facebook-icon Twitter-icon Instagram-icon

เพราะครอบครองร่างปราณหยินบริสุทธิ์ที่เหล่าผู้บำเพ็ญชายล้วนปรารถนา นางจึงต้องปลอมตัวเป็นบุรุษเพื่อสานต่อปณิธานอันยิ่งใหญ่บนเส้นทางผู้ฝึกตนนี้

ตอนที่ 28 หลบหนี

ชื่อตอน : ตอนที่ 28 หลบหนี

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 1.9k

ความคิดเห็น : 2

ปรับปรุงล่าสุด : 01 ส.ค. 2563 11:49 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 28 หลบหนี
แบบอักษร

โม่เทียนเกอค่อนข้างเกรงกลัวคุณอาคนนี้ที่เพิ่งพบ ไม่เพียงแต่นางยังไม่ได้เรียกเขาว่า 'ท่านอา' สักครั้ง แต่นางยังดูระแวดระวังตัวกับเขาอย่างชัดเจน 

แต่เยี่ยเจียงไม่ได้สนใจ เขาชรามากแล้ว ถึงแม้ว่าเขาจะเคยแต่งงานและมีลูกมาก่อน แต่ตอนนี้มันมีช่องว่างระหว่างวัยหลายต่อหลายรุ่นระหว่างตัวเขากับทายาทที่ยังมีชีวิตอยู่ ยิ่งไปกว่านั้น เขาเหล่านั้นล้วนเป็นมนุษย์ธรรมดา จึงถูกกำหนดให้ไม่ได้ใกล้ชิดเขา ในทางกลับกัน ความสัมพันธ์ระหว่างเขากับพี่ชายที่ผ่านมานั้นดีมากๆ ในตอนนี้เมื่อเขาเจอโม่เทียนเกอและยืนยันแล้วว่านางคือเด็กแห่งกลุ่มเยี่ย เขาจึงตื่นเต้นมาก 

หลังจากที่เยี่ยจิ่งเหวินจากไป เยี่ยเจียงถามโม่เทียนเกออย่างอ่อนโยนเกี่ยวกับชีวิตของนางบนโลกมนุษย์ ก่อนจะสอนบางเรื่องที่เกี่ยวกับการฝึกตนต่อด้วยความกระตือรือร้น เขายังหยิบสิ่งของแปลกๆ ต่างๆ มากมายให้กับนาง 

การที่ได้ติดตามเยี่ยจิ่งเหวินในหลายวันที่ผ่านมา โม่เทียนเกอเห็นเขาหยิบสิ่งของแปลกประหลาดต่างๆ ออกมาจากด้านในปกเสื้อคลุม บางครั้งเขายังเอากระบี่บินของเขาออกมาจากตรงนั้นอีกด้วย อย่างไรก็ตาม เมื่อเขาเก็บของเหล่านั้นกลับเข้าไปข้างใน นางก็มองไม่เห็นว่ามีสิ่งอื่นอยู่ภายในอีกหรือไม่ เยี่ยจิ่งเหวินบอกนางว่าเขาพกกระเป๋าเอกภพ [1] ไว้ในเสื้อคลุม และเขาก็หยิบของทุกอย่างมาจากกระเป๋านั้น ทำให้โม่เทียนเกอรู้สึกอิจฉาทีเดียว 

ตอนนี้ท่านอารองก็ให้กระเป๋านางมาหนึ่งใบ! กระเป๋าเอกภพใบนี้เหมือนกระเป๋าขนสัตว์ มีสีออกน้ำตาลอมเหลือง ผิวสัมผัสนุ่มลื่น นางไม่รู้ว่าทำมาจากอะไร แต่ภายในเหมือนหิมะสีขาวเมื่อนางเปิดดู มันดูประณีตทีเดียว 

ตามที่ท่านอารองบอกนาง โม่เทียนเกอใส่พลังวิญญาณเล็กน้อยลงไป เป็นไปตามคาด โม่เทียนเกอสามารถล้วงมือลงไปในกระเป๋าที่เปิดอยู่ได้อย่างราบรื่น เมื่อนางลองคลำดูรอบๆ ข้างในนั้นว่างเปล่า เป็นพื้นที่ว่างเปล่าที่กว้างขวางมาก 

เยี่ยเจียงกำลังมองนางด้วยรอยยิ้มอยู่ด้านข้าง 

ท่านอารองยังได้มอบขวดให้นาง เมื่อดึงจุกออก มวลพลังวิญญาณที่หนาแน่นพุ่งออกมากระแทกหน้านางทันที นางรีบปิดฝากลับแล้ววางขวดนั้นไว้ร่วมกับสิ่งของอื่นๆ ในกระเป๋าเอกภพที่เพิ่งได้มา เมื่อนางเงยหน้าขึ้น นางมองเยี่ยเจียงด้วยความเขินอายพร้อมกระซิบว่า “ท่านอารอง”  

เยี่ยเจียงหัวเราะพร้อมลูบหัวนาง “ไม่จำเป็นต้องสงวนท่าทีอะไร ข้าคืออารองของเจ้า จงเป็นตัวเองเถิด”  

ถึงแม้ว่าโม่เทียนเกอจะตอบว่า “อื้อ” แต่นางก็ยังไม่คุ้นเคยอยู่ดี 

เยี่ยเจียงไม่ได้บังคับนาง เขาถามอย่างใส่ใจว่า “เทียนเกอ เยี่ยจิ่งเหวินปฏิบัติต่อเจ้าอย่างไรบ้างระหว่างทางที่มา”  

หลังจากที่ตรึกตรองดีแล้ว โม่เทียนเกอจึงตอบว่า “ท่านพี่ใหญ่เยี่ยใจดีกับข้ามาก”  

“โอ้...ถ้าเช่นนั้น เจ้าอยากจะตามเขาไปที่สำนักเสวียนชิงหรือไม่”  

“คือว่า…” โม่เทียนเกอลังเล 

เยี่ยเจียงพูด “ข้าคิดว่าเจ้ายังไม่เข้าใจ เดี๋ยวข้าจะอธิบายให้ฟัง ถ้าเจ้าเข้าสำนัก โดยเฉพาะสำนักใหญ่ๆ อย่างสำนักเสวียนชิง เจ้าจะได้ผลประโยชน์หลายอย่าง ในแต่ละเดือน ไม่เพียงแต่เจ้าจะได้สิ่งของต่างๆ อย่างเช่นศิลาวิญญาณ และยาวิเศษ แต่ในกรณีที่เจ้าเคารพเชื่อฟังปรมาจารย์อย่างดี การฝึกตนของเจ้าจะได้ประโยชน์อย่างมาก อีกอย่างที่สำคัญที่สุดนั่นคือ ชื่อเสียงของสำนักเสวียนชิงจะช่วยปกป้องเจ้า”  

เขาหยุดพูดครู่หนึ่งก่อนจะถอนหายใจ “แน่นอน มันก็มีข้อเสียอยู่บ้าง อย่างแรกในสำนักหรือโรงเรียนที่มีอิทธิพลมากเช่นนั้น ผู้ฝึกตนระดับสูงแต่ละคนล้วนมีกลุ่มพรรคพวกของตัวเอง ในขณะที่ในหมู่ผู้ฝึกตนที่เด็กกว่าก็จะมีกลุ่มเล็กๆ ซึ่งคงยากที่จะเข้ากับคนอื่นได้ อย่างที่สอง สำนักมีกฎระเบียบที่เคร่งครัด เมื่ออยู่ในสำนักเจ้าจะมีอิสระน้อยกว่าเมื่อเทียบกับการเป็นผู้ฝึกตนเดี่ยว อย่างที่สาม ข้าเกรงว่าพวกเขาอาจจะมีการวางแผนสำหรับพลังหยินของเจ้าไว้แล้ว…”  

โม่เทียนเกอเข้าใจว่าเขาหมายความว่าอย่างไรในประโยคที่ว่า “มีการวางแผนไว้แล้ว” มันก็จะเป็นไปตามที่ท่านบรรพบุรุษที่ส่งต่อวิถีการฝึกตนให้กับนางได้พูดเอาไว้ เมื่อตอนที่ท่านยังเด็กและไม่รู้ประสา อนาคตของท่านจะถูกคนอื่นตัดสินให้แทน 

เยี่ยเจียงกล่าวต่อ “ถึงแม้ว่าพ่อของเจ้าจะสั่งเสียคำสุดท้ายไว้ว่าอาจารย์เต๋าโส่วจิ้งยืนยันกับคำสัตย์หัวใจมารแล้ว การที่เจ้าเข้าสำนักเสวียนชิงก็จะไม่ถือว่าเป็นการละเมิดคำสัตย์ ยิ่งไปกว่านั้น เยี่ยจิ่งเหวินคนนี้เป็นคนที่มีศรัทธาแรงกล้าเกินไป และข้ารู้สึกมาเสมอว่าเรื่องต่างๆ ไม่น่าจะง่ายดายขนาดนั้น 

หลังจากที่ลังเลอยู่นาน โม่เทียนเกอก็ตอบว่า “ท่านอารอง ท่านตัดสินใจได้เลย ข้า...ไม่มีความเห็น” ถ้าระหว่างเยี่ยจิ่งเหวินกับท่านอารอง นางก็ยังเชื่อท่านอามากกว่า สุดท้ายแล้ว นางก็ไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรกับเยี่ยจิ่งเหวินเลย 

เยี่ยเจียงบ่นอุบอิบอยู่กับตัวเองด้วยความลังเลอยู่นาน สุดท้าย เขาก็เกิดความคิดและพูดว่า “เทียนเกอ เจ้ารอข้าตรงนี้สักหน่อย เดี๋ยวข้ากลับมา”  

“อือ” โม่เทียนเกอรอที่จะได้อยู่คนเดียว นางยังไม่คุ้นเคยกับท่านอาคนนี้เท่าไหร่นัก ดังนั้นนางจึงรู้สึกอึดอัดเล็กน้อย 

เยี่ยเจียงหยิบหยกบันทึกจากเสื้อคลุมของเขามาจำนวนหนึ่ง “หากเจ้าเบื่อ เจ้าอ่านพวกนี้ฆ่าเวลาก็ได้ อาสองวางม่านพลังเอาไว้ในถ้ำแห่งนี้ ดังนั้นเจ้าต้องระวังหน่อย ถ้าเจ้าเข้าไปในม่านพลังโดยไม่ทันได้ระวังตัว จงอย่าขยับ รอจนกว่าอาจจะกลับมา”  

“ข้าทราบแล้ว” โม่เทียนเกอรับหยกบันทึกมา 

เมื่อเขาแนะนำโม่เทียนเกอเสร็จ เยี่ยเจียงก็ยืนขึ้นแล้วออกจากถ้ำไป 

เมื่อโม่เทียนเกอเห็นเงาของเขาหายไป นางก้มลงมองหยกบันทึกในมือ จิตสัมผัสของนางยังคงอ่อนแอ ดังนั้นนางสามารถดูได้แค่เนื้อหาภายในด้วยการวางหยกบันทึกไว้ที่หน้าผากเท่านั้น 

หยกบันทึกบางอันเต็มไปด้วยความรู้และประสบการณ์ต่างๆ บางอันเต็มไปด้วยวิถีแห่งการฝึกตน หลังจากดูแต่ละอัน โม่เทียนเกอรู้สึกติดใจอยู่อันหนึ่ง 

ชื่อหัวข้อของหยกบันทึกนั้นธรรมดามาก มีแค่เพียงสี่คำ “ปรัชญาแห่งม่านพลัง” หยกบันทึกเริ่มเล่าเรื่องราว “ในโลกนี้มีหยินและหยาง และห้าธาตุในตรีลักษณ์ทั้งแปด [2] การที่จะเข้าใจม่านพลัง คนคนนั้นจะต้องเข้าใจในสิ่งต่อไปนี้ก่อน” หลังจากนั้นมันก็เริ่มอธิบายอย่างละเอียดถึงความหมายของหยินและหยาง ธาตุทั้งห้า และตรีลักษณ์ทั้งแปด ซึ่งคนจะต้องชำนาญในการใช้สิ่งเหล่านี้ก่อนที่จะสามารถครอบครองสิ่งที่เรียกว่าม่านพลังได้ 

โม่เทียนเกอหมกมุ่นกับการดูหยกบันทึกชิ้นนี้มาก ลัทธิเต๋าและวิถีแห่งการฝึกตนโดยส่วนมากแล้วเชื่อมถึงกัน ถึงแม้ว่าการฝึกตนด้วยศาสตร์แห่งซู่หนี่ว์ของโม่เทียนเกอจะพูดถึงหยินและหยาง ธาตุทั้งห้า และตรีลักษณ์ทั้งแปด แต่ไม่ได้กล่าวถึงในเชิงลึกเหมือนอย่างที่มีในหยกบันทึกนี้ ยิ่งไปกว่านั้นม่านพลังแบบง่ายๆ ก็ได้ถูกกล่าวถึงในช่วงท้ายของหยกบันทึก ทำให้นางถอนใจด้วยความประหลาดใจ 

เวลาผ่านไป ประตูของถ้ำเปิดออก และเยี่ยเจียงเดินเข้ามาด้วยสีหน้าที่เศร้าหมอง 

โม่เทียนเกอยังไม่ทันที่จะได้ทักทายเยี่ยเจียง เขาก็เดินตรงเข้ามาพร้อมกับฉุดให้นางลุกขึ้น “เทียนเกอ พวกเราต้องไปเดี๋ยวนี้”  

“หา?” นางแปลกใจอย่างที่สุด “ท่านอารอง เกิดอะไรขึ้น”  

เยี่ยเจียงยิ้มเยาะ “โชคดีที่ข้าระวังตัวและไปแอบฟังสิ่งที่พวกเขากำลังพูดกัน เจิ้งเซวียนถามเยี่ยจิ่งเหวินว่าเกิดอะไรขึ้น ถึงแม้ว่าเยี่ยจิ่งเหวินไม่ได้พูดตรงไปตรงมา แต่เขาต้องการให้เจ้าเข้าสำนักเสวียนชิงแน่นอน นั่นคือความต้องการของอาจารย์เต๋าโส่วจิ้ง ฮึ่มมม! พวกเขาได้วางแผนไว้สำหรับเจ้าหมดแล้ว” 

โม่เทียนเกอตกตะลึงและไม่ได้พูดอะไร แสดงว่าเยี่ยจิ่งเหวินดูแลนางอย่างดีตลอดทางด้วยเจตนาชั่วร้ายอย่างนั้นหรือ?  

เยี่ยเจียงพูด “เทียนเกอ เร็วเข้า รีบเก็บของของเจ้าซะ พวกเราควรรีบไปเดี๋ยวนี้”  

นางไม่ได้มีของอะไรที่ต้องเก็บมากนัก ดังนั้นนางจึงถาม “ท่านอารอง พวกเราจะไปที่ไหนกัน”  

เยี่ยเจียงชะงักครู่หนึ่งสุดท้ายจึงถอนหายใจ “คุนอู๋นั้นกว้างใหญ่ ดังนั้นพวกเราจะไปทางทิศตะวันออก พอจะเป็นไปได้ที่พวกเขาจะหาเราไม่พบสักช่วงเวลาหนึ่ง แต่มันอาจจะยากสำหรับเจ้า เจ้ายังเด็กแต่เจ้าจะต้องคอยตามอาสองไปเรื่อยๆ”  

โม่เทียนเกอส่ายหน้า นางเข้าใจว่าถ้าไม่ใช่เพราะนางโผล่มา ท่านอารองคงไม่ถูกคนอื่นวางแผนต่อต้าน มันเป็นเพราะนางที่ทำให้เขาถูกบังคับให้ต้องหนีไป ด้วยความคิดเช่นนี้ในจิตใจ นางรู้สึกใกล้ชิดเขามากยิ่งขึ้น สุดท้ายแล้ว เขาก็คือครอบครัวของนาง คนอื่นๆ ไม่ได้คิดว่านางสำคัญ แต่ท่านอารองเป็นกังวลต่อความเป็นอยู่ของนาง 

อากับหลานสาวเก็บของอย่างรวดเร็ว เยี่ยเจียงสลายม่านพลังที่คลุมไว้ที่ประตูถ้ำออก ทั้งสองคนแอบออกมาจากเขาตงเหม็ง และเยี่ยเจียงไม่แม้กระทั่งขอคืนเงินค่าเช่าที่จ่ายเกินไว้กลับมา 

โม่เทียนเกอมองลงต่ำ จ้องไปที่ผู้ฝึกตนที่กำลังมุ่งหน้ามาทางเขาตงเหม็ง นางกำหมัดแน่นก่อนที่จะตามอารองออกไป 

บางทีอาจเป็นเพราะความเชื่อมโยงทางสายเลือดของพวกเขา แต่โม่เทียนเกอเชื่อใจท่านอารองมากกว่า นางไม่เคยเกลียดตัวเองเท่าตอนนี้เลย ถ้าไม่ได้เป็นเพราะร่างกายแบบนี้ พวกเขาก็คงไม่ต้องรีบหนี ท่านอารองก็จะสามารถเข้าไปที่สำนักเสวียนชิงและฝึกตนได้ปกติ เขาอาจจะยังมีโอกาสที่จะเข้าถึงดินแดนการก่อเกิดแก่นขุมพลังได้ แต่ตอนนี้ล่ะ ท่านอารองเป็นผู้ฝึกตนเดี่ยว ต้องหนีออกจากเขาคุนอู๋ฝั่งตะวันตก และยังต้องพานางไปด้วย เขาอาจจะไม่สามารถเข้าสู่ดินแดนต่อไปได้อีกตลอดชีวิต 

นางแอบสาบานกับใจตัวเองว่า วันหนึ่งนางจะเข้าถึงดินแดนการสร้างฐานแห่งพลัง ดินแดนการก่อเกิดแก่นขุมพลัง และแม้กระทั่งดินแดนแห่งจิตวิญญาณใหม่เหมือนกับบรรพบุรุษของนางให้ได้ ด้วยวิธีนั้น ก็จะไม่มีใครที่ต้องเสียสละให้กับนางอีก และนางก็จะไม่ต้องเกรงกลัวต่อความโลภของผู้คน นี่คือความสำคัญของการฝึกตนสำหรับนาง 

 

------

[1] กระเป๋าเอกภพ กระเป๋า/ถุงที่สามารถบรรจุและใส่ของได้มากกว่าที่ควรจะเป็น (คล้ายกับการะเป๋าสี่มิติของโดราเอมอน)  

[2] ตรีลักษณ์ทั้งแปด ตรีลักษณ์ทั้งแปดหรือปากว้า คือสัญลักษณ์ทั้งแปดที่ใช้ในจักรวาลวิทยาของลัทธิเต๋าเพื่อเป็นตัวแทนหลักการพื้นฐานของความเป็นจริง มักเห็นเป็นแถวของแนวคิดทั้งแปดที่สัมพันธ์กัน ที่มา : https://en.wikipedia.org/wiki/Bagua 

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว