ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : ) #ธัญท้าแต่งรอบที่1 เข้ามาอ่านมาติชมกันได้นะ เเล้วก็เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะ หวังว่าทุกคนจะชอบนะคะ

ชื่อตอน : คุณหมอคะ...

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 1.5k

ความคิดเห็น : 1

ปรับปรุงล่าสุด : 26 ก.ค. 2563 10:20 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
คุณหมอคะ...
แบบอักษร

ณ โรงพยาบาลรัฐแห่งหนึ่งในต่างจังหวัด เป็นช่วงสายๆเกือบได้เวลาพักเที่ยง แต่ว่าคุณหมอ และเจ้าหน้าที่ในโรงพยาบาลยังคงทำงานกันต่อเพราะยังมีคนไข้อีกหลายคนที่รอรับการรักษา วันนี้คุณหมอนธีกานต์มาแต่เช้ายังไม่ได้รับประทานอาหารเลยเพราะว่าเวลาไม่ทันจริงๆแต่ก็ต้องรีบเข้าเวร...จนถึงตอนนี้เองก็ยังไม่มีอาหารหรือขนมสักชิ้นตกถึงท้องเลย

"สวัสดีค่ะ...เป็นไข้ใช่มั้ยคะ? อาการเป็นยังไงบ้างคะ?"

"หมอไม่ถามว่าเป็นอะไรมาเหรอ...เหรอครับ?" เด็กชายวัยรุ่นถามกวนๆ

"ก็ถ้าหมอถามอย่างนั้น...แสดงว่าหมอไม่ได้ดูopdการ์ด...เอ่อ....ข้อมูลเบื้องต้นมาก่อนสิคะ" หมอสาวยิ้มสดใส

"ฮ่าๆๆ ผมเห็นตลกเขาเล่นกันแบบว่า...คนไข้เป็นอะไรมาคะ? แล้วคนไข้ก็บอกว่า...ถ้ารู้ผมคงไม่มาหาหมอหรอก...งี้อ่ะครับฮ่าๆ"

"เเล้วเป็นไงบ้างจ๊ะ? ปวดหัวมั้ย แต่ตัวไม่ร้อนนี่ครับ? มีไอ หรือมีน้ำมูกมั้ย?"

"ผมเจ็บคอครับ...ไม่ไอ มีเวียนหัว บ้านหมุนๆ แล้วก็ตัวรุมๆ"

"ก่อนหน้านี้ได้รับยาที่อื่นมาก่อนมั้ยคะ?"

"ไม่มีครับ อ้อ...กินพาราเซตามอลครับ แล้วก็ยาอม"

"ขอหมอดูคอหน่อยนะคะ....อ้าปากกว้างๆนะ"

มองเข้าไปก็เห็นว่าคอแดงมากๆ

"เป็นทอนซิลอักเสบนะคะ...เคยเป็นอยู่บ่อยมั้ย?"

"ครับ...ก็เป็นบ่อยครับ...แต่รอบนี้มันเจ็บจนบางทีพูดไม่ได้...แม่เลยไล่มาหาหมอ"

"เดี๋ยวหมอจัดยาให้นะ...แล้วถ้างดพูดได้ก็งดสักนิดนะครับ"

"ทำไมหมอห้ามอ่ะครับ?"

"ก็เห็นหนูพูดเก่ง...หมอว่างดบ้างแล้วพูดเวลาจำเป็นดีกว่านะคะ...เลี่ยงทานของมันนะ เลี่ยงของรสจัด ของผัด ของทอดต่างๆ ทานของจืดๆ อ่อนๆจะดีกว่า....เดี๋ยวรอรับยานะ"

"ฮ่าๆ....คุณหมอรู้ทัน...ตอนไม่มีเสียงผมก็ยังจะพูดอีก เสียงมันน่ารำคาญ แม่เลยพามานี่เเหละครับ....ขอบคุณครับหมอคนสวย" น้อมไหว้

"ไม่เป็นไรครับ..."

"เอ่อ...หมอครับ..." เด็กชายโผล่หน้าเข้ามาอีกครั้งหลังประตู

"มีอะไรคะ!!?" หันกลับไปดูต้นเสียง

"ตอนแรกผมจะไปกินหมูกระทะกับเพื่อน....ถ้ากินไม่ได้...ผมเปลี่ยนเป็นชาบูได้มั้ยครับหมอ?"

"ชาบู..." กำลังคิดถึงภาพชาบูลอยมาอยู่ตรงหน้า

"หมอครับ!!"

"คะ!! คะ?"

"ตกลงผมไปกินชาบูได้มั้ยครับ?"

"เอ่อ...ได้ค่ะได้...แต่อย่างที่หมอบอก...อะไรเลี่ยงได้ก็เลี่ยงเนอะ....มีข้อสงสัยอะไรถามพี่เภสัชกรเพิ่มเติมได้นะ..."

"พี่ที่เขาจัดยาใช่มั้ยครับ?"

"ใช่ค่ะ...."

"งั้นผมไปนะครับ...ขอบคุณครับหมอ"

คิดๆไปแล้วมื้อเย็นวันนี้ไปหาชาบูมาเพิ่มน้ำหนักก็ไม่เลวเหมือนกัน คุณหมอคนสวยคิดเเล้วอารมณ์ดีขึ้นมาอย่ารวดเร็ว

"หมอคะ...เคสต่อไปค่ะ"

"มีอีกหลายคนมั้ยคะ?" ความหิวเริ่มก่อตัวขึ้นอีกครั้งเเล้วท้องก็ร้องโครกคราก มือบางจับท้องเบาๆ

"เหลือไม่เยอะแล้วค่ะ มีอีกสี่ห้าคน"

"งั้นเชิญคนต่อไปเลยค่ะคุณพยาบาล..."

ตรวจจนใกล้จะเสร็จและมาถึงคนสุดท้าย...

"สวัสดีค่ะคุณ...." (ไม่..ไม่ใช่! มันไม่จริง...ชื่อนี้...นามสกุลนี้...) รีบใส่แว่นใส่หน้ากากอนามัย สักพักคุณหมอคนเก่ง ก็เหม่อไปชั่วขณะ

"ผมตฤณครับ..."

"ค่ะ...คุณตฤณ ขอหมอตรวจดูหน่อยนะคะ..."

คุณหมอที่ใส่หน้ากากอนามัยมิดชิดที่มาคู่กับแว่นตาหนาเตอะก้มลงฟังเสียงหัวใจของคนไข้ใกล้ๆด้วยเครื่องมือแพทย์

"ขอโทษนะครับ...เราเคยเจอกันไหมครับ?"

"เอ่อ...อาจจะเคยค่ะ...หมอมาทำงานที่นี่สักพักแล้ว..." หวังว่าเขาจะจำเราไม่ได้นะ

"อ๋อ...ครับ...ว่าแต่หมอเคยไปช่วยตรวจสุขภาพให้เด็กๆที่โรงเรียนในอำเภอรึเปล่าครับ?"

"เอ่อ...หมอยังไม่เคยไปเลยค่ะ....หายใจเข้าลึกๆ หายใจออกช้าๆ ไม่ต้องรีบนะคะ"

"...." ก่อนหน้านี้หายใจแรงจริงๆ

"หัวใจเต้นเร็วมากเลยนะคะ....ก่อนจะเข้าตรวจได้วิ่งมา เดินไวๆหรือทำกิจกรรมอื่นมารึเปล่าคะ?"

"อ๋อ...ใช่ครับ...ผมรีบมากเลยวิ่งมา...กลัวกลับไปประชุมไม่ทัน" ใครจะอยากบอกว่าหายใจเเรงเพราะอะไรกันแน่ เขาไม่บอกหรอก

"หมอตรวจเสร็จเรียบร้อยแล้วค่ะ...เดี๋ยวเชิญคนไข้รอรับยานะคะ"

"ขอบคุณครับคุณหมอ" กำลังจะยกมือไหว้

"ไม่เป็นไรค่ะ...ไม่เป็นไร..." ยกมือไหว้เเทบไม่ทัน

เมื่อเขาออกไปแล้ว...

"เห้อ...ใครจะคิดว่าวันนึง...จะต้องมาเจอกับเขาอีก...ในฐานะหมอกับคนไข้...เขาคงจะจำเราไม่ได้หรอก...ตอนนั้นเขาสอนเราแค่ปีเดียวเอง..."

"เด็กหญิงนธีกานต์...ไม่คิดว่าจะได้กลับมาเจอกันแบบนี้...คิดเหรอว่าเราจะจำไม่ได้" คนไข้ที่ออกมานั่งรอรับยาพูดขึ้นมาคนเดียว

"แค่แป๊บเดียว...แถมเราก็ไม่ได้เปิดหน้าด้วย...ใครจะไปจำได้เนอะ(เพื่อความสบายใจของตัวเอง)แต่ก็ช่างเถอะเนอะเพราะ...เพราะว่าในที่สุดก็จะได้พักเที่ยงเเล้ว เย้...จะได้กินข้าวแล้ว ในโรงอาหารไม่มีชาบูงั้นกินขาหมูไปก่อนแล้วกัน...รอถึงตอนเย็นเถอะ...อยากกินเราต้องได้กิน ชาบูจ๋า...รอสีน้ำก่อนนะ...สีน้ำจะไปหาเเน่นอน" ขณะที่กำลังจะลุกไปกินข้าวนั้นเอง

"คุณหมอคะ!!"

"มะ...มีอะไรคะ?!"

"มีเด็กมีดบาดมาแผลยาวเลยค่ะ...หมอช่วยไปทำแผลให้หน่อยได้มั้ยคะ? หมอตูนไม่อยู่ค่ะ"

"ได้ค่ะ...นำไปเลยค่ะพี่กุ้ง" เดินตามไปห้องฉุกเฉิน

"แม่...แง!! หนูเจ็บ!!" เด็กหญิงร้องไห้เสียงดัง

"จุ๊ๆไม่เอาไม่ร้อง...อายพี่หมอเขามั้ย? นั่นๆพี่หมอคนสวยมาแล้ว" ชี้ให้ลูกสาวดู

"สวัสดีค่ะคนสวย" ทักเด็กก่อน

"ไหนหมอเขาทักเราต้องทำยังไงคะลูก"

"สวัสดีค่ะ"

"คุณหมอชื่อหมอสีน้ำนะคะ...หนูคนสวยชื่ออะไรเอ่ย?"

"ชื่อวุ้นค่ะ"

"ไหน...น้องวุ้นเป็นแผลตรงไหนคะ? ขอพี่หมอดูหน่อยสิคะ"

"งึก...ทะ..ที่ตรงนี้ค่ะ..." ชูมือให้ดู

"ขอหมอทำแผลให้ก่อนนะคะ"

"มันจะเจ็บมั้ยคะ?"

"นิดหน่อยเองค่ะ...เหมือนมดกัดเลย"

"จริงเหรอคะ?"

"จริงค่ะ ไม่เจ็บมากหรอกค่ะ...พี่หมอก็เคยเย็บเเผล...นี่ไงเห็นมั้ย...ไม่เจ็บมากพี่หมอรับประกัน" เอานิ้วของตัวเองที่เคยโดนมีดบาดเเล้วต้องเย็บเเผลให้เด็กน้อยดู

"ตอนนั้นพี่อนุบาลสองเอง พี่หมอก็ผ่านมาได้...วุ้นก็ต้องผ่านได้...วุ้นอนุบาลสองเหมือนกันใช่มั้ยคะ?"

"ใช่ค่ะ"

"โอเค...งั้นเราเริ่มกันเลยเนอะ"

พอเย็บแผลให้เสร็จ

"เสร็จแล้วค่ะ...เห็นมั้ยนิดหน่อยเนอะๆ"

"ค่ะ.."เด็กยิ้มร่าเริงอีกครั้ง

"ทีนี้ก็มาทำเเผลที่โรงพยาบาลตามหมอนัดนะคะ...แล้วก็ระวังอย่าให้แผลโดนน้ำด้วยนะ"

"ค่ะ"

"ถ้าไม่มีอะไรแล้ว เรากลับบ้านได้เลยใช่มั้ยคะหมอ"

"ใช่ค่ะ...อย่าลืมนะคะวุ้น...ทำตามที่หมอบอกนะคะแผลจะได้หายไวๆ"

"ค่ะ..วุ้นจะทำตามที่หมอบอก"

"ขอบคุณมากนะคะคุณหมอ คุณพยาบาล"

"บ๊ายบาย" เด็กน้อยโบกมือลา

"บ๊ายบายค่ะ"

เมื่อเด็กออกไปแล้ว

"หมอเก่งจริงๆเลยค่ะ เย็บแผลไปด้วย ชวนเล่นไปด้วยเด็กไม่งอเเงเลยตอนเย็บแผล"

"พี่กุ้งก็เก่งค่ะ...พี่ก็เล่นกับน้องเหมือนกันนี่คะ"

"งานเสร็จแล้วไปกินข้าวเที่ยงกันเถอะค่ะน้องหมอ"

คำนี้ช่างมาในเวลาที่ต้องการ

"ไปค่ะพี่...สีน้ำรอคำนี้มานานแล้ว" ตาเป็นประกาย แล้วรีบเดินไปยังทิศทางที่มีโรงอาหารทันที

"นี่แหละข้าวเที่ยงที่ไฝ่ฝัน..." บรรจงตักข้าวขาหมูขนาดพอดีคำพร้อมเข้าปาก...

"คุณหมอคะ..คุณหมอคือพี่สีน้ำที่เป็นเพื่อนของพี่โมรึเปล่าคะ?" มีเด็กนักเรียนที่มาฝึกงานโรงพยาบาลถาม

"โม..." วางช้อนลง แล้วคิดทบทวนเรื่องราวก่อนเงียบๆ

"โม มาริสา ห้องห้าไงคะ หนูชื่อซีเกมส์ค่ะเป็นน้องสนิทของพี่โม"

"รุ่นน้องของโมนี่เอง...มีอะไรให้พี่ช่วยรึเปล่าจ้ะ?"

"ขอหนูกับเพื่อนๆนั่งกินข้าวด้วยได้มั้ยคะ?" ส่งสายตาออดอ้อน

"อืม...ก็ไม่มีปัญหาจ้ะ..เเต่แค่นั่งด้วยเหรอ?" ก่อนหน้านี้โมได้บอกมาบ้างเเล้ว

"หนูกับเพื่อนขอสอบถามเกี่ยวกับเส้นทางเพื่อเป็นหมอ...เป็นงานที่วิชาแนะเเนวให้หาอาชีพที่อยากเป็นน่ะค่ะ...ส่วนเพื่อนหนูสองคนนั้นเขาอยากเรียนพยาบาล เขาเลยจะขอถามพี่พยาบาลคนนั้นอยากให้พี่หมอช่วยถามเขาว่าได้รึเปล่าน่ะค่ะ..."

"ได้สิจ้ะ...เดี๋ยวพี่ถามให้นะ...ส่วนน้องที่จะถามพี่...จะนัดกันกี่โมงดี?พี่จะได้ดูตารางให้"

"ถ้า...วันนี้เลยจะได้มั้ยคะ....ตอนนี้เลยด้วยได้รึเปล่าคะ?"เด็กสาวยิ้มเเบบเกร็งๆ

"ก็ได้จ้ะ...ไหนจะถามอะไรบ้าง....เดี๋ยวพักเที่ยงหมดหมอต้องไปทำงานต่อ"

"มีถ่ายวิดีโอไปส่งด้วยนะคะ"

"จ้ะ...พี่โอเค..."วางช้องลงอย่างถาวร

"สวัสดีค่ะวันนี้เรามาสัมภาษณ์คุณหมอกัน..."

แล้วกิจกรรมช่วยรุ่นน้องเพื่อนก็เริ่มต้นขึ้น จนสุดท้ายจบลงที่หมดเวลาพักเที่ยงเเล้วไปทำงานต่อ

"วันนี้ขอบคุณพี่หมอกับพี่พยาบาลมากเลยนะคะ ที่เสียสละเวลามีให้เราสัมภาษณ์"

"ไม่เป็นไรจ้ะ...หมดเวลาเเล้วพี่ขอตัวนะ" ยกจานข้าวที่ไม่ได้กินสักคำไปคืนที่ร้าน

สรุปมื้อเที่ยงก็ไม่ได้กิน...จิตใจนี่ลอยไปอยู่กับข้าวขาหมูเมื่อกี้เลย

"ไม่เป็นไรนะ...เดี๋ยวเลิกงานก็ได้ไปกินชาบูแล้ว...ถึงตอนนั้นจะกินให้หนักเลยคอยดู"

เมื่อเวลาเลิกงานมาถึงก็รีบขับรถตรงไปที่ร้านชาบูเจ้าประจำทันที มาถึงร้านก็รีบสั่งเเบบไม่อั้นเเล้วเตรียมที่จะกินให้เต็มที่ แต่แล้วตอนที่กำลังจะได้กินนั้นเอง

"นี่สิชาบูที่เรารอคอย....กลิ่นน้ำซุปช่างหอมยิ่งนัก" มือเรียวหยิบตะเกียบกำลังจะคีบเนื้อหมูสไลด์แผ่นบางลงหม้อ

"ช่วยด้วยค่ะ...ซะมี(สามี)ของดิฉันชักค่ะ เป็นลมบ้าหมู! ใครก็ได้ช่วยที!!" หันขอความช่วยเหลือจากคนอื่นๆในร้าน

"ช่วยด้วยค่ะ!"

มีคนอื่นในร้านเริ่มหันมามอง บางส่วนก็มามุงดูเหตุการณ์แต่ทำอะไรไม่ได้

"ไม่คิดว่าจะเจอคนเป็นลมชักตอนนี้...."

คนนี้เป็นอาการชักแบบเกร็งกระตุกทั้งตัว (Focal to bilateral tonic-clonic) เกิดจากการที่กระแสไฟฟ้าที่ผิดปกติรบกวนเวลาการทำงานของสมองทั้งหมด จะเกิดอาการชักที่เรียกว่า อาการชักทั่วทุกส่วน หรือที่เรียกว่าลมบ้าหมู ชนิดที่พบบ่อยคือ อาการชักเกร็งกระตุกทั้งตัว ผู้ป่วยจะสูญเสียความรู้สึกตัวทันที และล้มลงกล้ามเนื้อจะแข็งเกร็งทั่วทั้งตัวตาจะเหลือกค้าง น้ำลายฟูมปาก อาจจะกัดลิ้นตนเองหรือปัสสาวะราด ระยะเวลาชักนานประมาณ 2-3 นาที หลังชักมักจะเพลียและนอนหลับหลังจากหยุดชัก

"อย่าค่ะ! ห้ามผูกมัดหรือกดตัวเขา(บอกภรรยาให้หยุดทำเเบบนั้น) คุณ!! โทรหารถพยาบาลที" นธีกานต์สั่งหนึ่งในไทยมุงให้โทรทันที

"ส่วนที่เหลืออย่ามุงค่ะ เดี๋ยวเขาจะขาดออกซิเจน...แล้วคุณ..สามีได้มียาติดตัวมารึเปล่าคะ?!"

"เอ่อคือ...คือไม่ได้เอามาค่ะ" หน้าเจื่อนไป

"งั้นช่วยฉันหน่อย เดี๋ยวช่วยพลิกตัวเขานอนตะแคงทางด้านขวานะ ถอดแว่นออกด้วยค่ะ...เขามีฟันปลอมมั้ย?ถ้าถอดได้ให้ถอด..." อยู่ช่วยจนรถโรงพยาบาลมาแต่เเล้วก็ต้องไปกับรถด้วยเพราะคนที่มาบอกหมอไม่พอวันนี้

"รถมาแล้ว...ขอบคุณคุณมากนะคะ" สาวใหญ่พูดขึ้นก่อนจะขึ้นรถพยาบาลไป

"ไม่เป็นไรค่ะ..."

"อ้าวหมอ!! หมอครับ พอดีเลย...ไปด้วยกันนะครับ ที่นู่นมีหมอคนเดียวผมว่าจะเอาไม่อยู่"

สุดท้ายต้องทิ้งชาบูที่รักไปทำหน้าที่ต่อ สรุปวันนี้หมอสีน้ำก็ไม่ได้กินอะไรเลยจนถึงค่ำ

"ลาก่อนชาบูที่แสนน่ากินของฉัน...ไว้โอกาสหน้าเราพบกันใหม่นะ วันนี้เราต้องจากกันไปก่อน...สัญญาจะกลับมาแน่นอน" พูดกับชาบูในจินตนาการอย่างอาลัยอาวรณ์ แล้วก็ต้องจากชาบูที่แสนรักไป

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ความคิดเห็น