ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ตอนที่ 4 ความหวังดีของคุณตา

ชื่อตอน : ตอนที่ 4 ความหวังดีของคุณตา

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 2.9k

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 27 ก.ค. 2563 19:57 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 4 ความหวังดีของคุณตา
แบบอักษร

 ตอนที่ 4 ความหวังดีของตุณตา 

ที่บ้านไม้กลางเก่ากลางใหม่หลังหนึ่ง เมื่อถึงเวลาอาหารเย็น สมาชิกครอบครัวทั้งสี่คนรวมถึงแขกพิเศษของทางบ้านอีก 1 ก็ได้มานั่งพร้อมหน้ากัน และทุกครั้งที่แขก'พิเศษ' คนนี้มาก็จะเกิดบรรยากาศชวนอึดอัดตามมาด้วยทุกครั้ง

ที่นั่งหัวโต๊ะของโต๊ะรับประทานอาหารปรากฏร่างของชายชราในชุดลายสก็อตกลางเก่ากลางใหม่ที่ยังดูสะอาดเนี๊ยบ มือผอมบางนั้นใช้ทิชชู่เช็ดปากหลังทานข้าวเสร็จ อาคเนย์ที่นั่งถัดมาแอบได้ยินเสียงถอนหายใจเบาๆ ด้วยความอึดอัดของน้องสาว

“ทำได้กี่อย่างแล้วล่ะ เรา” สายตาคมของชายชราตวัดมองที่ร่างของหลานสาว ก่อนจะเอ่ยถามขึ้น

‘เอาแล้วสิ’ ชายหนุ่มคิด

“ทำได้แต่ขนมค่ะ” หญิงสาวร่างอวบตอบไปด้วยน้ำเสียงราบเรียบ พ่อกับแม่ของเธอถึงกับชะงัก ไม่ทานต่อ

“คุณพ่อคะ”

ถึงจะมีเสียงขัดขึ้นเป็นเชิงปรามจากลูกสาว แต่ชายชรายังคงพูดไม่หยุด

“แต่งงานมีเรือนไปจะทำแต่ขนมให้ผัวกินหรือไง ฮึ อายุเท่านี้แล้ว ใครรู้ว่าทำอาหารไม่เป็นล่ะ อายเขาแย่…”

ก่อนที่ชายชราจะเอ่ยตำหนิอะไรไปมากกว่านี้ อาคเนย์จึงเอ่ยขัดขึ้นมาก่อน

“คุณตาครับ” เขาแตะที่น่องผอมๆ นั้นเบาๆ ก่อนจะเอ่ยด้วยเสียงทุ้มนุ่ม “ไปตรวจสุขภาพที่โรงพยาบาลมา หมอเขาว่าอย่างไรบ้างครับ” หลังจากนั้นจึงเตะขาน้องสาวของตนเบาๆ เป็นเชิงรู้กัน

ชายชราเมื่อได้รับความสนใจจากหลานคนโปรดจึงหยุดการว่ากล่าวนั้นลง ก่อนจะหันมาคุยอย่างอารมณ์ดี ไม่สนใจอิงฟ้าที่ค่อยๆ ลุกออกจากโต๊ะไป

“ทุกอย่างก็ปกติดีตามประสาวัยชรา ยกเว้นความดันที่สูงเล็กน้อยนั่นล่ะ” ผู้เป็นตาว่าขึ้น

“คุณพ่อแข็งแรงอยู่แล้ว แบบนี้ต้องอยู่กับเราไปนานๆ ได้แน่ครับ” ดนัยเสริม

“แน่นอนล่ะ ฉันไม่เป็นอะไรง่ายๆ หรอก” คนเป็นพ่อตามองลูกเขย ก่อนจะทำเสียงขึ้นจมูกเล็กน้อย

“ครับๆ” ลูกเขยทำเสียงรับแหยๆ

“ขอโทษที่ให้รอค่า” เสียงใสแจ๋วดังขึ้นจากในครัว ก่อนที่จานใส่ขนมไทยอาทิ ช่อม่วงและตะโก้ที่จัดเรียงอย่างสวยงามจะถูกวางลงบนโต๊ะกินข้าว

“ขนมนี้ซื้อมาจากร้านชื่อดังในเมืองเลยนะคะ คุณตา” อิงฟ้ากล่าว

“อืม ขอบใจ” ชายชรากล่าวขึ้น ยกยิ้มเล็กน้อย ก่อนจะใช้ช้อนตักช่อม่วงในจานที่หลานสาววางลงบนจาน ก่อนจะกัดไปคำนึง “อร่อยดี”

“ร้านนี้ฟ้าเจอในอินเตอร์เน็ต เขารีวิวมาว่าอร่อยมากค่ะ คุณตา ดีจังเลยนะคะที่คุณตาชอบ” หญิงสาวพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงร่าเริง

“จริงด้วย อร่อย เก่งเรื่องนี้จริงๆ นะ ฟ้า” ผู้เป็นตาเอ่ยขึ้น “เรื่องเดียวจริงๆ”

อิงฟ้าหน้าเจื่อนลงเล็กน้อยหลังจากได้ยินคุณตาพูดแบบนั้นจนอาคเนย์ต้องเอ่ยขึ้น

“จริงๆ ฟ้าเขาก็เก่งหลายเรื่องครับ”

“ไม่ต้องมาแก้ตัวแทนเลย ชิน หลานก็อีกคน อายุเท่านี้แล้ว ยังหาคนดูแลไม่ได้เลยหรือเราน่ะ”

ทั้งหมดหันมามองชายหนุ่มเป็นตาเดียว โดยเฉพาะชายชราที่จ้องเขม็ง สายตาคมแบบนั้นเล่นเอาเขาถึงกับเกร็งขึ้นมาถนัด

ไหนมาลงที่เขาได้เนี่ย

-------------------------------------------------------------------------------

“ทำไมสีหน้าเธอช่วงนี้ดูเศร้าๆ จัง ดอกไม้ มีอะไรหรือเปล่า” ฝ้ายว่าขึ้นเมื่อเห็นเพื่อนสาวกำลังนั่งอ่านหนังสือเป็นเล่มๆ แต่ดูไม่มีทีท่าว่าจะซึมเข้าสมองเลย แถมยังถอนหายใจอยู่เรื่อยๆ อีกต่างหาก

“ไม่นี่ ปกติ แก” ทิพย์ลดาว่าขึ้น

“ชัวร์ แต่สีหน้าเธอไม่บอกแบบนั้นเลยนะ”

หญิงสาวมองไปที่นาฬิกาที่แขวนอยู่บนเสาของหอสมุด พลางเห็นว่าอีก 15 นาทีก็จะบ่ายโมงแล้ว เธอจึงจัดการเก็บหนังสือเข้าชั้นให้เรียบร้อย

“ไปกันเหอะ ฝ้าย นัดพวกปุ๋ยไว้นี่”

ชุลีพรเห็นแบบนั้นก็รู้เลยว่าหญิงสาวกำลังเบี่ยงประเด็นไม่ตอบคำถามของเธอแน่ๆ เธอจึงได้แต่เก็บท่าทางที่น่าสงสัยของเพื่อนไว้ในใจ เพื่อรอเวลาที่เหมาะสมที่จะถาม อีกอย่างแค่นัดคุยกันเล็กๆ น้อยๆ เรื่องค่ายอาสาที่จะจัดขึ้นเดือนหน้า ไม่กี่สัปดาห์ก่อนฝึกงาน ไม่เห็นต้องจริงจังขนาดนั้นก็ได้

ทั้งสองคุยกันมาเรื่อยๆ จนกระทั่งเกือบถึงที่นัดหมาย ทั้งสองก็เห็นพวกนั้นมายืนรออยู่แล้ว

“เฮ้ มาแล้ว” ฝ้ายว่าขึ้น

“เดี๋ยวรอก้องภพแป๊บนึงนะ”

"ก้องภพหรอ" ทิพย์ลดาเอ่ยขึ้นอย่างงุนงง รู้สึกคุ้นๆ แต่คิดไม่ออก

"ก็เดือนคณะเราไง" ปุ๋ยว่าขึ้น

"อ่อ ใช่ๆ "

ทั้งหมดรวมเป็นแปดคนต่างก็กำลังรอคนที่ชื่อก้องภพ แล้วอีกเกือบสิบนาทีต่อมา ชายร่างผอมสูง ดัดฟันและตาตี่แบบหนุ่มเกาหลีก็ปรากฏขึ้น

“ขอโทษที่ทำให้รอนานนะ” เขาว่าขึ้นก่อนจะโปรยยิ้มให้พวกเธอ

เอกสารกำหนดการค่ายถูกแจกจ่ายให้ทุกคนในกลุ่ม โดยมีปุ๋ย สาวร่างอวบเป็นคนพูดแจกแจงรายละเอียดในฐานะหัวหน้าเอก

ในขณะที่หญิงสาวกำลังจดรายละเอียดต่างๆ อยู่นั้น ก้องภพที่อยู่ข้างๆ ก็สะกิดแขนเธอเบาๆ

“หืม อะไร” หญิงสาวหันมามองหน้าเขา รู้สึกขัดใจเล็กน้อยที่โดนเรียกในขณะที่กำลังมีสมาธิกับการจด

แล้วทันใดนั้นเอง ชายหนุ่มก็ยิ้มกว้างออกมา ก่อนจะเอ่ยขึ้น

“มีปากกาอีกด้ามไหม ของเราหมดพอดี” น้ำเสียงทุ้มนุ่มเอ่ยขึ้น

ทิพย์ลดาคว้ากระเป๋าใส่เครื่องเขียนถุงสีชมพูออกมา ก่อนจะหยิบปากกาให้เขาด้ามหนึ่ง

“อ่ะ”

“ขอบใจนะ” ชายหนุ่มเอ่ยขึ้น ก่อนจะหยิบปากกามาเขียน โดยในระหว่างการประชุม หญิงสาวไม่รู้ตัวเลยว่าเธอนั้นกำลังถูกใครบางคนจ้องไม่วางตา

จนกระทั่งการประชุมเสร็จสิ้นลง ทุกคนต่างก็แยกย้าย มีแค่บางคนที่ยังอยู่

“ขอบใจนะที่ให้ยืม” ก้องภพว่าขึ้น ก่อนจะคืนปากกาให้เธอ

“ไม่เป็นไรๆ” ทิพย์ลดาว่าขึ้นก่อนจะคว้าปากกามาจากเขา แต่เขาก็ยึดมันไว้แน่น ไม่ยอมคืน “อ้าว เป็นอะไร”

“เจอกันที่ค่ายนะครับ” ก้องภพว่ายิ้มๆ ปล่อยมือจากปากกา ก่อนจะลุกขึ้นเดินไป ทิ้งให้ทิพย์ลดานั่งงงอยู่ตรงนั้น

หลังจากประชุมเสร็จ หญิงสาวกับเพื่อนเธอจึงข้ามถนนเล็กๆ ในมหาวิทยาลัยเพื่อเข้ามาในโรงอาหาร ก่อนจะซื้อน้ำหวานมากินที่โต๊ะแก้อากาศร้อน

“ฉันอยากจะถามอะไรเธอหน่อยอ่ะ”

“หืม อะไรหรอ” ทิพย์ลดามองเพื่อนสาวพลางดูดโกโก้

“เธอรู้ตัวไหมว่าไม่กี่วันที่ผ่านมาเนี่ย สีหน้าเธอดูไม่โอเคเลย แถมยังถอนหายใจนับครั้งไม่ถ้วนด้วย”

“ไม่เห็นจะมีอะไรนี่ ปกติ” หญิงสาวปฏิเสธ

“ปกติที่ไหน ถอนหายใจแทบจะทุกนาทีเนี่ย มองตาฉันดิ ถ้าแกพูดความจริง เกิดอะไรขึ้น แกบอกฉันได้นะ เราเพื่อนกัน” ชุลีพรเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงจริงจัง ไม่เล่นเหมือนทุกที

ทิพย์ลดานิ่งไป เมื่อเห็นท่าทีจริงจังของเพื่อนสาว เธอจึงรู้ว่าคงเลี่ยงไม่พูดไม่ได้แน่ เธอจึงเล่าให้เพื่อนสาวฟังเรื่องที่เธอแอบรักอาคเนย์ พี่ชายเพื่อนสนิทสมัยมัธยม แล้ววันก่อนตัวเองก็ได้ไปต่อแถวตั้งแต่เช้าเพื่อซื้อช็อกโกแลตจากร้านชื่อดังให้ และได้นำไปให้ที่โรงพยาบาลพร้อมการ์ดบอกรัก แล้วไม่กี่วันก็ส่งข้อความพร้อมกับขอเป็นเพื่อนในเฟซของพี่เขาไปด้วย

“แต่พี่เขากลับไม่รับฉันเป็นเพื่อนเลย หลายวันแล้วนะ ข้อความก็อ่านแล้วด้วย แต่ไม่เห็นตอบอะไรกลับมาเลย แล้วการ์ดที่แนบไปก็เห็นหรือเปล่าไม่รู้” หญิงสาวในชุดนักศึกษาขยับที่คาดผมไปมา ก่อนจะเอ่ยด้วยเสียงซึมๆ

“อย่าเศร้าสิ ดอกไม้ ฉันชื่นชมในความพยายามของเธอจริงๆ นะ และอีกอย่าง ฉันเชื่อนะว่า คนดีๆ อย่างเธอ สักวันจะต้องได้รับสิ่งดีๆ แน่ๆ” เพื่อนสาวเดินไปตบบ่าเบาๆ ให้กำลังใจ “ไม่ว่าเธอจะเป็นอะไรฉันก็จะอยู่ข้างๆ เธอนะ มีอะไรปรึกษาได้ เพื่อนกันไม่จำเป็นต้องมีความลับต่อกันหรอก”

“อืม ขอบใจมากนะ ฝ้าย” หญิงสาวเอ่ยจากใจจริง

“ถึงจะอกหักจากผู้ชายคนหนึ่ง แต่เธอก็อย่าลืมนะว่าบนโลกนี้ยังมีผู้ชายดีๆ อีกเยอะแยะ ขอแค่เราเปิดใจเท่านั้นเอง”

“แต่กับพี่เขา ฉันแอบรักมาเกือบสิบปี จะให้ตัดใจภายในระยะเวลาสั้นๆ และรับใครเข้ามาได้เต็มที่ล่ะก็ คงอีกนานเลยล่ะ”

“ก็ถ้าพี่เขาไม่รักเธอล่ะ เธอคิดจะสนใจคนใกล้ตัวแทนบ้างไหม”

ทิพย์ลดาหันไปมองเพื่อนสาวด้วยความสงสัย คิ้วขมวดเล็กน้อยด้วยความงง

“เธอหมายถึงใคร”

“ก้องภพน่ะ”

“หา” ปากอมชมพูนั้นถึงกับเผยอกว้างด้วยความตกใจ คาดไม่ถึง

“ก็เมื่อกี้นี้ ตอนประชุมน่ะ ฉันเห็นตลอดเลยล่ะว่าเขาแอบมองเธอในระหว่างประชุมบ่อยมาก แถมยังทิ้งท้ายอีกว่า เจอกันที่ค่ายครับ แบบนี้ไม่สนใจจะให้เรียกว่าอะไร”

“ฉันยังไม่อยากเปิดใจ” หญิงสาวสารภาพ ก็แน่ล่ะ รักปักใจ รักเดียวของเธอก็คือพี่ชินเท่านั้น

“เขาเป็นถึงเดือนคณะเลยน้า ผู้หญิงเขาชอบกันเยอะด้วย”

“...”

“โอเค เอาที่แกสบายใจเหอะ ฉันก็แค่อยากให้เพื่อนกลับมาร่าเริงเหมือนเดิมก็เท่านั้นเอง”

เมื่อเห็นแบบนั้น เพื่อนสาวร่างบางเองก็อดเห็นใจเพื่อนไม่ได้ ก่อนที่ไม่นาน เธอจะนึกอะไรดีๆ ออก

“นี่ ดอกไม้”

“ว่า”

“เดี๋ยวพรุ่งนี้ไปสระน้ำที่เขาเปิดหลังจากปรับปรุงใหม่ที่สนามกีฬากันนะ”

“เขาทำเสร็จแล้วหรือ แล้วว่าแต่เธอว่ายน้ำเป็นแล้วหรือไง” หญิงสาวถามขึ้นด้วยความฉงน

“ก็จะให้เธอฝึกให้นี่ไง เดี๋ยวเย็นนี้เธอไปเป็นเพื่อนฉันซื้อชุดว่ายน้ำด้วยสิ”

ทิพย์ลดายิ้มๆ พลางนึกขอบใจเพื่อนสาวที่ชวนเธอ ก่อนจะพูดออกไป

“ขอบใจนะ แก เดี๋ยวฉันจะเลือกตัวที่สวยที่สุดให้แกเลยล่ะ”

---------------------------------------------------------------------------------------

“เอ่อ...คุณตาว่าไงนะครับ”

“ตาดูผู้หญิงให้หลานแล้วนะ เจ้าชิน เป็นลูกสาวเจ้าของร้านทองในจังหวัด ฐานะร่ำรวย กิจการใหญ่โต ลูกสาวสวย เรียนจบโท...” ชายชราร่ายคุณสมบัติที่แสนเลิศเลอนั้นต่อไป "...รับรองหลานจะต้องอยู่ดีมีสุข สบายไปทั้งชาติ"

ขนมตรงหน้าแทบจะหมดรสชาติ ชายหนุ่มวางช่อม่วงลงบนจาน ถอนหายใจเบาๆ ในขณะเดียวกันทั้งโต๊ะก็ถึงกับอึ้งไป

“แต่ว่า ผมยังสนุกกับงานอยู่น่ะครับ คุณตา แล้วอีกอย่าง เรื่องนี้ผมว่าผมยังไม่ได้คิดเลย”

“ก็นั่นไง เพราะหลานไม่คิด ตาเลยต้องหาให้ หลานที่รักที่สุด ตาก็ต้องมอบสิ่งที่ดีที่สุดให้อยู่แล้ว อย่ากลัวไปเลยนะหลานเอ้ย เชื่อตา แล้วชีวิตหลานจะสบาย” ชายชราพยายามหว่านล้อม

อาคเนย์นิ่งไป ก่อนจะกล่าวขึ้น

"ผมรู้ว่าคุณตาหวังดี แต่ว่าขอผมทำงาน เก็บเงินให้ได้จำนวนหนึ่งก่อนได้ไหมครับ แล้วเราค่อยมาพูดเรื่องนี้กัน" ชายหนุ่มพยายามบ่ายเบี่ยง

"เรื่องเงินไม่ใช่ปัญหาสำหรับตาอยู่แล้ว เท่าไหร่เท่ากัน"

แต่คุณพ่อคะ ชินเขาโตแล้ว เขาก็มีสิทธิ์ที่จะรักชอบกับใครนะคะ อีกอย่างความรักก็เป็นเรื่องของคนสองคน เราเป็นแค่คนนอกเท่านั้น...”

“แกไม่ต้องมาพูดดีเลย” ชายชราหันมาตวาด

"หนูเชื่อว่าถ้าคุณแม่ยังอยู่…" ในขณะที่สาวิตรีกำลังจะพูดต่อนั้นเอง ดนัยก็บีบมือเธอแน่นเป็นเชิงปราม

“โอเคครับๆ คุณตา ผมขอบคุณคุณตามากจริงๆ นะครับที่อุตส่าห์หาผู้หญิงที่เหมาะสมให้ แต่ว่าตอนนี้ผมขอทำงานก่อน ไว้พร้อมเมื่อไหร่ผมจะบอกอีกทีนะครับ” อาคเนย์ต้องรีบขัดขึ้นก่อนจะเกิดศึกน้ำลายบนโต๊ะเข้า

“แต่ต้องเป็นคนที่ตาหาไว้นะ เดี๋ยวนี่ ตาจะนัดให้เจอกันอีกที” ชายชราว่าขึ้น

“เอ่อ...” อาคเนย์ถึงกับพูดอะไรไม่ออก คนเป็นพ่อแม่ได้แต่มองหน้ากันโดยไม่พูดอะไรออกมา นึกหน่ายกับความหัวรั้นและเอาแต่ใจของชายชราตรงหน้า

จนเมื่อคุณตาออกไปรอนอกบ้านแล้วนั้น สาวิตรีก็เดินมาหาบุตรชาย

“อย่าเครียดไปนะลูก ที่คุณตาเขาพูดก็เพราะเขาเป็นห่วง”

“ครับ แม่”

“ไม่ว่าลูกจะเลือกใคร แม่ก็เชื่อใจในตัวลูกนะ ชิน และถ้าลูกมั่นใจว่าเป็นคนนั้นจริงๆ แม่ก็จะยอมรับเธอด้วย” ผู้เป็นมารดาเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงจริงจังด้วยความเชื่อใจในตัวบุตรชาย

“ขอบคุณนะครับแม่”

สาวิตรียิ้มบางๆ ก่อนจะผละออกเพื่อไปสมทบกับสามีและพ่อของเธอที่รออยู่ข้างนอก

หลังจากช่วยน้องสาวล้างถ้วยล้างจานเรียบร้อยแล้วนั้น ชายหนุ่มก็มานั่งที่โซฟา รู้สึกเหนื่อยใจ เพราะลงว่าถ้าคุณตาพูดอะไรแล้ว ก็ไม่มีวันเปลี่ยนใจง่ายๆ ด้วย

“พี่ชิน ไม่เป็นไรนะ พี่ คุณตาก็แบบเนี้ย” น้องสาวของเขาพยายามเข้ามาปลอบใจ

“อืม”

ทันใดนั้นเอง มือถือของเขาก็ดังขึ้น เมื่อเห็นว่าเป็นใครโทรมา เขาจึงกดรับ

“ครับ คุณจิน” ก่อนจะลุกและเดินเลี่ยงไปคุยหลังบ้าน

“พรุ่งนี้คุณหมอพอจะว่างช่วงบ่ายไหมคะ มีหนังที่จินอยากดูเข้าอยู่”

“เรื่องอะไรหรือครับ อ๋อ ก็ได้ครับ เดี๋ยวไปดูเป็นเพื่อนก็ได้ครับ”

หลังจากคุยและนัดแนะเวลากันเรียบร้อยแล้วนั้น ชายหนุ่มก็กดวางสาย ก่อนจะเดินเข้าไปในบ้าน โดยไม่รู้ว่าน้องสาวของตนกำลังแอบฟังอยู่

อาคเนย์ตัดสินใจขึ้นมาพักผ่อนบนห้อง ก่อนจะครุ่นคิดถึงการกระทำของคุณตาเมื่อครู่ รู้สึกปวดหัวจี๊ดๆ ขึ้นมาเลยทีเดียว

แต่ในขณะที่ชายหนุ่มกำลังนอนคิดอะไรอยู่กับตัวเองอยู่นั้นเอง เสียงเคาะประตูก็ได้ดังขึ้นขัดจังหวะความคิดของเขาเข้าพอดี

“พี่ชิน หนูเองค่ะ”

“ฟ้าหรือ เข้ามาสิ” ชายหนุ่มว่าขึ้นก่อนจะลุกขึ้นมาจากเตียง ขยี้ตาเล็กน้อย

ร่างอวบของน้องสาวเดินเข้ามาในห้องนอน ก่อนจะยืนมองเขาอยู่ชั่วครู่

“หนูมีอะไรจะคุยกับพี่ชินหน่อยค่ะ คือหนูขอถามอะไรตรงๆ ได้ไหมคะ

“ว่ามาสิเรา” อาคเนย์นึกแปลกใจเล็กน้อยเมื่อได้เห็นท่าทีที่ดูจริงจังของน้องสาวตน

ทันทีที่อิงฟ้านั่งลงบนเก้าอี้ที่โต๊ะอ่านหนังสือของเขา เธอก็ถามออกมาทันที

“พี่จะคบกับพยาบาลที่ชื่อจินรุจีคนนั้นหรือคะ”

เมื่อได้ยินแบบนั้น ชายหนุ่มก็ถึงกับนิ่งอึ้งไปด้วยความงง

ฟ้าพูดอะไรออกมา พี่คิดกับเขาแค่เพื่อนร่วมงานนะ ฟ้า”

“ก็เห็นพูดๆ ว่าจะไปดูหนังอะไรกันด้วย”

“พี่ก็ไปดูเป็นเพื่อนเขาไง” ชายหนุ่มแย้งเพราะเขาก็ไม่ได้คิดอะไร “อีกอย่างหนังเรื่องนั้นเป็นเรื่องที่พี่อยากดูอยู่พอดี แล้วมีคนไปดูเป็นเพื่อน มันก็น่าจะสนุกออก”

อิงฟ้าได้ฟังแบบนั้นก็ถึงกับพูดอะไรไม่ออก พลางคิดไม่ถึงว่าเซนส์ด้านความรักของพี่ตนนี่ถ้าจะติดลบจริงจัง สาวชวนดูหนังกลับคิดไปได้ว่าที่จะให้ไปดูเป็นเพื่อน คือเป็นเพื่อนจริงๆ

“แล้วผู้หญิงที่คุณตาหาให้พี่ล่ะคะ พี่ชินว่าไง" ผู้เป็นน้องสาวถามกลับ

"ไม่รู้สิ ก็ต้องลองไปคุยกันก่อน นี่เราน่ะ มีอะไรจะบอกพี่หรือเปล่า ท่าทางดูแปลกๆ นะ” อาคเนย์มองท่าทางกังวลใจของน้องสาวตนด้วยความสงสัย

“หา แปลกหรือคะ อะไร ไม่มีค่ะ ก็ถ้างั้น หนูไม่กวนพี่ชินละ ไปดีกว่า”

ชายหนุ่มมองหน้าน้องสาวตัวอวบที่วิ่งไป ก่อนจะยืนมองตามอย่างงุนงง

-------------------------------------------------------------------------------------------

บรรยากาศบนเส้นทางระหว่างกรุงเทพไปเพชรบุรีบนถนนหลักในยามบ่ายเช่นนี้ รถราไม่ค่อยติดให้รู้สึกวุ่นวายใจนัก ในระหว่างที่นั่งไป มีแค่สองสามีภรรยาเท่านั้นที่นั่งคุยกันมาเรื่อยๆ ตามทาง และนานๆ ทีจะหันไปคุยกับชายชราที่นั่งข้างหลังบ้าง

“เดี๋ยวจอดให้ฉันเข้าห้องน้ำหน่อยสิ” เสียงแหบย่นด้วยความชราเอ่ยขึ้นเรียบๆ

“ได้ครับ คุณพ่อ ผมเองก็กำลังจะเข้าไปเติมน้ำมันตรงปั๊มข้างหน้าอยู่พอดีเลยครับ”

หลังจากรถยนต์คันสีเทาเลี้ยวเข้ามาในปั๊มเรียบร้อยแล้วนั้น ดนัยจึงขับตรงไปยังห้องน้ำของปั๊มซึ่งตั้งอยู่ข้างๆ ร้านกาแฟชื่อดังขึ้นปั๊ม

“เดี๋ยวคุณพ่อรอแป๊บนึงนะครับ » ว่าจบ ในขณะที่ดนัยกำลังจะไปเปิดประตูรถให้พ่อตาของตนอยู่นั้นเอง ชายสูงวัยก็ได้เอ่ยขัดขึ้นเสียก่อน

“ไม่ต้อง ฉันลงเอง” ทันทีที่พูดจบ ชายชราก็จัดการเปิดประตู โดยก่อนจะลงก็ได้เอ่ยขึ้น “ไปเติมน้ำมันให้เรียบร้อยเถอะไป เดี๋ยวฉันเดินไปที่รถเอง”

คู่สามีภรรยาแปลกใจเล็กน้อย ในขณะเดียวกันก็รู้ดีว่าลงว่สถ้าชายคนนี้พูดอะไรออกมาแล้ว ก็ไม่มีใครสามารถขัดใจแกได้ ดนัยจึงได้เอ่ยขึ้นในที่สุด

“ครับ”

ชายชราเดินลงจากรถไป แม้จะอายุมากแล้ว แต่ท่าทางก็ยังดูแข็งแรง คล่องแคล่วอยู่ไม่น้อย เพราะร่างที่ผอมบางนั้นเอง

“นี่” ผู้เป็นสามีเอ่ยขึ้นขณะถอยรถ “แม่โอเคไหม พ่อเห็นทุกทีแม่จะบอกให้คุณพ่อเดินระวังๆ นี่ แต่หนนี้ไม่พูด”

สาวิตรีได้แต่นั่งถอนหายใจ ก่อนจะเอ่ยขึ้น “แม่ไม่คิดเลยว่าพอพ้นรุ่นพวกเรา คุณพ่อยังจะมาบังคับหลานอีก”

ผู้เป็นสามีของเธอนั้นรู้สิ่งที่เคยเกิดขึ้นในอดีตเป็นอย่างดี รวมถึงนิสัยเรื่องการจับคู่คลุมถุงชนของพ่อตาตัวเองที่ให้ลูกๆ ในตระกูลแต่งกับคนที่ตัวเองจัดหาให้เป็นอย่างดี ยกเว้นก็สาวิตรี ลูกสาวคนสุดท้องนี่ล่ะ ที่ไม่ยอม

“ใจเย็นๆ ก่อนนะแม่ ก็ลองให้ลูกชายเราไปเจอเขาก่อน ถ้าโชคดี เขาอาจจะชอบกันก็ได้” ผู้เป็นสามีพยายามพูดให้ภรรยาคิดในแง่ดี

หลังจากพูดปลอบใจอีกเล็กน้อย ดนัยก็ได้ลงจากรถไปดูเด็กปั๊มเติมน้ำมัน

ไม่นาน ชายชราร่างผอมบางท่าทางดูคล่องแคล่วก็ได้เดินมาที่รถ ในตอนนี้นั้นเองที่ลูกสาวกับพ่อได้อยู่กันเพียงลำพัง สาวิตรีเองก็พยายามจัดของในกระเป๋า หาอะไรทำไปเรื่อย

“ลูกโกรธพ่อใช่ไหม”

หญิงสาวตกใจเล็กน้อยเพราะปกติผู้เป็นบิดาไม่เคยถามอะไรใส่ใจความรู้สึกแบบนี้ ถึงมีก็น้อยครั้ง ที่ได้ยินล่าสุดก็ตอนจับคู่ให้เธอ แล้วเธอไม่พอใจนั่นล่ะ

“หนูจะไปกล้าโกรธคุณพ่อได้ยังไงล่ะคะ” บุตรีที่นั่งเบาะหน้าเอ่ยเสียงเรียบ

“อืม ดีแล้ว” เสียงแหบชรานั้นเอ่ยขึ้นเบาๆ “และที่ฉันทำไปทั้งหมดก็เพราะฉันหวังดีกับชินเขา ฟ้าน่ะ แฟนมันรวยขนาดเลี้ยงมันได้ทั้งชาติ ฉันก็หมดห่วง ดูจะมีแต่เจ้าชินนี่ล่ะ ที่บ้างาน ไม่ยอมหาเมีย ฉันเลยเป็นห่วงว่าบั้นปลายมันจะลำบากน่ะสิ”

“แต่ถ้าชินเขาไม่ยอมล่ะคะ”

ชายชรานิ่งไป ก่อนจะเอ่ยเสียงเข้ม หนักแน่น

“เจ้าชินเป็นคนที่เชื่อฟังฉันมาแต่ไหนแต่ไรอยู่แล้ว ลงว่าถ้าฉันขอ เด็กคนนั้นจะต้องรีบทำตามที่ฉันขออย่างไม่รีรอแน่ๆ และอีกอย่างที่ฉันทำทุกอย่างนี้ก็เพราะความหวังดีในตัวหลานทั้งนั้น ไม่ใช่อื่นใดเลย”

หญิงสาวเองถึงกับถอนใจในความหัวดื้อของคนเป็นพ่อ ชีวิตคู่ ถึงมีเงินทอง มีฐานะมั่นคง แต่ถ้าขาดความรักช่วยประคอง ก็คงไม่ต่างจากต้นไม้ใหญ่โตที่ขาดราก ถึงต้นจะใหญ่ แต่สักวันก็คงปลิดปลิวไปตามแรงลม

----------------------------------------

**ต้องขอโทษผู้อ่านที่ลงช้านะคะ เนื่องจากศุกร์-อาทิตย์ที่ผ่านมาไปเที่ยวที่ต่างจังหวัดมา กว่าร่างจะฟื้นก็วันนี้ ยังไงก็ขอให้ทุกท่านมีวันหยุดที่ดี เที่ยวให้สนุก ปลอดภัยนะคะ

รูปข้างล่างคือบรรยากาศโรงแรงที่ผู้เขียนไปพักมาค่ะ ไม่อยากกลับเลยทีเดียว

ขอให้อ่านนิยายให้สนุกนะคะ 

 

ความคิดเห็น