facebook-icon Twitter-icon Instagram-icon

เพราะครอบครองร่างปราณหยินบริสุทธิ์ที่เหล่าผู้บำเพ็ญชายล้วนปรารถนา นางจึงต้องปลอมตัวเป็นบุรุษเพื่อสานต่อปณิธานอันยิ่งใหญ่บนเส้นทางผู้ฝึกตนนี้

ตอนที่ 21 ละทิ้งโลกมนุษย์

ชื่อตอน : ตอนที่ 21 ละทิ้งโลกมนุษย์

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 2.3k

ความคิดเห็น : 1

ปรับปรุงล่าสุด : 06 ส.ค. 2563 17:38 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 21 ละทิ้งโลกมนุษย์
แบบอักษร

“เด็กน้อย เจ้าเป็นอย่างไรบ้าง” ผิวนางซีดเผือด ชายหนุ่มคิดว่านางคงกลัวมาก “เส้นทางสู่การฝึกตนนั้นลำบากลากเลือด คนสกปรกเช่นนี้ไม่ควรเก็บไว้ เจ้าคงต้องทำตัวให้ชินเสีย”  

โม่เทียนเกอพยายามดึงตัวเองกลับสู่โลกแห่งความเป็นจริง และสงบสติอารมณ์ ศิษย์พี่พูดถูก ถ้าปล่อยให้คนเช่นนี้มีชีวิตอยู่ต่อไป เขาก็จะทำให้คนอื่นตกอยู่ในความลำบาก อีกอย่างเขาต้องการที่จะทำร้ายเรา ดังนั้นไม่จำเป็นต้องไปใส่ใจเลยที่เขาจะถูกฆ่า 

นางเงยหน้าขึ้นแล้วมองไปที่ชายหนุ่ม “ศิษย์พี่ ท่านคือเพื่อนของท่านพ่อหรือ”  

ชายหนุ่มยิ้ม ย่อตัวลงเพื่อคุยกับนาง “อาจารย์ลุงของข้าต่างหากที่เป็นเพื่อนกับพ่อเจ้า พ่อเจ้าฝากฝังไว้กับท่าน และอาจารย์ลุงของข้าก็ส่งข้ามารับเจ้า”  

คนนี้เกี่ยวข้องกับพ่อข้า! นั่นหมายความว่าข้าสามารถออกไปจากที่นี่ ไปอยู่กับท่านพ่อได้งั้นหรือ 

โม่เทียนเกอปลื้มใจอย่างมาก “ศิษย์พี่ ท่านจะพาข้าไปหาท่านพ่อใช่ไหม ข้าจะได้เจอท่านพ่อไหม”  

ชายหนุ่มได้แต่อึกอัก เด็กคนนี้คิดถึงพ่อมาก แล้วข้าจะบอกนางเรื่องที่พ่อนางตายแล้วได้อย่างไร หลังจากเงียบไปครู่หนึ่ง เขาก็ตัดสินใจบอกว่า “เด็กน้อย พ่อของเจ้า...ตอนนี้ไม่อยู่แล้ว แม้กระทั่งลมหายใจสุดท้ายของเขาก็ยังคงนึกถึงเจ้ากับแม่ของเจ้า และได้ฝากฝังไว้กับอาจารย์ลุงของข้า” 

รอยยิ้มบนใบหน้าของนางเจื่อนลงในทันที 

ชายหนุ่มไม่มีแก่ใจจะเห็นนางเศร้า จึงพยายามจะปลอบนาง “เจ้าอย่าเศร้าไปเลย เจ้ายังคงมีท่านอา…”  

เขาต้องหยุดพูดลงในทันใดเมื่อเด็กน้อยจับแขนเสื้อของเขาพร้อมกับร้องไห้โฮ เขาสับสนมาก ได้แต่พูดว่า “เด็กน้อย เจ้าอย่าร้องไห้ไปเลย ข้า…” เขาไม่สันทัดในการปลอบเด็กแม้แต่น้อย เขารู้สึกผิดอย่างมาก ถ้ารู้ว่าจะเป็นเช่นนี้ เขาคงบอกนางภายหลัง ในตอนนี้เขาไม่สามารถทำอะไรได้นอกจากปล่อยให้นางร้องไห้ต่อไปจนกว่านางจะพอใจ 

ชายหนุ่มเบนสายตาไปทางคนบังคับรถม้าที่กำลังตื่นกลัว เขายืนสั่นเทาอยู่ข้างๆ รถม้าจ้องมองมาทางชายหนุ่มด้วยความกลัวอย่างที่สุด ชายหนุ่มขมวดคิ้ว “ไปซะ ข้าไม่ทำร้ายมนุษย์”  

คนบังคับรถม้ารู้สึกโล่งใจที่ได้ยินเช่นนั้น รีบกล่าวขอบคุณอย่างนอบน้อมก่อนที่จะบังคับรถม้าจากไป 

ชายหนุ่มมองตามรถม้าจนลับสายตา ก่อนจะก้มลงมองเด็กน้อยอีกครั้ง ตอนนี้นางหยุดร้องไห้แล้ว เหลือเพียงแค่อาการสะอึกสะอื้นเท่านั้น 

ถึงแม้ว่าเขาจะไม่สามารถปลอบเด็กคนนี้ได้ แต่เขาก็ยังคงสงสารที่เด็กคนนี้จะต้องสูญเสียทั้งพ่อและแม่ตั้งแต่ยังเด็กเพียงนี้ ดังนั้นเขาจึงพูดกับนางด้วยความนุ่มนวลว่า “เจ้าอย่าได้เศร้าไปเลย ข้าจะพาเจ้าไปที่คุนอู๋เพื่อเจอท่านอา ดีหรือไม่”  

โม่เทียนเกอเงยหน้าที่เต็มไปด้วยคราบน้ำตาขึ้น “ศิษย์พี่ ข้า...ข้าไม่เคยได้เจอท่านพ่อของข้า ข้าฝึกตนอย่างหนักเพื่อตามหาท่านพ่อ แต่…”  

ชายหนุ่มลูบหัวนาง “ในฐานะผู้ฝึกตน พวกเราเข้าใจอย่างถ่องแท้ในความหมายของชีวิตและความตาย พ่อเจ้าจากไปแล้ว เขาหวังให้เจ้ามีชีวิตที่ดี ดังนั้นต้องไม่ทำให้เขาผิดหวัง”  

โม่เทียนเกอส่ายหน้า แล้วจึงพยักหน้าตอบรับ 

เมื่อเห็นว่านางไม่ได้ร้องไห้อีกแล้ว ชายหนุ่มจึงพูดว่า “ข้าจะพาเจ้าไปที่คุนอู๋ตอนนี้เลย ดีไหม”  

โม่เทียนเกอลังเล “ข้าจะได้กลับมาที่นี่อีกหรือไม่”  

ชายหนุ่มเห็นท่าทางของนางแล้วคาดเดาได้ว่าคงไม่อยากจะไปจากที่นี่ ซึ่งเป็นเรื่องที่เข้าใจได้ ถึงแม้เด็กคนนี้จะเป็นผู้ฝึกตนแล้ว แต่ท้ายที่สุดแล้วนางก็ยังเป็นเด็ก นางอาศัยอยู่ในโลกมนุษย์ตั้งแต่เกิด ดังนั้นนางอาจจะไม่อยากแยกจากครอบครัวของนางที่อยู่ที่โลกนี้ก็เป็นได้ 

“เมื่อเจ้าก้าวสู่เส้นทางแห่งความเป็นเซียน คงดีกว่าถ้าเจ้ายอมละทิ้งสิ่งต่างๆ ไว้ข้างหลัง เด็กน้อยเอ๋ย ถ้าเจ้าตัดใจไปจากที่นี่ไม่ได้ และเลือกที่จะฝึกตนที่นี่ มันจะทำให้การฝึกตนของเจ้าก้าวหน้าได้ช้านัก”  

โม่เทียนเกอส่ายหน้า “ข้าไม่ได้ต้องการอยู่ที่นี่ ไม่มีใครชอบข้านอกจากเทียนเฉี่ยว”  

“อย่างนั้นหรือ” ชายหนุ่มไม่ทันได้คาดคิดถึงสิ่งนี้ เด็กคนนี้ดูเป็นเด็กฉลาด และใช่เลย นางเหมือนจะไม่ค่อยได้รับความรักเท่าไหร่นัก “ถ้าเช่นนั้น ทำไมเจ้าถึงยังอยากจะกลับมาอีก”  

โม่เทียนเกอตอบไปว่า “เทียนเฉี่ยวดูแลข้าอย่างดี ข้าอยากรู้ว่าในอนาคต ข้าจะกลับมาหานางบ้างได้หรือไม่”  

ชายหนุ่มยิ้ม “เพราะอย่างนี้สินะ เป็นเรื่องง่ายมาก เมื่อเจ้าเข้าถึงดินแดนการสร้างฐานแห่งพลัง เจ้าก็จะสามารถลอยตัวบนอากาศได้ และเมื่อนั้นเจ้าจะกลับมาเมื่อไหร่ก็ได้ที่เจ้าต้องการ”  

ลอยตัว? ลอยตัวบนอากาศอย่างที่เขาทำน่ะหรือ โม่เทียนเกอตาสว่างสดใสขึ้นมาทันที “จริงหรือ”  

ชายหนุ่มยิ้มและพยักหน้า “ตอนนี้ข้าจะพาเจ้าบินไปด้วยกันก่อน เราน่าจะถึงคุนอู๋ในไม่กี่วัน”  

โม่เทียนเกอพยักหน้าก่อนจะถาม “ศิษย์พี่ ข้าขอกลับไปที่บ้านก่อนเราจะไปได้หรือไม่”  

“ได้สิ หากเจ้าต้องการ” เพียงแค่เขาโบกมือครั้งเดียว กระบี่ของเขาก็บินออกมาจากฝัก หลังจากนั้นเขาก็อุ้มโม่เทียนเกอให้ขึ้นไปนั่งบนกระบี่ “ข้าจะไปส่งเจ้าที่บ้านก่อน”  

ฟิ้ว! ทันใดนั้นฉากที่นางมองเห็นด้านหน้าก็เปลี่ยนไป ไม่นานนางก็เห็นว่าตัวเองกำลังลอยอยู่ในอากาศ รอบๆ ตัวเปลี่ยนไปเป็นฉากมืดมิดของท้องฟ้าในยามค่ำคืน โดยที่มีเทือกเขา แม่น้ำต่างๆ อยู่ข้างใต้ โม่เทียนเกอถึงกับเข่าอ่อนทีเดียว 

เมื่อเห็นท่าทางของนาง ชายหนุ่มหัวเราะแล้วพูดว่า “ไม่ต้องกลัวนะ ข้าอยู่นี่ เจ้าไม่มีทางตกลงไปแน่นอน”  

โม่เทียนเกอหน้าซีดตัวสั่น หลังจากที่ได้ยินเขาพยายามปลอบใจ นางก็บังคับตัวเองให้พยักหน้าตอบ 

ชายหนุ่มพยายามคุยเพื่อเบนความสนใจของนาง “เด็กน้อย เจ้าแซ่โม่ แล้วชื่อเล่า”  

โม่เทียนเกอกลัวที่จะมองลงไปด้านล่างจึงแค่หรี่ตามองเมื่อได้ยินคำถามจากเขา “ข้าชื่อเทียนเกอ ‘เทียน’ ที่หมายถึงสวรรค์ ‘เกอ’ ที่หมายถึงเพลง”  

“โม่เทียนเกอ” ชายหนุ่มพูดซ้ำชื่อนางก่อนที่จะพูดต่อด้วยรอยยิ้มว่า “เป็นชื่อที่ดีทีเดียว! แซ่ข้าเป็นแซ่เดียวกับพ่อของเจ้า คือ ‘เยี่ย’ ชื่อของข้าคือ ‘จิ่งเหวิน’ ‘จิ่ง’ หมายความว่าทิวทัศน์ และ ‘เหวิน’ ที่หมายความว่าเขียน เจ้าไม่ต้องเรียกข้าว่าศิษย์พี่หรอก เรียกข้าว่าพี่ใหญ่เยี่ยก็พอ” หลังจากนั้น เขาก็ถามนางว่า “เจ้าเริ่มการฝึกตนอย่างไร พ่อเจ้าทิ้งหลักวิถีแห่งการฝึกตนไว้ให้อย่างนั้นหรือ”  

โม่เทียนเกอลังเลที่จะตอบในตอนแรกก่อนที่จะพยักหน้า “อื้อ ข้าเจอเข้าโดยบังเอิญ” คนเราไม่อาจดูที่รูปลักษณ์ภายนอกได้อีกต่อไป หลังจากที่นางได้รับประสบการณ์จากหลี่อวี้ซานที่ผ่านมา นางก็ระมัดระวังตัวมากยิ่งขึ้น 

เยี่ยจิ่งเหวินจ้องมองไปที่มือของนาง หลังจากที่มองช่วงเวลาหนึ่ง เขาก็พูดว่า “สร้อยข้อมือของเจ้าไม่ใช่วัตถุธรรมดา มันเก็บรวบรวมพลังวิญญาณเอาไว้ ดังนั้นมันคงเป็นสมบัติล้ำค่าของเจ้าสินะ ใช่ไหม”  

โม่เทียนเกอสะดุ้งเมื่อได้ยินดังนั้น ตามคาดที่ผู้ฝึกตนระดับการสร้างฐานแห่งพลังจะรู้สึกได้ หลี่อวี้ซานก็เคยเห็นสร้อยข้อมือเส้นนี้แต่เขาไม่ได้สงสัยอะไรเลย ในทางกลับกัน พี่ใหญ่เยี่ยรู้ได้ทันทีทั้งๆ ที่แค่มองปราดเดียวเท่านั้น!  

เยี่ยจิ่งเหวินยิ้มเมื่อสัมผัสได้ถึงความตื่นกลัวจากนาง “เจ้าอย่าได้กังวลไปเลย ถ้าข้าเป็นคนที่ไว้ใจไม่ได้ อาจารย์ลุงของข้าคงจะไม่ส่งข้ามาหรอก ข้ายังรู้อีกด้วยว่าเจ้ามีพลังหยินจากแม่ของเจ้า ถ้าข้ามีเจตนาที่ไม่ดีจริง คงพาเจ้าไปตั้งแต่แรกแล้ว”  

โม่เทียนเกอรู้สึกโล่งใจขึ้น นางพูดตอบด้วยเสียงที่บางเบาว่า “ศิษย์พี่ เอ้อ! ท่านพี่ใหญ่เยี่ย พ่อของข้าทิ้งสร้อยข้อมือเส้นนี้ไว้ให้กับท่านแม่ ข้าไม่มั่นใจว่ามันคืออะไร สิ่งเดียวที่ข้ารู้คือสร้อยข้อมือเส้นนี้สามารถรวบรวมพลังวิญญาณได้เท่านั้น”  

“โอ้!” เยี่ยจิ่งเหวินอุทานพร้อมมองไปที่สร้อยข้อมือของนางอีกครั้ง “ข้าขอดูได้หรือไม่”  

หลังจากคิดครู่หนึ่ง โม่เทียนเกอก็ถอดสร้อยข้อมือออกและยื่นให้เขา 

เยี่ยจิ่งเหวินหยิบสร้อยข้อมือพลิกไปมา สังเกตทุกส่วนของมัน หลังจากนั้นเขาลองใส่จิตสัมผัสของตัวเองเข้าไปเพื่อตรวจสอบสร้อยข้อมือ เมื่อเขาคืนให้นาง เขาก็ยิ้มแล้วบอกว่า “หากข้าเข้าใจไม่ผิด สร้อยข้อมือเส้นนี้ทำจากไข่มุกรวมวิญญาณและม่านรวมพลังวิญญาณซึ่งถูกผนึกอยู่ภายใน สำหรับผู้ฝึกตนระดับล่าง สิ่งนี้คือของล้ำค่า แต่สำหรับผู้ฝึกตนระดับสูง สิ่งนี้ไม่เป็นประโยชน์เท่าไหร่นัก บางทีพ่อของเจ้าทิ้งสิ่งนี้ไว้ให้กับแม่ของเจ้าเพราะหวังว่าจะช่วยปกป้องนางจากโรคภัยไข้เจ็บและยืดอายุขัยของนาง แต่น่าเสียดาย…”  

โม่เทียนเกอหยิบสร้อยข้อมือคืนมาเงียบๆ นางรู้ว่าอาการป่วยของแม่นางไม่สามารถรักษาได้ ทำได้แค่เพียงยืดอายุขัยออกไปเพียงเล็กน้อยเท่านั้น 

นางเงยหน้าขึ้นมองเยี่ยจิ่งเหวิน หลังจากนั้นนางก็ถาม “ท่านพี่ใหญ่เยี่ย พ่อของข้าเป็นเซียนจริงๆ หรือ แล้วท่านเล่า”  

“เจ้าไม่ต้องสงสัยเลย พ่อของเจ้าเป็นผู้ฝึกตนระดับการก่อเกิดแก่นขุมพลัง เป็นผู้มีชื่อเสียงในทิศตะวันตกของคุนอู๋ทีเดียว” เมื่อเห็นแววตาที่เปล่งประกายขึ้นของโม่เทียนเกอ เขาจึงยิ้ม “สำหรับข้าแล้ว ข้าคือลูกศิษย์ของสำนักเสวียนชิง อาจารย์ลุงของข้าคือศิษย์อาวุโสที่สำนัก ท่านอาจารย์เต๋าโส่วจิ้ง ท่านเป็นคนที่เยี่ยมยอดมาก เป็นอัจฉริยะอายุหนึ่งร้อยปีในระดับการก่อเกิดแก่นขุมพลังที่ยากจะพบเจอในขั้วท้องฟ้า การที่พ่อของเจ้าเป็นเพื่อนกับอาจารย์ลุงของข้าเป็นสิ่งที่น่าดูชมยิ่งนัก”  

โม่เทียนเกอสับสนกับสิ่งที่เขาพูดเล็กน้อย “ท่านพี่ใหญ่เยี่ย หากพ่อข้าเป็นคนที่เก่งกาจขนาดนั้น แล้วทำไม่ท่านถึง…”  

คำถามนี้เป็นคำถามที่เยี่ยจิ่งเหวินไม่อาจตอบได้ เขาเพียงแต่ถอนใจ “เส้นทางสำหรับผู้ฝึกตนนั้นยากลำบากและอันตราย ไม่เพียงแต่จะต้องคอยระวังตัวเพราะเราไม่อาจรู้ได้ถึงเจตนาของผู้อื่นๆ แต่ยังต้องท้าทายอำนาจสวรรค์เพื่อสมุนไพรและหินล้ำค่า เช่นเดียวกันกับโอกาสในชะตาลิขิต แม้แต่ผู้เป็นอัจฉริยะและมีพรสวรรค์ก็ยังไม่มั่นใจได้เลยว่าจะสามารถรักษาชีวิตไว้ได้นานแค่ไหน…”  

เมื่อเห็นว่าโม่เทียนเกอไม่ค่อยเข้าใจในสิ่งที่เขาพูด เขาก็หัวเราะออกมา เด็กที่ไม่ได้มีประสบการณ์จะเข้าใจในเรื่องนี้ได้อย่างไร  

ในขณะที่พวกเขาพูดคุยกันอยู่นั้น หมู่บ้านแห่งตระกูลโม่ก็ปรากฏอยู่ในระยะสายตาของพวกเขาแล้ว 

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว