email-icon facebook-icon

ใครที่หลงเข้ามาอ่านนิยายของไรท์ อ่านจบไปตรวจหัวใจด้วยน้า เพราะว่ามันจะเต้นแรงผิดปกติค่ะ! >< นิยายของไรท์ทุกเรื่อง เน้นฟีลกู๊ด อ่านแล้วหัวใจเต้นแรง ตัวเบา ๆ ยิ้มแก้มแตกค่ะ ไม่เน่นความดร่าม่าใดใด เพราะว่าทุกวันนี้ ชีวิตเราก็มีเรื่องเครียดมากพอแล้ว มาอ่านนิยายเพื่อนฮีลใจตัวเองกันค่ะ :)

ชื่อตอน : Phayu x Gypso | ทาบทาม

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย รักวัยรุ่น

คนเข้าชมทั้งหมด : 4.5k

ความคิดเห็น : 49

ปรับปรุงล่าสุด : 21 ก.ค. 2563 20:41 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
Phayu x Gypso | ทาบทาม
แบบอักษร

 

 

 

5

 

Love Attraction แรงดึงดูดรัก

 

Phayu part

 

“ หึ ในเมื่อรู้แบบนี้แล้ว “

 

“ ... “

 

“ เริ่มสนใจฉันบ้างรึยัง :) “

 

ก็ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมถึงพูดไปแบบนั้น อยู่ ๆ ฟีลลิ่งมันก็เป็นไปโดยธรรมชาติ ไม่มีสคริปต์ ไม่มีการวางเค้าโครงเรื่อง มีแต่ความเรียลที่มันเกิดขึ้นทุกครั้ง เมื่อได้จ้องหน้าผู้หญิงคนนี้ ...

 

หลายวันมานี้ เกิดความแปลกใหม่ขึ้นกับตัวผมหลายอย่าง โดยที่ผมไม่รู้เลยว่ามันเกิดจากอะไร ..

 

ขอเกริ่นก่อนแล้วกัน ผมเป็นดารานายแบบ ที่ในยุคนี้ ใครหลายคนก็ชอบบอกว่า ผมคือพายุลูกใหม่ไฟแรงที่ทุกคนหลงใหล แต่สำหรับผมแล้ว ผมคือคนธรรมดา แค่อยู่ในช่วงขาขึ้นเท่านั้น ผมเจอคนมากมาย มีโอกาสได้ร่วมงานกับผู้หญิงหลายคนในวงการ ก็มีแต่หน้าตาสวย ทั้งดารา นางแบบ เน็ตไอดอล หลายคน แต่ผมไม่เคยรู้สึกหวั่นไหวหรือว่ารู้สึกอยากจะมองหน้าพวกเธอเหล่านั้นต่อไปเรื่อยๆ

 

ผมเชื่อเสมอว่า ถ้าถึงเวลาที่เหมาะสม ทุกอย่างมันจะดึงดูดใครสักให้คนมาเจอเราเอง ...

 

และเมื่อถึงวันนั้น ผมก็พร้อมที่จะเรียนรู้คนคนนั้น โดยไม่วิ่งหนี .. เพราะผมเองก็เชื่อว่า คนคนนั้น ก็คงดึงดูดมาให้เราได้รู้จักกัน

 

โดยหลายวันมานี้ ผมเริ่มรู้สึกคิดเรื่องนี้มากขึ้น เพราะว่า ผู้หญิงคนนึง ที่ผมบังเอิญไปเจอเธอตลอด แบบที่ไม่ได้ตั้งใจเลยสักครั้ง และแต่ละครั้งที่เจอ เราไม่เคยคุยกันนานถึง 10 นาทีเลย เพราะว่า ส่วนใหญ่ เราเอาแต่จ้องตากันอย่างเดียว ถ้าเป็นปลากัด ยัยนั่นคงท้องไปแล้ว -*-

 

และที่ผมบอกว่าแปลกอีกเรื่องหนึ่งคือ ยัยนี่ไม่รู้จักผมได้ยังไงวะ ?

 

นี่ผม พายุ เบอร์หนึ่งเลยนะเว้ย บ้านยัยนี่ไม่มีทีวี หรือสิ่งที่เขาเรียกว่า อินเตอร์เน็ตเลยหรอ ถึงไม่รู้เลย ว่าคือใคร!

 

และไม่รู้ไม่ว่าหรอก ผมไม่ได้ติดใจอะไรเท่าไหร่ แต่ที่ผมติดใจคือ ผมจำได้ ในตอนแรกที่เราเจอกัน ยัยนี่บอกกับผม ว่า ไปไหนก็ไป ไอ้บ้า... !!!

 

ไม่เคยมีใครพูดกับผมแบบนี้เลยเว้ยยย !!! จ้องหน้าก้นจนเคลิ้มไปพักใหญ่ ตอนแรกเธอจ้องหน้าผม ยอมรับว่าผมแอบรู้สึกหวั่นไหวอยู่และเธอเองก็อาจจะเป็นเหมือนกัน ผมเองรู้สึกต้องตาเธอตั้งแต่ครั้งแรกที่เห็น เพราะเธอเป็นผู้หญิงที่มีใบหน้าที่สวยมาก เธอจ้องหน้าผมนานมาก ก็เลยคิดว่า เธอเองก็คงจะสนใจผมเหมือนกัน จ้องหน้ากันขนาดนี้ ก็น่าจะเดินตามๆกันมา

 

แต่เปล่า .. ยัยนี่ไม่ได้เดินตาม แต่ยัยคนสวยนี่ไล่ผมมม !!!!

 

และเชื่อมั้ย มันทำให้ผมรู้สึกทับใจมากครับ .. คำพูดไล่นั้น ยังก้องอยู่ในหัวอยู่เลย แค่เวลาสั้น ๆ ที่เราเจอกัน แค่ผมกลับรู้สึกว่าภาพในหัวของมีเธอแทรกเข้ามาตลอดเวลา

 

และนี่แหละ คือสิ่งที่ผมบอกว่า มันแปลกมากสำหรับผม

 

เอาล่ะ กลับมาที่ปัจจุบันนะ กลับมาที่ตอนนี้ เราสองคนก็กำลังจ้องตากันอยู่อีกแล้ว ..

 

ใบหน้าเล็กๆ ดวงตาใสๆ พวกแก้มแดง ๆ จมูกเป็นสัน ริมฝีปากลาง องค์ประกอบใบหน้าของผู้หญิงคนนี้ เรียกได้ว่า มันดึงดูดผมมากเลย มากซะจนละสายตาไม่ได้ ..

 

มากซะจน อยากจะเลื่อนใบหน้าเราให้ใกล้กว่านี้ แต่ถ้าไม่ติดอยู่ที่ว่า ผู้หญิงตรงหน้าผมในตอนนี้ กำลังยืนหน้าเหวออยู่ อ้าปากค้างอยู่ เพราะล่าสุด เธอเพิ่งจะรู้ ว่าผมคือใคร

 

“ ทำไม อึ้งอยู่รึไง :) “ ผมกระตุกยิ้มแล้วเอามือข้างหนึ่งของตัวเองบีบที่แก้มคนตรงหน้าเบาๆ

 

แค่เจอกันครั้งที่ 2 เราก็สกินชิพกันได้แบบเนียนเหลือเกินนะ -..-

 

“ พายุ .. “

 

“ ... !!! “

 

ตึกตัก ตึกตัก ตึกตัก ...

 

สรรพนามที่ใคร ๆ ก็เรียกกัน เป็นสรรพนาม ที่ได้ยินมันทุกวัน จนรู้สึกเคยชิน แต่พอมาวันนี้ มันกลับไปเคยชิน และรู้สึกไม่เป็นตัวเองเลย เมื่อสรรพนามของผม ถูกเรียกเพราะ ผู้หญิงตรงหน้า ที่เอ่ยมันออกมาเบาๆ พร้อมกับช้อนตามองอย่างเขินอาย

 

“ -///- “

 

เพราะว่า เป็นเธอคนนี้ คนที่ไม่รู้จักชื่อ เรียกผมเบาๆ แต่มันกลับทำให้หัวใจผมเต้นแรงอย่างบ้าคลั่ง อย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน แม้จะต้องเข้าฉากเลิฟซีนกับนางเอกเรื่องไหนก็ตาม ..

 

มันต้องบ้าไปแล้วแน่ๆ เมื่อผมต้องเสียศูนย์ให้กับ ใครก็ไม่รู้ ที่หน้าตานั้น ต้องตาต้องใจผมเหลือเกิน

 

“ เฮียพา .. “

 

“ ... !!! “

 

พายุเฉยๆ ผมก็จะตายห่าอยู่ตรงนี้แล้ว มาเรียกพี่พาเฉย ๆ ผมจะตายเอาตรงนี้เลยนะ !!!

 

“ ว่า ? “ ผมพยายามข่มเสียงของตัวเองเอาไว้ไม่ให้มันสั่นตามหัวใจ ที่แม่งเรียกได้ว่า แกว่งไปแกว่งมาเลยดีกว่า

 

คือว่า ..

 

คนตรงหน้าเหมือนทำหน้าไม่ถูก สีหน้าในตอนนี้ เลิ่กลั่กไปหมด สายตาก็มองไปทางอื่น ไม่กล้าสบตากัน มือทั้งสองข้างก็บีบกันแน่น และที่สำคัญ ที่ทำให้ใจผมแกว่งไปมากกว่านี้คืออาการการกัดริมฝีปากปากล่างของคนตรงหน้าแล้วช้อนตาขึ้นมามองผม

 

แม่งทำผมตายห่ากับความน่ารักไปเลย !!!!

 

“ เธอชื่ออะไร “ ผมเอ่ยปากถามแทรกคนตัวเล็กไป จนทำให้ คนตรงหน้านั้น เหวอแล้วแอบเงยหน้าขึ้นมาสบตาผมได้แค่แปปเดียวเท่านั้น จากนั้น ก็เลือกที่จะหลบสายตาผมต่อ

 

แต่ขอโทษทีผมชอบกินเถอะผมแบบนี้ผมก็เลยเอามือจับปลายคางของเธอให้เงยหน้าขึ้นมามองกันแล้วถามย้ำเพื่อให้คนตรงหน้าตอบคำถาม

 

“ ตกลงชื่ออะไร “‘

 

“ ยิปโซ .. “ คนตรงหน้าตอบผมเบาๆ

 

“ ที่แปลว่า รักแรกพบอ่ะหรอ “ ผมไม่พูดเปล่า แต่ว่ามันกลับเป็นอัตโนมัติ เมื่อผู้หญิงตรงหน้าจ้องมองมาที่ตาของผม ผมก็รู้สึกเหมือนมีแม่เหล็กมาดึงดูดเราให้เข้าหากัน ผมจึงเลื่อนใบหน้าเข้ามาใกล้ ๆ จนปลายจมูกเราชนกัน

 

“ นะ นี่ .. “ ยิปโซผลักผมออกเบาๆ แต่ผมกลับไม่สนใจ เลือกที่จะดึงเธอเข้ามาหาอีกครั้ง

 

“ :) “

 

“ .... “

 

คนตรงหน้าไม่พูดไม่จาอะไรกับผมเธอเพียงแค่พยายามหายใจเข้าหายใจออกให้มันช้าๆเหมือนพยายามจะควบคุม จังหวะการหายใจของตัวเองและมือเล็กๆทั้งสองข้างของเธอก็จับที่ต้นแขนของผมแล้วติดแน่น เท่านั้นไม่พอสีหน้าของคนตัวเล็กตอนนี้ดูไม่ค่อยสู้ดีนักจากแก้มและปากที่มันอมชมพูจนน่าหลงใหลตอนนี้มันกลับซีดจนแทบไม่เหลือสีชมพูนั้นแล้ว

 

ผมว่า คนตรงหน้ามีอาการแปลกๆนะ

 

“ เป็นอะไรรึป่าว “

 

“ ฮะ เฮียพา .. “ คนตัวเล็กเรียกผมด้วยน้ำเสียงแหบพร่า คือถ้ามันไม่ได้ตกอยู่ในสถานการณ์ตอนนี้น้ำเสียงนี้ผมอยากจะให้เธอไปเรียกผมที่อื่นมากกว่า

 

แต่แม่งเอ๊ยยย สถานการณ์ตรงนี้มันไม่ใช่ไง !! เพราะตอนนี้ ผมรู้สึกว่าผู้หญิงตรงหน้าเริ่มที่จะทรงตัวไม่อยู่เพราะว่าจากตอนแรกที่เธอเป็นคนพยามผลักผมให้ออกไป ตอนนี้เธอกลับเอนตัวเข้ามาหาผมแล้วทิ้งตัวเอาหัวพิงที่ไหล่แล้วก็ซบผมอยู่แบบนั้น

 

“ .... !!! “

 

พิงไหล่ข้างไหนไม่พิง เลือกที่จะพิงไหล่ข้างซ้าย ผมก็กระตุกสิ เพราะกลัวว่า ยิปโซจะรู้ ว่าหัวใจผมตอนนี้ มันร้องหารถพยาบาลอยู่ !!!

 

“ เป็นไร .. “ ผมกำลังจะผละเธอออกเพื่อจะดูใบหน้าตอนนี้ว่าอาการของคนตรงหน้าเป็นยังไงบ้าง แต่ตอนนี้เธอกลับทิ้งตัวหนักกว่าเดิมอีก

 

“ เฮียพา ... “

 

ฟุ่บ !!!

 

“ เห้ยย ยิปโซ !! “

 

“ .... “

 

ผมร้องขึ้นมาด้วยความตกใจ เมื่อคนตรงหน้าทิ้งน้ำหนักตัวทั้งหมดที่มีอยู่นั้นใส่ผมอย่างคนหมดแรง ผมจึงรีบประคองร่างเล็กเอาไว้ แล้วจับอุ้มขึ้นมาเป็นท่าเจ้าสาว เพราะดูท่าแล้ว ยิปโซท่าทางจะเป็นลมแน่นอน

 

ผมรีบอุ้มร่างเล็กที่หลับตาอยู่ที่อ้อมกอดของผม จากนั้นก็รีบวิ่งไปที่ลานจอดรถที่ผมจอดรถอยู่ทันที ตอนนี้ผมไม่ได้สนใจเลย ว่าจะมีใครเห็นผมบ้าง เพราะหมวก และแมสที่ผมใส่มา มันตกอยู่ตรงซอกที่เรายืนหลบด้วยกัน และผมก็ไม่เก็บมันด้วย รู้แค่ว่า ผมจะต้องรีบพาคนตัวเล็กนี่มาพักที่รถก่อน!

 

ผมคิดว่าที่ยิปโซ เป็นลม ก็คงเพราะว่า ผมเล่นพาเธอวิ่งระยะไกล ในช่วงกลางวันแสกๆ พระอาทิตย์กลางหัวแบบนี้ จะเป็นลมสักชั่วโมงนึง ผมก็ไม่สงสัยหรอก

 

ผมใช้เวลาไม่นานมนการอุ้มยิปโซแล้ววิ่งมาที่ลานจอดรถท่ามกลางสายตาของนักศึกษาหลายคนที่จับจ้องพวกเราอยู่ แต่ผมไม่สนใจเลย เพราะผมสนใจแค่คนตัวเล็กที่นอนหมดสติแค่คนเดียว

 

ผมวางเธอลงกับเบาะรถอย่างเบามือจากนั้นนั้นก็เอนเบาะให้เธอนอนกลับได้สบายๆ แล้วเปิดแอร์เย็นฉ่ำ เพื่อให้คนตรงหน้าอาการดีขึ้น แล้วผมก็เอาผ้าเช็ดหน้าของตัวเองที่พวกติดรถไว้ตลอดเงลาจะต้องไปฟิตเนส เอามาชุบน้ำแล้วเช็ดหน้าของเธอก่อน

 

ในตอนแรก คิดว่าถ่าเช็ดแล้ว ต้องมีเครื่องสำอางค์ติดมาที่ผ้าแน่ ๆ แต่ปรากฎว่า ไม่ใช่เลย เมื่อเช็ดหน้าเธอเบาๆ มันกลับไม่มีแม้กระทั้งรอยรองพื้น

 

“ นี่หน้าสดหรอ ? “

 

หน้าสดยังทำผมแอบหลงได้ขนาดนี้ ถ้าแต่งหน้าไปหน่อย ไม่ทำให้ผมแอบรักเลยรึไงวะ -///-

 

นานนับหลายนาทีที่ผมเอาแต่นั่งถือยาดมให้คนตรงหน้าดม แล้วก็นั่งจ้องเธออย่างไม่วางตา พร้อมกับพินิจพิจารณาใบหน้าของ ยิปโซ แล้วคิดในใจว่า คนอะไร ทำไมองค์ประกอบใบหน้ามันถึงได้สมบูรณ์แบบแล้วก็ลงตัวมากขนาดนี้ ...

 

ดวงตาที่หลับใหลอยู่นั้นผมก็อยากมอง พวงแก้มอมชมพูนั่น ผมก็อยากลองจับ และริมฝีปากบางนั่น ผมก็อยากจะสัมผัส ...

 

ผู้หญิงคนนี้ ผมก็ยังยืนยันว่า เธอสวยจนดึงดูดผมให้ผมแต่เธอคนเดียวได้เลย.

 

และในระหว่างที่ผมกำลังชื่นชมเธออยู่นั้น โทรศัพท์ของผมก็ดังขึ้น จนผมต้องรีบรับโทรศัพท์ โดยที่ไม่ทันมองเลยด้วยซ้ำ ว่า ใครที่เป็นคนโทรมา

 

“ ว่า “

 

“ เห้ยไอ้พา “

 

“ นี่ใครวะ “ ผมขมวดคิ้วถาม

 

“ กูเอง กองทัพ เพื่อนรักมึงครับ -__- “

 

“ อ๋อ ว่า “ ผมกรอกเสียงตอบมันอย่างน่าเบื่อ แต่ขณะที่สายตาก็เอาแต่มองใบหน้าใสของยิปโซ ที่นอนหลับสนิทไม่รู้เรื่องราว

 

“ วันนี้ไปผับอีกป่าว พวกไอ้เชนมันนัด “

 

“ ไม่ “ ผมตอบแบบไม่คิดเลย

 

“ ไม่เหี้ยไร ครั้งก่อนมึงก็หนีพวกกู!! “ ไอ้กองทัพเริ่มหัวเสีย

 

ใช่ครับ ครั้งก่อนที่ผมหนีพวกไอ้กองทัพ ไอ้เชน ไอ้บิว เหล้าเดอะแก๊งค์ของผม เพราะว่า ตอนนั้นแฟนคลับผมมันล้นผับไปหมด มากจากทั่วมหาสารทิศ มาจนผับแทบล้นทะลัก คือ ถึงแม้ว่าพวกมันจะฟาดเหมาโซน วีไอพีมาให้ทั้งโซน แต่สำหรับ ความส่วนตัวมันก็ไม่มีอยู่ดี

 

ผมเข้าใจแฟนคลับ ผมเข้าใจคนที่รักที่ชอบผม การที่เราได้ทำทุกทาง เพื่อได้อยู่กับที่เรียกว่า เขาคือความสุขของเรา มันก็ดีสำหรับพวกเขาครับ แต่สำหรับผมนั้น ยอมรับว่ามันอาจจะมีอึดอัดบ้าง เพราะผมเองก็เป็นมนุษย์ เป็นวัยรุ่นคนหนึ่ง ที่อยากเที่ยวสนุกกับเพื่อน อยากเกเร อยากซ่าส์ อยากมีชีวิตเหมือนคนทั่วไป แต่การที่ผมจะไปนั่งดื่มกับเพื่อน แล้วมีแฟนคลับมาล้อมวงแบบนั้น ทุกคนมันเกิดความอึดอัดครับ

 

เวลานอกงาน ผมก็อยากมีเวลาส่วนตัวบ้าง ไม่ใช่ว่าผมไม่รักแฟนคลับ .. แฟนคลับผม ผมรักครับ เพราะว่าพวกเขาคือคนที่คอยสนับสนุนและให้กำลังใจผม เวลาที่ผมเลิกงาน ผมจึงต้องอยู่กับพวกเขา ทักทายพวกเขาก่อนกลับ ให้คุ้มกับที่พวกเขาอุตส่าห์มานั่งรอเราตั้งนาน

 

แต่พอหลังจากชั่งโมงทำงานแล้ว ผมก็อยากมีเวลาส่วนตัวบ้าง แต่ในวันนั้นมันไม่ใช่เลย ผมมานั่งดื่ม เหมือนผมมาเล่นคอนเสิร์ตอ่ะ ซึ่งผมไม่โอเค ผมก็เลยต้องแอบหนีพวกมันออกมา จนกระทั่งมาเจอกับยิปโซนี่แหละ

 

“ ไงมึง อย่ามาปฏิเสธพวกกูครับ เพราะกูดูคิวกับเจ๊ตุ้มแล้ว มึง ว่าง:) “ ปลายเสียงพูดกับผมด้วยสายตาเจ้าเล่ห์

 

“ แล้วทำไมกูต้องไป “

 

“ ไปเหอะน่า !!! ไปดูของดี “ เสียงไอ้กองทัพแม่งดูครึกครื้นแปลกๆ

 

“ ของดีอะไร ? “

 

“ เขาว่ากันว่า ตอนนี้ลูกสาวเจ้าของผับจะมาดูงานเอง แล้วที่กูรู้มานะ ลูกสาวเจ้าของผับเป็นฝาแฝด หน้าตาอย่างสวย! “

 

“ ขนาดนั้น “ ผมแค่นหัวเราะ เพราะผมรู้สึกเฉยกับคำว่าสวยของพวกมัน

 

“ คนนี้กูพูดจริง สวยมาก ส่งรูปให้ดูในกลุ่มล่ะ “

 

ครืด .. ครืด ... ครืด ...

 

อือ รู้แล้วล่ะ ว่าแม่งอยากให้ผมเห็นจริงๆ เพราะแม่งรัวส่งมา ท่าทางจะไม่ใช่แค่รูปสองรูป แค่มึงส่งเป็นสิบ ! ส่งแบบนี้ไม่เปิดเป็นอัลบั้มเลยว่ะ - -

 

“ เห็นยัง “

 

“ เออเดี๋ยวค่อยดู “

 

“ เออออ แต่กูหวังว่าคืนนี้กูจะเจอมึงนะเพราะกูมั่นใจว่าถ้ามึงเห็นลูกเจ้าของร้าน มึงต้องมาแน่นอน “

 

มันไม่รอให้ผมพูดจบเพราะทันทีที่มันพูดประโยคที่มันต้องการแล้วมันก็วางสายไปเลย ปล่อยให้ผมไม่เข้าใจกับประโยคทิ้งท้ายของมันจนผมจำเป็นต้องเอามือถือขึ้นมาเปิดเข้ากลุ่มไลน์ ที่ไอ้กองทัพมันส่งรูปเจ้าของภาพมาให้ดู

 

และทันทีที่ผมเลื่อนดูรูปเจ้าของภาพสองสาวฝาแฝดนั้นทีละรูปสองรูป สลับกับมองไปกับใบหน้าของคนที่หลับสนิทอยู่ข้างผม

 

ผมก็รู้ทันทีเลยว่า คืนนี้ผมต้องไป Your bar เพราะเจ้าของภาพที่ใครหลายคนบอกว่าสวยนั้นตอนนี้กำลังนอนเป็นลมอยู่ข้างผมเอง !!!!

 

ไม่น่าเชื่อ ...

 

“ อื้ออ ~ “

 

“ ... !! “

 

“ งืมมม “

 

“ ... ??? “

 

ละเมอหรอ หรือยังไง เพราะเมื่อผมกำลังนั่งมองร่างเล็กที่หลับนิ่งอยู่นั้นตอนนี้เจ้าตัวก็ค่อย ๆ ขยับตัวแล้วเอามือมาขยี้ตาแล้วก็เปลี่ยนท่าให้ตัวเองนั้นนอนสบาย เหมือนนอนอยู่บนเตียงนุ่มอยู่ที่บ้าน แต่ทั้งที่ตอนนี้เธอกำลังนอนหลับอยู่บนรถของผู้ชายที่เพิ่งเจอกันแค่สองครั้งเท่านั้น

 

“ ซี เอาน้ำให้โซหน่อยย “ คนตัวเล็กเหมือนจะได้สติแล้วก็พูดอย่างง่วงเงียเหมือนตอนนี้ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าก่อนหน้านี้มันเกิดอะไรขึ้น

 

ซี งั้นหรอ สงสัยจะเป็นยิปซีน้องสาวฝาแฝดที่ไอ้กองทัพนั้นมันส่งรูปมาให้

 

“ ... “

 

“ โซหิวน้ามมม ฮืออ U.U “

 

“ หึ “

 

ผมหลุดขำออกมาเมื่อเห็นยิปโซผู้หญิงหน้านิ่งที่ผมไม่คิดว่ามันจะมีโมเมนต์แบบนี้ .. โมเมนต์ที่ลุกขึ้นมันนั่งหลังตรงแล้วงอแงทั้งทั้งที่ตายยังปิดสนิทอยู่เลย

 

ป้อก ~

 

“ หื้อออ ซีตีโซทำไมม -//- “

 

ผมอดมันเขี้ยวอาการงอแงเป็นเด็กของคนตรงหน้าไม่ได้ ก็เลยอดใจไม่ไหวที่จะมาไงเข้าที่กลางหน้าผากจนเจ้าตัวนั้นค่อยค่อยลืมตามาแล้วโวยวายเบาๆ

 

“ ฮะ เฮียพา ... O.O “

 

และเมื่อรู้ว่าคนที่เธองอแงใส่อยู่นั้น ไม่ใช่ ซี คนที่เธอนึกถึงถึง แต่มันคือ ผม คนที่เธอเห็นหน้าล่าสุดแล้วเป็นลม

 

“ ไง ฟื้นแล้วหรอ “

 

“ ฉะ ฉันเป็นอะไร เป็นลมหรอ ? “ ยิปโซชี้ไปที่ตัวเองแล้วมองตาผมปริบๆ

 

ท่าทางคนตรงหน้าก็น่ารักอยู่หรอกแต่ที่ไม่น่ารักก็คงเป็นเพราะสรรพนามที่หยิบโซเรียกผมตอนนี้แหละ

 

ผมชอบที่ ยิปโซ แทนตัวเองว่า โซ ดีกว่าแทนคำว่าฉัน เพราะมันดูห่างเหินเกินไป ทั้งๆ ที่ตามจริงแล้วมันก็คงจะต้องเป็นสรรพนามที่มันดูห่างเหินนั่นแหละ เพราะเราเจอกันแค่สองครั้งเอง แล้วก็ไม่ได้รู้จักหรือสนิทสนมอะไรกันมากขนาดนั้น แต่ผมก็ยังชอบให้เธอแทนตัวเองว่า โซ อยู่ดี

 

“ คือว่า ฉัน ... “

 

“ อะไร ทำไม ? “ ผมเอียงคอถามคนตรงหน้าด้วยท่าทีสบายๆ

 

“ คือว่า ขอบคุณมากนะคะที่ช่วย “ ยิปโซพูดกับผม แต่ก็ไม่ยอมเงยหน้าจึ้นมาสบตา เอาแต่ก้มหน้าห้มตาพูด ผมจึงจับคางของเธอให้เงยหน้าขึ้นมาให้มองหน้าผมโดยตรง

 

“ อืมมม มีอะไรจะพูดอีกมั้ย ดูเรามีอะไรจะพูดกับเฮียเยอะเลยนะ ? “ผมยกยิ้มเบาๆ จาคนตรงหน้าเสียอาการเล็กน้อย

 

เป็นการเสียอาการที่มันน่ารัก จนทำให้ผมเสียอาการตามเลย

 

“ เอ่อ คือ ไหนๆ ก็เจอเฮียแล้ว งั้น ฉันขอพูดเรื่อง พรีเซ็นตะ .. !! “

 

“ ไม่.. “

 

ผมรีบตอบปฏิเสธก่อนเลยเพราะผมรู้ว่ายิปโซจะต้องพูดเรื่องการทาบทามให้ผมเป็นพรีเซนเตอร์ที่ผับแน่นอน เพราะว่าเมื่อกี้เห็นกลุ่มไลน์ไอ้เชนเป็นคนพูดว่า ตอนนี้เจ้าของผับกำลังสนใจให้ผมมาเป็นพี่เซ็นเตอร์ แล้วเขาก็จะให้ลูกสาวเป็นคนมาทาบทามผมด้วยตัวเอง

 

เพราะงั้นผมจะยอมเป็นง่าย ๆ ได้ยังไง หึ

 

“ ดะ เดี๋ยวก่อนดิ ฉันยังไม่ทันพูดเลยนะ TT “ คนตรงหน้าเบะปากทำหน้าเหมือนจะร้องไห้ขณะเดียวกันมือทั้งสองข้างก็ติดเข้าหากันตลอดเวลา

 

“ เรียกตัวเองว่า โซ ดิ แล้วจะน่ารักขึ้น :) ”

 

“ ... “

 

“ ... “

 

พอผมพูดแบบนั้นไปคนตรงหน้าก็เลือกที่จะนิ่งแล้ว มองหน้าผมตาปริบ ๆ แต่ผมเองก็มองเธอหน้านิ่งกลับไป ให้เธอรู้ว่าตอนนี้ผมกำลังรออยู่ นั่นเลยทำให้คนตรงหน้าสุดหายใจเข้าลึก ๆ เหมือนพยายามรวบรวมความกล้าของตัวเอง

 

เธอมองผมสลับกับมองที่นิ้วของตัวเองไปมาอยู่แบบนั้น เหมือนกำลังหนักใจกับอะไรบางอย่าง จนสุดท้ายเธอก็ถอนหายใจหนัก ๆ ออกมาครั้งหนึ่ง พร้อมกับเป่าลมออกจากปาก ก่อนที่จะเป็นฝ่ายพูดกับผมเอง

 

“ ก็มาเป็นพรีเซนเตอร์ของผับให้ก่อนสิแล้วเดี๋ยวจะเรียก “

 

“ เอางี้เลย ไม่คิดจะเกริ่นอะไรก่อนเลยหรอ “

 

“ เกริ่นไม่เป็น -^- “

 

อือออ ครับ ผมเชื่อ ผมเชื่อน้องงงว่าเกริ่นไม่เป็นจริงๆ !! เพราะไม่มีเจ้าของกิจการที่ไหนจะทาบทามคนที่มาเป็นพรีเซนเตอร์ร้านโดยที่ไม่บอกผลประโยชน์อะไรก่อนเลยซึ่งเธอเป็นคนแรก

 

“ แล้วทำไมเฮียจะต้องเป็นด้วย “ ผมยกมือข้างหนึ่งขึ้นมาวางบริเวณเบาะของเธอ จนคนข้าง ๆ สะดุ้งแล้วก็ทำตัวไม่ถูก แต่ถึงอย่างนั้นเธอก็พยายามนั่งหลังตรง ไม่ยอมพิงหลังเข้ากับเบาะ เพราะว่ากลัวจะโดนมือของผมที่มันตั้งใจวางเอาไว้

 

“ ก็เพราะว่า ถ้า นะ .. เอ่อ เฮียไม่เป็น โซก็จะต้องดูแลกิจการต่อ ซึ่งโซไม่ชอบ “

 

“ ... “ผมพยักหน้าตามแล้วฟังเธอต่อไปเรื่อยๆ

 

“ ถ้าเฮียเป็น โซก็ไม่ต้องทำต่อไง .. “

 

“ .... “

 

“ นะ เป็นเหอะ นะ ๆ “

 

“ ... !!!! “

 

ไม่ดีเลย ไม่ดีต่อใจผมในตอนนี้เลย ... เมื่อยิปโซอยู่ ๆ ก็ไม่รู้ว่ามาไม้ไหน พูดเสียงสองใส่ผมแถมยังทำท่าทีออดอ้อนเหมือนแมวน้อยที่กำลังขอปลาทูกันเจ้าของกินเลย

 

คือ มันน่ารัก ไอ่สัดดดด ใจเต้นโว๊ยยย -///-

 

“ ไม่รู้ ดูก่อน “

 

“ งั้นก็ขอเบอร์หน่อย ”

 

“ หะ ? “

 

คนตรงหน้ารวดเร็วมาก คว้าโทรศัพท์มือถือที่อยู่ในมือของผมไปกดเบอร์โทรศัพท์ของตัวเอง จากนั้นก็เห็นว่ายิปโซ เอามือถือตัวเองขึ้นมา สแกนคิวอาร์โค้ดในไลน์ พร้อมกับทักไลน์ผมไปเสร็จสรรพเรียบร้อย แถมยังตั้งใจ กดดาวไว้ที่ชื่อไลน์ของตัวเองเพื่อตั้งเป็น เฟเวอริท ในไลน์ของผมด้วย

 

ไม่มีนะครับ ไม่มีใครที่จะได้เบอร์ดารานายแบบแถวหน้าของวงการไปได้ง่าย ๆ แบบนี้เลยนะครับ แม่คุณเขาคือคนแรกเลยครับ -*-

 

“ วันนี้ยังไม่ตกลง เดี๋ยววันอื่นโซตื้อใหม่ก็ได้ค่ะ”

 

“ หะ “

 

“ วันนี้ขอบคุณมากที่ช่วยโซไว้นะคะ สวัสดีค่ะ “

 

ปัง ..

 

“ ห้ะ ??? “

 

แค่นี้จริงๆหรอพูดเสร็จก็ลงจากรถปิดประตูแล้วเดินไปเลยจริงๆหรอ ไม่คิดจะรอให้ผมตอบกลับบ้างเลยเหรอแม่คุณ ?

 

เอาอีกแล้วนะ ยิปโซทำผมเผลอหัวเราะออกมาคนเดียวอีกแล้ว

 

ผมส่ายหัวให้กับทุกอย่างที่ผมเจอในวันนี้ก่อนที่จะออกรถแล้วก็ขับตรงมาที่คอนโดของตัวเองเพื่อเตรียมตัวที่จะไปเจอเพื่อนในตอนช่วงค่ำของวันนี้

 

ผมใช้เวลาขับรถจากมอมาถึงที่คอนโดเพลงแค่ 15 นาทีเท่านั้น เพราะผมพักอยู่ที่ Leave and Love Condo เป็นคอนโดที่ เจ๊ตุ้ม ผู้จัดการส่วนตัวของผมเป็นคนซื้อให้เพราะเห็นว่ามันเป็นคอนโดที่ดาราหลายคนอยู่เพราะมันมีระบบความปลอดภัยสูงแล้วในเรื่องของการดีไซน์ของคอนโดนั้นก็ถือว่ามันสวยระดับต้น ๆ ของคอนโดในหลายที่เลย

 

และเมื่อผมจอดรถที่ลานจอดรถเสร็จแล้ว ผมก็เดินขึ้นมาที่ห้องของตัวเองแต่เมื่อเปิดประตูห้องมาก็พบเจ๊ตุ้ม ผู้จัดการส่วนตัวของผมนั่งรออยู่ในห้องแล้ว

 

และเจ๊เองก็เป็นคนเดียวที่เข้าออกห้องของผมได้เหมือนห้องของตัวเอง เพราะว่าผมนับถือเจ๊ตุ้มเหมือนเป็นพี่แท้ ๆ แล้วเขาเองก็ดูแลผมมาตลอดตั้งแต่ตอนที่ผมเข้าวงการใหม่ ๆ

 

ลืมบอกครับ เจ๊ตุ้ม ผมเป็น สาวสองครับ สาวสองที่ไม่ได้แต่งหญิง แต่ใจที่โคตรจะหญิงงงง

 

“ มาก็ดีแล้ว เจ๊จะบอกว่า ทาง Zeed Club ผับดังเข้ามาทาบทามเธอไปเป็นพรีเซนเตอร์น่ะ เธอสนใจมั้ย “ เจ๊ตุ้มยื่นเอกสารของทางผับนั้นมาให้ผมดู แต่ผมกลับเลือกที่จะไม่รับมันเพราะว่าในใจผมมันไม่สนใจผับนี้เลย

 

“ ผมขอไม่รับครับ “

 

“ ทำไมล่ะ นี่ผับกำลังมาแรงเลยนะ “

 

“ หรอครับ ? “

 

“ ถ้าเทียบกับ Your bar ผับอันดับหนึ่ง ตอนนี้เห็นยว่าอาจจะเกิดขาลงก็ได้ เพราะได้ข่าวแว่วมาว่า คุณไค เจ้าของกิจการกำลังจะวางมือจากตำแหน่ง และให้ลูกสาวมาบริหารเอง “

 

“ ... “

 

“ และผู้หญิงที่ไม่รู้เรื่องผับเลย จะมาบริหาร ยังไงก็เจ๊ง “

 

“ หรอครับ ? “ ผมตอบเจ๊ตุ้มไป พลางกับเดินไป เปิดตู้เย็นกินน้ำ ก่อนจะเดินไปเทของเหลวสีเหลืองทองในรวดแก้วนั้นมากระดกดื่มเพื่อวอร์มลำคอตัวเองสักนิด หลังไม่ได้กินมานาน

 

“ ใช่ เห็นคนในแวดวงธุรกิจเขาพูดกันนะ “

“ อืม แต่ผมไม่คิดแบบนั้นนะครับ “

 

“ คืออะไร ? “

 

“ ผมจะเป็นพรีเซ็นเตอร์ของ Your Bar เท่านั้นครับ “ ผมตอบด้วยน้ำเสียงจริงจัง

 

“ แล้วทางนั้นมาทาบทามแล้วหรอ “

 

“ ก็ครับ ทาบทามแล้ว แหละมั้ง .. “ ผมยกยิ้ม ก่อนที่จะดื่มน้ำสีเหลืองทองในแก้วกระดกรวดเดียวจนหมด ขณะเดียวกันในหัวก็เอาแต่นึกถึงใบหน้านิ่งๆของยิปโซ .. ที่พูดเรื่องพรีเซนเตอร์ในรถ

 

เป็นการทาบทามพรีเซ็นเตอร์ที่ทำให้ผมประทับใจตั้งแต่ครั้งแรก

 

สายตาที่เธอมองผม แล้วพูดกับผมเรื่องกิจการ มันทั้งมุ่งมั่นและตั้งใจมาเป็นพรีเซ็นเตอร์ที่ผับให้ได้ .. และสายตานั้นแหละ ที่มันทำให้ผมตัดสินใจได้อย่างชัดเจน

 

“ อะไรที่ทำให้แกติดใจได้ขนาดนั้น “

 

“ ลูกสาวเจ้าของผับ :) “

 

 

อิพี่มันเตรียมก่อพายุรุกแรงแล้วนะลูก หนูเตรียมตัวรึยังลูกกก จากนี้ จะมาแบบพายุไต้ฝุ่นแล้วววว

 

เม้นหน่อยอยากอ่าน ไลค์หน่อยอยากชื่นใจ

#ยิปโซของเฮียพา

💓💓💓💓💓

 

 

 

ความคิดเห็น