facebook-icon Twitter-icon Instagram-icon

เพราะครอบครองร่างปราณหยินบริสุทธิ์ที่เหล่าผู้บำเพ็ญชายล้วนปรารถนา นางจึงต้องปลอมตัวเป็นบุรุษเพื่อสานต่อปณิธานอันยิ่งใหญ่บนเส้นทางผู้ฝึกตนนี้

ตอนที่ 23 กลุ่มลู่แห่งเขาชิงเหมิง

ชื่อตอน : ตอนที่ 23 กลุ่มลู่แห่งเขาชิงเหมิง

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 2.1k

ความคิดเห็น : 1

ปรับปรุงล่าสุด : 27 ก.ค. 2563 12:37 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 23 กลุ่มลู่แห่งเขาชิงเหมิง
แบบอักษร

เฉินโหย่วหลี่กลับเข้ามาในห้องพร้อมพูดกับเยี่ยจิ่งเหวินว่า “ศิษย์น้องเยี่ย บุคคลที่ท่านถามถึงนั้น เขาคือผู้ฝึกตนจากกลุ่มเยี่ยแห่งเขาชิงเหมิงใช่หรือไม่”  

เยี่ยจิ่งเหวินพยักหน้า “ถูกต้องแล้ว ศิษย์พี่เฉิน ท่านทราบข่าวเกี่ยวกับเขาบ้างหรือไม่”  

เฉินโหย่วหลี่ยิ้ม “ใช่แล้ว เมื่อไม่นานมานี้ เขามาที่ร้านของข้าเพื่อซื้อของบางอย่าง”  

“โอ้!” เยี่ยจิ่งเหวินแปลกใจ “ตั้งแต่เมื่อใดหรือ แล้วเขาเดินทางไปที่ไหนต่อ”  

เฉินโหย่วหลี่กล่าวว่า “ท่านผู้นั้นกับสหายของเขามาทีร้านของข้าประมาณเดือนหนึ่งเห็นจะได้ จากที่ได้ยินเขาพูดกัน ท่านหนึ่งคือผู้ฝึกตนจากตระกูลเยี่ยแห่งเขาชิงเหมิง ในขณะที่อีกท่านแซ่ลู่ เป็นผู้ที่มาจากกลุ่มผู้ฝึกตนเช่นกัน ทั้งสองคนดูเป็นสหายสนิท ผู้ฝึกตนแซ่ลู่มาส่งเยี่ยเจียง แต่เขาไปที่ไหนต่อนั้น พวกข้าไม่อาจทราบได้”  

หลังจากตรึกตรองอยู่ครู่หนึ่ง เยี่ยจิ่งเหวินก็รู้ได้ว่าเกิดอะไรขึ้น 

หลังจากที่อาจารย์ลุงโส่วจิ้งได้สั่งให้เหล่าสาวกติดตามข่าว พวกเขาได้ยินว่าไม่กี่ปีต่อมาหลังจากที่เยี่ยไห่หายตัวไปที่ภูเขามาร กลุ่มผู้ฝึกตนอื่นๆ ที่เขาชิงเหมิงได้ใช้โอกาสนั้นในการข่มเหงกลุ่มเยี่ย เพื่อที่จะขับไล่ให้ออกจากจุดเส้นเลือดวิญญาณ ณ เขาชิงเหมิง 

มีเพียงผู้ฝึกตนคนเดียวที่เหลืออยู่ในตระกูลเยี่ย นั่นคือน้องชายของเยี่ยไห่ หรือเยี่ยเจียง ความสามารถของเขาด้อยกว่าเยี่ยไห่ ด้วยความพยายามอย่างยากลำบาก เขาเข้าถึงได้เพียงแค่ดินแดนการสร้างฐานแห่งพลังเท่านั้น ผู้ฝึกตนที่อยู่ในระดับดินแดนการสร้างฐานแห่งพลังจะไปสู้กับกลุ่มผู้ฝึกตนที่มีคนระดับการก่อเกิดแก่นขุมพลังอยู่ในกลุ่มด้วยได้อย่างไร 

เยี่ยเจียงไม่สามารถทำอะไรได้และจำเป็นต้องส่งมนุษย์ทุกคนที่อยู่ในกลุ่มกลับสู่โลกมนุษย์ พร้อมกับสั่งให้พวกเขาให้อยู่ห่างจากโลกแห่งการฝึกตน เขาบอกพวกเขาให้ใช้ชีวิตให้รุ่งเรืองและมีความสุขในโลกมนุษย์ ในขณะที่เขาก็ผันตัวเองเป็นผู้ฝึกตนเดี่ยว เขาเองอายุมากแล้วจึงไม่สนใจในการฝึกตนของตัวเองอีกต่อไป เขาเลือกที่จะเดินทางท่องเที่ยวไปทั่ว และสถานที่สุดท้ายที่มีคนเห็นเขาคือที่ใกล้เคียงกับเขาชิงเหมิง 

เมื่อเห็นเยี่ยจิ่งเหวินกำลังใช้ความคิด เฉินโหย่วหลี่ก็แสดงความคิดเห็นของเขาว่า “ศิษย์น้องเยี่ย ทั้งสองท่านนั้นดูจะสนิทกันมาก จากที่ข้ารู้ มีกลุ่มผู้ฝึกตนแซ่ลู่แห่งเขาชิงเหมิง ผู้ฝึกตนท่านนี้ก็แซ่ลู่ เขาอาจจะมาจากกลุ่มนี้ก็เป็นได้ ทำไมเจ้าไม่ลองไปที่กลุ่มลู่และสอบถามเกี่ยวกับเขาดูล่ะ”  

ในเมื่อเยี่ยจิ่งเหวินไม่ได้มีทางเลือกอื่น คิดว่านี่เป็นการกระทำที่เหมาะที่สุดแล้ว จึงตอบกลับไปว่า “ขอบคุณท่านมากสำหรับคำแนะนำ ศิษย์พี่เฉิน ท่านพอจะบอกข้าได้หรือไม่ว่ากลุ่มลู่พำนักพักอาศัยอยู่ที่ใด แล้วผู้ฝึกตนแซ่ลู่ท่านนั้นมีลักษณะเช่นไร เขาอยู่ในระดับใดหรือ”  

เฉินโหย่วหลี่พูดในขณะที่ค่อยๆ ลูบเคราของตัวเอง “กลุ่มลู่อยู่ทางฝั่งทิศตะวันตกของเขาชิงเหมิง ศิษย์น้องเพียงแค่ต้องมองหายอดเขาที่มีลักษณะเหมือนฝ่ามือ จากข้อมูลของลูกศิษย์ที่รับใช้พวกเขา ผู้ฝึกตนลู่มีลักษณะคล้ายเคียงกับเยี่ยเจียง ทั้งสองคนเป็นผู้ฝึกตนอยู่ในระดับดินแดนแห่งการสร้างฐานพลังที่มีอายุไล่เลี่ยกัน และดูเหมือนว่าชีวิตเขาใกล้จะสิ้นลงแล้ว”  

เยี่ยจิ่งเหวินพยักหน้าพร้อมลุกขึ้นยืน “ข้าขอบคุณท่านมาก ศิษย์พี่เฉิน งั้นข้าขอตัว”  

“เจ้าอย่าได้เกรงใจเลย” เฉินโหย่วหลี่ส่ายหน้า “พวกเรามาจากสำนักเดียวกัน นี่เป็นสิ่งที่เราพึงกระทำ ศิษย์น้องรักษาตัวด้วย”  

เยี่ยจิ่งเหวินคำนับพร้อมคำลา เขาเดินนำโม่เทียนเกอออกไปจากบริเวณตลาด และเหาะไปบนกระบี่เพื่อออกเดินทางอีกครั้ง 

“ท่านพี่ใหญ่เยี่ย พวกเรากำลังจะไปที่เขาชิงเหมิงกันใช่ไหม”  

“ถูกต้องแล้ว พวกเราจะไปสอบถามผู้คนแถวนั้นเกี่ยวกับอาของเจ้า พวกเราน่าจะได้พบท่านในไม่ช้า”  

หลังจากตรึกตรองครู่หนึ่ง โม่เทียนเกอก็ถามขึ้นมาว่า “พี่ใหญ่เยี่ย ทำไมท่านอาของข้าจึงต้องออกจากเขาชิงเหมิงด้วย เป็นเพราะว่าท่านไม่สามารถเอาชนะกลุ่มอื่นได้งั้นหรือ”  

แทนที่จะให้คำตอบโดยทันที เยี่ยจิ่งเหวินลังเลก่อนที่จะตอบไปตามความจริงว่า “เจ้าต้องระลึกไว้เสมอว่าในโลกแห่งการฝึกตนนั้นความแข็งแกร่งเป็นตัวกำหนดทุกสิ่ง ทั้งเส้นเลือดวิญญาณ วิถีการฝึกตน พืชล้ำค่า และหินวิเศษ ทุกอย่างล้วนถูกครอบครองโดยคนที่แข็งแกร่ง เส้นเลือดวิญญาณแห่งเขาชิงเหมิงค่อนข้างดี เพราะฉะนั้นจึงได้ถูกแบ่งไประหว่างกลุ่มผู้ฝึกตนหลายกลุ่ม หากกลุ่มไหนไม่มีกำลังมากพอที่จะปกป้องตัวเองได้ ก็จะไม่มีสิทธิ์ครอบครองเส้นเลือดวิญญาณนั้น”  

“เหมือนกับหลี่อวี้ซาน” โมเทียนเกอพึมพำเบาๆ “เพราะเขาแข็งแกร่งกว่าข้า ข้าจึงต้องทำตามที่เขาสั่งเท่านั้น แต่ถ้าข้าแข็งแกร่งกว่าเขา ข้าก็จะสามารถบังคับให้เขาเชื่อฟังข้า หรือข้าอาจจะฆ่าเขาเองก็ได้!”  

เยี่ยจิ่งเหวินงียบสงบเเป็นเวลานาน เขานึกย้อนไปในช่วงเวลาที่เขาเข้าโรงเรียนในสมัยยังเด็ก เพราะเขาไม่ได้มีผู้อุปการะดูแล เขาจึงถูกศิษย์ที่อยู่ระดับสูงกว่าแกล้งอยู่บ่อยๆ หลังจากนั้น เขาขยันฝึกตนอยู่เป็นประจำ จนในที่สุดก็เหนือกว่าศิษย์ที่โตกว่าคนอื่นๆ จึงทำให้เขาได้เป็นศิษย์อาจารย์เต๋าชิงหยวน หลังจากนั้นมา ศิษย์พวกที่เคยแกล้งเขา ต่างก็ส่งของกำนัลมาให้เขาเพื่อแสดงความขอโทษจากสิ่งที่เคยกระทำไว้โดยไม่หลงเหลือความยโสแบบในอดีตเลย 

หลังจากนั้นเขาก็คิดย้อนกลับมาถึงเรื่องที่เด็กคนนี้เคยผ่านมา ในโลกของมนุษย์ ไม่มีใครในครอบครัวนั้นรักนาง อีกอย่าง เพราะร่างของนางมีพลังปราณหยิน มันเป็นเรื่องที่ต้องยอมรับว่าถ้ามีคนล่วงรู้เกี่ยวกับเรื่องนี้ นางจะไม่มีทางมีชีวิตที่สงบสุขอีกต่อไปแน่นอน 

เยี่ยจิ่งเหวินได้แต่ถอนใจ “เจ้าพูดถูกแล้ว เจ้าสามารถเป็นนายของชะตาตัวเองได้ก็ต่อเมื่อเจ้าแข็งแกร่งมากพอ ไม่เช่นนั้นคนอื่นจะเป็นคนกำหนดชะตาชีวิตให้เจ้าเอง”  

โม่เทียนเกอพยักหน้าช้าๆ “ข้าเข้าใจ”  

ขณะนี้เทือกเขาก็ปรากฏอยู่ใต้เท้าพวกเขา มันเป็นเขาที่สูงประมาณสี่ร้อยจั้ง เต็มไปด้วยยอดเขาสูง เขาแห่งนี้เขียวชอุ่มปกคลุมไปด้วยทะเลหมอกที่เต็มไปด้วยพลังวิญญาณ เห็นได้ชัดเลยว่าเป็นเทือกเขาที่เหมาะสมกับชื่อ เทือกเขาเซียน 

เยี่ยจิ่งเหวินบังคับให้กระบี่ของเขาบินไปรอบๆ ภูเขา จนมั่นใจมากพอว่าทางฝั่งตะวันตกมียอดเขาที่มีลักษณะเหมือนฝ่ามือขนาดใหญ่อยู่ ทางด้านบนของยอดเขาขรุขระเหมือนกับนิ้วมือห้านิ้ว ถัดมาทางด้านล่างที่ดูเหมือนเป็นตรงกลางของฝ่ามือก็มีศาลา และเจดีย์อยู่ 

เมื่อเขาเห็นอย่างนั้น เยี่ยจิ่งเหวินจึงบินไปที่แห่งนั้นทันที 

ผู้ฝึกตนระดับการหลอมรวมพลังวิญญาณเข้ามาทักทายพวกเขาทันทีที่แตะถึงพื้น “ข้าขอคารวะศิษย์พี่”  

เยี่ยจิ่งเหวินตอบเพียงแค่ “อื้อ” ก่อนที่จะถามต่อว่า “เจ้าคือสมาชิกแห่งกลุ่มลู่หรือไม่”  

คนผู้นี้เป็นผู้ฝึกตนที่อยู่ในระดับชั้นที่สองของดินแดนการหลอมรวมพลังวิญญาณเท่านั้น อายุเขาอยู่ที่ประมาณห้าสิบปีได้ ดูเหมือนว่าความสามารถของเขาจะค่อนข้างน้อย และก็ไม่หวังที่จะพัฒนาการฝึกตนของตัวเองให้ดีขึ้นอีกด้วย ดังนั้นเขาจึงอยู่ที่นี่เพื่อคอยต้อนรับผู้มาเยือน ถึงแม้ว่าระดับการฝึกตนของเขาจะต่ำ แต่เขาก็มีสายตาที่ดี เมื่อเขาเห็นสัญลักษณ์ไท่จี๋ [1] ที่ปักอยู่บนเสื้อของเยี่ยจิ่งเหวิน เขาก็รู้ได้ทันทีว่าเป็นศิษย์จากสำนักเสวียนชิง อีกอย่างเขาเห็นว่าเยี่ยจิ่งเหวินเป็นผู้ฝึกตนที่อยู่ในระดับการสร้างฐานแห่งพลังตั้งแต่อายุยังน้อย เขาจึงสามารถสรุปได้เลยว่าจะต้องเป็นศิษย์ชั้นยอดแน่ เขาจึงแสดงความนอบน้อมออกมามากเป็นพิเศษ “ข้าขอทราบชื่อเสียงเรียงนามของท่านได้หรือไม่ มีอะไรให้กลุ่มลู่ของพวกเราได้รับใช้ พวกเรารู้สึกเป็นเกียรติที่ท่านได้แวะมาเยี่ยมเยียนอย่างยิ่ง”  

เยี่ยจิ่งเหวินกล่าวตอบ “ข้าศิษย์จากสำนักเสวียนชิง เยี่ยจิ่งเหวิน ข้าเดินทางมาที่นี่เพื่อตามหาบุคคลผู้หนึ่ง”  

“โอ้!” ชายเฒ่าถามด้วยความกระตือรือร้น “ข้าขอทราบได้หรือไม่ว่าศิษย์พี่กำลังตามหาผู้ใด หากคนแก่อย่างข้าพอจะรู้จักหรือจำได้ ข้าจะขอบอกท่านด้วยความสัตย์จริง”  

เยี่ยจิ่งเหวินบอกอย่างตรงไปตรงมา “ผู้ที่ข้ากำลังตามหาอยู่นั้นเป็นผู้ฝึกตนที่อยู่ในระดับการสร้างฐานแห่งพลังจากกลุ่มของท่าน ทั้งอายุและรูปร่างของเขาเทียบได้พอๆ กับท่านทีเดียว”  

“ท่านพอจะทราบชื่อของผู้นั้นหรือไม่”  

“ข้าไม่ทราบ”  

“เช่นนั้น…” ชายเฒ่าละอายที่จะตอบ “ข้าขอกล่าวต่อศิษย์พี่ด้วยความสัตย์จริง ถึงแม้ว่ากลุ่มลู่จะไม่ได้ใหญ่โตนัก แต่พวกเราก็มีผู้ฝึกตนประมาณสิบคนที่อยู่ในระดับการสร้างฐานแห่งพลัง สำหรับคนที่อายุตรงกับที่ท่านกล่าวมานั้น จะมีอยู่ประมาณหกถึงเจ็ดคนได้ ศิษย์พี่ที่เคารพ ข้าขอทราบได้หรือไม่ว่า ท่านตามหาผู้นั้นด้วยเหตุอันใด”  

เนื่องจากไม่รู้ชื่อเสียงเรียงนาม และมีเพียงแค่อายุคร่าวๆ ดังนั้นพวกเขาต้องไม่ใช่เพื่อนกันแน่นอน ชายเฒ่ามองเยี่ยจิ่งเหวินด้วยความระมัดระวัง เพราะเกรงว่าเยี่ยจิ่งเหวินจะมาเพื่อแก้แค้น 

เยี่ยจิ่งเหวินรับรู้ได้ถึงสิ่งที่ชายเฒ่าคิด เขาหยิบขวดหยกออกมาพร้อมพูดว่า “ข้ามาตามหาผู้นั้นเพื่อสอบถามข้อมูลเกี่ยวกับอีกคนหนึ่ง ข้ามียาบำรุงพลังวิญญาณอยู่ประมาณสิบเม็ด ถ้าเจ้าสามารถหาคนนั้นให้ข้าได้ ข้าจะตกรางวัลให้เจ้าด้วยสิ่งนี้”  

ชายเฒ่าจ้องไปที่ขวดหยกด้วยความปรารถนาในสิ่งนั้น ถึงแม้ว่ายาบำรุงพลังทางจิตวิญญาณจะเป็นยาทั่วๆ ไปที่ช่วยเพิ่มพลังชีวิต และสร้างความแข็งแกร่งที่จุดต้นกำเนิดของพลังให้แก่ผู้ฝึกตนระดับการหลอมรวมพลังวิญญาณ แต่มันก็เป็นการยากที่จะหาได้สำหรับผู้ฝึกตนที่ไม่ค่อยสำคัญนักอย่างเขา ไม่ต้องถึงสิบเม็ดหรอก แค่เพียงไม่กี่เม็ดก็ยากมากแล้วสำหรับเขาที่จะหามาได้ ส่วนแบ่งที่ได้จากกลุ่มลู่นั้น ก็แค่เดือนละเม็ดเท่านั้น 

ดังนั้นเขาจึงรีบตอบพร้อมรอยยิ้ม “ศิษย์พี่ เชิญท่านด้านในและนั่งก่อน”  

เยี่ยจิ่งเหวินยิ้มเล็กน้อย เขาและโม่เทียนเกอเดินตามชายเฒ่าเข้าไปที่ห้องโถงสำหรับแขกผู้มาเยือน พร้อมกับชาวิญญาณที่นำออกมาเสิร์ฟให้กับทั้งสองคน 

“ศิษย์พี่บอกข้าได้หรือไม่ว่า จากที่ใดที่ท่านได้ข่าวเกี่ยวกับท่านผู้นั้น บางทีข้าอาจจะพอนึกออกขึ้นมาบ้าง”  

เยี่ยจิ่งเหวินพูดตอบ “ประมาณเดือนหนึ่งผ่านไปได้แล้ว ชายผู้นี้กับสหายของเขาไปที่ตลาดนัดบริเวณตีนเขา และไปที่ร้านขายของของสำนักเสวียนชิง”  

“โอ้!” ชายเฒ่าอุทานเล็กน้อยก่อนที่จะบอกว่า “ศิษย์พี่ที่อยู่ระดับการสร้างฐานพลังแห่งกลุ่มลู่ของพวกเรา ผู้ซึ่งไม่เชิงปิดประตูแห่งจิต หรืออยู่ที่นี่ในช่วงเวลานั้น… ข้าพอจะรู้แล้วว่าท่านผู้นั้นคือใคร”  

เมื่อเห็นว่าชายเฒ่าจ้องมองมาทางเขา เยี่ยจิ่งเหวินจึงโยนขวดยาหยกในมือไปให้ “ถ้าเป็นเช่นนั้น ข้าคงต้องขอรบกวนท่านพาพวกเราไปแนะนำด้วย”  

ชายเฒ่าดีใจอย่างมากที่ได้ของรางวัลและพูดว่า “ศิษย์พี่ ขอให้ท่านรอข้าอยู่ที่นี่สักครู่หนึ่ง ข้าผู้นี้จะรีบไปรีบกลับ”  

 

------

[1] ไท่จี๋ แผนภาพไท่จี๋ (หรือมักจะรู้จักกันว่าเป็นสัญลักษณ์หยินหยาง)  

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว