email-icon facebook-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

บทที่ 2 ลักพา (2)

ชื่อตอน : บทที่ 2 ลักพา (2)

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 312

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 19 ก.ค. 2563 19:26 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 2 ลักพา (2)
แบบอักษร

“อย่าแตะข้า!”

 

 

คำนี้ผุดขึ้นในหัวทันที ใบหน้าพลันตื่นตระหนกแหกปากร้องลั่นออกมาด้วยความหวาดกลัว ถดกายหนีก็ไม่อาจทำได้เนื่องจากร่างกายยังคงถูกมัดไว้แน่น เมื่อเห็นว่าแม้แต่ลุกขึ้นนั่งนางยังไม่อาจทำได้ก็กัดฟันแน่น ออกแรงกลิ้งหนีทันที ไร้ซึ่งความเขินอายแม้แต่น้อย สิ่งที่นางกลัวในยามนั้นหาใช่การถูกล่วงเกินหรือถูกทำร้าย แต่เป็นกลัวว่าตนเองจะซวยไปมากกว่านี้!

 

 

นางกังวลว่าเจ้าโชคร้ายนั้นจะคิดเล็กคิดน้อย ไม่ว่านางจะแตะผู้อื่นหรือผู้อื่นจะแตะนางนางก็ต้องป้องกันไว้ก่อน!

 

 

“หมอหว่าน... หมอหว่านข้าเอง ต้าต๋า!”

 

 

ต้าต๋านิ่งค้างไปครู่ใหญ่มองท่านหมอที่ยามนี้กำลังกลิ้งหนีออกจากกระโจมไปด้วยความเร็วสูง หากปล่อยให้หมอหว่านกลิ้งไปมากกว่านี้นางก็คงกลิ้งหลุนๆ ลงเขาไปแล้ว...

 

 

จ้านหลี่มองดูห่อผ้าที่กำลังกลิ้งขลุกๆ ขลักๆ ก็รีบเดินไปยังหน้ากระโจมใช้เท้ายันร่างไว้อย่างรวดเร็ว ออกแรงเล็กน้อนยันห่อผ้าห่มให้หมุนพร้อมกลิ้งกลับไปในทางเดิม

 

 

หว่านเถียนกลิ้งไปหมุนมาจนเริ่มตาลายวิงเวียนจนอยากจะอาเจียนออกมา นอนแอ้งแม้งอยู่บนพื้นมองดูบุรุษที่กำลังชะโงกหน้ามองนางด้วยความสนใจ นางกะพริบตาปริบๆ หลายคราพยายามขับไล่ความมึนงง มองดูบุรุษผู้หนึ่งในกลุ่มที่นางคุ้นหน้าคาตาเป็นอย่างดี ร้องเสียงดัง

 

 

" ต้าต๋า! "

 

 

" ข้าเองหมอหว่าน ข้าเอง "

 

 

หว่านเถียนอ้าปากค้างมองต้าต๋าที่เอ่ยรับออกมาอย่างหนักแน่น เขาลักพาตัวนางมาทำไมกันและไฉนต้าต๋าถึงได้มาอยู่ในรังโจรได้ คงมิใช่ถูกเหล่าโจรร้ายลักพาตัวเช่นเดียวกับนางใช่หรือไม่!

 

 

จ้านหลี่มองดูสตรีผู้นั้นที่นิ่งค้าง หันมองดูต้าต๋าที่มีสีหน้าอยากจะอธิบายหรือเอ่ยวาจาก็ถอนหายใจยาวออกมา เดินเข้าไปใกล้พร้อมกับยอบกายนั่งมองดูท่านหมอที่แสนร้ายกาจที่ต้าต๋าเอ่ยชมไม่หยุดปาก เอ่ยออกมาเรียบๆ

 

 

" น้องชายข้าบาดเจ็บสาหัส อาการไม่ได้ขึ้น เจ้าเป็นหมอคงจะรู้ดีว่าต้องทำเช่นไร "

 

 

หว่านเถียนดวงตาเบิกกว้างมองดูบุรุษที่นางกำลังเห็นในสภาพกลับหัว เมื่อได้ยินบุรุษที่หนวดเครายุบยับมืดครึ้มก็ร้องออกมาเสียงดังด้วยความดื้อดึง

 

 

" ไม่รักษา! "

 

 

จ้านหลี่ได้ยินเช่นนี้ก็คิ้วกระตุก ดึงมีดสั้นออกจากอกเสื้อปักลงบนดินข้างใบหูนางอย่างรวดเร็ว เสียงใบมีดกรีดอากาศดังฟึบ อีกทั้งยังมีประกายวิบวับ สายลมเฉียดผ่านข้างใบหูเช่นนี้ก็ทำให้หว่านเถียนตื่นตระหนกจนแทบจะฉี่แตก ดวงตาจ้องเขม็งไปยังบุรุษผู้นี้เม้มปากแน่นน้ำตาเอ่อคลอออกมาทันที

 

 

" ไม่รักษาก็ตาย "

 

 

เมื่อคำนี้หลุดออกจากปาก ความอัดอั้นของหว่านเถียนที่สะสมมาตลอดสองสามวันที่ผ่านมาก็พลันระเบิดออก ร้องไห้ออกมาเสียงดังอีกทั้งยังบาดหู ร้องไห้ออกมาโดยไม่อายและไม่รับรู้อะไรอีกต่อไป ร้องไห้จ้าดุจเด็กน้อย น้ำหูน้ำตาไหลดุจเขื่อนแตก

 

 

จ้านหลี่เห็นเช่นนี้ก็นิ่งค้างหันมองต้าต๋าที่กำลังมีสีหน้าอยากจะร้องไห้ตาม เสียงร้องไห้ของนางนั้นปวดหูอีกทั้งยังก้องกังวาล หูที่มีสัมผัสเฉียบคมกว่ามนุษย์ทั่วไปได้ยินเสียงร้องของนางก็เริ่มปวดหูขึ้นมา มองดูน้องชายคนอื่นๆ ที่ทำหน้าตาเลิ่กลั่กมองมายังตนเหมือนจะว่ากล่าวทางสายตาก็ยิ่งขมวดคิ้ว เอ่ยดุออกมาเสียงดัง

 

 

" ห้ามร้อง "

 

 

หว่านเถียนได้ยินน้ำเสียงดุดันของเขานอกจากจะยังไม่หยุดร้องไห้ แต่ก็ส่งเสียงร้องไห้ออกมาให้ดังกว่าเดิม แถมยังอ้าปากแหกปากร้องออกมาจนจ้านหลี่แทบมองเห็นลิ้นไก่ของนางได้อย่างชัดเจน

 

 

ต้าต๋าที่เห็นหมอหว่านที่แสนจะใจดีมีเมตตาร้องไห้จ้าเช่นนี้ก็รู้สึกผิด หันมองไปยังพี่ใหญ่เอ่ยบอกออกมาด้วยน้ำเสียงไม่ค่อยพอใจนัก

 

 

" พี่ใหญ่... หมอหว่านเป็นคนดีมาก พี่ใหญ่ลักพาหมอหว่านมาเช่นนี้อีกทั้งยังดุนาง หากเป็นสตรีอื่นก็คงตกใจตายแล้ว แม้พวกเราจะเป็นโจรแต่ก็เป็นโจรที่มีคุณธรรม ตลับยาเหล่านั้นที่พี่ใหญ่รวมถึงเหล่าน้องชายเคยใช้ก็เป็นหมอหว่านที่ให้ข้ามาโดยไม่คิดเงิน รวมถึงยาบำรุงขวดนั้นด้วย "

 

 

จ้านหลี่ได้ยินเช่นนี้ก็มองดูต้าต๋าที่ใบหน้าบึ้งตึง มองดูเหล่าน้องชายของตนที่มีสีหน้าเห็นใจสตรีที่ร้องไห้เสียงดังดุจฟ้าถล่มก็ถอนหายใจยาวออกมา ดึงมีดสั้นที่ปักลงบนดินกลับยัดใส่อกเสื้อ เอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงที่อ่อนลงแต่ก็ยังดูแข็งกร้าวอยู่ดี

 

 

" หยุดร้องได้แล้ว หากเจ้าช่วยรักษาน้องชายข้า ข้าจะมอบค่ารักษาพร้อมทั้งส่งเจ้ากลับบ้านอย่างปลอดภัย "

 

 

หว่านเถียนที่ได้ระบายอารมณ์มาพักใหญ่ก็เริ่มหยุดร้องไห้แต่ก็ยังคงสะอึกสะอื้นไม่หยุดหมุนกายคว่ำหน้าลงกับพื้นดิน ไม่อยากจะมองเห็นผู้ใดและก็ไม่อยากจะให้ผู้ใดมองเห็น นางไม่ใช่แม่นางน้อยอีกทั้งยังเลยผ่านพ้นวัยนั้นมามากแล้ว แต่กลับมาร้องไห้จ้าเช่นนี้น่าขายน่านัก! เป็นเพราะเรื่องราวบัดซบนั่นทำให้นางตึงเครียดจนสติแทบแตก!

 

 

" นี่ เจ้าเป็นหมอแต่เห็นคนใกล้ตายแล้วไม่ช่วยเหลือไม่ไร้จรรยาบรรณเกินไปหรือ... หรือว่าเจ้าเป็นหมอเถื่อน "

 

 

" หมอหว่าน "

 

 

ต้าต๋าที่ได้ยินพี่ใหญ่ตนเอ่ยวาจาเช่นนั้นก็เริ่มหงุดหงิดใจ เอ่ยขัดพร้อมทั้งเดินเข้าไปใกล้ หมุนห่อผ้าห่มให้พลิกขึ้น มองดูใบหน้าหมอหว่านที่ยามนี้ดู เอ่อ... ไม่ค่อยเรียบร้อยเท่าใดนัก

 

 

เหลือบมองกระสอบถ่านที่ตกอยู่ข้างกาย ใบหน้าของนางในยามนี้มีผงถ่านสีดำแต้มทั่วหน้า ผมเผ้ายุ่งเหยิง อีกทั้งยังมีเศษดินที่เกาะใบหน้าตามคราบน้ำมูกและน้ำตา ยิ่งเห็นท่านหมอเป็นเช่นนี้ก็ลอบขมวดคิ้วมองพี่ใหญ่ตนเองด้วยความไม่พอใจ

 

 

เอ่ยบอกหว่านเถียนด้วยน้ำเสียงร้องขอ

 

 

" หมอหว่านข้าน้อยรู้ว่าท่านเป็นคนดีมาก ท่านยังจำน้องชายของข้าได้หรือไม่ขอรับ ยามนี้น้องชายของข้าอาการไม่ดีขึ้น หมอหว่านเคยเอ่ยบอกว่าหากน้องชายอาการไม่ดีขึ้น ท่านจะรักษาน้องชายของข้า... "

 

 

หว่านเถียนเห็นใบหน้าต้าต๋าเศร้าหมองอีกทั้งยังดูกังวลแม้ใจจะเริ่มอ่อนแต่ก็ยังนิ่งเงียบ ดูเหมือนว่านางจะอยู่ในรังโจร หากให้นางคาดเดาต้าต๋าเรียกบุรุษที่มีหนวดยุบยับผู้นั้นว่าพี่ใหญ่ ดูแล้วต้าต๋าก็คงเป็นหนึ่งในสมุนโจรเป็นแน่...

 

 

แต่ทุกครึ่งเดือนต้าต๋าจะนำหนังสัตว์หรือเนื้อสัตว์ตากแห้งมาขายในราคาถูก อีกทั้งของที่นำมาก็ยังเป็นของที่คุณภาพไม่เลวร้าย จนทำให้ชาวบ้านที่ค่อนข้างยากจนหรือไม่มีฐานะ ได้พอกินอิ่ม สวมอาภรณ์อบอุ่นในฤดูหนาว ไฉนเขามาเป็นโจรเช่นนี้เล่า...

 

 

ต้าต๋าย่อมมองเห็นถึงความผิดหวังของหมอหว่านอ้าปากคิดจะอธิบายออกมา พลันเสียงร้อนรนก็ดังขึ้นก่อนที่ตัวคนจะมาถึงในกระโจมเสียอีก

 

 

" อาหลู่ แย่แล้ว! "

 

 

จ้านหลี่ได้ยินเช่นนี้ก็ขมวดคิ้วแน่น มองดูต้าต๋าที่มีสีหน้ากังวลใจจนแทบปิดไม่มิด เอ่ยบอกออกมา

 

 

" ต้าต๋า ไปดูอาหลู่เถอะ "

 

 

เมื่อมองเห็นสายตาไม่ไว้วางใจของต้าต๋าที่กำลังมองตนดังเป็นคนที่รังแกท่านหมอท่านหมอที่เคารพก็ขึงตาอย่างดุดัน เอ่ยรับออกมา

 

 

" รีบไป ข้าจะไม่ทำอะไรนางหรอก "

 

 

ต้าต๋าได้ยินเช่นนี้ก็วางใจ รีบวิ่งออกไปในนอกกระโจมอย่างรวดเร็ว

 

 

หว่านเถียนมองตาต้าต๋าที่วิ่งออกไปนอกกระโจมพร้อมกับบุรุษฝูงใหญ่ในห้องที่พากันวิ่งออกไปอย่างแตกตื่น ลอบมองบุรุษตรงหน้าที่เหมือนหมีผสมลิงก็สะบัดหน้าหนีไปอีกทาง

 

 

จ้านหลี่มองดูสตรีที่ยามนี้สภาพเหมือนไปคลุกดินมาสิบตลบก็ระบายลมหายใจออกมาด้วยความเหนื่อยใจ พลางเอ่ยบอกออกมา

 

 

" หากฉลาดก็กลิ้งเข้าไปด้านใน "

 

 

หว่านเถียนเหลือบมองดูที่ที่นางกำลังนอนอยู่นั้นเป็นพื้นดิน ห่างออกไปไม่ไกลจะเป็นส่วนด้านในกระโจมที่มีขนสัตว์ปูรอง หว่านเถียนมองเขาที่ดูเหมือนไม่มีท่าทางจะเข้ามาช่วย ก็นิ่งเฉยไม่ขยับตัวกระดุกกระดิกแม้แต่น้อย อีกทั้งยังไม่ดิ้นรนกลิ้งเข้าไปให้เป็นที่ขบขัน ดวงตาจ้องมองเพดานกระโจมนิ่งๆ ไม่ได้เอ่ยคำใดและไม่ได้ร้องขอให้ช่วยเหลือ

 

 

จ้านหลี่มองดูท่าทางดื้อรั้นแข็งขืนของนางอยู่นานถอนหายใจออกมา ลุกขึ้นใช้เท้ายันพร้อมออกแรงดันให้ม้วนผ่าห่มกลิ้งเข้าไปด้านใน

 

 

หว่านเถียนที่กลิ้งขลุกๆ เข้ามาด้านในแม้อยากจะร้องด่าแต่คิดไปคิดมานางก็ไม่อยากจะโต้เถียงหรือพูดคุยกับหมีผสมลิงตัวนี้ที่ยังไม่ได้พัฒนาขึ้นเป็นมนุษย์ก็ได้แต่นิ่งเงียบ ไม่ได้เอ่ยต่อปากต่อคำกับหมีก็ไม่ใช่ลิงก็ไม่เชิง

 

 

ส่วนจ้านหลี่ก็ยังนิ่งๆ ที่ตั่งยาว นั่งขัดดาบตนเองไปเรื่อยๆ ไม่รีบร้อน เหลือบมองดูสตรีที่ม้วนผ้าห่มเป็นระยะๆ สลับกับนอกกระโจม แม้ท่วงท่าจะไม่ได้ดูร้อนรนแต่ในใจกลับกระสับกระส่ายไม่น้อย

 

 

ผ่านไปเพียงครู่เสียงฝีเท้าร้อนรนสับสนหลายคู่ก็ดังเข้ามาใกล้ ไม่ทันไรหว่านเถียนก็มองเห็นต้าต๋าพุ่งเข้ามาใกล้ใบหน้านั้นเต็มไปด้วยคราบน้ำตา คุกเข่าลงตรงหน้านางพร้อมกับโขกหัวให้ เอ่ยร้องขอด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ

 

 

“หมอหว่านน้องชายข้าอาการไม่ดีแล้วจริงๆ ขอหมอหว่านรักษาเขาด้วยเถอะ แม้พี่ใหญ่จะไม่มีเจตนร้ายแต่เขาก็ทำเพื่ออาหลู่ หมอหว่านข้าคุกเข่าให้ท่านแล้ว!”

 

 

หว่านเถียนเห็นเช่นนี้ก็เม้มปากแน่น มองดูต้าต๋าที่กำลังร้องห่มร้องไห้ออกมา บุรุษในวัยสิบหกสิบเจ็ดเช่นต้าต๋านั้นไม่เด็กแล้วแต่เขากลับคุกเข่าและโขกหัวให้นาง อีกทั้งร้องไห้ออกมาเช่นนี้ ก็อดเห็นใจไม่ได้

 

 

แม้นางจะไม่พอใจที่หมีลิงตัวนั้นที่ลักตัวนางมาเช่นนี้แถมยังข่มขู่จนทำให้นางต้องร้องไห้จนคอแทบแตก แต่เมื่อเห็นต้าต๋าหนุ่มน้อยของนางร้องไห้สะอึกสะอื้นเช่นนี้ก็ไม่อาจทนเห็นน้ำตาคนงามไหว เอ่ยบอกเสียงเบา

 

 

“เข้าใจแล้ว ข้าเคยบอกไว้ว่าหากน้องเจ้าอาการไม่ดีขึ้นข้าจะรักษาเขาให้เอง”

 

 

ต้าต๋าได้ยินเช่นนี้ก็โขกหัวเอ่ยขอบคุณออกมาหลายๆ ครา พร้อมกับแก้มัดเชือกที่พันธนาการร่างบางไว้อย่างรวดเร็ว ยื่นมือไปช่วยพยุงหมอหว่านด้วยความเคารพแต่นางกลับหมุนตัวหลบฝ่ามือของต้าต๋าอย่างดงามและพลิ้วไหว

 

 

หว่านเถียนกระแอมออกมาคราหนึ่ง คงท่วงท่าของวิญญูชนเอ่ยบอกออกมาด้วยน้ำเสียงเคร่งขรึม

 

 

“นำทาง”

 

 

ต้าต๋าได้ยินเช่นนี้ก็ไม่รอช้าเดินนำทางไปด้วยความความเร็วจนแทบจะทำให้หว่านเถียนตามแทบไม่ทัน

ความคิดเห็น