email-icon facebook-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

บทที่ 3 สัมผัส (3)

ชื่อตอน : บทที่ 3 สัมผัส (3)

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 355

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 26 ก.ค. 2563 21:08 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 3 สัมผัส (3)
แบบอักษร

ยามหว่านเถียนตื่นขึ้น ก็มองไม่เห็นบุรุษข้างกาย หยัดกายขึ้นพร้อมกับบิดตัวไปมา พลันของบุรุษที่นางไม่คุ้นหูก็ดังขึ้นหันมองผู้ที่เข้ามาใหม่พร้อมกับอ่างใส่น้ำใบเล็กและผ้าขาวที่พาดอยู่ที่ขอบอ่าง

 

 

" พี่ใหญ่บอกว่าอาซ้อใกล้ตื่นแล้วจึงให้ข้านำของเหล่านี้มาให้อาซ้อล้างหน้าล้างตา "

 

 

หว่านเถียนเมื่อได้ยินคำว่าอาซ้อก็นิ่งค้างมองดูเด็กหนุ่มที่กำลังยิ้มแย้ม วางอ่างน้ำไว้ที่เก้าอี้ตัวเล็กข้างเตียงพร้อมกับวิ่งออกไปจากกระโจม เขาหันกลับมองดูสตรีบนเตียงที่นิ่งค้างไปก็ยิ้มแย้มออกมา อาซ้อคงเขินอายเป็นแน่!

 

 

หว่านเถียนถูกคำว่าอาซ้อเข้าโจมตีจนนิ่งค้าง แม้เมื่อคืนนางจะเอ่ยบอกจะรับเขาเป็นสามีและเขาก็เอ่ยเรียกนางว่าเมียจ๋า แต่นั้นก็เป็นคำเรียกขานที่นางและเขาเอ่ยขึ้นมาเพื่อกวนประสาทและอารมณ์ชั่วครู่เท่านั้น แต่ไฉนเขาถึงเอาไปป่าวประกาศกับผู้อื่นเช่นนี้เล่า!

 

 

หว่านเถียนล้างหน้าล้างตาและเช็ดทำความสะอาดร่างกายจนเรียบร้อยก็มุ่งหน้าออกจากกระโจม คิดจะตามหาหมีลิงตัวนั้นเพื่อพูดคุยข้อตกลงให้ชัดเจน ยามที่นางก้าวเดินออกก็ต้องโดนคำว่าอาซ้อจากผู้ที่คนเดินผ่านเข้าโจมตีจนเข่าแทบอ่อน

 

 

ยิ่งนางเดินวนไปเวียนมาเหล่าบุรุษก็ยิ่งพากันร้องเรียกนางด้วยควาคึกคักฮึกเหิมจนทำให้นางเก้อกระดากจนแทบมุดดินหนี ล้มเลิกความคิดที่จะตามหายหมีลิงตัวนั้นด้วยตนเอง ร้องถามหนุ่มน้อยผู้หนึ่งที่กำลังเดินสวนทางกับนาง

 

 

" พี่ใหญ่เพิ่งลงจากค่ายไปขอรับ วันนี้คงไม่กลับ... "

 

 

หว่านเถียนมองดูท่าทางอึกอักเลิ่กลั่กของหนุ่มน้อยผู้นี้อยู่ครู่หนึ่ง ก็พยักหน้ารับช้าๆ

 

 

ส่วนหนุ่มน้อยที่หว่านเถียนเอ่ยถามเห็นท่าทางนิ่งเฉยอีกทั้งยังดูไร้อารมณ์เช่นนี้ก็อยากจะร้องไห้ ตะโกนออกมาแก้ต่างให้ลูกพี่ใหญ่ตนเอง

 

 

ยามหว่านเถียนตื่นขึ้นก็มองไม่เห็นบุรุษข้างกาย หยัดกายขึ้นพร้อมกับบิดตัวไปมา พลันเสียงของบุรุษที่นางไม่คุ้นหูก็ดังขึ้นหันมองผู้ที่เข้ามาใหม่พร้อมกับอ่างใส่น้ำใบเล็กและผ้าขาวที่พาดอยู่ที่ขอบอ่าง

 

 

" พี่ใหญ่บอกว่าอาซ้อใกล้ตื่นแล้วจึงให้ข้านำของเหล่านี้มาให้อาซ้อล้างหน้าล้างตา "

 

 

หว่านเถียนเมื่อได้ยินคำว่าอาซ้อก็นิ่งค้างมองดูเด็กหนุ่มที่กำลังยิ้มแย้ม วางอ่างน้ำไว้ที่เก้าอี้ตัวเล็กข้างเตียงพร้อมกับวิ่งออกไปจากกระโจมอย่างรวดเร็ว เขาหันกลับมองดูสตรีบนเตียงที่นิ่งค้างไปก็ยิ้มแย้มออกมา อาซ้อคงเขินอายเป็นแน่!

 

 

หว่านเถียนถูกคำว่าอาซ้อเข้าโจมตีจนนิ่งค้าง แม้เมื่อคืนนางจะเอ่ยบอกจะรับเขาเป็นสามีและเขาก็เอ่ยเรียกนางว่าเมียจ๋า แต่นั่นก็เป็นคำเรียกขานที่นางและเขาเอ่ยขึ้นมาเพื่อกวนประสาทและอารมณ์ชั่วครู่เท่านั้น แต่ไฉนเขาถึงเอาไปป่าวประกาศกับผู้อื่นเช่นนี้เล่า!

 

 

หว่านเถียนล้างหน้าล้างตาและเช็ดทำความสะอาดร่างกายจนเรียบร้อยก็มุ่งหน้าออกจากกระโจม คิดจะตามหาหมีลิงตัวนั้นเพื่อพูดคุยข้อตกลงให้ชัดเจน ยามที่นางก้าวเดินออกก็ต้องโดนคำว่าอาซ้อจากผู้ที่คนเดินผ่านเข้าโจมตีจนเข่าแทบอ่อน

 

 

ยิ่งนางเดินวนไปเวียนมาเหล่าบุรุษก็ยิ่งพากันร้องเรียกนางด้วยความคึกคักฮึกเหิมจนทำให้นางเก้อกระดากจนแทบมุดดินหนี ล้มเลิกความคิดที่จะตามหาหมีลิงตัวนั้นด้วยตนเอง ร้องถามหนุ่มน้อยผู้หนึ่งที่กำลังเดินสวนทางกับนาง

 

 

" พี่ใหญ่เพิ่งลงจากค่ายไปขอรับ วันนี้คงไม่กลับ... "

 

 

หว่านเถียนมองดูท่าทางอึกอักเลิ่กลั่กของหนุ่มน้อยผู้นี้อยู่ครู่หนึ่ง ก็พยักหน้ารับช้าๆ

 

 

ส่วนหนุ่มน้อยที่หว่านเถียนเอ่ยถามเห็นท่าทางนิ่งเฉยอีกทั้งยังดูไร้อารมณ์เช่นนี้ก็อยากจะร้องไห้ ตะโกนออกมาแก้ต่างให้ลูกพี่ใหญ่ตนเอง

 

 

" พี่ใหญ่นำสิ่งของไปขายในเมือง ไม่ได้แวะไปหาเหล่าแม่นางในหอนะอาซ้อ! "

 

 

หว่านเถียนได้ยินเช่นนี้ก็หลุดหัวเราะออกมา ยิ้มแย้มจนตาหยีหันกลับไปเอ่ยกับหนุ่มน้อยผู้นั้นที่เปิดโปงความลับของพี่ใหญ่ตนเองออกมาโต้งๆ

 

 

" รู้แล้ว เข้าใจแล้วพี่ใหญ่เจ้าไม่ได้ไปหาแม่นางในหอ ขอบใจมาก "

 

 

หนุ่มน้อยที่เห็นอาซ้อส่งยิ้มให้ก็ลอบระบายลมหายใจออกมาด้วยความโล่งอก มองดูแผ่นหลังของอาซ้อที่เดินออกไปไกลก็อดนินทาพี่ใหญ่ตนเองในใจมิได้ อาซ้อทั้งงดงามและสดใส ไฉนพี่ใหญ่ยังต้องไปหาแม่นางเหล่านั้นด้วยเล่า!

 

 

หว่านเถียนที่รับรู้ได้ว่าหมีลิงตัวนั้นมีภารกิจอันยิ่งใหญ่ที่ต้องจัดการก็ไม่ได้สนใจนัก มุ่งหน้าไปยังกระโจมของหนุ่มน้อยนามอาหลู่ ยามที่นางเข้ามาในกระโจมก็ต้องตกใจ มองดูบุรุษที่อัดแน่นอยู่ในกระโจมจนแทบจะล้นออกมา

 

 

" พวกเขาเอ่ยว่าไม่สบายเลยอยากให้อาซ้อตรวจดูขอรับ "

 

 

" ห้ามเรียกอาซ้อ! "

 

 

หว่านเถียนที่ได้ยินคำเรียกอาซ้อมาทั้งวันก็เริ่มหงุดหงิดใจ ถลึงตามองต้าต๋าที่ยิ้มให้นางเก้อๆ มองเหล่าบุรุษที่พากันจ้องนางก็ถลึงตาขู่พวกเขาไปคราหนึ่งจนทำให้พากันหลบตานางจนวุ่นวาย

 

 

หว่านเถียนถอนหายใจยาวออกมา มองดูเหล่าบุรุษที่นั่งกระมิดกระเมียนเบียดกันอยู่อย่างปลงๆ มองดูต้าต๋าที่ส่งยิ้มแปลกพิลึกให้ก็ส่ายหัวช้าๆ เอ่ยออกมาเรียบๆ

 

 

" ต้าต๋า เจ้าก็รู้ว่าข้าไม่อาจแตะใครได้เช่นนั้นเจ้าก็ต้องมาเป็นลูกมือข้าแล้ว "

 

 

ต้าต๋าได้ยินเช่นนี้ก็ลอบปาดเหงื่อ แต่เมื่อเห็นสายตาของหมอหว่านที่จ้องมองมาก็ต้องพยักหน้ารับทั้งน้ำตา

 

 

เหล่าบุรุษได้ยินน้ำเสียงของอาซ้อที่ดูไม่ค่อยพอใจก็ลอบก่นด่าพี่ใหญ่ของพวกตน วันนี้ที่มาก็เพื่อมาแอบดูอาซ้อ เมื่อเห็นอาซ้อนั้นทั้งงดงามสดใสและเก่งกาจก็ต้องลอบไม่พอใจแทนนาง เมื่อครู่ที่นางไม่ให้เอ่ยเรียกว่าอาซ้อก็คงไม่พอใจพี่ใหญ่เป็นแน่ พี่ใหญ่ทำเกินไปแล้ว หากเขากลับมาเมื่อใดพวกตนจะทวงความยุติธรรมแทนอาซ้อ!

 

 

 

 

หว่านเถียนตั้งแต่บ่ายจรดเย็นก็นั่งตรวจโรคให้กับหมีฝูงใหญ่ แม้ดูเผินๆ พวกเขาจะแข็งแรงตัวโต แต่แท้จริงแล้วพวกเขาก็ยังขาดสารอาหารบางอย่างอีกทั้งยังมีอาการปวดเมื่อเจ็บตัวเล็กๆ น้อย ๆ นางจึงสั่งยาพร้อมกับให้ยานวดสูตรพิเศษไปให้พวกเขา

 

 

ยามที่หว่านเถียนออกจากกระโจมก็มองเห็นดวงจันทร์กลมโตที่ใกล้จะแขวนไว้กลางหัว ดวงตาสั่นไหวดุจระลอกคลื่น หันบอกต้าต๋าที่อาสาพานางไปส่งที่กระโจม

 

 

" ข้าไม่ใช่เด็กแล้วนะ ไม่หลงหรอก เจ้าไปนอนเถอะไม่ต้องห่วงข้า "

 

 

นางเอ่ยพร้อมกับโบกมือไล่ต้าต๋า ก้าวเดินไปยังกระโจมหลังใหญ่ที่กางอยู่ห่างไกลออกไป ยามที่นางใกล้จะถึงกระโจมก็มองเห็นเงาร่างที่คุ้นเคยเดินเข้าไปในแนวป่า ไม่ทันได้อ้าปากร้องทักเขากลับหายลับเข้าไปในป่าอย่างรวดเร็ว

 

 

หว่านเถียนชะงักเล็กน้อยมองดูเงาร่างที่ค่อยๆ กลืนหายไปในเงามืด ครุ่นคิดอยู่นานก็ส่ายหัวช้าๆ คิดจะเดินเข้าไปพักผ่อนด้านในกระโจม แต่เมื่อยามที่จะก้าวเข้าในกระโจมกลับมองเห็นมีดสั้นที่ติดกายเขาตกอยู่ด้านหน้ามองดูมีดสั้นบนพื้นอยู่นาน

 

 

ยอบกายลงก้มหยิบมีดสั้นที่ดูธรรมดาๆ ขึ้นจากพื้น นิ้วโป้งลูบไล้รอยเรียบลื่นของโลหะที่ถูกถูสัมผัสจนเงาวาว ดวงตาหม่นลงลูบรอยเรียบตรงนั้นไปมาอย่างใจลอย มองมีดสั้นสลับกับแนวป่าอยู่พักใหญ่ จึงตัดสินใจรีบก้าวเดินเข้าไปตามร่างที่คุ้นเคย

 

 

นางใกล้ชิดเขาได้เพียงไม่กี่วันก็พอจะรับรู้ว่าเขาเป็นบุรุษที่น่ารักผู้หนึ่ง เท่าที่นางเห็นอาวุธเพียงอย่างเดียวที่ติดกายเขาก็คือมีดสั้นเล่มนี้ แม้ไม่รู้ว่าเขาจะมีวรยุทธ์ร้ายกาจเพียงใดแต่หากไปพบเสือร้ายเข้าอย่างน้อยก็ต้องมีเลือดตกยางออก

 

 

นางเพิ่งเห็นเขาเดินไปเมื่อครู่นี้เอง หากเร่งฝีเท้าสักหน่อยก็คงตามทัน หว่านเถียนเอ่ยพร้อมกับครุ่นคิดไปด้วย เดินมาได้เพียงครู่ก็เห็นเงาร่างด้านหลังของบุรุษที่นางคุ้นเคย เอ่ยร้องเรียกเสียงดัง

 

 

" นี่! เจ้าหมีลิง ทำของสำคัญตกไว้หากพบเสือเข้า... จะทำ... อย่างไร... "

 

 

เสียงของนางเบาลงเรื่อยๆ มองดูบุรุษที่นางคุ้นตาตรงหน้า เขาย่อมเป็นหมีลิงตัวนั้นแน่นอน แต่กลิ่นอายและท่วงท่าในยามนี้ของเขานั้นทำให้นางนิ่งค้าง หัวใจเต้นถี่รัวด้วยความตื่นตระหนกเมื่อแววตาที่เขามองมานั้นไม่เหมือนเดิม ด้วยแววตาคมกริบเช่นนั้นดูเหมือนสัตว์ร้ายที่หิวกระหาย

 

 

นางก้าวถอยหลังไปก้าวหนึ่งอย่างลืมตัว แต่กลับทำให้เขากระโจนเข้าหาพร้อมกับตระครุบนางจนทำให้หว่านเถียนล้มหงายหลังไปกับพื้น หลุดร้องออกมาเสียงเบา

 

 

" โอ๊ย... "

 

 

หว่านเถียนเบิกตากว้าง มองดูดวงตาของเขาที่ยามนี้แปรเปลี่ยนเป็นสีน้ำเงินเข้มจัด ดวงตาเบิกกว้างเมื่อได้ยินเสียงคำรามดั่งสัตว์ป่าออกจากลำคอของเขา

 

กรร...

 

------------------------------------------- 

อีบุ้คออกแล้วนะค้าาาา 

 

 

ขอบพระคุณนักอ่านทุกๆ ท่านทั้งคอมเมนต์และการถูกใจและการสนับสนุนเรื่องมากๆ นะคะ ขอบคุณทุกการสนับสนุนมากจริงๆ นะคะ  

ความคิดเห็น