ค่ำคืนเเห่งดอกไม้ไฟ...ปิดจบได้ดีสุดๆ” ครีมสมทบ

                                                            

-ย้อนกลับไปในวันก่อนจัดกีฬาสี-

“อ้าวเด็กๆครูตฤณมา..อยากถ่ายรูปมั้ย? ครูตฤณไหนๆมาแล้ว ถ่ายรูปให้เด็กๆหน่อยสิคะ” ครูแตนกวักมือเรียก

“ได้ครับ...มาถ่ายกันตรงนี้เลยแสงสวย”

“สีน้ำ...แกมาด้วยสิ” ครีมกวักมือเรียก

“ถ่ายกันเลย...เรากินไอติมอยู่...อีกอย่างอยากจะระบายสีฉากให้เสร็จด้วยอ่ะ..ใกล้จะเสร็จแล้ว” ก้มลงระบายสีต่อ

“มาถ่ายด้วยกันสิ...จะได้ครบทุกคนไง” โมกวักมือเรียกอีกคน

“เร็วๆ ครูตฤณยังไม่ถ่าย” ฟ้าใสมาลากมือไปเลย

“กินไอติมให้เสร็จก่อนก็ได้ครูไม่รีบ” ครูตฤณแอบยิ้ม

“...” สีน้ำรีบกัดไอติมแตงโมที่เหลือจนหมดแล้วก็ไปเข้ากล้องถ่ายรูปกับเพื่อนๆ

“เฮ้ยสีติดหน้าอ่ะแก” ครีมบอก

“ห๊ะ! ตรงไหน?” สีน้ำเอามือปัดๆ

“เออติดจริง...” ฟ้าใสชะเง้อหน้าเข้ามาดูด้วยคน

“ไหนล่ะ...บอกสิ..” หยิบผ้าเช็ดหน้าสีฟ้าอ่อนออกมาจะเช็ด

“เดี๋ยวก็ซักไม่ออกหรอก” โมบอกพร้อมกับหากระดาษมาให้แต่ไม่เจอ

“หาไรอ่ะ?” ฟ้าใสถาม

“ก็จะหากระดาษมาเช็ดหน้าให้สีน้ำไง...แต่ลืมว่าหมด..” โมถอนหายใจ

“ใครหน้าไหนมันใช้หมดวะ?!” ฟ้าใสทำท่าเหมือนโมโหหน่อยๆ

“แกนั่นแหละ...เห็นหยิบอยู่คนเดียว...โมเป็นเจ้าของมันยังได้ใช้น้อยกว่าแกอีก”ครีมมองบนใส่ฟ้าใส

“อ้าวเหรอ? ฮ่าๆๆ”

“เอากระดาษผมก็ได้นะ”ตฤณยื่นกระดาษทิชชู่เปียกให้กับมือ

“ขอบคุณค่ะ” ครีมดึงไปเช็ดหน้าให้กับเพื่อนอย่างเร็ว

“หมดยัง?” สีน้ำถาม

“สะอาดแล้วจ้ะ...”

แล้วพอวันแข่งกีฬาสีใกล้จะจบก็มีการแสดงพลุเป็นการปิดงาน ทุกคนมองดูด้วยกันอย่างตื่นเต้นเพราะไม่มีใครบอกว่าจะปิดงานด้วยการจุดพลุก่อนเลย

“สวยว่ะ” ฟ้าใสหยิบมือถือขึ้นมาถ่ายรูป

“ถ่ายด้วยๆ” ครีมอยากถ่ายบ้าง

“มาๆ มาถ่ายด้วยกันให้หมด” ครูแตนเรียกเด็กๆเข้ากล้องแล้วถ่ายให้

.

.

.

“คิดแล้วก็สนุกดีนะเวลานั้น...คืนที่ปิดกีฬาสีก็ปังมาก” ฟ้าใสยิ้มออกมา

“ใช่ๆ...ตอนนั้นเราอยู่กันคนละสีหมดเลยแต่ยังจะโดดสีตัวเองมานั่งแย่งงานสีน้ำมันทำ” ครีมพูดแล้วนึกขำ

“เออจริง...ฉันอยู่สีฟ้า ครีมสีชมพู โมสีเขียว คุณเพื่อนหมอสีแดง แต่ยังจะมาอยู่ด้วยกันอีกตอนพักเที่ยงตอนที่แอบโดดได้...ก็ฉันชอบนี่นา..สีน้ำวาดรูปแล้วมันน่าระบายสี คนมีฝีมืออ่ะเนาะก็อยากมีส่วนร่วม” ฟ้าใสมีความภูมิใจ

“ใช่สิฟ้ามันลูกศิษย์สีน้ำนี่นะ” ครีมยิ้มเอ็นดู

“ฮ่าๆ...” ฟ้าใสหัวเราะชอบใจ

“ง่วงแล้วอ่ะ...ฉันไปนอนก่อนนะ...พรุ่งนี้เช็คเอาท์แต่เช้าอย่าลืมล่ะ” สีน้ำเดินขึ้นห้องไป

“แกๆรู้ป่ะวันนี้ฉันเห็นอะไร” ครีมพูดกับฟ้าใสเมื่อเห็นว่าสีน้ำอยู่ห่างจากระยะของการได้ยินแล้ว

“ห๊ะ!? เห็นอะไรมาอีกอ่ะ?” ฟ้าใสเอียงคอด้วยความสงสัย

“นั่นสิพี่” นัดก็สงสัยเหมือนกัน

“ตอนที่แกสวีตกันอยู่อ่ะ ฉันใช้หมอมันมาถ่ายรูปอะดิ..”

“แล้ว?”

“แล้วเรือมันโคลงเคลงช่ะ...”

“แล้ว?”

“แล้วยัยหมอมันก็เซ”

“แล้ว?”

“แล้วครูตฤณก็มาช่วยรับไว้ได้ทัน...โอ้ยแกรู้ป่ะมันเหมือนฉากในละครเลยแก...ถ้าสลับยัยหมอมาเป็นฉันนะ ฉันว่าฉันได้กรี๊ดสลบแน่ๆอ่ะ” ครีมเขินจนตัวบิด

“ก็นั่นมันแกไงอีครีม...เอาจริงฉันว่ายัยหมอมันเฉยๆนะ...เป็นฉันก็เฉย..มันแค่อุบัติเหตุป่ะ?...ดีแล้วที่มีคนรับ..ไม่งั้นได้กลิ้งเป็นลูกขนุนแน่ๆอ่ะ...แต่หมอมันตัวเล็กไง...ถ้าเป็นแก..ฉันว่าไม่รู้มีคนรับรึเปล่า...สงสัยจะ...ฮ่าๆ” คิดภาพครีมกลิ้งอยู่บนพื้นเรือแล้วก็ขำ

“โอ๊ยไอ่ฟ้าใส...ไอ่เพื่อนบ้า..ไม่มีความโรแมนติกเอาซะเลยอ่ะ..ไปดีกว่า..” ครีมขึ้นห้องไปด้วยความงอน

“อ้าวไม่เมาท์ต่อละเหรอ?”

“ไม่แล้วเว่ย...ชิ...”

“ฝันดีนะแก”

“เออๆฝันดี...”

"ฝันดีนะ...หวังว่าจะชอบพลุในวันนี้..."ชายหนุ่มพูดออกมาคนเดียว รอยยิ้มของเขาตอนนี้ช่างดูอบอุ่น...เเต่ก็ไม่มีใครได้เห็นมันอยู่ดี

ความคิดเห็น