email-icon facebook-icon

ใครที่หลงเข้ามาอ่านนิยายของไรท์ อ่านจบไปตรวจหัวใจด้วยน้า เพราะว่ามันจะเต้นแรงผิดปกติค่ะ! >< นิยายของไรท์ทุกเรื่อง เน้นฟีลกู๊ด อ่านแล้วหัวใจเต้นแรง ตัวเบา ๆ ยิ้มแก้มแตกค่ะ ไม่เน่นความดร่าม่าใดใด เพราะว่าทุกวันนี้ ชีวิตเราก็มีเรื่องเครียดมากพอแล้ว มาอ่านนิยายเพื่อนฮีลใจตัวเองกันค่ะ :)

ชื่อตอน : Phayu x Gypso | รู้จัก

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย รักวัยรุ่น

คนเข้าชมทั้งหมด : 4.5k

ความคิดเห็น : 35

ปรับปรุงล่าสุด : 20 ก.ค. 2563 18:26 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
Phayu x Gypso | รู้จัก
แบบอักษร

 

4

 

Love Attraction แรงดึงดูดรัก

 

“ จะถ่าย ไม่ถ่าย ?​ “

 

“ ถ่าย! “

 

:

:

:

 

“ มึงมาตบกับกูเลยมา ตัวตัวได้เลยมา!! “

 

“ เห้ยใจเย็นดิ “

 

“ กูไม่เย็นอะไรทั้งนั้น !! “

 

“ นี่เพื่อนไง เพื่อนนะ “

 

“ เพื่อนหรอ ? หึ “

 

“ ... “

 

“ ถ้ามึงเป็นเพื่อนกู ทำไมมึงถึงได้คาบเฮียพายุไปแดกง่ายๆล่ะอิโซววววว!! U.U “

 

อย่าตกใจและสงสัยค่ะ ว่าทำไมประโยคเมื่อกี้มันดูเหมือนคนกำลังนัดตบกันหลังมอ เอาจริงๆคือ เสียงอิปุนกับเสียงอีส้ม ที่มันกำลังมีปัญหากับฉันอยู่ในตอนนี้ หลังจากที่มันรู้ว่า ฉันจะได้ถ่ายแบบกับเฮียพายุ !!!

 

“ ก็คนมันบุญวาสนาดี ให้ทำไงได้อ่ะ “ ฉันยกนิ้มเบาไแล้วก็เดินไปนั่งที่โต๊ะม้าหินอ่อนที่สวนสาธารณะของมหาวิทยาลัย แล้วจากนั้นอิปุนแล้วก็อิส้มก็เดินตามมานั่งด้วยกัน

 

“ คำตอบมึง ทำให้กูอยากตบมึงมากกว่าเดิมอีกอ่ะ !!! “ อิปุนไม่ได้แค่พูดเท่านั้น แต่ยังยกไม้ยกมือแล้วด้วยนะเอออ ทำเป็นเล่นไป ! เรื่องผู้ชาย ไม่ว่าจะกับใครก็ตาม แม้แต่กับเพื่อนสนิทที่สุดอย่างฉัน มันก็เอาจริงนะคะ!!

 

“ หยอกไง หยอกก “ ฉันจับมือมันแล้ววางลงบนโต๊ะช้าๆ

 

“ กูรู้ว่ามันแอบมีความจริงอยู่ในนั้น “

 

“ เอ้า รู้ดี “

 

“ อิโซ !! “

 

“ แง้งงงงง !! “ ฉันยกมือทั้งสองข้างขึ้นมาเป็นการ์ดเพื่อกำบังที่หน้าของตัวเองเอาไว้ เมื่ออิปุนมันทำท่ายกมือพร้อมตบฉันเต็มที่

 

ก็เข้าใจ ว่าไปกวนตีนมันก่อนไงงง แต่ก็นะ ไม่กวนตีนเพื่อนจะกวนตีนใครอ่ะ หยอกไปงั้นแหละ แต่จริงๆก็ร๊ากกกกก // กัดฟันพูด

 

“ โอ๊ยยแล้วพวกมึงจะเสียดายกันไปทำไม ในเมื่อ กูจะพาพวกมึงไปด้วย “ ฉันลดมือลง เปลี่ยนเอามือมาปิดหน้าตัวเองเอาไว้ครึ่งหน้า โผล่แค่ครึ่งหน้าด้านบน เอาไว้มองหน้าพวกมัน เพราะอยากจะรู้นัก ว่าหลังจากที่พูดแบบนี้ไปแล้ว เพื่อนรักทั้งสองคนจะทำหน้ายังไง

 

ถ้าให้ทาย ก็คงจะน้ำตาไหลพรากด้วยความซึ้งใจอยู่ ....

 

“ ถามจริงงงงง “

 

“ จริงนะมึง “

 

“ มึงพูดแล้วนะมึงงง!!! “

 

“ กูอัดเสียงแล้วนะๆๆๆ “

 

นอกจากจะน้ำตาคลอเบ้าไปตามจินตนาการของฉันแล้ว มันยังดีดดิ้นและตื่นเต้นมาก จนนั่งก้นไม่ติดเก้ากี้เลยย

 

“ เอออนี่พูดจริงๆ แต่มึงต้องช่วยกูนะ “

 

“ ว่ามาเลย “

 

“ ขอแค่มึงบอกเท่านั้นนน “

 

เห็นมั้ย ฉันบอกแล้ว ว่าการที่จะไปทาบทามพี่พายุเป็นพรีเซ็นเตอร์ที่ผับฉัน มันมีคนคอยช่วยเหลือฉันเยอะมากมายขนาดนี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เพื่อนฉันเอง ยังไม่ทันจะบอกเลย ว่าให้มันช่วยอะไร มันก็ดีดดิ้นที่ช่วยขนาดนี้แล้ว อะไรๆมันก็เป็นใจไปหมด มีหรอ ที่งานนี้มันจะไม่สำเร็จ !! // ยืดคอ

 

“ มึงต้องช่วยให้เฮียพามาเซ็นต์สัญญาเป็นพรีเซ็นเตอร์ที่ผับกูให้ได้ เร็วที่สุด!! “

 

ที่ต้องให้พวกมันช่วย ก็เพราะว่า กำหนดที่ฉันจะได้ถ่ายแบบกับเฮียพายุ ก็ตั้งอาทิตย์หน้า ฉันว่ามันช้าเกินไป เอาจริงๆคือ ฉันก็ใจร้อนอ่ะแหละ เพราะงั้น ตอนนี้ อะไรที่ทำให้ฉันสามารถเจอเฮียพาได้ก่อน ฉันก็จะทำ แล้วฉันก็คิดว่า เพื่อนฉันมันรู้ดี ว่ามันจะต้องช่วยฉันยังไง

 

ปัง!!!

 

“ แหก @*&%($*&%*@ “

 

“ เชี้ย !! %*^%@#(*%&$^)P(*&)_( “

 

“ ไม่มีปัญหา ในเมื่อกูวางแผนไว้ตั้งแต่แรกแล้ว ว่ายังไงเราก็ต้องได้เจอพี่พายุแน่นอน !! “ อยู่ๆอิปุนก็ลุกขึ้นแล้วตบโต๊ะเสียงดัง พร้อมกับยืดตัว หลังตรงแล้วพูดด้วยน้ำเสียงและสายตาที่มุ่งมั่น

 

มุ่งมั่นมาก มากจนอินี่รู้สึกว่า มันช่วยฉันให้สำเร็จหรือมันต้องการจะไปหาผู้ชายกันแน่ ...

 

“ แผนอะไรของมึง “ อิส้มถามขึ้นบ้าง หลังจากนั่งจิกมือตัวเองด้วยความดีใจอยู่นานสองนาน

 

“ กูไปสมัครโปรเจ็คการออกกองในซีรี่ย์ รักละมุน คุณคนดี มา .. “

 

“ นั่นชื่อซีรี่ย์หรอ ? “

 

อินี่ตกใจชื่อซีรี่ย์มากค่ะ มันดูแบบ ... หวานๆเนอะ แบบว่า แค่ชื่อเรื่องก็พอจะเดาออก ว่าเนื้อเรื่องมันต้องหวานและอบอุ่นมากแค่ไหน ท่าทางเรื่องนี้ นักแสดงจะต้องเป็นนักแสดงวัยรุ่นแน่ๆ!!

 

“ เดี๋ยวนะมึง ใช่เรื่องที่เฮียพาเป็นพระเอก แล้วก็กำลังจะเปิดกองเร็วๆนี้ป่ะ !!! “

 

ขวับ!

 

พออิส้มพูดแบบนั้น ฉันก็หันหน้ามองมันแบบที่ไม่กลัวว่าองศาการหันคอเร็วขนาดนี้ คอมันจะเคล็ดเลยนะ เพราะว่า ตกใจและก็ไม่ค่อยเข้าใจอิปุนอยู่ ว่า เพื่อออ ??​!!

 

“ ถูกต้องงง ตอนนี้เขาเปิดรับเด็กฝึกงาน แล้วมึงเอ๊ย กว่ากูจะสามารถลงทะเบียนได้ เว็ปล่มแล้วล่มอีก แฟนคลับเฮียพาดุมากกก แย่งกันลงค่ะ เอดอกก!!! “

 

“ แล้วมึงจะไปฝึกงานที่กองทำไม ในเมื่อเรายังไม่ปีสามเลย ? “

 

ที่ฉันสงสัยก็เพราะว่า ทุกวันนี้งานปีสองมึงยังไม่มากพออีกหรอค้าาาา เพื่อข๋าาา ทำไมถึงหางานให้ตัวเองล่ะคะเพื่อน ยิปโซงงค่า การออกอกงมันต้องไปออกกองตอนปีสามไม่ใช่หรอคะ แล้วทำไม เพื่อนรีบละคะ ว้อทททท?!!

 

“ ก็เพราะว่า กูอยากอยู่ใกล้ๆเขา อยากรู้ว่าเฮียเขาทำงานเป็นยังไง อยากเป็นกำลังใจเล็กๆในกองถ่ายอ่าาาาา >< “ อิปุน กระเทยร่างควายตรงหน้าฉันพูดเสียงสองเสียงสาม งุ้งงิ้งๆไปหมด พูดให้แบ๊วไม่พอ ท่าท่างบิดไม้บิดมือของตัวเองมันก็ตามมาด้วยอินเนอร์

 

อืมมม อินแหละ เข้าใจ -*-

 

“ แต่กูไม่อยาก กูขี้เกียจ ... “ ฉันท้าวคางแล้วพูดเนือย ๆ

 

คือมีใครเคยบอกมั้ย ว่าฉันเหมือนพวกขัดความฝันของคนอื่นเนอะ เมื่อวานก็ของน้องสาว วันนี้ก็ของเพื่อนรัก

 

“ ก็เรื่องของมึง เพราะกูลงทะเบียนให้สามคนแล้ว :) “ อิปุนยืดคอ

 

“ แล้วกูเลือกอะไรได้หรอ ในเมื่อมึงทำเรื่องให้กูขนาดนี้อ่ะ “ ฉันปลายตามอง

 

“ กูว่ามันคือความคิดที่ดีนะ “

 

“ ก็แน่สิ พวกมึงได้อยู่ใกล้กับมายเมนมึงนี่!! “ ฉันกระแทกเสียงแล้วหรอกตาใส่มัน

 

ตอนนี้เริ่มไม่มั่นใจล่ะ ว่าที่พวกมันสองคนมาช่วยฉันเนี่ย มันจะได้ช่วยจริงๆนะ ไม่ใช่ว่าไปเห็นพี่พาแล้ว ลืมหมดนะว่าต้องช่วยฉัยันงไงบ้างอ่ะ โน้น เผลอๆฉันทำคนเดียวค่ะ ดูท่าแล้วอ่ะ อีเวรรรร -*-

 

“ โนน มันคือผลพลอยได้ของมึงด้วยนะ “

 

“ อะไร ? “ ฉันยักคิ้วถามออส้ม

 

“ ก็มึงคิดว่า การที่มึงจะได้ถ่ายแบบกับเฮียพาแค่ครั้งเดียว มึงไปพูดเรื่องพรีเซ็นเตอร์ เขาจะยอมเซ็นให้มึงตั้งแต่ครั้งแรกเลยรึไง ? “

 

“ ไม่มีทาง // ไม่มีทาง!!!! “

 

“ U.U “

 

โถ้ววว ประสานเสียงกันขนาดนี้ อิโซนี่ชื่นจั้ยยยยยย >.<

 

แต่คือ จะเถียงพวกมันก็ไม่ได้ไง เฮียพายุเป็นดารานายแบบชื่อดังขนาดนั้นอ่ะ จะอยู่ๆมาเจอฉันแค่ครั้งเดียว แล้วฉันพูดเรื่องพรีเซ็นเตอร์ผับ เขาจะตกลงเลย มันก็ไม่ได้อีก ฉันคิดว่ามันคงต้องขึ้นอยู่กับอีกหลายฝ่ายแน่ๆ และโอกาสต่อไปที่เราจะได้เจอแล้วคุยกันอีกก็ท่าทางจะยาก เพราะงั้น ถ้าสมมติว่า เราสามคนได้ฝึกงานกองถ่ายเฮียพา มันก็อาจจะเป็นช่องทางที่ทำให้ฉันสามารถติดต่อกับพี่พาคุยเรื่องพรีเซ็นเตอร์ได้

 

เพราะงั้น เรียนหนักขึ้นก็ยอมวะ!!!!

 

“ แล้วเราจะได้หรอมึง “ ฉันหันมาให้ความสนใจกับการฝึกงานครั้งนี้อย่างจริงจังล่ะ เพราะมันคือ อนาคตของฉันเลยนะโว้ยยย

 

“ จะบอกอะไรให้นะ ว่าเรามีสิทธิได้มากกว่าคนอื่น “

 

อิปุนกับอิส้มที่รู้เรื่องนี้ดีค่ะ พูดโยนกันไปโยนกันมาเหมือนพิธีกรงานอีเว้นท์เลยจ้าาา ส่วนฉันก็นั่งฟังพวกมันแล้วก็คิดภาพตาม

 

“ ถูก เพราะว่าอะไรบอกเขาให้ชื่นใจหน่อย “

 

“ ก็เพราะว่า ชื่อเสียงของมหาลัย และผลงานที่ผ่านมาของเราไงโว๊ยยยย กรี๊ดดด “

 

“ .... “ อือ เอาเข้าไป เอาเข้าไปปปปป

 

“ อีกอย่างนะ ผู้กำกับซีรี่ย์เรื่องนี้ ก็เป็นศิษย์เก่ามหาวิทยาลัยเรา คณะเราด้วย เปอร์เซ็นได้มีมากกว่าครึ่งงง “

 

ฉันเชื่อ ว่าเราทำได้ เพราะว่า นี่คือความฝันอันยิ่งใหญ่ของกระเทยร่างเล็กอย่างกู พวกมึงต้องคอยให้ความสนับสนุน รู้บ้างมั้ย!!!

 

“ เอออ !!! “

 

“ เพราะงั้น เรามาดื่มฉลองกันเหอะ “ อิปุนยกมือทั้งสองข้างขึ้นเหนือหัว ทำท่าเหมือนมันถือพานจะถวายอะไรสักอย่าง ทั้งๆที่ในมือมัน ไม่มีอะไรเลย

 

“ อิดอก ไม่อิน “ อิส้มปัดมือมันออกอย่างหมดอารมณ์

 

“ งั้นมึงไปซื้อน้ำมาหน่อย “

 

“ ทำไมต้องกู ? “ ฉันชี้มาที่ตัวเองแล้วหันไปถามเพื่อนๆอย่างไม่เข้าใจ

 

คือดื่มก็ไม่ได้อยากดื่ม ฉลองก็ไม่ได้อยากฉลอง แล้วทำไม ฉันต้องเป็นคนเดือนไปซื้อน้ำละว่ะ รู้มั้ย ว่าจากสวนสาธารณะไปโรงอาหาร มันไกล๊!!!

 

“ เพราะว่า พวกกูสองคนกำลังช่วยมึงอยู่ เพราะงั้น ไปค่ะ!!! “

 

“ ไม่ !!!! “

 

..

..

..

 

ตู้น้ำใกล้ๆอยู่ไหน ใครรู้บ้างงงงง อินี่เดินมาจะกิโลแล้ว ยังไม่เห็นตู้น้ำกดเลยโว๊ยยย เห็นแค่ ถนน ต้นไม้ และผู้คนนนนนนน U.U

 

ที่ตะโกนเสียงหนักแน่นว่า ไม่ ไปเมื่อกี้ มันไม่ได้เป็นผลอะไรเลยค่ะ ปฏิเสธไปก็เท่านั้น หนึ่งเสียง สู้งสองเสียงไม่เคยได้เลยยยย ฉันแพ้ตลอดดดด TT

 

สงสารตัวเองเนอะ // ดึงเข้ามากอดดดด

 

ฉันพยามเดินสอดส่องหาตู้น้ำที่อยู่ใกล้ๆแถวนี้หน่อย เพราะขี้เกียจจะเดินต่อแล้ว แดดร้อยชิบหาย ร้อนเหมือนตัวฉันจะละลายกลายเป็นไออยู่แล้ว พระอาทิตย์ไม่สงสารกันบ้างเลยอ่ะ ทำงานหนักไปถคงไหน พักๆเอาบ้างเหอะ ร้อน ร้อน ร๊อนนนนน!!!

 

หงุดหงิดที่สุดดดดด

 

ฉันเดินกระทืบเท้าเอามือปาดเหงื่อไปเรื่อย ๆ จนกระทั่ง สายตามันก็ดันไปสะดุดกับอะไรบางอย่าง ที่มันกำลังเคลื่อนไหว !!

 

ไม่ใช่ตู้น้ำ อย่าตกใจ เพราะถ้าเป็นตู้น้ำ ฉันจะไม่ยืนด่าพระอาทิตย์อยู่แบบนี้ แต่ฉันจะวิ่งงงงงงงง ตอนนี้ สิ่งที่ฉันเห็นคือ ผู้ชายตัวสูงคนหนึ่งที่กำลังวิ่งอยู่ฝั่งตรงข้าม เขาใส่แมสสีดำ และใส่หมวก ...

 

หมวก ..

หมวกสีดำมีลายปัก

หมวกที่ปักตัวอักษรไว้ตรงกลาง

หมวกที่ตัวอักษรนั้นมันคุ้น ๆ

หมวกที่เหมือนของฉันเลยโว๊ยยยยยยยย

 

มันใช่เว้ย ใช่เลยอ่ะ ไม่ได้ตาฝาดดด!!! หมวกของฉัน ที่ผู้ชายแปลกหน้าที่เจอกันที่ผับดอยไปหน้าตาเฉย แล้วยังจะมีหน้าเอาหมวกของคนอื่นมาใส่ได้อย่างไม่ละอาย หึ !!! คุณตำรวจจจจจ ยิปโซจะแจ้งงงง

 

พอฉันเห็นผู้ชายคนนั้น ฉันก็ไม่สนใจแล้ว ไอ้ตู้น้ำบ้าบออะไรนั่น สิ่งที่ฉันสนใจคือ ผู้ชายคนนั้นกำลังวิ่งหนีอะไรสักอย่างอยู่ ท่าทางมีพิรุธเหมือนวันแรกที่เจอกันอีกแล้ว แน่นอน ผู้ชายคนนี้ไม่ใช่คนดีแน่ๆ เพราะถ้าคนดี เขาจะไม่ ขโมยหมวกฉัน!!

 

แล้วฉันจะยืนยด่าเขาอยู่ในใจทำไม ทำไมไม่ ....

 

ตึกตึกตึก ๆๆๆ

 

วิ่งตามสิวะ รออะไร !!!

 

“ นี่นาย !! “

 

“ ... “

 

“ ไอ้คนที่ใส่หมวก ไอ้คนที่ใส่แมสอ่ะ !!!! “

 

“ ... “

 

“ หันมาเดี๋ยวนี้นะ !!!! “

 

ฉันวิ่งตามร่างสูง ที่เอาแต่ก้มหน้าก้มตาวอ่งอย่างเดียว โดนไม่สนใจเสียงตะโกนของฉันเลย และจะบอกอะไรให้นะ ว่าฉันไม่เชื่อหรอก ว่าเขาจะไม่ได้ยินเสียงตะโกนของฉันอ่ะ ในเมื่อระยะห่างของฉันที่วิ่งตามเขา มันยังไม่ถึงเมตรเลย อีกนิดเดียว ฉันก็จะประชิดตัวเข้าได้แล้ว

 

อย่ามาเนียนว่าไม่ได้ยิน เพราะคนที่เดินผ่านไปผ่านมาแถวนี้ ยังหันมามองฉันให้หมดทั้งย่านเลยจะบอกให้!!!!

 

เพราะงั้น จะทำเป็นไม่ได้ยินไม่ด๊ายยยย !!!!

 

“ นี่นาย !!! “

 

“ ... “

 

“ ไอ้ขี้ขโมย เอาหมวกฉันมาเดี๋ยวนี้นะ !!! “

 

วิ่งไป อิโซ อย่าผ่อนแรง วิ่งรอไป อย่าเพิ่งหอบ อีกนิดเดียวเท่านั้น นิดเดี๊ยววว

 

“ ... “

 

“ .. “

 

ฉันเร่งฝีเท้าของตัวเองให้สิ่งเร็วขึ้นขนิดที่ว่าสายตาเอาแต่จับจ้องไปที่แผ่นหลังกว้างของคนตรงหน้า แล้วใช้ความตั้งใจในการวิ่งมากนะ จนในที่สุด ฉันก็ถึงตัวเข้าสักที !!

 

หมับ !!!

 

“ .... !!! “

 

จับได้สักที !

 

“ นี่เธอ !! O.O “

 

ฉันคว้าแขนของคนตรงหน้าได้ จากนั้นก็กระตุกแขนนั้นให้หยุดวิ่งในทันที ตอนแรกคิดว่า ถ้าฉันจับเชาได้นะ อินี่จะด่าเป็นชุดเลย เอาให้หูอื้อกันไปข้างนึง แต่ลองตัดภาพมาในความเป็นจริง ไม่พูดอะไรทั้งนั้น ...

 

หายใจก่อน เอาให้หายใจให้ทันก่อนนนน U.U

 

“ ทะ ทำเป็นหูตึง หรอห้ะ !!! “ ฉันจับแขนของคนตรงหน้าที่ เอาแต่ก้มหน้าแล้วก็พยายามจะแกะมือฉันรออกให้ได้ แต่โทษที ตอนนี้ฉันไม่ได้แค่จับมือ แต่เรียกว่า ตอนนี้ฉันกำลังใช้แขนตัวเองเกี่ยวแขนของคนตรงหน้าอยู่ เพื่อไม่ให้เขาหนีไปไหน

 

“ อะไร ใครหูตึง ? “ ผู้ชายคนนี้ตอบหน้าตาย

 

“ ก็เรียกแล้วไม่หันอ่ะ !! “

 

อยากจะด่าต่อนะ แต่แบบ หายใจไม่ทัน อีเวรรรร TT

 

“ เธอมีปัญหาอะไรกับฉัน ก็ค่อยว่ากันทีหลัง ตอนนี้ฉันไม่ว่าง “ ผู้ชายคนนี้ตอบก่อนที่จะพยายามแกะมือฉันออก

 

“ ไม่ !! ฉันจะคุยกับนายวันนี้ “

 

“ แต่ฉันไม่คะ ... “

 

“ เห้ยนั่นไง อยู่นั่น “

 

“ ทางนี้ ๆๆๆ “

 

“ พวกเรา ทางนี้ เจอแล้ว ๆๆ!!! “

 

“ เจอแล้วววมาเร็ว ๆๆๆ “

 

“ เวรเอ๊ย !!! “

 

“ .... !!! “

 

ฉันสะดุ้ง เมื่อผู้ชายแปลกหน้าคนนี้สบถออกมาเบาๆ อย่างหัวเสีย จากนั้นเขาก็จับแขนของฉันไว้แล้วเบี่ยงเอาตัวฉันมาบังตัวเขาไว้เหมือนพยายามไม่อยากจะให้ใครเห็น และในตอนนี้ฉันก็เลยมองถามสายตาของคนตรงหน้าดู ก็เห็นว่ากำลังมีกลุ่มคนจำนวนหนึ่ง ทั้งสะพายกล้อง ทั้งถือสมุด และอีกมากมาย ที่กำลังวิ่งตรงมาที่พวกเราอยู่

 

“ นี่นาย ไปขโมยของใครมาอีกรึไง !!! “ ฉันถามคนตรงหน้าไป

 

“ ป่าว !! “ คนตรงหน้าพยายามจะวิ่งหนีอีก แต่ฉันก็เกาะเขาแน่นเหมือนกัน!

 

“ แล้วทำไมต้องทำท่าทางมีพิรุธ วิ่งหนีใคร !! “ ฉันจับแขนคนจรงหน้าให้แน่นกว่าเดิม

 

“ เชี่ยเอ๊ยย ไม่ทันแล้ว ไป! “

 

“ ดะเดี๋ยว ไปไหน ไปไหนนนน “

 

“ ไม่รู้ แต่ไปก่อนเหอะ !! “ คนตรงหน้ากระตุกแขนฉันให้ออกแรงวิ่งตามเขาไป แต่ว่าฉันกลับกระจุกกลับแล้วก็ยื้อเขาไว้อยู่แบบนั้น

 

จากนั้น ฉันก็หันไปมองกลุ่มคนกลุ่มเดิม ที่กำลังวิ่งเข้ามาใกล้าเราเรื่อย ๆ

 

“ นี่เธอ อย่าลีลา เร็วๆ!! “

 

“ ก็บอกว่า ไม่ ไป !!! “

 

“ อือ .. “

 

หมับ !!

 

“ นี่นาย !!! -0- “

 

ฮัลโหล วันนี้จะมีใครฟังฉันสักคนบ้างได้มั้ย ปฏิเสธอะไรไป ทำไมถึงไม่เคยสำเร็จเลยสักครั้ง ตั้งแต่ซื้อน้ำยันตอนนี้เลยนะ ตอนนี้ใครก็ไม่รู้จับมือฉันแล้วพาวิ่งมาที่ไหนอีกก็ไม่รู้เหมือนกัน รู้แค่ว่า ตอนนี้อินี่จะตายห่าอยู่แล้ว

 

เพราะว่า มันเหนื่อย เหนื่อยยยยย U.U

 

ตึก ตึก ตึก ๆๆๆ

แฮ่ก ๆๆๆ

 

“ หะ หยุด หยุด “

 

“ ... “ ฟังฉันหน่อย พลีสสสส

 

“ เร็วหน่อย “ คนตรงหน้าหันมาพูดกับฉัน แล้วยังจะมองผ่านฉันไปดูด้านหลังฉันด้วย เหมือนกำลังดูว่ามีใครตามมารึป่าว

 

แต่โทษนะ ลากฉันวิ่งมาไกลขนาดนี้ ไม่มีใครตามทันหรอก!

 

“ เร็ว เดี๋ยวพวกนั้นตามทัน “

 

“ แฮ่กๆๆ ชะ .. ช่างแม่ง “ ฉันตอบปัดไป

 

“ ไม่ได้ เร็ว .. “

 

“ ไม่ .. มะ ไม่ไหว TT “ ฉันตอบด้วยน้ำเสียงแหบแห้ง ..

 

นอกจากจะไม่พยายามวิ่งแล้ว ฉันยังไม่ก้าวขาอีกด้วย คนตรงหน้าจะออกแรงดึงไปยังไงก็แล้วแต่นะ ฉันวิ่งไม่ไหวแล้วววว แค่ขยับขา ฉันยังจะล้มเลยโว๊ยย ไม่รู้จะวิ่งไปตามควายที่ไหน สับตีนจะแตกอยู่แล้ว!!

 

ฉันคิดว่า ฉันไม่ควรจะสนใจอะไรทั้งนั้นแล้ว มันไม่ใช่เรื่องเลยที่ฉันจะต้องมาวิ่งตามใครก็ไม่รู้อ่ะ นี่วิ่งตามจนผ่านตู้น้ำมาประมาณสิบตู้ได้แล้วมั้ง !!! แม่มมม พูดแล้วเหนื่อย พอ ไม่วิ่งแล้ววววว

 

คนตรงหน้าลากฉันเข้ามาในซอกซอกหนึ่งที่เหมือนจะอยู่ที่ไหนสักที่ของมอ แล้วหยุดวิ่ง เราสองคนหันหน้าเข้าหากัน ในตอนนี้ฉันไม่ได้สนใจเลย ว่าคนตรงหน้าจะหน้าตาเป็นยังไง เพราะเราทั้งคู่ได้พักหายใจหายคอกันอย่างเดียว และจังหวะที่เขาพักนี่แหละ ฉันตัดสินใจดึงหมวกออกจากหัวของคนตรงหน้าอย่างรวดเร็ว โดยที่เขาไม่ทันตั้งตัว จากนั้นก็กะว่าจะวิ่งหนี แต่ว่า ...

 

ฟุ่บ !!

 

“ เห้ยยย “

 

พลั่ก !

 

“ นี่นายย .. !!! “ ฉันมองค้อนแล้วพยายามดิ้น

 

“ เงียบ ! “

 

“ ... !!! “

 

คนตรงหน้าดันจับแขนฉันเอาไว้ จากนั้นก็ออกแรงดึงฉันเข้าไปใกล้ ๆ จนเราประชิดตัวกัน .. คนตรงหน้าใช้แขนข้างหนึ่งของของเขารั้งเอวบางของฉันเอาไว้ แล้วกอดอยู่แบบนั้น จนทำให้เราใกล้ชิดกันมากเข้าไปอีก ..

 

เท่านั้นไม่พอ เขายังดึงหมวกในมือฉันกลับไปใส่ แต่ว่าฉันก็ดึงกลับมา คนตรงหน้าจะขึ้นเปลี่ยนเป็นเอาหมวกขึ้นมาบังใบหน้าของเราสองคนเอาไว้ เพื่อไม่ให้คนที่อยู่ด้านนอกเห็นเรา

 

“ -///- “

 

“ .... “

 

สภาพของเราทั้งคู่ตอนนี้คือ ถ้าคนอื่นมาเห็นเขาจะคิดว่านักศึกษาใจแตกมายืดพลอดรักกันอยู่มนซอกที่ลับสายตาผู้คนนนนน ม๊ายยยย TOT

 

ตึกๆๆๆๆ

 

“ เห้ยยหายไปไหนแล้ววะ “

 

“ วิ่งเร็วมาก “

 

“ นั่นดิ “

 

“ ทางนู้นรึป่าว “

 

“ เออนั่นดิ “

 

“ รีบไปเหอะ !!! “

 

ใครจะไปไหนอะไรยังไงก็ไปเหอะ แม่เจ้า .. ตอนนี้สาบานเลยนะ ว่าไม่ได้สนใจเสียงของกลุ่มคนด้านนอกเลยสิ่งที่สนใจตอนนี้คือ แมสของคนตรงหน้ามันหลุดไปตอนไหนไม่รู้

 

เอาอีกแล้ว ความรู้สึกนี้มันมาอีกแล้ว

 

ตึกตัก ตึกตัก ตึกตัก ...

 

หัวใจฉัน มันไม่ได้เต้นแรงบ่อยขนาดนี้เลยนะ นี่เป็นครั้งที่สองแล้วนะ ในเวลาที่สายตาของคนตรงหน้ามองมา มันเหมือนมีแรงดึงดูดอะไรบางอย่าง ที่ทำให้เราสองคนละสายตาออกจากกันไม่ได้เลย มันเหมือนว่า ในซอกนี้เงียบไปหมด ไม่ได้ยินเสียงอะไรเลย นอกจากเสียงจังหวะการหายใจของเราทั้งคู่ และเสียงของหัวใจฉัน ที่มันเต้นแรงเหมือนคนตีกลองเสียงดัง

 

ตอนนี้เราสองคนเห็นใบหน้าของกันและกันอย่างเจน และด้วยความใกล้ของเราในตอนนี้ เป็นความใกล้ ที่เราเห็นองค์ประกอบหน้าของกันและกันอย่างชัดเจน ....

 

สั้นๆ ง่ายๆเลยนะ ... กู ตาย ไป เลยยยย !!! อยากได้หมวกหรอ เออเอาไปเลยยย ><

 

ใจดีดไปหมดแล้ว เมื่อได้เห็นองค์ประกอบของผู้ชายตรงหน้าในที่ที่มันสว่างแบบนี้ เห็นชัดเจนทุกอย่าง ตั้งแต่ผิวพรรณที่ขาวอมชมพู ที่ตอนนี้ แก้มของเขาอาจจะแดงด้วยเลือดฝาดนิดหน่อย เพราะว่า เราเพิ่งวิ่งกันมา .. จมูกคนตรงหน้า มันโด่งเป็นสัน รับกับใยหน้าของเราได้ดีนั่นอีก แล้วไหนจะริมฝีปากบางสีชมพู และรักยิ้มทั้งสองข้าง ในตอนที่เขายิ้มออกมาเมื่อกี้อีกล่ะ ...

 

โหหห ... ผู้ชายตรงหน้านี้ ชัดเจนแล้วว่า เขาหล่อมาก หล่อจนฉันอยากจะ CF กลับบ้านให้รู้แล้วรู้รอดไป -*-

 

“ อึ้งจนหายดื้อเลยนะ :) “

 

“ ... !!! “

 

เอ้าาา เพิ่งรู้ตัว เพิ่งรู้ตัวว่าตัวเองหยุดดิ้นแล้วก็ยืนอยู่เฉยๆ เอาแต่จ้องหน้าคนตรงหน้าแบบนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่เนี่ยยยย ม๊ายยย เสียลุคนิ่งๆของฉันหมดดด

 

พอประกอบสติของตัวเองได้ ฉันก็เริ่มการดิ้นขลุกขลักภายใต้อาณัติของคนตรงหน้าอีกครั้ง

 

“ ปะ ปล่อยย “

 

“ หลบนักข่าวอยู่ อย่าดิ้น! “

 

“ จะหลบทำไม เป็นดารารึไง ? “

 

แต่ว่าครั้งนี้ มันต่างจากทุกครั้ง เมื่อฉันออกแรงดิ้นแล้ว คนตัวสูงกลับอกแรงฉุดฉันเข้าไปหาเขาอีก ทำให้ระดับความใกล้ของเราตอนนี้ ใกล้ขนิดที่เรียดได้ว่า อึดอัดก็ว่าได้ ...

 

“ นี่ตกลงเธอไม่รู้จักฉันจริงๆหรอ ?​ “

 

“ กะ ก็ตอบไปแล้วมั้ย ว่าไม่รู้จัก เลิกถามได้แล้ว !! “ เคยดูซีรีส์ เขาบอกว่า ถ้าอาย หน้าแตก หรือทำอะไรไม่ถูก ก็เอาเสียงดังเข้าสู้ เหมือนที่ฉันพยายามจะทำอยู่ในตอนนี้!

 

“ .... “

 

อีกอย่างนึงนะ ฉันไม่ได้สนใจนาย แต่ฉันสนใจหมวก เอาหมวกคืนมา!! ฉันเลิกสนใจคนตรงหน้า จากนั้นก็เอาดึงหมวกที่เขาถอดแล้วเอามายังหน้าเราสองคนเอาไว้ แต่ว่า เขากลับดึงหมวกฉันกลับไปที่เดิม แล้วก็ไม่ยอมปล่อยให้ฉันดึงออกเป็นรอบที่สองด้วย เพราะงั้น เราก็ยื้อแย่งกันอยู่แบบนั้น ...

 

เราจะมาะยืนแย่งหมวกใบเดียวในซอกแบบนี้ไม่ได้ !!! มันไม่ใช่เวลาาาา

 

“ นี่เธอไม่รู้จักได้ยังไง ฉันเป็นดารานายแบบที่ดังที่สุดตอนนี้เลยนะ “

 

“ โอ๊ยยย ก็ไม่รู้จักไง ไม่สนใจ เข้าใจมะ ... “

 

“ .... “

 

“ ดะ เดี๋ยวนะ นายบอกว่า นายเป็นดารานายแบบหรอ “

 

หน้าชาไปซีหหนึ่ง เมื่ออยู่ๆ คนตังสูงเกริ่นประวัติส่วนตัวของตัวเองให้ฉันฟัง

 

ตอนแรกก็ไม่สนใจ แต่พอพูดมาเรื่อย ๆ ตอนนี้ชักจะอยากถอนคำพูดแล้ว เพราะว่า กำลังสับสนอยู่ลึก ๆ ว่า เขาจะใช่คนที่ฉันคิดอยู่รึป่าว

 

“ อือ “

 

“ นี่ดังที่สุดในตอนนี้อ่ะนะ “

 

“ อือ .. “

 

เอาล่ะ หน้ากำลัวจะชาทั้งหน้าแล้ว ถ้าฉันถามประโยคต่อจากนี้ไป แล้วเขาตอบ อือ อีกนะ ทีนี้ล่ะ หน้าฉันไร้ความรู้สึกไปเลย!

 

“ นี่นาย ชื่อพายุหรอ ? “

 

“ อือ “

 

“ U.U !!! “

 

ตึ่งงง ตึ่งงงง ตึ่งงงงง ~

 

ร้าวค่ะ หน้าฉันร้าวไปเลยยยยย เมื่อเจอคำตอบหนึ่งพยางค์ของเขาไป เป็นหนึ่งพยางค์ที่หนักแน่นอะไรเยี่ยงนี้ ..

 

ว่าที่พรีเซนเตอร์ผับของฉัน ที่ฉันพยายามจะหาทางเจอ และทำให้เขามาเซ็นต์สัญญาให้ได้ คนที่เป็นดั่งคนกำนหดเส้นทางอนาคตของฉัน ล่าสุด ฉันเล่นเปรี้ยวตีนกับเขาไปซะเยอะเชียวล่ะ ..

 

อยากจะว้าวดังๆ ^__^

 

“ ละ แล้วทำไมถึงไม่บอกตั้งแต่แรก ! “ ฉันเผลอทุบไหล่คนตรงหน้าแรง ๆ

 

อือออ .. ขอนอกเรื่องแปปนะ ตอนที่ทุบไหล่เขาเมื่อกี้อ่ะ แน่นมาก แน่นเลยอ่ะ กล้ามนี่กำลังดืออออ ~

 

แต่ก็นะ อะไรก็ช่างเหอะ กลับมาที่ปัจจุบัน ๆ หลังจากที่ฉันทุบไหล่เขาใช่มั้ย ดูเหมือนว่าเขาจะไม่รู้สึกสะทกสะท้านอะไรเลยอ่ะ เพราะเขาเอาแต่ยิ้มโชว์ลักยิ้มเจ้าเสน่ห์ที่ตลอดเวลา ...

 

คิดว่าหล่อหรอ ? อือ หล่อ หล่อมากด้วย -*-

 

“ หึ ในเมื่อรู้แบบนี้แล้ว “

 

“ ... “

 

“ เริ่มสนใจฉันบ้างรึยัง :) “

 

 

เค้ารู้จักกันแล้วววว อิน้องก็เปรี้ยวใส่เขาซะเยอะเลยลูกกก แล้วหนูจะรอดไหม ถามก่อน 555555555

 

เม้นหน่อยอยากอ่าน ไลค์หน่อยอยากชื่นใจ

#ยิปโซของเฮียพา

💓💓💓💓💓

 

 

 

////

 

ความคิดเห็น