facebook-icon Twitter-icon

อย่าลืมกดไลค์ให้เค้าน้าาาา

ราตรีที่ 17~ เจ้าปีศาจตัวจ้อย

ชื่อตอน : ราตรีที่ 17~ เจ้าปีศาจตัวจ้อย

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 3.9k

ความคิดเห็น : 73

ปรับปรุงล่าสุด : 20 ก.ค. 2563 07:12 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 100
× 0
× 0
แชร์ :
ราตรีที่ 17~ เจ้าปีศาจตัวจ้อย
แบบอักษร

 

 

เจ้าปีศาจตัวจ้อย

 

 

 

Jjtalk : คนดี~ คิดถึงมากๆเลย ไม่ได้คุยกันนานเลยเนอะ ที่จริงมีเรื่องอยากคุยเยอะมาก แต่เอาเป็นว่าเรื่องนิยายตอนนี้ก่อนเนอะ

 

 

เนื้อเรื่องตอนนี้ที่คิดไว้มีฉากรุนแรงเยอะมาก และเขียนไปเรียบร้อยแล้ว แต่มีความรู้สึกที่ว่า ไม่อยากให้คนดีที่เคยเจอเหตุการณ์แบบนี้ มีญาติ หรือ มีเหตุการณ์ที่ทำให้สะเทือนใจอื่นๆ มาอ่านแล้วรู้สึกไม่ดี เลยขออนุญาตตัดฉากรุนแรงออกนะคะ แต่ไม่กระทบกับเนื้อเรื่องแน่นอนค่ะ

 

 

ส่วนของฉากที่ตัดออก อาจจะมีในอีบุ๊ค หรือในรูปแบบหนังสือ ก็...ขอให้เป็นเรื่องในอนาคตน้าาา

 

 

 

ขอบคุณค่ะ

 

 

 

เอาล่ะ...ไม่กวนแล้ว

 

 

 

 

#Enjoy reading na ka เยิ้ปปป🖤🤟🏻

 

 

 

 

(~ ̄³ ̄)~

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

“จับมันไว้!!”

 

 

.

 

 

.

 

 

 

.

 

 

 

วัยรุ่น

 

 

 

วัยคึกคะนองที่ชอบลองดี พวกเค้าจะพลาด และทำผิดพลาดในเรื่องเดิมๆ

 

 

 

ซ้ำไป

 

 

 

ซ้ำมา

 

 

 

.

 

 

.

 

 

.

 

 

 

“แดกยากสัส”

 

 

 

ลูซเหวี่ยงแป้งใส่ถาด

 

 

 

“เป็นเหี้ยไรอีก”

 

 

 

พันไมล์ถามขณะนวดแป้งในส่วนของเขา

 

 

 

สองหนุ่มยืนหันหน้าเข้าหากันใช้สองมือนวดก้อนสีขาวให้เป็นเนื้อเดียว โดยมีเพื่อนอีกคนนั่งคอยให้กำลังใจอยู่ข้างๆ

 

 

 

“เด็กมึงรู้มั้ยว่าแป้งเหี้ยเนี่ยนวดยากฉิบหาย แล้วหมักบ่มเหี้ยไร 72 ชั่วโมง กี่วันกว่าจะได้แดก!”

 

 

 

“3 วันไง”

 

 

 

“3 วัน!”

 

 

 

“โวยวายเก่งจังว่ะ”

 

 

 

ครูสพูดแทรก

 

 

 

ลูซมองเพื่อนที่นั่งจิบน้ำหวานด้วยท่าทางสบายใจ

 

 

 

“มึงก็อีกตัว ลากกูมาทำเชี่ยไรเนี่ย!”

 

 

 

“ก็มึงบอกว่ารู้สึกผิดที่ทำให้น้องตาเฉี่ยวเหนื่อย กูเลยพามาหาคุณป๋ามึงไง”

 

 

 

“แล้วกูก็ต้องมานวดแป้งพิซซ่าให้เมียคุณป๋ากูเนี่ยนะ”

 

 

 

“มึงจะได้ไม่รู้สึกผิดไปมากกว่านี้ไง สำนึกบุญคุณกูด้วย”

 

 

 

“ไม่!!!”

 

 

 

ลูซกระแทกเสียงแล้วมองค้อนครูส

 

 

 

“แล้วยังไงมึง บอกน้องตาเฉี่ยวว่าไปเวียดนาม แต่ไม่ไปคือไร?”

 

 

 

คนนั่งจิบน้ำไม่สนใจสายตามองค้อน หันไปคุยกับร่างหนา

 

 

 

“ทางนั้นเลื่อนเวลาออกไปสามวัน ระหว่างนี้กูก็รอไนท์โทรมาให้ไปรับ หรือถ้าคิดถึงไม่ไหวก็ตามไปภูเก็ต”

 

 

 

“ซึ่งมึงจะใช้เวลาเคลียร์งานวันนึงแล้วบินไปรับน้องที่ภูเก็ตแล้วชวนน้องไปเวียดนามด้วยเลย”

 

 

 

“เชี่ย! ทำไมมึงรู้”

 

 

 

“แผนดีที่คนดีแบบกูรู้ทันครับเพื่อน”

 

 

 

“แถวบ้านกูเรียกแผนชั่วนะครับสัส กะจะไม่ให้เค้าพักเลยไง๊”

 

 

 

ลูซพูดแทรก

 

 

 

“พูดมาก นวดแป้งไป”

 

 

 

“กูไม่ทำ!!”

 

 

 

“อย่าดื้อน่าลูซ ช่วยทำเผื่อมันจะทำให้เรากินสักถาด”

 

 

 

ครูสหลอกล่อเพื่อนหัวอ่อนที่มือกำลังเปื้อนแป้งอยู่

 

 

 

“เออว่ะ”

 

 

 

ลูซเลิกงอแงแล้วนวดแป้งต่อ ปรายสายตาสังเกตเห็นกำไลของผู้หญิงวางอยู่บนโต๊ะข้างมือถือของพันไมล์

 

 

 

“กำไรน้องตาเฉี่ยวหรอ?”

 

 

 

“อืม”

 

 

 

เสียงทุ้มตอบ

 

 

 

“ไม่เก็บดีๆ เดี๋ยวเศษแป้งเข้าไปตามขอบหรอก”

 

 

 

“รอคนมาเอาไปทำความสะอาดน่ะ คลอสเพิ่งเอามาให้”

 

 

 

“ยังไงว่ะ ทำไมดูซับซ้อน”

 

 

 

ครูสไม่เข้าใจ

 

 

 

“เออ กำไรน้องตาเฉี่ยว ทำไมคลอสเอามา”

 

 

 

เพื่อนอีกคนก็สงสัยเหมือนกัน

 

 

 

“วันที่ไปคลับอ่ะ ก่อนไปทะเล”

 

 

 

“อาหะ แล้ว?”

 

 

 

ลูซละสายตาจากแป้งขึ้นมาถามต่อ

 

 

 

“ไนท์กับกูใส่คู่กันทั้งนาฬิกา แล้วก็กำไล”

 

 

 

“จะเกริ่นนำหรือจะขิงว่ามีเมียเป็นตัวเป็นตนก่อน”

 

 

 

“ฟังมั้ย?”

 

 

 

“อ่าา เชิญต่อเลยครับ”

 

 

 

“ตอนเข้าคลับ ไนท์แวะดูดบุหรี่กับเพื่อนแล้วพี่ชายก็มารูดข้อมือไป”

 

 

 

“อ่าว แล้วเพื่อนอ่ะ ไม่ช่วยหรอ?”

 

 

 

“เพื่อนเข้ามาก่อน ไนท์ยืนอยู่คนเดียว”

 

 

 

“อ่อ แล้วคือมึงก็ไปเอากำไรจากพี่ชายมาอีกที”

 

 

 

“ป่าว มันเอามาปล่อยที่โรงรับจำนำของกู ในข้อมือมีชื่อกูไงคนของกูเลยรวบแม่ง”

 

 

 

“แล้ว?”

 

 

 

“ปล่อยไปแล้ว”

 

 

 

“อ่าว? สัส ปล่อยไปไมว่ะ”

 

 

 

“ก็นั่น พี่ไนท์ จะจับมาทำอะไรล่ะ ไนท์รู้กูก็ตายอ่ะดิ”

 

 

 

“กลัวเมีย”

 

 

 

“ไม่ได้กลัวแบบนั้น กูกลัวไนท์โกรธ”

 

 

 

“แต่แบบไอ้สัส ซวยฉิบหาย เอาของเค้าไป เพื่อที่จะมาขายเจ้าของ”

 

 

 

“อืม วันนั้นน่ะคลอสก็อยู่ในเหตุการณ์ด้วย บอกว่าไนท์ถูกผลักกระเด็นไปชนรถ ก่อนจะแกล้งพูดดี รูดแล้วก็วิ่งหายไปเลย”

 

 

 

“พี่แท้ๆป่ะว่ะ?”

 

 

 

“พ่อแม่คนเดียวกันอายุมากกว่าไนท์ 4 ปี”

 

 

 

“แล้วรู้มั้ยว่าเค้าผลักน้องตาเฉี่ยวทำไม?”

 

 

 

“โมโหที่ไนท์แจ้งจับพ่อเลี้ยงมันมั้ง”

 

 

 

“โมโหแล้วรูด กูงงๆนะสัส ทำเพื่อ?!”

 

 

 

“จะเอากำไลมาขายแล้วเอาเงินไปประกันตัวพ่อเลี้ยงที่ลวนลามไนท์”

 

 

 

“อ่าว?! เหี้ย”

 

 

 

ครูสอุทาน

 

 

 

“ไอ้ซั๊ซ!!”

 

 

 

ลูซบีบแป้งแน่น

 

 

 

“ครอบครัวเหี้ยอะไรว่ะเนี่ย”

 

 

 

“อืม”

 

 

 

ครูสและพันไมล์ได้แต่รับปากแล้วถอนหายใจ

 

 

 

“มองในแง่ดีคือดีแล้วที่น้องตาเฉี่ยวมีไอ้ป๋าไง”

 

 

 

ครูสปลอบใจเพื่อนเพราะเห็นว่าลูซเอ็นดูร่างบางจริงๆ ไม่บ่อยที่ลูซจะเป็นห่วงใครออกนอกหน้าอย่างนี้

 

 

 

คนนวดแป้งนิ่งเงียบ ถอนหายใจหลายเฮือกแล้วหันไปหาร่างหนา

 

 

 

“ป๋ามึง”

 

 

 

ลูซเรียกพันไมล์

 

 

 

“อะไร?”

 

 

 

ร่างหนาละสายตาจากแป้งขึ้นมามองหน้าเพื่อนที่เรียกเค้าด้วยน้ำเสียงจริงจัง

 

 

 

“กูขอรับน้องตาเฉี่ยวมาเป็นลูกกูได้มั้ย กูจะเลี้ยงดูอย่างดีเลย สัญญา”

 

 

 

“เชี่ยลูซ”

 

 

 

ครูสพูดด้วยน้ำเสียงอ่อนใจ

 

 

 

“กูเข้าใจไอ้เด็กแล้วว่าทำไมถึงห่วงน้องตาเฉี่ยวเพราะแม่งมีแต่เรื่องเหี้ยฉิบหายอยู่ตลอดแบบนี้นี่เอง”

 

 

 

“อ่าา ไอ้เด็กที่มึงพูดถึงบ่อยๆคือสเตฟานี่ใช่มั้ย?”

 

 

 

“จะใครล่ะ จุดใต้ตำตอฉิบหาย ไอ้เด็กมันก็เที่ยวบ่อยแต่กูไม่เคยเห็นน้องตาเฉี่ยวเลย ได้ยินแต่ชื่อ”

 

 

 

“ไนท์ต้องไปทำงานพิเศษเลยไม่ได้เที่ยว ไปแต่ละครั้งเพราะโดนเพื่อนลาก”

 

 

 

“กูว่าล่ะ...ไอ้เด็กเอ็นดูน้องตาเฉี่ยวฉิบหาย คุยกับกูมีแต่ชื่อไนท์อย่างนู้น ไนท์อย่างนี้ ถ้าไม่ติดว่าคร่อมกูอยู่ กูจะเดาว่าได้กัน”

 

 

 

“มึงเกินไปอ่ะลูซ”

 

 

 

เพื่อนที่นั่งจิบน้ำพูดด้วยสีหน้าระอา

 

 

 

“ไม่มีอะไรเกินไปเลยครูส คอยดูนะ กูจะกันตัวเหี้ยทุกตัวไม่ให้เข้าใกล้น้องตาเฉี่ยวของกู”

 

 

 

ลูซพูดไปด้วยนวดแป้งไปด้วย แต่ยังมีความโมโหนิดๆ เค้าเหวี่ยงแป้งไปมา

 

 

 

“เฮ้ย!! เชี่ย”

 

 

 

เคร้ง!!

 

 

 

เพราะพื้นโต๊ะสั่นด้วยแรงกระแทกของแป้งทำเอากำไลสีทองร่วงลงพื้น

 

 

 

.

 

 

 

.

 

 

 

.

 

 

 

“ปล่อยเรานะแบงค์! ตั้ม!ทำอะไรเนี่ย”

 

 

 

ร่างบางเอี้ยวตัวหนีมือที่เข้ามาจับมือและเอวของเธอ แต่ก็สู้แรงผู้ชายไม่ไหว แม้จะไม่เข้าใจอะไรทั้งหมด แต่เธอเห็นสีหน้าของอดีตแฟนยิ่งทำให้เธอกังวล ยิ่งดิ้นก็เหมือนถูกล็อกตัวไว้แน่นกว่าเดิม

 

 

 

“แบงค์!! ปล่อยเรานะ จะทำอะไรเนี่ย?”

 

 

 

“เช็คสินค้า”

 

 

 

“ก็ไปเช็ค จะจับตัวเราไว้ทำไม”

 

 

 

“ก็ไนท์ไง สินค้า”

 

 

 

“ห๊ะ!!”

 

 

 

“ไม่รู้หรือไง ว่าไอ้วินขายไนท์ให้เรา”

 

 

 

แบงค์พูดเสียงดัง

 

 

 

“เราไม่รู้”

 

 

 

ไนท์ตอบด้วยสีหน้ากังวล เธอรู้สึกไม่ปลอดภัยด้วยสีหน้าของแบงค์ที่เหมือนเมาบางอย่าง ดูไร้สติ เธออยากออกไปจากห้องนี้เร็วๆ แต่ติดที่ว่าโดนล็อคตัวเอาไว้ แม้ร่างกายคนตรงหน้าจะสูงพอๆกับเธอ แต่ด้วยสรีระของผู้ชายและพละกำลังเธอยังด้อยกว่ามาก ข้อมือเธอที่พยายามสะบัดจึงดูไม่สะเทือนคนบีบเลยสักนิด

 

 

 

“งั้นก็รู้ไว้”

 

 

 

คนที่เดินเข้ามาใหม่พูดขึ้น

 

 

 

“วินขายไนท์ให้แบงค์”

 

 

 

“อลิซ?!”

 

 

 

“วินยืมเงินแบงค์ไปหลายแสนแล้ว พยายามหาเงินมาคืน แต่พ่อก็เอาแต่สร้างหนี้”

 

 

 

“พ่อ?”

 

 

 

“อืม.....พ่อ”

 

 

 

“พ่อใครอลิซ”

 

 

 

“พ่อวินไง”

 

 

 

“แล้วทำไมอลิซเรียกว่าพ่อ เรายังเรียกแค่คุณอาเลย”

 

 

 

“ก็...เราเป็นเมียวิน”

 

 

 

ร่างบางหันไปมองคนที่ถูกสุล็อคแขนไว้ เธออยากรู้ความจริง

 

 

 

“จริงหรอวิน?”

 

 

 

“ขอโทษครับ”

 

 

 

คนถูกถามไม่ตอบ เพียงแต่เอ่ยขอโทษแล้วรีบหลบตา

 

 

 

“เป็นเมียคนแรก”

 

 

 

อลิซพูดแทรก

 

 

 

“อะไรนะ!”

 

 

 

“พวกเราอยู่บ้านใกล้กัน ก็คบๆเลิกๆตามภาษาวัยรุ่น”

 

 

 

“แล้วทำไมไม่บอก เราจะได้ไม่ชอบวิน ถ้าเรารู้ว่าอลิซเคยเป็นแฟนกับวิน เราจะได้ไม่ยุ่ง”

 

 

 

“ตอนนั้นเรายังไม่รู้นี่ ได้ยินแต่ชื่อเวลาคุยถึงวิน เจอกันอีกทีก็ตอนที่เรามาช่วยไนท์ขนของเข้าหอ”

 

 

 

“แล้วตอนนี้ล่ะ”

 

 

 

“ก็บอกแล้วว่าคบๆเลิกๆ”

 

 

 

“คืออะไรอ่ะ เราไม่เข้าใจ”

 

 

 

ไนท์มองไปที่ทั้งสองคนสลับไปมา

 

 

 

“ไนท์ไม่อยู่ ลิซเลยช่วยดูแลวินให้”

 

 

 

.

 

 

.

 

 

.

 

 

 

“โคตรเหี้ย”

 

 

 

ร่างบางด่า

 

 

 

ดวงตาแดงกล่ำด้วยความโกรธ

 

 

 

ทำเป็นพูดดี คอยส่งรูปมาให้ คอยให้คำปรึกษา แต่สุดท้ายก็มาหักหลังกันได้ลงคอ

 

 

 

อุตส่าห์คิดว่าเป็นเพื่อน...

 

 

 

“ไนท์ก็มีคนอื่น ก็เหี้ยเหมือนกันนั่นแหละ”

 

 

 

อะไรวะ?!

 

 

 

“ก็ถึงมาบอกเลิกวินไง เพราะไม่อยากเหี้ยไปมากกว่านี้แล้ว แต่พวกมึงทำอะไร”

 

 

 

ร่างบางมองทั้งเพื่อนและอดีตคนรักสลับไปมา

 

 

 

“ขายงั้นหรอ ขายเราให้เพื่อนเนี่ยนะ”

 

 

 

ไนท์ตั้งคำถามขณะจ้องไปที่วิน อดีตคนรักที่เคยคิดว่าจะเป็นเพื่อนที่ดีต่อกันได้ถ้าเลิกกันไปแล้ว ความรู้สึกปลดล็อคในใจของเธอที่ผ่านไปไม่ถึงสิบนาทีดูเหมือนเป็นเรื่องเพ้อฝัน คนตรงหน้าเธอมีเรื่องราวมากมายที่ปิดบังเอาไว้

 

 

เธอเหมือนคนโง่ที่ถูกหลอกซ้ำๆ

 

 

 

“ขายตั้งนานแล้ว แต่ไนท์ไม่ยอมกลับมาซักที เราเลยต้องไปเป็นตัวแทน”

 

 

 

“อลิซ?!”

 

 

 

ร่างบางหน้าเครียด เธอหันกลับไปมองอดีตคนรัก

 

 

 

“วินทำจริงๆหรอ”

 

 

 

“......”

 

 

 

“ขายเรา ขายอลิซ”

 

 

 

“......”

 

 

 

“พูดมาดิวะ!!!”

 

 

 

ไนท์ตวาดเสียงดัง

 

 

 

“เอ่ออ คือ”

 

 

 

“ตอบมาวิน ทำเรื่องเหี้ยนี่หรือเปล่า”

 

 

 

“ไม่ คือ เอ่ออ เราไม่ได้ตั้งใจ ตอนนั้นมัน....”

 

 

 

“โครตเหี้ยเลยวิน เราไม่คิดว่าวินจะทำกับเราแบบนี้”

 

 

 

ร่างบางน้ำตาไหล

 

 

 

“เราเคยทำไม่ดีกับวินหรอ ตลอดเวลาที่เราอยู่ด้วยกัน เรารักและให้เกียรติวินตลอดเลยนะ ทำไมทำกับเรางี้ว่ะ”

 

 

 

“ขอโทษไนท์ วินร้อนเงิน”

 

 

 

“แต่ก็ไม่ควรทำแบบนี้มั้ย มีอะไรทำไมไม่บอกเราว่ะวิน”

 

 

 

“จะบอกได้ไง ไนท์ไม่เคยกลับห้องเลย”

 

 

 

“มึงอ้างว่ะวิน ทำอย่างกับไม่เคยโทรมา แค่พูดมันจะตายหรือไง”

 

 

 

“ก็อายเป็นมั้ย”

 

 

 

“อายหรอ อายที่จะพูด แต่ไม่อายในสิ่งที่ทำ เกินไปมั้ยว่ะ?”

 

 

 

“ไนท์นั่นแหละเกินไป ไม่เห็นต้องด่าวินขนาดนี้เลย อย่างน้อยก็มาอาศัยห้องเค้าอยู่ตั้งนานก็ควรช่วยค่าใช้จ่ายนะ”

 

 

 

ร่างบางตาขวางใส่อลิซที่พยายามเถียงแทนวิน

 

 

 

“มาอยู่ก็ฟรี แค่ขอให้นอนกับเพื่อนแค่นี้เอง ทำอย่างกับจะเป็นจะตาย”

 

 

 

“อลิซอย่ามายุ่ง เราคุยกับวิน”

 

 

 

“ไม่ยุ่งได้ไง เราก็เมียวินเหมือนกัน”

 

 

 

ร่างบางหมดคำจะพูดต่อ

 

 

 

“เรายังเป็นเพื่อนกันอยู่มั้ยอลิซ”

 

 

 

“ใช่สิ เรารักไนท์จะตาย”

 

 

 

“เพื่อนกันไม่ทำกันแบบนี้หรอกอลิซ นอกจากเพื่อนเหี้ย”

 

 

 

ร่างบางเน้นคำ

 

 

 

“อีไนท์!!”

 

 

 

อลิซวิ่งเข้ามาจะตบ แต่แบงค์ใช้ตัวกันเอาไว้

 

 

 

“ด่าน่ะพอได้ แต่อย่าแตะไนท์ กูไม่ชอบ”

 

 

 

“แหม ทำเป็น...สูงส่งนักหรือไง”

 

 

 

“แล้วมึงเสือกอะไรด้วย”

 

 

 

แบงค์ตาขวาง

 

 

 

“ก็มันด่าผัวกู”

 

 

 

“สะเออะ!”

 

 

 

ร่างบางเน้นคำ

 

 

 

“อีไนท์!!”

 

 

 

มือยาวของอลิส พยายามจะเอื้อมมาทำร้ายร่างบาง แต่แบงค์จับเอาไว้แล้วออกแรงผลักไปที่วิน

 

 

 

“ดูแลเมียมึงไปวิน”

 

 

 

“..?”

 

 

 

“เดี๋ยวกูจะดูแลเมียกูเอง”

 

 

 

มือหนาออกแรงบีบที่แขน

 

 

 

“แบงค์! เราเจ็บ!”

 

 

 

แรงที่แขนถูกผ่อนคลายลง

 

 

 

ไนท์หันไปมองหน้าอดีตคนรักแล้วก็เพื่อน ภาพบาดตาที่ทำเอาเธออยากหันหน้าหนี เพื่อนรักและอดีตคนรักจับมือกัน

 

 

 

“บอกเราที ว่าทำไมต้องให้เรื่องเลยเถิดมาขนาดนี้ด้วย”

 

 

 

ไนท์ตั้งคำถามกับวินอีกครั้ง

 

 

 

“เราไม่เข้าใจจริงๆ ทั้งเรื่องอลิซ แล้วก็เรื่องขายนี่”

 

 

 

“ขอโทษ เราไม่ได้ตั้งใจ”

 

 

 

ไนท์ถลึงตา นี่ไม่ใช่คำตอบ นี่เป็นข้อแก้ตัว เธอไม่ต้องการที่จะฟังแค่คำขอโทษ

 

 

 

“ตั้งใจ มึงตั้งใจวิน มึงสองคนตั้งใจ”

 

 

 

“แล้วจะให้พวกเราทำไงอ่ะไนท์ พวกเราไม่มีงานทำ เงินก็ต้องขอจากพ่อแม่ ตอนนี้บ้านวินแย่ วินก็แค่ช่วยที่บ้าน วินผิดหรือไง”

 

 

 

อลิซพูดแทรก

 

 

 

“อย่ามาหาข้ออ้าง ไม่มีงานก็หางานดิอลิซ”

 

 

 

“แต่งานอะไรที่เดือนเดียวได้สามแสนบ้างล่ะ”

 

 

 

สามแสนอีกแล้วหรอ~

 

 

 

ร่างบางทำหน้าไม่พอใจ

 

 

 

“ถ้าทำงาน พวกเราจะไปทำงานอะไร หน้าตากับหุ่นเราไม่ได้ดีเหมือนไนท์ ไม่ได้แค่เดินๆแล้วได้เงินเหมือนไนท์นี่”

 

 

 

“หุบปาก!!”

 

 

 

มือเรียวชี้หน้าเพื่อน ตาคมมองหน้าอดีตแฟน

 

 

 

ทั้งสองคนรู้ดีว่าเธอทำงานหนักขนาดไหน ทั้งเดินแบบทั้งงานร้านดอกไม้ กว่าเธอจะได้เซ็นต์สัญญากับโอดินสัน ไม่ใช่แค่สองงานที่เธอทำ เดือนไหนที่แม่เธอขอมากกว่าเดิม เธอก็ต้องรับจ๊อบเสริมอีกหลายตัว ไหนจะเรื่องเรียนที่ต้องรักษาเกรดเพื่อไม่ให้หลุดจากการเป็นนักศึกษาทุนเรียนดีอีก

 

 

 

“วินไม่มีทางเลือกจริงๆ เห็นใจพวกเราเถอะนะ”

 

 

 

“……”

 

 

 

“ยอมๆพวกมันไป แค่ครั้งเดียวเอง ก็เหมือนที่ไนท์นอนกับวินนั่นแหละ เหมือนกันเลย”

 

 

 

“พูดอะไรออกมาอลิซ”

 

 

 

“หลับหูหลับตายอมๆมันไป ถือว่าทำบุญให้เพื่อน แล้ววินก็ได้เงิน”

 

 

 

“อีเหี้ย!!”

 

 

 

“.....”

 

 

 

“พวกเหี้ย”

 

 

 

ร่างบางโกรธหน้าดำหน้าแดงตะโกนด่าทั้งอดีตแฟนและเพื่อน

 

 

 

“ใจเย็นน่า โกรธไปก็ไม่ได้อะไรหรอก”

 

 

 

ตั้มเตือนร่างบางทั้งที่จับแขนเรียวเอาไว้

 

 

 

“ก็แค่เซ็กส์ ทีแก้ผ้าเดินให้คนเห็นตั้งเยอะยังไม่อายเลย”

 

 

 

“อลิซ!”

 

 

 

ร่างบางเรียกชื่อเพื่อนด้วยสีหน้าอ่อนใจ เธอไม่มีคำพูดอะไรที่จะพูดกับเพื่อน เพราะเมื่อได้เห็นและได้รับรู้ความจริง ก็พาลนึกไปถึงถ้อยคำที่แสดงถึงความห่วงใยก่อนหน้านั้น

 

 

 

แท้จริงแล้วมันคือคำลวง

 

 

 

เพื่อนที่รู้จักกันมาเกือบสี่ปี คนที่ใช้รอยยิ้มเขียนความเชื่อใจให้กัน

 

 

 

วันนี้กลับใช้มีดกรีดคำว่ามิตรภาพทิ้ง

 

 

 

มีคำถามและข้อความมากมายที่จะพูดกับผู้หญิงตรงหน้า แต่คำพูดเหล่านั้นถูกกลืนและพับเก็บเอาไว้ในที่ที่มืดมิดและไม่มีวันที่ไนท์จะเอ่ยออกมา

 

 

 

“ตอนแรกวินมันถ่ายคลิปไนท์ไว้ เอาไปขายใครก็ไม่รู้ชื่อเยส เบสหรืออะไรสักอย่างแต่เค้าไม่เอา ว่าจะไปขายคนอื่นแต่จู่ๆไฟล์ก็หาย”

 

 

 

ร่างบางตกใจ เธออึ้งจนพูดไม่ออกได้แต่มองหน้าวินสลับกับอลิซ

 

 

 

“พอไม่มีคลิปไนท์ วินก็เลยขายเรา”

 

 

 

“....”

 

 

 

“ชีวิตจริงมันก็แบบนี้แหละ ผู้หญิงเรา พอรักเค้าไปแล้วก็ทำตามทุกอย่างที่เค้าขอร้อง”

 

 

 

“อลิซ...ทำ...ทำไม”

 

 

 

“มันไม่สำคัญอะไรเลยไนท์ เพราะร่างกายของเรามีไว้ให้ผู้ชายเชยชม สวยหน่อยก็มีราคา เหมือนอาชีพของไนท์ไง สวย หุ่นดี ก็ค่าจ้างแพง”

 

 

 

“แต่เดินแบบไม่เหมือนกับขายตัว เราขายเสื้อผ้า”

 

 

 

“เราก็ทำเพื่อวินไม่ได้ขายตัว”

 

 

 

“อลิซคิดได้ไง...มะ...ไม่ใช่สิ ต้องไม่ใช่แบบนี้อลิซ เราไม่จำเป็นต้องทำตามผู้ชายทุกอย่างหรอกนะ เรามีชีวิตที่เป็นของเรา เราเป็นคนกำหนดเอง”

 

 

 

“ใช่ มันใช่ไนท์ นี่แหละความรัก เราทำทุกอย่างได้เพื่อคนที่เรารัก ไนท์อ่ะ รักวินมั้ย ถ้ารักวันจริงๆคราวนี้ไนท์ก็ต้องช่วยวินบ้างนะ”

 

 

 

“บ้าไปแล้วหรออลิซ ไม่ใช่ มันไม่เคยใช่ อีกอย่างเรื่องเงินเราช่วยได้ เรามี แต่เราไม่ขายตัว”

 

 

 

ร่างบางมองเพื่อนๆของวินที่ขยับเข้ามา

 

 

 

ตั้ม แบงค์ สุ คือเพื่อนของเธอก่อนที่เธอจะรู้จักวินด้วยซ้ำ ทุกคนเป็นเพื่อนที่ดีในสายตาเธอ เป็นคนที่เธอไว้ใจ แต่ทำไมวันนี้ทุกคนดูน่ากลัว เหมือนกับไม่ใช่เพื่อนที่เธอเคยรู้จัก

 

 

 

“แบงค์ สุ ตั้ม จะทำอะไร? เรามีเงินนะ เราใช้หนี้แทนวินเอง อย่าทำแบบนี้กับเรา”

 

 

 

แบงค์ขยับเข้ามาใกล้

 

 

 

“เราไม่สนใจเงินตั้งแต่แรกแล้ว”

 

 

 

“แบงค์!!”

 

 

 

.

 

 

 

.

 

 

 

.

 

 

 

 

“ช่วยด้วย”

 

 

 

ร่างบางมองอดีตเพื่อนสนิทที่ยกมือถือขึ้นมา แสงแฟลชกระพริบเป็นระยะๆ

 

 

 

“ไม่มีใครได้ยินหรอกน่า ชั้นนี้มีแค่สามห้อง ไปเรียนกันหมดแล้ว”

 

 

 

“ช่วยเราด้วย อลิซ!! ขอร้อง”

 

 

 

แขนเรียวขยับเพื่อให้มือหลุดจากเชือกที่มัด

 

 

 

กล้องถูกกลับเป็นโหมดวีดีโอ

 

 

 

ใจของร่างบางที่รู้ว่าอลิซไม่มีทางช่วยเธอ แต่แววตาเธอยังอ้อนวอน

 

 

 

“อลิซเราขอร้อง ตอนนี้ยังทัน ช่วยเรา”

 

 

 

น้ำเสียงแทรกน้ำตาที่เอ่อล้น

 

 

 

เหมือนเธอยืนอยู่ปากเหว และถูกสายตาของเพื่อนผลักให้ตกลงไปข้างล่าง

 

 

 

และสายตานั้นก็ห่างไกลออกไปเรื่อย

 

 

 

จนร่างของเธอตกลงมา

 

 

 

เธอกลัว

 

 

 

ความมืดลึก

 

 

 

เธอตกลงมาที่ก้นเหว

 

 

 

ร้างไร้ชีวิต

 

 

 

ก้นเหวที่มีน้ำเฉอะแฉะ

 

 

 

ความหนาวเย็นโอบล้อมร่างกายของเธอ

 

 

 

ยังไม่จม

 

 

 

เธอใช้มือเตาะแตะน้ำเอาไว้เพื่อพยุงร่างกาย

 

 

 

แต่ความเย็นเยือกกำลังวิ่งเข้าสู่หัวใจของเธอ

 

 

 

กลัว

 

 

 

น่ากลัว

 

 

 

เธอตัวคนเดียวแล้ว

 

 

.

 

 

.

 

 

.

 

 

 

อย่าผลักใสฉันออกไป....

 

 

 

อย่าทิ้งฉัน....

 

 

 

เสียงสะอื้นของฉัน ไม่ได้ยินหรอ ฉันเจ็บไปหมดแล้ว

 

 

 

แชะ!

 

 

 

แชะ!!

 

 

 

แชะ!!!

 

 

 

อลิซยังคงถ่ายรูปฉัน ในขณะที่เพื่อนของวินรุมล้อมบนร่างกายฉัน เสื้อผ้าของฉันหายไปแล้ว สุและแบงค์กำลังเอาบางอย่างเข้ามาแทนที่เสื้อผ้าของฉัน

 

 

 

แชะ!

 

 

 

แสงเฟลชยังคงดังอยู่ ฉันเคยชอบมัน เวลาที่ฉันได้ใส่ชุดสวยๆ และแสงเฟรชสาดใส่ฉัน

 

 

 

ฉัน....ตอนที่ได้เดินแบบ ฉันเคยคิด ว่าถ้าในทุกวันได้ใส่เสื้อผ้าสวยๆ ได้เดินอยู่บนเส้นทางระยิบระยับของแสงเฟลชพวกนี้ตลอดไปก็ดีน่ะสิ เพราะอย่างน้อยมันก็ทำลายความมืดในตัวฉันไปได้

 

 

 

พวกมันทำให้ฉันดูสว่างขึ้น ฉันชอบที่จะได้อยู่ท่ามกลางพวกมัน

 

 

 

.

 

 

 

.

 

 

 

.

 

 

 

~ ครับ ดูแลตัวเองดีๆล่ะ คนเก่ง ~

 

 

 

น้ำตารื้นซึมออกมาเมื่อสารเคมีไหลเข้ามาสู่ร่างกาย ของใสที่กำลังจะแผดเผาร่างกายของเธอ

 

 

 

“รออีกเดี๋ยวนะคนสวย”

 

 

 

คางเรียวถูกสุ เพื่อนของแฟนเธอ คนที่เธอเคยชงเหล้าให้กินบีบจนเจ็บ เธอดูแลพวกเค้าอย่างดี มาวันนี้พวกเค้ากลับฉีดยาเสพติดให้เธอ และพาเธอลงนรก

 

 

 

“ร้องไห้ทำไม หื้มม”

 

 

 

แบงค์นั่งยองๆถามร่างบาง เธอหลับตาหนีสายตาที่เคยอบอุ่นมันแปรเปลี่ยนเป็นแทะโลมเธอ

 

 

 

“เอาเลยได้ป่ะว่ะ กูไม่ไหวแล้ว”

 

 

 

ตั้มบอกขณะขยับบางอย่างในเป้ากางเกง

 

 

 

“เรากลัวแบงค์”

 

 

 

ร่างบางหันไปหาเพื่อนอีกคน

 

 

 

“ขอร้องนะ อย่าทำเรา”

 

 

 

“เราจะไม่รุนแรง”

 

 

 

แบงค์กระซิบ

 

 

 

ไม่ใช่ทั้งคำตอบที่เธอต้องการ และคำปลอบโยนให้เธอรู้สึกผ่อนคลาย แต่มันคือคำพูดล่อลวงที่ทำให้เธอกลัวหนักขึ้นกว่าเดิม

 

 

 

ปลายสายตามองไปที่อดีตแฟนที่นั่งอยู่บนเก้าอี้ แววตาของเค้าบอกกับเธอว่าขอโทษ แต่เค้ากลับไม่ทำอะไรเลย

 

 

 

วินนิ่งเฉย มองเพื่อนที่กำลังเชยชมนางแบบคนสวย คนที่ครั้งนึงอยู่ในอ้อมกอดของเค้า มือเล็กที่ครั้งนึงเคยจูงมือกันข้ามถนน ตาสวยๆที่ครั้งนึงเคยมองมาที่เค้าด้วยความรัก

 

 

 

ครั้งนึงที่เค้าคิดว่าจะได้อยู่ด้วยกันตลอดไป

 

 

 

 

....

 

 

 

 

“ไอ้สัสเอ้ยยยย”

 

 

 

“เหี้ยไรว่ะเนี่ย”

 

 

 

ร่างบางหมดแรงขยับเขยื้อน เธอต่อสู้เพื่อเอาชีวิตรอด ขัดขืนทุกอย่างที่ทำได้ เธอจะไม่ยอมเป็นของใครนอกจากคนในหัวใจเธอ

 

 

เธอร้องไห้ซ้ำวนเพื่อร้องขอความเห็นใจ ระบายความคับแค้นที่ถาโถม ความเป็นจริงที่ทั้งคนรัก ทั้งเพื่อนรักทำกับเธอ

 

 

 

เธอขอร้องจนเธอเลิกอ้อนวอน

 

 

 

และ

 

 

 

...

 

 

 

 

จิตใต้สำนึกแข็งแกร่งเลือกปกป้องผู้เป็นนาย

 

 

 

กิจกรรมเลวทรามยังคงดำเนินไป แม้ไม่เป็นดังที่เหล่าปีศาจตัวจ้อยหวัง พวกเค้าทำได้เพียงแทะโลมความมืด

 

 

 

ราคะร้อนอยากครอบครองแทบขาดใจ แต่ไร้วี่แวว กำแพงป้องกันหนาแน่นไม่ยอมละทิ้งหน้าที่เพื่อรักษาสิ่งหวงแหนของผู้เป็นนาย

 

 

 

.

 

 

 

.

 

 

 

 

.

 

 

 

“กระเพราหมูคลุกกับไข่ดาว 15 ต้มจืด 5 ครับ”

 

 

 

ชายชุดดำสั่งอาหารแล้วมองไปที่กลุ่มวัยรุ่น

 

 

.

 

 

.

 

 

.

 

 

 

“เมียเหี้ยวินนี่สุดยอดจริงๆ ขนาดแม่งล็อคยังเด็ดขนาดนี้ อิจฉาแม่งฉิบหาย“

 

 

 

ตั้มกอดคอสุเดินลงมาข้างล่าง

 

 

 

“มึงถ่ายคลิปไว้ใช่มั้ย เดี๋ยวกูเอาไปขายต่อเอง”

 

 

 

.

 

 

 

.

 

 

 

.

 

 

 

ก่อนจะยกมือถือโทรหา

 

 

 

“คุณเรเยสครับ”

 

 

.

 

 

.

 

 

.

 

 

ที่_ห้องคลัง

 

 

 

“จ่ายหนี้ครับ”

 

 

 

ชายวัยกลางคนนั่งลงข้างหน้าเลขาคนสนิท

 

 

 

“เอาเงินมาจากไหน!”

 

 

 

เรเยสทุบโต๊ะเมื่อเห็นว่าใครนำเงินสดมามากมาย เค้าเห็นถึงความผิดปกติทันที คนนี้เค้าตามอยู่ ครอบครัวนี้ไม่สามารถหาเงินมาให้เค้าทันกำหนดแน่นอน

 

 

 

“ลูกชายผมหามาให้ครับ ผมไม่รู้ว่าเค้าเอามาจากที่ไหน”

 

 

 

ลูกชาย?

 

 

วิน?

 

 

 

ไม่มีทาง

 

 

 

เลขาคนสนิทรีบโทรหาลูกน้อง

 

 

 

“ตาแมว”

 

 

 

“ครับ”

 

 

 

“แบล็คกลาสล่ะ”

 

 

 

“บนห้องครับหน้าต่างถูกปิดไว้ แอร์ทำงานอยู่ ยังไม่ลงมาครับ”

 

 

 

“หลายชั่วโมงยังไม่ลงมาเลย?”

 

 

 

“ครับ”

 

 

 

คุณเลขาจ้องหน้าคนเอาเงินมาให้ตาเขม็ง

 

 

 

...

 

 

 

แค่เก็บของ ไม่น่าจะใช้เวลานานขนาดนั้น

 

 

 

มีบางอย่างเกิดขึ้นแน่ๆ

 

 

 

บางอย่างที่เลวร้าย

 

 

 

...

 

 

 

Rrrrr

 

 

 

เสียงมือถือดังขึ้นอีกครั้ง

 

 

 

 

“ว่าไง”

 

 

 

“คุณเรเยสครับผมอยู่ที่หอนายหญิง”

 

 

 

.

 

 

 

.

 

 

 

.

 

 

 

 

Rrrr

 

 

 

 

พันไมล์มองมือถือก่อนที่จะก้มลงไปหยิบกำไลข้อมือ

 

 

 

“เรสโทรมามึง”

 

 

 

ครูสมองหน้าจอแล้วบอกเพื่อน

 

 

 

กำไลถูกยกขึ้นจากพื้นด้วยมือร่างหนา เค้าวางมันกลับไว้ที่โต๊ะ

 

 

เคร้ง!

 

 

 

แต่....ห่วงสีทองร่วงลงพื้นอีกครั้ง

 

 

 

สายตาทั้งสามคู่มองไปที่ข้อมือที่ยังคงกลิ้งไกลออกไป....จนหยุดที่มุมห้อง

 

 

 

เกิดความเงียบและเสียงหายใจขาดห้วง

 

 

 

มือถือยังคงสั่นอยู่บนโต๊ะตัวเล็ก

 

 

 

“มึงมารับโทรศัพท์ก่อนมั้ย เผื่อเรสมีเรื่องด่วน”

 

 

 

ครูสบอกเพื่อนอีกครั้ง

 

 

 

“อะ อืมม”

 

 

 

โทรศัพท์ถูกยื่นใส่มือร่างหนา

 

 

 

(ท่านครับ)

 

 

 

“มีอะไรหรือเปล่าเรเยส”

 

 

 

เจ้านายจับเสียงกังวลของเลขาคนสนิทได้

 

 

 

(นายหญิงยังไม่ออกมาจากหอเลยครับ ผมโทรไปแล้วแต่ไม่มีคนรับสาย พอโทรย้ำก็ปิดเครื่องครับ)

 

 

 

“ไนท์บอกว่าจะคุยกับวิน อาจมีเรื่องเคลียร์กัน....นาน”

 

 

 

(จะได้เวลาเดินทางของคุณไนท์แล้วนะครับ เวลานี้ต้องอยู่กับคุณสเตฟานี่แล้ว แต่คุณไนท์ยังไม่ออกมาจากหอนั่นเลย)

 

 

 

“ลุงกล้วยล่ะ”

 

 

 

(รอคุณไนท์อยู่ใต้หอครับ)

 

 

 

พันไมล์ขบคิด

 

 

 

“มีคนตามไนท์อยู่หรือเปล่า?”

 

 

 

(มีครับ ผมให้ตาแมวตามอยู่)

 

 

 

“แล้ว?”

 

 

 

(บอกว่าห้องปิดสนิท แอร์ยังทำงาน แต่คุณไนท์ยังไม่ลงมาครับ)

 

 

 

“.....”

 

 

 

(.....)

 

 

 

“พูดมาเรเยส”

 

 

 

(ปกติคุณไนท์ไม่เคยไปสาย เธอไม่เคยไปก่อนแต่ตรงเวลาเสมอ เธอรับโทรศัพท์ตลอดไม่เคยขาดการติดต่อ และคนของเราได้ยินเพื่อนของวินคุยกัน คาดว่สจะคุยเรื่องคุณไนท์ ผมว่า เราควรไปดูนายหญิง)

 

 

 

“เอารถออก”

 

 

 

(ผมรออยู่แล้วครับ)

 

 

 

พันไมล์หน้าซีดดูกังวล

 

 

 

“มีไรมึง?”

 

 

 

ครูสถาม

 

 

 

“กูจะไปดูไนท์หน่อย เรเยสติดต่อไนท์ไม่ได้”

 

 

 

“อ่าว?”

 

 

 

“เดี๋ยวกูมา”

 

 

 

“เออ มึงรีบไป ไม่ต้องห่วงพวกกู เดี๋ยวหาไรแดกแถวนี้เอง”

 

 

 

...

 

 

 

 

ที่_บนรถ

 

 

 

 

พันไมล์

 

 

 

ร่างหนามองมือถือที่ขาดการติดต่อจากไนท์ แชทเก่าที่คุยค้างไว้หลายสัปดาห์ก่อนเพราะอยู่ด้วยกันตลอดเวลา ไม่จำเป็นต้องติดต่อผ่านอุปกรณ์สื่อสาร

 

 

แต่เลขาคนสนิทบอกว่าขาดการติดต่อไนท์ไปหลายชั่วโมงแล้ว

 

 

 

เค้าปิดหน้าจอแล้วเงยหน้าขึ้น

 

 

 

เลขามองมาที่เค้าด้วยสีหน้ากังวล

 

 

 

“นายหญิง....”

 

 

 

“ไนท์เข้มแข็งกว่าที่คุณคิดเรเยส เราต้องเชื่อใจไนท์”

 

 

 

“ครับ”

 

 

 

.

 

 

 

.

 

 

 

.

 

 

 

ชั่วโมงหายนะ....

 

 

 

รถหรูจอดในที่ประจำ พันไมล์มักเป็นฝ่ายรอร่างบางเสมอ ตรงนี้เค้าจะเห็นเธอเดินลงมาจากบันได

 

 

 

แต่วันนี้เค้าไม่เห็น

 

 

 

ระหว่างการเดินทางเค้ารู้เรื่องราวทั้งหมดจากยัยเด็กแสบสโนว์ คงเพราะครูสเอาไปปรึกษา ร่างหนาถอนหายใจ เพราะเค้าเองที่ไม่ขอรับข้อมูลจากสโนว์ทำให้ปิดการรับข่าวสารแทบทั้งหมด

 

 

 

ยัยเด็กแสบรู้ทุกเรื่องตั้งแต่คลิปที่วินเอามาขายให้เรเยส แต่เธอไม่เข้ามายุ่งสักนิด

 

 

 

แดนใต้เป็นของพันไมล์ ความมืดก็เช่นกัน~

 

 

 

ข้อความล่าสุดจากยัยเด็กแสบ

 

 

 

“ท่าน!”

 

 

 

เรเยสดึงความสนใจจากมือถือ

 

 

 

ร่างหนามองหน้าเลขาที่มีสีหน้าไม่ดี

 

 

 

“ตาแมวส่งภาพมาให้ดูครับ”

 

 

 

“.....”

 

 

 

“เอาตัวพวกมันมา”

 

 

 

 

.

 

 

 

.

 

 

 

.

 

 

 

 

 

“กรี๊ดดดดดดดด”

 

 

 

เสียงกรีดร้องของร่างบางที่หยุดลงเพราะถูกอุดปาก และตามมาด้วยการกระทำที่พอจะเดาได้ พันไมล์กดเปิดทีละไฟล์ เมื่อครบทั้งหมดเค้าจึงส่งมือถือให้เลขาคนสนิท

 

 

 

ร่างหนากำลังชั่งใจว่าจะส่งทั้งหมดให้ผู้กองอรรถหรืออีกสถานที่นึงดี

 

 

 

มือถือถูกยื่นใส่มือเลขา

 

 

 

“ส่งไปให้คลอส”

 

 

 

พันไมล์เลือกใช้คนของตัวเอง

 

 

 

“คำสั่งครับ”

 

 

 

“ค้นหาไฟล์ตรวจสอบการคัดลอก ทำลายส่วนที่คัดลอก ส่วนต้นฉบับเก็บไว้ก่อน เผื่อ...”

 

 

 

“ครับท่าน”

 

 

 

ควันสีขาวลอยคลุ้งไปทั่วบริเวณหลังอาคารจอดรถ วัยรุ่นทั้งห้าคนยังนอนอยู่ที่พื้นโดยมีคนของพันไมล์ใช้ปืนจ่อที่หัว

 

 

 

พันไมล์ดับบุหรี่ด้วยเท้า ร่างหนาพยักหน้าให้ลูกน้องจับคนทั้งหมดยืนขึ้น เค้ามองหน้าทุกคน เค้าจ้องมองราวกับกำลังมองสิ่งโสโครกที่สุดบนโลกใบนี้

 

 

 

“กูเจออีไนท์ก่อน กูจะทำอะไรกับมันก็ได้”

 

 

 

แบงค์ตะโกนใส่หน้าพันไมล์

 

 

 

“คนที่ตัดสินว่าไนท์จะทำหรือไม่ทำอะไร ไม่ใช่ตัวเหี้ยแบบมึง แต่เป็นเจ้าของร่างกายเท่านั้น”

 

 

 

บุหรี่มวนใหม่ถูกจุดขึ้น

 

 

 

คนของร่างหนากระตุกยิ้มเมื่อมองเห็นแววตาตื่นตระหนกของคนทั้งห้า

 

 

 

พันไมล์สูบมันไปเรื่อยๆ มองหน้าทุกคนแบบเดิม ซ้ำๆ สีหน้ายังคงเรียบเฉย แต่ใครจะรู้ว่าข้างในของพันไมล์นั้นเป็นยังไง แม้แต่เรเยส คนที่ดูแลเค้ามาตั้งแต่เกิดยังไม่สามารถเดาอารมณ์และความคิดของพันไมล์ได้

 

 

 

เดดอายส์มองหน้ากันไปมา ภายใต้ใบหน้าเรียบนิ่งนั้น พวกเค้าไม่มีทางรู้เลย ไม่มีทางรู้ได้จริงๆ สิ่งที่พวกเค้ารู้มากที่สุดคือ

 

 

 

นายหญิง

 

 

 

คือผู้หญิงหนึ่งเดียวที่ท่านรัก และปฏิบัติกับเธอราวกับเจ้าชีวิต เจ้านายของพวกเค้าเทิดทูนนายหญิงมากกว่าใคร และพวกเค้าเดาไม่ออกว่าเหตุการณ์ข้างหน้าจะเกิดอะไรขึ้น

 

 

 

ร่างหนายังคงมอง เค้าจ้องไปนัยน์ตาของคนที่ขึ้นชื่อว่าเป็นเพื่อนแฟนของไนท์ จนคนถูกจ้องหลบตาเบือนหน้าหนี สายตาของพันไมล์ที่มองมานิ่งเฉยแต่ให้ความกดดันจนเค้าค่อยๆหายใจไม่ออก และเหมือนจะขาดใจ

 

 

 

“สัส”

 

 

 

ใบหน้าของทั้งห้าคนถูกจับดัดให้กลับมา และถูกถ่างตาให้พันไมล์ได้มอง

 

 

 

ลึกลงไป

 

 

 

“ทำไมถึงทำกับไนท์แบบนั้น เพื่อนกันไม่ใช่หรอ?”

 

 

 

ร่างหนาตั้งคำถามกับแบงค์

 

 

 

“เพื่อนไม่จริง กูไม่เคยคิดกับมันแค่เพื่อน”

 

 

 

“รักไนท์?”

 

 

 

“ถ้าไม่รัก กูคงไม่เกลียดมันขนาดนี้”

 

 

 

“รักหรือเกลียด”

 

 

 

เสียงทุ้มถามย้ำ

 

 

 

“กูไม่รู้ กูรักมัน แต่มันร่าน รู้จักกูก่อน แต่เสือกไปเลือกไอ้เหี้ยวิน”

 

 

 

“แล้วมันยังร่านไปเอากับมึง คนร่านๆแบบอีไนท์ สมควรโดนแล้ว”

 

 

 

ร่างหนาพยักหน้ารับ

 

 

 

เค้าเป็นส่วนหนึ่งในเหตุผลที่ทำให้ร่างบางเจอเรื่องแบบนี้

 

 

 

แต่

 

 

 

ไม่

 

 

 

ไม่ใช่

 

 

 

มันคือข้ออ้างของคนทำผิดต่างหาก

 

 

 

“มึงรักมันใช่มั้ย?”

 

 

 

ตั้มตะโกน

 

 

“กูจะบอกกับคนที่คู่ควรกับคำนี้ ไม่ใช่ไอ้หน้าเหี้ยแบบมึง”

 

 

 

พันไมล์ตอบ

 

 

 

“กูยกให้ มึงเอาไปเลย กูไม่สนมันแล้ว”

 

 

 

ร่างหนามองไปที่วิน อดีตแฟนของไนท์ตะโกนแทรกมา

 

 

 

“ไนท์รักมึง ทำไมไม่ดูแลดีๆ”

 

 

 

บุหรี่มวนใหม่ถูกจุดขึ้น

 

 

 

“ไม่ใช่เพราะกู แต่เป็นเพราะมึง!”

 

 

 

“...”

 

 

 

“มึงทำให้มันไม่รักกู”

 

 

 

น้ำตาลูกผู้ชายเริ่มไหลนึกถึงคืนหนึ่งที่เค้าโทรไปหาไนท์ เสียงงัวเงียของเธอบอกว่าเธอเพิ่งได้นอนเพราะอ่อนเพลียจากการเรียนงานเอกสาร เค้าที่ยังไม่ได้วางสายเพราะฟังเสียงลมหายใจเข้าออกของไนท์อยู่ เป็นเสียงที่นานแล้วที่เค้าไม่ได้ยิน ด้วยทั้งภาระที่หนักอึ้ง เค้าจึงอยากมีที่พักใจ

 

 

 

แต่แล้วก็ได้ยินเสียงกุกกัก เหมือนอุปกรณ์สื่อสารถูกเปลี่ยนที่จากหูของร่างบางเป็นโต๊ะหรืออะไรซักอย่าง เค้ายังคงฟัง จนได้ยินเสียงของเธอเรียกหาใครสักคน ชื่อสองพยางค์ที่ฟังไม่ชัด แต่แล้วเสียงเรียกชื่อก็หายไปเป็นเสียงพูดคุยชวนทะลึ่ง และเดาได้ไม่ยาก ถึงนาทีต่อมาว่าจะเกิดอะไรขึ้น

 

 

 

มือถือยังคงเปิดอยู่ เค้ารอฟัง อยากได้ยินว่าใครกันกล้าเข้ามาแทรกระหว่างเค้ากับเธอ

 

 

 

เป็นคนตรงหน้า

 

 

 

ผู้ชายแสนยิ่งใหญ่ที่สามารถมองคลิปวีดีโอที่เพื่อนเค้าทำอะไรกับไนท์บ้าง แต่กลับมองไม่ออกสักนิดว่าคิดอะไรอยู่

 

 

“ไนท์รักมึง ยังรักอยู่”

 

 

 

พันไมล์พูด เค้ารู้ว่าหัวใจที่หนักแน่นของคนที่เค้าห่วงใยจะไม่มีวันเปลี่ยน เธอจะยังรักและหวังดีกับอดีตคนรักเสมอ แม้ว่าสถานะจะเปลี่ยนไป

 

 

 

“ไหนว่า....รักแล้วไม่เลิกรัก”

 

 

 

วินตาโตมองพันไมล์ แปลกใจที่ร่างหนาพูดประโยคสุดท้าย

 

 

 

“หัวใจของไนท์มั่นคง แต่มึงทำลายมัน”

 

 

 

“แต่ไนท์นอนกับมึง”

 

 

 

“แต่ไนท์ไม่เคยบอกรักกู”

 

 

 

“.....”

 

 

 

“.....”

 

 

 

ควันสีเทาพุ่งใส่หน้าคนสำนึกผิด

 

 

 

“มีเงินใช้หนี้แล้ว ช่วยที่บ้านได้แล้ว....”

 

 

 

“......”

 

 

 

“ทีนี้”

 

 

 

“.....”

 

 

 

“ศักดิ์ศรี ความเป็นลูกผู้ชาย ความรัก”

 

 

 

“.....”

 

 

 

“ตอนนี้ชีวิตมึงเหลืออะไรบ้าง”

 

 

 

“......”

 

 

 

พันไมล์มองไปที่อลิซ

 

 

 

“เหลือแฟนอีกคน....ที่ยอมขายตัวเพราะอ้างว่ารักมึง หรือมันขายตัวอยู่แล้วเลยไม่สะทกสะท้านอะไร”

 

 

 

วินหันไปมองอลิซ

 

 

 

“ไม่ใช่แค่มึงที่มันขายตัวเองเพื่อใช้หนี้ให้ แต่ขายให้คนอื่นเพื่อหาเงินเพราะติดหนี้กูเหมือนกัน”

 

 

 

“มันรักมึงจริงๆ แต่ยังแอบถ่ายรูปมึงกับผู้หญิงคนอื่น ส่งไปให้ไนท์บ่อยๆ คอยแทงข้างหลัง ต่อหน้าเป็นเพื่อนที่แสนดีกับไนท์แต่ลับหลังก็มานอนกับมึง”

 

 

 

“......”

 

 

 

“คิดให้ดีว่ารักของมึงพังเพราะกูหรืออีเหี้ยนี่”

 

 

 

พันไมล์มองไปที่อลิซ คนที่เพิ่งเจอกันเมื่อวาน

 

 

 

“ไนท์รักมึงมากนะ แต่ไนท์เหนื่อยเพราะว่ามีคนกรอกหูบ่อยๆว่ามึงไปนอนกับคนอื่น เป็นมึงจะไม่ไขว้เขวหรอ ถ้าคนที่บอกคือเพื่อนสนิท”

 

 

 

“แค่บอกก็ไม่เท่าไหร่ แต่มึงเสือกทำให้ไนท์เห็น”

 

 

 

“......”

 

 

 

“จะเลวทั้งทีดันเสือกโง่”

 

 

 

“มึงก็เหี้ย”

 

 

 

“แต่กูไม่เคยนอนกับเพื่อนไนท์ ไม่เคยขายไนท์ ไม่เคยทำแบบที่มึงทำ!!”

 

 

 

“......”

 

 

 

“คิดจะขายคลิปของไนท์ให้กู พอกูไม่ซื้อ ก็ใช้แฟนอีกคนเป็นเครื่องมือ”

 

 

 

พันไมล์ปรายสายตาไปมองอลิซ

 

 

 

“แต่ก็ถือว่าเลือกได้ดี”

 

 

 

“....”

 

 

 

“เหี้ยพอกัน”

 

 

 

“.....”

 

 

 

“มึงโง่เองวิน”

 

 

 

“.....”

 

 

 

“มึงเลือกทางที่จะรักษาทั้งหมดไว้ได้ แต่เพราะมึงเลือกทางนี้ ต่อไปนี้...”

 

 

 

“.....”

 

 

 

“ไนท์เป็นของกู”

 

 

 

....

 

 

 

 

ที่_ไอซ์คลาสเซิล

 

 

 

 

“นั่งยิ้มอะไรอยู่คนเดียวครับ”

 

 

 

กราฟนั่งลงแล้วโอบไหล่ร่างบางเอาไว้

 

 

 

“หื้มมม”

 

 

 

เมื่อเด็กดื้อไม่ตอบ เค้าจึงหอมแก้มเธอไปฟอดใหญ่

 

 

 

ร่างบางหัวเราะคิกคักก่อนจะหันมาหาร่างสูง

 

 

 

“พี่กั๊ฟ”

 

 

 

“ครับ”

 

 

 

“ชื่อจริงของพี่พันน่ะ ดีเนอะ เรียกได้ทั้งสองแบบด้วย”

 

 

 

“ครับทั้งไมเคิลแล้วก็มิเชล”

 

 

 

“ความหมายก็ดีด้วย”

 

 

 

“ครับ เทวดา หรือว่าทูตบนสวรรค์”

 

 

 

“แต่ที่นี่ไม่ใช่สวรรค์”

 

 

 

“......”

 

 

 

“ที่นี่พื้นดิน”

 

 

 

“......”

 

 

 

“พี่กั๊ฟรู้มั้ย เทวดาตกสวรรค์จะกลายเป็นอะไร”

 

 

 

ร่างสูงส่ายหน้าก่อนถาม

 

 

 

“เป็นอะไรครับ”

 

 

 

ร่างบางยักไหล่

 

 

 

“อาจจะเป็นอะไรที่ร้ายเกินกว่าเราจะพูดถึง”

 

 

 

...

 

 

 

 

 

ที่_หลังตึก

 

 

 

 

 

พันไมล์พยักหน้าให้ลูกน้องพาคนทั้งหมดขึ้นรถ

 

 

 

เรเยสสั่งงานทันทีเพราะรู้ว่าพันไมล์ต้องการให้ส่งคนทั้งหมดไปที่ไหน

 

 

 

ร่างหนาหยิบมือถือเครื่องหรูโทรออกไปหาแฟนของน้องชาย

 

 

 

(หวัดดีครับพี่พัน)

 

 

 

“พี่ส่งคนไปให้”

 

 

 

(ครับ?)

 

 

 

ปลายสายแปลกใจที่พันไมล์ส่งของเล่นให้เค้า ถือเป็นครั้งแรกเลยก็ว่าได้

 

 

 

“พวกมันทำไนท์”

 

 

 

(เหี้ย)

 

 

 

“ทำมัน ให้เหมือนกับที่มันทำไนท์”

 

 

 

(ได้ครับ)

 

 

 

“แยม”

 

 

 

(ครับพี่)

 

 

 

“ช่วยทำให้พวกมันเจ็บ...เหมือนกับหัวใจพี่ที”

 

 

 

(ครับผม)

 

 

 

พันไมล์กดวางสายแล้วยกมือขึ้นมานวดขมับก่อนจะมองแจ้งเตือนในมือถือ

 

 

 

“เรเยส”

 

 

 

เสียงทุ้มเรียกเลขา

 

 

 

“ผมจะพาไนท์ไปหาหมอ”

 

 

 

“ครับท่าน”

 

 

 

พันไมล์บอกเลขาแล้วสูดกลิ่นบุหรี่ที่ติดเสื้อ

 

 

 

“แจ้งไปที่ยาไนบอกนายแม่ฤดีว่าเป็นคนของผม”

 

 

 

เค้าถอดสูทและเสื้อเชิ้ตออก รอรับเสื้อตัวใหม่จากเลขา จัดการกลิ่นบุหรี่ในปาก

 

 

 

“ครับท่าน”

 

 

 

ขาเรียวก้าวขึ้นบันไดพร้อมกับกดอ่านข้อความในมือถือ

 

 

 

 

....

 

 

 

 

ที่_หอพักนักศึกษาหลังมหาลัยชื่อดัง

 

 

 

 

มือเรียวรีบควานหาโทรศัพท์เมื่อลืมตาขึ้นมาแล้วไม่พบใครอยู่ในห้อง

 

 

 

 

(อีก 2 วัน เจอกันนะพันไมล์)

 

 

 

(คุณโยโกะคะหนูประสบอุบัติเหตุค่ะ ไปทำงานไม่ได้ ขอโทษด้วยนะคะ)

 

 

 

 

ข้อความที่พิมพ์ด้วยนิ้วที่สั่นเทาถูกกดส่งออกไปกับบุคคลสำคัญทั้งสองคน เธอต้องรีบบอกพันไมล์ก่อนที่คนพวกนั้นจะเข้ามา พันไมล์ต้องรู้แน่ เรื่องที่เกิดขึ้น แต่ไม่ใช่ตอนนี้ ร่างหนาไปทำงานและเธอไม่อยากทำให้เค้ากังวลใจ ยังมีเวลาอีกสองวันที่จะฟื้นฟูสภาพร่างกาย

 

 

ส่วนข้อความที่สอง เธอเพิ่งยกเลิกงานกับคุณโยโกะไปแบบไม่มีกำหนดเพราะร่างกายเธอตอนนี้คงไปใส่เสื้อผ้าสวยๆไม่ได้ และคงนั่งโพสท่าหรือยืนให้ช่างภาพถ่ายรูปสวยๆออกมาได้

 

 

 

ร่างบางงอตัวเพราะเจ็บปวดช่วงล่างที่ถูกกระทำมาอย่างหนักหน่วง

 

 

 

ครืดด ครืดด

 

 

 

มือถือเครื่องหรูที่มีรอยแตกร้าวสั่นอยู่ข้างหมอน มือเรียวของร่างบางหยิบมันขึ้นมาดูว่าใครเป็นคนโทรเข้ามา

 

 

 

พันไมล์~

 

 

 

น้ำตารื้นไหลออกมาโดยไม่รู้สาเหตุ เธอไม่คิดว่าร่างหนาจะโทรมา แค่เห็นชื่อของเค้า ความอบอุ่นที่พันไมล์ให้เธอก็หลั่งไหลถาโถม

 

 

 

ไนท์คว่ำมือถือลงแล้วหลับตา นึกถึงสถานที่พักใจ อกของพันไมล์อุ่นมาก น่าจะช่วยเธอให้หลุดพ้นความหนาวเย็นนี้ได้ แต่เค้าจะรับได้มั้ย สิ่งที่เกิดขึ้น

 

 

 

เค้าจะยังอยู่กับเธอหรือเปล่า?

 

 

 

 

มือถือยังคงสั่นไม่หยุด เหมือนกับความเจ็บช้ำที่เธอเพิ่งเจอราวกับจะตอกย้ำให้เธอนึกถึงสิ่งที่ผ่านมาเมื่อไม่กี่ชั่วโมงก่อน

 

 

 

ร่างบางตัดสินใจรับสายเมื่อมันยังคงสั่นไม่หยุด

 

 

 

(ไนท์ครับ)

 

 

 

“ไมล์”

 

 

 

(......)

 

 

 

“พันไมล์”

 

 

 

(เปิดประตูห้องให้พี่หน่อยครับ)

 

 

 

“คะ?”

 

 

 

(ลุกไหวมั้ย ถ้าไม่ไหวพี่จะเปิดเข้าไปเอง)

 

 

 

“พันไมล์ พูดอะไร”

 

 

 

(งั้นนอนเฉยๆนะครับ พี่กำลังจะเข้าไป)

 

 

 

“อย่า”

 

 

 

ร่างบางพยายามยันตัวเองขึ้นจากเตียง แต่เพราะความปวดช้ำที่เอวทำให้เธอปวดมากจนลุกไม่ขึ้น

 

 

 

แอ๊ดดด

 

 

 

ประตูห้องที่อยู่ฝั่งขวาของเธอเปิดออก พันไมล์เดินเข้ามาคนเดียว ไนท์เห็นว่าเรเยสเป็นคนเปิดประตูให้ แต่เลขาคนสนิทก็ปิดประตูลงเหลือเพียงร่างหนาที่เดินเข้ามาเพียงคนเดียวในห้อง

 

 

 

“ไนท์”

 

 

 

มือเรียวรีบยกผ้าห่มขึ้นมาบังร่างกายและใบหน้าของเธอทันที เหลือเพียงดวงตาที่บอบช้ำและน้ำใสที่เอ่อคลอ

 

 

 

ร่างหนาเบี่ยงสายตาหลบสภาพห้องที่เละเทะราวกับเพิ่งผ่านสงครามมา ถังขยะที่มีเศษถุงยางและน้ำคาวปะปนอยู่ บางอันอยู่ในถัง บางอันร่วงอยู่ที่พื้น กลิ่นที่ชวนคลื่นเหียนลอยคลุ้งเต็มไปหมด แต่เค้าต้องหันกลับมาเจอสภาพของร่างบางที่นอนอยู่บนเตียงยับยู่ยี่ โต๊ะข้างหัวเตียงที่มีเข็มฉีดยาที่ใช้แล้ว อุปกรณ์เสพยาหลายชนิดที่ถูกวางทิ้งไว้

 

 

 

Fuck!!

 

 

 

เค้าไม่รู้ว่าเธอโดนยาด้วย

 

 

 

พันไมล์นั่งลงบนเตียงข้างๆร่างบาง เค้ายกมือขึ้นลูบหัวคนอายุน้อยกว่า ที่มุดอยู่ในผ้าห่ม

 

 

 

“พี่”

 

 

 

ร่างหนาเห็นแค่ตาของไนท์โผล่ออกมาจากผ้าห่ม ใต้ตาช้ำน่าจะมาจากผ่านการร้องไห้มาอย่างหนัก ขอบเบ้าตาที่เริ่มเป็นสีม่วงนิดๆน่าจะมาจากคลิปที่ 3 ไนท์ของเค้าขัดขืนเลยโดนชก

 

 

 

“....”

 

 

 

พันไมล์ไม่จำเป็นต้องพูดอะไรก็เรียกน้ำตามากมายให้ไหลออกมาจากร่างบางได้ เธอมุดลงไปในผ้าห่ม แอบกลืนก้อนสะอื้นเพราะเริ่มหายใจไม่ออก พันไมล์เห็นแค่มือบางที่ขยำผ้าห่มจนยับยู่ยี่

 

 

 

“ไนท์”

 

 

 

“ฮึก แป๊บนึงค่ะพี่ “

 

 

 

ร่างหนาเห็นว่าเธอเข้าไปใต้ผ้าห่มนาน ก็ขยับเข้าไปใกล้ แล้วบอกว่า

 

 

 

“ขออุ้มนะครับ”

 

 

 

“คะ?”

 

 

 

เสียงสั่นตั้งคำถาม

 

 

 

“พี่จะพาไปหาหมอ”

 

 

 

ไนท์รีบโผล่หน้าออกมาจากผ้าห่ม

 

 

 

“มะ ไม่ หนูไม่ไป หนูไม่เป็นอะไร”

 

 

 

“แล้วร้องไห้ทำไมครับ”

 

 

 

“หนูแค่ไม่สบาย ปวดหัว ปวดตา ก็เลยร้องไห้”

 

 

 

“หรอครับ?”

 

 

 

“นอนพักสักสองวันก็หาย บอกคุณโยโกะแล้ว”

 

 

 

“เป็นไข้หรอครับ”

 

 

 

“ค่ะ พี่ไมล์อย่าเข้าใกล้หนูนะ เดี๋ยวติดหวัด”

 

 

 

“พี่แข็งแรง”

 

 

 

“คนแข็งแรงก็ติดหวัดได้”

 

 

 

ร่างบางใช้หลังมือปาดน้ำตาทิ้ง แต่ยังคงใช้ผ้าห่มบังร่างกายไว้ตามเดิม

 

 

 

มือหนาลูบหัวคนแกล้งป่วย สัมผัสอุ่นส่งตรงถึงหัวใจที่สภาพรุ่งริ่ง

 

 

 

“ไปหาหมอกันเถอะครับ”

 

 

 

“.....”

 

 

 

“พวกเชื้อโรค....มันไม่สะอาด”

 

 

 

พันไมล์หมายถึง เซ็กซ์ที่ไร้การป้องกัน คนเก่งของเค้าต้องผ่านนรกมาหลายขุมจากที่เค้าดู นรกแต่ละขุมก็โสมมเกินกว่าที่เธอจะเกลือกกลั้ว

 

 

 

ร่างหนาขยับขึ้นยืนเพื่อจะอุ้มร่างบาง

 

 

 

“พะ พี่ไมล์”

 

 

 

มือเรียวเอื้อมไปจับแขนเสื้อของร่างหนาเพื่อรั้งไม่ให้เค้าอุ้มเธอ

 

 

 

“ไม่ไปได้มั้ย? ขอร้อง”

 

 

 

พันไมล์มองมือที่ข้อพับมีจุดแดงๆและรอยรัดเหนือข้อศอก เค้ามองนิ่งจนร่างบางรีบปล่อยมือและชักมันกลับเข้าไปใต้ผ้าห่ม

 

 

 

“เชื่อพี่นะครับ”

 

 

 

พันไมล์ย่อตัวนั่งลงที่พื้น เค้าสอดมือเข้าไปใต้ผ้าห่ม ดึงมือเรียวออกมาจับ นิ้วโป้งวางลงบนข้อพับแขน

 

 

 

“พี่จะทำให้ไนท์สะอาด...ไม่ติดเชื้อโรค”

 

 

 

“ไมล์...หนูไม่อยากไป ขอร้องง”

 

 

 

ร่างบางพยายามอ้อนวอนร่างหนาเสียงสั่น เธอไม่สามารถให้ใครรู้ว่าเธอเพิ่งเจออะไรมา ยิ่งเป็นพันไมล์เธอยิ่งไม่อยากให้เค้ารู้

 

 

 

“ทำไมครับ”

 

 

 

“ไม่ถามนะ พันไมล์ไม่ถามไนท์นะคะ”

 

 

 

เสียงหวานอ้อนพร้อมน้ำตาคลอ

 

 

 

“ก็รู้ว่าพี่แพ้เราตอนอ้อน”

 

 

 

“หนูไม่อยากไป ไมล์อย่าพาไนท์ไปนะคะ”

 

 

 

“ครับ ไม่ไปโรงพยาบาล”

 

 

 

ร่างบางพยักหน้ารับ

 

 

 

ร่างหนาขยับใบหน้าไปข้างๆหูร่างบาง

 

 

 

“พี่จะล้างมันออกให้”

 

 

 

เสียงทุ้มบอกก่อนจะก้มลงจูบที่รอยเข็ม

 

 

 

“ไมล์...”

 

 

 

“ไม่ต้องกลัวนะครับ”

 

 

 

เค้าบีบเบาๆที่ต้นแขน จับมันกลับไปที่เดิมแล้วขยับตัวขึ้นไปนั่งบนเตียง พันไมล์ค่อยๆดึงไนท์เข้ามาในอก เค้าค่อยๆประคองเพราะกลัวว่าอ้อมแขนของเค้าจะทำให้เธอเจ็บ

 

 

 

“ฮืออๆๆ”

 

 

 

เสียงร้องแบบกลั้นเสียงดังอยู่ที่บ่าของเค้า

 

 

 

หัวใจของพันไมล์ก็สะอื้นตามเสียงสั่นนี้ มือหนาขยับแน่นขึ้นเมื่อไนท์ปล่อยมือจากผ้าห่มมากอดเค้า

 

 

 

เมื่อเสียงสะอื้นเบาลง เค้าจึงบอกคนในอ้อมแขนอีกครั้ง

 

 

 

“พี่จะอยู่กับไนท์...ไม่ต้องกลัวนะครับ”

 

 

 

ร่างหนาช้อนตัวร่างบางเข้ามาในอกทั้งๆที่ตัวของไนท์ยังคงมีผ้าห่มคลุมอยู่ เมื่อเดินออกมานอกห้องเรเยสก็จัดผ้าห่มให้ไม่รุ่มร่ามเพื่อพันไมล์จะได้ไม่สะดุดระหว่างเดิน

 

 

 

 

“เรียกนายแม่ไปที่.....”

 

 

 

ร่างหนาชั่งใจ เค้ากำลังเลือกสถานที่ที่เธออยู่แล้วสบายใจที่สุด

 

 

 

“บ้านลม”

 

 

 

ร่างหนาถอนหายใจ นายแม่ไม่ใช่คนที่ใครจะลากออกมาจากที่ของท่านได้

 

 

 

“ครับ ผมจัดการเอง”

 

 

 

“บอกเธอว่าผมขอร้อง”

 

 

 

“ครับ”

 

 

 

“เตรียมอุปกรณ์ตรวจสอบทั้งหมดไปที่นั่น ใช้ห้องเล็กใต้บันได”

 

 

 

“ครับ”

 

 

 

มือหนายกผ้าห่มที่มือร่างบางคลุมหัวแล้วจัดให้เธอซบลงบนอกเค้า

 

 

 

“พี่จะเดินเร็วหน่อย ไม่ต้องตกใจนะครับ อาจมีเสียงส้นเท้าจากพี่และคนของพี่ด้วย”

 

 

 

หัวของคนที่อยู่ในอกพยักหน้ารับเบาๆ

 

 

 

พันไมล์พยักหน้าให้ลูกน้องที่เหลือจัดการทุกอย่างในห้อง

 

 

 

ตึก ตึก ตึก

 

 

 

เสียงฝีเท้าของพันไมล์และเรเยสที่เร่งความเร็วเพื่อไม่ให้ร่างบางต้องทนอยู่ในนรกนี้นานกว่าเดิม เมื่อประตูรถปิดลง ไนท์ก็โผล่หน้าออกมาจากผ้าห่ม แต่มือบางยังคงวางอยู่ที่ต้นแขนของร่างหนา และหูของเธอก็ยังคงซบอยู่ที่อกกว้าง

 

 

 

แรงกระเพื่อมที่อกบ่งบอกว่าอัตราการเต้นของหัวใจนั้นรุนแรง พวกมันทำงานอย่างหนัก และมันก็ค่อยๆเบาลงเมื่อมือเล็กทาบทับ

 

 

 

“เราจะใช้เวลาอีกประมาณยี่สิบนาทีครับ พอถึงบ้านแล้ว จะมีคุณหมอที่เป็นผู้หญิงมาตรวจ”

 

 

 

“พี่..”

 

 

 

“บ้านเรามีอุปกรณ์ทางการแพทย์ครบครับ คุณหมอที่มาก็เป็นคนที่ไนท์ไว้ใจได้แน่นอน”

 

 

 

 

“คะ...ค่ะ”

 

 

 

 

“พี่จะอยู่ด้วยในทุกกระบวนการ ไม่ต้องกลัวนะครับ”

 

 

 

 

“หมายถึง”

 

 

 

“ตอนตรวจร่างกายของไนท์ พี่จะอยู่ด้วย”

 

 

 

“แต่”

 

 

 

“พี่เป็นห่วง”

 

 

 

“หนูอายพี่”

 

 

 

หลังมือของคนอายุมากกว่าลูบใบหน้าเปื้อนเศษเลือด

 

 

 

“พี่รอหน้าห้องก็ได้ครับ แต่อยากให้ไนท์รู้ไว้”

 

 

 

“คะ?”

 

 

 

“ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ไม่ว่าจะไนท์จะผ่านอะไรมา พี่จะอยู่กับไนท์เสมอ”

 

 

 

ร่างบางพยักหน้า

 

 

 

เสียงสะอื้นเฮือกเมื่อร่างบางรู้แล้วว่าพันไมล์น่าจะเดาเรื่องที่เกิดกับเธอได้

 

 

 

“วินอยากได้เงิน และทุกอย่างมันก็เกิดขึ้น”

 

 

 

“คิดว่าเรื่องนี้คนผิดคือใคร”

 

 

 

“ตัวหนูเอง”

 

 

 

“ทำไมล่ะ”

 

 

 

“เพราะหนูเป็นคนไม่ดี”

 

 

 

“ไม่ดียังไงครับ”

 

 

 

ร่างบางส่ายหน้าในอกร่างหนา

 

 

 

“หนูพยายามแล้ว พยายามเป็นคนดีแบบที่พ่อสอน ดูแลทุกอย่างในบ้าน ดูแลชีวิตตัวเอง หนูพยายามเป็นคนซื่อสัตย์ แต่หนูก็ทำไม่ได้ นี่คือผลที่หนูทำ”

 

 

 

“......”

 

 

 

“วินขายหนูให้พวกเพื่อน ทั้งๆที่พวกเราก็สนิทกัน หนูรู้จักเพื่อนวินก่อนที่จะรู้จักวินอีก ทะ ฮึกก ทำไมพวกมันถึงทำกับหนูแบบนี้ ฮือๆ”

 

 

 

ร่างบางละล่ำละลักบอกทั้งๆที่กำลังร้องไห้

 

 

 

“คนเก่งของพี่ หนูซื่อสัตย์กับตัวเองแล้วครับ อย่าโทษว่าเป็นความผิดของหนูเลย คนพวกนั้นต่างหากที่ผิด”

 

 

 

“....”

 

 

 

“ต่อไปนี้ไม่ต้องเป็นคนดีมาก ไม่ต้องพยายามอะไร แค่เป็นไนท์...ที่เป็นคนเก่งของพี่ก็พอ”

 

 

 

ร่างหนาใช้หลังมือวางลงบนรอยช้ำที่หลังคอ มีบาดแผลเล็กๆอยู่ตรงข้างแก้มนวล ดูจากปากแผลน่าจะมาจากคัตเตอร์ที่ถูกเอามาขู่ให้เธอไม่ขยับเขยื้อน รอยยาวไม่ลึกมาก หากตกสะเก็ดก็อาจจะเป็นเส้นขาวๆตัดกับผิวสีน้ำผึ้งของคนในวงแขนเค้า

 

 

 

ดวงตาที่ฉ่ำไปด้วยรอยช้ำและน้ำตามองขึ้นไปหาพันไมล์

 

 

 

“พี่ไมล์”

 

 

 

“หื้มม”

 

 

 

เสียงทุ้มขานรับ

 

 

 

“อลิซถ่ายคลิปเอาไว้ด้วย หนูจะทำยังไงดี ถ้าคลิปถูกปล่อย หนูต้องถูกไล่ออกแน่ๆ หนูยังอยากเรียน ยังอยากทำงานอยู่”

 

 

 

ร่างหนารอให้ร่างบางพูดจบ

 

 

 

“แค่สองอย่างหรอครับ”

 

 

 

“คะ?”

 

 

 

“อยากทำแค่สองอย่างหรอครับ เรียนกับทำงาน“

 

 

 

“ต้องหาเงินเยอะๆมาให้พี่พัน”

 

 

 

“.....”

 

 

 

“หนูต้อง ฮึกกก”

 

 

 

ร่างบางสะอื้นเฮือกเมื่อมองหน้าพันไมล์ไปด้วยพูดไปด้วย

 

 

 

“อยากทำงานก็ทำครับ อยากเรียนก็เรียน ส่วนเรื่องคลิป เดี๋ยวพี่จัดการให้”

 

 

 

“พี่ไมล์”

 

 

 

“อย่าเพิ่งคิดอะไร คิดแค่ตอนนี้พี่จะพาไปอาบน้ำ เพื่อร่างกายของไนท์นะครับ”

 

 

 

ร่างบางเช็ดน้ำมูกแล้วมองหน้าพันไมล์

 

 

 

“ถ้าอยากทำงานก็ต้องดูแลร่างกายให้ดี ต่อไปนี้...”

 

 

 

ร่างหนาชั่งใจก่อนพูด

 

 

 

“พี่จะไม่ให้ไนท์เป็นหวัดอีกแล้วครับ”

 

 

 

น้ำตาของร่างบางไหลออกมาเหมือนว่ามันจะไม่มีวันหยุด

 

 

 

“เข้าใจนะครับ”

 

 

 

“ค่ะ..ฮืออ เข้าใจแล้วค่ะ”

 

 

 

....

 

 

 

ที่_หน้าห้อง

 

 

 

การ์ดตัวใหญ่และพ่อบ้านช่วยกันจัดเตรียมเครื่องมือตามคำสั่ง พวกเค้าเตรียมอุปกรณ์ทางการแพทย์ไว้ครบครัน ราวกับยกห้องฉุกเฉินมาตั้งไว้ในบ้านสวน ตัวบ้านเรียบรื่นสุขสงบผิดกับในตัวบ้านที่เหล่าผู้ดูแลกำลังวิ่งวุ่นเช็คอุปกรณ์ให้พร้อมสำหรับการใช้งาน

 

 

 

“ท่านถึงหน้าประตูใหญ่แล้ว”

 

 

 

เสียงเรียบรายงาน พร้อมกับการสลายตัวของเหล่าพ่อบ้านเหลือเพียงเดดอายส์กลุ่มใหญ่เท่านั้น

 

 

 

ประตูรถเปิดออก ร่างหนาอุ้มร่างบางเข้าอกเพื่อพาเธอไปยังสถานที่ที่ถูกเตรียมไว้ ห้องฉุกเฉินที่ควรสว่างถูกปรับสีตามความชอบของนายหญิง

 

 

 

รอไม่นานคนตรวจสอบก็มาถึง

 

 

 

“พี่ไปรอข้างนอกนะครับ”

 

 

 

ร่างบางพยักหน้าแล้วหลับตาลง ไม่ทันเห็นมือหนาที่กำลังสั่นเมื่อเห็นผู้เข้ามาใหม่

 

 

 

“นายแม่ สวัสดีครับ”

 

 

 

พันไมล์ยกมือขึ้นไหว้ผู้เข้ามาใหม่

 

 

 

“ผมฝากด้วยครับ”

 

 

 

คนรับฝากกุมมือหนาเอาไว้ เธอทำเพียงพยักหน้า

 

 

 

เลขาคนสนิทยื่นกาแฟสีเข้มให้มือเรียวรับ

 

 

 

กระบวนการตรวจสอบกินเวลายาวนานนับชั่วโมง มีเพียงคุณหมอคนเดียวที่ร่างบางให้เข้าไป แม้แต่พันไมล์ก็ต้องยืนรอข้างนอก

 

 

 

เลขาคนสนิทและเดดอายส์เริ่มหายใจไม่ทั่วท้องเมื่อเจ้านายนั่งนิ่งราวกับไม่หายใจ

 

 

 

แกร๊ก

 

 

 

ประตูห้องเปิดออก

 

 

“จะแจ้งอาการ อย่าขัด เพราะพี่ไม่ได้นอนมาสามวันแล้วและหิวมาก ถ้าพูดมากจะโดนแดกไม่รู้ตัว”

 

 

 

“ครับ”

 

 

 

“ฉีดยาคลายเครียดทำให้พักผ่อนแล้ว สารเสพติดอีกชั่วโมงนึงรอผลเลือดออก รอยฟกช้ำตามร่างกายมีรอบตัว ท้ายทอยกับช่องท้องมากหน่อย ไม่ถึงภายในแต่จะรอดูอาการก่อน ไม่มีแผลที่ต้องเย็บยกเว้นข้างแก้ม เลือดแข็งตัวแต่รอยแผลลึกต้องเย็บ 2 เข็ม ไม่มีร่องรอยการข่มขืน”

 

 

 

ร่างหนาแปลกใจ

 

 

 

“คนไข้เกิดสภาวะPenis Captivus ทำให้ไม่สามารถสอดอวัยวะเพศเข้าไปได้ แต่ยังมีรอยช้ำภายนอก รอยบวมแดง เกิดจากการพยายามยัด พี่ฉีดยาขยายมดลูกให้แล้วเพื่อลดอาการเกร็งและปวดช่วงท้อง”

 

 

 

“ขอบคุณครับ”

 

 

 

“เหตุการณ์เป็นยังไง”

 

 

 

“....”

 

 

 

“พี่ต้องรู้เพราะหลังจากนี้คนไข้อาจต้องพบจิตแพทย์เพื่อวิเคราะห์ผลข้างเคียง”

 

 

 

“ถูกเพื่อนกับคนรักหักหลัง ถูกถ่ายคลิป เพื่อนอีกสามคนรุมเธอ”

 

 

 

คนได้ฟังถึงกับถอนหายใจเฮือกใหญ่

 

 

 

“คนไข้ใจสู้มากนะ เธอเก่งมาก ตรงแขน ข้อศอก และบริเวณแผ่นหลังมีร่อยรอยการต่อสู้ขัดขืน เธอพยายามปกป้องตัวเอง”

 

 

 

“ครับ ไนท์เก่ง”

 

 

 

“หลังจากคนไข้ตื่นพี่จะประเมินอาการให้ ว่าต้องใช้จิตแพทย์เลยหรือเปล่า”

 

 

 

“ครับ ขอบคุณครับ”

 

 

 

“ทำแผลเรียบร้อย แปะพลาสเตอร์กันน้ำแล้ว คนไข้อาบน้ำได้ แต่แค่ชำระร่างกายนะ ไม่อยากให้อาบนาน นายจะทำเองใช่มั้ย?”

 

 

 

“ครับ”

 

 

 

“คนไข้หลับไปแล้วนะ จะทำเลยก็ได้ เธอจะได้สบายตัว”

 

 

 

“ครับ”

 

 

 

“ต้องมีผู้ช่วยนะ รอยช้ำมันจะระบม เวลาอาบให้ทำเบาที่สุดเท่าที่จะทำได้ แผลฟกช้ำจะระบมพี่กลัวคนไข้จะหลับไม่สนิท”

 

 

 

“เสร็จแล้วก็ให้เธอพักผ่อนนะ พรุ่งนี้พี่จะเข้ามาดูแลเอง”

 

 

 

“ขอบคุณครับ”

 

 

 

เสียงสั่นตอบเบา

 

 

 

ฤดีเดินมากอดพันไมล์

 

 

 

“เธอไม่เป็นไรพันไมล์”

 

 

 

“....”

 

 

 

เธอลูบหัวร่างหนา

 

 

 

“ขอบคุณครับนายแม่”

 

 

 

.

 

 

.

 

 

.

 

 

 

ที่_อ่างอาบน้ำ

 

 

 

นิ้วเรียวจุ่มน้ำเพื่อวัดอุณหภูมิ ทดสอบความอุ่นที่ไม่มากไปและไม่เย็นเกินไป พันไมล์เลือกจะให้ร่างบางอาบน้ำบนเตียงนอน โดยใช้ผ้าผืนนิ่มทำความสะอาดให้เธอ

 

 

 

ร่างหนาบรรจงทำความสะอาดทุกซอกมุมเพื่อให้ร่างบางสบายตัวและขจัดสิ่งสกปรกออกไป โดยมีเลขาคนสนิทของเค้าและเดดอายส์คนสนิทของร่างบางคอยช่วยเหลืออยู่ห่างๆ

 

 

 

น้ำอุณหภูมิเกือบอุ่นถูกเปลี่ยนรอบที่สี่ ผ้านิ่มถูกเปลี่ยนผืนที่สิบสาม ผู้ชายสามคนกับก้อนความโศกเศร้ามหาศาลที่ต้องกล้ำกลืนลงไปเพื่อเก็บเอาไว้ไม่ให้สะเทือนออกมาขัดเวลาพักผ่อน

 

 

 

รอยช้ำที่ขึ้นสีม่วงสลับเขียวจนน่ากลัว

 

 

 

น่ากลัวว่าคนที่เคยมีผิวเรียบเนียนนี้จะเจ็บปวดเมื่อตื่นขึ้นมา

 

 

 

พวกเค้าใช้เวลาไม่นานไปกว่าที่คิด แม้จะต้องถนอมร่างบอบบางนี้ไว้ แต่ก็ต้องไม่ให้เธอเผยเนื้อหนังท้าอากาศนานเกินความจำเป็น ผ้าเนื้อดีจึงถูกแทนที่ผิวเปลือยในเวลาที่พอเหมาะและสมควรแก่เวลา

 

 

 

...

 

 

 

 

ที่_บนเตียง

 

 

 

สายลมอ่อนๆแวะมาทักทายแก้มนุ่ม เปลือกตาสวยขยับลืมอย่างช้าๆเพราะความเจ็บบริเวณใบหน้า

 

 

 

“ไง”

 

 

 

เสียงทักทายของคนที่ไม่ได้นอนมาทั้งคืนดังอยู่ข้างเตียง

 

 

 

ไม่ต้องเสียเวลาเดาเธอก็รู้ว่าเป็นใคร

 

 

 

พันไมล์ไม่สามารถข่มตาให้หลับลงได้ และใช้เวลานานกว่าร่างกายจะยอมกระพริบตาสักครั้ง เค้าเฝ้ามองราวกับว่าร่างเธอจะปลิวสลายไปกับสายลม

 

 

 

“พันไมล์”

 

 

 

เสียงหวานถามแผ่ว

 

 

 

“ครับ”

 

 

 

“ไกลมั้ย?”

 

 

 

คำถามมาพร้อมกับความกังวลใจ

 

 

 

พันไมล์ไกลมากถ้าวัดเป็นหน่วยระยะทาง เธอถามหาโดยไม่กล้าเดาคำตอบ แม้จะเชื่อใจผู้ให้หนักหนา แต่ก็อดใจหายไม่ได้ หากต้องอยู่ไกลกับเค้าเข้าจริงๆ

 

 

 

ถ้าต้องห่างกันไป

 

 

 

ถ้าถูกผลักไสออกไป

 

 

 

ถ้าความรู้สึกของพันไมล์ตอนนี้

 

 

 

ไกลเหมือนชื่อ.....

 

 

 

“………”

 

 

 

“พันไมล์ไกลแค่ไหน”

 

 

 

เสียงสั่นถามด้วยความกังวล

 

 

 

“พันไมล์ไม่ไกลครับ พันไมล์อยู่ข้างๆไนท์”

 

 

 

คำตอบมาทันที

 

 

 

ผู้ให้ไม่ทำให้เธอรอ

 

 

 

“ทำไมพันไมล์ยังอยู่”

 

 

 

น้ำสีใสไหลริน เพราะความกังวลใจที่ถูกปลดเปลื้องไปภายในเสี้ยววินาที หากแต่เธอยังคงกังวล

 

 

 

คนแบบเธอไม่เคยมีค่าเลย และวันนี้มันก็แหลกสลายไปแล้ว ตัวเธอ ชีวิตเธอ ไม่เคยมีค่าเลยสักนิด

 

 

 

ไม่มีคำตอบนอกจากหลังมือที่ปาดน้ำตาให้เธอ

 

 

 

“ทำไมพันไมล์ถึงยังอยู่”

 

 

 

อกเล็กกระเพื่อมเพราะแรงสะเทือนของหัวใจ ร่างบางร้องไห้เสียงเบาพร้อมกับคำถามที่ถูกริมฝีปากอุ่นปิดเป็นคำตอบ

 

 

 

พันไมล์กอบเศษอารมณ์ที่ลอยเคว้งให้กลับมาอยู่ที่เดิม เสียงสะอื้นเงียบหาย นิ้วเรียวเกลี่ยน้ำตาออกจากใบหน้าสวย แล้วจุมพิตไปที่เปลือกตา

 

 

 

 

“เพราะพันไมล์เป็นของไนท์ จะให้พันไมล์ไปไหนล่ะครับ”

 

 

 

“ไนท์ไม่คู่ควร ไม่เคยคู่ควร”

 

 

 

“Don’t think too much,sweetheart”

 

 

 

“สวีทฮาร์ทเลยหรอ ไนท์ไม่เหมาะเลย”

 

 

 

“ผ้าห่มหนาไปหรือเปล่า ไนท์ร้อนมั้ยครับ ไนท์ไม่ชอบอากาศร้อนนี่นา”

 

 

 

ร่างหนาเปลี่ยนเรื่อง

 

 

 

“พี่...”

 

 

 

พันไมล์ลูบหัวร่างบาง

 

 

 

“ที่ตั้งใจจะไปคุย ได้คุยกันหรือเปล่า”

 

 

 

ไนท์พยักหน้า

 

 

 

“เลิกกันแล้วใช่มั้ยครับ”

 

 

 

“ค่ะ”

 

 

 

“ดีแล้ว”

 

 

 

“พี่....”

 

 

 

สายตาห่วงใยมองมาที่เธอ

 

 

 

นิ้วเรียวปาดน้ำตาก่อนที่จะมอบยิ้มแสนอบอุ่นให้

 

 

 

“อยากไปทำธุระในห้องน้ำมั้ยครับ พี่พาไป”

 

 

 

ใบหน้าสวยพยักรับเบาๆ

 

 

 

“พี่”

 

 

 

“ครับ”

 

 

 

“หนูปวดท้อง”

 

 

 

“ตรงส่วนไหนครับ”

 

 

 

“ท้องน้อยค่ะ”

 

 

 

“ตรงนั้นยังปวดอยู่มั้ย”

 

 

 

ร่างบางทำท่าคิด

 

 

 

พันไมล์เลื่อนมือไปวางไว้บนเนินเนื้อ

 

 

 

“ปวดมั้ยครับ”

 

 

 

“ไม่ค่ะ ปวดฉี่มากกว่าอีก”

 

 

 

“งั้นพี่พาไปห้องน้ำครับ”

 

 

 

ตัวเล็กพักอยู่ในอกอุ่น ร่างหนาอุ้มไนท์เข้าอก

 

 

 

“หนูเดินเองได้นะคะพี่”

 

 

 

“ให้พี่ทำให้นะครับ”

 

 

 

“ค่ะ”

 

 

 

พันไมล์หันไปมองที่เตียงเพราะสังเกตุเห็นจุดสีแดงที่อยู่บนผ้าปูที่นอน

 

 

 

“ไม่เจ็บแต่ปวดท้องน้อยใช่มั้ยครับ”

 

 

 

“ค่ะ”

 

 

 

ร่างบางนั่งลงบนชักโครก

 

 

 

“น่าจะเป็นประจำเดือนนะครับ ลองเช็คดู”

 

 

 

ไนท์ล้วงมือเข้าไปจับบริเวณด้านในของเธอ

 

 

 

“อ่าา จริงๆด้วย”

 

 

 

พันไมล์เดินไปที่ห้องแต่งตัว เค้าหยิบชั้นในกับผ้าอนามัยมาให้ร่างบาง

 

 

 

“พี่เพิ่งเช็ดตัวให้ไนท์ไปเมื่อไมชั่วโมงที่แล้ว ยังไม่ต้องอาบน้ำนะครับ แค่เปลี่ยนเสื้อผ้าก็พอ”

 

 

 

“ค่ะ”

 

 

 

สบู่อนามัยสำหรับจุดซ่อนเร้นถูกยื่นใส่มือร่างบาง

 

 

 

ไนท์ล้างทำความสะอาด ใส่ผ้าอนามัยแล้วยืนขึ้น พันไมล์ช่วยไนท์กดชักโครก แล้วยื่นแปรงสีฟันที่เค้าใส่ยาสีฟันเตรียมไว้ให้

 

 

 

ไนท์มองตัวเองในกระจก แล้วหันไปหาพันไมล์น้ำตาคลอ

 

 

 

“แผลนิดเดียวครับ เดี๋ยวก็หาย”

 

 

 

“.....”

 

 

 

“ไนท์ของพี่ยังเป็นไนท์เหมือนเดิม”

 

 

 

“.....”

 

 

 

“ไม่มีอะไร หรือใคร ทำให้เปลี่ยนไปสักนิด”

 

 

 

มือเรียวยกขึ้นมาจับแผลที่ข้างแก้ม ข้างปากที่มีรอยช้ำ เธอขยับปากเพื่อจะแปรงฟันแต่ก็ต้องหุบลงเพราะเห็นภาพที่ตัวเองถูกบังคับให้อมสิ่งโสโครกนั่น

 

 

 

“เพื่อนเหี้ย”

 

 

 

ร่างบางงึมงำ

 

 

 

“พวกมันต้องเข้าคุก หนูจะเอาพวกมันเข้าคุก”

 

 

 

ตาแดงกล่ำมองร่างหนาผ่านกระจก

 

 

 

“พี่จะจัดการให้”

 

 

 

“แต่ตามกฎหมายก็คงติดคุกแค่ไม่กี่ปี”

 

 

 

“ไนท์อยากให้พี่ทำยังไงกับพวกมันครับ บอกพี่”

 

 

 

เสียงอบอุ่นมาพร้อมกับวงแขนแข็งแรง โอบกอดหัวใจที่สั่นไหวให้ร่างสวยพักพิง

 

 

 

“มีที่ที่พวกมันจะทรมานเหมือนกับที่มันทำกับไนท์”

 

 

 

เธอรู้ว่ามันคือที่ไหน

 

 

 

บ้านของเล่นที่เหล่าผู้เล่นจะได้เล่นสนุกแบบไม่ลืมหูลืมตา พวกมันจะได้ทรมานให้สาสมกับสิ่งที่เธอโดนกระทำ

 

 

 

“ให้ตำรวจจัดการเถอะค่ะ”

 

 

 

เสียงหวานตอบด้วยสีหน้ามั่นคง

 

 

 

“ได้ครับ”

 

 

 

ร่างหนาตอบทันที เพราะเป็นความต้องการอันแน่วแน่ของเธอ ไม่มีทางที่เค้าจะปฏิเสธ

 

 

 

พันไมล์ปล่อยร่างบางให้เป็นอิสระเพื่อที่เธอจะได้ล้างหน้าแปรงฟันได้สะดวก

 

 

 

“หิวมั้ยครับ”

 

 

 

พันไมล์ถามเมื่อเห็นไนท์ใส่ชุดที่เค้าเตรียมไว้ให้เรียบร้อยแล้ว

 

 

 

“ไม่ค่ะ”

 

 

 

“ทานขนมปังสักแผ่นได้มั้ยครับ มียาหลังอาหาร”

 

 

 

“คะ?”

 

 

 

“ลดอาการหดเกร็งครับ ร่างกายไนท์ เอ่ออ ภายใน”

 

 

 

“ได้ค่ะ”

 

 

 

.

 

 

 

.

 

 

 

.

 

 

 

 

 

 

ที่_โต๊ะอาหารกลางวัน

 

 

 

 

 

“พี่ไนท์เป็นไงบ้างครับ”

 

 

 

“หลับอยู่ มีปวดท้องหน่วงๆ”

 

 

 

“เยอะมั้ย ผมจะได้บอกนายแม่”

 

 

 

ฟาร์รีบถาม

 

 

 

“แค่ปวดท้องประจำเดือนน่ะ”

 

 

 

“อ่อ”

 

 

 

พันไมล์ตักข้าวกินแล้วเคี้ยวอย่างช้าๆ

 

 

 

“พวกมันเป็นไง”

 

 

 

“ส่งเรื่องให้พ่อไม้แล้วครับ หลักฐานด้วย แต่ยังไงพี่ไนท์ก็ต้องไปชี้ตัวนะครับ”

 

 

 

“อืมม”

 

 

 

“สภาพเละนิดนึงนะครับ แยมมือหนักไปหน่อย”

 

 

 

“ไม่เป็นไร แล้วผู้หญิงล่ะ”

 

 

 

“ก็พอกันครับ”

 

 

 

“อืม งั้นส่วนที่เราทำก็บอกเค้าไปตรงๆ จะพลิกยังไงก็ถามคุณอาด้วย”

 

 

 

“ได้ ผมจัดการให้”

 

 

 

“ฝากหน่อยนะ พี่อยากอยู่กับไนท์”

 

 

 

“ไม่ต้องคิดมาก”

 

 

 

น้องชายลุกขึ้นจูบหน้าผากให้กำลังใจพี่ชาย

 

 

 

“ส่วนหลักฐานต้องรอให้เรื่องจบถึงจะทำลายได้นะครับ”

 

 

 

“อืมม”

 

 

 

“ผมจะคอยดูให้ ไม่มีหลุดแน่นอนครับ”

 

 

 

“ฝากด้วย”

 

 

 

“ครับ เอ้อ สโนว์ขอมาเยี่ยมนะพี่”

 

 

 

“รอก่อนดีกว่า พี่คิดว่าไนท์ยังไม่พร้อม น่าจะรอสักหน่อย”

 

 

 

“ผมจะบอกสโนว์ให้”

 

 

 

“ไม่เป็นไรเดี๋ยวพี่บอกเอง”

 

 

 

มือหนาหยิบมือถือขึ้นมาเพื่อส่งไลน์หายัยเด็กแสบ เมื่อปลดล็อคก็เห็นรูปพักหน้าจอ

 

 

 

 

ไนท์~

 

 

 

ในรูปเธอตาคม คิ้วสวย เค้าชอบมองเธอ ทั้งในรูปและตัวจริง เค้าสามารถนั่งมองเธอได้ทั้งวัน มองทุกอย่างที่เป็นเธอ

 

 

 

กดเข้าแอปพลิเคชั่นสีเขียวบอกยัยเด็กแสบว่าเค้าขอเวลาให้ไนท์ได้พักผ่อนต่ออีกหน่อย อาจจะสักวัน สองวัน หรือมากกว่านั้น

 

 

 

 

เวลาอาหารเที่ยงจบลงที่น้องชายขอไปต่อที่บ้านของเล่น เค้าจึงเดินขึ้นมาที่ห้องนอน เรเยสลุกขึ้นจากเก้าอี้หน้าห้องเมื่อเห็นว่าเจ้านายมาแล้ว

 

 

 

“นายหญิงยังหลับอยู่ครับ เธอขอถุงน้ำร้อนเพื่อประคบท้อง พึ่งจะเริ่มประคบไปเมื่อสักครู่ อีกหนึ่งชั่วโมงผมจะให้แม่บ้านเอาถุงใหม่มาให้ ขอตัวไปเช็คเอกสารให้ท่านต่อนะครับ”

 

 

 

“ครับ”

 

 

 

ร่างหนารับคำก่อนเดินเข้ามาในห้อง

 

 

 

วันนี้เค้ามองเธอนอนบนเตียง และคงเป็นแบบนี้ต่อไปอีกหลายวัน

 

 

 

“พันไมล์”

 

 

 

“ครับ”

 

 

 

“ปวดท้องจัง”

 

 

 

มือบางขยับถุงน้ำร้อน

 

 

 

“เวลาเป็นประจำเดือน หนูจะลุกไม่ขึ้น แต่โชคดีที่ไม่ปวดหัว”

 

 

 

“ครับ”

 

 

 

ร่างหนามองคนที่นอนอยู่บนเตียงด้วยสีหน้ากังวล

 

 

 

“เป็นแค่ช่วงสองวันแรกค่ะ เป็นทุกครั้งจนชินแล้ว”

 

 

 

พันไมล์คำนวณระยะเวลาในหัว

 

 

 

“เดือนที่แล้วไนท์ไม่ได้เป็นนี่ครับ”

 

 

 

“ประจำเดือนหนูมาไม่ค่อยปกติ มาเดือนเว้นสองเดือนแบบนี้ประจำเลย”

 

 

 

“แบบนี้เรียกว่าผิดปกตินะครับ แม่พี่เป็นทุกเดือน ไนท์เคยตรวจหรือยังครับ”

 

 

 

“อืมม เคยปรึกษาแพทย์ค่ะ อาจจะเป็นเพราะน้ำหนักหนูที่น้อยแล้วก็เปลี่ยนจากทานยาคุมแบบเม็ดเป็นแบบฉีด”

 

 

 

“เกี่ยวหรอครับ”

 

 

 

“ค่ะ ตัวที่หนูฉีดเป็นแบบฮอร์โมนเดี่ยว ฉีดทุก 3 เดือน หมอบอกว่าขาดประจำเดือนเป็นภาวะปกติสำหรับผู้ที่ฉีดยาคุมฮอร์โมนเดี่ยวค่ะ”

 

 

 

“อ่อ ครับ”

 

 

 

“ถึงหนูจะฉีดยาคุม และมีเซ็กส์แบบไม่ป้องกันกับวิน แต่หนูก็ตรวจโรคทุกเดือน เพิ่งตรวจก่อนเจอพันไมล์”

 

 

 

“ไนท์บอกพี่แล้ว”

 

 

 

“กลัวพี่ลืม”

 

 

 

“ไม่ลืมครับ อะไรที่ไนท์บอก พี่ไม่เคยลืม”

 

 

 

“อื้มม”

 

 

 

ถุงน้ำร้อนถูกขยับไปมา

 

 

 

“ถ้าใช้นิ้ววนรอบสะดือจะหายปวดนะครับ”

 

 

 

ร่างบางขยับนอนหงายตามมือร่างหนา

 

 

 

พันไมล์ยกถุงน้ำร้อนออก เค้ายกชายชุดนอนขึ้น เอาผ้าห่มปิดส่วนสงวน แล้ววางมือลงบนหน้าท้องแบน

 

 

 

“พี่รู้ได้ไงคะ?”

 

 

 

พันไมล์เริ่มวนตามเข้มนาฬิกา

 

 

 

“เคยดูแลคุณย่าครับ ท่านปวดท้องบ่อย แต่พี่ไม่รู้ว่าปวดประจำเดือนจะได้ผลมั้ย”

 

 

 

“หนูไม่อยากนอนหงาย มันไม่สบายตัว”

 

 

 

“หรอครับ งั้นขยับในท่าที่ไนท์ชอบดีกว่า”

 

 

 

ร่างบางตีแปะไปที่หมอน

 

 

 

“อยากนอนแขนพี่พัน”

 

 

 

ร่างหนารีบเอนตัวลง

 

 

 

“อือ”

 

 

 

ไนท์นอนหนุนแขนตะแคงหันหลังให้ร่างหนา ใช้หลังสัมผัสไออุ่นจากอกกว้าง มือเรียวกอดถุงน้ำร้อนเอาไว้

 

 

 

“สบายจัง”

 

 

 

“.....”

 

 

 

“พี่อย่าเพิ่งขยับนะ”

 

 

 

“ได้ครับ”

 

 

 

ร่างหนาแข็งทื่อตามคำสั่ง

 

 

 

เค้าหยิบมือถือขึ้นมาเมื่อมันสั่น กลัวว่าคนนอนหนุนแขนจะรำคาญ

 

 

และเพราะว่ามีมือเดียว เค้าจึงทำได้เพียงอ่านข้อความของเพื่อนที่ไหลเข้ามาเรื่อยๆ ทุกข้อความบอกถึงความห่วงใยและพร้อมยื่นมือเข้ามาช่วยถ้าหากมีอะไรให้พวกเค้าทำ

 

 

 

พันไมล์มองคนในอ้อมแขนอีกครั้ง

 

 

 

.

 

 

.

 

 

.

 

 

.

 

 

 

 

จอมปีศาจมองความมืดของเค้า เธอนอนตัวเล็กอยู่ในอ้อมอก แขนเรียวดูแสนบอบบาง แค่เค้าคิดจะจับก็เหมือนว่าร่างกายนี้จะแตกสลายได้เลย ผิดกับหัวใจของเธอที่หนักแน่นราวกับไฮเปอร์ไดมอนด์ มันแข็งแกร่งเสียจนเค้าคิดไม่ถึง และแน่นอนว่าเค้าอยากที่จะอยู่แบบนี้

 

 

 

 

แจ้งเตือนยังคงมี เพราะการพูดคุยเปลี่ยนเป็นโปรแกรมเที่ยวในสถานที่ต่างๆที่ความมืดของเค้าน่าจะชอบ หรืออยากไป

 

 

 

 

เพราะมุมมองที่แคบและอกที่ใกล้ชิดทำให้จอมปีศาจได้ยิน

 

 

 

 

เสียงสะอื้น~

 

 

 

 

“ไนท์”

 

 

 

 

ไร้เสียงตอบกลับ

 

 

 

 

“ถ้าปวดมาก ทานยาแก้ปวดท้องมั้ยครับ”

 

 

 

 

“ไม่เป็นไรค่ะพันไมล์”

 

 

 

 

แขนแกร่งโอบกระชับให้ทั้งสองคนแนบแน่นยิ่งกว่าเดิม

 

 

 

 

“แล้วร้องไห้ทำไมครับ บอกพี่ได้มั้ย?”

 

 

 

 

มือบางยกขึ้นมาทาบอกของตัวเอง เธอขยำมันเต็มแรง

 

 

 

 

“หนูไม่รู้ว่าทำไมถึงร้อง หนูไม่ได้รู้สึกอะไรเลย จริงๆนะคะ”

 

 

 

 

“อาจเป็นเพราะฮอร์โมนในช่วงมีประจำเดือนก็ได้ครับ พักผ่อนนะครับ”

 

 

 

 

“ค่ะ”

 

 

 

 

น้ำตาของความมืดยังคงไหลแม้ว่าเธอจะปิดเปลือกตาลงแล้ว

 

 

 

 

“ไม่ต้องกังวล พี่จะไม่ไปไหน แล้วก็ไม่มีใครทำอะไรไนท์ได้อีกแล้ว”

 

 

 

 

“.......”

 

 

 

 

“พันไมล์เป็นคนเดิมนะครับ”

 

 

 

 

“......”

 

 

 

 

“เป็นของไนท์เหมือนเดิม”

 

 

 

 

“.....”

 

 

 

 

“ไนท์ก็ยังเป็นไนท์คนเดิมนะครับ”

 

 

 

“......”

 

 

 

มือเรียวขยับจับมือหนา

 

 

 

 

“ไนท์เป็นของพันไมล์หรือเปล่าคะ?”

 

 

 

 

เสียงหวานถามราวกระซิบ

 

 

 

 

“ครับ เป็นของพันไมล์”

 

 

 

 

“เป็นของกันและกัน...”

 

 

 

“ตลอดไปเลยมั้ยคะ?”

 

 

 

“ไม่ครับ”

 

 

 

เสียงทุ้มกระชับกอดก่อนกระซิบ

 

 

 

“ไม่ตลอดไป แต่จะไม่มีวันเปลี่ยน”

 

 

 

“.....”

 

 

 

“พันไมล์จะเป็นของไนท์...นานเท่าที่พันไมล์มีลมหายใจอยู่”

 

 

 

 

นิ้วเรียวยกมือเจ้าของอ้อมกอดอุ่นขึ้นมา เธอบรรจงจูบแผ่วเบา

 

 

 

....

 

 

 

 

คำพรรณามากมายราวกับขับกล่อมให้ความมืดอุ่นใจในห้วงนิทรา จอมปีศาจมอบกอดอันแสนหวาน และลมหายใจอุ่นให้เธอครอบครอง เสียงทุ้มขจัดฝันร้ายและยังอยู่กับเธอแม้ในห้วงแห่งฝัน เค้าเข้าไปคุ้มครองให้เธอในทุกช่วงเวลา ตามคำสัญญาที่ให้ไว้

 

 

 

 

 

 

 

 

ความคิดเห็น