facebook-icon Twitter-icon Instagram-icon

เพราะครอบครองร่างปราณหยินบริสุทธิ์ที่เหล่าผู้บำเพ็ญชายล้วนปรารถนา นางจึงต้องปลอมตัวเป็นบุรุษเพื่อสานต่อปณิธานอันยิ่งใหญ่บนเส้นทางผู้ฝึกตนนี้

ตอนที่ 10 ความลับของสร้อยข้อมือไข่มุก

ชื่อตอน : ตอนที่ 10 ความลับของสร้อยข้อมือไข่มุก

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 2.2k

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 23 ก.ค. 2563 13:20 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 10 ความลับของสร้อยข้อมือไข่มุก
แบบอักษร

วันต่อๆ มา โม่เทียนเกอยังคงฝึกตนอย่างต่อเนื่อง ควบคู่ไปกับการพยายามค้นหาความลับของสร้อยข้อมือไข่มุกบนข้อมือนาง 

สร้อยไข่มุกเส้นนี้ไม่ได้ดูมีราคานัก จึงไม่มีใครสนใจถามนางเท่าไร คนที่รู้ก็เข้าใจว่าเป็นของดูต่างหน้าที่แม่ทิ้งไว้ให้ ส่วนคนที่ไม่ได้รู้เรื่อง ก็ไม่ได้คิดว่าเป็นเรื่องแปลกประหลาดที่นางสวมใส่ สายตาคนทั่วๆ ไป สร้อยข้อมือเส้นนี้ก็เป็นเพียงสร้อยข้อมือไข่มุกธรรมดาๆ  

นึกย้อนไปในวันนั้น โม่เทียนเกอคิดว่าสิ่งที่เกิดขึ้น เกิดขึ้นได้เพราะน้ำตาของนาง ดังนั้นนางจึงพยายามขยี้ตาจนน้ำตาไหลลงไปที่ไข่มุก ทว่าสร้อยข้อมือเส้นนั้นกลับไม่มีปฏิกิริยาใดๆ อีกเลย นี่ทำให้นางสับสนมาก เพราะนอกจากการที่นางร้องไห้แล้ว ในวันนั้นก็ไม่ได้ทำอะไรอย่างอื่นอีก 

นางนั่งจ้องสร้อยข้อมือไข่มุกที่อยู่บนมือของนางอย่างว่างเปล่า ซึ่งยังคงขาวบริสุทธิ์อย่างเคย 

ไข่มุกนั้นเย็นมากบนมือของนาง ความรู้สึกนั้นคล้ายๆ กับตอนที่พลังวิญญาณไหลเข้าสู่ร่างกายของนางครั้งแรก สร้อยเส้นนี้แข็งมาก ไม่ว่านางจะพยายามทุบให้แตกด้วยอุปกรณ์ใดก็ไม่สามารถทำให้แตกเป็นรอยได้แม้แต่น้อย 

เนื่องจากนางหาความลับของสร้อยข้อมือเส้นนี้ไม่ได้ จึงได้แต่เพียงนั่งขัดสมาธิ หลับตาฝึกตนต่อไป 

นางมีพลังวิญญาณอยู่ในร่างกายบ้างแล้ว นางปฏิบัติตามหลักวิถีของการฝึกตน และพยายามควบคุมพลัง 

ความพยายามแรกของนางไม่ประสบความสำเร็จนัก พลังวิญญาณของนางโคจรไปทั่วรอบๆ เส้นลมปราณและตานเถียน นางทำได้เพียงควบคุมให้พลังเคลื่อนไหวรอบวงโคจรจนกว่านางจะคุ้นชิน หลังจากนั้นนางจึงจะพยายามควบคุมพลังของนาง 

เพราะนางมีพลังทางจิตวิญญาณส่วนหนึ่งอยู่ภายในร่างกายแล้ว ตอนนี้นางรู้สึกได้ถึงพลังวิญญาณอยู่รอบๆ ตัว แต่กระนั้นมันก็เบาบางมากจนแทบจะไม่สามารถรับรู้ได้เลย ผลคือการฝึกตนยังคงไร้ความคืบหน้า นางไม่สามารถจัดการการซึมซับของพลังวิญญาณได้เลยแม้แต่น้อย 

ครั้นนางตระหนักถึงข้อนี้ โม่เทียนเกอก็ได้หยุดฝึกตน 

ในเมื่อความพยายามฝึกตนของนางไม่เป็นผลสำเร็จ นางจึงต้องการหาความลับของสร้อยข้อมือของนางแทนก่อน 

นางเชื่อว่ามันคืออาวุธวิเศษที่ิบิดานางทิ้งไว้ให้ จะต้องไม่ใช่สิ่งของธรรมดาทั่วไปเป็นแน่ เพียงแต่นางยังไม่รู้ถึงวิธีการใช้งานสิ่งนี้ 

ทันใดนั้น นางก็ตาสว่างและนึกขึ้นมาได้ ในเมื่อมันคืออาวุธวิเศษ ‘เราก็ต้องใช้พลังวิญญาณในการทดสอบมันสิ!’  

คิดได้ดังนี้ โม่เทียนเกอจึงเริ่มฝึกตนต่อ ครั้งนี้นางค่อยๆ เคลื่อนพลังวิญญาณของนางออกไป นางต้องใช้พลังอย่างมากในการเคลื่อนไหวพลังในร่าง 

แค่โม่เทียนเกอโคจรพลังเพียงเล็กน้อย ตัวนางก็ชุ่มไปด้วยเหงื่อแล้ว แม้กระนั้นนางก็ไม่ได้ต้องการพักแม้แต่น้อย นางรวบรวมพลังวิญญาณและเคลื่อนย้ายผ่านเส้นลมปราณเพื่อขับออกไปนอกร่างกาย 

ช่วงเวลาที่พลังวิญญาณสัมผัสไปที่สร้อยข้อมือไข่มุก โม่เทียนเกอก็รู้สึกถึงความหวาดกลัวขึ้นมาทันที 

พลังวิญญาณของนางเริ่มควบคุมไม่ได้ 

ทันทีที่พลังสัมผัสเข้ากับสร้อยข้อมือไข่มุก มันก็ไหลอย่างบ้าคลั่งเข้าไปที่ไข่มุก จนเกินกว่าที่จะควบคุมได้ ทันใดนั้น ตานเถียนในร่างกายนางก็รู้สึกเจ็บปวดขึ้นมา พลังวิญญาณเพียงน้อยนิดที่นางรวบรวมค่อยๆ ถูกไข่มุกเหล่านั้นดูดเข้าไปจนหมดสิ้น 

โม่เทียนเกอรู้สึกหวาดกลัวจนตัวซีด ไม่มีแม้แต่เวลาจะคิด นางรู้สึกเจ็บปวดมากขึ้นเรื่อยๆ จนในที่สุดก็หมดสติไป 

อย่างไรก็ตาม นางหมดสติไปชั่วครู่เดียวเท่านั้น 

เมื่อนางลืมตาตื่นขึ้น ท้องฟ้ายังคงมืดสนิท และแสงจันทร์ยังคงส่องสว่างผ่านมาที่หน้าต่าง 

พอคิดถึงพลังทางจิตวิญญาณของตัวเอง นางก็รีบนั่งสมาธิทันที 

ครั้งนี้นางพบว่าพลังที่อยู่ในตานเถียนนั้นไม่ได้มีปัญหาอะไร อันที่จริงพลังวิญญาณของนางดูเหมือนจะเพิ่มมากขึ้นด้วยซ้ำ 

นางค่อนข้างประหลาดใจ ยิ่งนางคิดเกี่ยวกับเรื่องนี้มากขึ้นเท่าไร ก็ยิ่งรู้สึกเป็นสุขมากขึ้นเท่านั้น ‘ไข่มุกพวกนี้จะมีปฏิกิริยาตอบสนองจากพลังวิญญาณเช่นนั้นหรือ แต่ในวันนั้นเราไม่ได้ทำอะไรเลย ทำไมสร้อยข้อมือถึงปล่อยพลังทางจิตวิญญาณออกมาได้ล่ะ’  

นางยิ่งคิดก็ยิ่งสับสน จากนั้นนางสังเกตเห็นโดยบังเอิญว่าสร้อยข้อมือไข่มุกมีแสงสว่างสดใสฉายออกมาภายใต้แสงจันทร์ นางจึงเกิดความคิดที่จะลองเอาสร้อยช้อมือไปอยู่ใต้แสงจันทร์ดู และก็เป็นตามคาด ไข่มุกสว่างขึ้นเมื่อถูกแสงจันทร์สาดส่องลงมาและริบหรี่ลงเมื่อไม่ต้องแสงจันทร์  

‘คืนนั้นพลังวิญญาณปรากฏขึ้นเพราะแสงจันทร์งั้นหรือ’  

ในเมื่อนางคิดได้เช่นนี้แล้ว การทดสอบก็คงจะง่ายดาย 

หลังจากทดลองอยู่หลายวัน นางก็พบว่าไข่มุกถูกปกคลุมด้วยแสงสลัวๆ ภายใต้แสงจันทร์ เมื่อลองมองดูใกล้ๆ ก็เห็นว่ามีชั้นของพลังสีขาวอยู่ 

เมื่อผ่านไปสักพัก ไข่มุกจะหรี่แสงลงอีกครั้ง ตอนนี้ถ้านางถือสร้อยอยู่ในมือ พลังทางจิตวิญญาณจะไหลออกมาจากไข่มุกและไหลเข้าสู่ร่างนาง ราวกับว่าไข่มุกซึมซับแสงจันทร์เอาไว้ แปรเปลี่ยนให้กลายเป็นพลังวิญญาณและถ่ายโอนพลังมาสู่ตัวนาง 

นางลองดูอีกครั้งโดยไม่ใช้แสงจันทร์ นางขับวิญญาณเพียงเล็กน้อยออกมาจากร่างอย่างระมัดระวังที่สุด ในเวลาไม่นาน ไข่มุกเหล่านั้นก็ส่งพลังทางจิตวิญญาณกลับเข้ามาสู่ร่างของนางอย่างช้าๆ ยิ่งไปกว่านั้น พลังของนางก็เพิ่มขึ้นเล็กน้อยด้วยเมื่อไหลกลับเข้ามา เมื่อสามารถพิสูจน์จุดประสงค์ของไข่มุกนี้ได้แล้ว โม่เทียนเกอก็รู้สึกสุขใจเป็นอย่างมาก 

สร้อยข้อมือไข่มุกเส้นนี้สามารถดูดซับพลังทางจิตวิญญาณได้ นางไม่ต้องกังวลเกี่ยวกับพลังอีกแล้ว เพราะนางสามารถใช้สร้อยข้อมือนี้ในการฝึกตนได้!  

ตอนนี้โม่เทียนเกอเข้าใจถึงหลักการทำงานของสร้อยข้อมือเส้นนี้แล้ว การฝึกตนของนางก็ก้าวหน้าขึ้นอย่างรวดเร็ว สืบเนื่องจากการมีวิถีฝึกตนที่ยอดเยี่ยมและมีแหล่งพลังทางจิตวิญญาณ อีกทั้งยังฝึกตนอย่างขยันขันแข็งทุกวัน จึงทำให้พลังวิญญาณในร่างกายของนางสั่งสมมากขึ้นไปตามกาลเวลา 

คนที่สังเกตเห็นการเปลี่ยนแปลงในตัวโม่เทียนเกอมีอยู่สามคน คนแรกได้แก่อี๊หลิน เนื่องจากนางต้องช่วยงานอี๊หลินอยู่ทุกวัน ตอนนี้โม่เทียนเกอทั้งผ่อนคลายและคล่องแคล่วว่องไว คนที่สองคือเทียนเฉี่ยว เดิมทีนางนั้นตัวเล็กกว่าเทียนเฉี่ยว ทั้งยังผอมและอ่อนแอกว่าด้วย ทว่านางค่อยๆ สูงขึ้นจนตอนนี้สูงเท่าเทียนเฉี่ยวแล้ว ส่วนคนสุดท้ายคือท่านอาจารย์ผู้เฒ่า บางครั้งหากมีส่วนไหนในวิถีการฝึกตนที่นางไม่เข้าใจ นางจะถามท่าน แล้วท่านก็จะอธิบายแต่ละคำให้ฟัง ถึงกระนั้น ท่านก็ไม่เคยถามเลยสักครั้งว่าไปเจอคำพวกนี้มาจากไหน บางครั้งก็ดูเหมือนในสายตาท่านอาจารย์จะมีความรู้สึกบางอย่างเวลาท่านมองมาที่นาง บางครั้งก็ดูโล่งใจ บางครั้งก็เหมือนจะแอบถอนหายใจ 

ในขณะที่โม่เทียนเกอใช้เวลาผ่านไปกับสิ่งเหล่านั้น นางค่อยๆ เลิกคิดถึงแม่หรือสถานการณ์ที่เป็นอยู่ ทุกๆ วันนางจะเรียนหนังสือ ทำงานบ้าน และฝึกตน 

เวลาสามปีผ่านไปเพียงแค่ชั่วพริบตา 

โม่เทียนเกอโตขึ้นเร็วมากในเวลาสามปีที่ผ่านมา ตอนนี้นางสูงกว่าเทียนเฉี่ยวเล็กน้อย ร่างกายนางไม่บอบบางอีกต่อไป และหน้าตานางก็ผุดผ่องสดใส 

นางเป็นเด็กหน้าตาสะสวยอยู่แล้ว รูปลักษณ์ที่ดูไม่แข็งแรงและหดหู่ของนางเป็นผลมาจากการขาดสารอาหารเป็นเวลานานแรมปี ทุกวันนี้หน้าตานางขาวผ่อง ผิวพรรณเรียบเนียน โดยเฉพาะบุคลิกของนางที่ดูจะกระตือรือร้นมาก ผู้คนที่เห็นนางล้วนสัมผัสได้ว่านางเป็นเด็กมีความพิเศษ 

ในเวลาสามปีนี้ นางอ่านหนังสือทุกเล่มในห้องสมุดและไม่มีความจำเป็นต้องไปโรงเรียนอีกต่อไป เทียนเฉี่ยวก็เลิกไปโรงเรียนเช่นกัน จากคำสั่งของอาอี๊ นางต้องหันมาเรียนการเย็บปักถักร้อยและการทำอาหารแทน ถึงแม้อาอี๊จะไม่ได้สอนโม่เทียนเกอ แต่นางก็ฉลาดขึ้นเพราะการฝึกตน นางจึงเข้าใจสิ่งต่างๆ ได้รวดเร็วกว่าเทียนเฉี่ยว แม้นางจะแค่นั่งดูอยู่ข้างๆ ก็ตามที พอเวลาผ่านไป อาอี๊ก็บอกว่านางไม่จำเป็นต้องช่วยงานบ้านอี๊หลินแล้ว แต่ให้ไปอยู่เป็นเพื่อนคอยช่วยเหลืองานเย็บปักถักร้อยของเทียนเฉี่ยวแทน 

แต่สิ่งเหล่านี้ก็เป็นเพียงแค่ส่วนเสริมในชีวิตนาง สำหรับนาง การฝึกตนทุกคืนต่างหากที่เป็นสิ่งสำคัญที่สุดที่แท้จริง 

ในเวลาสามปีที่ผ่านมา นางยังได้พัฒนาความเข้าใจลึกซึ้งเกี่ยวกับสร้อยข้อมือไข่มุก ฉะนั้นนางจึงฝึกตนได้ง่ายขึ้น หลังจากฝึกตนอยู่หนึ่งปี พลังทางจิตวิญญาณในตานเถียนก็เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องจนเกิดความเปลี่ยนแปลงขึ้นกะทันหัน เส้นลมปราณทุกเส้นในร่างกายดูเหมือนจะถูกเปิดออก พลังวิญญาณเคลื่อนที่ผ่านวงโคจรในร่างกายครั้งหนึ่งก่อนจะกลับเข้าสู่ตานเถียนในร่างกายและคงที่อยู่ในนั้น 

จากวิถีการฝึกตน นางรู้ว่านางเพิ่งเข้าสู่มิติใหม่ของการฝึกตน นางเข้าถึงระดับชั้นแรกของดินแดนแห่งการหลอมรวมพลังวิญญาณเรียบร้อยแล้ว 

สองปีหลังจากนางได้เข้าถึงชั้นแรกของดินแดนแห่งการหลอมรวมพลังวิญญาณ นางไม่เคยหยุดฝึกตนเลยสักครั้ง เวลาสองสามวันที่ผ่านมา นางยังรู้สึกด้วยว่าได้เข้าสู่ขอบเขตใหม่ และใกล้จะสามารถฝ่าเข้าไปในอีกระดับชั้นหนึ่งได้แล้ว 

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว