email-icon facebook-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

บทที่ 2 ลักพา (3)

ชื่อตอน : บทที่ 2 ลักพา (3)

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 239

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 22 ก.ค. 2563 21:14 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 2 ลักพา (3)
แบบอักษร

ระหว่างทางหว่านเถียนไม่ได้มีกะจิตกะใจชมดูรอบด้านเมื่อเห็นเหล่าบุรุษรีบร้อนและแตกตื่น กึ่งเดินกึ่งวิ่งให้ไปทันต้าต๋าที่ยามนี้แทบจะโบยบิน

 

 

ยาที่นางเดินเข้าไปในกระโจมของคนป่วยใบหน้าก็เคร่งขรึมขึ้นเล็กน้อย กลิ่นสมุนไพรลอยฟุ้งเข้มข้น มองดูหนุ่มน้อยบนเตียงด้วยสีหน้าครุ่นคิด มองดูแขนของเขาในยามที่เริ่มบวมขึ้นมา หรี่ตาจ้องมองปากแผลยาวหลายชุ่นอย่างละเอียด ก็เอ่ยออกมาทันที

 

 

“น้องชายเจ้าไม่ได้พลาดฟันตนเองดั่งที่เคยบอกไว้”

 

 

หว่านเถียนเอ่ยเรียบๆ มองดูต้าต๋าที่นิ่งเงียบไป ถอนหายใจยาวออกมา เอาเถอะไม่ว่าจะเผลอฟันตนเองหรือมีผู้อื่นฟันก็ไม่ใช่เรื่องของนาง เอ่ยสั่งการทันที

 

 

“ข้าต้องการล่วมยาของข้า น้ำร้อนสองกะละมังและน้ำผสมเกลือสองถ้วย”

 

 

เหล่าบุรุษนิ่งค้าง ไม่ได้ขยับเขยื้อนตามที่หว่านเถียนเอ่ยบอก พากันมองไปกันไปมาด้วยความลังเล หว่านเถียนย่อมเห็นสายตาของพวกเขาก็ไม่ได้เอ่ยคำได้ ยืนรอนิ่งๆ ไม่ได้เร่งเร้าหรือมีอาการแตกตื่นตามเหล่าบุรุษที่ตื่นตระหนกดุจฟ้าถล่ม

 

 

หันมองเด็กหนุ่มที่นอนอยู่บนเตียงเงียบๆ บาดแผลนี้ไม่ได้ร้ายแรงเพียงนั้น คนไข้ที่มาพบนางมีสภาพโชกเลือดนางก็เคยรักษาจนหายมาแล้ว หากให้เทียบแผลนี่ก็เท่าแมวข่วน เป็นบุรุษตัวโตดุจหมีกันเสียเปล่าแต่ใจเล็กเท่าปลาซิว!

 

 

“ทำตามที่นางบอก”

 

 

เสียงที่ดังขึ้นข้างกายทำให้นางสะดุ้งเล็กน้อย เมื่อเห็นว่าหมีผสมลิงตัวนั้นอยู่ใกล้นางก็ขยับห่างออกไปอีก

 

 

“ล่วมยาเจ้าอยู่ที่ใด ข้าจะนำมาให้”

 

 

“ใต้เตียงที่บ้านข้า”

 

 

จ้านหลี่ได้ยินเช่นนี้ก็พยักหน้ารับเล็กน้อย เดินออกไปนอกกระโจมทันที พลันเสียงลอดของนางก็ดังออกมาจนทำให้ตนต้องถอนหายใจด้วยความเหนื่อยหน่าย

 

 

“ต้าต๋า เจ้าต้องเป็นมือให้ข้า ข้าไม่อาจแตะตัวผู้อื่นได้”

 

 

เท่าที่เห็นความดื้อรั้นของนางกับเสียงสบถด่าที่ตนเคยได้ยิน ก็ไม่เหมือนคุณหนูตระกูลใหญ่ อีกทั้งยามนี้ผงถ่านยังเลอะทั่วใบหน้าไม่ต่างจากไก่ดำตัวผอมโซ จะหวงเนื้อหวงตัวไปทำไมกัน!

 

 

 

 

ยามที่จ้านหลี่กลับมาพร้อมกับล่วมยาก็เห็นต้าต๋ายืนอยู่หน้าเตียงด้วยสภาพเหงื่อโทรมกาย ด้านข้างยังมีสตรีตัวเล็กยืนมองด้วยสายตาเฉียบคมเด็ดขาด สายตาเช่นนั้นและท่วงท่าของนางนั้นทำให้บรรยากาศรอบเตียงนั้นดูตึงเครียด เปลี่ยนไปจากสตรีที่ดูดื้อรั้นในยามก่อนเสียจนสิ้นเชิง ชะงักเล็กน้อยเอ่ยบอกเสียงเบาด้วยความระมัดระวัง

 

 

" ล่วมยาของเจ้า "

 

 

จ้านหลี่วางล่วมยาไว้โต๊ะตัวเล็ก มองดูนางที่หยิบฉวยเอาไปอย่างรวดเร็วโดยไม่หันมองตนเองแม้แต่น้อย ยืนห่างออกมาเล็กน้อย มองดูสตรีที่เปิดล่วมยาหยิบเอาห่อสมุนไพรออกมา

 

 

" แผลเช่นนี้แม้จะดูยาวแต่ยังดีที่ไม่ลึกมาก หมอคนก่อนหน้านั้นไม่ได้ล้างแผลให้สะอาดจึงเป็นเช่นนี้ หากปล่อยไว้นานจะยิ่งลุกลาม ดีไม่ดีแขนข้างนี้ก็ไม่อาจใช้ได้ "

 

 

หว่านเถียนเอ่ยเรียบๆ มองดูบาดแผลทางยาวก่อนจะค่อยๆ โรยผงยาลงบนบาดแผลจนทั่ว มองดูใบหน้าต้าต๋าที่ดูซีดเซียวก็หัวเราะออกมาเบาๆ

 

 

" เจ้ามีสมาธิไม่เลว หากอยากเป็นหมอข้าก็พอแนะนำได้ "

 

 

" ไม่เอา! ไม่เป็นไรขอรับ "

 

 

ต้าต๋าส่ายหัวปฏิเสธอย่างรวดเร็ว เมื่อครู่ตนนั้นต้องล้างแผลให้สะอาดโลหิตนั้นทะลักออกตามปากแผลอีกทั้งยังอาหลู่ยังร้องด้วยความเจ็บปวดจนทำให้ตนนั้นขวัญเสีย...

 

 

" พันแผลให้แน่น พรุ่งนี้จะต้องล้างแผลเช่นนี้อีก "

 

 

หว่านเถียนยิ้มบางๆ ตบไหล่ต้าต๋ายังจะปลอบใจด้วยความลืมตัว เมื่อเห็นเขามีสีหน้าจะเป็นลมจึงหยิบห่อสมุนไพรอีกเจ็ดห่อออกจากล่วมยา วางบนขอบเตียง

 

 

" ส่วนยานั้นเอาไว้ต้มกิน สามครั้งต่อหนึ่งห่อ ครั้งละสามเวลาหลังอาหาร "

 

 

หว่านเถียนถอนหายใจยาวออกมานั่งลงบนเก้าอี้ตัวเล็กข้างเตียง นางนั่งอยู่ได้เพียงแค่เสี้ยววิ ขาเก้าอี้ก็เกิดง่อนแงนขึ้นมาพร้อมกับเสียงเปรี้ยะของขาเก้าอี้ที่แตกออก ทำให้หว่านเถียนที่นั่งอยู่บนเก้าอี้เสียการทรงตัว ร่างกายเงิบหงายไปด้านหลังทันทีโดยไม่ให้นางตั้งตัวทัน

 

 

มองดูรอบกายที่พลิกหงายด้วยความตื่นตระหนก มือเปะปะไปรอบกายดั่งจะคว้าจับสิ่งรอบด้านเพื่อยึดเหนี่ยวร่างกายเอาไว้ หลับตาลงเกร็งตัวเตรียมรับความเจ็บปวดจากการกระแทกเมื่อถึงพื้น อย่างน้อยก็อย่าให้หัวโขกพื้นก็แล้วกัน หากนางโง่ขึ้นมาก็ย่ำแย่แล้ว!

 

 

ผ่านไปเนิ่นนานความเจ็บปวดก็ไม่เกิดขึ้นหว่านเถียนค่อยๆ หรี่ตาขึ้นมองก็พบกับใบหน้าของหมีผสมลิง มองดูเขาที่กำลังประคองตัวนางไว้ก็ตื่นตระหนก ปล่อยมืออกจากอกเสื้อของเขาที่นางเผลอคว้าไว้อย่างเหนียวแน่น พลิกหนีออกจากวงแขนของเขาจนร่างกายตกกระแทกพื้น

 

 

" ว๊ากกกกกกก! "

 

 

หว่านเถียนร้องลั่นออกมาเสียงดังแต่ไม่ใช่เพราะความเจ็บ

 

 

โชคร้าย! นางโชคร้ายแน่ๆ เอ๊ะ... นางไม่อาจแตะตัวผู้อื่นได้ แต่คนผู้นี้ไม่ใช่ผู้อื่นแต่เขาเป็นหมีก็ไม่ใช่ลิงก็ไม่เชิง เช่นนั้นนางคงไม่โชคร้ายหรอกกระมัง...

 

 

 

 

จ้านหลี่นิ่งค้างมองดูสตรีที่กำลังกระเสือกกระสนอยู่ที่พื้น ความนุ่มนิ่มของนางเหมือนยังจะทิ้งไว้ให้ตนสัมผัสถึง ถอนหายใจยาวออกมาด้วยความจนใจร่างกายตนนั้นตอบสนองไปเองแท้ๆ ถอนใจพร้อมกับบ่นออกมา

 

 

" เจ้าไม่ได้งดงามเท่าไซซีต่อให้ข้าอดอยากปานใดก็ไม่คว้าเอาไก่ดำเช่นเจ้ามาอุ่นเตียงแน่ "

 

 

หว่านเถียนได้ยินเช่นนี้ก็คิดอยากจะถอดรองเท้าเอายัดปากหมีลิงตัวนี้ด้วยความหงุดหงิดใจ นอนอยู่บนพื้นเก็บคองอเข่า พยายามใช้สองแขนป้องกันศีรษะตนเองไว้สุดความสามารถ

 

 

เจ้าโชคร้ายนี่ก็เหมือนลอยอยู่บนหัวนางสามฉื่อ จับผิดนางอยู่ตลอดเวลาหากนางแตะผู้ใดเข้าก็พร้อมเล่นงานทันที เมื่อครู่นางเผลอตบไหล่ต้าต๋าไปจึงทำให้เก้าอี้ที่ดูแข็งแรงพังลงในพริบตา

 

 

หว่านเถียนนอนอยู่นานโชคร้ายก็ไม่ได้เกิดขึ้นก็งุนงงยิ่ง ยามก่อนที่นางลูบมือต้าต๋านั้นทำให้นางซวยไปทั้งวัน เมื่อครู่ก็ตบไหล่ต้าต๋าจนทำให้นางต้องมานอนกองอยู่ที่พื้น

 

 

แต่ทำไมนางคว้าจับหมีลิงผู้นั้นไว้เต็มแรงไฉนถึงไม่เป็นอะไรไปเล่า ปกติเจ้าโชคร้ายนี่ทำหน้าที่ได้เร็วยิ่ง ไฉนช้านัก! นางเกร็งจนฉี่จะราดแล้วนะ!

 

 

จ้านหลี่ถอนหายใจยาวออกมา มองดูสตรีที่นอนนิ่งอยู่บนพื้น หันมองต้าต๋าเอ่ยถามออกมา

 

 

" นางสติไม่ดีหรือ "

 

 

ต้าต๋าได้ยินเช่นนี้ก็ส่ายหัวปฏิเสธออกมาทันที มองดูหมอหว่านที่ยามนี้ลุกขึ้นนั่ง มองใบหน้าของนางที่มีผงถ่านดำๆ ติดอยู่ก็รู้สึกผิดไม่น้อย พี่ใหญ่ของตนทำเกินไปจริงๆ! จนทำให้หมอหว่านกระทบกระเทือนทางจิตใจจนดูเหมือนสติไม่ดีเช่นนี้!

 

 

หว่านเถียนยามนี้รู้สึกเหมือนอยากจะทดลองอะไรบางอย่าง ลุกขึ้นยืนก้าวเดินไปแตะไหล่ต้าต๋าคราหนึ่งก่อนชักมือกลับอย่างรวดเร็ว พลันลางบางอย่างที่นางรู้สึกได้ก็ค่อยๆ คืบคลานเข้ามา ไม่ทันให้นางตั้งตัวเสียงกรีดอากาศก็ดังขึ้นข้างหู พร้อมกับเสียงเป๊าะเบาๆ เมื่อหันมองไปทิศทางที่นางรู้สึกได้ก็ต้องนิ่งค้างมองดูลูกธนูที่หักครึ่งปักอยู่ที่พื้น มองดูหมีลิงที่ในมือถือมีดสั้นที่ดูคุ้นตาไว้

 

 

" มีใครบาดเจ็บหรือไม่ ข้าไม่ได้ตั้งใจนะ! "

ความคิดเห็น