facebook-icon Twitter-icon Instagram-icon

เพราะครอบครองร่างปราณหยินบริสุทธิ์ที่เหล่าผู้บำเพ็ญชายล้วนปรารถนา นางจึงต้องปลอมตัวเป็นบุรุษเพื่อสานต่อปณิธานอันยิ่งใหญ่บนเส้นทางผู้ฝึกตนนี้

ตอนที่ 11 สามปี

ชื่อตอน : ตอนที่ 11 สามปี

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 2.1k

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 23 ก.ค. 2563 11:25 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 11 สามปี
แบบอักษร

ในคืนพระจันทร์สุกสว่าง โม่เทียนเกอเหงื่อแตกพลั่กหลังจากสิ้นสุดการฝึกตนประจำวัน 

แม้ว่าตัวจะชุ่มไปด้วยเหงื่อ แต่นางกลับรู้สึกเบิกบานใจ เพราะนางผ่านเข้าไปถึงชั้นที่สองของดินแดนแห่งการหลอมรวมพลังวิญญาณได้อย่างราบรื่น! นางสามารถเสกคาถาง่ายๆ ได้บ้างแล้วในตอนนี้ 

ศาสตร์แห่งซู่หนี่ว์คือวิถีการฝึกตน ซึ่งไม่ได้มียุทธวิธีการต่อสู้ใดอธิบายไว้ อย่างไรก็ตาม ในส่วนหลังของวิธีการฝึกตน ได้มีการเพิ่มคาถาสองสามคาถาเข้าไว้ด้วย คงจะถูกใส่เพิ่มเข้าไปโดยบรรพบุรุษตอนที่ท่านส่งต่อวิถีการฝึกตนมาสู่โม่เทียนเกอ 

ระดับการฝึกตนที่จำเป็นต่อการเสกแต่ละคาถาได้ถูกรวมเข้าไปด้วยเช่นกัน ในหมู่คาถาเหล่านี้ทั้งหมด มีเพียงคาถาเดียวที่สามารถใช้เสกในชั้นที่สองของดินแดนแห่งการหลอมรวมพลังวิญญาณได้ คาถานั้นได้รับขนานนามว่า “ปราณวายุ”  

ปราณวายุเป็นคาถาเสกลมที่รวบรวมขึ้นโดยคลื่นพลังทางจิตวิญญาณ เมื่อนางใช้คาถาได้อย่างชำนาญแล้ว ก็จะสามารถใช้ได้ตามใจต้องการ ถ้านางต้องการจู่โจมศัตรู การจู่โจมนั้นจะเป็นแบบล่องหน 

โม่เทียนเกอไม่ค่อยได้สนใจกับการจู่โจมทำร้ายคนอื่นเท่าไหร่ อย่างไรก็ตาม ท่านบรรพบุรุษเตือนนางไว้ว่าโลกแห่งการฝึกตนนั้นเต็มไปด้วยอันตราย ถึงแม้ไม่ได้มีเจตนาจะทำร้ายคนอื่น แต่นางก็ต้องคอยตั้งรับอยู่เสมอ และเนื่องจากนางต้องการตามหาพ่อ จึงจำเป็นต้องไปที่โลกแห่งการฝึกตนและต้องถามผู้ฝึกตนคนอื่นๆ แน่นอน การเรียนรู้คาถาบางอย่างไว้เพื่อป้องกันตัวจึงสำคัญ 

แต่นางก็เพิ่งจะผ่านเข้าไปในระดับชั้นใหม่ รู้สึกได้ว่าไม่มีพลังทางจิตวิญญาณหลงเหลืออยู่ในร่างกายแล้ว ดังนั้นการฝึกเสกคาถาในตอนนี้คงจะป่วยการเปล่า หลังจากคิดอยู่สักพัก โม่เทียนเกอจึงออกไปหาน้ำดื่มในห้องครัว ตั้งใจว่าจะชะล้างร่างกายและพักผ่อนสักหน่อย 

นางแทบไม่ได้นอนเลยในสองสามปีที่ผ่านมา นางมักจะรู้สึกค่อนข้างเหนื่อยล้าหลังจากฝึกตนผ่านไปห้าหรือหกวัน เนื่องจากนางไม่สามารถฝึกตนในช่วงกลางวันได้ จึงต้องใช้เวลาในช่วงกลางคืนให้คุ้มค่าที่สุด นางจะพยายามไม่หลับไม่นอนให้ได้นานที่สุดเท่าที่จะทำได้ 

อย่างไรก็ตาม นางเข้าใจภาษิตที่ว่าช้าๆ ได้พร้าเล่มงาม เพราะสถานการณ์ปัจจุบันไม่เอื้ออำนวยต่อการฝึกตน นางควรหล่อเลี้ยงและถนอมจิตวิญญาณของตัวเองให้ดีเสียก่อน 

เมื่อตื่นขึ้นจากการนอนพักผ่อนก็เป็นเวลาเช้าพอดี 

โม่เทียนเกอลุกจากที่นอน ร่างกายนางเบาหวิว 

หลังจากพับผ้าห่มเก็บที่นอน นางก็ไปล้างหน้าล้างตา เสร็จแล้วจึงกลับเข้ามาในห้อง หวีผมพลางส่องกระจกบานเล็กไปด้วย ขั้นแรก นางแบ่งผมออกเป็นสองส่วนซ้ายขวา จากนั้นก็หวีแต่ละส่วนมัดเป็นมวยผม นางไม่ใช่เด็กน้อยคนที่ไม่สามารถถักผมตัวเองได้เหมือนเมื่อสามปีก่อนอีกต่อไป โม่เทียนเกอคนปัจจุบันสามารถหวีและมัดผมของตัวเองเป็นมวยได้อย่างเรียบร้อย ตอนนี้นางสามารถดูแลตัวเองได้ดีพอๆ กับที่แม่เคยดูแลนางสมัยแม่ยังมีชีวิตอยู่ 

หลังจากแต่งองค์ทรงเครื่องให้เรียบร้อยดูดีแล้ว นางก็เดินออกจากห้องและเข้าไปยังห้องของเทียนเฉี่ยว 

เนื่องจากไม่ต้องคอยช่วยงานอี๊หลินแล้ว นางจึงตื่นสายกว่าเดิมได้นิดหน่อย นางมักจะเข้าไปหาเทียนเฉี่ยวที่ห้องและทานอาหารเช้าด้วยกัน 

นางไม่จำเป็นต้องใส่กุญแจห้องแสนเล็กอย่างกับรูหนูของตัวเอง เพราะไม่มีของมีค่าอะไรอยู่ข้างใน โฉนดที่ดินที่แม่ทิ้งไว้ให้ก็ตกไปอยู่ในมือของอากู๋ เพชรพลอยและของอื่นๆ ก็อยู่ในครอบครองของท่านย่า นางมีเพียงแค่เหรียญทองแดงประมาณร้อยเหรียญเป็นทรัพย์สิน เงินที่เก็บไว้ก็คือเงินที่อาอี๊ให้เอาไว้ซื้อขนมในบางครั้งบางคราวเท่านั้น 

ส่วนวิชาการฝึกตนนั้นถูกสลักฝังไว้ในจิตใจของนาง สร้อยไข่มุกก็ใส่ติดข้อมือตลอดเวลา ในห้องมีเพียงเครื่องเรือนเก่าใช้แล้วและเครื่องนอนต่างๆ ที่ไม่จัดว่าเป็นของมีค่าอะไร สิ่งที่นางเห็นว่าสำคัญก็มีแค่พู่กัน หมึก กระดาษ และหนังสือเท่านั้น แต่เนื่องจากอี๊หลินและคนรับใช้คนอื่นๆ อ่านหนังสือไม่ออก พวกเขาคงไม่สนใจของพวกนี้ด้วยซ้ำ 

ห้องของเทียนเฉี่ยวอยู่ในสวนลำดับที่สอง แทบไม่ต้องพูดเลยว่าใหญ่กว่าห้องของนางมาก 

เมื่อมาถึง นางก็เห็นสาวใช้ตัวน้อยของเทียนเฉี่ยวกำลังเดินถือกะละมังออกจากห้องไป สาวใช้โค้งคำนับให้นางก่อนออกไปทำงานบ้านต่อ 

อาอี๊ของนางซื้อสาวใช้คนนี้มา ที่จริงแล้วครอบครัวของพวกเขาเป็นเพียงแค่เจ้าของที่ดินในพื้นที่ท้องถิ่นเท่านั้น แม้พวกเขาจะมีคนรับใช้หลายคน แต่ก็ไม่ได้ซื้อสาวใช้เพื่อมารับใช้ในชีวิตประจำวันเหมือนอย่างครอบครัวเจ้าของที่ดินที่ร่ำรวยจริงๆ เขาทำกัน อย่างไรก็ตาม อาอี๊ของนางมีความคาดหวังสูงและเลี้ยงดูเทียนเฉี่ยวราวกับเป็นคุณหนูในตระกูลผู้ทรงอิทธิพล เพราะฉะนั้น เมื่อเทียนเฉี่ยวโตพอ อาอี๊จึงซื้อสาวใช้ไว้ให้เป็นคนดูแลส่วนตัว 

เทียนเฉี่ยวตื่นแล้วและกำลังเลือกเสื้อผ้าอยู่ตอนที่เทียนเกอเข้ามาในห้อง เมื่อเห็นนาง เทียนเฉี่ยวจึงกวักมือเรียกพร้อมพูดว่า “เทียนเกอ มาช่วยข้าหน่อย ดูสิ ข้าควรจะใส่ชุดไหนดี”  

โม่เทียนเกอเดินเข้าไปหา เห็นเสื้อผ้ากองอยู่บนที่นอน เทียนเฉี่ยวบ่นอุบ “ที่จริง ข้าก็ว่ามันดูดีหมด แต่ถ้าท่านแม่ไม่ชอบชุดที่ข้าเลือก ท่านจะบอกให้ข้ากลับไปเปลี่ยนน่ะสิ!”  

โม่เทียนเกอยิ้มเมื่อได้ฟังดังนั้น นางเลือกชุดกระโปรงสีฟ้าอ่อนออกมาจากกองเสื้อผ้า “ชุดนี้แล้วกัน”  

โม่เทียนเฉี่ยวหยิบชุดขึ้นมาและยิ้มกว้าง “รสนิยมเจ้าดีไม่เคยพลาดเลย”  

เมื่อเห็นตู้ที่เต็มไปด้วยเสื้อผ้า โม่เทียนเกอก็ส่ายหัว อาอี๊ของนางเลี้ยงดูเทียนเฉี่ยวอย่างดีเพื่อให้เป็นคุณหนูตระกูลผู้ลากมากดี แต่เทียนเฉี่ยวกลับมีนิสัยที่สดใสร่าเริง เทียนเฉี่ยวคงจะมีความสุขมากกว่านี้ถ้านางได้ใช้ชีวิตอย่างอิสระเหมือนเทียนเกอ แต่เทียนเกอไม่สามารถพูดเรื่องนี้ได้หรอก ไม่เช่นนั้น คนอื่นคงคิดว่านางอิจฉาเทียนเฉี่ยวเป็นแน่ 

เพียงครู่เดียว เทียนเฉี่ยวก็เปลี่ยนชุดเรียบร้อยและส่งยิ้มให้กับนาง นางถาม “ดูดีไหม”  

โม่เทียนเกอยิ้มพร้อมพยักหน้ารับ ตระกูลโม่ขึ้นชื่อเรื่องให้กำเนิดหญิงงาม เทียนเฉี่ยวก็เป็นคนหน้าตาสะสวย นางอายุเพียงสิบเอ็ดปี ทว่าความงามของนางนั้นเบ่งบานราวกับดอกไม้แรกแย้ม ไม่แปลกใจเลยว่าทำไมแม่นางถึงพยายามสั่งสอนนางเป็นอย่างดี 

เมื่อโม่เทียนเฉี่ยวแต่งตัวทำผมเรียบร้อย และทั้งสองตรงไปยังห้องอาหาร อาหารเช้าได้ถูกเตรียมไว้เรียบร้อยแล้ว 

“ท่านปู่ ท่านย่า” เด็กสาวทั้งสองทำความเคารพหัวหน้าตระกูลและเจิ้งฮูหยิน 

เจิ้งฮูหยินทำหน้าบึ้งตึงเมื่อเห็นเทียนเกอยืนอยู่ข้างเทียนเฉี่ยว 

เจิ้งฮูหยินไม่เคยเก็บอาการไม่พอใจที่มีต่อหลานสาวคนนี้ ผู้ไม่มีความเกี่ยวข้องทางสายเลือดกับท่าน กระนั้นก็ตาม หลังจากผ่านไปสามปี ความเกลียดชังของท่าไม่ได้ทำให้โม่เทียนเกอกลายเป็นคนขี้กลัว ในทางตรงกันข้าม ขณะที่นางโตขึ้น นางกลายเป็นคนที่มีนิสัยช่างอดทนและใจเย็น ไม่ใช่เด็กที่กลัวว่าคนอื่นจะคิดอย่างไรเหมือนอย่างที่นางเคยเป็นเมื่อตอนเข้ามาอยู่ที่นี่ใหม่ๆ อีกแล้ว 

ทุกครั้งที่เจิ้งฮูหยินเห็นเทียนเกอยืนอยู่กับเทียนเฉี่ยว ท่านจะไม่พอใจ เพราะถึงแม้ว่าเสื้อผ้าของเทียนเกอจะไม่ดูดีเหมือนของเทียนเฉี่ยว แต่สายตาของทุกคนล้วนจับจ้องมาที่เทียนเกอก่อนเสมอ 

อย่างไรก็ตาม ท่านจะไม่แสดงความไม่พอใจต่อหน้าหัวหน้าตระกูล ดังนั้น ท่านจึงทำได้แค่พยักหน้าอย่างเฉยเมย 

“ท่านพ่อ ท่านแม่”  

“อากู๋ อาอี๊”  

หลังจากพวกนางเคารพทุกคนเรียบร้อย จึงนั่งลงในที่นั่งของตัวเอง 

โม่เทียนจวิ้นนั่งอยู่ในที่ของเขาอยู่แล้ว หลังจากผ่านไปสามปี เขาสูงขึ้นมาก ไม่ได้เป็นเด็กซนเช่นสมัยก่อน คงเพราะน้องสาวทั้งสองคนเลิกไปโรงเรียนแล้ว เขาจึงรู้ว่าพวกนางแตกต่างจากเขา และตอนนี้ก็ใส่ใจพวกนางมากขึ้นกว่าเดิม เขาไม่เพียงหยุดแกล้งโม่เทียนเกอ แต่ทุกครั้งที่เขามีของมาให้เทียนเฉี่ยว ก็จะนึกถึงเทียนเกอด้วยเสมอ 

“ท่านพ่อ มีงานเทศกาลในเมือง ข้าขอไปได้หรือไม่” โม่เทียนจวิ้นถามบิดาและพูดต่อว่า “ข้าอยากจะแวะไปตอนบ่าย ข้าไปโรงเรียนตอนเช้าได้”  

คุณชายใหญ่แห่งตระกูลโม่เหลือบมองหัวหน้าตระกูล เมื่อเห็นว่าท่านไม่ได้คัดค้านอะไร เขาจึงตอบว่า “เจ้าไปได้หลังจากที่ทำการบ้านเสร็จแล้ว”  

โม่เทียนจวิ้นตบมือฉาดอย่างชอบใจเมื่อได้รับอนุญาต กล่าวว่า “ข้าทราบ ข้าจะไม่ลืมทำการบ้านแน่นอน” จากนั้นเขาจ้องมองแม่อย่างร้อนใจและพูดว่า “ท่านแม่ ข้าขอเงินได้หรือไม่ ข้าจะได้เอาไว้ซื้อของที่งานเทศกาล” ฮูหยินใหญ่รู้สึกว่าการที่เด็กขอเงินไปเที่ยวเล่นก็ไม่ได้ผิดอะไร นางจึงตอบว่า “เดี๋ยวแม่จะให้เงินเจ้า แต่ห้ามซื้อของมั่วซั่วนะ”  

โม่เทียนจวิ้นพยักหน้าหงึกหงึก 

เมื่อเห็นเช่นนี้ โม่เทียนเฉี่ยวรีบพูดขึ้นมาว่า “พี่ชาย พาข้าไปด้วยสิ ได้ไหม นานแล้วที่ข้าไม่ได้ออกจากบ้านเลย”  

ถึงแม้โม่เทียนจวิ้นอยากจะตอบตกลง แต่เขาก็ไม่กล้า เขาจ้องมองพ่อแม่ ซึ่งเป็นไปตามคาด แม่ของเขาพูดว่า “เจ้าควรอยู่บ้านตั้งใจเรียนการเย็บปักถักร้อยนะ เด็กผู้หญิงจะไปทำอะไรที่งานเทศกาลกัน ที่นั่นมีแต่คนเยอะแยะแน่นขนัดไปหมด”  

โม่เทียนเฉี่ยวหน้ามุ่ย “แค่ครึ่งวันไม่กระทบการเรียนของข้าหรอก ข้าอยู่แต่ในบ้านมานานแล้ว น่าเบื่อจะตาย!”  

สิ่งที่นางพูดก็ถูก คุณชายใหญ่ครุ่นคิดแล้วจึงตอบว่า “ให้เทียนเฉี่ยวไปเถอะ เทียนเกอและเสี่ยวซั่นเอ๋อร์ก็ไปกับนางด้วยสิ เทียนจวิ้นจะคอยดูแลพวกนาง น่าจะไม่เป็นอะไรหรอก”  

โม่เทียนเฉี่ยวดีใจสุดขีด นางพูดซ้ำๆ ว่า “ขอบคุณท่านพ่อ ท่านเยี่ยมที่สุดเลย!”  

โม่เทียนเกอแอบถอนใจอยู่ลึกๆ ที่จริงนางไม่อยากไปเลย แต่ทำอย่างไรได้ หน้าที่ของนางคือการติดตามองค์หญิงนี่นา 

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว