ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : แค้นที่ 16

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย สยองขวัญ,สั่นประสาท

คนเข้าชมทั้งหมด : 97

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 19 ก.ค. 2563 14:12 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
แค้นที่ 16
แบบอักษร

แค้นที่ 16 

 

“สวัสดีค่ะคุณป้าสารภี” 

 

“สวัสดีจ๊ะ มีอะไรให้ช่วยไหมจ๊ะ” 

 

“หนูชื่อยุ้ยนะคะ...พอดีหนูกำลังหางานทำเพื่อส่งตัวเองเรียน กับหาหอพักค่ะ แล้วพอดีเพื่อนเคยแนะนำไว้ว่าป้าเคยอยากไได้ลูกหจ้าง หนูเลยลองมาถามป้าดูค่ะ” 

 

“มันก็นานมากแล้วนะที่ป้าเคยประกาศไป ว่าแต่เพื่อนของหนูชื่ออะไรเหรอจ๊ะ” 

 

“ชื่อน้ำเหนือค่ะ” 

 

“หนูว่าอะไรนะ” 

 

“น้ำเหนือค่ะ เพื่อนหนูชื่อน้ำเหนือ เคยเจอกันเมื่อปีที่แล้วค่ะ คุณป้ารู้จักไหมคะ” 

 

“รู้ซิ รู้ดีเลยล่ะ เพราะมันคือลูกชายของป้าเอง” 

 

แล้วป้าเจ้าของร้านก็ยืนจมดิ่งอยู่กับความเศร้าที่ปะทุขึ้นมา ใช่แล้ว วิญญาณวัยรุ่นที่ยุ้ยเจอนั้นชื่อน้ำเหนือ ได้ตายเพราะอุบัติเหตุมอเตอร์ไซด์ในตอนเย็นวันหนึ่งเมื่อเกือบสองปีที่แล้วหลังจากการกลับมาจากการเรียนที่มหาวิทยาลัย​ปีสุดท้าย แล้วด้วยความที่เป็นลูกเพียงคนเดียว แล้วยังขยันเรียนมาก ผู้เป็นแม่จึงรักสุดหัวใจ  

 

พอลูกชายต้องจากไปกระทันหันก็สร้างบาดแผลแห่งความเจ็บปวดที่ไม่มีวันหายไว้กับผู้เป็นแม่เอาไว้ แล้วพอได้ยินชื่อลูกตัวเองขึ้นมาจากปากยุ้ยอีกครั้งก็ทำให้อารมณ์​เศร้าที่เคยกดเอาไว้ประทุออกมาเกินกว่าจะทานทน สุดท้ายแล้วก็ร้องไห้จนเป็นลมไปที่หน้าบ้านที่่กำลังยืนคุยกันอยู่นั่นแหละ 

 

"ไม่ต้องห่วงๆ แม่คุณ​แค่เป็นลมไปเท่านั้น เดี๋ยว​หนูพาเข้าไปพักในบ้านเอง"  

 

แม้น้ำเหนือจะตายไปปีกว่าแล้ว แต่ข้าวของในบ้านก็ยังอยู่ในตำแหน่ง​เดิม น้ำเหนือจึงสามารถ​เดินไปชี้ให้ยุ้ยพาไปที่ตั่งริมผนังห้อง​ด้านใน พอยุ้ยพาป้าเจ้าของร้าน​ไปนอนแล้วก็เดินตามน้ำเหนือไปหยิบยาดมกับยาหอม ที่หลังตู้เย็น​มาใช้ปลุกป้าเจ้าของร้าน 

 

"นะ หนูยุ้ยเหรอ"  

 

"ใช่ค่ะ ป้าสารภีเป็นไงบ้างคะ"  

 

"ก็ปวดหลังนิดหน่อยแหละ คนแก่ก็แย่เนอะ อะไรนิดอะไรหน่อยก็เป็นลมเอาง่ายๆ แบบนี้"  

 

"ไม่หรอกค่ะ หนูคิดว่าป้าต้องมีอะไรสักอย่างกับลูกชายคุณ​ป้าแน่เลยใช่ไหมคะ ไม่ทราบว่าพอจะเล่าได้ไหมคะ หรือ หากไม่เต็มใจก็ไม่เป็นไร​นะคะ" 

 

"เฮ้อ… มันก็ไม่ใช่ความลับอะไรหรอก แค่ป้ายังทำใจไม่ได้เท่าไรนัก… เรื่องมันมีอยู่ว่าว่า…….." 

 

ป้าเจ้า​ของร้าน​ค่อยๆ เล่าถึงเหตุการณ์​ในวันที่น้ำเหนือตาย โดยเริ่มเล่าจากเช้าที่น้ำเหนือแต่งตัวออกไปเรียนตามปกติ จนกระทั่ง​มีคนมาตามว่ามีคนขับรถชนเสาไฟหน้าตาเหมือนน้ำเหนือ เธอจึงไปดูแล้วพบว่าศพที่เห็นก็คือน้ำเหนือลูกของเธอนั่นเอง  

 

กว่าเธอจะตั้งสติได้ชาวบ้านก็ช่วยกันเอาศพส่งวัดเรียบร้อยแล้ว และกว่าจะทำใจกลับมาเปิดร้านได้ก็ปาไปหลายเดือน แล้วการจะรับสมัคร​ลูกจ้างก็เป็นเหตุการณ์​ก่อนน้ำเหนือ​เกิดอุบัติเหตุ​ไม่นานนัก 

 

ร้านที่สารภีทำก็คือร้านอาหาร​ตาม​สั่ง​ที่ขายของชำด้วย และด้วยความที่เป็นร้านที่ค่อนข้าง​ใหญ่​ในซอยจึงทำให้มีลูก​ค้า​ค่อนข้าง​มาก ช่วงกลางวัน​กับเย็นจึงมักจะดูไม่ค่อยทัน จึงได้มีความคิดที่จะรับคนมาช่วย 

 

ยุ้ยทำทีเป็นเหมือนพึ่งจะรู้เรื่องการตายของน้ำเหนือ ทำเหมือนกับว่าเคยเจอเมื่อก่อนที่น้ำเหนือจะเกิดอุบัติเหตุ​แล้วตัวเองก็ไปถือศีลในป่าเนื่องจากความจน เพื่อจะได้มีอาหารกินเท่านั้น จนพึ่งจะออกมาเพื่อจะมาเรียนต่อ ทั้งสองพูดคุยกันอยู่นานโดยมีหนึ่งวิญญาณ​ที่ยืนดูอยู่เงียบๆ 

 

"เอาเป็นว่า​ป้ารับเรามาช่วยทำงานละกัน ที่พักก็นอนห้องที่ว่างในร้านนี่แหละ เสื้อผ้าก็น่าจะใส่ของน้ำเหนือมันได้นะ เพราะขนาดตัวน่าจะพอๆ กัน ขาดเหลือ​อย่างอื่นก็ค่อยหาเพิ่มทีหลัง"  

 

"ขอบคุณ​มาก​ค่ะคุณ​ป้า"  

 

ป้าสารภีผู้เป็นเจ้าบ้านก็เดินนำยุ้ยขึ้นไปยังห้องนอนของน้ำเหนือ ห้องของน้ำเหนือนั้นเป็นห้องขนาดเล็ก ผนังห้องทำด้วยแผ่นยิปซั่ม พื้นเป็นไม้ มีเตียงเดี่ยวหนึ่งหลังชิดมุมผนังห้องด้านใน ด้านข้างก็มีตู้เสื้อผ้า อีกด้านก็มีโต๊ะเขียนหนังสือกับชั้นหนังสือ แต่ทั้งหมดนั่นไม่ได้สำคัญเท่ากับว่าห้องนี้ไม่มีฝุ่นและกลิ่นอับเลย บ่งบอกว่าป้าสารภีได้มาทำความสะอาดตลอด  

 

แล้วป้าสารภีก็ยืนน้ำตาไหลมองห้องของลูกชายด้วยสายตาที่ยังอาวรณ์ แม้แต่น้ำเหนือที่เป็นวิญญาณก็ยังทำหน้าร้องไห้แบบไม่มีน้ำตาออกมา ยุ้ยจึงหันไปแตะข้อศอกของสารภีเบาๆ พร้อมกับยิ้มให้ จนทำให้สารภียิ้มออกมานิดนึง แล้วก็หันหลังเดินลงไปชั้นล่างทิ้งให้ยุ้ยอยู่ภายในห้องไปคนเดียว(?) 

 

“ตอนนี้สบายใจแล้วซินะคะ อย่างน้อยคุณป้าก็ยังสบายดี” 

 

“....” 

 

“อาการทางใจแบบนี้ไม่มีใครรักษาได้หรอกค่ะ ได้แต่ให้คุณป้าเขาทำใจให้ได้เอง แต่หนูสัญญานะว่าจะช่วยดูให้เต็มที่เลย” 

 

“....” 

 

“จะอยู่ต่อก่อนก็ได้ค่ะ คุณจะได้สบายใจด้วยเนอะว่าหนูดูแลคุณป้าดีพอที่คุณจะวางใจไปสู่วัฏสงสารได้” 

 

ถ้าสารภีมาได้ยินก็อาจจะคิดว่าได้รับคนบ้ามาอยู่ในบ้านก็ได้เพราะคนอะไรพูดคนเดียวอยู่ได้ แต่ตอนนี้สารภีก็ไม่ได้มีกะใจมาฟังมาคิดอะไรหรอก เพราะความจิตตกจากการคิดถึงลูกที่ปะทุขึ้นมาในใจมันได้ปิดกั้นสติไปแทบจะหมดแล้ว 

 

น้ำเหนือเห็นอาการของแม้ตนเองเป็นเช่นนั้นก็อดที่จะรู้สึกผิดไม่ได้ แล้วยังพยายามจะให้ยุ้ยช่วยรักษาแม่ให้ แต่ทำไงได้ ยุ้ยเป็นหมอผีนะไม่ใช่หมอคน แล้วแทนที่น้ำเหนือมาเจอแม่แล้วจะสบายใจจนไปสู่วัฏสงสารได้ แต่ดันเกิดห่วงใหม่จากการเป็นห่วงแม่ตนเองจนขอยุ้ยที่จะอยู่ต่อ ซึ่งยุ้ยก็ไม่คิดที่จะห้ามอะไร ปกติก็อยู่กับผีมาทั้งปีแล้ว แถมพวกโหงพรายอาจารย์หน้าตาเหมือนคนเสียที่ไหน ยุ้ยว่าดีเสียอีกที่มีคน(ผี)คอยแนะนำเรื่องต่างๆ  

 

ยุ้ยเดินตรวจรอบห้องแล้วก็เลือกหาเสื้อผ้าของน้ำเหนือจากในตู้มาใส่เพื่อเตรียมตัวลงไปข้างล่าง แน่นอนว่ายุ้ยก็แก้ผ้าไปเลยไม่ได้สนใจวิญญาณน้ำเหนือที่ทำตาโตอยู่ข้างหลังเลยแม้แต่น้อย 

 

“ไม่ต้องทำหน้าแบบนั้นเลยค่ะ เป็นผีอย่าคิดเรื่องอะไรแบบนั้นกับคนนะ ไม่งั้นเดี๋ยวจะจับสะกดวิญญาณไว้ในก้อนขี้หมาเลยคอยดูซิ...ออ ไปช่วยดลใจให้คนอยากมาอุดหนุนที่ร้านซิคะ ถ้าคุณป้าได้ทำงานเรื่อยๆ ไม่มีเวลาไปคิดถึงคุณมากนัก คุณป้าก็จะได้หายเศร้าไวหน่อยด้วย” 

 

“......” 

 

เมื่อยุ้ยเปลี่ยนชุดเสร็จก็หันกลับมาเจอวิญญาณน้ำเหนือที่ยังทำตาโตอยู่เลยแกล้งขู่ไปจนน้ำเหนือต้องรีบโบกมือปฏิเสธแล้วตามยุ้ยลงไปชั้นล่างแทน 

 

“คุณป้าคะ หนูพร้อมแล้วค่ะ มีอะไรให้หนูช่วยบ้างคะ” 

 

“อ้าว...ลงมาแล้วเหรอ อืม ชุดพอดีซินะ งั้นหนูไปช่วยเช็คโต๊ะไว้หน่อยละกัน เดี๋ยวอีกสักพักเด็กเลิกเรียนกันแล้ว” 

 

“ได้ค่ะ” 

 

ยุ้ยเดินไปหยิบผ้าขี้ริ้วที่น้ำเหนือชี้บอกแล้วนำไปซักน้ำก่อนจะนำมาเช็คโต๊ะ แล้วจัดระเบียบให้เรียบร้อยอย่างรวดเร็ว ส่วนสารภีก็ลุกไปทำอาหารอยู่หน้าเตาที่อยู่หน้าร้าน 

 

“เสร็จแล้วก็มากินข้าวก่อนมาหนู เดี๋ยวคนมายุ่งๆ จะไม่มีเวลากินแล้วจะต้องหิ้วท้องนานๆ จะเป็นลดเอาซะก่อน” 

 

“ค่ะคุณป้า” 

 

ที่สารภีลุกไปทำอาหารก็เพื่อเหตุนี้เอง อาหารมื้อนี้เป็นอาหารง่ายๆ อย่างผัดพริกเผาปลาดุกกรอบ เป็นอาหารที่รสชาติครบเครื่องที่สุดเท่าที่ยุ้ยกินมาตลอดปีเลย เพราะก่อนนี้ก็เป็นอาหารป่าแบบง่ายๆ เท่าที่หาได้ รสชาติไม่ค่อยหลากหลายครบเครื่องแบบนี้ โดยมีวิญญาณน้ำเหนือนั่งยิ้มมองทั้งสองกินอาหารกันอยู่ 

 

“ป้าเหมือนเดิมสามครับ” 

 

“ได้จ้า หาโต๊ะนั่งเอาเลยนะ” 

 

ในระหว่างที่กินนั้นสารภีก็สอบถามเรื่องที่มาที่ไปของยุ้ยไปเรื่อยๆ หลังกินเสร็จไม่นานก็มีลูกค้าชุดแรกมา เป็นเด็กนักเรียนชายสามคน ดูจากความสนิทสนมแล้วก็คาดว่าจะเป็นลูกค้าประจำ ทั้งสามคนสั่งข้าวแล้วก็เลือกที่นั่งกันตามชอบ แล้วหนึ่งในสามก็เดินมาหยิบแก้วเพื่อรองน้ำที่แช่เย็นๆ ไว้ที่กระติกข้างเสา แต่พอเดินมาถึงกระติกก็แทนที่จะหยิบแก้วน้ำ แต่กลับมองตาค้างกับภาพที่ยุ้ยกำลังเรียงแก้วใส่ชั้น แล้วก็หันมายิ้มเบาๆ ให้ (คุณได้ปักหมุดนักเรียนชาย 1 ea) 

ความคิดเห็น