ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : บทที่ 15

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย อีโรติก

คนเข้าชมทั้งหมด : 5.7k

ความคิดเห็น : 8

ปรับปรุงล่าสุด : 13 ส.ค. 2563 19:35 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 15
แบบอักษร

บทที่ 15

 

“แม่เลี้ยง แม่เลี้ยง เกิดเรื่องแล้ว แม่เลี้ยงอยู่ไหน”

เสียงดังโวกเวกมาแต่ไกลทำให้ปภาวรินท์ที่กำลังดูแลสวนดอกไม้เล็กๆหน้าบ้านชะโงกหน้าขึ้นมามองหาเจ้าของเสียงที่เธอจำได้แม่นว่าเป็นเสียงของใคร เมื่อเห็นว่าคนที่ตะโกนเรียกเธอตอนนี้อยู่ตรงไหนก็อดจะอ่อนใจไม่ได้

อีกตั้งไกลกว่าจะถึงบ้านตะโกนซะดังเลย แล้ววิ่งมาจากไหนนั่น ทำไมไม่ขับมอไซค์มา’

ปภาวรินท์พูดกับตัวเอง คนที่ตะโกนเรียกเธอนั้นคือพี่สายหยุด ไม่รู้ว่าวิ่งมาจากไหนดูท่าทางรีบร้อน แถมยังตะโกนเสียงดังไปทั่ว จนเธออดคิดไม่ได้ว่ามีเรื่องอะไรเกิดขึ้นหรือป่าว

“ค่อยๆเดินค่ะพี่สายหยุด”

เธอกลัวคนรีบร้อนจะสะดุดก้อนหินก้อนดินแถวนี้ล้ม

“มะ..แม่เลี้ยง แฮ่ก..แฮ่ก..แปบนึงนะคะพี่เหนื่อย”

“พักก่อนจ๊ะ ทำไมรีบวิ่งมาขนาดนี้ แล้วมอไซค์ไปไหน”

เธออดที่จะถามไม่ได้ ปกติสายหยุดจะมีมอเตอร์ไซค์ส่วนตัวอยู่หนึ่งคัน แต่วันนี้ไม่เห็นขับมาอยู่ดีๆก็วิ่งหน้าตาตื่นมาเลย

“พี่รีบก็เลยลืมขับมาค่ะ”

“พี่สายหยุด....”

ปภาวรินท์ถึงกับเรียกชื่อสายหยุดเสียงหลง เธอไม่คิดว่าจะมีเรื่องอะไรรีบร้อนถึงขนาดต้องวิ่งมาแบบนี้

“แล้วมีเรื่องอะไรค่ะ ถึงวิ่งหน้าตาตื่นมาแบบนี้”

เมื่อเห็นว่าสายหยุดคลายอาการเหนื่อยไปบ้างแล้ว ปภาวรินท์จึงถามถึงเรื่องที่ทำให้รีบร้อนวิ่งมาหาเธอ

“ว้าย...ตายแล้วพี่ลืมไปเลย มั่วแต่เหนื่อยอยู่ได้”

“แล้วมันเรื่องอะไรค่ะ”

“เกิดเรื่องใหญ่แล้วค่ะ พ่อเลี้ยงตกหลังม้า”

“อะ...อะไรนะ!”

เสียงย้อนถามด้วยความตกใจ ตอนนี้ใจของปภาวรินท์ตกไปอยู่ตาตุ่มเมื่อได้ยินคำพูดของสายหยุด เธอใจหายวาบแรงแทบจะหมดไปเสียดื้อๆทรงตัวก็แทบไม่อยู่ แต่เธอยังพอมีสติต้องถามอาการก่อการก่อน

“อาการพี่ก่อเป็นยังไงบ้าง ไม่เป็นอะไรใช่ไหมพี่สายหยุด”

ปภาวรินท์รีบถาม เธอภาวนาให้ก่อการไม่เป็นอะไรมาก

“แม่เลี้ยงไปดูเองเถอะค่ะ พี่ไม่อยากพูด”

ปภาวรินท์แทบจะล้มทั้งยืนความกลัวเกิดขึ้นในใจ สายหยุดไม่กล้าบอกเธอว่าอาการก่อการเป็นยังไง แสดงว่าเขาเป็นหนักใช่ไหมถึงไม่ยอกบอกกัน

“ละ...แล้วตอนนี้พี่ก่ออยู่ไหน”

เธอแทบจะหาเสียงตัวเองไม่เจอเมื่อเอ่ยถามสายหยุด น้ำตาไหลออกมาจากตาทั้งสองข้างเธอกลัวไปหมด

“ตอนนี้พ่อเลี้ยงอยู่เนินท้ายไร่ค่ะ แม่เลี้ยงอย่าพึ่งร้องไห้นะคะ”

สายหยุดเห็นปภาวรินท์ร้องไห้ก็สงสายจับใจ เธอปลอบไม่ให้ปภาวรินท์ร้องไห้

“ฮือ...ฮือ...พา...ฮึก..ไปหาพี่ก่อที...ฮือ...”

เพราะความหวาดกลัวว่าก่อการจะได้รับอันตรายอย่างรุนแรง ปภาวรินท์จึงไม่อาจกลั้นน้ำตาเอาไว้ได้

“ใจเย็นๆก่อนนะคะ เดี๋ยวพี่ไปเอามอไซค์ของแม่เลี้ยงก่อนนะ”

สายหยุดรีบวิ่งไปที่โรงจอดรถทันทีแล้วคว้ามอเตอร์ไซค์ขับมารับปภาวรินท์ ก่อนจะรีบขับไปยังเนินท้ายไร่ที่ก่อการอยู่

ตลอดทางที่นั่งซ้อนท้ายรถมอเตอร์ไซค์ ปภาวรินท์ร้องไห้มาตลอดทาง เธอได้แต่เร่งให้สายหยุดขับให้ไวกว่านี้อยากเจอก่อการไวๆเธอเป็นห่วงเขา

“พี่สายหยุดขับไวกว่านี้หน่อยนะคะ”

“นี่พี่ก็รีบสุดๆแล้วนะคะ ถ้าเร็วกว่านี้เราจะเกิดอุบัติเหตุได้ แม่เลี้ยงใจเย็นก่อนนะไม่ไกลเราก็จะถึงกันแล้ว”

สายหยุดพยายามปลอบเจ้านายคนสวย เธอรู้ว่าแม่เลี้ยงใจร้อน แต่ก็ไม่อาจขับไว้กว่านี้ได้แล้ว

ไม่นานสายหยุดก็ขับมอเตอร์ไซมาถึงที่หมาย แต่ปภาวรินท์กลับมองไม่เห็นใครสักคน เธอยิ่งร้อนรนมากกว่าเดิม

“พี่ก่ออยู่ไหนทำไมไม่เห็นใครเลย หรือคนงานจะพาพี่ก่อไปโรงพยาบาลแล้ว”

“พี่ว่าน่าจะยังนะคะ แม่เลี้ยงลองเดินไปดูแถวๆเนินตรงนั้นดูนะคะพ่อเลี้ยงน่าจะอยู่แถวนั้น”

ไม่รอช้าปภาวรินทร์รีบวิ่งไปที่เนินทันที ซึ่งอยู่ไม่ห่างจากที่เธอยืนมากนัก เนินนี้จะสูงกว่าตรงอื่นสามารถมานั่งมองวิวแถวนี้ได้ ด้วยความรีบร้อนไม่ทันระวังจึงทำให้เธอสะดุดก้อนหินแถวนั้นจนหกล้มแต่ปภาวรินท์ก็หาใส่ใจไม่ เธอรีบลุกขึ้นแล้ววิ่งต่อไปเพื่อให้เจอก่อการโดยเร็ว โดยไม่ได้สนใจแผลและอาการเจ็บปวดจากการหกล้ม

ตอนนี้ปภาวรินท์ไม่สนอะไรทั้งนั้น สิ่งเดียวที่เธอนึกถึงมีเพียงก่อการเท่านั้น

“พี่ก่อ...อยู่ไหน พี่ก่อค่ะ”

เธอตะโกนเรียกเขาเมื่อมาถึงที่เนินตามที่สายหยุดบอก แต่ก็ไม่เจอใครสักคนเมื่อหันกลับไปเพื่อจะถามสายหยุดว่าก่อการอยู่ตรงไหนก็ไม่เจอสายหยุดแล้ว นั้นทำให้ปภาวรินท์ยิ่งร้อนใจ

“พี่ก่อ...ได้ยินหนูไหม ฮือ...ฮือ...”

ปภาวรินท์เริ่มใจไม่อยู่นิ่งเธอวิ่งตามหาก่อการทั่วบริเวณนั้นแต่ก็ไม่เจอ

“แม่เลี้ยงมองไปที่สวนกุหลาบสิคะ”

เสียงของสายหยุดดังขึ้นมา แต่ไม่รู้ว่าเจ้าตัวหายไปไหน ปภาวรินท์เองเมื่อได้ยินเช่นนั้นก็หันหน้าไปทางสวนกุหลาบที่สายหยุดบอก

ภาพที่เห็นตรงหน้ามันทำให้ปภาวรินท์ทรุดลงที่พื้นทันที เธอก้มหน้าร้องไห้ด้วยความหมดแรง ความรู้สึกมากมายมันถ่าโถมเข้ามาจนไม่อาจอธิบายได้ว่ามันรู้สึกยังไง เธอรู้สึกโล่งใจ เสียใจ โกรธ ดีใจ และมีความสุข ทุกๆความรู้สึกมันรวมกันจนเธอไม่อาจแยกได้ว่ามันคืออะไรกันแน่ เมื่อไม่อาจเข้าใจความรู้สึกตัวเองได้ปภาวรินท์จึงปลดปล่อยมันออกมาด้วยน้ำตา

“ฮือ..ฮือ..ฮึก..ฮือ..”

เสียงร้องไห้สะอึกสะอื้นดังขึ้นโดยไม่มีทีท่าว่าจะหยุด เสียงร้องไห้ของปภาวรินทร์ดังจนแทบขาดใจก่อการที่แอบอยู่แถวนั้นไม่อาจนิ่งต่อไปได้ เขาวิ่งออกมาจากที่ซ่อนรีบตรงมาที่เธอทันที

“รินท์ เกิดอะไรขึ้นร้องไห้ทำไม”

ก่อการถามขึ้นอย่างร้อนรน พร้อมกับดึงปภาวรินทร์เข้ามากอด

“ฮือ..ฮือ..”

ไร้เสียงตอบกลับมีเพียงแค่เสียงร้องไห้เท่านั้นที่ดังให้ได้ยิน

“ฮึก..พี่ก่อ ฮือ..”

เธอเอ่ยชื่อเขาด้วยเสียงสะอื้นอย่างน่าสงสาร มือเล็กๆของเธอยกขึ้นทุบแผ่นหลังเขาซ้ำไปซ้ำมา

“โอ้ๆคนดีหยุดร้องก่อน บอกพี่ซิว่าเป็นอะไร ใครทำอะไรรินท์หรือป่าว”

ก่อการพยายามปลอบให้เธอหยุดร้อง เขาไม่อยากเห็นน้ำตาของเธอ

“ฮือ..ฮือ..ทำแบบนี้ทำไม ฮึก คนใจร้าย”

ปภาวรินท์ทั้งทุบทั้งตีแผ่นหลังเขาอย่างไม่มีทีท่าว่าจะหยุด ถึงแม้จะเป็นมือเล็กๆแต่ก็ทำให้ก่อการรู้สึกเจ็บได้

“ไหนบอกพี่หน่อย พี่ใจร้ายตรงไหน หยุดร้องก่อนนะคนดี”

ก่อการดันเธอเล็กน้อยแล้วคล้ายกอดออกยกมือขึ้นขึ้นซับน้ำตาให้พร้อมกับจูบเบาๆที่เปลือกตาบวมเฉ่งของเธอ

เขาไม่เข้าใจว่าทำไมปภาวรินท์ถึงว่าเขาใจร้าย หรือเธอไม่ชอบสิ่งที่เขาทำให้หรือ

“โกรธพี่หรือเปล่า ที่พี่ทำแบบนั้นให้ ไม่ชอบใช่ไหม”

ก่อการเอ่ยถามด้วยเสียงเศร้า พอปภาวรินท์เห็นแปลงกุหลาบที่เขาปลูกไว้เพื่อเธอ ก่อการก็เห็นเธอทรุดลงกับพื้นแล้วร้องไห้ทันที มันเลยทำให้เขาคิดว่าหรือจริงๆแล้วปภาวรินท์ไม่ชอบแน่ๆเลย

“หนู..ไม่ชอบที่พี่ก่อ..ฮึก..ให้คนมาบอกว่าตกหลังม้า ฮือ..ฮือ..”

“ทำไมต้องเอาเรื่องแบบนี้มาล้อเล่นด้วย ฮึก..หนูแทบขาดใจเลยนะตอนที่พี่สายหยุดบอกว่าพี่ตกหลังม้า หนูกลัว หนูกังวลไปสารพัดเลย ฮือ..ฮือ..คนบ้า ทำไมทำแบบนี้ ทำทำไม ฮือ..”

คำพูดมากมายออกจากปากร่างบาง เธอระบายความอัดอั้นความกังวลต่างๆจนก่อการรู้สึกผิดขึ้นมาทันที เขาไม่คิดว่าปภาวรินท์จะตกใจกลัวขนาดนี้ ก่อการเพียงแค่คิดแผนนี้ขึ้นมาเพื่อให้ปภาวรินท์มาหาเขาที่นี่เท่านั้น

“ขอโทษครับ พี่ผิดเองที่ลืมคิดถึงความรู้สึกของรินท์ คนดี..อย่าโกรธพี่เลยนะ นะครับ”

เขาเอ่ยขอโทษที่ทำให้ปภาวรินท์เสียใจและยอมรับผิดทุกอย่าง เขาคิดน้อยไปจริงๆหวังว่าจะเซอร์ไพร์สุดท้ายกลับไม่เป็นอย่างที่คิดไว้ แถมยังโดนโกรธจนต้องพยายามง้อปภาวรินท์

“หนูโกรธ หนูเสียใจมาก”

“พี่รู้..รินท์จ๋า..พี่ขอโทษ หายโกรธพี่เถอะนะ”

ปภาวรินท์หันหน้าหนี เธอไม่อยากพูดกับคนเจ้าแผนการ

“รินท์ไม่ต้องหายโกรธพี่ตอนนี้ก็ได้ แต่รินท์หันกลับไปมองที่สวนกุหลาบใหม่อีกครั้งได้ไหม”

คำขอร้องของก่อการทำให้ปภาวรินท์หันกลับไปมองที่สวนกุหลาบอีกครั้ง มันเป็นสวนกุหลาบที่สวยที่สุดตั้งแต่เธอเคยเจอมา

สวนกุหลาบที่อยู่ตรงหน้าเธอปลูกกุหลาบสามสี มีกุหลาบสีขาวปลูกเรียงกันจนแน่นเป็นรูปหัวใจขนาดใหญ่ ส่วนตรงกลางปลูกด้วยกุหลาบสีชมพูและสีแดง เรียงกันจนเป็นตัวอักษรของคำว่า

 

'will you marry me'

 

“พี่ก่อ..”

เธอเรียกชื่อเขาด้วยความตื่นเต้น อารมณ์ตอนนี้มันตีรวมกันไปหมด ก่อนหน้านี้ไม่กี่นาทีเธอยังกลัวยังกังวลอยู่เลย แต่ตอนนี้เธอกำลังใจเต้นกับสิ่งที่เห็นตรงหน้า

มันเกินสิ่งที่เธอหวังไปมาก ปภาวรินท์ไม่เคยคิดเลยว่าก่อการจะขอเธอแต่งงาน เพียงแค่เขารักเธอมันก็เกินฝันเธอไปมาก เรื่องแต่งงานจึงไม่ใช่สิ่งที่เธอคาดหวัง

“ตอบพี่ให้ชื่นใจหน่อยสิ รินท์จะแต่งงานกับพี่ไหม”

คำขอแต่งงานที่ออกจากปากก่อการทำให้ปภาวรินท์ใจเต้นแรงมากกว่าเก่า

“เป็นหนูดีแล้วหรือคะ”

ปภาวรินท์อยากถามก่อการอีกสักครั้ง ให้คำตอบของเขาทำให้เธอมั่นใจในตัวเองว่าเป็นเธอนะดีจริงๆสำหรับเขา

“ไม่มีสิ่งไหนดีที่สุดไปกว่าการที่พี่มีรินท์อยู่ใกล้ๆอีกแล้ว ให้โอกาสผู้ชายที่เคยร้ายกับรินท์ได้เป็นสามีและพ่อของลูกๆได้ไหมครับ”

ก่อการคุกเข่าลงที่พื้นเขาเงยหน้าขึ้นมองเธอ จับมือทั้งสองข้างของเธอมากุมไว้แล้วจุมพิตเบาๆที่มือคู่นั้นของเธออย่างรอคำตอบ

ปภาวรินท์ก้มมองคนที่คุกเข่าตรงหน้าเธอ น้ำตาเธอไหลออกมาด้วยความตื้นตัน เธอสะอื้นเบาๆด้วยความซาบซึ้งใจ เธอดึงมือที่ถูกก่อการกุมไว้มาแนบที่แก้มทั้งสองข้างของเขา

“พี่ก่อไม่เคยร้ายสำหรับหนูเลยนะคะ พี่ก่อคอยช่วยหนูทุกอย่างเวลาลำบาก ยามที่หนูโดดเดี่ยวพี่ก่อก็ยื่นความอบอุ่นมาให้ เป็นหนูเสียอีกที่ทำให้พี่ก่อต้องลำบาก”

“หนูสัญญานะคะว่าจะรักและซื่อสัตย์กับพี่ก่อเพียงคนเดียว ทั้งชีวิตนี้หนูมีเพียงแค่พี่ก่อได้โปรดช่วยดูแลและมอบความอบอุ่นให้หนูด้วยนะคะ อย่าทิ้งหนูไว้คนเดียวชีวิตหนูต่อจากนี้จะเป็นของพี่ก่อเพียงคนเดียว”

“แต่งงานกับพี่นะครับ”

ก่อการถามเธออีกครั้ง ปภาวรินทร์ยิ้มตอบก่อนจะก้มลงไปจูบปากของก่อการ

“ค่ะ”

เมื่อปภาวรินท์ตอบตกลงก่อการก็ลุกขึ้นแล้วคว้าตัวเธอมากอดทันที เขาพรมจูบไปทั่วใบหน้างาม แล้วมาหยุดที่ริมฝีปากสีสวยเขาแทรกลิ้นเข้าไปในโพรงปากของเธอแล้วตวัดจูบอย่างดูดดื่ม แม้ปภาวรินท์จะตกใจเมื่อถูกจู่โจมแต่เธอก็ยอมเผยริมฝีปากรับจูบของก่อการด้วยความเต็มใจ

“ยินดีด้วยครับ/ค่ะพ่อเลี้ยง แม่เลี้ยง”

เสียงคนจำนวนมากดังขึ้นแสดงความยินดีกับทั้งสองคน ปภาวรินท์ตกใจหน้าแดงเธออายที่คนในไร่มาเห็นเธอกับเขาจูบกัน เธอจึงซุกหน้าไปที่อกของเขาเพื่อซ่อนความอาย

“อือ..พี่ก่อ..ทำไมไม่บอกหนูว่ามีคนอยู่แถวนี้”

ก่อการหัวเราะออกมาอย่างเสียงดัง เมื่อเห็นท่าทางเขินอายของปภาวรินท์ เธอทุบเขาเบาๆในขณะที่ยังซุกหน้ากับอกแกร่งของเขาอยู่

“ทุกคนเขามารอลุ้นว่าหนูจะยอมแต่งงานกับพี่ไหม”

“ทำไมต้องลุ้นด้วยคะ ยังไงหนูก็แต่งอยู่แล้ว”

เธอบอกเขาเสียงอู้อี้หน้าแดงไปหมด

“เอาหละทุกคนไปทำงานได้แล้ว เห็นไหมว่าเมียฉันอาย”

เขาตะโกนบอกคนงานด้วยเสียงดุดัน แต่ใบหน้ากลับเต็มไปด้วยรอยยิ้ม เขาอยากแกล้งคนในอ้อมกอดเสียมากกว่า

“พี่ก่อ..แกล้งหนูทำไม”

ก่อการขำออกมาอย่างมีความสุขที่แกล้งคนในอ้อมกอดให้อายได้ เขาชอบเวลาที่ปภาวรินท์เขินอาย มันดูน่ารักสำหรับเขา

“เพราะพี่รักรินท์มากไง”

“อือ..คนบ้า ไม่เห็นเกี่ยวกันเลย”

ฟอด

“พี่ก่อ...”

อยู่ๆก่อการก็ก้มลงมาหอมแก้มปภาวรินท์เสียฟอดใหญ่ คนงานแถมนั้นที่ยังไม่ได้ไปไหนร้องแซวกันจนปภาวรินท์แทบจะจมไปกับอกของก่อการอยู่แล้ว ปกติอยู่กับเขาแค่สองคนเธอก็ขี้อายอยู่แล้ว แล้วนี่ทั้งจูบทั้งหอมแก้มต่อหน้าคนมากมายมีหรือที่ปภาวรินท์จะไม่อาย

“หนูจะไม่หายโกรธพี่ก่อที่แกล้งบอกหนูว่าตัวเองตกหลังม้า”

“แต่รินท์ยอมแต่งงานกับพี่แล้วนะ”

“ไม่เห็นเกี่ยวกันเลยถึงหนูยอมแต่งงานด้วย แต่หนูไม่หายโกรธหรอกนะคะ”

“ได้ไงอ่ะ หายโกรธพี่เถอะ เราดีกันนะคนดี นะๆ”

ก่อการพยายามง้อเธอด้วยเสียงอ้อนๆเขายกมือชู้นิ้วก้อยให้เธอเพื่อที่ขอให้เธอหายโกรธเขา ปภาวรินท์เห็นเช่นนั้นก็อดที่จะหัวเราะออกมาไม่ได้ ปกติก่อการไม่เคยแสดงท่าทีแบบนี้ให้เธอเห็นมากนัก

“หัวเราะพี่หรอ นี่พี่กำลังง้อเราอยู่นะ”

“หนูตลกท่าทางพี่ก่อต่างหาก ง้อกันเหมือนเด็กๆเลย”

เธอตอบเขาแล้วยิ้มหวานให้

“แล้วแบบนี้รินท์ไม่ชอบหรือครับ”

เขาทำตาหวานใส่เธอ ปภาวรินท์เห็นแล้วแทบจะละลาย ทำไมชอบทำให้เธอใจสั่นอยู่เรื่อย

“รู้แล้วยังจะมาถามหนูอีก”

เธอมองค้อนใส่เขา

“หายโกรธพี่ยังครับ”

เขาถามเธอขึ้นมาอีกครั้ง ส่งสายตาให้เธอเสียหวานฉ่ำจนปภาวรินท์เขินไม่กล้าสบตาเขา

“หายโกรธแล้วค่ะ แต่ห้ามเอาเรื่องแบบนี้มาล้อเล่นกันอีกนะคะ”

ปภาวรินท์บอกเขา เธอจะต้องห้ามเขาไว้ก่อนเพื่อครั้งหน้าก่อการวางแผนทำอะไรจะได้ไม่เอาเรื่องบาดเจ็บมาล้อกัน

“จะไม่มีอีกแล้วครับ พี่สัญญา”

.

.

.

.

.

“ขาสวยๆเป็นแผลหมดเลย”

ก่อการบ่นเล็กน้อย เขาอดที่จะโทษตัวเองไม่ได้ที่ทำให้ปภาวรินท์เจ็บตัวแบบนี้ ทั้งแขนและขาถลอกไปหมด ตอนที่เห็นเธอสะดุดก้อนหินล้มเขาแทบจะออกมาจากที่ซ่อน

“เพราะใครกันหละ”

เธอแกล้งว่าให้เขา เพราะความรีบร้อนบวกกับความเป็นห่วงก่อการ ปภาวรินท์จึงวิ่งอย่างไม่สนใจว่าจะสะดุดอะไรหรือป่าว ตอนล้มแรกๆเธอก็ไม่เจ็บหรอก แต่พอกลับมาบ้านมันก็รู้สึกเจ็บและแสบขึ้นมาจึงนึกขึ้นได้ว่าตัวเองสะดุดก้อนหินล้ม กำลังจะไปเอาอุปกรณ์มาทำแผลแต่ก็เห็นก่อการหยิบมันเดินมาหาเธอเสียก่อน ตอนนี้เขาก็กำลังทำแผลให้เธอด้วยสีหน้าหงุดหงิด

“อย่าทำหน้าแบบนั้นสิคะ หนูไม่เจ็บแล้ว”

มือบางยกขึ้นสัมผัสที่กลางหว่างคิ้วของก่อการเมื่อเห็นว่ามันชนกันจนดูเครียดไปหมด เธอค่อยๆลูบเบาๆเพื่อให้เขาผ่อนคลาย

ปภาวรินท์ไม่อยากให้ก่อการต้องโทษตัวเองที่เธอเจ็บแบบนี้นั้นเป็นเพราะเธอไม่ระวังเอง

“ถ้าพี่หาวิธีที่ดีกว่านี้...”

“แบบนี้ดีที่สุดแล้วค่ะ”

เธอพูดขึ้นก่อนที่ก่อการจะทันได้พูดจบ วันนี้เป็นวันดีที่เขาขอเธอแต่งงาน เธอไม่อยากให้เขาต้องมานั่งเครียดกับเรื่องนี้

“พี่ก่อ...ฟังหนูนะ”

เธอจับใบหน้าเขาให้หันมามองกัน แล้วส่งยิ้มให้

“เรื่องที่หนูหกล้มพี่ก่อลืมมันไปเถอะนะ หนูซุ่มซ่ามเองพี่ก่อไม่ได้เป็นคนเอาหินมาวางขวางไว้สักหน่อย แล้วก็วันนี้เป็นวันดีพี่ก่อขอหนูแต่งงาน เพราะฉะนั้นห้ามคิดถึงสิ่งไม่ดีให้คิดถึงแต่ช่วงเวลาที่หนูตอบตกลงเท่านั้น โอเคไหมค่ะ”

บอกเขาเองแต่ปภาวรินท์ก็เขินเองด้วย ยิ่งนึกถึงตอนที่ก่อการขอเป็นแฟนเธอยิ่งเขิน มันทำให้นึกไปถึงตอนที่เขาจูบเธอต่อหน้าคนงานด้วย

“พูดเองเขินเองซะงั้น”

ก่อการเอ่ยแซวปภาวรินท์

“ก็มันน่าอายนี่คะ คนตั้งเยอะแยะ”

“ลืมไปเมียฉันขี้อาย”

ฮา ฮา ฮา

ก่อการหัวเราะเสียงดังลั่นบ้านเมื่อเอ่ยจบ ปภาวรินท์จึงตีไปที่แขนของเขาเบาๆเพื่อแก้เขิน

“ใครจะไปกล้าแบบพี่ก่อกัน”

เธอพูดออกมาเสียงพึมพำ เขาชอบทำให้เธออายอยู่เรื่อย

ก่อการนั่งมองคนที่หลบตาเขาเพราะเขินด้วยใบหน้าที่เปี่ยมไปด้วยความสุข ไม่ว่าปภาวรินท์จะแสดงอาการแบบไหนออกมาให้เขาเห็นมันช่างดูน่ารักน่าเอ็นดูไปเสียหมด เขามีความสุขทุกครั้งที่อยู่ใกล้เธอ

“ขอบคุณนะครับ พี่รักรินท์ที่สุดเลย”

หลังคำบอกรักก่อการก็หอมแก้มปภาวรินท์ด้วยสัมผัสที่อบอุ่น เขาโอบกอดเธอไว้ด้วยความรัก

“หนูก็รักพี่ก่อค่ะ รักหนูแบบนี้ตลอดไปเลยนะคะ”

ชั่วชีวิตนี้ปภาวรินท์ไม่ขออะไรอีกแล้ว แค่มีคนรักแบบก่อการแค่นี้เท่านั้นที่เธอต้องการ ชีวิตต่อจากนี้จะสุขหรือทุกข์เธอให้เขาเป็นคนนำพา เพราะเธอได้มอบทั้งชีวิตให้เขาไปแล้ว

 

 

The end

.

.

.

.

.

สวัสดีค่ะทุกคน

นิยายเรื่องแรกของเราแต่งจบแล้วนะคะ ในที่สุดพี่ก่อกับหนูรินท์ก็เดินทางมาถึงตอนจบแล้วนะคะ กว่านิยายเรื่องนี้จะเดินทางมาถึงตอนจบมันยาวนานมาก (เราแต่งช้าเอง) เราขอบคุณทุกๆคอมเม้น ทุกๆการอ่าน และทุกๆการติดตามนะคะ ไม่รู้ว่าเป็นตอนจบที่ดีอย่างที่ทุกคนหวังไว้หรือเปล่า หากไม่เป็นดั่งที่ทุกคนหวังเราต้องขอโทษด้วยนะคะ เราพยายามแต่งออกมาให้ดีที่สุดเท่าที่เราจะทำได้ แต่เราก็รู้สึกว่ายังไม่ดีเท่าที่ควร ยังไงเราก็ฝากติดตามและเป็นกำลังใจให้เราต่อไปด้วยนะคะ

สุดท้ายนี้ขอให้ทุกคนมีความสุขกับนิยายของเรานะคะ

รักทุกคนเสมอค่ะ 😍

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว