facebook-icon Twitter-icon Instagram-icon

เพราะครอบครองร่างปราณหยินบริสุทธิ์ที่เหล่าผู้บำเพ็ญชายล้วนปรารถนา นางจึงต้องปลอมตัวเป็นบุรุษเพื่อสานต่อปณิธานอันยิ่งใหญ่บนเส้นทางผู้ฝึกตนนี้

ตอนที่ 26 เยี่ยเจียง

ชื่อตอน : ตอนที่ 26 เยี่ยเจียง

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 1.8k

ความคิดเห็น : 2

ปรับปรุงล่าสุด : 30 ก.ค. 2563 15:06 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 26 เยี่ยเจียง
แบบอักษร

ที่ลานโล่งขนาดใหญ่บริเวณตีนเขาตงเหมิง โม่เทียนเกอเห็นเยี่ยจิ่งเหวินหยิบถุงย่ามเล็กออกมาจากเสื้อคลุมของเขา เขาเทของที่อยู่ภายในออกมาและโต๊ะก็ถูกปกคลุมไปด้วยก้อนหินใสระยิบระยับหลากสี ผู้ฝึกตนที่ได้รับมอบหมายให้คอยต้อนรับแขกแสดงความสุภาพนอบน้อมขึ้น ในตอนแรกเขาบอกว่าไม่สามารถเปิดเผยความลับของแขกในอดีตได้ แต่ตอนนี้เขารีบพูดอย่างรวดเร็วว่า “ศิษย์พี่ เมื่อไม่นานมานี้มีผู้ฝึกตนลักษณะตรงกับคนที่ท่านกล่าวมาเช่าถ้ำที่นี่ ท่านอดใจรอสักครู่ ข้าขอตรวจสอบให้ท่านก่อน”  

เยี่ยจิ่งเหวินไม่ได้กล่าวเช่นไรเพียงแค่พยักหน้าเท่านั้น 

หินทั้งหมดที่อยู่บนโต๊ะอันตรธานหายไปเพียงแค่ผู้ฝึกตนคนนั้นสะบัดแขนเสื้อ หลังจากที่เขาขอให้ทั้งสองคนอดทนรอ เขารีบเข้าไปในห้องด้านในทันที 

โม่เทียนเกอถามอย่างงุนงง “ท่านพี่ใหญ่เยี่ย สิ่งเหล่านั้นคืออะไรหรือ ทำไมเขาจึงตอบรับทันทีที่ท่านพี่มอบของเหล่านั้นแก่เขา”  

เยี่ยจิ่งเหวินพูดตอบ “เจ้าเห็นพลังทางจิตวิญญาณบนพื้นผิวของสิ่งเหล่านั้นไหม”  

โม่เทียนเกอพยักหน้า นางไม่ได้รู้สึกว่ามีอะไรที่แปลกประหลาด เพราะตลอดช่วงเวลาที่ผ่านมา ที่นางติดตามเยี่ยจิ่งเหวิน ทุกสิ่งทุกอย่างที่นางเห็นล้วนมีพลังวิญญาณ ไม่มีทางที่สิ่งของที่อยู่ในโลกของการฝึกตนจะไม่มีพลังวิญญาณอยู่ 

เยี่ยจิ่งเหวินกล่าวว่า “สิ่งเหล่านั้นคือศิลาวิญญาณ บรรจุไว้ด้วยพลังทางจิตวิญญาณ ใช้เพื่อเติมพลังระหว่างการต่อสู้ และสร้างม่านกั้นพลังในขณะที่เจ้ากำลังฝึกตน เป็นสิ่งของจำเป็นที่พวกเราต้องมี ดังนั้นพวกเราชาวผู้ฝึกตนจึงใช้สิ่งนี้ประหนึ่งเงินตรา”  

โม่เทียนเกอเคยอ่านเกี่ยวกับศิลาวิญญาณจากหนังสือของนาง แต่นางไม่เคยเห็นมากก่อนว่ามีลักษณะอย่างไร ปรากฏว่านอกจากสะสมพลังวิญญาณไว้ภายในแล้ว มันก็ไม่ได้มีความแตกต่างอะไรมากมายเมื่อเทียบกับอัญมณีทั่วไป 

หลังจากนั้นไม่นาน ผู้ฝึกตนก็กลับมาจากห้องด้านในพร้อมพูดอย่างอ่อนน้อมกับเยี่ยจิ่งเหวินว่า “ศิษย์พี่ มีผู้ฝึกตนนามว่าเยี่ยเจียงมาที่นี่จริงเมื่อเดือนที่ผ่านมา เขาเช่าถ้ำเป็นระยะเวลา...สามเดือน”  

“โอ้! ถ้ำของเขาอยู่ที่ไหน”  

ผู้ฝึกตนกล่าวต่อ “ขึ้นเขาไปครึ่งทางจากตรงนี้ ศิษย์พี่จะเจอกับตลาดนัด เดินไปทางซ้ายบนถนนเล็กๆ ถ้ำหมายเลขหนึ่งร้อยแปดสิบเก้า ท่านเพียงแค่กดแผ่นตัวเลขเพื่อเรียกคนที่พักอยู่ด้านใน”  

เยี่ยจิ่งเหวินพยักหน้าพร้อมกล่าวขอบคุณ ก่อนที่จะพาโม่เทียนเกอเดินออกมาจากสถานที่นั้น 

ถ้ำสำหรับเช่าของเซียนจำเป็นต้องติดตัวเลขถ้ำของตัวเองไว้เหมือนกับหมายเลขห้องของโรงเตี๊ยม ด้วยตัวเลขที่บอกไว้ จึงง่ายมากในการหาถ้ำที่ถูกต้อง เมื่อเดินไปตามทางที่ผู้ฝึกตนบอกไว้ ทั้งสองคนใช้เวลาในการหาถ้ำนั้นเพียงแค่ครู่เดียว ความเป็นจริง ถ้ำของเขาค่อนข้างอยู่ห่างไกลจากตลาดนัด และมีพลังวิญญาณเพียงแค่น้อยนิด น่าจะสรุปได้ว่าเยี่ยเจียงไม่ต้องการที่จะพำนักอยู่ที่นี่เป็นเวลานาน หรือไม่ก็เงินของเขามีเล็กน้อยเท่านั้น 

เยี่ยจิ่งเหวินตะโกน “มีใครอยู่ที่นี่บ้างหรือไม่” เวลาผ่านไปนานพอควรแต่ก็ยังคงไม่มีเสียงตอบรับ เยี่ยจิ่งเหวินคิดสักพัก จากนั้นจึงหยิบเครื่องรางสื่อสารที่ลู่ซีซานให้ไว้ออกมาจากเสื้อคลุมของเขา เมื่อใส่พลังวิญญาณเข้าไปเล็กน้อย และเห็นว่าเครื่องรางหยกไม่ส่องแสงออกมา เขารู้ได้ในทันทีว่าเยี่ยเจียงไม่อยู่ด้านใน 

โม่เทียนเกอถาม “ท่านพี่ใหญ่เยี่ย มีอะไรผิดปกติหรือ”  

เยี่ยจิ่งเหวินตอบ “ท่านอาของเจ้าไม่อยู่ที่นี่ ข้าคิดว่าเขาค่อนข้างอยู่ไกลจากที่นี่ทีเดียว เครื่องรางหยกสื่อสารตรวจไม่พบจิตของเขา ดังนั้นมันจึงไม่สามารถส่งข้อความของข้าให้เขาได้”  

“โอ้” โม่เทียนเกอไม่สามารถพูดได้ว่านางผิดหวัง ความจริงแล้ว นางค่อนข้างประหม่าเล็กน้อย นางไม่เคยเจอพ่อ แม่ก็ตายไปตอนที่นางอายุเจ็ดขวบ และส่วนญาติคนอื่นๆ ก็ไม่มีใครรักนาง นางกลัวว่าท่านอาคนนี้จะไม่ชอบนางเช่นกัน 

ถึงแม้ว่าเยี่ยจิ่งเหวินจะสัมผัสถึงความประหม่าของนางได้ เขาก็ไม่ได้คิดว่าเป็นเรื่องจริงจังอะไรนัก ในอนาคต นางจะต้องพึ่งพาญาติที่นางไม่เคยพบเจอมาก่อน ย่อมเป็นเรื่องปกติที่จะเป็นกังวล 

ในเมื่อหาท่านผู้นั้นไม่เจอ ทั้งสองคนจึงต้องเดินทางกลับ แต่เพราะรู้แล้วว่าเขาพักอยู่ที่ไหน จึงเป็นการง่ายที่จะหาเขาในอนาคต 

ก่อนที่พวกเขาจะจากมา เยี่ยจิ่งเหวินหยิบเครื่องรางสื่อสารแบบธรรมดาและทิ้งข้อความไว้ตรงประตูถ้ำ หลังจากนั้นจึงพาโม่เทียนเกอออกมา ตั้งใจจะไปที่ร้านค้าของสำนักเสวียนชิง พำนักที่นั่นสักหนึ่งวัน แล้วค่อยกลับมาอีกครั้งในวันรุ่งขึ้น 

ระหว่างทางกลับ เยี่ยจิ่งเหวินพูดว่า “เจ้าอย่าได้เป็นกังวลไป เราเจอถ้ำของท่านอาแล้ว พวกเราก็จะเจอท่านในไม่ช้า”  

ความจริงแล้วโม่เทียนเกอไม่ได้รู้สึกกังวลแม้แต่น้อย นางไม่ได้คิดด้วยซ้ำว่าจะเผชิญหน้าชายผู้นี้ ซึ่งในอนาคตจะกลายเป็นญาติผู้ใหญ่เพียงคนเดียวของนางอย่างไรดี 

เมื่อพวกเขาถึงที่ร้าน ผู้ฝึกตนระดับการหลอมรวมพลังวิญญาณคนที่เสนอความคิดให้กับเยี่ยจิ่งเหวินรีบออกมาต้อนรับพวกเขา พร้อมถามเยี่ยจิ่งเหวิน “ท่านอาจารย์ลุงเยี่ย เจอท่านผู้นั้นหรือไม่”  

เยี่ยจิ่งเหวินส่ายหน้า “ข้าเจอแต่ที่พักของเขา แต่ข้ายังไม่มีโอกาสเจอหน้า เจ้ามีห้องว่างที่นี่บ้างหรือไม่”  

“มีขอรับ ท่านอาจารย์ลุงวางใจได้เลย ถึงแม้เส้นเลือดวิญญาณที่นี่จะไม่ดีเท่าภูเขาไท่คัง แต่ก็นับได้ว่าดีทีเดียว จะไม่มีผลกระทบต่อท่านแน่นอน แม้ว่าท่านจะพักอยู่หลายวันก็ตาม”  

“อืม ข้าขอดูห้องก่อน ข้าจะได้พักผ่อนสักพัก ถ้าศิษย์พี่เจิ้งกลับมา บอกท่านด้วยว่าข้าอยู่ที่นี่”  

“ได้ขอรับ”  

ผู้ฝึกตนกำลังจะนำทางทั้งสองเข้าไปด้านใน ในขณะที่พวกเขาได้ยินเสียงมาจากทางประตู “ศิษย์พี่เยี่ย เข้ามาๆ”  

เมื่อเยี่ยจิ่งเหวินหันกลับไปมอง เขาก็เห็นเจิ้งเซวียน ผู้ดูแลร้านและชายชรารูปร่างผอม หน้าตาบึ้งตึงแก่ผมหงอก ผู้ซึ่งอยู่ในดินแดนการสร้างฐานแห่งพลังเช่นกัน 

ศิษย์พี่เยี่ยรึ? เขาไม่ทันมีโอกาสที่จะนึกถึงเพราะเจิ้งเซวียนเห็นเขาก่อนแล้ว สีหน้าประหลาดใจปรากฏขึ้นบนหน้าของเจิ้งเซวียน “ศิษย์น้องเยี่ย เจ้ามาทำอะไรที่นี่”  

เจิ้งเซวียนเป็นศิษย์จากยอดเขาวสันต์กระจ่างและเป็นคนสนิทของเยี่ยจิ่งเหวิน เยี่ยจิ่งเหวินยิ้ม “ศิษย์พี่เจิ้ง ในที่สุดท่านก็กลับมา”  

พอเห็นว่าศิษย์น้องผู้นี้ดูเหมือนมีเรื่องที่จะพูดคุยด้วย เจิ้งเซวียนหันไปมองด้านหลัง ยิ้มให้กับชายชราและประสานมือในขณะที่บอกว่า “ท่านพี่เยี่ย เชิญท่านด้านบนก่อน เดี๋ยวข้าตามขึ้นไปในไม่ช้า”  

ชายชราผู้นี้ไม่ได้ยิ้มแค่เพียงพยักหน้าก่อนที่จะตามศิษย์ในระดับหลอมรวมพลังวิญญาณอีกคนขึ้นไปด้านบน 

เยี่ยจิ่งเหวินชำเลืองมองที่ชายชราอีกครั้ง 

เจิ้งเซวียนมองมาที่เขาพร้อมรอยยิ้ม ก่อนที่จะมองไปที่โม่เทียนเกอและถามว่า “ศิษย์น้องเยี่ย เจ้าอาจจะลงมาจากเทือกเขาเพื่อมองหาลูกศิษย์เพิ่มหรือ”  

เยี่ยจิ่งเหวินยิ้มอย่างขมขื่น “น่าขันนักศิษย์พี่เจิ้ง ศิษย์ในระดับการสร้างฐานแห่งพลังอย่างพวกเราไม่มีคุณสมบัติในการหาลูกศิษย์หรอก อีกอย่างแค่กลุ่มเด็กน้อยที่ยอดเขาวสันต์กระจ่างก็จะทำให้ข้าปวดหัวเจียนตายแล้ว แล้วข้าจะหาลูกศิษย์เพิ่มอีกเพื่ออะไรเล่า ข้าได้รับคำสั่งจากอาจารย์ลุงโส่วจิ้งให้ตามหาคนหนึ่ง ดังนั้นข้าจึงมาถามศิษย์พี่ว่าเคยได้ยินเกี่ยวกับท่านผู้นั้นบ้างหรือไม่”  

“โอ้!” ด้วยความที่เป็นศิษย์แห่งยอดเขาวสันต์กระจ่าง เจิ้งเซวียนคิดอย่างละเอียดมากขึ้นเมื่อเป็นเรื่องเกี่ยวข้องกับธุระของอาจารย์ลุงโดยตรงของเขา ดังนั้น เขาจึงถามทันที “เจ้ากำลังตามหาใคร”  

“เขาเป็นผู้ฝึกตนเดี่ยวในระดับการสร้างฐานแห่งพลัง อายุประมาณท่าน ชื่อเยี่ยเจียง”  

เมื่อเขาพูดจบ ปฏิกิริยาที่น่าตกใจอย่างยิ่งปรากฏบนใบหน้าของเจิ้งเซวียน 

เยี่ยจิ่งเหวินขมวดคิ้ว “ศิษย์พี่เจิ้ง มีเหตุใดผิดปกติหรือ”  

รอยยิ้มค่อยๆ ปรากฏบนหน้าเจิ้งเซวียน “แขกคนที่ข้าเพิ่งพามาชื่อเยี่ยเจียง แต่กระนั้นข้าก็ไม่แน่ใจว่าใช่คนที่เจ้ากำลังตามหาหรือไม่”  

เยี่ยจิ่งเหวินตกใจ “ช่างน่าประหลาดใจ นี่เป็นโชคดียิ่งนัก คนที่กำลังตามหาอยู่ไม่ใกล้ไม่ไกลนี่เอง!” เขาถามต่อในทันที “ชายผู้นั้นมาจากกลุ่มเยี่ยแห่งภูเขาชิงเหมิงใช่หรือไม่”  

“ถูกของเจ้าแล้ว แต่ผู้ฝึกตนระดับการก่อเกิดแก่นขุมพลังคนสุดท้ายของกลุ่มเยี่ยได้ตายไปแล้ว กลุ่มเยี่ยจึงไม่มีอีกต่อไป”  

ได้ยินคำตอบเยี่ยงนั้น เยี่ยจิ่งเหวินค่อนข้างมั่นใจว่าชายผู้นั้นเป็นคนที่เขากำลังตามหา เขารีบพูดต่อ “ข้าต้องรบกวนศิษย์พี่ให้ช่วยแนะนำข้าแล้ว”  

เจิ้งเซวียนยิ้มพร้อมพยักหน้า “ขึ้นไปข้างบนกันเถอะ”  

ในห้องโถงแขกด้านบน ชายชรายืนขึ้นเมื่อเห็นพวกเขากำลังเดินเข้าไปด้านใน 

เจิ้งเซวียนพูด “พี่เยี่ย ท่านผู้นี้คือศิษย์น้องร่วมอาจารย์ของข้า เขาแซ่เยี่ยเหมือนกันกับท่าน และชื่อจิ่งเหวิน ศิษย์น้อง นี่คือพี่เยี่ย เยี่ยเจียง”  

หลังจากทักทายกันอย่างสุภาพ เยี่ยจิ่งเหวินถามเข้าประเด็นในทันที “ข้าขอถามท่านหน่อยสหายนักพรต ท่านคือเยี่ยเจียงจากกลุ่มเยี่ยแห่งเขาชิงเหมิงใช่หรือไม่”  

เยี่ยเจียงสับสนกับสิ่งที่กำลังเกิดขึ้น อย่างไรก็ตาม ด้วยความที่อีกฝ่ายนั้นดูรอบคอบระมัดระวัง เขาจึงตอบอย่างฉะฉานว่า “ถูกต้องแล้ว แต่ไม่มีกลุ่มเยี่ยแห่งเขาชิงเหมิงอีกต่อไปแล้ว” เขาดูหดหู่ และผิดหวังอย่างมากที่กลุ่มเยี่ยต้องแตกสลายด้วยน้ำมือของเขา 

เยี่ยจิ่งเหวินถามอีกครั้ง “ดังนั้น สหายนักพรต ท่านคือน้องชายของท่านพี่เยี่ยไห่ใช่หรือไม่”  

เยี่ยเจียงชะงักในทันที เขาคงไม่แปลกใจถ้ามีใครมาถามคำถามเช่นนี้กับเขาในสมัยอดีต พี่ชายของเขาเป็นคนที่มีชื่อเสียง หลายๆ คนทางทิศตะวันตกของคุนอู๋ล้วนรู้จักเยี่ยไห่แห่งเขาชิงเหมิง แต่ตอนนี้ไม่เหมือนเดิมอีกต่อไปแล้ว หลายปีก่อน พี่ชายเขาหายตัวไปในภูเขามาร ผ่านมาระยะหนึ่งแล้วหลังจากที่มีการยืนยันว่าเขาตายแล้ว แม้กระทั่งกลุ่มเยี่ยก็สลายไป แต่ทำไมถึงมีใครมาถามเรื่องนี้ตอนนี้ 

กระนั้นเขาก็ยังคงมีสีหน้าสงบนิ่งและตอบ “ใช่แล้ว ข้าเอง”  

เมื่อได้ยินคำยืนยันเช่นนั้น เยี่ยจิ่งเหวินก็ถอนใจด้วยความโล่งอก เขาผลักโม่เทียนเกอให้มายืนด้านหน้าและพูดว่า “ท่านพี่เยี่ย ข้าได้รับคำสั่งจากอาจารย์ลุงโส่วจิ้งให้ลงจากเขาเพื่อตามหาผู้สืบเชื้อสายของศิษย์พี่เยี่ยไห่และพานางมาพบท่าน”  

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว