ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : หยอดเก่ง!!!

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 790

ความคิดเห็น : 7

ปรับปรุงล่าสุด : 18 ก.ค. 2563 20:38 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
หยอดเก่ง!!!
แบบอักษร

 หยอดเก่ง!!!  

 

 

 

“จื่อเอ๋อร์ไม่ลืมอะไรนะ” หนิงหวงถามคนรักขึ้น

 

ตอนนี้พวกเขากำลังเก็บสัมภาระต่าง ๆ เพื่อที่จะเดินทางไปยังเมืองหลวงกัน แต่สัมภาระของพวกเขาก็ไม่ได้มากมายอะไร เพราะอย่างไรก็จะไปซื้อที่เมืองหลวงใหม่ แถมยังจะทำให้การเดินทางไปได้อย่างราบรื่นด้วย

 

“อืม ไม่น่าจะลืมแล้วนะขอรับ” จิวจื่อที่กำลังตรวจเช็กสิ่งของต่าง ๆ ก็ตอบคำถามของคนรักกลับไป

 

“งั้นเราไปกันเถอะ เดี๋ยวจะถึงช้า”

 

ถึงจะบอกไปว่ากลัวจะถึงช้าแต่พวกเขาก็เริ่มออกเดินทางก่อนถึงวันงานหนึ่งเดือน ก็นะ เขาอยากใช้เวลากับคนรักให้คุ้มค่า แต่ก่อนที่จะก้าวขึ้นรถม้าก็เป็นอันมีเสียงหวานพูดขึ้นมา เป็นประโยคที่ขัดกับความคิดเขาเสียเหลือเกิน

 

“อี เอ้อ ซาน มาขึ้นรถม้าเร็วเข้า~”

 

ไม่ใช่เสียงใครที่ไหน แต่เป็นเสียงของจื่อเอ๋อร์ที่ร้องเรียกสุนัขทั้งสามตัว ก่อนที่จะมีอะไรสักอย่างค่อย ๆ เคลื่อนตัวเข้ามาใกล้กับพวกเขา

 

บ๊อก! บ๊อก!

 

เสียงเห่าตอบรับเจ้านายของก้อนขนสามก้อน ดังไล่ขึ้นมาหลังจากที่เสียงของเจ้านายเอ่ยเรียก ก่อนที่จะวิ่งมาหยุดอยู่ตรงหน้าไม่ห่างจากพวกเขาทั้งสองมากนัก โดยที่แต่ละตัวนั้นได้ผูกผ้าที่คอไว้ บ่งบอกถึงพร้อมที่จะออกเดินทางไปด้วยกันแล้ว

 

ทางด้านหนิงหวงที่เห็นนั้นก็ได้เอ่ยถามคนรักออกไปด้วยความไม่เข้าใจ “เดี๋ยวนะ จื่อเอ๋อร์จะเอาพวกมันไปด้วย?” แผนที่เขาอุตส่าห์วางไว้ที่จะได้อยู่ด้วยกันสองต่อสองก็พังลงน่ะสิ

 

“ก็จะให้อยู่ที่นี่คงไม่ดี ให้พวกเขาไปด้วยกันกับเราดีกว่า” จิวจื่อหันไปตอบคนพี่พร้อมกับทำสายตาออดอ้อน แถมน้ำเสียงที่ใช้ก็พร้อมที่จะทำให้หนิงหวงแพ้อย่างหมดทาง “นะ~”

 

“แต่ว่า...”

 

“นะ ท่านพี่

 

หงิง ~

 

จิวจื่อที่เห็นท่าทางปฏิเสธก็พูดออกไปคำหนึ่งที่ไม่ว่ายังไงหนิงหวงก็ต้องยอม ส่วนเจ้าก้อนขนนั้นก็ส่งเสียงพร้อมท่าทางหางลู่หูตก

 

“กะ-ก็ได้ ๆ รีบขึ้นรถม้าให้ไว้เลย” โถ่ ทำหน้าตาแบบนั้นพร้อมกันใครมันจะไปทนไหวกัน แล้วก็จิวจื่อนะจิวจื่อใครบอกให้พูดแบบนั้นกันเล่า!

 

“เย้ หวงเกอใจดีที่สุดเลย ไปกันเถอะเจ้าตัวเล็ก”

 

บ๊อก! บ๊อก! บ๊อก!

 

“รีบขึ้นรถให้ไว้เลยไม่ต้องมาเห่าขอบใจข้า”

 

เมื่อหนิงหวงเห็นว่าจิวจื่อและสัตว์เลี้ยงทั้งสามเข้าไปข้างในรถม้าแล้ว เขาก็ตามเข้าไปข้างในด้วย โดยที่ไม่มีใครบังคับรถม้า เพราะม้าแต่ละตัวนั้นเป็นม้าที่ถูกฝึกมาเรียบร้อยแล้ว มันจะพาเจ้านายไปส่งถึงที่หมายอย่างปลอดภัย ต่อให้มีอันตรายเข้ามาก็ไม่สามารถทำอะไรได้ เพราะพวกมันถูกฝึกมาเพื่อการนี้โดยเฉพาะ

 

และแล้วก็ได้เวลาที่จะออกเดินทางไปเมืองหลวงเสียที โดยที่คณะเดินทางประกอบไปด้วย หนิงหวง จิวจื่อ และสัตว์เลี้ยงทั้งสามนั้นเอง

 

กุบกับ! กุบกับ!

 

เสียงรถม้าที่ค่อย ๆ เคลื่อนที่ไปข้างหน้าอย่างช้า ๆ จนกระทั่งหายลับสายตาของผู้คนไป

 

 

 

ภายในรถม้า

 

“เด็กดีมานั่งตักแม่เร็ว” จิวจื่อเอ่ยเรียกเอ้อที่ดูเหมือนจะตื่นตระหนกกับรถม้า ในขณะที่อีกับซานนั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามอยู่เฉย ๆ

 

“แม่?” หนิงหวงถามขึ้นอย่างสงสัย

 

“ใช่ ก็พวกเด็ก ๆ ออกจะน่ารัก” ว่าพร้อมกับอุ้มเอ้อไปใกล้ ๆ กับใบหน้าของหนิงหวง “ว่าไหม หวงเกอ”

 

“ก็...น่ารักจริง ๆนั่นแหละ แต่เป็นคนที่อุ้มนะ” ประโยคหลังหนิงหวงเอ่ยออกมาเสียงเบา

 

“หือ? หวงเกอพูดอะไรเหรอ พอดีน้องได้ยินไม่ชัดเท่าไร” ก็เขาได้ยินเป็นเสียงบ่นพึมพำเลยไม่เข้าใจว่าคนข้าง ๆ จะสื่ออะไรน่ะสิ

 

“ไม่มีอะไรหรอก ว่าแต่...ถ้าจื่อเอ๋อร์เป็นแม่พี่ก็เป็นพ่อสิ”

 

ฉ่า////

 

ไม่ใช่เสียงไหม้อะไรที่ไหนหรอก แต่เป็นเสียงไหม้แก้มของเขานี่ คนอะไรก็ไม่รู้หยอดเก่ง!

 

“ใช่ไหม หืม~”

 

บ๊อก บ๊อก บ๊อก

 

“เห็นไหมขนาดพวกมันทั้งสามตัวยังยอมรับพี่เลย”

 

“จะไปเห่าตอบเขาทำไมเล่า”

 

บ๊อก!!!

 

หนิงหวงได้แต่มองคนรักและหมาทะเลาะกันถึงจะคนล่ะภาษาก็เถอะนะ แต่ก็ยังน่ารักอยู่ดี

 

 

 

 

หลังจากผ่านเหตุการณ์อันขวยเขิน? มาได้ จิวจื่อก็ได้สบโอกาสถามถึงสิ่งที่เขาสงสัย เพราะจู่ ๆ หวงเกอก็มาบอกว่าจะเลื่อนเวลาเดินทางให้เร็วขึ้น

 

“ว่าแต่เราออกเดินทางกันเร็วจัง” ปกติที่เขามาที่เมืองชิงก็ใช้เวลาไปสิบแปดวัน แต่นี่ออกเดินทางเร็วขึ้นตั้งหนึ่งเดือน

 

“ก็เพราะว่าพี่จะพาจื่อเอ๋อร์ไปแนะนำกับครอบครัวของพี่”

 

“แนะนำครอบครัว?”

 

“ใช่ พี่จะทำอะไรให้มันชัดเจนจะได้ไม่เป็นที่ครหา”

 

“งั้นเหรอขอรับ หวงเกอช่วยเล่าเรื่องของครอบครัวให้น้องฟังหน่อยได้ไหม”

 

“ได้สิ ครอบครัวของพี่ประกอบไปด้วยท่านพ่อ ท่านแม่ หนิงเฟยและก็ตัวพี่เอง รวมทั้งหมดก็มีจำนวนสี่คน แต่ถ้าจื่อเอ๋อร์จะมาเป็นคนที่ห้าก็ได้นะ” หนิงหวงเล่าไปก็มองหน้าคนรักไป ก็เห็นว่ากำลังหน้าแดงอยู่

 

“ยังไม่ถึงเวลาสักหน่อย หวงเกออย่าเพิ่งคิดไปเองสิ” คนอะไร ขอแค่มีโอกาสก็พูดหยอดเอา ๆ

 

“เอาล่ะ ๆ พี่ไม่แกล้งแล้วก็ได้ เดี๋ยวจื่อเอ๋อร์จะแดงไปทั้งตัวเสียก่อน”

 

“หวงเกอ!!!”

 

 

ครอบครัวตระกูลหย่งนั้นนอกจากที่จะมีสมาชิกภายในบ้านจำนวนสี่คนแล้ว ยังเป็นที่น่านับถือของชาวบ้านอีกด้วย เพราะเมื่อยี่สิบห้าปีก่อนได้มีสงครามครั้งใหญ่เกิดขึ้นระหว่างแคว้นหมิงและแคว้นหวง แม่ทัพหย่งบิดาของหนิงหวงในตอนนั้นที่ดำรงตำแหน่งแม่ทัพใหญ่ จึงได้กรีฑาทัพไปยังชายแดน และได้นำชัยกลับมาสู่แคว้นหมิง

 

นอกจากนี้ในตอนนั้นฮูหยินใหญ่หรือก็คือท่านแม่ของหนิงหวงนั้น ก็ได้ออกเดินทางไปที่ชายแดนด้วยทั้ง ๆ ที่ตนกำลังอุ้มท้องหนิงหวงอยู่ โดยที่ได้ให้เหตุผลแก่ผู้เป็นสามีว่า อย่างท่านน่ะหรือจะออกรบ ให้ข้าไปรบแทนยังจะดีเสียกว่าอีก พูดจบก็เดินไปขึ้นรถม้า ในตอนนั้นใคร ๆ ก็ต่างพูดว่า ฮูหยินใหญ่ตระกูลหย่งช่างแข็งแกร่ง จะมีใครบ้างที่จะกล้าพูดกับท่านแม่ทัพพวงตำแหน่งสามีกัน!

 

แต่เดิมนั้นฮูหยินหย่งเป็นบุตรสาวของสำนักคุ้มภัยชื่อดังแห่งหนึ่ง จึงได้เล่าเรียนศาสตร์ต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นศาสตร์กุลสตรีและศาสตร์การต่อสู้แขนงต่าง ๆ ก่อนที่จะมาลงเอยกับท่านแม่ทัพที่ตอนนั้นยังเป็นแค่ชายหนุ่มเจ้าสำราญผู้ไม่เอาไหน

 

“ศาสตร์ต่าง ๆ ที่พี่ได้เล่าเรียนก็มาจากท่านแม่สั่งสอนมาทั้งนั้นแหละ”

 

“งั้นแสดงว่าหวงเกอก็สนิทกับท่านพอสมควรเลยสินะ”

 

“ใช่แล้วจื่อเอ๋อร์ ไม่ใช่แค่พี่หรอกนะ แต่พวกพี่นั้นยึดครอบครัวเป็นหลัก”

 

“ดีจังเลยนะขอรับ” จิวจื่อเอ่ยออกมา โลกก่อนชีวิตของเขาก็เป็นเด็กกำพร้า พอมาที่โลกนี้ถึงท่านพ่อจะรักเขาเพียงใด แต่อำนาจในตอนนั้นก็ยังไม่ได้อยู่ในมือทั้งหมด ทำให้เขาต้องแต่งออกไป พอคิดแล้วก็เศร้า

 

หนิงหวงนั้นมองดวงตาที่หม่นแสงของคนรักก็รีบเอ่ยเปลี่ยนเรื่องออกมา

 

“แต่จื่อเอ๋อร์ไม่ต้องเป็นห่วงนะ นอกจากจะยึดครอบคครัวเป็นหลักแล้ว ก็ถือหลักคู่ชีวิตคนเดียว และท่านพ่อท่านแม่ก็เป็นคนใจดี พี่เชื่อว่าเราจะผ่านมันไปด้วยกันได้” พูดจบเขาก็สังเกตสีหน้าของคนรักก็เห็นว่าดีขึ้นแล้วแถมมีสีแดงผาดผ่านอีกด้วย ก็นะไม่มีใครหรอกนะที่อยากจะเห็นความเศร้าของคนรักน่ะ

 

จิวจื่อก็รู้ว่าหวงเกออยากจะให้เขาดีขึ้นจึงพูดได้พูดออกมาแบบนั้น แล้วมันก็ได้ผลจริงด้วยสิ

 

“ขอบคุณหวงเกอ แต่ว่านะหลักคู่ชีวิตคนเดียวนี่มัน...” ในยุคสมัยนี้การมีคู่ชีวิตคนเดียวนั้นมีให้เห็นไม่มากนัก อีกทั้งการมีภรรยาหลายคนยังบ่งบอกถึงอำนาจอีกด้วย ดังนั้นการที่มีแค่ภรรยาคนเดียวจึงเป็นเรื่องแปลก

 

“ไม่ต้องห่วงหรอกจื่อเอ๋อร์ ถ้าไม่เชื่อพี่จะพิสูจน์ให้เห็นเอง” ถึงมันจะดูเหมือนเป็นแค่คำพูดลอย ๆ เท่านั้น แต่เขาจะพิสูจน์ให้เห็นเอง ขอแค่มีความเชื่อใจกันก็พอแล้ว

 

“ให้มันจริงเถอะ หวงเกอออกจะหน้าตาดี ใคร ๆ ก็อยากได้”

 

“แต่พี่มีจื่อเอ๋อร์แค่คนเดียวนะ ต่อให้ใครเข้ามาพี่ก็ไม่สนใจหรอก”

 

“น้องจะรอดูก็แล้วกัน ว่าหวงเกอจะทำได้อย่างที่พูดรึเปล่า”

 

ก็ดูสิ หวงเกอออกจะหน้าตาดีแถมกิตติศัพท์ที่ได้ยินมาก็ไม่ใช่น้อย ๆ ทำให้คนเป็นลมเมื่อเจอหน้าบ้างล่ะ ทำให้ฝ่ายภรรยาเหม็นหน้าสามีเพราะไม่ได้ครึ่งบ้างล่ะ ทำให้ใครบางคนพร้อมกระโจนใส่ตัวเองบ้างล่ะ เฮ้อ~ แค่คิดก็หนักใจแล้ว

 

 

 

 

.........................

กลับมาแล้ววววววววววว 

​  ขอโทษนักอ่านทุกท่านที่ไรต์หายไปโดยที่ไม่บอกน้าาาา และก็ขอบคุณที่ยังติดตามอ่านอยู่ 

ที่หายไปไม่ใช่อะไรที่ไหน นั่นก็เพราะว่า.......ไรต์ขี้เกียจเองแหละ(ขอหาที่หลบแปบ) แฮ่ม! นั้นก็เป็นเหตุผลส่วนหนึ่งด้วย อีกส่วนก็คือ ตัน! ตันแบบไม่มีอะไรมากั้นเลย 

แต่ยังไง ไรต์ก็หาทางกลับมาจนได้ ก็ต้องขอบคุณนักอ่านทุกท่านที่ยังติดตามอยู่ ไรต์เห็นแล้วก็รู้สึกว่าควรกลับมาได้แล้ว ยังมีคนที่รออยู่นะ แถมไรต์ก็รักนิยายเรื่องนี้มากเสียด้วย ถือเป็นนิยายฮีลใจไรต์เลย

เอาล่ะ ๆ ขอขอบคุณทุกคนอีกครั้งนะ ที่ทำให้ไรต์กลับมาได้

ความคิดเห็น